สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมาย จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม กับอิหร่านกลายเป็นประเด็นร้อนที่สะท้อนความแตกแยกในสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติไม่เห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว โดยคะแนนโหวตห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามถึงจุดยืนของสมาชิกสภาต่อนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมาย จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม
การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ตีตกวร่างกฎหมายคล้ายกันไปก่อนหน้าเพียงวันเดียว สะท้อนให้เห็นว่าพรรครีพับลิกันยังคงสนับสนุนรัฐบาลทรัมป์อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้นก็ตาม ผลการโหวตคือ ไม่เห็นชอบ 219 เสียง ต่อเห็นชอบ 212 เสียง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคเดโมแครตบางส่วนที่สนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขัน ได้โหวตสวนมติพรรคแม้จะถูกกดดันจากผู้นำพรรค ในทางตรงข้าม สส.รีพับลิกัน 2 รายที่เคยวิจารณ์ทรัมป์เรื่องคำมั่นสัญญาไม่ทำสงครามต่างแดน กลับโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายนี้
รายละเอียดการผลักดันร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายนี้ถูกนำเสนอโดย สส.โธมัส แมสซี จากพรรครีพับลิกันรัฐเคนทักกี และ สส.โร คานนา จากพรรคเดโมแครตรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอาศัยกฎหมายอำนาจการทำสงครามปี 2516 (War Powers Act) เพื่อบังคับให้เกิดการลงมติ ปัจจุบัน สมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ในสภาคองเกรสประกาศจุดยืนสนับสนุนปฏิบัติการของทำเนียบขาวอย่างชัดเจน ขณะที่พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่คัดค้านอย่างหนัก โดยมองว่าทรัมป์กระทำผิดกฎหมายโดยไม่ขออนุมัติจากสภาคองเกรส และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงระยะยาว
นายฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยสภาผู้แทนราษฎร พยายามรวมพรรคให้เป็นเอกภาพ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จเพราะ สส.เดโมแครตกลุ่มสนับสนุนอิสราเอลแตกแถวไปหลายราย สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมาย จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม จึงยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ
บริบทความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน
ที่ผ่านมา สภาคองเกรสเคยสงวนท่าทีต่อปฏิบัติการทหารของทรัมป์ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลาหรือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้รัฐบาลจะบรรยายสรุปข้อมูลลับให้สมาชิกสภา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดเมื่อใด นโยบาย “อเมริกาเป็นก่อน” ของทรัมป์ถูกทดสอบอย่างหนักในวิกฤตนี้ โดยฝ่ายรีพับลิกันมองว่าเป็นการปกป้องผลประโยชน์ชาติ ขณะที่เดโมแครตเตือนถึงสงครามยืดเยื้อแบบอิรักหรืออัฟกานิสถาน
- คะแนนโหวต: ไม่เห็นชอบ 219 ต่อ 212 เสียง
- สส.รีพับลิกันแตกแถว: 2 ราย
- สส.เดโมแครตแตกแถว: หลายรายจากกลุ่มสนับสนุนอิสราเอล
- พื้นฐานกฎหมาย: War Powers Act 1973
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงการเมืองภายในสหรัฐฯ ที่แบ่งขั้วชัดเจน แต่ยังส่งผลกระทบต่อพันธมิตรอย่างอิสราเอลและชาติในภูมิภาค สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมาย จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม อาจเปิดทางให้ทรัมป์ขยายปฏิบัติการได้มากขึ้น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจนี้อาจนำไปสู่ escalation ที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวน และไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบอำนาจประธานาธิบดีในเรื่องสงคราม ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าความสัมพันธ์สหรัฐ-ตะวันออกกลางอย่างสิ้นเชิง คุณคิดอย่างไรกับการโหวตครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุด!
ที่มา – สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมาย จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม




