วัน: 9 มีนาคม 2026

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีพื้นที่พลเรือนในเลบานอน เป็นประเด็นร้อนที่โลกกำลังจับตามอง หลังจากองค์กรสิทธิมนุษยชนชื่อดัง Human Rights Watch (HRW) ออกแถลงการณ์เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ากองทัพอิสราเอลได้ใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวยิงจากปืนใหญ่ลงในเขตที่อยู่อาศัยของเมืองยูห์มอร์ (Yehmor) ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายสากล

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน

HRW ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพวิดีโอจำนวน 7 ภาพ พบว่ากระสุนฟอสฟอรัสขาวถูกยิงให้ระเบิดกลางอากาศเหนือย่านที่พักอาศัย นอกจากนี้ ยังมีภาพเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนเลบานอนกำลังดับไฟที่ลุกไหม้บ้านเรือนอย่างน้อย 2 หลัง และรถยนต์อีก 1 คันในบริเวณนั้น การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อพลเรือนและสิ่งแวดล้อม

อันตรายร้ายแรงจากฟอสฟอรัสขาวที่ “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหา

ฟอสฟอรัสขาวเป็นสารเคมีที่ติดไฟทันทีเมื่อสัมผัสอากาศ แม้จะถูกใช้ในทางทหารเพื่อสร้างม่านควันหรือสัญญาณไฟ แต่การนำมาใช้โจมตีจะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาเจนีวาและโปรโตคอลที่เกี่ยวข้อง HRW ชี้ว่าการใช้ในพื้นที่หนาแน่นอย่างนี้เสี่ยงต่อพลเรือนสูง

  • ก่อให้เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ดับยาก แม้ใช้น้ำก็ตาม
  • สร้างบาดแผลลวก度 3 ที่ลึกถึงกระดูกและเนื้อเยื่อ
  • สูดดมแล้วทำลายปอดและระบบทางเดินหายใจ
  • นำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิต
  • ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม สร้างมลพิษระยะยาว

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในปี 2567 แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ยังคงรุนแรง อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 394 ราย และพลัดถิ่นกว่า 500,000 คน ตามข้อมูลทางการเลบานอน

นายรามซี เคสส์ (Ramzi Kaiss) นักวิจัยประจำเลบานอนของ HRW กล่าวว่า “การที่กองทัพอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวเหนือพื้นที่อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และจะส่งผลกระทบเลวร้ายต่อพลเรือน” เขาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดใช้ทันที และให้ประเทศผู้ส่งออกอาวุธระงับการสนับสนุน

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เลบานอนยังกล่าวหาอิสราเอลฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต (glyphosate) ข้ามชายแดน ซึ่งประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน (Joseph Aoun) ประณามว่าเป็นอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ชายแดนยังตึงเครียดต่อเนื่อง

ประเด็นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ HRW วิจารณ์อิสราเอลเรื่องการใช้อาวุธที่อาจผิดกฎหมาย ในอดีตเคยมีรายงานคล้ายกันในกาซาและพื้นที่อื่นๆ ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงในเวทีสหประชาชาติ การใช้ฟอสฟอรัสขาวในสงครามสมัยใหม่ถูกห้ามในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใกล้พลเรือน เพื่อปกป้องสิทธิพื้นฐาน

จากข้อมูลล่าสุด ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการของเฮซบอลลาห์สนับสนุนฮามาสตั้งแต่ตุลาคม 2566 ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียหนัก อิสราเอลอ้างว่าจำเป็นต้องป้องกันตัว แต่ HRW ยืนยันว่าต้องเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ข้อคิดเห็น: การละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ยอมรับไม่ได้ โลกควรเร่งหาทางอ่อนนุ่มเพื่อยุติวงจรความรุนแรงและปกป้องผู้บริสุทธิ์ คุณคิดอย่างไรกับประเด็น “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีพื้นที่พลเรือนในเลบานอน

“พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” เครียดจัด รอสอบทองหาย

คดีสะเทือนขวัญที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้คือ “พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” เครียดจัด ยังไม่คุมไปฝากขัง รอสอบหาทอง-โทรศัพท์ ยังหาย ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องราวเริ่มจากนายภาณุวัฒน์ รินทราวุธ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปอนด์” อายุ 31 ปี ชาวขอนแก่น ซึ่งเป็นพี่เขยของน้องแพรว สาวเสิร์ฟวัย 22 ปี พวกเขาพักอยู่บ้านเช่าเดียวกัน ก่อนที่เหตุการณ์น่าเศร้าจะเกิดขึ้นเมื่อพี่เขยลงมือรัดคอสังหารน้องแพรวเสียชีวิต

“พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” เครียดจัด ยังไม่คุมไปฝากขัง รอสอบหาทอง-โทรศัพท์ ยังหาย

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ตำรวจ สภ.หางดง ภายใต้การนำของ พ.ต.อ. จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผกก.สภ.หางดง ยังไม่นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง เนื่องจากต้องรอสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไป เช่น โทรศัพท์มือถือ iPhone 14 และ iPhone 17 Pro Max รวมถึงสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ซึ่งญาติยืนยันว่าหายไป ตำรวจจึงกำลังตรวจสอบและสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อหาทางนำของเหล่านี้คืนให้ครอบครัว

ผู้ต้องหาขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง มีอาการเครียดหนักและเป็นห่วงครอบครัวของตัวเอง หลังก่อเหตุยังไม่มีญาติมาดูแลหรือเยี่ยมแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาพยายามให้การเป็นพยาน โดยอ้างว่าเห็นไรเดอร์มาส่งของ แต่หลักฐานเด็ดจากไรเดอร์ที่ยืนยันว่าพบปอนด์วิ่งออกมาจ่ายเงินแทน ทำให้ผู้ต้องหาต้องจำนนต่อหลักฐาน

คืบหน้าคดี “พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” และสถานการณ์ครอบครัว

ส่วนครอบครัวของน้องแพรวซึ่งมาจากหมู่บ้านเล่าวู อำเภอเวียงแหง ได้เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อเตรียมงานศพแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติเพื่อนบ้านต่างมาให้กำลังใจพ่อแม่ของน้องแพรว การรับศพกำหนดไว้ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 จากโรงพยาบาล ก่อนนำไปฌาปนกิจที่วัดศรีมูลเมือง อ.สันทราย แล้วนำอัฐิกลับไปประกอบพิธีตามประเพณีชนเผ่าลีซูที่บ้านเกิด

  • ทรัพย์สินหายไป: iPhone 14, iPhone 17 Pro Max, สร้อยทอง 2 บาท
  • ผู้ต้องหาเครียด: เป็นห่วงครอบครัว ไม่มีคนเยี่ยม
  • ตำรวจรอสอบ: เพื่อนำของคืนญาติ
  • ศพน้องแพรว: รับ 11 มี.ค. ฌาปนกิจวัดศรีมูลเมือง

คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้สังคมอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องครอบครัวที่ใกล้ชิดกันเอง การฆ่ารัดคอแบบโหดร้ายทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวหรือปัจจัยอื่นๆ ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพื่อความกระจ่าง

ในมุมมองของผู้เขียน คดี “พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” เครียดจัด ยังไม่คุมไปฝากขัง รอสอบหาทอง-โทรศัพท์ ยังหาย นี้อาจสะท้อนปัญหาความเครียดในครอบครัวและสังคมไทยที่ควรได้รับความสนใจมากขึ้น การที่ตำรวจให้ความสำคัญกับทรัพย์สินหายไปแสดงถึงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ติดตามอัพเดทคดีได้ที่นี่ และแชร์เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “พี่เขย” ฆ่า “น้องแพรว” เครียดจัด ยังไม่คุมไปฝากขัง รอสอบหาทอง-โทรศัพท์ ยังหาย

ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. รูปพรรณขาย 77,900 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทองคำทุกท่าน! วันนี้เรามาอัพเดท ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. กันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ วันที่ 9 มีนาคม 2569 เปิดตลาดครั้งแรก ราคาทองปรับตัวลดลงแรง 850 บาท จากประกาศของสมาคมค้าทองคำ ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 77,900 บาทต่อบาททองคำ และทองคำแท่งขายออก 77,100 บาท เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาโอกาสซื้อทองหรือขายทอง ต้องเช็คให้ดีเลยครับ เพราะราคาเปลี่ยนแปลงไวมาก!

ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. ล่าสุด ครั้งที่ 1 เวลา 09.03 น.

ตามรายงานจากสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 09.03 น. ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. มีดังนี้ ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 76,900 บาท ขายออกบาทละ 77,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 75,360.36 บาท ขายออกบาทละ 77,900 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จและภาษีนะครับ ต้องสอบถามร้านทองใกล้บ้านเพิ่มเติมด้วย

อัพเดทราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. แบบละเอียด

ทำไมราคาถึงลดลง? มาจากปัจจัยภายนอกอย่างค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และข่าวเศรษฐกิจโลกที่กดดันตลาดทองคำ แต่สำหรับนักลงทุนไทย ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ควรมีติดพอร์ตไว้ครับ

ราคาทองวันนี้ 1 บาท

ราคาทอง 1 บาท คำนวณจากน้ำหนักทองคำแท่ง 15.244 กรัม และทองรูปพรรณ 15.16 กรัม ดังนี้

