วัน: 12 มีนาคม 2026

“อภิสิทธิ์” จี้ดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุน ลั่นทบทวนราคาพลังงาน

สถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่รัฐบาลพยายามตรึงไว้ แต่เบื้องหลังนั้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระหนี้สินมหาศาล ล่าสุด “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระและป้องกันปัญหาในอนาคต นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อให้เหมาะสมกับวิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน

“อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันค่าการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้บริษัทน้ำมันได้กำไรส่วนต่างมหาศาล ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญราคาน้ำมันแพง

อภิสิทธิ์เสนอว่ารัฐบาลควรนำกำไรส่วนนี้เข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อชดเชยการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละเกือบ 16 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติ หากไม่ทำเช่นนี้ กองทุนจะขาดสภาพคล่องและอาจนำไปสู่การปรับราคาขึ้นในอนาคต สร้างผลกระทบหนักต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถบรรทุกและแท็กซี่ที่พึ่งพาดีเซลเป็นหลัก

กรณ์ จาติกวณิช เตือนฟันกำไร 3 เท่าใน 10 วัน กองทุนเสี่ยงหนี้อ่วม

ในโพสต์เดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ประชาชนอาจไม่รู้ว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังนิ่งสนิทเพราะกองทุนชดเชย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ชดเชยดีเซลถึง 16.97 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ชดเชย 7.41 บาท รัฐประกาศตรึงดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตรจนถึง 17 มีนาคม 2569 หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ราคาอาจพุ่งสูงเพื่อให้ตลาดปรับตัวและส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

ที่น่ากังวลคือค่าการกลั่นพุ่ง 3 เท่าใน 10 วัน จากเดิม 2 บาทต่อลิตร เป็น 6 บาท หมายความว่ารัฐกำลังใช้เงินภาษีประชาชนจ่ายกำไรให้บริษัทกลั่นน้ำมัน หากกระทรวงพาณิชย์ควบคุมให้ค่ากลั่นปกติที่ 2 บาท ราคาน้ำมันจะถูกลงทันที 4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระกองทุนได้อย่างมาก

  • ค่ากลั่นเพิ่มจาก 2 บาท เป็น 6 บาทต่อลิตร ในเวลาเพียง 10 วัน
  • กองทุนชดเชยดีเซล 16.97 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 7.41 บาท/ลิตร
  • ตรึงราคาดีเซล 29.94 บาท จนถึง 17 มี.ค. 2569
  • หากไม่ดึงกำไรเข้าสกน กองทุนอาจขาดทุนหนัก ส่งผลราคาน้ำมันพุ่ง
  • ต้องทบทวนราคาก๊าซหุงต้มและไฟฟ้าด้วย เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ

วิกฤติพลังงานครั้งนี้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามรัสเซีย-ยูเครน และนโยบาย OPEC ที่ลดกำลังการผลิต ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูง ในไทยที่นำเข้าน้ำมันเกือบ 100% จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ รัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ตรึงราคา แต่ต้องปรับโครงสร้างให้โปร่งใสและยั่งยืน

การที่ “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน ถือเป็นข้อเสนอที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากนำไปปฏิบัติ จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและลดการเก็งกำไร นอกจากนี้ การทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด รวมถึงก๊าซ LPG และไฟฟ้า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยไม่ปล่อยให้เอกชนได้กำไรเกินควรในยามวิกฤติ

ในมุมมองของผู้เขียน ข้อเสนอนี้สมเหตุสมผลและควรเร่งดำเนินการ รัฐบาลไม่ควรละเลยเสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านที่มุ่งช่วยเหลือประชาชน ชาวไทยทุกคนควรติดตามและกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คุณคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่าการกลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน ลั่นต้องทบทวนโครงสร้างราคาพลังงาน

รวบคู่หูแสบ ขายบัตรประชาชนปลอม-ใบขับขี่

ข่าวด่วนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล! รวบคู่หูแสบ ร่วมกันขายบัตรประชาชนปลอม-ใบภาษีรถยนต์-ใบขับขี่ปลอม หลังจากตำรวจสืบสวนภาค 4 ลงมือจับกุมคู่หูอาชญากรคู่นี้ได้สำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นการปราบปรามแก๊งปลอมเอกสารราชการที่แสบสันต์มากที่สุดในรอบปี ใครที่กำลังมองหาเอกสารปลอมเพื่อใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะตำรวจไม่ยอมให้หลุดรอดไปง่ายๆ

รวบคู่หูแสบ ร่วมกันขายบัตรประชาชนปลอม-ใบภาษีรถยนต์-ใบขับขี่ปลอม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 โดยพล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นางสาวอรรฉราพรรณ อายุ 30 ปี และนายอนันต์ อายุ 39 ปี ของกลางที่ยึดได้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ 10 คันที่ติดป้ายทะเบียนและใบภาษีปลอม ตราปั๊มทองเหลืองของหน่วยราชการ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ผลิตเอกสารปลอมเต็มชุด รวมถึงบัตรประชาชน ใบขับขี่ และป้ายภาษีอีก 6 ใบ

รวบคู่หูแสบ ร่วมกันขายบัตรประชาชนปลอม

เส้นทางสืบสวนที่ชาญฉลาดของตำรวจ

ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ที่ตรวจยึดรถยนต์ติดป้ายปลอมมาหลายคันจากการตรวจสอบ สอบสวนจนเจอร่องรอยเฟซบุ๊กชื่อ “รับทำเอกสารทุกชนิด” ที่โฆษณาขายบัตรประชาชนปลอม 5,000 บาท ใบขับขี่ 1,500 บาท ป้ายภาษี 1,500 บาท ตำรวจเลยปลอมตัวเป็นลูกค้า สั่งทำบัตรประชาชนและใบภาษีรวม 6,500 บาท แกล้งตกลงรอรับภายใน 24 ชม. แล้วสืบหาที่ตั้ง สุดท้ายขอหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่น บุกจับกุมได้ที่บ้านเช่าในระยองและชลบุรี

นางสาวอรรฉราพรรณสารภาพว่า ทำหน้าที่นายหน้า เปิดเพจเฟซบุ๊กหาลูกค้า ส่งข้อมูลให้นายอนันต์ที่เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ผลิตเอกสารปลอม ส่วนนายอนันต์ยอมรับว่าร่วมกันทำมานานกว่า 1 ปี ลูกค้ากว่า 300 ราย! จากประสบการณ์ซื้อขายรถมือสองที่เจอเอกสารปลอมบ่อยๆ เลยหันมาทำเองเพื่อรายได้เสริม

จับกุมคู่หูขายเอกสารปลอม
  • ของกลางหลัก: รถ 10 คันติดป้ายปลอม
  • ตราปั๊มราชการและเครื่องพิมพ์
  • เอกสารปลอมสำเร็จรูป 6 ใบ
  • ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกว่า 300 ราย

รถทั้ง 10 คันที่ยึดมา ตำรวจจะตรวจสอบละเอียด แม้เจ้าของจะเต็มใจใช้แต่เอกสารปลอมก็ผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ส่งระบบคอมพิวเตอร์เท็จ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองระยองและชลบุรีดำเนินคดี

ของกลางจากการจับกุม

การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเอกสารราชการปลอมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคม ใครที่เคยใช้บริการเพจแบบนี้ ควรตรวจสอบเอกสารตัวเองด่วนๆ และแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแก๊งนี้ สามารถแจ้งตำรวจได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ที่มา – รวบคู่หูแสบ ร่วมกันขายบัตรประชาชนปลอม-ใบภาษีรถยนต์-ใบขับขี่ปลอม

ขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน ปู่ฤาษีพรหมเมศ เลขเด็ด 16/3/69

ในโลกแห่งความศรัทธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีเรื่องราวมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะที่ อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดมีหนุ่มรายหนึ่งขน ฟักทอง 1 ตัน มาถวายแก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” หลังจากกลับมาเดินได้ปกติ แถมยังจุดธูปมงคลได้ เลขเด็ด สำหรับงวด 16/3/69 อีกด้วย เรื่องนี้กลายเป็นข่าวฮือฮาในหมู่นักเสี่ยงโชคทั่วประเทศ

ขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” จุดธูปมงคล ได้เลขเด็ด 16/3/69

เหตุการณ์สุดพิเศษนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ถนนวงแหวนตะวันตก หมู่บ้านโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่กันมาทัศนาจรและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในอาศรม ไม่ว่าจะเป็นท้าวเวสสุวรรณปาง 9 หน้า สูง 16 เมตร พ่อปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเฮง เจ้าแม่ตะเคียน พระพิฆเนศ ปู่ฤาษีเกล็ดแก้ว เมืองยักษ์ และถ้ำจินดามณีที่มีเจ้าเงาะกับพญานาคประทับไว้

ขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน ปู่ฤาษีพรหมเมศ จุดธูปมงคล ได้เลขเด็ด 16/3/69

บรรยากาศคึกคัก ผู้คนมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ เพื่อความเป็นสิริมงคล บางคนยังขอให้อาจารย์ฤาษีเณรลงนะหน้าทอง เจิมฝ่ามือเปิดดวงเศรษฐี และร่วมพิธีถวายข้าวสารยกพ่อแก่รับน้ำมนต์จากสังข์นิลกาฬ ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา

เรื่องราวสุดน่าอัศจรรย์ของชายผู้ขนฟักทอง 1 ตัน

นายสุวีกิจ แก้วศรีวงษา อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง เป็นพระเอกของเรื่องนี้ เขาเดินทางมาพร้อมครอบครัว ขนฟักทอง 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม มาถวายแก้บน โดยก่อนหน้านี้ นายสุวีกิจประสบอุบัติเหตุล้มจนเดินไม่ได้ เขาจึงมาขอพรจากปู่ฤาษีพรหมเมศที่อาศรมแห่งนี้ และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เขากลับมาเดินได้ปกติอีกครั้ง!

ภาพขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน ปู่ฤาษีพรหมเมศ เลขเด็ดงวด 16/3/69

นายสุวีกิจเล่าว่า “ผมล้มเดินไม่ได้เลยมาขอพรปู่ฤาษีพรหมเมศ ตอนนี้เดินได้แล้ว จึงขนฟักทองมาถวายแก้บน” ก่อนกลับ เขายังจุดธูปมงคลส่องดูเลขหน้าองค์ปู่ ปรากฏเป็นเลข 661 ชัดเจน ซึ่งเขาจะนำไปเสี่ยงโชคงวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 นี้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังในอาศรมฤาษีเณร

อาศรมแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ดึงดูดใจผู้คน:

  • ท้าวเวสสุวรรณปาง 9 หน้า สูง 16 เมตร ขอโชคลาภเงินทอง
  • ปู่ฤาษีพรหมเมศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก แก้บนแก้บนได้ผล
  • กุมารทองเจ้าสัวเฮง เสี่ยงโชคหวยดัง
  • เจ้าแม่ตะเคียน ขอพรเรื่องความรักและค้าขาย
  • พระพิฆเนศ เปิดทางอุปสรรค
  • ถ้ำจินดามณี มีเจ้าเงาะและพญานาคศักดิ์สิทธิ์

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีพิธีกรรมต่างๆ ที่ช่วยเสริมดวง เช่น ลงนะหน้าทอง เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี ถวายข้าวสาร และรับน้ำมนต์ ทำให้ผู้ที่มากราบไหว้ต่างได้รับพลังบวกกลับไป

เรื่อง ขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” จุดธูปมงคล ได้เลขเด็ด 16/3/69 นี้ สะท้อนถึงพลังของศรัทธาที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ หากคุณกำลังมีปัญหาหรืออยากขอพร ลองไปกราบไหว้ด้วยตัวเองดูสิ อาจได้เลขเด็ดงวดนี้หรือพรที่รอคอยก็ได้! ห้ามพลาด เลข 661 นะคะ

ความเห็นส่วนตัว: ศรัทธาและการทำบุญนำพาความสุขและโชคลาภมาให้เสมอ อย่าลืมไปแก้บนเมื่อพรสมหวังด้วยนะ

เชิญชวนทุกท่านไปเยี่ยมชมอาศรมฤาษีเณรธาตุพุทธคุณ สัมผัสพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง!

ที่มา – ขนฟักทอง 1 ตัน แก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” จุดธูปมงคล ได้เลขเด็ด 16/3/69

‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน

ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีเรื่องราวน่าสนใจเสมอ โดยเฉพาะเมื่อดาวยิงอย่าง Georginio Rutter ออกมาเปิดใจถึงผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน ที่อายุน้อยที่สุดในลีกอย่าง Fabian Hurzeler ด้วยประโยคสุดประทับใจ “‘ผมเรียนรู้เยอะ’” จากปากของรูตเตอร์เอง ทำให้แฟนบอลต่างจับตามองความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับกุนซือหนุ่มชาวเยอรมันคนนี้

‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน

‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน คือหัวข้อที่กำลังมาแรงในหมู่แฟนบอล หลังจากที่ฟอร์เวิร์ดของลีดส์ ยูไนเต็ด (แต่ตอนนี้ย้ายมาไบรท์ตัน?) รูตเตอร์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนายใหญ่ของไบรท์ตันที่อายุเพียง 31 ปีเท่านั้น แต่กลับมีวิสัยทัศน์และความรู้ฟุตบอลที่ลึกซึ้งเกินวัย Hurzeler ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ได้รับคำชื่นชมจากรูตเตอร์ว่า แม้จะ “very young” แต่เขามีความรู้ฟุตบอลมหาศาลที่จะถ่ายทอดให้ลูกทีม

ทำไม ‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์ถึงชื่นชมนายใหญ่ไบรท์ตัน

รูตเตอร์ยอมรับว่า การทำงานภายใต้ Hurzeler ทำให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแทคติกการเล่น การจัดการเกม หรือแม้กระทั่ง mindset ของนักฟุตบอลอาชีพ กุนซือชาวเยอรมันคนนี้เคยประสบความสำเร็จกับทีมเยาวชนของเยอรมนี และพา สตุ๊ตการ์ท คว้าแชมป์ลีกา 2 มาก่อนหน้านี้ ทำให้เขาไม่ใช่กุนซือหน้าใหม่จริงๆ แม้จะอายุน้อย

  • ความรู้ฟุตบอลลึกซึ้ง: Hurzeler มีประสบการณ์จากระดับเยาวชนชั้นนำของยุโรป
  • สไตล์การคุมทีม: เน้น possession-based football ที่ไบรท์ตันถนัด
  • แรงบันดาลใจให้ลูกทีม: รูตเตอร์บอกว่าทุกการสนทนากับเจ้านายทำให้เขาเติบโต
  • อายุน้อยแต่ใจกล้า: ไม่กลัวที่จะท้าทายระบบเก่าๆ ในพรีเมียร์ลีก

นอกจากนี้ ‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน ยังสะท้อนถึงอนาคตสดใสของทีมนกนางนวล ไบรท์ตันที่กำลังปรับตัวภายใต้การนำของ Hurzeler ฤดูกาลนี้ พวกเขามีผลงานน่าจับตา โดยเฉพาะการเล่นเกมรุกที่ดุดันและการใช้ข้อมูล analytics ในการตัดสินใจ

แฟนบอลหลายคนมองว่า Hurzeler คือ “Pep Guardiola แห่งเยอรมนีรุ่นใหม่” เพราะสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน รูตเตอร์เองก็เสริมว่า การได้ทำงานกับกุนซือแบบนี้คือโอกาสทองในการพัฒนาตัวเอง แม้จะเพิ่งย้ายทีมมาไม่นาน แต่เขาก็ปรับตัวได้ดีและกลายเป็นตัวหลักไปแล้ว

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความสดใหม่ ไบรท์ตันกำลังกลายเป็นทีมที่ท้าทายทีมใหญ่ๆ ด้วยงบประมาณจำกัด แต่มีไอเดียล้ำสมัย หาก Hurzeler คุมทีมต่อไปได้นาน พวกเขาอาจทะยานสู่ท็อป 6 ได้ไม่ยาก

สำหรับรูตเตอร์ การย้ายจากลีดส์มาอยู่ไบรท์ตันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะได้เจอกุนซือที่ “very young” แต่ “very smart” เขายังแซวอีกว่าอายุ Hurzeler น้อยกว่านักเตะบางคนในทีมเสียอีก! แต่ทุกคนยอมรับในความสามารถของเขา

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นแฟนไบรท์ตันหรือชื่นชอบเรื่องราวกุนซือหน้าใหม่ อย่าลืมติดตามผลงานของทีมและการพัฒนาของรูตเตอร์ต่อไป ‘ผมเรียนรู้เยอะ’ – รูตเตอร์กับกุนซือไบรท์ตัน จะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนที่เชื่อว่าอายุไม่ใช่ปัญหาในฟุตบอลสมัยใหม่

ติดตามข่าวสารฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดันภาษาจีนกลาง

จีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดัน “ภาษาจีนกลาง” เป็นภาษาหลัก เสริมแนวคิดเอกภาพชาติ กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะในแง่ของนโยบายที่มุ่งสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของชาติท่ามกลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์ถึง 56 กลุ่ม รัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเร่งผลักดันกฎหมายนี้เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ร่วมของชาวจีนทุกกลุ่ม

จีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดัน “ภาษาจีนกลาง” เป็นภาษาหลัก

กฎหมาย “การส่งเสริมเอกภาพและความก้าวหน้าทางชาติพันธุ์” คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในวันพุธนี้ ระหว่างการประชุมปิดสมัยของสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติสูงสุดของจีน นโยบายนี้มุ่งเน้นการหลอมรวมชาติพันธุ์ผ่านด้านต่างๆ เช่น การศึกษา ที่อยู่อาศัย การย้ายถิ่นฐาน และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการกำหนดให้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน งานราชการ และธุรกิจอย่างเป็นทางการ

ในพื้นที่ที่มีภาษาท้องถิ่น กฎหมายกำหนดให้ภาษาจีนกลางต้องเด่นชัดกว่าทั้งในตำแหน่ง ลำดับ และขนาด นอกจากนี้ ยังขยายไปถึงกิจกรรมทางศาสนา โดยบังคับให้ปฏิบัติตามหลัก “การทำให้ศาสนาเข้ากับจีน” หรือ Sinicization ที่รัฐบาลใช้ปรับวัฒนธรรมศาสนาให้สอดคล้องกับค่านิยมจีน

ประเด็นสำคัญของจีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดัน “ภาษาจีนกลาง” เป็นภาษาหลัก

  • ภาษาจีนกลางหลักในโรงเรียน: ทุกโรงเรียนต้องใช้ภาษาจีนกลางเป็นพื้นฐาน ส่งผลให้ภาษาท้องถิ่นถูกลดบทบาท
  • งานราชการและธุรกิจ: ต้องใช้ภาษาจีนกลางเป็นหลัก เพื่อความเป็นเอกภาพ
  • ศาสนาและวัฒนธรรม: สถานที่ประกอบพิธีต้อง Sinicization ปรับให้เข้ากับสังคมจีน
  • ครอบคลุมต่างประเทศ: ลงโทษผู้ที่ยุยงแบ่งแยก แม้อยู่นอกจีน
  • พัฒนาเศรษฐกิจ: ส่งเสริมการย้ายถิ่นและพัฒนาพื้นที่ชนกลุ่มน้อย

จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน โดยชาวฮั่นครองสัดส่วนกว่า 91% ส่วนชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวทิเบต มองโกล หุย แมนจู และอุยกูร์ อาศัยในพื้นที่กว้างใหญ่เกือบครึ่งประเทศ ซึ่งอุดมด้วยทรัพยากร พวกเขามักเผชิญนโยบาย同化 (การกลืนวัฒนธรรม) มาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะในเขตซินเจียงและทิเบตที่เกิดความขัดแย้ง

ความกังวลจากนักวิจารณ์ต่อนโยบายนี้

อัลเลน คาร์ลสัน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ วิเคราะห์ว่านี่คือการบังคับให้ชนกลุ่มน้อยปรับตัวเข้าหาชาวฮั่น และแสดงความจงรักภักดีต่อปักกิ่งเหนืออัตลักษณ์ท้องถิ่น นักเคลื่อนไหวสิทธิเรียกร้องว่ากฎหมายนี้อาจเร่งการสูญเสียภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะอุยกูร์ที่ถูกกดดันหนัก

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ของรัฐบาลโต้แย้งว่ากฎหมายผ่านการพิจารณ์อย่างละเอียด มีตัวแทนชนกลุ่มน้อยเข้าร่วม และยังคุ้มครองวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กับพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่ใช่บังคับเลือกระหว่างสองสิ่ง

บริบทและผลกระทบระยะยาว

นโยบายนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ความฝันจีน” ของสี จิ้นผิง ที่เน้นเอกภาพชาติเพื่อความยิ่งใหญ่ ในอดีต จีนเคยมีนโยบาย autonomy ให้ชนกลุ่มน้อย แต่ยุคนี้หันมาเน้น integration มากขึ้น คล้ายกับนโยบายในรัสเซียหรืออินเดียที่พยายามรวมชาติพันธุ์หลากหลาย

ผลกระทบอาจเห็นในด้านการศึกษา ที่เด็กชนกลุ่มน้อยต้องเรียนภาษาจีนกลางตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้ภาษาบรรพบุรุษใกล้สูญสิ้น นอกจากนี้ ยังอาจกระตุ้นความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน หากไม่สมดุลระหว่าง unity กับ diversity

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายจีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดัน “ภาษาจีนกลาง” เป็นภาษาหลัก นี้เป็นเครื่องมือสร้างชาติที่แข็งแกร่ง แต่ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นการลบหลู่ความหลากหลาย คุณคิดอย่างไรกับแนวทางนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นว่าน่าสนใจ!

ที่มา – จีนเตรียมผ่านกฎหมายชาติพันธุ์ใหม่ ดัน “ภาษาจีนกลาง” เป็นภาษาหลัก เสริมแนวคิดเอกภาพชาติ

กลยุทธ์ทูเดอร์ทำให้สถานการณ์แย่ลง

กลยุทธ์ทูเดอร์ทำให้สถานการณ์แย่ลง

อิกอร์ ทูเดอร์ ถูกท็อตแนมจ้างมาแบบสุดท้ายเพื่อช่วยทีมรอดจากการตกชั้นแบบหายนะจากพรีเมียร์ลีก

แม้เจ้าตัวจะเคยพลิกสถานการณ์ของสโมสรเก่าๆ ได้ แต่โค้ชดับเพลิงคนนี้กลับแพ้ติดต่อกัน 4 นัดแรก โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ย่อยยับในแชมเปียนส์ลีกที่แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในฤดูกาลสิ้นหวังของท็อตแนม

ยอมรับว่ามันไม่ง่ายที่จะดับไฟโดยไม่มีสายยาง

ตั้งแต่ฤดูกาลสุดท้ายของแองจ์ พอสเตโคกลู ไปจนถึงช่วงของโธมัส แฟรงค์ในฤดูกาลนี้ สเปอร์สคือหนึ่งในทีมที่แย่ที่สุดในลีกเหนือช่วงเวลาที่ยาวนาน

ปัญหาของพวกเขาไม่ได้อยู่แค่โค้ช มีทั้งอาการบาดเจ็บและการเสริมทัพที่ล้มเหลว

แต่การแต่งตั้งทูเดอร์และกลยุทธ์ทูเดอร์ทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างน่าประหลาด

ความท้าทายใหญ่คือการแก้ไขการเล่นนอกบอลของสเปอร์ส

ภายใต้ทูเดอร์ สเปอร์สเล่นในระบบที่เปลี่ยนระหว่าง 5-2-3 และ 5-3-2 ขึ้นกับว่าวิงเกอร์คนใดคนหนึ่งดรอปลงมากลาง

แนวคิดคือให้ผู้เล่นไล่กดดันแบบตัวต่อตัวทั่วสนาม จากรูปร่างตั้งรับเริ่มต้นนี้

นี่คือแทคติกตั้งรับที่ทูเดอร์เคยใช้ในงานเก่าๆ เพื่อแย่งบอลคืนสูงและโต้เร็ว

ในลีกที่ไม่เข้มข้น การกดดันตัวต่อตัวแบบดุดันสามารถให้ชัยชนะเร็วๆ เมื่อคู่แข่งไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะถ้าพวกเขาไม่สามารถเลี่ยงได้ทางกายภาพหรือเทคนิค

อย่างไรก็ตาม เงินที่สโมสรพรีเมียร์ลีกทุ่ม ทำให้ระดับเทคนิคดีขึ้น ผู้เล่นหนีมาร์กได้ด้วยการเลี้ยงหรือ پاسเร็ว ทีมๆ ยังเน้นความแข็งแกร่งในการซื้อตัว

นี่คือการตอบสนองต่อเทรนด์ฟุตบอลอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์ เพป กวาร์ดิโอล่าบอกว่าลูกฟุตบอลมี ‘มาร์กตัวต่อตัว’ มากขึ้นและ ‘ดุดันกว่า’

ผลคือ ทีมๆ หาทางรับมือได้ แม้ต้องเตะยาวข้ามเพรสซิ่งบ่อยขึ้น

ทำไมสเปอร์สตั้งรับลำบาก

สำหรับการเพรสซิ่งตัวต่อตัวที่จะเวิร์ก ต้องประสานงานดุดัน ถ้าผู้เล่นคนใดช้าคู่แข่งจะมีเวลาและพื้นที่ สร้างความได้เปรียบตัวผู้เล่น

ภายใต้แฟรงค์ สเปอร์สตั้งรับแบบพาสซีฟ ในบล็อกตั้งรับที่แข็งกว่า

แต่ในนัดแรกแพ้าร์เซนอล ทูเดอร์ถูกเห็นสั่งมิกกี้ แวน เดอ เวน ก้าวขึ้นหน้า เซ็นเตอร์แบ็กดัตช์และเพื่อนร่วมทีมลังเล – อาจเป็นผลจากสไตล์แฟรงค์

รูปร่าง 5-3-2 ของสเปอร์สขาดปกปิดปีก โดยวิงแบ็กคือตัวหลัก

ตรรกะของ 5-3-2 คือโจมตีกลางอันตรายกว่า สามกองกลางและสองแนวรุกบล็อกตรงนี้

เมื่อสเปอร์สเพรสจากรูปร่างกลาง แอตเลติโก ฟูแล่ม และพาเลซ วางผู้เล่นในพื้นที่กว้างและลึก ทำให้ท็อตแนมต้องวิ่งไกลเพื่อกดดัน

นี่ให้เวลาครอบครองบอลและยืดรูปร่างสเปอร์ส สร้างช่องโจมตี

ในจังหวะประตูที่สองกับแอตเลติโก พวกเขาหาผู้เล่นว่างลึกทางขวา

แมธธิอัส เทล กดดันช้า ลูกยาวไปหลังให้มาร์คัส โลเรนเต้ วิ่งหนีมาร์ก

แวน เดอ เวน ลื่น ทำให้อ็องตวน กรีซมานน์ ยิงได้ แต่ประตูเกิดจากการโจมตีจุดอ่อนมาร์กตัวต่อตัวของสเปอร์ส

กลยุทธ์ทูเดอร์ทำให้สถานการณ์แย่ลง

ผู้เล่นไร้ตำแหน่งทำลายแนวรับสเปอร์สอย่างไร

ทั้งฟูแล่มและพาเลซใช้รูปร่างและการเคลื่อนที่ไม่ปกติโจมตีแนวทางตั้งรับของสเปอร์ส

ด้วยสเปอร์สบล็อกกลาง พาเลซหาวิ้งแบ็กที่ลึกกว่า

แบ็กไฟว์สเปอร์สเล่นเส้นตรง วิงแบ็กใช้เวลานานกว่าจะกดดัน ทำให้ดาเนียล มูญอซ หาเอแวน เกสซานด์ได้

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ น่าจะให้เกสซานด์ อีกซ์โจ้กตัวซ้ายของพาเลซ ล่องหนี ด้วยการมาร์กตัวต่อตัว เกสซานด์ลากโชอา ปัลญินญ่า ไปอีกฝั่ง กองกลางช้าที่จะรับรู้

อิสระเดียวกันนี้ให้ฟูแล่ม อเล็กซานเดอร์ ไอโวบี้ เคลื่อนจากซ้ายไปขวา

ปัลญินญ่าเริ่มมาร์กไอโวบี้ แต่เมื่อช่องเปิดหลัง เขาติดระหว่างมาร์กหรือดรอปเป็นแบ็กไฟว์ สุดท้ายดรอป ปล่อยไอโวบี้เลี้ยง

อีกวิธีที่ฟูแล่มโต้กลยุทธ์ตั้งรับทูเดอร์คือ ในบอลครอง พวกเขาเล่นแนวรับกว้าง ผู้เล่นรุกเหลือว่างกลาง

ทีมมาร์โก ซิลวา ว่างพื้นที่นี้เพื่อดึงสเปอร์สลงลึก แล้วรุกทะลุช่องกลางเมื่อパスจากเซ็นเตอร์แบ็กมา

กองกลางสเปอร์สช้ากว่าในการแย่งบอลเพราะตอบสนองการเคลื่อนที่จากด้านหลัง

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเล่นบอลครองของสเปอร์ส ภายใต้แฟรงค์ พวกเขาสร้างเกมจากปีกแบบไดเร็ค ในพรีเมียร์ฤดูกาลนี้ จ่าฝูงที่ 15 เรื่องパスทะลุเส้น

ใน 4 นัดหลัง ผู้เล่นสเปอร์สถูกสั่งเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะกลาง แม้เจตนาดีแต่เกิดเทิร์นโอเวอร์นำไปสู่ประตู

วันอังคารทั้งสองทีมลื่นบนพื้นเมโทรโปลิตาโน่ แต่สเปอร์สและคินสกี้ มอบสองประตูจากการพยายามเล่นจากหลัง

กับการแกว่งของแทคติก จากสั้นของพอสเตโคกลู ไปไดเร็คปีกของแฟรงค์ แล้วเสี่ยงของทูเดอร์ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สเปอร์สทำแผนไม่ได้ดี

ผู้จัดการดีๆ สามารถเป็นการจ้างที่แย่ได้หรือไม่

ก่อนทูเดอร์แต่งตั้ง มีหลักการชัดเจนตลอดอาชีพ: ระบบ, มาร์กตัวต่อตัวดุดัน, หมุนเวียนพิเศษ, โจมตีไดเร็ค

การจ้างควรคำนึงหลักการเหล่านี้

โค้ชเหมือนนักเตะ ต้องวางบนแพลตฟอร์มถูก เช่น วินเซนต์ คอมพานี ที่บาเยิร์นวางถูกหลังฤดูกาลแย่กับเบิร์นลีย์ ครองบุนเดสลีก้า

สโมสร ผู้เล่น สิ่งแวดล้อมเหมาะกับคุณภาพและหลักการของเขา

การคาดเดาว่าสภาพสโมสรมั้ยตรงหลักการโค้ชคือทักษะมีค่า โดยเฉพาะกับสเปอร์สที่มีปัญหาสเก๊าด สสเปนชั่น บาดเจ็บ ทูเดอร์กับท็อตแนมไม่เข้ากัน

ก่อนนัดแอตเลติโก ทูเดอร์บอก: “นิสัยเก่าต้องใช้เวลากว่าที่คิดในการเปลี่ยน”

ท่ามกลางการดิ้นรนตกชั้น หน้าที่คือทำงานกับนิสัยเก่าเพื่อเก็บแต้มตอนนี้

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

กลยุทธ์ทูเดอร์ทำให้สถานการณ์แย่ลงจริงๆ หรือแค่ปรับตัวไม่ทัน? คุณคิดเห็นอย่างไรกับแทคติกนี้ คอมเมนต์บอกเราด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่สมาชิกพรรคประชาชนและประชาชนทั่วไปควรทราบ พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังจากพบว่ามีแฮกเกอร์พยายามบุกรุกเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค แม้ทางพรรคจะจัดการป้องกันได้ทันท่วงที แต่ก็อยากให้ทุกคนตื่นตัวกันหน่อยนะครับ ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่มิจฉาชีพหมายปอง เรามาดูรายละเอียดกันเลย

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังพบ แฮกเกอร์ พยายามเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค

ตามประกาศจากเพจทางการของพรรคประชาชนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 (ปรับปีให้ถูกต้องตามบริบท) พรรคได้แจ้งเตือนสมาชิกทันทีหลังตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ทีมไอทีของพรรคทำงานอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการ 3 ขั้นตอนหลักทันที:

  • ระงับช่องทางบุกรุก: ปิดช่องโหว่ไม่ให้แฮกเกอร์กลับมาอีก
  • ยกระดับความปลอดภัยระบบเครือข่ายทั้งหมด: อัปเกรดไฟร์วอลล์และระบบป้องกันให้แน่นหนาขึ้น
  • แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.): รายงานตามกฎหมาย PDPA อย่างครบถ้วน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการละเมิด พรรคจึงแจ้งสมาชิกที่ได้รับผลกระทบและอัปเดตให้ สคส. ทราบเพิ่มเติม ทุกอย่างโปร่งใสสุดๆ เลยครับ

ผลกระทบจำกัดเฉพาะขั้นตอนสมัครสมาชิก

ดีใจด้วยนะครับที่ผลกระทบไม่รุนแรง พรรคตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลที่รั่วไหลมีเพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสมัครสมาชิกเท่านั้น เช่น ชื่อ-สกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, วันเกิด, เบอร์โทร, อีเมล และภาพถ่ายเอกสารบางส่วน แต่ข้อมูลสำคัญอื่นๆ ปลอดภัยหมด เช่น รหัสผ่าน, ระบบร้องเรียน, เสนอความเห็น, และที่สำคัญคือข้อมูลการบริจาคหรือธุรกรรมการเงิน ไม่มีรั่วไหลเลยสักนิด!

พรรคกำลังตรวจสอบเชิงลึกต่อไป เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งระบบ และยืนยันว่าไม่มีความเสียหายชัดเจน ณ ตอนนี้

คำแนะนำจากพรรค: สมาชิกต้องเฝ้าระวังยังไง?

พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม โดยเฉพาะ! นี่คือ tips ง่ายๆ ที่พรรคแนะนำ:

  • ระวังสายหรือข้อความจากคนแปลกหน้าที่อ้างเป็นพรรคหรือหน่วยงานรัฐ ขอข้อมูลหรือให้ทำธุรกรรม ถ้าไม่ได้เริ่มเอง อย่าเล่นด้วยเด็ดขาด
  • เช็คบัญชีธนาคารและเครดิตบูโรสม่ำเสมอ ดูว่ามีธุรกรรมแปลกๆ มั้ย
  • เปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชีที่ใช้ข้อมูลคล้ายๆ กันทันที โดยเฉพาะถ้า reuse รหัสจากเอกสารสมัคร

ถ้ามีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพ 10240 หรือเมล [email protected] เลยครับ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? มุมมองด้านความปลอดภัยข้อมูล

ในฐานะบล็อกที่สนใจเรื่องการเมืองและเทคโนโลยี เราคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกพรรคการเมืองและองค์กรไทยต้องจริงจังกับ cybersecurity มากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่บังคับใช้แล้ว การแฮกข้อมูลไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิค แต่กระทบความเชื่อมั่นและสิทธิเสรีภาพประชาชน พรรคประชาชนทำได้ดีที่แจ้งเตือนเร็วและโปร่งใส ถ้าทุกพรรคทำแบบนี้ ประชาชนเราก็อุ่นใจขึ้นเยอะ

ส่วนตัวเราแนะนำเพิ่มเติมนะครับ: ใช้ 2FA (two-factor authentication) ทุกแอป, อย่าเปิดลิงก์ подозрительный, และอัปเดตซอฟต์แวร์เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ในยุคที่แฮกเกอร์เก่งขึ้นทุกวัน การป้องกันต้องมาจากตัวเราเองด้วย

สุดท้าย พรรคประชาชนขอโทษสมาชิกและยืนยันว่าจะคุ้มครองข้อมูลสูงสุดต่อไป ขอให้สมาชิกทุกท่านมั่นใจและเฝ้าระวังกันดีๆ นะครับ

CTA: ถ้าคุณเป็นสมาชิกพรรคประชาชน อย่ารอช้า! เช็คข้อมูลส่วนตัวและเปลี่ยนรหัสผ่านวันนี้เลย แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

ที่มา – พรรคประชาชนแจ้งสมาชิกระวังการแอบอ้างทำธุรกรรม หลังพบ แฮกเกอร์ พยายามเข้าถึงข้อมูลสมาชิกพรรค

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง กับกระแส“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงนักการเมือง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายสำคัญของประเทศ

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรัฐพิธีเปิดสภาในวันที่ 14 มีนาคม และการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แกนนำพรรคและ ส.ส. เดินทางมาร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย ใจสมุทร นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมถึงกลุ่ม ส.ส. เลือดใหม่ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในสภาใหม่

การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวธรรมดา แต่เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันนโยบายหลักของพรรค โดยเฉพาะในสมัย “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะชูแนวคิด “ใช้นิติบัญญัตินำระบบบริหาร” ซึ่งเน้นการกำจัดหรือ “กิโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อประชาชน นักลงทุน และเศรษฐกิจฐานราก พรรคภูมิใจไทยมองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ทีมยุทธศาสตร์พรรควางเป้ารื้อกฎหมายเก่า

ในช่วงเช้าของการประชุม ทีมยุทธศาสตร์พรรคได้หารือแนวทางงานด้านนิติบัญญัติอย่างละเอียด โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการโละกฎหมายที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน เช่น กฎระเบียบที่ทำให้การลงทุนล่าช้า หรือข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล นโยบายนี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลได้เร็วขึ้น

  • กิโยตินกฎหมายล้าหลัง: ลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุน SME และเกษตรกร
  • ปรับปรุงกฎหมายลงทุน: ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
  • นิติบัญญัติเชิงรุก: ออกกฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน

นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนจับตาคือการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีกำหนดเดินทางบุกถิ่นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยื่นรายชื่อบุคคลที่เสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 การส่งโผครม. ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มั่นคง

ความหมายของการบุกถิ่นสีน้ำเงิน

ถิ่นสีน้ำเงินหมายถึงฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยที่แข็งแกร่ง การที่เพื่อไทยบุกมานำโผครม. แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองพรรคใหญ่ในฝ่ายค้านเดิมที่หันมาเป็นพันธมิตร นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่อาจนำไปสู่การจัดสรรเก้าอี้ครม. ที่สมดุล โดยพรรคภูมิใจไทยน่าจะได้โควตาสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจและสาธารณสุข ตามผลงานที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การประชุมครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและพร้อมรบ ส.ส.เลือดใหม่หลายคนที่เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเตรียมรับมือกับการอภิปรายในสภา ซึ่งคาดว่าจะร้อนแรงตั้งแต่สมัยประชุมแรก

โดยรวมแล้ว “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเมืองไทยที่กำลังมุ่งสู่ความมั่นคง การรื้อกฎหมายล้าสมัยจะเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยมานาน หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันได้จริง เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นได้ไม่ยาก

คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? การกิโยตินกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิตคนไทยตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อคนไทยกว่า 1 แสนคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ตื่นตัวเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะ สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นมาตรการที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมืออย่างรอบด้าน มี 3 มิติหลักในการดูแล

1. ช่องทางการปรึกษาสุขภาพออนไลน์ทันที

สำหรับสุขภาพกาย สามารถใช้ หมอพร้อม Super App เพื่อนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ตรวจรักษาทางไกล และจัดเก็บเอกสารสุขภาพดิจิทัล หรือไลน์ OA “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทยในต่างประเทศ” พิมพ์ขอคำปรึกษาเพื่อประเมินอาการเบื้องต้นจากบุคลากรทางการแพทย์ทุกที่ทุกเวลา

ด้านสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตเปิดช่องทางพิเศษ ลดความเครียดและวิตกกังวล เพิ่มเพื่อนไลน์ ID: @1323middle.east หรือสแกน QR Code เพื่อรับคำปรึกษาฟรีทันที

2. มาตรการคัดกรอง 3 มิติที่จุดเข้าประเทศ

  • มิติเชิงรุก: กรมควบคุมโรคคัดกรองอาการไข้ ไอ ระบบทางเดินหายใจ ผื่น พบผิดปกติแยกกักส่งโรงพยาบาลทันที
  • มิติโรคประจำตัวและบาดเจ็บ: กรมการแพทย์ตรวจและส่งต่อโรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ
  • มิติสุขภาพจิต: กรมสุขภาพจิตและทีม MCATT ประเมินเบื้องต้น รักษาภาวะนอนไม่หลับ ตื่นตระหนก เครียดรุนแรงทันที

ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง พร้อมรับมือเต็มประสิทธิภาพ

3. การติดตามดูแลต่อเนื่องหลังกลับบ้าน

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลภูมิลำเนา เยี่ยมบ้าน ติดตามทางโทรศัพท์ สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังหรือฟื้นฟู มีบริการต่อเนื่องทันท่วงที

นพ.วรตม์ เน้นย้ำ หากกลับมาแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ หอบ หรือเครียดสะสม แจ้งเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองทันที สธ. มีความพร้อมทั้งบุคลากรและเวชภัณฑ์ครบถ้วน

คำแนะนำสำคัญสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง: ติดตามข่าวจากแหล่งเชื่อถือได้ วางแผนสำรองความปลอดภัย ใช้ชีวิตปกติ หากิจกรรมคลายเครียด ติดต่อคนใกล้ชิดบ่อยๆ และขอความช่วยเหลือโดยไม่ลังเล

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากรัฐบาลต่อคนไทยทุกคน หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในสถานการณ์นี้ รีบใช้ช่องทางปรึกษาทันที เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ สุขภาพจิตสำคัญไม่แพ้กาย โดยเฉพาะในยามวิกฤตแบบนี้ การดูแลตัวเองและขอความช่วยเหลือคือกุญแจสู่ความปลอดภัย

ที่มา – สธ. เพิ่มช่องทางปรึกษาสุขภาพกาย-จิต ให้คนไทยในประเทศเสี่ยง จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง