วัน: 9 มีนาคม 2026

ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล

ข่าวการเมืองที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้คือ ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ ซึ่งเป็นคดีที่สะเทือนวงการเลือกตั้งไทย โดยนายนครชัย หรือที่รู้จักในชื่อ “ไอซ์” เคยเป็น สส.ระยอง เขต 3 สังกัดพรรคก้าวไกล แต่ถูกตีตกเพราะมีประวัติต้องโทษเก่า ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อรัฐและประชาชน

ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ศาลจังหวัดระยองได้มีคำพิพากษาคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องนายนครชัย ขุนณรงค์ ในข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลเห็นว่านายนครชัยรู้ตัวดีว่าตนเองขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. เนื่องจากเคยถูกศาลตัดสินจำคุกคดีลักทรัพย์ในปี 2558 แต่ยังฝืนลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2566 และแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน นายนครชัยให้การรับสารภาพต่อศาล ทำให้ศาลลดโทษจากสูงสุด 2 ปี เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

รายละเอียดโทษที่ศาลสั่ง

นอกจากคำสั่งจำคุกแล้ว ศาลยังมีคำสั่งเพิ่มเติมที่รุนแรง ดังนี้

  • เพิกถอนสิทธิ์ในการเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
  • สั่งคืนเงินค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ส. จำนวน 402,055 บาท ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะการลงสมัครที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขต 3 ระยอง สร้างความเสียหายให้รัฐจำนวนมาก

คดีแพ่งควบคู่ไปด้วย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 ศาลจังหวัดระยองยังตัดสินคดีแพ่ง สั่งให้นายนครชัยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทดแทนความเสียหายแก่รัฐ โดยคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความสูญเสียจริงที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมดังกล่าว

คดีนี้เริ่มต้นจากประวัติคดีลักทรัพย์ในปี 2558 ที่นายนครชัยถูกศาลสั่งจำคุก ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. บุคคลที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก จะขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. เป็นเวลา 10 ปี แต่เขายังคงยื่นสมัครและชนะการเลือกตั้ง ทำให้เกิดข้อพิพาทและถูกยื่นฟ้องในที่สุด

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อตัวนายนครชัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพรรคก้าวไกลที่ต้องสูญเสีย ส.ส. และภาพลักษณ์ รวมถึงประชาชนในเขตระยองที่ต้องไปเลือกตั้งใหม่ สร้างความไม่ไว้วางใจในระบบเลือกตั้ง

จากกรณี ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ นี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งไทย ที่มุ่งรักษาความสุจริตและโปร่งใสในการเมือง หากใครคิดลัดขอบเขต ต้องรับผลที่ตามมาแบบเต็มๆ

บทเรียนสำคัญคือ ผู้สมัครทุกคนต้องตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองให้ดีก่อนลงสนามเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทั้งส่วนตัวและสังคม ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่เตือนใจนักการเมืองทุกพรรค ว่ากฎหมายอยู่เหนือกว่าใคร

คุณคิดเห็นอย่างไรกับคดีนี้? เชิญแสดงความคิดเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – ศาลระยองสั่งจำคุก 1 ปี “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ก้าวไกล ปมขาดคุณสมบัติ

“กรวีร์” ไม่ปฏิเสธนั่งรองประธานสภา พรรคเลือกเหมาะสม

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ กระแสข่าว“กรวีร์” ไม่ปฏิเสธมีชื่อนั่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุขึ้นอยู่กับพรรคจะเลือกคนเหมาะสมกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งสภาชุดใหม่ที่กำลังจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 เร็วๆ นี้ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นชื่อเด่นที่หลายคนจับตาในตำแหน่งรองประธานสภาฯ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการคุมเกมและช่วยเหลือด้านนิติบัญญัติ

“กรวีร์” ไม่ปฏิเสธมีชื่อนั่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุขึ้นอยู่กับพรรคจะเลือกคนเหมาะสม

จากที่นายกรวีร์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ยังไม่มี讨论正式ในพรรคเรื่องนี้ แต่ย้ำว่าพรรคจะเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือวิสัยทัศน์ของเขาที่อยากเห็นสภาไทยก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “สภาสมาร์ท” ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาระบบงานนิติบัญญัติ ให้โปร่งใส ทันสมัย และเชื่อมโยงประชาชนกับสภาได้ดีขึ้น

กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย

บทบาทสำคัญของ ส.ส. กรวีร์ ในการสะท้อนเสียงประชาชน

ตลอดการทำงานในสภา นายกรวีร์ได้ทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาในพื้นที่อย่างราคาข้าว น้ำท่วม และโครงสร้างพื้นฐาน เขายังผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี และ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ช่วยปลดภาระผู้ค้ำประกัน ลดเบี้ยปรับ และดอกเบี้ย ทำให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้น

  • สะท้อนปัญหาท้องถิ่นสู่สภา เช่น ราคาข้าวตกต่ำและภัยน้ำท่วม
  • ผลักดันกฎหมายปากท้องประชาชน เช่น พ.ร.บ.กยศ. ใหม่
  • ตรวจสอบฝ่ายบริหารให้ทำงานตอบโจทย์ประชาชนจริง

วิสัยทัศน์ “สภาสมาร์ท” ใช้ AI เชื่อมประชาชนกับนิติบัญญัติ

ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยมีบทบาทแตกต่างจากอดีต โดยนายกรวีร์ชูแนวคิดนำ AI มาช่วยอธิบายผลงานสภาให้ประชาชนเข้าใจง่าย เปิดช่องทางติดตามการพิจารณากฎหมายและอภิปรายแบบเรียลไทม์ รวมถึงปรับปรุงการรับฟังความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ให้เข้าถึงง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังผลักดันนโยบายสำคัญอย่างราคาสินค้าเกษตร ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และการศึกษาเท่าเทียมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

การนำเทคโนโลยีมาช่วยจะทำให้สภาไทยโปร่งใสมากขึ้น ประชาชนเห็นผลกระทบของกฎหมายต่อชีวิตตัวเองชัดเจน และสามารถมีส่วนร่วมได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่ประชาธิปไตยดิจิทัล

นายกรวีร์ย้ำว่า การเป็นนักการเมืองต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเลือกซ้ำหลายสมัย โดยต้องเป็นตัวแทนที่แท้จริง ผลักดันกฎหมายที่ลดภาระและยกระดับชีวิตประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด หากพรรคไว้วางใจ เขาพร้อมทุ่มเทประสบการณ์ทั้งหมด

ความสำคัญของตำแหน่งรองประธานสภาฯ ในยุคใหม่

ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และ 2 กำลังแข่งขันระหว่างโควตาพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย หลังประธานสภาใกล้ชัดเจนว่านายโสภณ ซารัมย์ จะดำรงตำแหน่ง หาก “กรวีร์” ได้รับเลือก จะช่วยเสริมศักยภาพสภาในการเชื่อมโยงประชาชน รัฐบาล และตรวจสอบนโยบายให้เกิดผลจริง

ในมุมมองของเรา การมีนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์เทคโนโลยีอย่างกรวีร์ จะช่วยยกระดับคุณภาพการเมืองไทยให้ทันโลกสมัยใหม่ ลดช่องว่างระหว่างสภากับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตและวิเคราะห์ลึกซึ้งได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณเห็นด้วย!

ที่มา – “กรวีร์” ไม่ปฏิเสธมีชื่อนั่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุขึ้นอยู่กับพรรคจะเลือกคนเหมาะสม

ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน

ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน สร้างความฮือฮาและความเสียหายครั้งใหญ่ในใจกลางเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เปลวเพลิงโหมกระหน่ำลุกลามไปยังอาคารสไตล์วิกตอเรียนเก่าแก่ ส่งผลให้ส่วนหนึ่งของอาคารพังถล่มลงมา ท่ามกลางการระดมดับเพลิงอย่างเข้มข้น

ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน: ลำดับเหตุการณ์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นประมาณเวลา 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่อาคารอนุรักษ์ระดับ B บนถนนยูเนียน ซึ่งตั้งติดกับทางเข้าหลักของสถานีรถไฟกลางกลาสโกว์ หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยสกอตแลนด์ได้รับแจ้งทันที ต้นเพลิงน่าจะมาจากร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วอาคาร 4 ชั้น อายุกว่า 170 ปี กลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่ง ขณะที่โดมยอดตึกพังถล่มลงมาต่อหน้าฝูงชนที่มุงดู เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 60 นาย รถดับเพลิง 15 คัน รถกระเช้าสูง และทีมกู้ภัยทางน้ำ ทำงานตลอดคืนจนควบคุมเพลิงได้ในที่สุด เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สาเหตุไฟไหม้และการตอบสนองด่วน

