วัน: 7 มีนาคม 2026

ดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย เมื่อภาพข้อความ “ห้ามเอาเงินเข้าห้องสอบ” ถูกแชร์กระหน่ำ ผู้ปกครองและชาวเน็ตหลายคนตั้งคำถามว่า เด็กนักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดจะกลับบ้านอย่างไร หากไม่มีเงินและไม่มีโทรศัพท์ติดต่อพ่อแม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในการสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.4 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งมีผู้สมัครถึง 13,895 คน แต่รับได้เพียง 1,520 คนเท่านั้น

ดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

จากโพสต์บนเฟซบุ๊กของผู้ใช้รายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพป้ายประกาศที่ห้องสอบ พร้อมแคปชั่นที่สะท้อนความกังวล “ห้ามเอาเงินเข้าห้องสอบ ทิ้งลงถังขยะ เด็กจะกลับบ้านยังไง พ่อแม่ไม่ได้นั่งเฝ้าลูกทุกคน สงสารเด็กมาก เชื่อมั้ยว่ารบกวนสมาธิในการสอบเด็กด้วย บางคนต้องตกใจ จะกลับบ้านยังไง มือถือก็ไม่มี” ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นธนบัตรที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นและในถังขยะ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

เจ้าของโพสต์ยืนยันกับทีมข่าวว่า ภาพนี้มาจากผู้ปกครองที่มารอรับลูก ไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด แต่เชื่อว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่อาจประสบปัญหากลับบ้านไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดที่เดินทางมาด้วยตัวเอง โพสต์นี้ได้รับความสนใจมหาศาล ชาวเน็ตส่วนใหญ่เห็นด้วยว่ามาตรการนี้อาจรุนแรงเกินไป และกระทบต่อสมาธิของนักเรียนในการสอบ

สาเหตุที่โรงเรียนห้ามเอาเงินเข้าห้องสอบ

เจ้าหน้าที่สนามสอบชี้แจงว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีกฎเข้มงวด ห้ามนำ ปากกาที่มีฝา นาฬิกาดิจิทัล และเงิน เข้าห้องสอบ เพื่อป้องกันการโกง โดยเฉพาะการแอบจดสูตรหรือข้อความสำคัญเข้าไปในอุปกรณ์เหล่านี้ ผู้เข้าสอบต้องวางของไว้ด้านนอก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าและมีแผงกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าใกล้ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางส่วนมองว่ากฎนี้สมเหตุสมผล แต่ควรมีวิธีจัดการที่ไม่ทำให้เด็กเดือดร้อน เช่น จุดฝากของที่ปลอดภัยกว่า

  • จำนวนผู้สมัคร: 13,895 คน
  • จำนวนรับ: 1,520 คน
  • ของต้องห้าม: ปากกาฝา, นาฬิกาดิจิทัล, เงินสด
  • ปัญหาที่เกิด: เงินถูกทิ้งพื้นและถังขยะ
  • ผลกระทบ: เด็กอาจกลับบ้านไม่ได้ สมาธิเสีย

ดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สะท้อนปัญหาการสอบแข่งขันที่เข้มข้นในโรงเรียนดัง ซึ่งผู้ปกครองและนักเรียนต้องเตรียมตัวอย่างดี ไม่เพียงแค่ความรู้ แต่รวมถึงการจัดการสัมภาระและเอกสารสำคัญ โรงเรียนชื่อดังอย่างเตรียมอุดมฯ มักมีมาตรการป้องกันโกงที่เข้มงวด เพื่อความโปร่งใสในการคัดเลือก แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นดราม่าที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา บรรยากาศการสอบควรส่งเสริมสมาธิ ไม่ใช่สร้างความเครียดเพิ่ม หากมีจุดฝากเงินหรือระบบแจ้งผู้ปกครอง ปัญหานี้น่าจะคลี่คลายได้ ชาวเน็ตบางรายแนะนำให้โรงเรียนใช้ระบบดิจิทัล เช่น แอปแจ้งเตือน หรือตู้ล็อกเกอร์สำหรับเงินจำนวนน้อย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นย่อย เช่น การสอบ ม.4 ในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เป็นที่ใฝ่ฝันของนักเรียนทั่วประเทศ ทำให้เกิดการแข่งขันดุเดือด ผู้ปกครองหลายคนลงทุนคอร์สติว ส่งลูกมาจากต่างจังหวัด ดังนั้นมาตรการที่กระทบการเดินทางจึงยิ่ง敏感

สุดท้ายแล้ว ดราม่าสนามสอบ ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นี้เป็นบทเรียนให้โรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้สมดุลระหว่างการป้องกันโกงและความสะดวกของผู้สอบ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เกิดการรับรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น หากโรงเรียนมีคำชี้แจงเพิ่มเติม เราจะอัปเดตให้ทราบทันที

ที่มา – ดราม่าสนามสอบ ม.4 “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” แห่แชร์ภาพห้ามเอาเงินเข้าห้องสอบ

“วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองกับประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือ “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ายึดทรัพย์ ค้นบ้าน และออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา จากพรรคกล้าธรรม นี่มันการปรามพวก ส.ส. ที่ทำตัวเปรี้ยวเกินไปหรือเปล่านะ?

