วัน: 14 มีนาคม 2026

“อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือราคาน้ำมัน สงครามตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกกำลังผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ชาวไทยจำนวนไม่น้อยต่างกังวลกับค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุด “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวสงครามที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานทั่วโลก

“อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสร็จสิ้นพิธีรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ได้เชิญนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารืออย่างเป็นส่วนตัวที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หัวข้อหลักคือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่พุ่งทะยาน นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหามาตรการบรรเทาภาระ โดยคาดว่าจะมีการประกาศมาตรการใหม่ในเร็วๆ นี้

สงครามตะวันออกกลาง : สาเหตุหลักของราคาน้ำมันพุ่ง

สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และการขยายวงของกลุ่มฮูธีในทะเลแดง ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของเส้นทางการขนส่งน้ำมันสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสพุ่งสูงเกิน 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งกระทบไทยโดยตรง เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากภูมิภาคนี้

ไม่เพียงเท่านั้น การโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น 20-30% สะท้อนสู่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในปั๊มน้ำมันไทยที่ปรับขึ้นเกือบสัปดาห์ละครั้ง ชาวบ้านหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาค่าขนส่งอาหารและสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นตามไปด้วย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนไทย

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ SME ที่มีต้นทุนพลังงานสูง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอีก 0.5-1% หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ประชาชนทั่วไปต่างเดือดร้อนกับค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง และค่าอาหารที่ปรับราคาตาม

มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเตรียมไว้

จากข้อมูลที่รั่วไหลจากการประชุม “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการหลายประการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

  • ลดภาษีน้ำมันชั่วคราว: เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน 1-2 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3-6 เดือน
  • วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ: สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
  • แจกคูปองน้ำมัน: สำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ขับขี่แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • เร่งเจรจากับผู้ผลิตน้ำมัน: เพื่อล็อกราคานำเข้าล่วงหน้าและสำรองน้ำมันในสต็อก
  • ส่งเสริมพลังงานทางเลือก: ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าและ NGV มากขึ้นในระยะยาว

มาตรการเหล่านี้หากประกาศใช้จริง จะช่วยให้ประชาชนถอนหายใจได้บ้าง แต่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

บทบาทสำคัญของนายกฯ อนุทินในการแก้ปัญหา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงศักยภาพในการนำทีม โดยใช้ความชำนาญด้านการเมืองและเศรษฐกิจในการประสานงานระหว่างกระทรวง การหารือกับนายเอกนิติ ซึ่งเป็นมือฉมังด้านการคลัง ช่วยให้เกิดแนวทางที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและยาว นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสม

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังเสริมความเชื่อมั่นในรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตพลังงาน สุดท้ายแล้ว ชาวไทยควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้ประหยัด เพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “อนุทิน” ถก “เอกนิติ” หารือสถานการณ์ราคาน้ำมัน-ช่วยประชาชนในสงครามตะวันออกกลาง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษา ครม.อนุทิน 2

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่กำลังจะมารับตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 2 กันครับ คุณยศชนัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.เชน เป็นบุคคลที่น่าจับตา เพราะทั้งพื้นฐานวิชาการแข็งแกร่งและมีสายเลือดนักการเมืองชัดเจน มาดูกันว่าประวัติยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มต้นจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดังครับ เขาเป็นบุตรชายคนโตของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง ซึ่งเป็นน้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร และพี่สาวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของไทย ดังนั้นสายเลือดของเขาจึงเชื่อมโยงกับตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์แบบเต็มๆ เลยครับ

ด้านการศึกษา คุณยศชนัน จบปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาเอกสาขาคลื่นสมอง โดยดุษฎีนิพนธ์ของเขาพูดถึงการใช้สัญญาณสมองช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งน่าทึ่งมาก! ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เขาเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหิดล และยังสอนอยู่ด้วย เรียกได้ว่าประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในสายวิชาการนั้นแจ่มใสสุดๆ เหมาะกับตำแหน่งรมว.อุดมศึกษาฯ เลยครับ

เส้นทางการเมือง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในเส้นทางการเมือง

เส้นทางการเมืองของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มจริงจังปี 2557 ที่ลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ผลไม่เป็นทางการเขาชนะ แต่เกิดเหตุชุมนุม กปปส. นำไปสู่รัฐประหาร คสช. ทำให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ครั้งนั้น ต่อมาในปี 2568 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการและทรัพยากรบุคคล ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ล่าสุดในการเลือกตั้ง 2569 พรรคเพื่อไทยเปิดตัวเขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 สมัยแรก พรรคได้ ส.ส. 74 เสียง อันดับ 3 รองจากภูมิใจไทยและประชาชน จากนั้นพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย เสียงรวม 291 เสียง ชื่อของเขาจึงติดโผ ครม.อนุทิน 2 ในโควตาเพื่อไทย 5 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ และ 3 เก้าอี้ช่วยว่าการ โดยคาดว่าจะได้กระทรวงอุดมศึกษาเพราะถนัดด้านวิจัย

ก่อนเลือกตั้ง คุณยศชนัน ปาฐกถาในโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program หัวข้อ “From Research to Policy” เคยมีข่าวลือจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือรมว.ศึกษาฯ แต่ปฏิเสธ ในโอกาสเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เขาเล่าว่าตัวเองเติบโตจากครอบครัวข้าราชการ-พยาบาล ย้ายถิ่นฐานหลายจังหวัด ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 และเชื่อมั่นศักยภาพคนไทย เหมือนยุคไทยรักไทย

วิสัยทัศน์ของเขาชัดเจนมากครับ มุ่งยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูง ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI เป็นแกน โดยมียุทธศาสตร์หลักดังนี้:

  • เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิม (เกษตร อุตสาหกรรม บริการ) ด้วยเทคโนโลยีใหม่ สร้างเครื่องยนต์ใหม่จากท้องถิ่น+เทค ครอบคลุม climate change สุขภาพ
  • สร้างความมั่นคงรอบด้าน: ทหาร ไซเบอร์ อาหาร พลังงาน Climate Change และทูตสมดุล
  • สร้างความเชื่อมั่น: นิติธรรม Digital Government ป้องกันคอร์รัปชัน AI Transformation One Stop Service
  • วางโครงสร้างพื้นฐานใหม่: คมนาคม ดิจิทัล พลังงานสะอาด สวัสดิการ การศึกษา วิจัย รองรับคนทุกคนให้โอกาสเท่าเทียม

คำพูดเด็ดของเขาคือ “การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการสร้างประเทศขึ้นใหม่… ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน” สุดยอดเลยครับ!

จากประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่หลากหลายทั้งวิชาการและการเมือง เชื่อว่าเขาจะนำพาการอุดมศึกษาไทยให้ก้าวหน้ากับยุค AI ได้ดี คุณคิดเห็นอย่างไรกับว่าที่ รมว.คนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากถูกใจ!

ที่มา – ประวัติ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รัฐมนตรีหน้าใหม่ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษาฯ ครม.อนุทิน 2

แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม – แรตคลิฟฟ์

แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม – แรตคลิฟฟ์

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาชื่นชม แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม ในฐานะเฮดโค้ชชั่วคราว แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะแต่งตั้งถาวรหรือไม่ ไมเคิล แคร์ริค อดีตกองกลางวัย 44 ปี เข้ามารับช่วงต่อหลังจากสโมสรปลดรูเบน อโมริม เมื่อเดือนมกราคม และพาทีมฟอร์มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทีมของแคร์ริคคว้าชัยชนะ 6 จาก 8 นัดล่าสุด สะสมแต้มมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกช่วงนั้น แซงหน้าทีมนำอย่างอาร์เซนอลด้วยซ้ำ นี่คือการพลิกฟื้นที่น่าประทับใจของ “ปีศาจแดง” ที่กำลังลุ้นท็อป 4

แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม – แรตคลิฟฟ์ ยอมรับชัดเจน

ในการให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports News เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แคร์ริคเข้ามา แรตคลิฟฟ์กล่าวว่า “เขาทำได้ยอดเยี่ยม ใช่แล้ว ชัดเจนมาก” คำชื่นชมนี้จุดประกายความหวังให้แฟนผีแดงที่เรียกร้องให้แคร์ริคอยู่ต่อแบบถาวร

แมนยูไนเต็ดรั้งอันดับ 3 ในลีก เหลือ 9 นัด ใกล้เคียงกับการกลับสู่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 2022-23 แรตคลิฟฟ์ยอมรับว่ากำลังคิดถึงเรื่องนี้ แต่ยังมี 7-8 นัดรออยู่