  • ทองคำแท่งรับซื้อ 76,900 บาท
  • ทองคำแท่งขายออก 77,100 บาท
  • ทองรูปพรรณรับซื้อ 75,360.36 บาท
  • ทองรูปพรรณขายออก 77,900 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

สำหรับทองขนาดเล็ก ราคาทอง 2 สลึง น้ำหนักทองแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม

  • ทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 38,450 บาท
  • ทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 38,550 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 37,680.18 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 38,950 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง

ราคาทอง 1 สลึง น้ำหนักทองแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 19,225 บาท
  • ทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 19,275 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 18,840.09 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 19,475 บาท

ราคาทองวันนี้ครึ่งสลึง

ราคาทองครึ่งสลึง น้ำหนักทองแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม เหมาะสำหรับมือใหม่

  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 9,612.50 บาท
  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 9,637.50 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 9,420.05 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 9,737.50 บาท

ต่อมา เวลา 10.35 น. ราคา ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. อัพเดทปรับขึ้นแล้ว 9 ครั้ง ทองแท่งรับซื้อ 77,200 บาท ขาย 77,400 บาท รูปพรรณรับซื้อ 75,663.56 บาท ขาย 78,200 บาท ราคาเคลื่อนไหวตลอดวัน ต้องติดตามใกล้ชิด

เคล็ดลับการลงทุนทองคำ: ถ้าราคาลดแบบนี้เป็นโอกาสซื้อสะสม โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่สวยงามและเก็บไว้ยาวได้ แนะนำแบ่งซื้อทีละน้อย อย่าลงหมดตัว และเช็คราคาจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างสมาคมค้าทองคำ

ติดตาม ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. และอัพเดทประจำวันได้ที่บล็อกเรา สมัครรับแจ้งเตือนฟรีเพื่อไม่พลาดทุกการเปลี่ยนแปลง! ในมุมมองผม ราคาที่ลดลงวันนี้คือสัญญาณดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว ทองคำยังคงเปล่งประกายเสมอครับ

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. เปิดตลาด รูปพรรณขายออก 77,900 บาท เช็กราคาล่าสุด

กองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย ดับ 4 ศพ

กองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก เมื่อกองขยะขนาดยักษ์ที่ศูนย์กำจัดขยะบันตาร์เกบัง นอกกรุงจาการ์ตา พังถล่มลงมาทับรถบรรทุกและร้านอาหาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และสูญหายอีก 5 ราย เหตุการณ์นี้เกิดจากฝนตกหนักทำโครงสร้างกองขยะไม่มั่นคง ถือเป็นอุบัติเหตุที่เตือนใจเรื่องการจัดการขยะที่ล้มเหลว

กองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย: รายละเอียดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม เวลาประมาณ 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองขยะที่บ่อบันตาร์เกบังซึ่งห่างจากกรุงจาการ์ตาแค่ 25 กิโลเมตร ได้ถล่มลงมาอย่างรุนแรง ทับรถบรรทุกขยะและร้านขายอาหารใกล้เคียง ผู้คนที่กำลังทำงานและค้าขายต้องเผชิญกับฝันร้ายครั้งใหญ่ หน่วยกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซียรีบเข้าช่วยเหลือทันที แต่สถานการณ์ยังน่ากลัวเพราะกองขยะยังไม่เสถียร

ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากกองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย

  • นายเดดี สุตรีสโน พนักงานขับรถบรรทุกขยะ
  • นางสาวเอนดา วิดายันตี อายุ 25 ปี เจ้าของร้านอาหาร
  • นางซูมิเน อายุ 60 ปี เจ้าของร้านอาหารอีกแห่ง
  • ผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ยังไม่ระบุชื่อ

ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 5 ราย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาด้วยรถขุดไฮดรอลิก สุนัขดมกลิ่น และเครื่องจักรหนัก นายคุสุโม เจ้าหน้าที่กู้ภัยบอกว่า “เราต้องระมัดระวังมาก เพราะเสี่ยงถล่มซ้ำจากฝนที่ตกหนักสะสม”

สาเหตุหลักของกองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย

ฝนตกหนักเป็นตัวกระตุ้นหลัก แต่ปัญหาจริงๆ อยู่ที่การจัดการขยะที่แย่ บ่อขยะบันตาร์เกบังเป็นบ่อเปิดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก พื้นที่ 687 ไร่ สะสมขยะกว่า 55 ล้านตัน วันละ 14,000 ตันจากประชากร 42 ล้านคนรอบจาการ์ตา นายฮานิฟ ไฟซอล นูโรฟิก รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม จวกหนักว่า “กรุงจาการ์ตาต้องรับผิดชอบ เพราะปล่อยขยะเกินลิมิต แม้กฎหมายห้ามบ่อเปิดตั้งแต่ปี 2008” เขาเรียกว่านี่คือ “บทเรียนราคาแพง” ที่ต้องรีบแก้ไขระบบจัดการขยะ

การกู้ภัยและความท้าทาย

ทีมกู้ภัยทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาพอากาศ หากฝนหยุดก็จะเร่งค้นหาเต็มที่ แต่ความเสี่ยงสูงมาก ต้องใช้เทคโนโลยีและสัตว์ช่วยเหลือเพื่อความแม่นยำ

ประวัติศาสตร์และแผนแก้ไขในอนาคต

ไม่ใช่ครั้งแรก ปี 2005 ที่จังหวัดชวาตะวันตก กองขยะถล่มจากก๊าซมีเทนระเบิด ดับ 143 ราย ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เตือนว่าบ่อขยะทั่วประเทศจะเต็มปี 2028 รัฐบาลวางแผน投 3.5 พันล้านดอลลาร์ สร้างโรงไฟฟ้าขยะ 34 แห่งใน 2 ปี เพื่อเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ลดปัญหาบ่อเปิด

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ เหตุการณ์กองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซียนี้เป็นเครื่องเตือนใจใหญ่หลวง ถ้าเราไม่จัดการขยะให้ดี ปัญหาจะตามมาทุกที่ ในไทยเราก็มีปัญหาคล้ายๆ กันนะ มาช่วยกันลดขยะ แยกขยะ ใช้ถุงผ้า และสนับสนุนรีไซเคิลตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ คุณล่ะพร้อมช่วยโลกยังไง? แชร์ไอเดียในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

ที่มา – กองขยะมหึมาถล่มทับคนในอินโดนีเซีย ฝังรถบรรทุก-ร้านค้า ดับแล้ว 4 ศพ

เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 เช็กวันโอน 600 บาท

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 กันเถอะนะคะ เป็นข่าวดีสำหรับครอบครัวที่มีเจ้าตัวเล็กเลยล่ะ เพราะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กำลังจะโอนเงินช่วยเหลือ 600 บาทเข้าบัญชีผู้มีสิทธิในวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 นี่เอง ถ้าคุณกำลังรอเงินก้อนนี้อยู่ อย่าลืมเช็กให้ดีนะคะ จะได้ไม่พลาด!

เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 โอนวันไหน เช็กยังไง?

สำหรับ เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 นั้น พม. จะโอนเงินจำนวน 600 บาทต่อเดือนต่อเด็กแรกเกิดอายุไม่เกิน 6 ปี ที่มีสิทธิรับตามโครงการนี้ค่ะ โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้โดยตรง สะดวกมากๆ ไม่ต้องไปรับเอง วันโอนคือ 10 มี.ค. 2569 วันอังคารนี่แหละ ถ้าบัญชีพร้อม ก็รอรับเลย!

แต่ถ้าอยากเช็กสถานะล่ะ? ง่ายมาก มีช่องทางหลายทางให้เลือก:

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน: csgcheck.dcy.go.th
  • แอป “เงินเด็ก” – ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android
  • แอป “ทางรัฐ” – เช็กได้ทุกสิทธิประโยชน์รัฐในที่เดียว

วิธีเช็กเงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 步ต่อ步

1. เปิดเว็บหรือแอปที่บอกไป
2. กรอกเลขบัตรประชาชนผู้ปกครองหรือเด็ก
3. กดเช็กสถานะ – เท่านี้ก็รู้แล้วว่ามีสิทธิไหม โอนเมื่อไหร่
ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีเลยค่ะ สะดวกสุดๆ!

โครงการนี้ช่วยลดภาระค่ากับข้าวของเลี้ยงลูกเล็กได้เยอะนะคะ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ เงิน 600 บาทต่อเดือน ต่อลูก 1 คน ถ้ามีลูกหลายคนก็คูณไปเลย ช่วยซื้อนม ผ้าอ้อม หรือค่าอาหารเสริมได้สบายๆ

ยังไม่มีสิทธิ? ลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตร ได้เลย!

ถ้าคุณยังไม่ได้ลงทะเบียน แต่ลูกมีสัญชาติไทย พ่อแม่หรือผู้ปกครองสามารถยื่นได้ที่:

  • กรุงเทพฯ: สำนักงานเขตทุกเขต
  • เมืองพัทยา: ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ต่างจังหวัด: อบต. หรือเทศบาลใกล้บ้าน (ที่อยู่จริง ไม่ต้องตรงบัตรประชาชน)

หรือสมัครง่ายๆ ผ่านแอป “เงินเด็ก” แต่ต้องยืนยันตัวตนด้วยแอป ThaiD ก่อนนะคะ เมื่ออนุมัติแล้ว รับเงินย้อนหลังตั้งแต่เดือนที่ยื่นเลย! ไม่ยุ่งยาก ทำออนไลน์ได้ส่วนใหญ่

คุณสมบัติหลัก: เด็กอายุ 0-6 ปี สัญชาติไทย ผู้ปกครองต้องไม่ซ้ำสิทธิอื่นๆ เช่น เบี้ยยังชีพเด็ก ฯลฯ เช็กเงื่อนไขเพิ่มได้ที่เว็บกรมกิจการเด็กและเยาวชนค่ะ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยมีโอกาสพัฒนาดีตั้งแต่แรกเกิด ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยนะคะ ถ้าทุกครอบครัวได้รับการสนับสนุนแบบนี้ อนาคตชาติเราก็สดใสแน่นอน

มีคำถามเพิ่ม? โทรสอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ 0 2651 6902, 0 2651 6534 หรือสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชม. ค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอให้คุณพ่อคุณแม่รีบเช็กสิทธิ เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 วันนี้เลยนะคะ เงินเข้าบัญชีปุ๊บ เอาไปช้อปของให้ลูกได้ปั๊บ! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนๆ ที่มีลูกเล็กด้วยนะ ช่วยกันอัพเดทข้อมูลดีๆ 💕

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนมีนาคม 2569 เช็กวัน พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิ

กรมวิทย์ฯ เปิดตัว ST&I Single Search คลิกเดียวเชื่อมคลังความรู้

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวนักวิทยาศาสตร์และคนรักนวัตกรรมทุกคน! วันนี้มีข่าวดีสุดยอดจาก กรมวิทยาศาสตร์บริการ เลยนะครับ เขาเพิ่งเปิดตัวระบบเจ๋งๆ ชื่อ ST&I Single Search ที่จะทำให้การค้นหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทั้งประเทศกลายเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย เพียงแค่คลิกเดียว! ลองนึกภาพดูสิครับ จากเดิมที่ต้องลุยค้นข้อมูลกระจัดกระจายจากหลายฐานข้อมูล ตอนนี้รวมศูนย์หมดแล้ว เชื่อมโยงข้อมูลจากกว่า 40 หน่วยงานและมหาวิทยาลัยทั่วไทย ภายใต้เครือข่ายศูนย์ประสานงานสารนิเทศสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ศปว.) สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ?

ST&I Single Search คืออะไร ทำไมถึงต้องมี?

ST&I Single Search คือแพลตฟอร์มสืบค้นข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่กรมวิทยาศาสตร์บริการพัฒนาขึ้น เพื่อสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้” (Knowledge Infrastructure) ของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังมาแรง ระบบนี้จะเชื่อมฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เราค้นหางานวิจัย องค์ความรู้ได้ในคลิกเดียว แถมยังต่อยอดด้วย AI ช่วยวิเคราะห์ สรุปข้อมูลสำคัญให้เราอย่างรวดเร็ว แม่นยำ ไม่ต้องเสียเวลาไล่หาเองอีกต่อไป

ST&I Single Search คลิกเดียวเชื่อมคลังความรู้วิทยาศาสตร์

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ การมีเครื่องมือแบบนี้ช่วยยกระดับการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาประเทศได้มากโขเลยครับ โดยเฉพาะนักวิจัย นักศึกษา ผู้ประกอบการ ที่จะเข้าถึงข้อมูลคุณภาพสูงได้ทันที

ประโยชน์เด่นๆ ของ ST&I Single Search

  • ค้นข้อมูลจากหลายฐานข้อมูลได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องสลับแอปหรือเว็บ
  • รองรับ AI ช่วยสรุปและเชื่อมโยงความรู้อัตโนมัติ
  • ลดเวลาในการค้นหา เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูล
  • สนับสนุน Open Science ให้ความรู้เปิดกว้างสำหรับทุกคน
  • เชื่อมโยงกว่า 40 หน่วยงาน สถาบันอุดมศึกษา ครอบคลุมทั่วประเทศ

พิธีเปิดตัวและสัมมนาเจ๋งๆ เมื่อ 4 มี.ค. 2567

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 กรมวิทยาศาสตร์บริการจัดสัมมนาเชิงวิชาการ “ศปว. New ERA: One Click to Science Knowledge – พลิกโฉมห้องสมุดวิทยาศาสตร์ด้วย AI & Open Science” ณ ห้องภูมิบดินทร์ ได้รับเกียรติจาก ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี เป็นประธานเปิด โดยท่านเน้นย้ำว่าการเข้าถึงข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือคือกุญแจสู่การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้

ดร.พจมาน ท่าจีน ประธานเปิดงาน ST&I Single Search

ดร.ภูวดี ตู้จินดา ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลวิทยาศาสตร์บริการ และประธานคณะทำงานศปว. เล่าว่า ปัจจุบันความรู้วิทยาศาสตร์ไทยมีเยอะมากแต่กระจัดกระจาย ST&I Single Search จึงมาแก้ปัญหานี้ โดยเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกัน และในอนาคต AI จะช่วยวิเคราะห์ให้ฉลาดยิ่งขึ้น

ดร.ภูวดี ตู้จินดา อธิบาย ST&I Single Search

หน่วยงานนำร่องที่ร่วมทดลอง ST&I Single Search

เริ่มต้นด้วย 4 หน่วยงานหลักก่อน:

  • กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  • กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • กรมทรัพยากรธรณี
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

จะทดลองเชื่อมฐานข้อมูลด้านวิทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และพัฒนามาตรฐานแลกเปลี่ยนข้อมูล ก่อนขยายไปยังหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยอื่นๆ

ผู้เข้าร่วมสัมมนา ST&I Single Search

งานนี้มีคนมาร่วมกว่า 250 คน ทั้ง onsite และ online จากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนไอเดีย Best Practice ภายใต้แนวคิด Open Science สุดคึกคัก!

สรุปแล้ว ST&I Single Search ถือเป็นก้าวใหญ่ในการสร้าง National ST&I Knowledge Infrastructure ของไทย ช่วยเชื่อมองค์ความรู้ให้เข้าถึงง่าย ลดช่องว่างข้อมูล สนับสนุนภาคศึกษา อุตสาหกรรม และนโยบายรัฐ อนาคตเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมเราจะไปได้ไกลแน่นอน

เพื่อนๆ ที่สนใจ ลองติดตามและใช้งานระบบนี้ดูนะครับ มันจะเปลี่ยนวิธีที่เราค้นหาความรู้วิทยาศาสตร์ไปเลย! ถือเป็นนวัตกรรมไทยที่เราภูมิใจได้จริงๆ

ที่มา – กรมวิทย์ฯ เปิดตัว ST&I Single Search คลิกเดียว เชื่อมคลังความรู้วิทยาศาสตร์ทั้งประเทศ

คิม จองอึน ยกย่องสตรีเกาหลีเหนือ “กายอ่อนแอแต่ใจแกร่ง”

คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างความฮือฮาในโอกาสวันสตรีสากล โดยยกย่องสตรีเกาหลีเหนือว่าเป็น “กายอ่อนแอแต่ใจแกร่ง” และเป็นเสาหลักของการปฏิวัติ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะการปรากฏตัวของบุตรสาว “คิมจูแอ” ที่นั่งเคียงข้างบิดา

คิม จองอึน ยกย่องสตรีเกาหลีเหนือ “กายอ่อนแอแต่ใจแกร่ง” เนื่องในวันสตรีสากล

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า คิม จองอึน ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานเฉลิมฉลองวันสตรีสากลที่กรุงเปียงยาง โดยชื่นชมหญิงสาวชาวเกาหลีเหนือว่าเป็นกำลังสำคัญของชาติ แม้ร่างกายจะดูอ่อนแอ แต่จิตใจกลับแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เขาเน้นย้ำว่า “ใบหน้าที่เรียบง่ายแฝงความกล้าหาญ ริ้วรอยบนใบหน้าก็คือเครื่องหมายแห่งความพยายาม”

สุนทรพจน์นี้ไม่เพียงยกย่องบทบาทของสตรีในสังคมเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังสะท้อนนโยบายของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือที่มองผู้หญิงเป็น “เสาหลักแห่งการปฏิวัติ” ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบอบปกครอง

คิม จูแอ บุตรสาวผู้ถูกจับตามอง

ในงานดังกล่าว คิม จองอึน ปรากฏตัวพร้อมภรรยา รี โซลจู และบุตรสาวคิม จูแอ ภาพถ่ายจาก KCNA แสดงให้เห็นจูแอกุมมือบิดาอย่างสนิทสนม นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าจูแอกำลังถูกวางตัวให้เป็นทายาทผู้สืบต่ออำนาจ

ล่าสุด จูแาเพิ่งปรากฏในภาพเยี่ยมสนามยิงปืน โดยถือปืนไรเฟิลด้วยท่าทางมั่นใจ สะท้อนการปลูกฝังอุดมการณ์ “เพ็กตู” (เลือดการปกครอง) ของตระกูลคิม

บริบทวันสตรีสากลในเกาหลีเหนือ

วันสตรีสากล 8 มีนาคม เป็นโอกาสที่ผู้นำทั่วโลกแสดงจุดยืนต่อสิทธิสตรี ในเกาหลีเหนือ งานนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่ มีเจ้าหน้าที่พรรคและทูตานุทูตเข้าร่วม สุนทรพจน์ของคิม จองอึน ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้เข้าร่วมนับพัน

  • บทบาทสตรี: ทำงานหนักในโรงงาน ฟาร์ม และหน่วยทหาร
  • นโยบายรัฐ: ส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจและการเมือง
  • สัญญาณทายาท: การนำจูแอมาโชว์บ่งบอกอนาคตผู้นำหญิง

แม้เกาหลีเหนือจะเผชิญ санкцииจากนานาชาติ แต่การยกย่องสตรีครั้งนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ภายในประเทศ และแสดงถึงการปรับตัวของระบอบ

นักวิเคราะห์จากเกาหลีใต้และสหรัฐ ชี้ว่าการปรากฏตัวของคิม จูแอ บ่อยครั้งขึ้น เป็นกลยุทธ์ปูทางสืบทอดอำนาจในยุคที่คิม จองอึน อายุ 40 ปี และสุขภาพถูกตั้งคำถาม

นอกจากนี้ สุนทรพจน์ยังเชื่อมโยงกับประเพณีของท่านผู้นำเก่า คิม อิลซุง และคิม จองอิล ที่เคยยกย่องสตรีเช่นกัน ทำให้ดูเป็น continuity ของอุดมการณ์

ในมุมมองกว้างขึ้น คิม จองอึน ยกย่องสตรีเกาหลีเหนือ “กายอ่อนแอแต่ใจแกร่ง” เนื่องในวันสตรีสากล ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ทรงพลัง ช่วยรวมใจประชาชนท่ามกลางความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? สตรีเกาหลีเหนือจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคตของชาติ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “คิม จองอึน” ยกย่องสตรีเกาหลีเหนือ “กายอ่อนแอแต่ใจแกร่ง” เนื่องในวันสตรีสากล

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น หลังจากคลังน้ำมันในกรุงเตหะรานถูกโจมตี ทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามและควันพิษสีดำปกคลุมทั่วเมือง

อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

การโจมตีดังกล่าวซึ่งเชื่อว่ามาจากอิสราเอล ไม่เพียงทำให้อิหร่านขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง ควันดำที่ลอยคละคลุ้งมาจากการเผาไหม้สารเคมีในคลังน้ำมัน ประกอบด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซึ่งเป็นสารพิษที่อันตราย เมื่อผสมกับไอน้ำในอากาศและฝนตก จะกลายเป็นฝนกรดที่มีความเป็นกรดสูง สามารถกัดกร่อนผิวหนัง สร้างความระคายเคืองต่อดวงตา และร้ายแรงยิ่งขึ้นหากสูดดมเข้าไปเพราะอาจทำลายระบบทางเดินหายใจและปอดได้

ผลกระทบจากอิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม

ทางการอิหร่านออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน ให้อยู่แต่ในร่มและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่าปัจจุบันไม่มีกระแสลมพัด ทำให้ควันพิษค้างนิ่งในอากาศนานยิ่งขึ้น คาดว่าฝนกรดจะเริ่มตกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องปิดบริการ สร้างความเดือดร้อนให้กับชีวิตประจำวันของชาวเมือง

  • ควันพิษทำให้ทัศนวิสัยลดลง มองเห็นได้ไกลไม่เกิน 100 เมตร
  • ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน WHO กว่า 10 เท่า
  • ประชาชนจำนวนมากมีอาการไอ จาม และหายใจติดขัด
  • โรงพยาบาลในเตหะรานรับผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น 300%

ประชาชนในกรุงเตหะรานเล่าว่า พวกเขาต้องมองเห็นควันดำหนาทึบจากหน้าต่างบ้าน และหลายครอบครัวเริ่มสวมหน้ากากอนามัยที่เหลืออยู่ แม้สหรัฐและอิสราเอลจะอ้างว่าโจมตีเฉพาะเป้าหมายทหาร แต่สถานที่เหล่านั้นตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ทำให้พลเรือนได้รับผลกระทบเต็มๆ

ฝนกรดคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ฝนกรดเกิดจากการที่ก๊าซพิษจากอุตสาหกรรมหรือการเผาไหม้ผสมกับน้ำฝน ทำให้ pH ต่ำกว่า 5.6 ในกรณีของอิหร่านครั้งนี้ คาดว่าความเป็นกรดจะรุนแรงเพราะปริมาณก๊าซสูง นอกจากผลต่อมนุษย์แล้ว ยังทำลายพืชผล อาคาร และแหล่งน้ำ ทำให้ระบบนิเวศเสียหายยาวนาน นักสิ่งแวดล้อมเตือนว่านี่เป็นตัวอย่างของ ‘สงครามสกปรก’ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การขาดแคลนน้ำมันยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง รถยนต์หลายคันจอดสนิท ส่งผลต่อการขนส่งอาหารและยา สถานการณ์อาจยืดเยื้อหากไม่มีการบรรเทา

จากเหตุการณ์อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมันนี้ ชี้ให้เห็นว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ใช่แค่การยิงขีปนาวุธ แต่รวมถึงภัยพิบัติรองที่รุนแรงยิ่งกว่า สุดท้ายแล้ว ผู้เสียหายหลักคือประชาชนผู้บริสุทธิ์

คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน

สิ่งที่ต้องรู้ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองโลก หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณของการตอกย้ำอำนาจกลุ่มสายแข็ง ทำให้โอกาสในการเจรจากับชาติตะวันตกยิ่งเลือนลางไปอีก วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักประวัติศาสตร์ อิทธิพล และบทบาทของเขาแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจบริบทการเมืองอิหร่านที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

โมจตาบา คาเมเนอี ไม่ใช่ชื่อใหม่ในวงการอิหร่าน เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีอำนาจสูงสุด และค่อยๆ สร้างเครือข่ายเบื้องหลังมาอย่างยาวนาน การขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวางแผนที่รอบคอบของกลุ่มอนุรักษนิยม

1. เป็นลูกชายคนที่สองของอาลี คาเมเนอี

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดในปี 1969 เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี ผู้ปกครองอิหร่านมานานเกือบ 40 ปีก่อนเสียชีวิตจากโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล การสืบทอดอำนาจแบบพ่อสู่ลูกครั้งนี้ ทำให้หลายคนเปรียบเทียบกับระบบราชวงศ์ ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ปฏิวัติอิสลามปี 1979 ที่เคยต่อต้านการสืบราชสันตติวงศ์ ชาวอิหร่านจำนวนไม่น้อยกังวลว่าระบอบจะยิ่งปิดกั้นมากขึ้น

2. ได้รับเลือกจากสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts)

ตำแหน่งผู้นำสูงสุดไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั่วไป แต่คัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คน ซึ่งเป็นนักบวชชั้นนำ การโหวตเลือกโมจตาบาเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามและแรงกดดันจากนานาชาติ นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่านี่คือการรักษาความต่อเนื่องของนโยบายเดิม โดยเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในตะวันออกกลาง

3. บุคคลลึกลับแต่มีอิทธิพลสูงใน IRGC

แม้ไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐบาลหลัก แต่โมจตาบามีความสัมพันธ์แนบแน่นกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นทั้งกองทัพ เศรษฐกิจ และเครื่องมือทางการเมืองชั้นนำของอิหร่าน เครือข่าย IRGC ช่วยให้เขาควบคุมอิทธิพลเบื้องหลังมานาน โดยได้รับการศึกษาศาสนาขั้นสูงเหมือนพี่น้อง

4. ถูกสหรัฐคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2019

กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวหาโมจตาบาว่ามีส่วนสนับสนุนนโยบายของบิดา รวมถึงเป้าหมายทางการเมืองภายใน ประธานาธิบดีทรัมป์เคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อการขึ้นสู่อำนาจของเขา สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-สหรัฐที่ยังคงรุนแรง

5. เบื้องหลังการเมืองสายแข็ง

โมจตาบาถูกเชื่อมโยงกับชัยชนะของมาห์มูด อาห์มาดิเนจาดในการเลือกตั้ง 2005 ผ่านการสนับสนุนจาก IRGC และมีส่วนในปราบปรามการประท้วงปี 2009 ที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง นี่แสดงให้เห็นบทบาทของเขาในฐานะนักวางแผนสายแข็ง

  • สนับสนุนผู้สมัครอนุรักษนิยม
  • ควบคุมสื่อและการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
  • ผลักดันนโยบายต่อต้านตะวันตก

6. อนาคตอิหร่านภายใต้โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญจาก Carnegie Middle East Center และ เดวิด เพเทรียส อดีตผู้อำนวยการ CIA คาดว่าอิหร่านจะยึดนโยบายเดิมต่อไป โดยเน้นอุดมการณ์ศาสนาเข้มข้น ไม่ยอมประนีประนอมกับสหรัฐหรืออิสราเอล ทำให้สถานการณ์ภูมิภาคตึงเครียดยิ่งขึ้น

ในมุมมองของเรา การขึ้นสู่อำนาจของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อาจนำไปสู่ความเสถียรภายในแต่เพิ่มความเสี่ยงสงครามภายนอก หากคุณสนใจข่าวการเมืองตะวันออกกลาง ติดตามอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ“โมจตาบา คาเมเนอี”ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน จากเงาอำนาจสู่ตำแหน่งสูงสุด

ที่มาเพิ่มเติม: CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