วัน: 27 กุมภาพันธ์ 2026

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ กกต. หยุดดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ กกต. หยุดดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง ประเด็นนี้กำลังกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยข้อสงสัยมากมาย พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนการดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลที่ออกมาตรวจสอบความผิดปกติในการเลือกตั้ง โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงเกินกว่าเหตุ และควรใช้การชี้แจงข้อมูลที่โปร่งใสแทน

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ กกต. หยุดดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง

ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ กกต. หยุดดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง

จากแถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ระบุชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. มอบอำนาจให้รองเลขาธิการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 มีปัญหาหลายประการที่สร้างความสงสัยให้กับประชาชน เช่น การชี้แจงเรื่องบาร์โค้ดที่สับสน จนนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความกังขาในความสุจริตของการเลือกตั้ง

ปัญหาการเลือกตั้งที่ก่อให้เกิดข้อสงสัย

ปัญหาหลักที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกขึ้นมา ได้แก่:

  • กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง: มีการชี้แจงที่ไม่ชัดเจน สร้างความสับสนว่าสามารถติดตามบัตรได้หรือไม่ จนกลายเป็นประเด็นกฎหมาย
  • บัตรเขย่งจำนวนมาก: พบในหลายหน่วยเลือกตั้ง แต่การอธิบายไม่น่าพอใจ
  • เอกสารสำคัญถูกทิ้ง: มีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ทิ้งเอกสารหลักฐานสำคัญอย่างไร้ความรับผิดชอบ
  • เจ้าหน้าที่ฉีกบัตรเลือกตั้ง: มีพยานเห็นการกระทำที่ผิดปกติ เช่น ฉีกบัตรแล้วกาบัตรเอง
  • ผลรวมคะแนนไม่ตรงกับป้าย: การนับคะแนนและบันทึกผลไม่สอดคล้องกัน สร้างความไม่ไว้วางใจ
  • ป้ายบันทึกคะแนนที่น่าสงสัย: การขีดเขียนดูผิดปกติ อาจมีการปลอมแปลง

ทั้งหมดนี้ กกต. มักตอบสนองด้วยการชี้แจงที่คลุมเครือ และปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูล ส่งผลให้สังคมขาดความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งที่ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม

พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า การตรวจสอบของประชาชนเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หากไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ การฟ้องร้องกลับจึงเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ราวกับพยายามปิดปากสาธารณะ ซึ่งขัดกับหลักประชาธิปไตยที่โปร่งใส โดยเฉพาะข้อหาที่รุนแรงอย่าง “อั้งยี่ ซ่องโจร” “ขัดขวางการเลือกตั้ง” “เปิดเผยข้อมูล” และ “นำเข้าข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์” ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาพเหตุการณ์ที่เป็นการตรวจสอบอย่างเปิดเผย

ทางออกที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ

แทนที่จะดำเนินคดี พรรคประชาธิปัตย์แนะนำให้ กกต. ใช้การชี้แจงที่ชัดเจน เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยรักษาศักดิ์ศรีขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยไทย การเลือกตั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญ หาก กกต. ยังคงท่าทีเดิม อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต เช่น การโต้แย้งผลเลือกตั้งครั้งถัดไป

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการของ กกต. ในครั้งนี้ดูจะยิ่งทำให้เกิดคำถามมากขึ้น ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้ และหน่วยงานรัฐควรตอบสนองด้วยข้อมูล ไม่ใช่คดีความ เพื่อรักษาความศรัทธาในระบบเลือกตั้ง

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? การตรวจสอบเลือกตั้งสำคัญแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงที่สร้างสรรค์!

ที่มา – ปชป. ออกแถลงการณ์ จี้ กกต. หยุดดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยที่กำลังมาถึงอย่างรวดเร็ว ประชากรจีนที่มีอายุเกิน 60 ปี พุ่งสูงถึง 23% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะทะลุ 30% หรือราว 400 ล้านคนในปี 2035 สถานการณ์นี้สร้างความท้าทายใหญ่หลวงให้กับระบบสาธารณสุขของจีน

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

จากรายงานของเจ้าหน้าที่สถิติแห่งชาติ จีนกำลังเผชิญกับวิกฤตสังคมสูงวัยที่รุนแรง อัตราการเกิดลดลงอย่างน่าตกใจ ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน ทำให้ความต้องการบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและบรรเทาอาการเจ็บปวด พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องราวของนางเจี่ยยี่ ซู ชาวปักกิ่งวัยทำงาน เธอต้องลาออกจากงานเพื่อดูแลพ่อวัย 67 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดหายาก "การดูแลผู้ป่วยไม่ใช่แค่เวลาและความเอาใจใส่ แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจอาการเจ็บปวดและช่วยบรรเทาได้จริง" เธอกล่าว ขณะค้นหาศูนย์บริการ เธอพบว่าที่ปักกิ่งมีศูนย์สุขภาพมืออาชีพสำหรับผู้สูงอายุน้อยมาก การเข้าถึงบริการยังจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท

ปัญหาการดูแลผู้สูงวัยในจีนปัจจุบัน

ปัจจุบัน จีนมีผู้สูงวัยกว่า 280 ล้านคน แต่ระบบสาธารณสุขยังไม่พร้อมรับมือ โดยเฉพาะการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ที่ต้องการบุคลากรเฉพาะทาง ภาคเอกชนและรัฐบาลยังขาดการลงทุนในด้านนี้ ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระหนัก สถานการณ์ยิ่งรุนแรงเมื่อรวมกับอัตราการเกิดต่ำสุดในประวัติศาสตร์

  • ประชากรอายุ 60+ ปี: 23% (ปัจจุบัน) → 30% (2035)
  • ความต้องการศูนย์ดูแลผู้สูงวัย: เพิ่มขึ้นหลายเท่า
  • ขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุขเฉพาะทาง

นโยบายรัฐบาลจีนรับมือสังคมสูงวัย

รัฐบาลจีนตื่นตัวเต็มที่ โดยออกนโยบายเร่งด่วนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข เช่น เปิดรับนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจสุขภาพ จัดสรรที่ดินสำหรับสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงวัยเฉพาะทาง และฝึกอบรมบุคลากรให้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น แอปติดตามสุขภาพและหุ่นยนต์ช่วยเหลือ เพื่อลดภาระบุคคล

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นกัน การลงทุนในบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันวิกฤตได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่ปัญหา แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ "จีนกำลังกลายเป็นตลาด银发经济 (silver economy) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" นักวิเคราะห์กล่าว

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารสังคมสูงวัยและนโยบายสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อเตรียมตัวรับมือกับอนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ที่มา – ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มี.ค. 2569: ชม 39 นาที

จันทรุปราคาเต็มดวง กำลังจะมาเยือนประเทศไทยในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับคืนวันมาฆบูชา! ปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์นี้จะทำให้เราได้เห็นดวงจันทร์สีแดงอิฐสวยงามด้วยตาเปล่า ช่วงเวลาเพียง 39 นาทีเท่านั้น ห้ามพลาดเด็ดขาดนะเพื่อนๆ

จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาเต็มดวง คือปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง ทำให้แสงอาทิตย์ไม่ส่องถึง แต่แสงที่เลี้ยวเบนผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะทำให้ดวงจันทร์ดูเป็นสีแดงอิฐสวยงาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และครั้งนี้ NARIT หรือสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ประกาศว่าเราจะได้ชมเต็มๆ ในไทย

ปรากฏการณ์ทั้งหมดจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15:44 น. จนถึง 21:23 น. ตามเวลากรุงเทพฯ แต่ช่วงที่เราจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือตอนดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เวลา 18:23 น. จนถึง 19:02 น. รวม 39 นาทีพอดี! ตอนนั้นดวงจันทร์จะถูกบดบังทั้งดวง สีแดงอิฐชัดเจนมาก จากนั้นจะค่อยๆ ออกจากเงา จนสิ้นสุดคราสบางส่วนตอน 20:17 น.

ช่วงเวลารับชมจันทรุปราคาเต็มดวง

  • 18:23 น.: ดวงจันทร์ขึ้นทิศตะวันออก สีแดงอิฐเต็มดวง
  • 19:02 น.: เริ่มออกจากเงาเต็มดวง
  • 20:17 น.: สิ้นสุดคราสบางส่วน

ใครอยากชมต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะดวงจันทร์จะอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า แนะนำไปจุดโล่งๆ มองทิศตะวันออกชัด เช่น ชายหาด ทุ่งนา ดาดฟ้าตึกสูง หรือจุดชมวิว หลีกเลี่ยงต้นไม้หรือตึกบัง แต่ถ้าฝนตกหรือเมฆมาก อาจมองไม่เห็นนะ ตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าเลย

จุดสังเกตการณ์หลักจาก NARIT

NARIT จัดเต็ม 5 จุดหลักให้ไปดูฟรี ตั้งแต่ 18:00-22:00 น. ในคืนนั้น พร้อมกิจกรรมดูดาวและถ่ายทอดสด

  • อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
  • และจุดอื่นๆ ในเครือข่ายโรงเรียนดาราศาสตร์ทั่วประเทศ

เช็คจุดใกล้บ้านได้ที่ https://url.in.th/drYjB หรือติดตามไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กและยูทูบ NARIT ไม่สะดวกไปก็ดูออนไลน์ได้สบายๆ

นอกจากนี้ โรงเรียนในเครือข่ายจะตั้งกล้องโทรทรรศน์ให้เด็กๆ ชมด้วย ช่วยกระจายความรู้ดาราศาสตร์ให้ทั่วถึง ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะ เงาของโลก และแสงสีในธรรมชาติ ลองคิดดูสิ ดวงจันทร์ที่เราคุ้นเคยกลายเป็นสีแดงเพราะฝุ่นในชั้นบรรยากาศกรองแสงน้ำเงินออก เหมือนพระอาทิตย์ตกดินเลย!

