วัน: 12 มีนาคม 2026

เลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ต้องเข้าคูหา

เลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ต้องเข้าคูหาเขียนชื่อหย่อนลงหีบบัตร เป็นหัวข้อที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้ หลังจากพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ให้เริ่มวันที่ 14 มีนาคม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ไปทรงเปิดสมัยประชุมที่ สัปปายะสภาสถาน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของสมัยประชุมใหม่ ส.ส. ทั้งหมดจะมาร่วมลงคะแนนเพื่อหาผู้เหมาะสมมานั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน และรองประธานสภา 2 คน ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินงานของสภาอย่างมาก

ชื่อผู้สมัครที่เป็นกระแสในตอนนี้มาจากพรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่น่าจะได้โควตาประธานสภา นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยแบ่งรองประธาน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช จากภูมิใจไทย และจากเพื่อไทยคือ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม หรือนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร ซึ่งพรรคยังไม่สรุป ผู้ที่ได้ตำแหน่งต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพื่อนำสภาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ต้องเข้าคูหาเขียนชื่อหย่อนลงหีบบัตร

การเลือกตั้งจะเริ่มในวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ส.ส.อาวุโสสูงสุดในห้องประชุมจะทำหน้าที่ประธานชั่วคราว นำสมาชิกกล่าวปฏิญาณตนก่อน จากนั้นเข้าสู่กระบวนการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนการเสนอชื่อและลงคะแนนลับ

  • เสนอชื่อ: ส.ส.แต่ละคนเสนอชื่อได้ 1 คน ต้องมีผู้รับรองอย่างน้อย 20 คน ผู้ถูกเสนอชื่อต้องอยู่ในที่ประชุมและตอบรับด้วยตนเอง
  • แสดงวิสัยทัศน์: ผู้ถูกเสนอชื่อกล่าววิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม คนละ 5-10 นาที เพื่อให้ ส.ส. ตัดสินใจ
  • ลงคะแนนหากมีหลายคน: ถ้าเสนอชื่อคนเดียว ได้เลยทันที แต่ถ้ามากกว่า 1 คน ต้องเลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ต้องเข้าคูหาเขียนชื่อหย่อนลงหีบบัตร แบบลงคะแนนลับ ส.ส. เรียงลำดับเข้าคูหา เขียนชื่อคนที่เลือก ใส่ซอง ปิดผนึก หย่อนลงหีบบัตร ไม่ใช่การกดบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือขานชื่อ
  • นับคะแนน: ประธานชั่วคราวตั้งคณะกรรมการจากหลายพรรค เปิดซองนับคะแนนต่อหน้าที่ประชุม ขีดคะแนนบนกระดานให้ทุกคนเห็น ผู้ได้คะแนนสูงสุดชนะ ถ้าเท่ากัน ลงใหม่เฉพาะคู่นั้น ถ้ายังเท่า จับสลากตัดสิน
  • สรุปผล: เมื่อได้ครบประธานและรองทั้ง 2 คน ปิดการประชุม รอนายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลเพื่อทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ทำไมต้องลงคะแนนแบบนี้

วิธีการเข้าคูหาเขียนชื่อหย่อนหีบนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ เพื่อให้การลงคะแนนเป็นลับแท้จริง ป้องกันการกดดันจากพรรคหรือกลุ่มต่างๆ ทำให้ ส.ส. เลือกตามความเชื่อจริง ช่วยให้ผู้ที่ได้มาเป็นกลางและได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกส่วนใหญ่ ต่างจากการลงคะแนนแบบเสียบบัตรที่อาจถูกตรวจสอบได้

นอกจากนี้ การเลือกประธานสภาฯ ยังส่งผลต่อการประชุมวาระสำคัญ เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผ่านร่างกฎหมาย หรือถวายสัตย์ปฏิญาณนายกฯ ประธานต้องเป็นผู้ตีความระเบียบวาระให้ถูกต้องยุติธรรม หากประธานมาจากพรรคใหญ่ อาจถูกมองว่าฝักใฝ่ แต่ด้วยระบบลงคะแนนลับนี้ คาดว่าจะได้คนที่เหมาะสมจริงๆ

สำหรับ ส.ส. รุ่นใหม่ การได้เห็นกระบวนการนี้เป็นโอกาสเรียนรู้การเมืองแบบไทยๆ ที่เน้นความโปร่งใสและลับในการตัดสินใจสำคัญ

การเลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดความสามัคคีของ ส.ส. ชุดใหม่ หากผลออกมาสมดุลระหว่างพรรค จะช่วยให้รัฐสภาเดินหน้าต่อได้ดี คุณคิดว่า นายโสภณ ซารัมย์ จะได้เป็นประธานจริงหรือไม่? หรือมีเซอร์ไพรส์จากพรรคอื่น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เลือกประธานสภาและรองประธานสภา 15 มี.ค. ต้องเข้าคูหาเขียนชื่อหย่อนลงหีบบัตร

เสธ.ทร.เร่งประสานโอมานช่วยลูกเรือมยุรีนารี 3 คน

ในสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี ที่เหลืออีก 3 คนให้ทันวันนี้ หลังจากลูกเรือไทย 20 คนปลอดภัยแล้ว เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน สร้างความกังวลให้กับการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยงนี้

เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” อีก 3 คน ให้ได้ในวันนี้

พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ยืนยันเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ว่ากองทัพเรือไทยกำลังเร่งประสานงานกับทางการโอมานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือบนเรือมยุรีนารี ซึ่งเป็นเรือสินค้าของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ลูกเรือทั้งหมด 23 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยปัจจุบัน 20 คนได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัยแล้ว แม้บางคนจะบาดเจ็บเล็กน้อย แต่บริษัทเจ้าของเรือรับผิดชอบดูแลและเตรียมส่งกลับไทย

สำหรับลูกเรืออีก 3 คนที่เป็นช่างเครื่อง เสธ.ทร.ระบุว่าจะเร่งนำตัวมารวมกลุ่มให้ได้ภายในวันนี้ โดยประสานผ่านกองกำลังทางทะเลผสม (CMF) ที่บาห์เรน และสถานทูตไทยในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบชนิดอาวุธที่ใช้โจมตี เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อเรือสินค้าไทยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและสินค้าทั่วโลก

พื้นหลังเหตุการณ์โจมตีเรือมยุรีนารี

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ เรือสินค้าต้องผ่านที่นี่กว่า 20% ของน้ำมันโลก แต่พื้นที่นี้มีความขัดแย้งสูงระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล ล่าสุด IRGC ประกาศรับผิดชอบการโจมตี ทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือพาณิชย์

  • เรือมยุรีนารีเสียหายหนักจากการโจมตี
  • ลูกเรือไทย 23 คน ถูกช่วยเหลือบางส่วน
  • กองทัพเรือไทยประสาน CMF และโอมานทันที
  • บริษัทเจ้าของเรือดูแลค่ารักษาและเดินทางกลับ

มาตรการความปลอดภัยที่กองทัพเรือไทยเตรียมไว้

เสธ.ทร.เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้ขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS 1982) แต่ในภาวะขัดแย้ง ต้องพิจารณาท่าทีของคู่กรณี กองทัพเรือและศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยทางทะเล (ศรชล.) จะกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น

  • เพิ่มการลาดตระเวนและประสานงานนานาชาติ
  • แจ้งเตือนเรือสินค้าไทยหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง
  • ฝึกอบรมลูกเรือเรื่องการรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • ประสานกระทรวงการต่างประเทศสำหรับท่าที外交

ผลกระทบอาจทำให้ค่าใช้จ่ายการขนส่งสินค้าไทยสูงขึ้น และกระทบเศรษฐกิจ แต่ไทยจะวางตัวอย่างเป็นกลางตามนโยบายรัฐบาล

เหตุการณ์ เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือไทยในการปกป้องพลเรือนไทยในต่างแดน สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมเดินเรือไทย

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าโลก หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออก ควรติดตามข่าวสารและพิจารณาประกันภัยเพิ่มเติม ติดตามอัปเดตเหตุการณ์นี้กับเราต่อไปเพื่อข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – เสธ.ทร.เร่งประสานทางการโอมานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” อีก 3 คน ให้ได้ในวันนี้

พลิกฟื้นอีสาน โครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงนึกถึงภาพทุ่งนาแห้งแล้งในฤดูแล้ง หรือน้ำท่วมหนักในฤดูฝนใช่ไหมล่ะ แต่ข่าวดีกำลังมาแล้วนะครับ กรมชลประทานกำลังเดินหน้าโครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1 เพื่อพลิกฟื้นผืนดินอีสานให้เขียวขจี เติมน้ำชลประทานให้พื้นที่เกษตรกว่า 1.3 ล้านไร่ ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากได้อย่างยั่งยืน

โครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1 คืออะไรกันแน่?

โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้หลักการง่ายๆ แต่ทรงพลังสุดๆ นั่นคือ “แรงโน้มถ่วงของโลก” ให้สายน้ำไหลไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแพงๆ ลดต้นทุนระยะยาว แถมยังลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินอีกด้วย ระบบจะใช้คลองเปิดและอุโมงค์เฉพาะจุดที่ต้องข้ามภูเขาหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อรักษาแรงดันน้ำให้ไหลฉับไว

เส้นทางเริ่มจากปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย ผ่านจ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี ไปสิ้นสุดที่อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สามารถผันน้ำได้ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือน้ำรวมกว่า 2,664 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เลขตัวนี้ไม่ใช่แค่น้ำ แต่คือชีวิตใหม่ของเกษตรกรอีสาน!

พื้นที่รับประโยชน์จากโครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1

  • พื้นที่สูบน้ำ จ.หนองบัวลำภู: 11,680 ไร่
  • พื้นที่เพาะปลูกรอบเขื่อนอุบลรัตน์ฤดูแล้ง: 60,600 ไร่
  • พื้นที่ชลประทานลำน้ำพอง-ลำน้ำชี: กว่า 1.26 ล้านไร่
  • รวมทั้งหมด: 1,333,512 ไร่

นายพิเชษฐ รัตนปราศาสาตกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน บอกว่าขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นสำรวจและออกแบบรายละเอียด ยังไม่เริ่มก่อสร้างหรือเวนคืนที่ดิน ทุกอย่างโปร่งใส คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก “โครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1 จะเปลี่ยนพื้นที่ขาดน้ำให้เป็นเกษตรสมัยใหม่ มีน้ำทั้งปี เพิ่มรอบการปลูก ยกระดับรายได้ ลดหนี้สินเกษตรกร”

นอกจากนี้ ยังช่วยด้านพลังงานด้วย นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต บอกว่าน้ำต้นทุนเพิ่มจะช่วยผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้ดีขึ้น บริหารเขื่อนอุบลรัตน์ยืดหยุ่นทั้งไฟฟ้า ชลประทาน และป้องกันน้ำท่วม

ฟังเสียงจากชาวบ้านจริงๆ หน่อยนะครับ ที่ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มี 38 ครัวเรือน แต่ทำเกษตรเต็มที่ได้แค่ 5 ครัวเพราะขาดน้ำ นางพรทิพย์ ขามก้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บอกว่า “ถ้ามีน้ำพอ จะปลูกพืชได้ทั้งปี ลดการอพยพไปทำงานต่างจังหวัด สร้างความมั่นคงให้ลูกหลาน”

นายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ ก็มองบวก “นี่คือความหวังด้านน้ำที่นำไปสู่เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

จุดเด่นที่ทำให้โครงการโขง-เลย-ชี-มูล ระยะที่ 1 แตกต่าง:

  • ประหยัดค่าไฟ เพราะใช้น้ำไหลเอง
  • คลองเปิดบางช่วง ลดต้นทุนขุดอุโมงค์ทั้งสาย
  • ส่งน้ำเร็ว ทั่วถึงพื้นที่เกษตร
  • ยั่งยืน ลดพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

สรุปแล้ว โครงการนี้ไม่ใช่แค่โครงสร้าง แต่คืออนาคตของอีสานที่สดใสกว่าเดิม เมื่อมีน้ำ เกษตรกรจะยิ้มได้ทั้งปี เศรษฐกิจหมุนเวียน ชุมชนเข้มแข็ง คุณล่ะ คิดว่าอีสานจะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง? คอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ชาวอีสานด้วยนะครับ!

ที่มา – พลิกฟื้นอีสาน กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการ “โขง-เลย-ชี-มูล” ระยะที่ 1 เติมน้ำ 1.3 ล้านไร่

กองทัพเรือ กางไทม์ไลน์เตือนเรือล่วงหน้า

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านแสดงท่าทีเดือดดาล ล่าสุดเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ขนาด 30,000 ตัน ของบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) ถูกโจมตีขณะเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อ 11 มี.ค. 2569 สามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ 20 คน แต่ยังมี 3 คนติดค้างในเรือ สร้างความฮือฮาในแวดวงเดินเรือไทย

แต่กองทัพเรือ กางไทม์ไลน์ ยืนยันชัดเจนว่า ได้เตือนบริษัทเดินเรือล่วงหน้าหลายรอบแล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือความเสี่ยงสูงในพื้นที่นี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เพราะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดกั้นจะกระทบเศรษฐกิจโลกมหาศาล กองทัพเรือจึงออกมาตรการเข้มงวด เพื่อปกป้องเรือไทยให้ปลอดภัยสูงสุด

กองทัพเรือ กางไทม์ไลน์ ยืนยันเตือนบริษัทเดินเรือล่วงหน้าหลายรอบ หลังอิหร่านเดือด

เพื่อคลายข้อสงสัย กองทัพเรือได้เปิดไทม์ไลน์การแจ้งเตือนอย่างละเอียด ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการประเมินความเสี่ยงและแจกจ่ายข้อมูลทันท่วงที นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ

ไทม์ไลน์การเตือนภัยจากกองทัพเรือ

  • 24 ก.พ. 2569: กรมยุทธการทหารเรือ ออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 1 ถึงสมาคมเจ้าของเรือไทยและบริษัทเจ้าของเรือ เกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังสูง ขอให้ผู้ประกอบการพิจารณาข้อแนะนำด้านความปลอดภัยในการเดินเรือทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย
  • 2 มี.ค. 2569: หนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 2 ระบุชัดว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยกองกำลัง IRGC ของอิหร่าน แนะนำให้เลี่ยงเส้นทางนี้ พร้อมมาตรการเบื้องต้นสำหรับเรือที่จำเป็นต้องผ่านพื้นที่เสี่ยง เช่น เพิ่มการเฝ้าระวังและรายงานตำแหน่ง
  • 6 มี.ค. 2569: จัดประชุมใหญ่ที่ War Room กองบัญชาการกองทัพเรือ ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และบริษัทเจ้าของเรือ เพื่อกำหนดแนวทางดูแลเรือสินค้าไทยใน High Risk Area (HRA) ผลคือ “คำแนะนำการนำเรือ (Sailing Instruction)” ที่ครอบคลุมทุกมิติ
  • 7 มี.ค. 2569 – ปัจจุบัน: ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โดยศคจร. (ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล) เป็นจุดประสานหลัก ติดตามเรือไทยที่เข้า-อยู่ในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน พล็อตตำแหน่ง รายงานสถานการณ์ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • 10 มี.ค. 2569: เผยแพร่ “คำแนะนำการนำเรือ” อย่างเป็นทางการ พร้อม QR Code สำหรับรายงานข้อมูลเรือ และคู่มือหลักปฏิบัติในการประสานงาน ควบคุมเรือพาณิชย์ เพื่อให้บริษัทกำกับลูกเรือได้อย่างเคร่งครัด

บทบาทของช่องแคบฮอร์มุซและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างเพียง 33 กม. แต่รองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลก หากเกิดความขัดแย้ง การโจมตีเรือพาณิชย์อย่างที่เกิดกับมยุรีนารี จะส่งผลกระทบ domino ไปยังราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก กองทัพเรือ กางไทม์ไลน์ครั้งนี้ ย้ำว่าข้อมูลข่าวสารที่แจ้งเป็นข้อมูลจริงและอัปเดต เพื่อช่วยให้บริษัทตัดสินใจได้ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริม เช่น การใช้ระบบติดตามดาวเทียม AIS (Automatic Identification System) และการประสานกับกองทัพเรือต่างชาติ เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย ผู้ประกอบการเดินเรือไทยที่ค้าขายกับตะวันออกกลาง ควรศึกษาคู่มือเหล่านี้ให้ละเอียด

คำแนะนำสำหรับภาคเอกชนและนักเดินเรือ

  • ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง หากไม่จำเป็นต้องใช้
  • ฝึกอบรมลูกเรือเรื่องการรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น การอพยพและสื่อสาร SOS
  • ประกันภัยเรือให้ครอบคลุมความเสี่ยงทางการเมือง (War Risk)

จากกองทัพเรือ กางไทม์ไลน์ ชัดเจนว่ามีการเตือนอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบหลักยังอยู่ที่บริษัทเจ้าของเรือในการปฏิบัติตามคำแนะนำ หากละเลยอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ Insight สำคัญคือ ในยุคที่ geopolitics สั่นคลอน ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ อย่าประมาท!

CTA: หากคุณเป็นเจ้าของเรือหรือสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือและแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนในวงการเดินเรือไทย

ที่มา – กองทัพเรือ กางไทม์ไลน์ ยืนยันเตือนบริษัทเดินเรือล่วงหน้าหลายรอบ หลังอิหร่านเดือด

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้มีข่าวราชการที่น่าสนใจมากๆ มาอัปเดตให้ฟังกัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้กับสองบุคคลสำคัญในวงการทหารไทย นั่นคือ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ประกาศนี้เพิ่งออกมาในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่แสดงถึงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 มีนาคม 2567 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษนี้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ทำให้แฟนข่าวการเมืองและทหารต่างจับตามองกันอย่างคึกคัก

ทำไมถึงเป็นกรณีพิเศษล่ะครับ? ปกติแล้ว ยศพลเรือเอก (Admiral) และพลอากาศเอก (Air Chief Marshal) เป็นยศสูงสุดในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ แต่ครั้งนี้พระราชทานให้กับนายทหารจากกองทัพบกสองคนเลย นับเป็นการเชื่อมโยงเหล่าทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แสดงถึงความสามัคคีในกองทัพไทยที่แท้จริง

รายละเอียดผู้ถูกราชทานยศจากโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ

  • พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ: ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ท่านมีประวัติการรับใช้ชาติยาวนาน ผ่านตำแหน่งสำคัญหลายแห่งในกองทัพบก เช่น ผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน เคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัย
  • พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์: ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนปัจจุบัน ท่านขึ้นสู่อำนาจสูงสุดในกองทัพเมื่อปีที่แล้ว ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการทหาร มีผลงานเด่นในการปฏิรูประบบทหารสูงสุดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งสองท่านนี้เป็นนายทหารสัญญาบัตรที่มีผลงานโดดเด่น ทำให้สมควรได้รับยศอันทรงเกียรตินี้ การพระราชทานยศแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นะครับ ถือเป็นการยกย่องผลงานและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแผ่นดินไทย

มาดูความสำคัญกันหน่อยครับ การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ แบบนี้ สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมความสามัคคีของกองทัพทั้งสามเหล่า ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กองทัพไทยต้องเข้มแข็งและรวมเป็นหนึ่งเดียว การยกระดับยศข้ามเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารทุกคน และยังเป็นสัญญาณบวกต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ พลเอกที่เคยสวมเครื่องแบบสีเขียวของกองทัพบก ตอนนี้มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินของกองทัพเรือ หรือสีฟ้าของกองทัพอากาศในพิธีการต่างๆ มันเจ๋งมากเลยนะ แสดงถึงการหลอมรวมเหล่าทัพให้เป็นครอบครัวเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารต้นฉบับให้ดูได้ที่ ราชกิจจานุเบกษา ใครสนใจศึกษาละเอียดเชิญเลยครับ

ในมุมมองของผม การโปรดเกล้าฯ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ยศ แต่เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ยืนยันความสำคัญของผู้นำทหารทั้งสองท่านในการนำพากองทัพไทยสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้คนไทยรู้สึกภูมิใจในสถาบันกองทัพ

สุดท้ายนี้ ชวนเพื่อนๆ ติดตามข่าวสารการเมืองและทหารอัปเดตแบบเรียลไทม์ที่นี่นะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย ช่วยกันกระจายข้อมูลดีๆ ครับ!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลเรือเอก และ พลอากาศเอก เป็นกรณีพิเศษ ให้ปลัด กห.-ผบ.ทสส.

“ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เหตุการณ์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก เมื่อ “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมารายงานตัวตามกำหนดเวลา 10.59 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีสำคัญ

“ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับคดีเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย นายชนนพัฒฐ์แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยกล่าวสั้นๆ กับสื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ว่า “มารายงานตัวตามหมายเรียก มั่นใจในพยานหลักฐาน” เขายังย้ำว่าหตุ事情นี้เป็นเหตุการณ์เก่า และพร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน

รายละเอียดข้อกล่าวหาในคดี “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก

ข้อกล่าวหาที่ DSI ออกหมายเรียกครอบคลุมหลายมาตรา โดยเฉพาะตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 นายชนนพัฒฐ์ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษนาหรือชักชวนผู้อื่นให้เล่นพนัน รวมถึงร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ส.ส. และพรรคการเมือง

  • ฐานร่วมกันจัดให้เล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ทำอุบายล่อหรือช่วยโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเล่นพนัน
  • ร่วมกันฟอกเงินจากกิจกรรมดังกล่าว
  • เหตุการณ์เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังทยอยยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เมื่อสื่อถามถึงเรื่องนี้ นายชนนพัฒฐ์ตอบอย่างใจเย็นว่า “ไม่เป็นไร ค่อยๆ ชี้แจงไป” แสดงถึงความสงบและมั่นใจในการต่อสู้คดี

หลังจากนั้น นายชนนพัฒฐ์และทีมทนายได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ DSI เพื่อให้ปากคำอย่างละเอียด โดยคาดว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในภายหลัง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการรายงานตัวตามหมายเรียกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินไปในคดีเว็บพนันซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย

พื้นหลังคดีเว็บพนันและบทบาทของ DSI

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการใหญ่ของ DSI ในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่ลุกลามไปถึงการฟอกเงินมูลค่ามหาศาล เว็บพนันเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการดึงดูดเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง นายชนนพัฒฐ์ในฐานะ ส.ส. จึงตกเป็นเป้าสนใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร

จากข้อมูลเบื้องต้น คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เก่าๆ ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานมานาน การออกหมายเรียกครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสอบสวน ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายจับหากไม่ให้ความร่วมมือ ทว่าการที่ “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก แสดงถึงความเคารพกระบวนการกฎหมาย

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง เหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคก้าวไกลอย่างไร ต้องติดตามต่อไป เพราะ ส.ส. แต่ละคนคือตัวแทนประชาชนที่ต้องโปร่งใส

สุดท้ายแล้ว คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ ส.ส. และนักการเมืองทุกคนระมัดระวังการเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย หากคุณสนใจข่าวการเมืองและคดีดัง ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลกระจายสู่สาธารณะ

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

การเมืองไทยช่วงนี้กำลังเข้มข้น เมื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเพื่อพิจารณาในบ่ายวันนี้ โดยปัดตกข่าวลือชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ สะท้อนกระบวนการเจรจาโควต้าตำแหน่งในรัฐบาลกึ่งกลางที่กำลังดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ

พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลของพรรคที่เหมาะสมเสนอให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารคนอื่นๆ เข้าร่วม จากนั้นเวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะนำรายชื่อเหล่านี้ไปหารือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแกนนำ

รายละเอียดการประชุมพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อมอบหมายบุคคลให้คัดสรรตัวผู้เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐมนตรีโควต้าของพรรคเพื่อไทยที่ได้ 8 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ยืนยันจำนวนหรือตำแหน่งแน่นอน ต้องรอหารือกับพรรคแกนนำหลัก โดยรายชื่อที่จะส่งจะตรงตามโควต้า และเป็นไปตามกระบวนการของพรรค

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่กำลังจัดสรรตำแหน่งกันอย่างเข้มข้น พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดในรัฐบาลกึ่งกลาง มีบทบาทสำคัญในการเสนอชื่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งได้รองนายกฯ และกระทรวงมหาดไทย ก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ โดยเฉพาะตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่เป็นประเด็นร้อน

ปัดข่าวชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเคยส่งชื่อนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เข้าชิงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แต่ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่เคยส่งชื่อใครเลยสักคน "มีการพูดกันเยอะ แต่สุดท้ายตำแหน่งมีแค่ 1 คน อย่าโยนชื่อเด็ดขาด” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคมีบุคลากรศักยภาพหลายคน พร้อมดำรงตำแหน่ง

  • หลักเกณฑ์การคัดเลือก: ยึดตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความสามารถในการทำงานตอบโจทย์ประชาชน
  • ไม่ใช่เรื่องชอบใจส่วนตัว: ต้องผ่านการตรวจสอบทุกระดับ
  • รายชื่อจะส่งมากกว่าโควต้าเล็กน้อย เพื่อให้มีการพิจารณาเลือกสรร

ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยเคยตั้งคำถามกับบางรายชื่อ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเสนอตามที่เห็นสมควร โดยทุกอย่างต้องชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีปัญหาก็ไม่มีเหตุผลปฏิเสธ นี่แสดงถึงความโปร่งใสในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

บริบทการเจรจาโควต้ารัฐมนตรีและสภา

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลคนเดียวได้ จึงจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ สร้างรัฐบาลกึ่งกลาง ตำแหน่งรองประธานสภาฯ มี 3 คน โดยคนแรกเป็นของฝ่ายค้าน คนที่ 2-3 เป็นฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้โควต้ารองนายกฯ รัฐมนตรี 8 คน และตำแหน่งสภา ทำให้การถกชื่อพรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทยเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งอื่นๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ ที่ต้องแบ่งกัน พรรคเพื่อไทยเน้นบุคคลที่มีประสบการณ์ ทำงานได้จริง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดชื่อบุคคล แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ของพรรคในการรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านและปัญหาเศรษฐกิจที่รอแก้ไข

จากมุมมองผู้วิเคราะห์ การที่พรรคเพื่อไทยยืนกรานเรื่องกฎหมายและศักยภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากชื่อที่เสนอผ่านการพิจารณาได้ ก็จะช่วยให้สภาเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการถกชื่อรองประธานสภาฯ ครั้งนี้? ชื่อไหนน่าจะได้ไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – พรรคเพื่อไทย ถกชื่อรองประธานสภาฯ ส่งภูมิใจไทย บ่ายนี้ ปัดชื่อ “พัฒนา สัพโส” ถูกตีกลับ

ผบ.ทร. ประสานกองทัพเรือโอมาน เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี”

เหตุการณ์เรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความตื่นตัวให้กับกองทัพเรือไทยเป็นอย่างมาก ล่าสุด ผบ.ทร. ประสานกองทัพเรือโอมาน เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” ยังสูญหาย เพื่อให้ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ผบ.ทร. ประสานกองทัพเรือโอมาน เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” ยังสูญหาย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 จากรายงานของผู้สื่อข่าว พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้ส่งข้อความด่วนถึง พลเรือตรี ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน โดยแสดงความขอบคุณที่ช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเรือ MV Mayuree Naree (มยุรีนารี) ขนาด 30,000 ตัน ของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ลูกเรือไทย 20 คน ได้รับการช่วยเหลือและนำขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว โดยกองทัพเรือโอมานปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีลูกเรืออีก 3 คนที่ตกค้างบนเรือและยังไม่พบร่องรอย ทำให้ ผบ.ทร. ประสานกองทัพเรือโอมาน เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” ยังสูญหาย อย่างต่อเนื่อง

ช่องแคบฮอร์มุซ: พื้นที่เสี่ยงภัยทางทะเลที่อันตรายที่สุด

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของโลก คิดเป็น 20% ของน้ำมันโลก แต่เป็นจุด热点ของความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้เรือสินค้าถูกโจมตีบ่อยครั้ง เหตุการณ์นี้เตือนใจถึงความเสี่ยงของลูกเรือไทยที่ต้องเดินทางไกล

  • เรือมยุรีนารีถูกระเบิด ทำให้ลูกเรือต้องอพยพฉุกเฉิน
  • กองทัพเรือโอมานช่วยเหลือทันท่วงที สะท้อนมิตรภาพไทย-โอมาน
  • กองทัพเรือไทยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ประสานสถานทูตไทยที่มัสกัต

กองทัพเรือยืนยันว่าจะใช้ทุกช่องทางช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว

บทเรียนจากเหตุการณ์มยุรีนารี: ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทยและโอมาน ซึ่งเคยร่วมมือกันในภารกิจต่างๆ มาก่อน ในยุคที่ทะเลมีความเสี่ยงสูงจากโจรสลัดและความขัดแย้ง ลูกเรือไทยจำนวนมากต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากพันธมิตร นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้บริษัทขนส่งสินค้าไทยเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบตรวจจับภัย และฝึกอบรมลูกเรือให้พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

ปัจจุบัน กองทัพเรือยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนครอบครัวลูกเรือที่รอข่าวด้วยข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ความพยายามนี้ไม่เพียงช่วยชีวิต แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถติดตามพัฒนาการได้จากช่องทางกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกเรือไทยทุกคนกลับบ้านปลอดภัย ในมุมมองของผู้เขียน ความร่วมมือระหว่างประเทศแบบนี้คือกุญแจสำคัญในการปกป้องชีวิตคนไทยในต่างแดน

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: หากคุณเป็นลูกเรือหรือครอบครัว สามารถติดต่อกองทัพเรือเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

ที่มา – ผบ.ทร. ประสานกองทัพเรือโอมาน เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ “มยุรีนารี” ยังสูญหาย

ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่ง 12 มี.ค. 2569 ล่าสุด

สวัสดีครับชาวนักลงทุนทองคำทุกท่าน! วันนี้เรามาเช็กราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่งกันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ สำหรับวันที่ 12 มีนาคม 2569 ราคาทองปรับตัวขึ้นแรง 50 บาทตั้งแต่เปิดตลาด ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนถือทอง แต่ก็ต้องระวังการปรับฐานด้วยนะครับ สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งแรกเวลา 09.10 น. โดยทองรูปพรรณขายออกบาทละ 78,750 บาท และทองแท่งขายออก 77,950 บาท มาดูรายละเอียดกันเลย

ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่ง

ข้อมูลราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่งครั้งที่ 1 (09.10 น.):

  • ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 77,750 บาท ขายออกบาทละ 77,950 บาท
  • ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 76,194.16 บาท ขายออกบาทละ 78,750 บาท

นี่คือราคาแบบขายปลีกบาททองคำนะครับ โดย 1 บาททองคำแท่งเท่ากับ 15.244 กรัม และทองรูปพรรณ 15.16 กรัม ยังไม่รวมค่ากำเหน็จอีกต่างหาก ถ้าจะซื้อจริงแนะนำโทรเช็คร้านทองใกล้บ้านเพราะอาจต่างกันนิดหน่อย

เช็กราคาทองวันนี้ 12 มี.ค. 2569 แบบละเอียด

ราคาทองวันนี้ 1 บาท

ราคาทอง 1 บาท อ้างอิงน้ำหนักมาตรฐาน:

  • ทองคำแท่ง 1 บาท (15.244 กรัม) รับซื้อ 77,750 บาท ขายออก 77,950 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท (15.16 กรัม) รับซื้อ 76,194.16 บาท ขายออก 78,750 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

ราคาทอง 2 สลึง หรือ 50 สตางค์ น้ำหนักทองแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม:

  • ทองคำแท่ง รับซื้อ 38,875 บาท ขายออก 38,975 บาท
  • ทองรูปพรรณ รับซื้อ 38,097.08 บาท ขายออก 39,375 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง

  • ทองคำแท่ง 1 สลึง (3.811 กรัม) รับซื้อ 19,437.50 บาท ขายออก 19,487.50 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง (3.79 กรัม) รับซื้อ 19,048.54 บาท ขายออก 19,687.50 บาท

ราคาทองวันนี้ครึ่งสลึง

  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง (1.905 กรัม) รับซื้อ 9,718.75 บาท ขายออก 9,743.75 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง (1.89 กรัม) รับซื้อ 9,524.27 บาท ขายออก 9,843.75 บาท

หมายเหตุ: ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ กรุณายืนยันกับร้านทองก่อนตัดสินใจซื้อขายครับ

อัปเดตล่าสุด ณ เวลา 10.50 น. ราคาปรับขึ้นลงรวม 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด (09.56 น.) ทองแท่งรับซื้อ 77,650 บาท ขาย 77,850 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 76,103.20 บาท ขาย 78,650 บาท ราคาทองโลก (XAU/USD) วันนี้เคลื่อนไหวราว 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สูงขึ้นจากแรงซื้อ safe-haven ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และดอลลาร์ที่อ่อนตัว

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่ง

ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่งปรับขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนหนีความเสี่ยงเข้าทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยเฟดที่คาดลดลง หากคุณกำลังคิดจะลงทุน แนะนำดูแนวรับ 2,380 ดอลลาร์ ถ้าทะลุอาจลงต่อ แต่ตอนนี้ยัง bullish ครับสำหรับระยะสั้น คนเก็งกำไรอาจถือต่อ แต่คนซื้อเก็บยาวรอ dip ดีกว่า

เปรียบเทียบเมื่อวาน ราคาขึ้น 200 บาทรวมสัปดาห์ ถือว่าดีมากสำหรับพอร์ตทองคำ ทองรูปพรรณยังคงมีสเปรดสูงกว่าทองแท่งประมาณ 800 บาท เหมาะสำหรับซื้อเป็นของขวัญหรือเครื่องประดับมากกว่า

เคล็ดลับการลงทุน: อย่าซื้อตอนขึ้นแรงแบบนี้ รอ pullback แล้วค่อยเข้า กระจายความเสี่ยงกับหุ้นหรือกองทุน และติดตามข่าว Fed meeting ครับ

สรุปแล้ว ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่งยังน่าจับตา หากสนใจลงทุนทองคำ แนะนำเช็คราคาล่าสุดทุกวันและปรึกษาที่ปรึกษาการเงินเพื่อวางแผนให้เหมาะสม อย่าลืมติดตามอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดโอกาสนะครับ!

ที่มา – ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่ง เช็กราคาทองวันนี้ 12 มี.ค. 69 อัปเดตล่าสุด