ประเด็นนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) ที่นายวิโรจน์มองว่าการดำเนินการของ DSI-ปปง. แม้จะเป็นหน้าที่ แต่ก็อาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง เพื่อข่มขู่ ส.ส. ในพรรคกล้าธรรมและพรรคอื่นๆ ที่มีพฤติกรรม “เปรี้ยว” เกิน โดยเฉพาะคนที่มีร่องรอยธุรกรรมทางการเงินสีเทา ถ้าทำตัวไม่น่ารัก ก็อาจโดนเชือดได้ในพริบตา แต่ถ้าว่านอนสอนง่าย ก็ลอยชายสบายใจได้เลย

“วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว

ในโพสต์เฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ (คลิกอ่านที่นี่) เขาเขียนชัดๆ ว่า “จับกุมตามหน้าที่ก็ดี แต่มานึกอีกทีอาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง?” โดยชี้ว่าการนี้เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ ส.ส. อย่าเพี้ยนมาก ถ้ามีแผลเก่าเรื่องเงินสีเทา นายวิโรจน์ยังวิเคราะห์ต่อว่าพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ คงไม่มีพลังพอจะล้มรัฐบาลได้ ถ้าสกัดพรรคกล้าธรรมสำเร็จ พรรคภูมิใจไทยก็สบายใจ ไม่ต้องกลัวฝ่ายค้านมีลูกเล่นพลิกเกม

ฝากจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” ยังลอยนวลอีกมาก

นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังฝากให้สังคมจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” หรือผู้มีอิทธิพลใหญ่ที่ยังลอยนวลเบื้องหลังขบวนการสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ไปเป็นแรงงานสแกม และฟอกเงิน เขาย้ำว่าคดีของนายชนนพัฒน์และนายเบน สมิธ ต้องไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่การกล่าวหาแค่ 2 คน ไม่จบปัญหา เพราะอาชญากรรมเหล่านี้ทำเป็นเครือข่าย มีบิ๊กเฮดมากมายที่ยังทำงานต่อไป หลอกเงินประชาชนและทำลายธุรกิจสุจริต

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดู背景ของคดีกันครับ นายชนนพัฒน์ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากสแกมคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ซึ่ง DSI และ ปปง. สืบสวนมานาน คดีนี้เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังระบาดหนักในไทย ส.ส.คนนี้จากพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งตั้งใหม่ กำลังเป็นดาวรุ่งฝ่ายค้าน แต่โดนจับตาเพราะพฤติกรรม “เปรี้ยว” ในสภา?

ปัญหาสแกมเมอร์และฟอกเงินในไทย

ขยับมาที่ปัญหาใหญ่ สแกมเมอร์โทรศัพท์และออนไลน์ ทำให้คนไทยเสียหายปีละหลายหมื่นล้านบาท ปปง.เพิ่งยึดทรัพย์ไปกว่า 1,000 ล้านจากเครือข่ายล่าสุด แต่ตัวการใหญ่ยังลอยนวล นายวิโรจน์ชี้ถูกต้องว่าต้องจับให้สิ้นซาก ไม่ใช่จับลูกน้องอย่างเดียว ตัวเบ้งสีเทาเหล่านี้มักมีเส้นสายในวงการธุรกิจและการเมือง

  • การปราม ส.ส.เปรี้ยว: เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายค้านรวมตัวล้มรัฐบาล
  • ตัวเบ้งสีเทา: ผู้บงการฟอกเงินและสแกมที่ยังไม่โดนจับ
  • บทเรียนกฎหมาย: ไม่มีใครใหญ่เกินกฎหมาย ต้องเร่งรัดดำเนินคดีทุกคน
  • ผลกระทบประชาชน: เงินหาย ธุรกิจเจ๊ง สังคมต้องตื่นตัว

ในมุมมองของผม การเมืองไทยยุคนี้เต็มไปด้วยเกมลับๆ การยึดทรัพย์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่คดีเงิน แต่สะท้อนพลังอำนาจที่อยากควบคุม ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมเพิ่งมาแรง กล้าท้าทายรัฐบาลเรื่องงบประมาณและคอร์รัปชัน นี่อาจเป็นวิธี “เชือดไก่ให้ลิงดู” แต่ถ้าปล่อยตัวเบ้งไว้ ปัญหาจะยิ่งบานปลาย

สุดท้าย นายวิโรจน์ทิ้งท้ายเด็ดๆ ว่า “ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมายครับ” ผมเห็นด้วยสุดๆ สังคมต้องกดดันให้หน่วยงานรัฐทำงานโปร่งใส จับกุมทุกคนไม่เว้นวายร้ายใหญ่ หวังว่าคดีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปราบปรามสแกมและฟอกเงินอย่างจริงจัง

คุณคิดยังไงกับประเด็น “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว? เชื่อว่ามีการเมืองแฝงหรือเป็นคดีจริงๆ? คอมเมนต์มาคุยกันด้านล่างเลยครับ! ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและ DSI ปปง. แบบ real-time นะ

ที่มา – “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว ฝากจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” ยังลอยนวลอีกมาก

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง โดยนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือที่รู้จักในชื่อ “กังฟู” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พรรคเล็กที่มี ส.ส. 6 เสียงจากบัญชีรายชื่อและเขตชายแดน พร้อมเติมพลังให้รัฐบาลใหม่หากได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แน่นอน

“กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข

การประกาศครั้งนี้ของ “กังฟู” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคไทรวมพลังที่เกิดจากฐานเสียงประชาชนชายแดนใต้ ซึ่งผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน “เราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งเอง มารยาททางการเมืองต้องรอให้พรรคใหญ่สุดอย่างพรรคภูมิใจไทยทาบทามก่อน” กังฟูกล่าวอย่างหนักแน่น นโยบายของทั้งสองพรรคมีจุดร่วมกันหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ หากร่วมมือกันจะทำให้เสียงของชาวชายแดนดังขึ้นในสภาได้แน่นอน

6 เสียงเล็กๆ แต่พลังเต็มเปี่ยม

แม้พรรคไทรวมพลังจะมี ส.ส. เพียง 6 เสียง แต่ “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข โดยย้ำว่าพร้อมสนับสนุนในหลักการเพื่อผลประโยชน์ประชาชน ไม่เล่นตัวหากได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ เสียงเหล่านี้จะช่วยเติมพลังให้รัฐบาลเข้มแข็ง เดินหน้าแก้ปัญหาเรื้อรังได้เร็วขึ้น เช่น การผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่ค้างอยู่ในสภาชุดก่อน รวมถึงร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งสะท้อนปัญหาท้องถิ่นในสภา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้ง การค้าชายแดน และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าพุ่งสูง ชาวบ้านจำนวนมากยังลำบาก กังฟูเรียกร้องให้ ส.ส. ทั้ง 500 เสียงช่วยกันขับเคลื่อนวาระนี้ให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาชายแดน: ต้องแก้ไขอย่างยั่งยืน

กังฟูแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ปัจจุบันจะนิ่งสงบ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากฝั่งตรงข้ามมีการยั่วยุหรือเสริมกำลัง ทหารไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความแข็งแกร่งเช่นกัน “ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ในวันสองวัน ต้องใช้แนวทางยั่งยืน ทั้งงบประมาณ ความมั่นคง และสวัสดิการครอบครัวทหารที่ยังค้างเงินเยียวยา” เขากล่าว พร้อมเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่จะปกป้องชาติ

  • ผลักดัน พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เพื่อเกษตรกร
  • ร่าง พ.ร.บ.หนี้สิน ช่วยลดภาระประชาชน
  • แก้ปัญหาชายแดนแบบยั่งยืน รวมสวัสดิการทหาร
  • ประสานงานระหว่างพรรคเพื่อรัฐบาลเข้มแข็ง

การเคลื่อนไหวของพรรคไทรวมพลังครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเล็กก็มีบทบาทสำคัญในเวทีการเมือง หากรัฐบาลใหม่ก่อตัว จะช่วยให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่ติดขัดจากเสียงข้างมากที่เปราะบาง

สุดท้าย “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข ย้ำว่าพรรคพร้อมจับมือทุกฝ่ายเพื่อประชาชน ชาวชายแดนและคนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมองที่เป็นกลางและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – “กังฟู” ลั่นพร้อมร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข หากได้รับทาบทาม 6 เสียงพร้อมเติมพลังให้รัฐบาล

เจาะก่อนเปิดตัว BMW iX3 xDrive 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก

เจาะก่อนเปิดตัว BMW iX3 xDrive 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก รถไฟฟ้าสุดล้ำจาก BMW ที่กำลังจะมาเปลี่ยนเกมในปี 2026! นี่คือรุ่นแรกบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse แบบใหม่ สืบสานตำนานจากยุค 60s ที่เคยช่วยกอบกู้ BMW จากวิกฤต การกลับมาครั้งนี้ต้องปังสมชื่อแน่ๆ ด้วยดีไซน์ล้ำๆ กระจังหน้าเล็กลงแต่เท่จัด ทรง SAV อเนกประสงค์รหัส NA5 ที่ออกแบบมาเพื่อ EV โดยเฉพาะ

เจาะก่อนเปิดตัว BMW iX3 xDrive 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก

เริ่มจากสเปคตัวท็อป iX3 50 xDrive กำลังทะลุ 463 แรงม้า (บางแหล่ง 469 แรงม้า) แรงบิด 645 นิวตันเมตร มอเตอร์คู่ eDrive รุ่น 6 ส่งพลัง 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แค่ 4.9 วินาที สปีดสูงสุด 210 กม./ชม. แรงขนาดนี้แต่ประหยัดสุดๆ เพราะไม่มี rare-earth magnets มิตรสิ่งแวดล้อมด้วย

BMW iX3 xDrive 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก

แบตเตอรี่ใหญ่ 108.7 kWh วิ่งไกล 800 กม.

จุดเด่นสุดคือแบตฯ 108.7 kWh เซลล์กระบอกใหม่ 800V ชาร์จ DC สูงสุด 400 kW เพิ่มระยะทาง 400 กม. ใน 10 นาที! วิ่ง WLTP สูงสุด 805 กม. จากกรุงเทพฯ ไปอุบลชิลๆ ไม่ต้องแวะชาร์จ แม่เจ้าโคตรไกล ลดสูญเสียพลัง 40% น้ำหนักเบา 10% ต้นทุนต่ำ 20% เมื่อเทียบรุ่น 5

แบตเตอรี่ BMW iX3 xDrive 50

แพลตฟอร์ม Neue Klasse EV เฉพาะทาง ต่างจาก CLAR รุ่นเก่า ลดคาร์บอน 30% พื้นที่กว้างขึ้น ระบบไฟ 800V ชาร์จไวสุดๆ กิน KFC ยังไม่หมดจานแบตเต็ม!