Tips การถ่ายรูป: ใช้ขาตั้งกล้อง ช้าๆ 1/60 วินาที ISO 400-800 กล้องมือถือก็ถ่ายสวยได้ ถ้ามีแอพ sky map ช่วยหาตำแหน่งได้แม่นยำ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมชวนครอบครัวเพื่อนฝูงไปชม จันทรุปราคาเต็มดวง กันนะ มันเป็นความทรงจำที่หาไม่ได้ทุกวัน ใครพลาดครั้งนี้รออีกหลายปีเลย!

ที่มา – “จันทรุปราคาเต็มดวง” 3 มีนาคม 2569 เผยช่วงเวลา 39 นาที รับชมดวงจันทร์สีแดงอิฐ

สส.โคราช พรรคเพื่อไทย เป็นคนแรกมารับหนังสือ กกต. วันที่ 2

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องน่าติดตามเกี่ยวกับ สส.โคราช พรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งเดินทางไปรับหนังสือรับรองการเลือกตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กันแบบเป็นคนแรกในวันที่ 2 เลยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของว่าที่ สส. ทุกคนที่ชนะเลือกตั้ง ก่อนจะไปรายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่

สส.โคราช พรรคเพื่อไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง ที่ กกต. วันที่ 2 เป็นคนแรก

รายชื่อ สส.โคราช พรรคเพื่อไทย คนนี้คือ นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8 พรรคเพื่อไทย ท่านเดินทางมาถึง กกต. ตั้งแต่เช้าเปิดโต๊ะเวลา 8:30 น. พอดี เป็นรายแรกของวันนี้เลยครับ หลังจากรับหนังสือเรียบร้อย ท่านก็ให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับสื่อว่า จะรีบไปรายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎรทันที พร้อมกับ สส.พรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ โดยจะขึ้นรถที่พรรคเวลา 9:30 น. และมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางไปด้วยกัน สุดยอดความพร้อมมากๆ เลย

สส.โคราช พรรคเพื่อไทย และขั้นตอนสำคัญหลังรับหนังสือ

หนังสือรับรองนี้คือเอกสารยืนยันว่าท่านได้รับเลือกตั้งอย่างถูกต้อง จาก กกต. ที่ประกาศรับรองผล 396 เขตจาก 400 เขตทั่วประเทศ หลังจากนั้น สส.ทุกคนต้องนำไปยื่นที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรายงานตัวเป็น สส.ชุดที่ 27 ครับ กกต.เปิดให้มารับได้ตั้งแต่วันที่ 26-27 ก.พ. และ 2-6 มี.ค. ช่วงเวลา 8:30-16:30 น. ทุกวัน สะดวกมากสำหรับว่าที่ สส.ที่กระจายอยู่ทั่วไทย

สถิติ สส. มารับหนังสือวันแรก : พรรคภูมิใจไทยนำโด่ง

ย้อนดูวันแรกที่ 26 ก.พ. มีว่าที่ สส. มารับหนังสือถึง 141 คนจาก 396 คนที่ประกาศรับรอง ส่วนใหญ่มาจากพรรคใหญ่ๆ ดังนี้

  • พรรคภูมิใจไทย 61 คน (นำอันดับ 1)
  • พรรคเพื่อไทย 43 คน
  • พรรคกล้าธรรม 24 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 5 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ 4 คน
  • พรรคประชาชาติ 3 คน
  • พรรคโอกาสใหม่ 1 คน

น่าสังเกตว่ายังไม่มี สส.เขตจากพรรคประชาชนมารับเลยครับ รายงานว่าพรรคจะนัดรวมตัวมารับพร้อม สส.บัญชีรายชื่อ แล้วไปรายงานตัวที่สภากันทั้งพรรคเลย แสดงถึงกลยุทธ์การเคลื่อนไหวที่เป็นระบบ

สส.ท่านอื่นๆ ที่ทยอยมารับหนังสือเช้าวันที่ 2

นอกจาก สส.โคราช พรรคเพื่อไทย แล้ว เช้าวันที่ 2 ยังมี สส.หลายท่านเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เช่น

  • นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สส.ชัยภูมิ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย
  • นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
  • นายชรัตน์ เนรัญชร สส.จันทบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย
  • นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
  • นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา เขต 1 พรรคประชาชาติ

บางท่านส่งตัวแทนมารับแทน เพื่อความรวดเร็วในการเตรียมตัวไปสภา บรรยากาศที่ กกต.คึกคักมากครับ สะท้อนถึงความตื่นเต้นของ สส.ชุดใหม่

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของ สส.ทุกพรรค โดยเฉพาะ สส.โคราช พรรคเพื่อไทย ที่มาเป็นเจ้าแรกๆ ในวันที่ 2 น่าจะช่วยให้พรรคเพื่อไทยได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลหรือตั้งสภาฯ เร็วขึ้น ในมุมมองผม การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยดูแข็งแกร่งสุดๆ เลยครับ

คุณคิดอย่างไรกับการเริ่มต้นของ สส.ชุดใหม่? คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์โพสต์นี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองล่าสุดต่อไป!

ที่มา – สส.โคราช พรรคเพื่อไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง ที่ กกต. วันที่ 2 เป็นคนแรก

เช็กพิกัดห้องหลบร้อน 255 จุดทั่วกรุง พักฟรี

อากาศร้อนระอุแบบนี้ หลายคนคงกำลังมองหาที่หลบร้อนกันใช่ไหมคะ? วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก! กทม. ได้เปิด เช็กพิกัด “ห้องหลบร้อน” 255 จุดกระจายทั่วกรุง แล้วนะ บริการฟรี มีน้ำดื่มบริการ แถมยังมีศูนย์แพทย์ฉุกเฉินใกล้เคียง ช่วยให้คุณพักผ่อนสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวร้อนแดดแผดเผา เหมาะสุด ๆ สำหรับเด็กเล็ก คนท้อง ผู้สูงอายุ หรือใครที่โรคประจำตัว

เช็กพิกัด “ห้องหลบร้อน” 255 จุดกระจายทั่วกรุง พักผ่อนฟรี มีน้ำดื่ม-ศูนย์แพทย์ฉุกเฉิน

ตามที่ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. แจ้งว่า ห้องหลบร้อนเหล่านี้กระจายครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ เลยค่ะ เปิดบริการเฉพาะเดือนมีนาคม-เมษายน เวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดร้อนสุด ๆ พอดี สถานที่ประกอบด้วย:

  • สำนักงานเขต 50 แห่ง
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง
  • โรงเรียนสังกัด กทม. 51 แห่ง
  • โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง
  • ศูนย์บริการในสังกัด สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. 75 แห่ง

ไม่ว่าคุณจะอยู่ย่านไหน ก็มีจุดใกล้บ้านแน่นอน เช่น ถ้าอยู่แถวสุขุมวิท ลองเช็กสำนักงานเขตใกล้ ๆ หรือศูนย์สาธารณสุขได้เลย บริการครบครัน พักนั่งชิล มีน้ำเย็น ๆ ดื่มฟรี ช่วยคลายร้อนได้ดีมาก

เช็กพิกัด “ห้องหลบร้อน” 255 จุดกระจายทั่วกรุง ได้อย่างไร?

อยากรู้พิกัดละเอียด? สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์กทม. หรือแอปพลิเคชันกรุงเทพฯ ค่ะ แค่ค้นหาคำว่า ห้องหลบร้อน กทม. ก็เจอแผนที่พร้อมที่อยู่แล้ว สะดวกสุด ๆ ไม่ต้องเดินหลง แถมหลายจุดยังมีเครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์นั่งสบาย Wi-Fi ฟรีด้วยนะ บางแห่งมีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทำระหว่างรออากาศเย็นลง

นอกจากนี้ สำนักการแพทย์ กทม. โดย นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ ยังเตรียมพร้อมศูนย์แพทย์ฉุกเฉิน รณรงค์ให้ประชาชนดูแลตัวเองในช่วงหน้าร้อน ป้องกันโรคลมแดดหรือฮีตสโตรก (heatstroke) ที่อันตรายมาก โดยแนะนำดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้งนาน ๆ โดยเฉพาะ 10.00-15.00 น.
  • ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ทาครีมกันแดด ใส่หมวก
  • หากมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ปวดหัว หายใจลำบาก รีบเข้าห้องหลบร้อนหรือโทรสายด่วนสุขภาพ 1646 ทันที

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อุณหภูมิพุ่งทะลุ 35-40 องศาเซลเซียส บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนป่วยเบาหวาน ความดัน ห้องหลบร้อนจึงเป็นทางออกที่เจ๋งมาก ช่วยลดภาระโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงฮีตสโตรกได้จริง

เพื่อให้การหลบร้อนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลองพกพาเหล่านี้ไปด้วยนะคะ: น้ำดื่มส่วนตัว พัดพก ผ้าเช็ดเหงื่อ และยาแก้ปวดพื้นฐาน ถ้าอยู่กับเด็กหรือผู้สูงอายุ อย่าลืมสังเกตอาการผิดปกติเสมอ

สรุปแล้ว เช็กพิกัด “ห้องหลบร้อน” 255 จุดกระจายทั่วกรุง เป็นบริการที่กทม. คิดเผื่อประชาชนจริง ๆ ช่วยให้เราอยู่รอดจากแดดร้อนได้สบายใจ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อน ๆ ด้วยนะ!

คำแนะนำจากเรา: อากาศร้อนแบบนี้ อย่าฝืนออกไปไหนมาไหน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ลองใช้ห้องหลบร้อนใกล้บ้าน แล้วกลับมาบอกเราว่าสนุกไหมในคอมเมนต์ด้านล่างเลยค่ะ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะทุกคน!

ที่มา – เช็กพิกัด “ห้องหลบร้อน” 255 จุดกระจายทั่วกรุง พักผ่อนฟรี มีน้ำดื่ม-ศูนย์แพทย์ฉุกเฉิน

ญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ นทท.ล้น 10,000 คน/วัน

ญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ ในหลายเมือง หลังจากนักท่องเที่ยว (นทท.) แห่เที่ยวหนาแน่นวันละกว่า 10,000 คน สร้างปัญหาการจราจรติดขัด ขยะล้น และกระทบวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างหนัก ล่าสุด สำนักข่าว NHK รายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เทศกาลชมดอกซากุระที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ากำลังถูกยกเลิกในหลายพื้นที่ เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น

ญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.ล้นเกินรับไหว

หนึ่งในจุดยอดฮิตที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ อะราคุรายามา เซนเกน ปาร์ก ในจังหวัดยามานาชิ ใกล้กรุงโตเกียว สถานที่ชื่อดังที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิคู่กับเจดีย์ 5 ชั้นท่ามกลางดอกซากุระบานสะพรั่ง ภาพนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 200,000 คนต่อฤดู โดยเฉพาะช่วงพีคมีนทท.มากกว่า 10,000 คนต่อวัน ทำให้ถนนแน่น ขยะเกลื่อน และชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

ทางการท้องถิ่นจึงประกาศ ญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ ปีนี้ชัดเจน พร้อมยอมรับว่าอนาคตยังไม่แน่นอนว่าจะกลับมาจัดได้หรือไม่ ปัญหานี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่หลังโควิด-19 การท่องเที่ยวญี่ปุ่นบูมสุดๆ ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากเอเชียและตะวันตก แห่มาชมซากุระมากขึ้นหลายเท่า ส่งผลให้จุดชมวิวชื่อดังหลายแห่งต้องจำกัดคนหรือยกเลิกกิจกรรม

สาเหตุที่ทำให้ต้องญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ

  • นทท.ล้นเกิน 10,000 คน/วัน: จราจรติดขัด รถติดยาวหลายกิโล
  • ขยะและมลพิษ: ถังขยะล้น สิ่งแวดล้อมเสียหาย
  • กระทบชาวบ้าน: เสียงดัง รบกวนการพักผ่อน ราคาสินค้าพุ่ง
  • ความปลอดภัย: แออัดเสี่ยงแพร่โรคและอุบัติเหตุ

นอกจากอะราคุรายามาแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในญี่ปุ่นที่กำลังพิจารณายกเลิก เช่น สวนสาธารณะยอดนิยมใกล้โตเกียวและโอซากา ซึ่งเคยเป็นจุดรวมพลปิกนิกใต้ต้นซากุระ

พยากรณ์ซากุระบานปีนี้ บานเร็วกว่าปกติ

ขณะที่เทศกาลถูกยกเลิก สมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ดอกซากุระสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ จะบานเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป เนื่องจากคลื่นหนาวรุนแรงในมกราคม ตามด้วยอุณหภูมิสูงในกุมภาพันธ์ และอากาศอุ่นต่อเนื่องเดือนมีนาคม

  • โตเกียวและฟุกุโอกะ: 20 มี.ค.
  • นาโกยาและโคจิ: 21 มี.ค.
  • ฮิโรชิมา: 22 มี.ค.
  • โอซาก้า: 24 มี.ค.
  • เซนได: 1 เม.ย.
  • ซัปโปโร: 27 เม.ย.

ข้อมูลนี้ช่วยให้นักท่องเที่ยววางแผนได้ดีขึ้น แม้ไม่มีเทศกาลใหญ่ แต่ยังสามารถไปชมดอกซากุระได้ตามสวนสาธารณะทั่วไป

ทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากชมซากุระญี่ปุ่น

ถึงแม้ญี่ปุ่นยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ แต่คุณยังเที่ยวได้! ลองเลือกจุดเงียบๆ อย่างสวนอุเอโนะในโตเกียว หรือปราสาทฮิเมจิในฮิโรชิมา ที่ไม่แออัดเท่า แนะนำไปเช้าๆ หรือวันธรรมดา หลีกเลี่ยงสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ แอปพยากรณ์ซากุระอย่าง Sakura Navi จะช่วยอัพเดทจุดบานสวยแบบเรียลไทม์

ปัญหานี้สะท้อนกระแสท่องเที่ยวที่พุ่งสูงหลังโควิด ญี่ปุ่นต้อนรับนทท.กว่า 30 ล้านคนในปีที่แล้ว และคาดปีนี้ทะลุ 40 ล้าน รัฐบาลกำลังหาทางสมดุลระหว่างเศรษฐกิจท่องเที่ยวกับชีวิตชาวบ้าน เช่น เพิ่มรถบัสชัตเติล หรือจำกัดจำนวนคนเข้า

สำหรับคนไทยที่รักซากุระ ปีนี้ลองปรับแผนใหม่ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ชมดอกไม้บานพร้อมปิกนิกแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยไม่ต้องแย่งกับฝูงชน ลองจินตนาการนั่งใต้ต้นซากุระ มองฟูจิแบบส่วนตัว มันโรแมนติกกว่าเยอะ!

