ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565 สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาดโลก จากความกังวลสงครามในอิหร่านที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565
ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการเคลื่อนไหวนี้ หลังจากเกิดความขัดแย้งรุนแรงในอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้การขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ
สาเหตุหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ความกังวลหลักมาจากการโจมตีครั้งแรกต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจุดชนวนสงครามที่อาจลุกลามไปยังชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักวิเคราะห์จาก CNN ชี้ว่าหากเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ส่งออกน้ำมันโลกกว่า 20% จะได้รับผลกระทบโดยตรง
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน WTI และ Brent
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14.7% แตะระดับเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก เพิ่มขึ้น 12.63% สู่ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 18:06 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงความผันผวนสูงสุดในรอบหลายปี
- WTI: +14.7% ทะลุ 100 ดอลลาร์
- Brent: +12.63% ที่ 104 ดอลลาร์
- ปัจจัยหนุน: สงครามอิหร่านและอุปทานลดลง
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ไม่เพียงราคาน้ำมันเท่านั้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็สะเทือนหนักเช่นกัน ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า (Dow futures) ร่วงลง 851.6 จุด หรือ 2% ดัชนี S&P 500 ลด 1.73% และ Nasdaq ลด 1.65% นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าภาวะช็อกพลังงานนี้อาจจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องปรับนโยบายดอกเบี้ย
จากข้อมูลสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกเฉลี่ยพุ่งเป็น 3.45 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 16% จากสัปดาห์ก่อน สิ่งนี้จะกระทบผู้บริโภคอเมริกันโดยตรง โดยเฉพาะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
ผลกระทบต่อประเทศไทยและเศรษฐกิจโลก
สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของการบริโภค ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565 จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงตาม คาดว่าราคาเบนซินอาจแตะ 45 บาทต่อลิตรในสัปดาห์หน้า ส่งผลต่อค่าขนส่ง อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ เงินเฟ้อไทยที่กำลังร้อนแรงอาจถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นอีก
ทั่วโลก ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน อินเดีย และยุโรป จะเผชิญต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น สนับสนุนให้หันไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และรถ EV แต่ในระยะสั้น การเปลี่ยนผ่านยังไม่ทันที
แนวโน้มและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจยังผันผวน หากสงครามยืดเยื้อ อาจทะลุ 120 ดอลลาร์ได้ แต่หากมีการเจรจาสันติภาพ ราคาอาจย่อตัวลง สำหรับนักลงทุน แนะนำกระจายพอร์ตไปยังหุ้นพลังงานหรือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกต่อภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งพัฒนาพลังงานสะอาดจึงเป็นทางออกระยะยาว ติดตามข่าวสารล่าสุดและปรับแผนการเงินของคุณให้ทันสถานการณ์ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสหรือขาดทุนหนัก
CTA: สมัครรับข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานฟรี เพื่ออัปเดตทุกการเคลื่อนไหว!
ที่มา – ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565