เทคโนโลยีซูเปอร์เบรน Heart of Joy

สมองกล “Heart of Joy” ควบคุมขับเคลื่อน เบรก พวงมาลัย เร็วกว่าเดิม 10 เท่า เบรก 98% ใช้ regenerative braking Soft Stop นุ่มนวลสุดๆ ช่วงล่าง Adaptive M Suspension ปรับรีลไทม์ตามถนนและสไตล์ขับ COMFORT หรือ SPORT ชิลๆ

ช่วงล่าง BMW iX3 xDrive 50

อินโฟเทนเมนต์และความปลอดภัย

หน้าจอ Panoramic Vision ทอดยาว 17.9 นิ้ว OS 10 3D Head-Up Display สุดล้ำ ระบบเสียง Harman Kardon 16 ลำโพง 464W Logic 7 Surround เสียงโอบล้อม ความปลอดภัย Driving Assistant Plus จอดอัตโนมัติ 360 องศา Bidirectional Charging V2L/V2H ใช้รถจ่ายไฟบ้านได้

  • กำลัง: 463-469 แรงม้า
  • แรงบิด: 645 Nm
  • 0-100: 4.9 วินาที
  • ระยะทาง: 800+ กม. WLTP
  • ชาร์จ: 400 kW, 10% -80% ใน 21 นาที
ภายใน BMW iX3 xDrive 50

คาดราคาเปิด 3.79-3.99 ล้านบาท 19 มี.ค. 2569 BMW iX3 xDrive 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก จะเป็นคู่แข่งเจ๋งกับ Mercedes GLC Electric แน่นอน สมรรถนะล้ำ วิ่งไกล ชาร์จไว ใครพร้อมเปลี่ยนเป็น EV สุดหรู รอติดตามการเปิดตัวจริง แล้วคุณจะหลงรัก!

ที่มา – เจาะก่อนเปิดตัว BMW iX3 xDRIVE 50 แบตฯใหญ่วิ่งไกลลิบโลก

รมว.แรงงาน เผย แรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับ 200 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือเรื่อง แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบ ล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า มีแรงงานไทยในตะวันออกกลางประมาณ 200 คนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยแล้วครับ รัฐบาลยืนยันพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องแรงงานปลอดภัย

แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ขอกลับประเทศไม่เกิน 200 คน

จากข้อมูลที่ รมว.แรงงานแจ้งมา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางอย่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่มีความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทูตแรงงานได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศไทยในพื้นที่ เพื่อดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่อยากกลับบ้าน รัฐบาลมีความห่วงใยมาก และมีการประชุมต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือ

ตอนนี้มีแรงงานไทยทยอยกลับมาบ้างแล้ว แม้จำนวนไม่มาก ในอิสราเอลมีคนอยากกลับไม่ถึง 100 คน แต่ในอิหร่าน แรงงานส่วนใหญ่ขอเดินทางกลับทั้งหมด ตามที่นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใย หากรวมทุกพื้นที่ในตะวันออกกลาง ก็ไม่เกิน 200 คนครับ แรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ซึ่งโชคดีที่พื้นที่ทำงานไม่ใช่โซนทหารที่ถูกโจมตีหนัก จึงทำให้จำนวนที่อยากกลับยังไม่เยอะนัก

แรงงานเหล่านี้จะเริ่มเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการรับมือหากสถานการณ์ลุกลาม โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ การประสานทูตแรงงานช่วยเหลือในพื้นที่ และหาพื้นที่ปลอดภัยให้แรงงานหลบภัย

มาตรการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เมื่อกลับถึงไทย

เมื่อแรงงานไทยในตะวันออกกลางกลับมาถึงบ้าน รัฐบาลมีแผนดูแลครบวงจรเลยครับ ไม่ปล่อยให้ลำบาก เริ่มจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะช่วยฝึกทักษะใหม่ๆ ให้แรงงานมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น เช่น ทักษะดิจิทัลหรือช่างเทคนิคที่ตลาดไทยต้องการ

  • กรมการจัดหางาน จะช่วยจับคู่งานกับโรงงานหรือธุรกิจที่ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและบริการ
  • ประสาน “5 เสือแรงงาน” กับครอบครัวของแรงงาน เพื่อให้ข้อมูลอัพเดทและคลายกังวล
  • ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ที่พัก ค่าอาหาร และตรวจสุขภาพฟรี
  • สนับสนุนเงินช่วยเหลือชั่วคราว หากแรงงานยังไม่พบงานใหม่

นอกจากนี้ ยังมีบริการปรึกษาฟรีสำหรับแรงงานไทยที่ทำงานต่างประเทศทั่วโลก สามารถโทร hotline กระทรวงแรงงานได้ตลอด 24 ชม. เพื่อรายงานสถานการณ์หรือขอความช่วยเหลือ

สถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง: พื้นหลังและบทเรียน

ทำไมแรงงานไทยในตะวันออกกลางถึงมีจำนวนมาก? เพราะที่นั่นมีโอกาสรายได้ดี โดยเฉพาะในอิสราเอลที่เงินเดือนแรงงานเกษตรสูงถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท และอิหร่านที่งานก่อสร้างให้ค่าจ้างน่าสนใจ แต่สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส หรือปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน ทำให้ทุกคนต้องระวัง

จากประสบการณ์ครั้งนี้ เราเห็นว่ารัฐบาลไทยตอบสนองเร็วมาก สร้างความมั่นใจให้แรงงานและครอบครัว บทเรียนสำคัญคือ แรงงานไทยควรเลือกประเทศที่มั่นคง และติดตามข่าวสารจากสถานทูตเสมอ หากสนใจไปทำงานต่างประเทศ แนะนำตรวจสอบผ่านกรมการจัดหางานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

กระทรวงแรงงานยังวางแผนระยะยาว เช่น เพิ่มการฝึกอบรมก่อนไปทำงานต่างแดน และขยายตลาดใหม่ในยุโรปหรือออสเตรเลีย ที่ปลอดภัยกว่า เพื่อลดความเสี่ยงแบบนี้

โอกาสใหม่สำหรับแรงงานไทยหลังกลับจากตะวันออกกลาง

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่! ทักษะที่ได้จากต่างประเทศ เช่น ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือก่อสร้างโครงสร้างใหญ่ สามารถนำมาใช้ในไทยได้เลย ภาคเกษตรสมัยใหม่ในไทยกำลังบูม และรัฐมีโครงการสนับสนุน SME ที่ต้องการแรงงานมีประสบการณ์

ตัวอย่างเช่น ใน EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) มีงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและโรงงาน EV ที่ขาดคนเก่งๆ แรงงานที่ผ่านการฝึกจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะได้เปรียบแน่นอน

สุดท้ายนี้ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยใส่ใจประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นแรงงานต่างประเทศ แนะนำติดตามข่าวจากช่องทาง官方 และเตรียมตัวพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คอมเมนต์ด้านล่างหรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – รมว.แรงงาน เผยยอดแรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับประเทศประมาณ 200 คน ยันพร้อมอำนวยความสะดวก

เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อน ยังนัด 12 มี.ค.

ในคดีเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน DSI หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค. ทำให้กำหนดการเดิมยังคงอยู่ นักการเมืองรายนี้ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามนัด ไม่มีเลื่อน!

เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค.

จากรายงานล่าสุดของ DSI ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ได้ยืนยันชัดเจนว่า ยังไมได้รับเอกสารแจ้งเลื่อนจากนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาคดีนี้ จึงต้องมารับทราบข้อหา ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน ในวันที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ

พื้นหลังคดีเว็บพนันออนไลน์คดีพิเศษ 150/2567

คดีนี้เริ่มจากปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเว็บพนันออนไลน์ โดยล่าสุดจับกุม น.ส.นารีรัตน์ แอดมินเว็บพนันได้ที่เขตดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อ 5 มี.ค. และศาลอาญาอนุญาตฝากขัง 12 วัน คัดค้านประกันตัวแล้ว ปัจจุบันเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 24 ราย ซึ่งส่วนใหญ่หลบอยู่ต่างประเทศ แต่ DSI ยืนยันว่าจะติดตามตัวให้ได้หากกลับไทย

  • ข้อหาหลัก: ร่วมจัดพนันออนไลน์ สมคบฟอกเงิน
  • ผู้ต้องหาหลัก: นายชนนพัฒฐ์ และกลุ่มแอดมินเว็บพนัน
  • สถานะ: จับกุมบางส่วน 24 รายเหลือหมายจับ
  • การสอบสวน: ไล่บี้ธุรกรรมการเงิน ร่วมกับ ปปง.

สำหรับนายชนนพัฒฐ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองชาย การสอบสวนจะครอบคลุมทุกประเด็น โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้สำนวนรัดกุม พนักงานสอบสวนจะไม่โฟกัสแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

ประเด็นเอกสิทธิ์ส.ส. และขั้นตอนหากไม่มานัด

แม้นายชนนพัฒฐ์จะเป็น ส.ส. แต่ปัจจุบันไม่ใช่ช่วงเปิดสมัยประชุมสภา จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หากไม่มารับทราบตามนัด จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มา จะขอหมายจับ แต่ถ้าตรงช่วงประชุมสภา จะต้องขออนุญาตสภาก่อนจับกุม

DSI ย้ำชัดว่าไม่ใช่เรื่องยากในการติดตาม แม้ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ เพราะหากกลับไทย จับได้ทันที คดีนี้สะท้อนความเด็ดขาดในการปราบพนันออนไลน์และฟอกเงิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในไทย

นอกจากนี้ การร่วมมือกับ ปปง. ช่วยให้ไล่ตรวจข้อมูลแพ่ง-อาญาได้ละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้คดีมีน้ำหนัก

  • กำหนดการ: 12 มี.ค. 10.00 น.
  • สถานที่: กรมสอบสวนคดีพิเศษ
  • หากเลื่อน: ต้องส่งเอกสารล่วงหน้า (ยังไม่ส่ง)

คดีนี้ไม่เพียงกระทบนักการเมือง แต่ยังเป็นสัญญาณให้กลุ่มอาชญากรไซเบอร์รู้ว่า กฎหมายไทยเข้มงวดขนาดไหน

ในมุมมองของผู้เขียน คดีเผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค. ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพล สังคมควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความยุติธรรม

ติดตามข่าวสารคดีใหญ่และอัปเดต DSI ได้ที่บล็อกนี้! อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยตื่นตัวกับปัญหาพนันออนไลน์

ที่มา – เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค.

ผู้จัดการที่ทำให้เชลซีช็อกในเอฟเอคัพ

ผู้จัดการที่ทำให้เชลซีช็อกในเอฟเอคัพ

ประวัติศาสตร์ของเอฟเอคัพเต็มไปด้วยเรื่องช็อกที่เว็กซ์แฮมสร้างไว้

สิ่งที่อาจทำให้เชลซีกังวลในสุดสัปดาห์รอบที่ 5 คือ ผู้จัดการทีมฟิล พาร์กินสัน ที่มีประวัติการสร้างความพ่ายแพ้สุดช็อกของตัวเอง

รวมถึงเป็นผู้จัดการทีมลีกล่างล่าสุดที่เคยโค่นเชลซีทีมฟุตบอลมหาเศรษฐีจากย่านเวสต์ลอนดอน

ย้อนกลับไปปี 2015 เชลซีนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างห่างเหิน กำลังมุ่งสู่แชมป์ในยุคโชเซ มูรินโญ่สมัยที่ 2

ดร็อกบา อาซาร์ ฟาเบรกาส และเพื่อนร่วมทีมฝีเท้าดี ควรไม่มีปัญหากับแบรดฟอร์ด ซิตี้ ทีมลีกรอง 3 โดยเฉพาะหลังจากนำ 2-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

“ผมจำได้ตอนเริ่มครึ่งหลัง มองไปที่มูรินโญ่” พาร์กินสันวัย 58 ปีเล่า “คุณเห็นได้จากแววตาเขาว่า ‘ว้าว’ เพราะทีมเขาขาดสมาธิ และเขาก็จุดไฟไม่ได้”

เหลือ 3 นาที แบรดฟอร์ดพลิกนำ 3-2 มูรินโญ่ยื่นมือจับ แต่พาร์กินสันไม่สนใจ และดูทีมตัวเองยิงเพิ่มเป็น 4-0 พวกเขาเป็นทีมเดียวที่เอาชนะเชลซีในบ้านฤดูกาลนั้น

ผู้จัดการที่ทำให้เชลซีช็อกในเอฟเอคัพ และประสบการณ์อื่นๆ

“ผมคิดถึงแมตช์นั้นสัปดาห์นี้ การเตรียมทีมและสร้างบรรยากาศ” พาร์กินสันกล่าว โดยเผยว่ายังคุยกับจอน สตีด ผู้ยิงประตูของแบรดฟอร์ด

“สไตล์การคุมทีมผมไม่เปลี่ยนมาก ทีมเล่นตามหลักการ สะท้อนตัวตนพื้นที่ คล้ายแบรดฟอร์ดกับที่นี่ ไม่มีแรงกดดัน ต้องมีจิตวิญญาณอันเดอร์ด็อก เพราะคู่แข่งเก่ง”

11 ปีมาแล้ว เชลซีเจอคู่ต่อสู้ล่างกว่า 24 ทีมในเอฟเอคัพโดยไม่แพ้ยับแบบนั้น มูรินโญ่เรียกมันว่า ‘ที่น่าอับอาย’ แต่ยังเข้าห้องแต่งตัวแบรดฟอร์ดเพื่อชื่นชม

พาร์กินสันจำความรู้สึก ‘เหนือจริง’ ที่แฟนเชลซีปรบมือให้

เอฟเอคัพ รอบที่ 5: โอกาสสร้างประวัติศาสตร์ใหม่

6-9 มีนาคม ดูสดทาง iPlayer และฟังทาง Sounds

ประสบการณ์เอฟเอคัพจำได้ แต่พาร์กินสันมีมากกว่านั้น กับเว็กซ์แฮม เขาพังสถิติเลื่อนชั้นในยุคฮอลลีวูด ตอนนี้ลุ้นเพลย์ออฟแชมเปียนชิพ

เมื่อเว็กซ์แฮมยังอยู่ในนอนลีก พวกเขาชนะโคเวนทรี ชปล. ในปี 2023 และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์จุดโทษรอบ 3 ปีนี้

ก่อนมาร่วมกับไรอัน เรย์นอลด์สและร็อบ แม็ค พาร์กินสันพาแบรดฟอร์ดลีกรอง 4 ไปชิงลีกคัพ 2013 ชนะวิแกน อาร์เซนอล แอสตัน วิลล่า

“ผมโตมากับเอฟเอคัพ ต้องเคารพสโมสรและประวัติศาสตร์ ที่เว็กซ์แฮม แฟนยังพูดถึงเกมอาร์เซนอลของมิกกี้ โธมัส แมตช์นั้นมักฉายตอนเอฟเอคัพกลับมา”

“ก่อนเจอฟอเรสต์ ผมบอกนักเตะว่านี่โอกาสสร้างความทรงจำ เราทำได้ และลุ้นต่อวันเสาร์”

เว็กซ์แฮมไม่ใช่ทีมล่างสุดแบบปี 1992 ที่ช็อกอาร์เซนอล ต่างกัน 20 อันดับ แต่ 3 ปีก่อนยังนอนลีก พาร์กินสันดูเชลซีถล่มแอสตัน วิลล่ามิดวีค

ต้องมีวินัยรับลูกนิ่ง จัดระเบียบ แต่ความเชื่อมั่นสำคัญที่สุด “ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องมา แต่เราจะมา และทำให้เชลซียากที่สุด สร้างชื่อในประวัติศาสตร์เหมือนมิกกี้ โธมัสและเด็กแบรดฟอร์ด”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ผู้จัดการที่ทำให้เชลซีช็อกในเอฟเอคัพอย่างพาร์กินสัน จะนำความมหัศจรรย์มาสูเว็กซ์แฮมอีกครั้งหรือไม่? ติดตามและเชียร์กัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สพฐ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบเตรียมอุดม 2569 เน้นโปร่งใส

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในวงการการศึกษาของไทยกันค่ะ เมื่อ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าชั้น ม.4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 หรือที่เรียกกันว่า สอบเตรียมอุดม 2569 นั่นเอง การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 โดยมีนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะผู้บริหารร่วมตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใส

สอบเตรียมอุดม 2569 อัตราแข่งขันสูงถึง 1:9.14

สำหรับ สอบเตรียมอุดม 2569 ในปีนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเปิดรับนักเรียนชั้น ม.4 จำนวน 1,520 คน แต่มีผู้สมัครเข้าสอบถึง 13,895 คนจากทั่วประเทศ คิดเป็นอัตราการแข่งขันที่ 1:9.14 เลยทีเดียว สถิติที่น่าประทับใจนี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมอันดับต้น ๆ ของโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการและการพัฒนานักเรียนมาอย่างยาวนาน ผู้ปกครองและนักเรียนหลายคนใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนที่นี่เพราะคุณภาพการสอนที่ยอดเยี่ยมและโอกาสในการศึกษาต่อที่สูง

สพฐ. เน้นย้ำความโปร่งใสในการสอบเตรียมอุดม 2569

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี กล่าวหลังตรวจเยี่ยมว่า การจัดสอบครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการบริหารจัดการสถานที่สอบอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง สพฐ. ย้ำถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมให้ทุกคน นอกจากนี้ยังฝากข้อความถึงผู้ปกครองและนักเรียนว่า “ขอให้มั่นใจว่า สพฐ. มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน ตามนโยบายกระจายโอกาสและรักษามาตรฐานการศึกษา เพื่อปั้นเยาวชนที่มีความรู้คู่คุณธรรม”

การสอบ สอบเตรียมอุดม 2569 แบ่งออกเป็น 8 แผนการเรียนหลัก ๆ ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความสนใจของนักเรียนแต่ละคน ดังนี้

  • แผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์: รับ 1,000 คน ผู้สมัคร 10,220 คน แผนยอดนิยมสำหรับคนเก่งคณิตและวิทย์
  • แผนการเรียนภาษา–คณิตศาสตร์: รับ 120 คน ผู้สมัคร 1,245 คน เหมาะกับคนที่ชอบภาษาและตัวเลข
  • แผนการเรียนภาษา–ฝรั่งเศส: รับ 80 คน ผู้สมัคร 431 คน สำหรับคนรักวัฒนธรรมฝรั่งเศส
  • แผนการเรียนภาษา–เยอรมัน: รับ 80 คน ผู้สมัคร 387 คน โอกาสเรียนภาษาเยอรมันชั้นนำ
  • แผนการเรียนภาษา–ญี่ปุ่น: รับ 80 คน ผู้สมัคร 466 คน ยอดฮิตสำหรับแฟนอนิเมะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
  • แผนการเรียนภาษา–จีน: รับ 80 คน ผู้สมัคร 668 คน ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจจีน
  • แผนการเรียนภาษา–สเปน: รับ 40 คน ผู้สมัคร 228 คน ภาษาสเปนที่กำลังมาแรง
  • แผนการเรียนภาษา–เกาหลี: รับ 40 คน ผู้สมัคร 250 คน สำหรับสาย K-Pop และ K-Drama

จากสถิติจะเห็นได้ว่าทุกแผนมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะแผนวิทย์-คณิตที่ผู้สมัครทะลักเกือบ 10,000 คน แสดงถึงความถึกของนักเรียนไทยที่มุ่งมั่นในการแข่งขันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนประจำธนบุรีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ก่อตั้งตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และผลิตบุคคลสำคัญให้ประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ หรือศิลปินชื่อดัง

หากนักเรียนที่สอบครั้งนี้ไม่ผ่าน อย่าท้อแท้เลยนะคะ ยังมีโอกาสสมัครสอบคัดเลือกชั้น ม.4 รอบปกติของโรงเรียนทั่วประเทศได้ สพฐ. มีนโยบายกระจายโอกาสการศึกษาให้ทั่วถึง ที่สำคัญคือการเตรียมตัวให้ดี ฝึกทำข้อสอบเก่า ดูแลสุขภาพ และมี mindset ที่เข้มแข็ง จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก

ผลการสอบ สอบเตรียมอุดม 2569 จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้ ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของโรงเรียน สิ่งนี้ไม่เพียงแสดงถึงมาตรฐานการสอบที่สูง แต่ยังสะท้อนถึงระบบการศึกษาของไทยที่กำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ในมุมมองของเรา การตรวจเยี่ยมของ สพฐ. ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้สังคม หากคุณเป็นพ่อแม่หรือนักเรียนที่สนใจข่าวการสอบโรงเรียนดัง ๆ แบบนี้ อย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ประสบการณ์การสอบของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะคะ!

ที่มา – สพฐ. ตรวจเยี่ยมสนาม “สอบเตรียมอุดม 2569” เน้นย้ำโปร่งใส อัตราแข่งขัน 1 : 9.14

4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม

ในเช้าวันที่ 7 มีนาคม 2567 บรรยากาศที่โถงชั้น B1 อาคารรัฐสภาแห่งใหม่คึกคักอีกครั้ง เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 จำนวน 4 คน เดินทางมารายงานตัวกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ช่วงเวลา 08.30-12.00 น. ซึ่ง สส.ทั้ง 4 รายนี้มาจากพรรคการเมือง 3 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคไทรวมพลัง สร้างความหมายสำคัญเพราะทำให้ทั้ง 3 พรรคมี สส. รายงานตัวครบจำนวนตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองแล้ว

4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 10 ของระยะเวลารับรายงานตัว สส.ชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2566 ที่กกต.ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ สส.แต่ละคนต้องดำเนินการยื่นเอกสาร วางมั่นประกัน และรับบัตร สส. เพื่อเตรียมพร้อมเข้าร่วมประชุมสภาในอนาคตอันใกล้ การที่พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมและไทรวมพลังรายงานตัวครบเร็ว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของ สส.เหล่านี้ในการเข้ามามีบทบาททางการเมือง

4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม รายชื่อผู้เข้ารายงาน

  1. นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง
    นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส. พรรคไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ
  2. นายเกรียงยศ สุดลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
    นายเกรียงยศ สุดลาภา สส. พรรคภูมิใจไทย รายงานตัวสภาฯ
  3. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดพิจิตร พรรคภูมิใจไทย
    นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส. เขต 3 พิจิตร พรรคภูมิใจไทย
  4. นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคกล้าธรรม
    นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส. เขต 2 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคกล้าธรรม

4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้พรรคเหล่านี้พร้อมลุยงานสภาเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคขนาดกลาง ได้ สส.เพิ่มอีก 2 คน ทั้งบัญชีรายชื่อและเขต ส่วนพรรคไทรวมพลังและกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคใหม่เกิดจากยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ได้ สส.ครบตามคาด ทำให้มีโอกาสเสนอนโยบายเฉพาะตัวในสภาได้

บริบทการรายงานตัว สส.ชุดที่ 27

การเลือกตั้ง สส.ชุดที่ 27 เมื่อ 14 พฤษภาคม 2566 ถือเป็นการเลือกตั้งที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่ง ด้วยระบบใหม่แบ่งสส. 400 เขต และ 100 บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้ สส.มากสุด 141 คน ตามด้วยก้าวไกล 151 พรรคภูมิใจไทย 71 พรรคใหญ่ๆ ทยอยรายงานตัวเกือบครบ แต่พรรคเล็กอย่างไทรวมพลังที่ได้ สส. 2 คน กล้าธรรม 1 คน และภูมิใจไทยที่ได้เพิ่มเติม ทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจับตา สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ระบุว่าตอนนี้พรรคเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว รอเพียงพรรคอื่นๆ ให้ครบเพื่อเปิดประชุมสภาเต็มรูปแบบ

กระบวนการรายงานตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องเตรียมเอกสารทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบรับรองผลเลือกตั้ง วางมั่นเงิน 1 ล้านบาท และรับทราบกฎระเบียบ สส. เช่น ห้ามขาดประชุมเกิน 1/4 ห้ามรับตำแหน่งที่ขัดจริยธรรม สส.ใหม่เหล่านี้จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาททันที โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองที่กำลังเจรจาตั้งรัฐบาล

  • พรรคภูมิใจไทย: พรรคเก่าแก่ นโยบายหลักด้านสาธารณสุขและท้องถิ่น ได้ สส.บัญชีรายชื่อและเขตพิจิตรเพิ่ม
  • พรรคกล้าธรรม: พรรคใหม่เน้นธรรมาภิบาลและกล้าเปลี่ยนแปลง ได้ สส.ประจวบฯ
  • พรรคไทรวมพลัง: พรรคที่รวมพลังคนรุ่นใหม่ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ

ภาพรวมทั้งหมด

ภาพรวม สส. รายงานตัวสภาฯ

แสดงถึงความหลากหลายของ สส.ไทยที่มาจากทุกสารทิศ

ความเห็นส่วนตัว การที่ 4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม ครบเร็ว สะท้อนว่าพรรคเล็กมีศักยภาพในการแข่งขัน และอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการโหวตประธานสภา หรือนโยบายสำคัญข้างหน้า สภาชุดนี้จะเป็นสภาที่เข้มแข็งเพราะ สส.ครบเร็ว ติดตามพัฒนาการต่อไปได้ที่นี่

อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด และแสดงความคิดเห็นว่าคุณคาดหวังอะไรจาก สส.พรรคเล็กเหล่านี้ในสภาชุดใหม่!

ที่มา – 4 สส. ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทรวมพลัง รายงานตัวสภาฯ เพิ่ม ครบจำนวน สส.ของพรรคแล้ว