คำแนะนำ: ถ้าคุณกำลังวางแผนทริปญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิ อย่าลืมเช็คข่าวอัพเดทเทศกาลและจองที่พักล่วงหน้า แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ!

ที่มา – หลายเมืองของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.แห่เยือนวันละกว่า 10,000 คน

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคมไทยในขณะนี้ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับช่างภาพของสำนักข่าว SPACEBAR ในข้อหาที่รุนแรงหลายประการ เช่น ขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น และนำเข้าข้อมูลเท็จ สาเหตุมาจากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ในแถลงการณ์ที่ SPACEBAR ออกมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.50 น. สำนักข่าวได้ยืนยันชัดเจนว่าการกระทำของช่างภาพในสังกัดเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนตามปกติ โดยถ่ายภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงเทคนิคของกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การลงคะแนนและนับคะแนน ไม่มีเจตนาละเมิดความลับของผู้ใช้สิทธิหรือบ่อนทำลายการเลือกตั้งแต่อย่างใด ก่อนเผยแพร่ภาพ ช่างภาพได้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ เช่น เลขเล่มบัตร เลขที่บัตร ลายมือชื่อผู้ลงคะแนน และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเรียบร้อยแล้ว

SPACEBAR เน้นย้ำว่าเคารพกระบวนการยุติธรรม สนับสนุนการเลือกตั้งที่สุจริต และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างโปร่งใส แถลงการณ์ยังชี้ว่าการตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุของ กกต. ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งมีหน้าที่รักษาดุลยภาพ ไม่ใช่เลือกข้างหรือทำลายระบบเลือกตั้ง

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน: รายละเอียดข้อกล่าวหา

จากข้อมูลที่ กกต. เปิดเผย มีผู้ถูกแจ้งความทั้งหมด 6 ราย รวมถึงบุคลากร SPACEBAR โดยข้อหาหลักคือการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ พยายามถอดรหัส QR Code และ Barcode เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ลงคะแนน ซึ่งเกิดขึ้นในการเลือกตั้งใหม่หน่วยดังกล่าว เหตุการณ์นี้ถูกมองว่า “อ่อนไหวสูง” เพราะเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สิทธิความลับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการใช้กฎหมายความมั่นคงที่รุนแรงกับสื่อและบุคคลสาธารณะ

  • การทำหน้าที่ของช่างภาพ: ถ่ายภาพบรรยากาศหน่วยเลือกตั้ง บุคคล การลงคะแนน และนับคะแนน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูล
  • การปกป้องข้อมูล: ปกปิดต้นขั้วบัตร ลายมือชื่อ ก่อนเผยแพร่
  • เจตนา: นำเสนอระบบเทคนิคการเลือกตั้ง ไม่ละเมิดสิทธิ

SPACEBAR ยังระบุว่าจะปกป้องช่างภาพในสังกัดอย่างถึงที่สุด ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้ เพื่อไม่กระทบกระบวนการยุติธรรม และเชิญชวนสังคมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ติดตามข้อเท็จจริงผ่านช่องทางกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างบทบาทสื่อมวลชนกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย สื่ออย่าง SPACEBAR ยึดมั่นหลักวิชาชีพ นำเสนอข้อเท็จจริงรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของพันธกิจสื่อมวลชนไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สื่อทุกแห่งระมัดระวังในการรายงานข่าวการเมือง โดยเฉพาะเรื่องเลือกตั้งที่敏感 หากเกิดกรณีคล้ายกันในอนาคต สื่อควรมีแนวทางปฏิบัติชัดเจนเพื่อปกป้องทีมงานและรักษาเสรีภาพการนำเสนอข่าว

สุดท้ายนี้ SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการคดีนี้ เพื่อเข้าใจถึงขอบเขตเสรีภาพสื่อในประเทศไทยมากขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ตร.อัยการเกาหลีใต้บุกค้นพรรคฝ่ายค้าน ปมชินชอนจี

ตร.อัยการเกาหลีใต้บุกค้นพรรคฝ่ายค้าน ปมชินชอนจี สร้างความฮือฮาไปทั่วแวดวงการเมืองเกาหลีใต้เลยนะเพื่อนๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมถึงกลายเป็นประเด็นร้อนขนาดนี้

ตร.อัยการเกาหลีใต้บุกค้นพรรคฝ่ายค้าน ปมชินชอนจี เกิดขึ้นเมื่อไหร่

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 (หรือ 2025 ในปฏิทินสากล) สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการเกาหลีใต้บุกเข้าไปตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของพรรคพลังประชาชน (People Power Party) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในกรุงโซลทันที ปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่การยึดบัญชีรายชื่อสมาชิกพรรค เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาหนักว่าลัทธิชินชอนจี (Shincheonji Church) ได้ระดมสมาชิกนับหมื่นคนให้สมัครเข้าร่วมพรรคแบบเป็นขบวนการ

เพื่อนๆ รู้จักลัทธิชินชอนจีมั้ย? มันคือกลุ่มศาสนาที่ก่อตั้งโดยอี แมนฮี (Lee Man-hee) ผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพระเมสสิยาห์ ลัทธิ này เคยถูกจับตามองหนักมากช่วงโควิด-19 เพราะสมาชิกติดเชื้อจำนวนมาก จนถูกวิจารณ์ว่าปิดบังข้อมูล ทำให้สถานการณ์ระบาดหนักในเกาหลีใต้

ปมชินชอนจีแทรกแซงการเมืองอย่างไร

จากข้อมูลที่คณะทำงานสอบสวนเปิดเผย พวกเขามีคำให้การจากอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของลัทธิฯ ว่ามีโครงการลับชื่อ “Pilates” ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้สาวกสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน โดยจ่ายค่าสมาชิกอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยซ้ำ เป้าหมายคือเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อชิงผู้สมัครประธานาธิบดีปี 2564 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาปี 2567

นึกภาพสิ สมาชิกนับหมื่นจากลัทธิเดียวกันทะลักเข้าพรรคการเมือง มันจะส่งผลต่อผลโหวตยังไง? โดยเฉพาะในกระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคหรือผู้สมัคร นี่อาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจได้เลยนะ

  • บุกค้นสำนักงานใหญ่พรรคพลังประชาชนในโซล
  • ยึดบัญชีสมาชิกเพื่อตรวจสอบ
  • สอบสวนโครงการ “Pilates” ของชินชอนจี
  • ตรวจสอบการแทรกแซงเลือกตั้ง 2564 และ 2567
  • คำให้การจากอดีตสมาชิกลัทธิ

พรรคพลังประชาชนคือใคร และทำไมถึงโดน

พรรคพลังประชาชน หรือ PPP เป็นพรรคอนุรักษนิยม ร่วมรัฐบาลกับประธานาธิบดียุน ซอกยอล (Yoon Suk Yeol) ในปัจจุบัน แต่ในข่าวเรียกว่าฝ่ายค้านหลัก อาจเพราะบริบทการต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคเดโมแครตที่เป็นฝ่ายค้านตัวจริง ชินชอนจีเคยถูกมองว่าสนับสนุนฝ่ายขวาแบบอนุรักษ์ ทำให้ PPP กลายเป็นเป้าหมาย

การสอบสวนยังดำเนินอยู่ เพื่อดูว่ามีการแทรกแซงอย่างเป็นระบบจริงหรือไม่ ถ้าพิสูจน์ได้ อาจนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์สมาชิก หรือปัญหาใหญ่ต่อพรรคเลยล่ะ

ผลกระทบจากการบุกค้น ปมชินชอนจี

กรณีตร.อัยการเกาหลีใต้บุกค้นพรรคฝ่ายค้าน ปมชินชอนจี นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ มันสะเทือนถึงรากฐานการเมืองเกาหลีใต้เลย เพราะแสดงให้เห็นว่าลัทธิศาสนาสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยได้อย่างไร โดยเฉพาะในประเทศที่การสมัครสมาชิกพรรคเปิดกว้างแบบนี้

ย้อนประวัติชินชอนจี ลัทธิมีสมาชิกประมาณ 2-3 แสนคนทั่วโลก แต่ในเกาหลีใต้มีอิทธิพลสูง เคยถูกฟ้องคดีหลอกลวงและกดขี่สมาชิกมาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้เงินลัทธิหนุนสมาชิกสมัครพรรค อาจกลายเป็นคดีใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ ยังกระทบภาพลักษณ์พรรค PPP ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า เพราะประชาชนเกาหลีใต้敏感เรื่องลัทธิศาสนาแทรกการเมืองมาก โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์โควิด

เพื่อนๆ คิดว่ามันจะจบยังไง? ถ้าพรรค PPP รอดพ้นได้ ก็อาจแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าโดนจริง อาจเสียคะแนนเพียบเลยนะ

ในมุมมองของผม กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองต้องโปร่งใส แม้แต่สมาชิกธรรมดาก็ควรตรวจสอบได้ ลัทธิชินชอนจีอาจหวังใช้พรรคเป็นเครื่องมือ แต่สุดท้ายกฎหมายเกาหลีใต้เข้มงวดมาก คุณล่ะคิดเห็นยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลย สนใจข่าวการเมืองเกาหลีใต้ ติดตามบล็อกเราเพิ่มเติมได้นะ!

ที่มา – ตร.- อัยการเกาหลีใต้บุกค้นสนง.ใหญ่พรรคฝ่ายค้าน ปมลัทธิ “ชินชอนจี” ระดมสมาชิกนับหมื่นสมัครเข้าพรรค

เปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้า EV กับ ICE การใช้งานจริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึง เปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้า EV กับ ICE กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งานจริง ความคุ้มค่า และฟีลลิ่งขับขี่ ที่หลายคนกำลังสงสัยว่าควรเลือกคันไหนดี EV กำลังมาแรง แต่รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก็ยังครองใจคนขับสายเดินทางไกลอยู่ มาดูกันครับว่าข้อดีข้อเสียแต่ละแบบเป็นยังไง

เปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้า EV กับ ICE ในด้านประสิทธิภาพ

เริ่มจากประสิทธิภาพก่อนเลยครับ รถ EV ชนะขาดลอย! มอเตอร์ไฟฟ้าแปลงพลังงานเป็นแรงขับได้ถึง 80-90% แรงบิดมาแบบทันทีทันใด เร่งแซงฉับไวสุดๆ ไม่มีรอรอบเครื่อง ในขณะที่ ICE สูญเสียพลังงานไปกับความร้อนและแรงเสียดทาน เหลือใช้จริงแค่ 20-30% เท่านั้นครับ

เปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้า EV กับ ICE: การบำรุงรักษาและสึกหรอ

เรื่องบำรุงรักษา EV ก็เด่นมาก ชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า ไม่มีสายพานไทม์มิ่ง หัวเทียน กรองน้ำมัน หรือท่อไอเสีย ระบบเบรกใช้ Regenerative Braking ทำให้ผ้าเบรกทน 2-3 เท่า ค่าบำรุงถูกกว่า ICE 40-60% แต่ยางรถ EV หมดเร็วกว่าหน่อย เพราะน้ำหนักแบตหนักและแรงบิดแรง

ส่วนอายุใช้งาน แบต EV อยู่ได้ 8-10 ปี หรือ 160,000-200,000 กม. ถ้าชาร์จ AC ที่บ้านจะยาวนานกว่า DC ถ้าแบตพังหลังประกัน ค่าเปลี่ยนแพงหูฉี่ อาจ 30-50% ของราคารถ แต่ ICE อะไหล่หาง่าย ช่างเยอะ

ข้อบกพร่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

EV ชาร์จช้า 30 นาทีถึงหลายชั่วโมง เทียบกับเติมน้ำมัน ICE 3-5 นาที ระยะทาง EV ผันผวนตามอากาศร้อนหรือความเร็ว รถหนักกว่า 300-700 กก. ทำให้ยางสึกไว ขายต่อ EV ยังผันผวน ตกแรง ส่วนโครงสร้างสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุมเท่าปั๊มน้ำมัน

  • เวลาเติมพลัง: EV ช้า ICE ไว
  • ระยะทาง: EV แปรปรวน ICE คงที่
  • น้ำหนัก: EV หนัก เข้าโค้งอาจไม่คล่อง
  • ขายต่อ: ICE นิ่งกว่า

ฟีลลิ่งขับขี่: EV vs ICE แตกต่างยังไง

ขับ EV แล้วติดใจเรื่อง Instant Torque พุ่งทันใจ ไม่มีรอเกียร์ Regenerative Braking ควบคุมด้วยเท้าเดียวได้ เงียบสนิท NVH ต่ำ จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เข้าโค้งนิ่ง แต่บางคนคิดถึงเสียงเครื่อง ICE ที่มีเสน่ห์ โดยเฉพาะสายสปอร์ต ส่วนคนใหม่ๆ ชอบ EV ที่ลื่นไหล สมดุล 50:50

ข้อจำกัดของ EV ที่คนมองข้าม

ชาร์จนาน สถานีน้อย ค่าเปลี่ยนแบตแพง เบี้ยประกันสูง ซอฟต์แวร์มีปัญหาจุกจิก ช่างน้อย โดยเฉพาะอากาศร้อนไทย แบตเสื่อมไว

สรุป: เลือกยังไงดี?

ถ้าอยู่เมือง ชาร์จบ้านได้ ขับเยอะวันละมาก แนะ EV ประหยัดสุดๆ แต่ถ้าเดินทางไกล เวลาแพง กังวลแบต 10 ปีข้างหน้า เลือก ICE ดีกว่า ในอนาคต EV จะดีขึ้น แต่ตอนนี้ต้องชั่งใจครับ

คุณล่ะ เลือก EV หรือ ICE? Comment มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์ประสบการณ์จริง จะได้ช่วยเพื่อนๆ ตัดสินใจ!

ที่มา – เปรียบเทียบการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กับ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE)