วัน: 14 มีนาคม 2026

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี นักการเมืองหญิงเก่ง

วันนี้เรามาเปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดีกันเถอะค่ะ สาวเก่งจากพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเป็นข่าวใหญ่! ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมา เธอมีชื่อติดโผในครม.อนุทิน 2 ชุดใหม่ คาดว่านั่งเก้าอี้เดิม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป ใครที่ติดตามการเมืองไทย คงอยากรู้จักคุณผึ้งคนนี้มากขึ้นใช่มั้ยล่ะ?

เปิดประวัติ ศุภมาส อิศรภักดี

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี หรือ คุณผึ้ง เกิดวันที่ 3 เมษายน 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี สมรสกับ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ รอง ผบก.ทท.1 มีลูก 1 คน แถมยังอุปการะ “ชู่” ดาราเด็กจากซีรีส์อินเดียเรื่องหนุมาน สงครามมหาเทพ ด้วยนะคะ เพราะสามีถูกชะตาเด็กคนนี้สุดๆ ชีวิตครอบครัวอบอุ่นมากเลย

ด้านการศึกษา คุณผึ้งจบวิศวะปริญญาตรี สาขาอุตสาหการ จากจุฬาฯ และโท สาขาการจัดการทางวิศวกรรม จากจุฬาฯ เหมือนกัน เก่งจริงๆ ค่ะ ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เคยทำงานในเครือ ปตท. เกือบ 5 ปี ถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก

เส้นทางการเมืองของศุภมาส อิศรภักดี

เส้นทางนักการเมืองของคุณผึ้งเริ่มต้นแบบเซอร์ไพรส์มาก! อายุแค่ 27 ปี ก็วอล์กอินสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และชนะเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 13 หลักสี่ ตอนนั้นอายุ 28 ปีเอง กลายเป็นดาวรุ่งในสื่อทันที จากนั้นย้ายมาพรรคภูมิใจไทย

ปี 2554 สมัคร ส.ส.กทม.เขต 11 แต่แพ้สุรชาติ เทียนทอง จากเพื่อไทย ได้อันดับ 3 แต่ไม่ยอมแพ้ ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค

  • เลือกตั้ง 2562: วางตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 8 ได้ที่นั่ง
  • เลือกตั้ง 2566: ลำดับ 10 แต่พรรคได้แค่ 3 ที่นั่ง พลาดโอกาส

ถึงไม่ได้เป็น ส.ส. แต่พรรคภูมิใจไทยได้โควตารัฐมนตรี 8 ที่นั่งในรัฐบาลเศรษฐา คุณผึ้งเลยได้เป็น รมว.อว. ก่อนย้ายมานั่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในครม.อนุทิน ล่าสุด 14 มี.ค. 2569 ชื่อเธอยังติดโผครม.อนุทิน 2 เก้าอี้เดิม!

นอกจากนี้ ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 คุณผึ้งเป็นแม่ทัพหาเสียง ส.ส.กทม. ร่วมกับเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส่งผู้สมัครครบ 33 เขต แม้แพ้พรรคประชาชน แต่คะแนนพรรคภูมิใจไทยในกทม.เพิ่มขึ้นชัดเจน แสดงถึงความนิยมที่กำลังมาแรง

บทบาทและความสำเร็จที่โดดเด่น

คุณผึ้งไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เป็นวิศวกรตัวจริงที่นำความรู้มาพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะคุมกระทรวงอว. หรือสำนักนายกฯ เธอแสดงให้เห็นว่านักการเมืองหญิงไทยเก่งได้ขนาดไหน จากเด็กวิศวะจุฬาฯ สู่รัฐมนตรีคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ แม้พลาด ส.ส. บางสมัย แต่ยังมีบทบาทสำคัญเสมอ ในยุคที่การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คุณผึ้งคือตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่นี่นะคะ! คุณคิดว่าครม.อนุทิน 2 จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันเลย

ที่มา – เปิดประวัติ “ศุภมาส อิศรภักดี” นักการเมืองหญิงเก่งภูมิใจไทย มีชื่อนั่งเก้าอี้เดิม รมต.สำนักนายกฯ

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง

ในวงการการเมืองไทยที่ร้อนระอุ พรรคการเมืองต่างๆ กำลังแย่งชิงอำนาจเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดเกิดดราม่าร้อนแรงเมื่อ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ ทำให้ชาวโซเชียลมีเดียแตกตื่นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการเมืองไทยถึงถูกมองว่าเป็นเพียง “ละคร” ที่ไม่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน

“แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

เมื่อเวลา 14.02 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือที่รู้จักกันในนาม “แก้วตา” อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชนที่ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสภา แม้จะรู้ดีว่ามีโอกาสชนะแทบเป็นศูนย์ แก้วตา มองว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างมีม และเก็บกระแสโซเชียลเพื่อโยนความผิดไปยังพรรคเพื่อไทย (พท.)