แม้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าร้านบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจุดเริ่มต้น ไฟลุกลามเร็วเพราะโครงสร้างไม้เก่าแก่ การตอบสนองรวดเร็วช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิต โชคดีที่เหตุเกิดช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ผู้คนไม่หนาแน่นเท่าวันทำงาน

ผลกระทบจากไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน

สถานีรถไฟกลางกลาสโกว์ ซึ่งเป็นสถานีพลุกพล่านที่สุดในสกอตแลนด์ ถูกสั่งปิดทันที ส่งผลกระทบผู้โดยสารนับหมื่นในวันจันทร์ ชั้นบนหยุดให้บริการทั้งหมด ชั้นล่างรถไฟวิ่งผ่านไม่จอด เส้นทางหลักไปลอนดอน ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ได้รับผลกระทบหนัก

  • ปิดสถานีไม่มีกำหนด จนกว่าจะตรวจสอบโครงสร้าง
  • โรงแรม Voco Grand Central อพยพแขกทั้งหมด
  • ร้านค้าในอาคาร เช่น Sexy Coffee และ Willow ถูกไฟไหม้วอดทั้งหมด

จอห์น สวินนีย์ มุขมนตรีสกอตแลนด์ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวล เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่และปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่

ความสูญเสียทางมรดกวัฒนธรรม

อาคารยูเนียน คอร์เนอร์ สร้างปี 1851 เก่ากว่าสถานีที่เปิด 1879 ถือเป็นมรดกสถาปัตยกรรมสำคัญของกลาสโกว์ การพังถล่มบางส่วนคือความสูญเสียครั้งใหญ่ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานจะตรวจสอบเพิ่มเติมเช้าวันจันทร์

เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความเสี่ยงของอาคารเก่าในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะใกล้จุดคมนาคมสำคัญ การบำรุงรักษาและระบบป้องกันไฟไหม้ต้องได้รับความสำคัญยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน ยังกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น ร้านค้าหลายแห่งต้องหยุดชะงัก โรงแรมต้องย้ายผู้เข้าพัก ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลาสโกว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมวิกตอเรียน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์เช่นนี้ต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล แต่จะช่วยรักษาเอกลักษณ์เมืองไว้ได้ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปสกอตแลนด์ แนะนำตรวจสอบตารางรถไฟล่าสุดก่อนออกเดินทาง

ติดตามข่าวสารอัพเดทเหตุการณ์ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน

“อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ลดผลกระทบท่องเที่ยวไทย

“อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ลดผลกระทบท่องเที่ยวไทย เป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ตื่นตัวอย่างรวดเร็วในการรับมือกับวิกฤตนี้

“อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ลดผลกระทบท่องเที่ยวไทย

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานการประชุมสำคัญเพื่อติดตามสถานการณ์และวางแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมชั้น 9 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร C โดยมีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและเตรียมมาตรการรองรับอย่างเร่งด่วน

จากรายงานในที่ประชุม พบว่าช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 6.54 ล้านคน ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า แต่รายได้ท่องเที่ยวยังคงสะสมกว่า 3.2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางบางส่วนเริ่มชะลอตัว เนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิกหรือปรับเส้นทาง ทำให้เกิดปัญหาการเดินทางกลับประเทศของนักท่องเที่ยว

มาตรการเร่งด่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวนำมาใช้

เพื่อลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวไทย กระทรวงได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น สายการบิน การตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และผู้ประกอบการโรงแรม โดยมีแนวทางช่วยเหลือหลักๆ ดังนี้

  • ประสานงานกับสายการบิน: ติดตามเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบและช่วยหาเส้นทางสำรองให้ผู้โดยสาร
  • ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC): ให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกที่สนามบินหลักทั่วประเทศ
  • ประสาน ตม.: ช่วยเหลือกรณีนักท่องเที่ยวต้องอยู่ต่อเกินกำหนด โดยขยายเวลาอยู่ในประเทศ
  • ขอความร่วมมือโรงแรม: ปรับอัตราค่าที่พักให้เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ติดค้าง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและพร้อมดูแล

อรรถกร ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
การประชุมกระทรวงการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ
มาตรการช่วยเหลือท่องเที่ยวไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย การท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไทยมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และบริการที่เป็นมิตร

ผลกระทบระยะยาวและคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ

แม้ผลกระทบจะจำกัดอยู่ที่บางตลาด แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อม เช่น ส่งเสริมโปรโมชั่นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ อย่างเอเชียและอเมริกา รวมถึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสื่อสารข้อมูลล่าสุด นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารจากกระทรวงอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ปรับตัวได้ทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เขียน “อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ลดผลกระทบท่องเที่ยวไทย ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะช่วยรักษาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์ TAC หรือตรวจสอบเว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวได้ทันที เพื่อรับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ที่มา – “อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ลดผลกระทบท่องเที่ยวไทย

ประวัติ สส.เดือน มนพร เจริญศรี รองประธานสภาฯ

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย กำลังเป็นข่าวร้อนในวงการเมืองไทยช่วงนี้! หลังจากสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ร่วมกับเพื่อไทย พลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ ชื่อของ ดร.มนพร เจริญศรี หรือที่ชาวนครพนมเรียกติดปากว่า สส.เดือน ก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย

ข่าวนี้เริ่มสะพัดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 หลังแบ่งโควตาตำแหน่งชัดเจนแล้ว ดร.มนพร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุดสำหรับเก้าอี้ดังกล่าว ก่อนหน้านี้เธอเคยให้สัมภาษณ์วันที่ 4 มีนาคม 2569 หลังรับหนังสือรายงานตัวที่ กกต. ว่า “ตกใจที่ชื่อตัวเองถูกพูดถึง ทางพรรคยังไม่พูดอะไรเรื่องตำแหน่ง” แต่กระแสข่าวแรงมาก!

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

ดร.มนพร เจริญศรี อายุ 60 ปี เกิดและเติบโตที่นครพนม พื้นฐานการศึกษาจากโรงเรียนสุนทรวิจิตรและนครพนมวิทยาคม จากนั้นเรียนเลขานุการที่วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ปริญญาตรีและโท สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ทำให้เธอมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านการเมืองและการสื่อสาร

ประวัติ สส.เดือน มนพร เจริญศรี

ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย ยังรวมถึงประสบการณ์ยาวนานในวงการท้องถิ่น เธอเคยเป็นสมาชิกสภาอบต.นครพนม 2 สมัย รองนายก อบจ. 2 สมัย นายก อบจ. 1 สมัย ก่อนก้าวสู่ สส. 4 สมัยติด!

ผลงานเด่นในสภาและพรรค

  • โฆษกกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • โฆษกกรรมาธิการพุทธศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
  • เลขานุการกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค
  • รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย
  • เลขานุการวิปฝ่ายค้าน
  • ประธาน กพสจ.นครพนม

สส.เดือนเป็นที่รักของชาวบ้านเพราะอ่อนน้อม ซื่อสัตย์ ไม่เคยเปลี่ยนข้าง เน้นแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน สร้างงาน สร้างอาชีพ และช่วยเกษตรกรเรื่องราคาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เธอผลักดันประเด็นยาเสพติด ลดค่าครองชีพ และราคาพืชผลตกต่ำ

เส้นทางการเมือง สส.มนพร เจริญศรี

ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 เธอสู้กับคู่แข่งหนักอย่าง “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ จากภูมิใจไทยที่ยอมข้ามเขต แต่สส.เดือนรักษาแชมป์ได้ด้วยคะแนน 39,800 เสียง ชนะขาดลอยเกือบ 10,000 เสียง บวกคะแนนพรรคเพื่อไทยกว่า 50,000!

ปี 2566 ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เธอได้เป็น รมช.คมนาคม คนแรกที่เป็นหญิงจากนครพนม สร้างประวัติศาสตร์ ล่าสุดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ชนะขาดลอยอีกสมัย

ผลงาน สส.เดือน นครพนม

ด้วยประสบการณ์และความนิยมแบบนี้ การได้รองประธานสภาฯ คนที่ 2 จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นก้าวสำคัญของนักการเมืองหญิงจากอีสาน

ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! คุณคิดว่าสส.เดือนเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม?

ที่มา – ประวัติ สส.เดือน “มนพร เจริญศรี” สะพัดนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตาเพื่อไทย

ฟิล์มกันรอย PPF ฟิล์มกรองแสงไทยเติบโต รถหรู EV

ตลาดฟิล์มกันรอย PPF และ ฟิล์มกรองแสงในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์รถหรูและรถไฟฟ้า (EV) ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยมูลค่าตลาดหลายพันล้านบาท และแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ล่าสุด XPEL แบรนด์ฟิล์มกันรอยอันดับ 1 ของโลกจากสหรัฐฯ จับมือกับบริษัท ออโต้ โซไซตี้ จำกัด เพื่อบุกตลาดพรีเมียมในไทยอย่างเป็นทางการ

ฟิล์มกันรอย PPF และ ฟิล์มกรองแสงในไทยเติบโต โดยเฉพาะแบรนด์รถหรูและรถไฟฟ้า

นายธนบดี จินวัฒนาภรณ์ ประธานกรรมการบริหาร ออโต้ โซไซตี้ กล่าวว่า ผู้บริโภคไทยตื่นตัวเรื่องการปกป้องรถยนต์มากขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของรถหรูและรถ EV ที่ต้องการฟิล์มคุณภาพสูงเพื่อถนอมสภาพรถใหม่เอี่ยม ตลาดฟิล์มกรองแสงและ PPF จึงบูมสุดๆ การได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่าย XPEL อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 9 มีนาคม 2567 จะช่วยยกระดับตลาดไทยให้เทียบชั้นสากล

ฟิล์มกันรอย PPF XPEL สำหรับรถหรู

นายคริส เวสต์ รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ XPEL เน้นย้ำว่าพาร์ทเนอร์อย่าง Autosociety มีศักยภาพสูง ด้วยทีมงานที่หลงใหลในคุณภาพ XPEL ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Land Rover, Porsche, Tesla และในไทยก็มี Audi, Land Rover, Lamborghini ใช้แล้ว

ทำไมฟิล์มกันรอย PPF XPEL ถึงเหมาะกับรถหรูและรถไฟฟ้า

สำหรับคนรักซูเปอร์คาร์หรือไฮเปอร์คาร์ การติดฟิล์มกันรอย PPF คือขั้นตอนแรกก่อนลงถนน XPEL คือแบรนด์ที่คนทั่วโลกโหวตอันดับ 1 ช่วยปกป้องสีรถจากรอยขีดข่วน หินกระเด็น และสารเคมี โดยมีความหนา ทนทาน และใสแบบไม่มีเหลือง

รถหรูติดฟิล์ม XPEL PPF

นอกจากนี้ Autosociety ยังเปิดตัวฟิล์มกรองแสงเซรามิกตระกูล XPEL PRIME 3 รุ่นสุดพรีเมียม ที่ตอบโจทย์อากาศร้อนเมืองไทยได้อย่างลงตัว

ไลน์อัพฟิล์มกรองแสง XPEL PRIME สำหรับรถไทย

  • XPEL PRIME XR PLUS: ฟิล์มตัวท็อป บล็อกความร้อน IR 98% ด้วยเทคโนโลยี Multi-Layer Nanoparticle ทัศนวิสัยใสสุด เหมาะรถซูเปอร์คาร์และ EV หรู ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เพราะห้องโดยสารเย็น
  • XPEL PRIME XR BLACK: สายสปอร์ตต้องชอบ สีดำสนิทดูดุดัน ความเป็นส่วนตัวสูงจากภายนอก แต่ใสจากใน กันร้อนพรีเมียม รักษาความเย็นในรถ
  • XPEL PRIME AS: ฟิล์มพรีเมียมราคาจับต้องได้ TSER 65% กัน UV 99% (เทียบ SPF 500) เหมาะโชว์รูมรถใหม่ ช่วยยกระดับ CSI ลูกค้าและภาพลักษณ์แบรนด์
ฟิล์ม XPEL PRIME ติดตั้งรถ

การเติบโตของฟิล์มกันรอย PPF และ ฟิล์มกรองแสงในไทยเติบโต โดยเฉพาะแบรนด์รถหรูและรถไฟฟ้านี้ ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือการยกระดับมาตรฐานให้คนไทยเข้าถึงฟิล์มโลกชั้นนำได้ง่ายขึ้น ด้วย Autosociety ที่มุ่งสร้างจุดเปลี่ยนใหม่ในตลาด

หากคุณมีรถหรูหรือ EV และอยากปกป้องรถด้วยฟิล์มคุณภาพสูงสุด สนใจติดต่อ Autosociety เพื่อปรึกษาและติดตั้ง XPEL วันนี้ รับประกันความพึงพอใจและยืดอายุรถของคุณ!

ที่มา – ฟิล์มกันรอย PPF และ ฟิล์มกรองแสงในไทยเติบโต โดยเฉพาะแบรนด์รถหรูและรถไฟฟ้า

มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ริฮานนา

มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ “ริฮานนา” กลางเบเวอรีฮิลส์ แต่ไร้คนบาดเจ็บ เหตุการณ์สุดระทึกที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกตกใจ เมื่อคฤหาสน์หรูของซุปเปอร์สตาร์ริฮานนาในย่านหรูเบเวอรีฮิลส์ กลายเป็นเป้าหมายของมือปืนหญิงวัย 30 ปี ที่ใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมยิงถล่มกว่า 10 นัด โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของเธออย่างมาก

มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ “ริฮานนา” กลางเบเวอรีฮิลส์ แต่ไร้คนบาดเจ็บ

สำนักงานตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. วันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา พยานเห็นหญิงวัย 30 ปี ขับรถมาจอดตรงข้ามคฤหาสน์ ก่อนลั่นไกปืนไรเฟิลจู่โจมยิงเข้าไปในบ้านประมาณ 10 นัด โดยยิงต่อเนื่อง 7 นัดก่อนหลบหนี ร่องรอยกระสุนทะลุรั้วหน้าบ้านและผนังภายใน KTLA รายงานว่ากระสุนทะลุเข้าไปในบ้านจริง

ขณะเกิดเหตุ ริฮานนา กำลังพักผ่อนอยู่กับสามี A$AP Rocky และลูกๆ ในคฤหาสน์ โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย ตำรวจแกะรอยรถผู้ต้องหาได้ห่างจากที่เกิดเหตุ 12 กม. และจับกุมตัวได้ทันที ยังไม่เปิดเผยชื่อหรือแรงจูงใจ แต่ LAPD สืบสวนอย่างละเอียด

ประวัติครอบครัวริฮานนาและเหตุการณ์ล่าสุด

ริฮานนาเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่ 3 เมื่อก.ย. ปีที่แล้ว หลังประกาศตั้งครรภ์ใน Met Gala 2025 เธอมีลูกชาย 2 คนกับ A$AP Rocky คือ RZA และ Riot ก่อนหน้านี้ A$AP Rocky เคยถูกฟ้องยิงปืนแต่ศาลตัดสินไม่ผิด ริฮานนาไปร่วมฟังคดีพร้อมลูกๆ

  • ริฮานนา วัย 37 ปี เป็นนักร้องดังกว่า 20 ปี
  • เจ้าของ Fenty Beauty และชุดชั้นใน มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
  • คฤหาสน์เบเวอรีฮิลส์คือที่อยู่หลักกับครอบครัว

เหตุการณ์ มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ “ริฮานนา” กลางเบเวอรีฮิลส์ แต่ไร้คนบาดเจ็บ นี้ ทำให้หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนดัง โดยเฉพาะในย่านหรูที่ควรจะปลอดภัยที่สุด

บทเรียนจากเหตุกราดยิงคฤหาสน์ริฮานนา

นอกจากความโชคดีที่ไม่มีบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนปัญหาความมั่นคงของบุคคลสำคัญในฮอลลีวูด ตำรวจปิดกั้นพื้นที่เก็บหลักฐานปลอกกระสุน คาดว่าจะรู้แรงจูงใจเร็วๆ นี้ แฟนๆ ส่งกำลังใจให้ริฮานนาผ่านพ้นเหตุร้าย

ริฮานนาไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็นนักธุรกิจหญิงตัวแม่ Fenty Beauty ยังคงครองใจผู้บริโภคทั่วโลก ข่าวนี้ทำให้ยอดค้นหาเกี่ยวกับเธอพุ่งสูง สะท้อนอิทธิพลของเธอในวงการบันเทิง

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจว่าความดังมาพร้อมความเสี่ยง คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวบันเทิงต่างประเทศเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ “ริฮานนา” กลางเบเวอรีฮิลส์ แต่ไร้คนบาดเจ็บ

เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน รถติดยาวแม่สอด

วันนี้เรามาพูดถึงสถานการณ์ร้อนๆ ที่ชายแดนไทย-เมียนมา นั่นคือ เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน จนประชาชนแตกตื่น แห่ไปเติมน้ำมันแน่นปั๊ม และทะลักมาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้รถติดยาวเหยียดนับกิโลเมตร สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 จากปัญหาวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงระดับโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อพื้นที่ชายแดนอย่างเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

ภาพประชาชนคิวเติมน้ำมันที่เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน

เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน สาเหตุมาจากไหน

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆ แต่มาจากหลายปัจจัยรวมกัน ปฐมเหตุหลักคือวิกฤตน้ำมันโลกที่ราคาพุ่งสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การนำเข้าน้ำมันในเมียนมารับมือไม่ทัน ชาวเมียวดีซึ่งเป็นเมืองชายแดนสำคัญ ต้องเผชิญกับปั๊มน้ำมันที่หมดสต็อกหลายแห่ง บางปั๊มต้องหยุดบริการชั่วคราว ขณะที่ปั๊มที่เหลือยังมีน้ำมัน ชาวบ้านก็แห่กันไปต่อคิวยาวเหยียด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่แน่นขนัด เจ้าของปั๊มต้องใช้เครื่องขยายเสียงประกาศจำกัดปริมาณการเติมต่อคัน เพื่อให้ทุกคนได้บ้าง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจากฝั่งไทยที่เข้มงวด เช่น การ “3 ตัด” เพื่อตัดวงจรแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ทำให้การค้าชายแดนซบเซา ส่งผลให้ราคาน้ำมันในเมียวดีแพงหูฉี่อยู่แล้ว ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตครั้งนี้เข้าไปอีก ปั๊มในพื้นที่อำเภอแม่สอดบางแห่งยังประกาศงดขายให้ชาวเมียนมา เพื่อสงวนน้ำมันไว้ให้คนไทยก่อน สถานการณ์แบบนี้ทำให้ชาวเมียวดีเดือดร้อนหนักจริงๆ

ภาพคิวยาวที่ปั๊มน้ำมันเมียวดี
ภาพรถจักรยานยนต์แน่นปั๊มในเมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน

เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน ทะลักข้ามมาทีแม่สอด

ไม่ยอมแพ้ ชาวเมียนมาที่มีรถยนต์จำนวนมากจึงขับข้ามพรมแดนมาที่อำเภอแม่สอดเพื่อเติมน้ำมัน แต่ต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านเมียวดี ทำให้รถติดคอขวดยาวนับ 1 กิโลเมตร ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 สถานการณ์ตอนเวลา 09.00 น. หนักหน่วงมาก รถเรียงแถวยาวเหยียด สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งสองฝั่ง

ภาพรถติดยาวหน้าด่านเมียวดี-แม่สอด

ผลกระทบจาก เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน ไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่กระทบชีวิตประจำวัน ชาวบ้านต้องตื่นแต่เช้าเพื่อแย่งคิว เศรษฐกิจชายแดนชะงักงัน การค้าขายลดลง เราเห็นภาพรถจักรยานยนต์นับร้อยคันอัดแน่นปั๊ม เสียงเครื่องขยายเสียงดังลั่นเพื่อจัดระเบียบ

ผลกระทบที่ตามมาและแนวทางแก้ไข

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ในเมียวดีราคาแพงกว่าปกติมาก จากปัญหาขาดแคลนสะสม
  • รถติดหนึบ: ด่านชายแดนกลายเป็นจุดติดขัดใหญ่ ส่งผลต่อการเดินทาง
  • มาตรการจำกัด: ปั๊มไทยสงวนน้ำมัน ปั๊มเมียวดีจำกัดลิตรต่อคัน
  • ผลจากสงครามโลก: ตะวันออกกลางปั่นป่วน ราคาน้ำมันโลกผันผวน

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนที่เปราะบาง หากวิกฤตยืดเยื้อ อาจกระทบเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ ในมุมมองของผม เราควรติดตามการเจรจาระหว่างไทย-เมียนมาเพื่อหาทางออก เช่น เพิ่มการนำเข้าน้ำมันหรือแบ่งปันทรัพยากรชั่วคราว ชาวชายแดนอย่างเราๆ ต้องเตรียมใจและวางแผนการใช้พลังงานให้ดี

คุณคิดว่าสถานการณ์ เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน จะคลี่คลายเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวชายแดนอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – เมียวดีวิกฤตหนัก น้ำมันขาดแคลน ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมแน่นปั๊ม-ทะลักแม่สอด รถติดยาว

ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่

Mercedes-AMG กำลังสร้างความฮือฮาด้วย ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่ ที่เป็นรถคูเป้ 4 ประตูสมรรถนะสูงแบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ชื่อเต็มว่า Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe Electric คันนี้คาดว่าจะดุดันไม่แพ้รุ่นพี่ที่ใช้เครื่องสันดาป จากภาพต้นแบบ Concept AMG GT XX ที่เคยเปิดตัว ล่าสุดเราได้เห็นภายในที่หรูหราและล้ำสมัยเต็มไปด้วยหน้าจอถึง 3 จอเลยทีเดียว!

ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่

จุดเด่นแรกที่สะดุดตาคือแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.2 นิ้วสำหรับคนขับ จอมัลติมีเดียกลางขนาดใหญ่ 14 นิ้วที่เอียงเข้าหาคนขับเพื่อใช้งานง่ายสุดๆ และจอเสริมสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าอีก 14 นิ้ว ทำให้ทุกคนดื่มด่ำกับประสบการณ์สปอร์ตดิจิทัล แต่ AMG ไม่ได้เน้นหน้าจอเป็นหลักนะ เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือปุ่มหมุน 3 ปุ่มสำหรับปรับไดนามิกการขับขี่

ระบบควบคุมไดนามิกสุดล้ำ

ปุ่ม Response Control ปรับการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าต่อคันเร่ง Agility Control เปลี่ยนพฤติกรรมเข้าโค้ง และ Traction Control ปรับระบบลื่นไถลได้ 9 ระดับ เหมาะสำหรับคนรักความเร็วที่ต้องการควบคุมทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ

ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่ หน้าจอดิจิทัล

เบาะนั่งออกแบบพิเศษรองรับด้านข้างตอนเข้าโค้งดุเดือด พวงมาลัย AMG พร้อมปุ่มสั่งงาน เบาะหลังเข้ารูปสำหรับ 2-3 คน หลังคาพาโนรามาปรับความทึบได้ ภายในหรูหราด้วยการเย็บลายเพชร ไฟ ambient และวัสดุพรีเมียมแบบเลือกได้ตามใจ

สมรรถนะและเสียงเครื่อง V8 จำลอง

จากต้นแบบ กำลังทะลุ 1,340 แรงม้า จากมอเตอร์ 3 ตัว สถาปัตยกรรม 800V ชาร์จเร็ว วิ่งทะลุ 358 กม./ชม. แฟน AMG ไม่ต้องห่วง เพราะ Michael Schiebe หัวหน้า AMG ยืนยันว่าจะมีเสียง V8 จำลองและเสียงเกียร์ เพื่อรักษามรดกเครื่อง V8 ที่ช่างฝีมือสร้างทีละคัน

  • หน้าจอ MBUX ล่าสุด: คู่ 12.3 นิ้ว ปรับแต่งได้หลากสไตล์ AMG
  • AMG Race Engineer: ปุ่มหมุน 3 จุดควบคุม Response, Agility, Traction
  • เบาะ AMG Performance: รองรับ นวด ระบายอากาศ เลือก 4 หรือ 5 ที่นั่ง
  • หลังคา SKY CONTROL: ปรับโปร่งแสง กลายเป็นจอกราฟิกกลางคืน
  • Ambient Lighting: 64 สีทั่วห้องโดยสาร
  • Burmester 3D Sound: 1,170 วัตต์ 15 ลำโพง

ภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่ เบาะนั่ง

คอนโซลกลางมีชาร์จไร้สาย 2 ช่อง ที่วางแก้วควบคุมอุณหภูมิ ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่ แบบนี้ ทำให้เห็นชัดว่ารถไฟฟ้า AMG ไม่ใช่แค่สะอาด แต่ยังคง DNA สปอร์ตและหรูหราไว้ครบ

รถคันนี้คืออนาคตของ AMG ที่ผสานเทคโนโลยีไฟฟ้ากับสมรรถนะดุจปีศาจ ถ้าคุณเป็นแฟนเมอร์เซเดส อย่าพลาดติดตามการเปิดตัวจริงในปี 2025-2026 ลองจินตนาการขับคันนี้บนถนนไทยสิ สนุกแน่!

ที่มา – ส่องภายใน Mercedes-AMG GT 4-Door รุ่นใหม่