อนาคตของแคร์ริคหลัง “แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม”

หากแคร์ริคพาทีมคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีกได้ โอกาสต่อสัญญาจะสูงขึ้นอย่างมาก แต่บอร์ดบริหาร โดยเฉพาะแรตคลิฟฟ์ รู้ดีว่าต้องเลือกโค้ชให้ถูกคน หลังจากเคยให้สัญญาใหม่กับเอริค เทน ฮาก หลังชนะเอฟเอ คัพ 2024 แต่ปลดไม่ถึง 3 เดือนต่อมา

อโมริมที่เข้ามาแทน也被ให้โอกาสแม้ทีมจบอันดับ 15 และแพ้ยูโรปา ลีกให้ท็อตแนม แรตคลิฟฟ์เคยบอกว่าจะให้เวลา 3 ปี แต่สุดท้ายปลดหลัง 14 เดือน นี่คือบทเรียนราคาแพง

แคร์ริคซึ่งเคยเป็นผู้เล่นในตำนานของยูไนเต็ด และมีประสบการณ์คุมทีมมิดเดิลสโบรห์ ได้รับความรักจากทุกคนในสโมสร มิคกี้ โอเว่น อดีตนักเตะลิเวอร์พูล ยังออกมาสนับสนุนว่า “ทุกคนที่แมนยูรักเขา”

  • ฟอร์มล่าสุด: ชนะ 6/8 นัด
  • แต้มสะสม: มากสุดในลีกช่วงนั้น
  • อันดับปัจจุบัน: 3
  • เป้าหมาย: แชมเปียนส์ลีก

การเข้ามาของแคร์ริคเปลี่ยนแท็คติกทีมให้เหมาะกับนักเตะที่มี โดยเน้นการเล่นที่ดุดันและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ราเมส ฮูเมนส์ และบรูโน่ แฟร์นันเดส ฟอร์มกลับมาแจ่ม นี่คือเหตุผลที่แฟนๆ เชื่อว่าเขาคือคำตอบ

อย่างไรก็ตาม แรตคลิฟฟ์ปฏิเสธที่จะพูดถึงการแต่งตั้งถาวร โดยกล่าวว่า “ไม่ ยังไม่ไปทางนั้น” แสดงถึงความระมัดระวังในการตัดสินใจครั้งใหญ่

ในฤดูกาลนี้ แมนยูไนเต็ดเผชิญปัญหามากมาย ทั้งอาการบาดเจ็บและความไม่แน่นอนในทีม แต่แคร์ริคพิสูจน์ตัวเองแล้วด้วยผลงานที่ แคร์ริคทำได้ยอดเยี่ยม คำถามคือ สโมสรจะกล้าเสี่ยงกับโค้ชเลือดใหม่ หรือให้โอกาสเจ้าของบ้านคนนี้ต่อ?

นี่คือช่วงเวลาสำคัญของยูไนเต็ด หากพลาดอีก อนาคตอาจยิ่งมืดมน คุณคิดว่าแคร์ริคสมควรได้งานถาวรไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถกระบะและคนรักการแต่งรถทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีจากทาง Toyota ที่ไม่ใช่แค่ขายรถเท่านั้น แต่ยังมาพัฒนาทักษะให้กับน้องๆ อาชีวะด้วยนะ Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ในการแข่งขันสุดมันส์ “อาชีวะ ท้าแต่งแซด” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว!

Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เล่าว่ากิจกรรมนี้ Toyota จับมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอาชีวะได้นำรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น มาออกแบบและแต่งอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้การ指导ของเมนเทอร์ชั้นนำ เพื่อส่งเสริมการแต่งรถที่ถูกกฎหมาย สร้างทักษะอาชีพในอนาคตได้จริง

ตลาดแต่งรถบ้านเรานี่โคตรมีศักยภาพเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถอย่าง Toyota แต่ยังมีอู่แต่งรถดังๆ และพาร์ทเนอร์ชิ้นส่วนเพียบ นี่คือโอกาสทองสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่มีไอเดียเจ๋งๆ สร้างรายได้มหาศาลได้เลย Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น เพื่อให้ทุกคนแต่งรถถูกต้องตามกฎ สนุกและปลอดภัย

Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

กิจกรรมนี้ Toyota อยากเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับน้องๆ อาชีวะ ให้มีศักยภาพด้านออกแบบรถ พัฒนาความรู้ และปลดปล่อยความครีเอทีฟ จากความชอบกลายเป็นอาชีพมั่นคง มีเมนเทอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และโชว์รูม Toyota คอยช่วยจนรถแต่งเสร็จสมบูรณ์

เกณฑ์การแข่งขันสุดท้าทาย

ทีมต้องใช้ชิ้นส่วนตกแต่งที่หาซื้อได้ทั่วไป โจทย์คือ Z Generation นำเสนอผ่านสเก็ตช์ 2D/3D และคลิปวิดีโออธิบายคอนเซ็ปต์ให้เข้ากับธีม เห็นภาพชัดๆ เลยว่าน้องๆ สร้างสรรค์แค่ไหน

ผลงานการแต่งรถไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

ผลการแข่งขันที่ทุกคนรอคอย

  • ทีมชนะเลิศ: ทีม Touch Line จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ที่ปรึกษาโก้ Street Doc และโตโยต้า เมืองชล ได้ทุน 100,000 บาท + ถ้วย + เกียรติบัตร
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: ทีม ZE86 Chikara วิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง จ.เชียงใหม่ ที่ปรึกษาอ้วนรถซิ่ง และโตโยต้า อินทนนท์ ได้ทุน 50,000 บาท + เกียรติบัตร
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: ทีม Jokjing วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ที่ปรึกษาเอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์ และโตโยต้า จีเอ็นดี ชลบุรี ได้ทุน 30,000 บาท + เกียรติบัตร
  • รางวัลชมเชย: ทีม CTC Legacy วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี ที่ปรึกษาเบียร์ Raceboyz และโตโยต้า อินเตอร์ยนต์ชลบุรี ได้ทุน 10,000 บาท + เกียรติบัตร
ทีมผู้ชนะการแข่งขัน

นอกจากนี้ Toyota ยังขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พันธมิตรอย่าง ECU shop, BRD, Cosmis, Explorer, Monza และอินฟลูเซอร์ดังๆ รวมถึงโชว์รูม Toyota ที่ช่วยผลักดันน้องๆ ให้ประสบความสำเร็จ

เห็นมั้ยครับว่า Toyota ไม่ได้แค่ทำรถดี แต่ยังสร้างอนาคตให้เยาวชนด้วย การแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ถ้าคุณเป็นสายแต่งรถ ลองเอาไอเดียไปปรับใช้ดูสิ รับรองปัง!

ติดตามข่าวสารรถยนต์และกิจกรรม Toyota ล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา หรือแวะโชว์รูมเพื่อทดลองขับไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่นด้วยตัวเองนะครับ รออะไร ไปลุยกัน!

ที่มา – Toyota ร่วมพัฒนาทักษะอาชีพคนอาชีวะ ผ่านการแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น

ราคาทองรูปพรรณวันนี้ 14 มี.ค. 2569 ล่าสุด

สำหรับนักลงทุนทองคำและผู้สนใจติดตามราคาทองรูปพรรณวันนี้ วันที่ 14 มีนาคม 2569 หรือ 14/3/67 ได้ปรับตัวเพียงเล็กน้อย โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาเปิดตลาดครั้งแรกตอน 09.04 น. และมีการปรับราคาเพียง 1 ครั้งก่อนปิดตลาด ทำให้ราคาทองรูปพรรณวันนี้ขายออกบาทละ 78,100 บาท ส่วนราคาทองแท่งขายออกบาทละ 77,300 บาท

ราคาทองรูปพรรณวันนี้

ราคาทองคำในประเทศวันนี้ปรับลดลง 550 บาท จากการประกาศครั้งแรก ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 77,100 บาท ขายออกบาทละ 77,300 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณวันนี้รับซื้อบาทละ 75,557.44 บาท และขายออกบาทละ 78,100 บาท นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะราคาทองคำมักผันผวนตามปัจจัยเศรษฐกิจโลก

รายละเอียดการปรับราคาทองรูปพรรณวันนี้

  • ครั้งที่ 1: 09.04 น. ปรับลด 550 บาท
  • ราคาปิดตลาดทองแท่ง: รับซื้อ 77,100 บาท / ขายออก 77,300 บาท
  • ราคาปิดตลาดทองรูปพรรณ: รับซื้อ 75,557.44 บาท / ขายออก 78,100 บาท

สถานการณ์ราคาทองคำวันนี้ได้รับอิทธิพลจากราคาทองโลกที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและอัตราดอกเบี้ยเฟดที่ยังคงนโยบายเข้มงวด ทำให้ทองคำในประเทศปรับตาม นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศอย่างเงินบาทที่อ่อนค่าก็ช่วยพยุงราคาไม่ให้ลดลึกเกินไป

หากคุณกำลังพิจารณาซื้อทองรูปพรรณหรือทองแท่งราคาทองรูปพรรณวันนี้ที่ลดลงอาจเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว เพราะทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ควรเช็คราคาล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำก่อนตัดสินใจซื้อขายเสมอ

แนวโน้มราคาทองในสัปดาห์นี้คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและการประชุมธนาคารกลาง หากราคาทองรูปพรรณวันนี้ยังคงนิ่ง อาจเป็นสัญญาณว่าราคาจะทรงตัวไปอีกระยะหนึ่ง

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนทองคำ แนะนำให้กระจายพอร์ตการลงทุน อย่าลงทุนทั้งหมดในทองเพียงอย่างเดียว และติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สามารถเช็คราคาทองย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มได้จากเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ

สรุปแล้วราคาทองรูปพรรณวันนี้14 มีนาคม 2569 ปรับลดเพียง 550 บาท ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่รุนแรงนัก หากคุณมีแผนซื้อทอง วันนี้อาจเป็นจังหวะดี อย่าลืมเปรียบเทียบราคาจากร้านทองหลายแห่งเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

ติดตามอัปเดตราคาทองทุกวันได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ราคาทองแท่ง ปิดตลาดวันนี้ 14 มีนาคม 2569 เช็กราคาทองล่าสุด

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังดุสิตมายังอาคารรัฐสภาแห่งชาติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีประทับรถยนต์พระที่นั่ง ออกเดินทางเมื่อเวลา 17.17 น. ถือเป็นพระราชกรณียกิจที่แสดงถึงพระราชปณิธานในการทรงเป็นประมุขของรัฐบาลไทย

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

เมื่อเวลา 17.25 น. พระองค์ทั้งสองพระองค์เสด็จเข้าห้องโถงรัฐพิธี ชั้น 11 ของอาคารรัฐสภา ท่ามกลางดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างยิ่งใหญ่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้เฝ้ารับเสด็จอย่างพร้อมเพรียงในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์นี้

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

ในระหว่างพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ และพระราชทานพระราชดำรัสสำคัญแก่สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน พระราชดำรัสมีใจความว่า “บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลายผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศ ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาฯ แห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผล เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน” พระราชดำรัสนี้เน้นย้ำหลักการสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรยึดถือ นั่นคือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลักสูงสุด

พระราชดำรัส “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

ความสำคัญของพระราชดำรัสใน “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเป็นประเพณีอันยาวนานของประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงเสด็จเป็นองค์ประธานเพื่อเปิดประชุมและพระราชทานพระราชดำรัส ซึ่งเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาปฏิบัติหน้าที่ พิธีนี้ไม่เพียงประกาศให้ประชาชนทราบถึงการเริ่มต้นการทำงานของรัฐสภาใหม่ แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงหน้าที่ของผู้แทนราษฎรในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน พระราชดำรัสในโอกาสนี้มักจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับนักการเมืองทุกฝ่าย

พระราชดำรัสครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้ง โดยทรงกำชับให้ยึด “ความถูกต้อง” และ “ประโยชน์สุขของประชาชน” เป็นเป้าหมายสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงงานเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร ในยุคที่การเมืองไทยมีความท้าทายมากมาย พระราชดำรัสนี้ยิ่งเป็นแสงสว่างนำทางให้รัฐสภาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ สร้างนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

กำหนดการประชุมรัฐสภาหลัง “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 15 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จะมีประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมีวาระสำคัญดังนี้

  • การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
  • การเลือกตั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
  • การกำหนดทิศทางการประชุมสภาสมัยนี้

การประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานที่เข้มข้น เพื่อผลักดันกฎหมายและนโยบายต่างๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาประชาชน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา และความมั่นคงของชาติ ประชาชนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และเว็บไซต์รัฐสภา

นอกจากนี้ รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภายังสะท้อนถึงความสามัคคีของชาติ โดยมีคณะรัฐมนตรี สว. และ สส. ร่วมเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน พระราชกรณียกิจเช่นนี้ย้ำถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ

ในมุมมองของผู้เขียน พระราชดำรัสนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ทันสมัยสำหรับนักการเมืองทุกท่าน หากทุกคนยึดมั่นตามพระราชดำรัส ประเทศไทยจะก้าวหน้าอย่างยั่งยืนแน่นอน คุณล่ะคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา ครั้งนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้พระราชดำรัสอันประเสริฐ!

ที่มา – “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัส ยึดความถูกต้อง-ประโยชน์สุขประชาชน

ตลาดโรงเกลือ เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน-ติดป้ายเซ้งเพียบ

สถานการณ์ตลาดโรงเกลือ เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน-ติดป้ายเซ้งเพียบ กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการชายแดนไทย-กัมพูชา ตลาดชื่อดังแห่งอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและสินค้านำเข้าจากกัมพูชา กลับกลายเป็นพื้นที่ร้างร้านในช่วงนี้ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น

ตลาดโรงเกลือ เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน-ติดป้ายเซ้งเพียบ

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบรรยากาศภายในตลาดโรงเกลือเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าหลายร้อยร้านเริ่มทยอยปิดตัว บางแห่งปิดถาวร บางแห่งติดป้ายประกาศเซ้งร้านหรือขายกิจการ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ด่านบ้านคลองลึก ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญ ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลให้สินค้านำเข้าหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด

ถนนสายหลักในตลาดที่เคยแน่นขนัดด้วยผู้คนจากทั้งสองประเทศ ตอนนี้เหลือเพียงผู้เดินตลาดบางตา แตกต่างจากยุคทองที่เม็ดเงินหมุนเวียนวันละหลายล้านบาท พ่อค้าแม่ค้าหลายรายเล่าว่า รายได้ลดลงกว่า 80% ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ และค่าจ้างลูกน้องได้

สาเหตุที่ทำให้ตลาดโรงเกลือ เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือกระแสข่าวความตึงเครียดชายแดน โดยผู้นำกัมพูชาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าหลังสงกรานต์อาจมีการปะทะรอบที่ 3 หรือทวงคืนพื้นที่ ทำให้ผู้ประกอบการหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ด่านชายแดนปิดนานหลายสัปดาห์ สินค้าอุปโภคบริโภค ของถูกชื่อดังอย่างเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง จากกัมพูชาและจีน หยุดไหลเวียน สต็อกสินค้าลดฮวบ

  • ปิดด่านชายแดน: ด่านคลองลึกหยุดบริการ สินค้านำเข้าติดขัด
  • นักท่องเที่ยวหดหาย: ชาวไทยและกัมพูชาเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ข่าวลือการปะทะ: สร้างความไม่มั่นใจให้พ่อค้าแม่ค้า
  • ต้นทุนสูง: ค่าเช่าร้านยังคงเดิมแต่รายได้ศูนย์

พ่อค้าคนหนึ่งกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ขายวันละ 5-6 หมื่น ตอนนี้แทบไม่มีคนเดิน ต้องเซ้งร้านเพื่อเอาตัวรอด” สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบผู้ค้าปลีก แต่ยังลามไปถึงโรงงานผลิต ผู้ขับรถบรรทุก และแรงงานข้ามชาติ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดนสระแก้ว

ตลาดโรงเกลือเป็นหนึ่งในตลาดชายแดนใหญ่ที่สุดของไทย สร้างรายได้ให้ชาวสระแก้วนับพันครอบครัว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้ค้าหลายพันรายต้องย้ายถิ่นฐานหรือเลิกค้าขาย ส่งผลให้ GDP จังหวัดสระแก้วชะลอตัว เศรษฐกิจท้องถิ่นซบเซา นอกจากนี้ ยังกระทบห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิตในกัมพูชาจนถึงผู้บริโภคในไทย

ในอดีต ตลาดโรงเกลือเคยเป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิต ด้วยสินค้าราคาถูก คุณภาพดี ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ตอนนี้ภาพนั้นจางหาย ประชาชนในพื้นที่ต่างเฝ้ารอการคลี่คลายจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย

แนวทางแก้ไขและความหวังในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รัฐบาลเร่งเจรจาทวิภาคี เปิดด่านให้เร็วที่สุด พร้อมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ลดค่าเช่าที่ดิน ยืดชำระหนี้ หรือจัดตลาดออนไลน์ชั่วคราว หากสถานการณ์ดีขึ้น ตลาดโรงเกลือจะกลับมาคึกคักได้ไม่ยาก เพราะฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น

สรุปแล้ว ตลาดโรงเกลือ เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน-ติดป้ายเซ้งเพียบ เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจชายแดน หวังว่านักการเมืองจะหาทางออกได้เร็ววัน

คุณคิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตเศรษฐกิจชายแดนจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “ตลาดโรงเกลือ” เงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้าน-ติดป้ายเซ้งเพียบ

เค้นสอบ “อาร์ท” ตัวหลักแก๊งอุ้มฆ่า ผจก ร้องไห้

คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่มกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง ล่าสุดตำรวจได้เค้นสอบ “อาร์ท” ตัวหลักแก๊งอุ้มฆ่าจนตัวสั่น ร้องไห้โฮสารภาพทุกอย่าง อ้างถูก “สรวีย์” หลอกใช้จนชีวิตพังยับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นำทีมชุดสืบสวนร่วมสอบสวน

ภาพการควบคุมตัวอาร์ทที่สน.สุทธิสาร

เค้นสอบ “อาร์ท” ตัวหลักแก๊งอุ้มฆ่า ผจก. ปล่อยโฮร้องไห้ อ้างถูก “สรวีย์” หลอกใช้

ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือ “อาร์ท” เงินศรีชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหากระทำความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดและร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ถูกจับกุมจากสปป.ลาวแล้วนำตัวมาสอบสวน หลังลงจากรถตู้ อาร์ทยังเงียบสนิทไม่ตอบคำถามสื่อ แต่พอเข้าไปในห้อง พลันฟุบหน้าลงร้องไห้ทันที บอกว่า “ผมเสียใจ ผมถูกหลอกใช้” และชี้แจงว่า “ถูกนายสรวีย์หลอกใช้ ชีวิตกำลังจะไปได้ดีอยู่แล้ว เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”

การสอบสวนยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการสน.สุทธิสาร นำตัวอาร์ทไปทำแผนประกอบคำให้การที่บ้านเช่าในอ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุสำคัญ คดีนี้เริ่มจากปัญหาชู้สาวระหว่างผู้ตายกับเมียของสรวีย์ ทำให้สรวีย์บงการอุ้มฆ่า

ภาพการสอบสวนเพิ่มเติมของอาร์ท

หลักฐานแน่นหนา ตำรวจยันดำเนินคดีครบ 10 คน

พล.ต.ท.สยาม ผบช.น. เผยว่าอาร์ทให้การเป็นประโยชน์ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียบ เช่น DNA และข้อมูลการสื่อสาร ยืนยันได้ว่าทั้ง 10 ผู้ต้องหากระทำผิดจริง โดยเฉพาะสรวีย์ที่รู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่สั่งอุ้ม รายงานจากอาร์ทตลอด จนเผาศพอำพรางที่ จ.ลพบุรี และช่วยหลบหนี

นอกจากนี้ ตำรวจออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คนที่ช่วยเคลื่อนย้ายศพไปเผา โดยอาร์ทอ้างว่าต้องการคนช่วย สรวีย์จึงส่งมา อาร์ทยังปฏิเสธวิธีการฆ่า บอกว่ามาถึงก็เห็นผู้ตายตายแล้ว แต่ผู้ต้องหาก่อนหน้าอ้างว่าอาร์ทลงมือ สวนกันไปมา แต่หลักฐานจะตัดสิน

  • สรวีย์: ผู้บงการหลัก รู้ทุกอย่าง
  • อาร์ท: ตัวหลักรับคำสั่ง รายงานตลอด
  • 4 คนเพิ่ม: ช่วยเผาศพอำพราง
  • ผู้ต้องหาอื่น: ร่วมอุ้มและลงมือ

ผู้ต้องหาที่เหลือ 4 คน ตำรวจรู้ตัวหมดแล้ว แนะนำให้มอบตัวเพราะหลักฐานครบถ้วน คดีนี้ยังคงเป็นปัญหาชู้สาวเดิม ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ

บทเรียนจากคดีอุ้มฆ่า

คดีเค้นสอบ “อาร์ท” ตัวหลักแก๊งอุ้มฆ่านี้เตือนใจสังคมได้ดีว่า การถูกหลอกใช้โดยเฉพาะจากปัญหาความรัก สามารถพังชีวิตได้ในพริบตา อาร์ทที่กำลังมีอนาคตไกล กลายเป็นผู้ต้องหาเพราะเชื่อคำสั่งโดยไม่รู้จุดหมายจริง ตำรวจชุดนี้ทำงานได้ดีมาก มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ช่วยยืนยัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวอาชญากรรมแบบนี้ กรณีชู้สาวนำไปสู่ฆาตกรรมบ่อยครั้ง ควรระวังและหลีกเลี่ยงการแก้แค้นแบบผิดกฎหมาย คุณคิดว่าอาร์ทสมควรได้รับโทษเท่าไหร่? หรือสรวีย์นี่แหละตัวร้ายหลัก? Comment ด้านล่างแชร์ความเห็นได้เลย และกดแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนใจคนรอบตัว อย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอย!

ที่มา – เค้นสอบ “อาร์ท” ตัวหลักแก๊งอุ้มฆ่า ผจก. ปล่อยโฮร้องไห้ อ้างถูก “สรวีย์” หลอกใช้

ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา

วันนี้ (14 มีนาคม 2569) เป็นวันสำคัญของวงการการเมืองไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ชาวไทยทั่วประเทศต่างจับตามองและ ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา ผ่านทางไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวี ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่แสดงถึงพระราชกรณียกิจอันสูงส่งในการสืบสานรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา

พระราชพิธีนี้เริ่มต้นในเวลา 17.00 น. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมถวายรายงาน ขณะที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานรัฐสภา และนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ถวายรายงานเช่นกัน ด้านนางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา ถวายมาลัยดอกไม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถวายมาลัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชอาสน์ ทรงพระราชทานพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเฝ้าทอดพระเนตรผ่านการ ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา อย่างใกล้ชิด พระราชดำรัสนี้ไม่เพียงเป็นการประกาศเริ่มสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ แต่ยังสะท้อนพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

หมายกำหนดการ ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา

  • 12.00-13.00 น. สมาชิกวุฒิสภาเดินทางถึงชั้น B1 ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย รับสติ๊กเกอร์สีน้ำเงิน ลงทะเบียน และตรวจการแต่งกาย
  • 15.00 น. สมาชิกวุฒิสภารวมตัวที่ห้องประชุมจันทรา เพื่อรับฟังชี้แจงขั้นตอนพิธี
  • ตามลำดับ เจ้าหน้าที่นำสมาชิกขึ้นชั้น 11 ห้องโถงพิธี จัดแถวที่ 1 ถึง 24
  • 16.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มุ่งหน้าสู่อาคารรัฐสภา
  • 17.00 น. เสด็จถึงอาคารรัฐสภา ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และเลขาฯ ถวายรายงาน ถวายมาลัย จากนั้นเสด็จเข้าห้องโถง ทรงพระราชดำรัส แล้วเสด็จกลับพระราชวังดุสิต

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกของการประชุมรัฐสภาในอาคารใหม่ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณมหาศาลเพื่อรองรับการประชุมที่ทันสมัย พระราชกรณียกิจดังกล่าวไม่เพียงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันนิติบัญญัติ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน ชาวไทยหลายคนแสดงความจงรักภักดีผ่านโซเชียลมีเดีย โดยแชร์คลิปและภาพจาก ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา

นอกจากนี้ พระราชพิธีนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ท้าทาย รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทินกำลังผลักดันนโยบายสำคัญหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจดิจิทัลและการท่องเที่ยว การเปิดประชุมครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการอภิปรายวาระสำคัญที่จะกำหนดทิศทางประเทศในปีต่อๆ ไป

สำหรับผู้ที่พลาดการถ่ายทอดสด สามารถย้อนชมคลิปเต็มได้ทางไทยรัฐทีวีและออนไลน์ ซึ่งมีภาพชัดเจนและรายละเอียดครบถ้วน เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเมืองที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

อย่าลืมติดตามข่าวสารพระราชกรณียกิจและการเมืองอัปเดตทุกวัน เพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ ติดตาม ชมถ่ายทอดสด ในหลวง-พระราชินี เปิดประชุมรัฐสภา และคลิปเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – ชมถ่ายทอดสด “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา(คลิป)