ที่มาของดราม่า “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ

ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมประกาศโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว ขณะที่พรรคประชาชนเพิ่งมีมติส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตอย่างเป็นทางการ แก้วตา ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตยที่ยึดเสียงข้างมาก หากรู้อยู่แล้วว่าตัวเลขไม่ถึง ก็ไม่ควรเล่นละครเพื่อปั่นกระแสอารมณ์มวลชน แล้วนำความผิดหวังมาโจมตีฝ่ายอื่น

แก้วตายังเหน็บว่าพรรคประชาชนชอบสร้างความคาดหวังเกินจริง แล้วเมื่อแพ้ก็หันไปขายวาทกรรม “ตระบัดสัตย์” ทั้งที่รู้เกม รู้ตัวเลข และรู้ผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น การทำซ้ำๆ แบบนี้ทำให้ประชาชนชินกับการโกหกทางการเมือง ชินกับการอ้างหลักการเฉพาะเมื่อได้ประโยชน์ และกลายเป็นฝ่ายค้านเชิงแสดงมากกว่าสร้างผลงานจริง

ทำไมถึงถูกมองว่าเป็นละครการเมือง?

  • รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า: พรรคประชาชนทราบดีว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมาก ไม่มีทางชนะโหวต
  • สร้างภาพลักษณ์: เพื่อแสดงว่า “เราสู้แล้ว” เก็บคอนเทนต์ มีม และดราม่าในโซเชียล
  • หมกมุ่นวาทกรรม: เอาชนะทางคำพูดมากกว่าสร้างนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • ไม่สร้างประโยชน์: ไม่ช่วยลดค่าครองชีพ แก้เศรษฐกิจ หรือเพิ่มอำนาจประชาชน

การเมืองแบบนี้ใช้ประชาชนเป็นเพียงฉากหลังของเกมพรรคการเมือง สุดท้ายผู้ที่เสียหายคือประชาชนที่หวังพึ่งพาการเมืองเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แทนที่จะได้นโยบายจริงจัง กลับได้แค่สงครามแฟนคลับในโลกออนไลน์

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและประชาชน

เหตุการณ์ “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยที่หมกมุ่นกับภาพลักษณ์มากกว่าผลงาน หากพรรคการเมืองหันมาโฟกัสที่ปัญหาเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจถดถอย ค่าครองชีพแพง การศึกษา และสาธารณสุข ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากกว่า การชิงโหวตนายกฯ แบบนี้ยิ่งทำให้สภาฯ กลายเป็นเวทีละคร ลดความน่าเชื่อถือของระบบการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากนักการเมืองและนักวิชาการที่เห็นด้วยกับแก้วตา ว่าพรรคฝ่ายค้านควรเสนอนโยบายทางเลือก แทนการเล่นเกมที่รู้ผลแน่นอน เพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนจริงๆ

ท้ายที่สุด การเมืองต้องเปลี่ยนจาก “เอาชนะวาทกรรม” สู่ “สร้างผลลัพธ์ให้ประชาชน” หากไม่เปลี่ยน ประชาชนจะเหนื่อยใจกับละครการเมืองนี้ต่อไป คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้การเมืองไทยดีขึ้น!

ที่มา – “แก้วตา” ฉะ ส่ง “เท้ง” ชิงโหวตนายกฯ ละครการเมือง เหน็บ รู้อยู่เต็มอกไม่มีทางชนะ

ควิซพรีเมียร์ลีก: ทีมเพลย์ออฟรอดตกชั้น

ซันเดอร์แลนด์ เตรียมรับมือไบรท์ตัน ในวันเสาร์นี้ โดยทีมแบล็คแคทส์ มี 40 คะแนนแล้ว และมีโอกาสสูงที่จะรอดจากการตกชั้น

ฤดูกาลนี้เป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของเรกิส เลอ บรีส์ ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากผู้ชนะเพลย์ออฟแชมเปียนชิพ เมื่อเดือนพฤษภาครที่แล้ว ลองมาทดสอบความรู้ของคุณกับ ควิซพรีเมียร์ลีก: ทีมเพลย์ออฟรอดตกชั้น กันไหม? คุณสามารถตั้งชื่อทีม 5 ทีมล่าสุดที่เลื่อนชั้นผ่านเพลย์ออฟและอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลถัดไปได้หรือไม่?

ควิซพรีเมียร์ลีก: ทีมเพลย์ออฟรอดตกชั้น

การเลื่อนชั้นผ่านเพลย์ออฟแชมเปียนชิพคือเส้นทางที่ท้าทายที่สุดในการขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ทีมที่มาจากเส้นทางนี้มักเผชิญความยากลำบากในลีกใหญ่ แต่ก็มีหลายทีมที่สร้างปาฏิหาริย์รอดตกชั้นได้สำเร็จ ใน ควิซพรีเมียร์ลีก: ทีมเพลย์ออฟรอดตกชั้น นี้ เราจะย้อนดูประวัติศาสตร์ทีมเหล่านั้น

ตัวอย่างเช่น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในปี 2022 ที่เลื่อนชั้นผ่านเพลย์ออฟและจบอันดับ 16 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก หรือคริสตัล พาเลซ ในปี 2013 ที่รอดหวุดหวิด ทีมเหล่านี้พิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่ถูกต้องสามารถพลิกเกมได้

ทำไมทีมเพลย์ออฟถึงมักตกชั้น?

สถิติเผยว่าทีมเพลย์ออฟมีโอกาสรอดต่ำกว่าแชมป์แชมเปียนชิพหรือรองแชมป์ เพราะฤดูกาลยาวนานทำให้ผู้เล่นเหนื่อยล้า แต่ทีมที่รอดมักมีโค้ชเก่งและการเสริมทัพฉลาด เช่น การดึงผู้เล่นตัวเก๋ามาช่วยทีม

  • น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (2022): จบที่ 16 คะแนน 38
  • คริสตัล พาเลซ (2013): รอดด้วยฟอร์มท้ายฤดูกาล
  • วูล์ฟแฮมป์ตัน (2009): อยู่รอดแม้เริ่มต้นยาก
  • แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (เก่าแต่คลาสสิค)
  • ทีมอื่นๆ ที่คุณต้องเดาในควิซ

นอกจากนี้ ยังมีทีมอย่างฮัดเดอร์สฟิลด์หรือลูตันที่ล้มเหลว แต่ซันเดอร์แลนด์กำลังเดินตามรอยทีมที่ประสบความสำเร็จ ลองคิดดูสิว่าพวกเขาจะเป็นทีมถัดไปในรายชื่อนี้หรือไม่?

การเล่นในพรีเมียร์ลีกต้องปรับตัวเร็ว ทั้งแท็คติก ความเข้มข้น และการบริหารจัดการ การมีเจ้าของที่ทุ่มทุนช่วยได้มาก อย่างฟอเรสต์ที่ได้ทรัสต์ตันช่วยชีวิตทีม

หากคุณชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษ ควิซพรีเมียร์ลีก: ทีมเพลย์ออฟรอดตกชั้น จะช่วยทดสอบความรู้และย้อนความทรงจำทีมโปรด ลองทำดูแล้วแชร์คะแนนกับเพื่อนๆ!

อย่าพลาดควิซอื่นๆ ในหมวดฟุตบอล เช่น ควิซเกี่ยวกับยูโรปาลีกหรือพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สมัครแจ้งเตือนเพื่อรับควิซใหม่ๆ โดยตรงที่มือถือ

สรุปแล้ว การรอดของทีมเพลย์ออฟคือแรงบันดาลใจให้แฟนบอล เชื่อมั่นในทีมตัวเอง ลองทำควิซนี้แล้วบอกเราว่าคุณได้กี่ทีมถูก!

ลองทำควิซเลยวันนี้ และพิสูจน์ว่าคุณรู้จักพรีเมียร์ลีกดีแค่ไหน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร”

ในวงการการเมืองไทย ตระกูลศิลปอาชาจากสุพรรณบุรีคือชื่อที่ใครๆ ก็รู้จัก โดยเฉพาะ "มังกรสุพรรณ" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ผู้ล่วงลับ วันนี้เราจะพาทุกท่านไป เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร” ชายหนุ่มที่สืบทอดมรดกการเมืองมาสร้างผลงานให้หลายรัฐบาล ด้วยการศึกษาเข้มแข็งและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร”

กำเนิดและรากฐานการศึกษา

นายวราวุธ ศิลปอาชา หรือที่รู้จักในชื่อ "ลูกท็อป" เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 เป็นบุตรชายคนเล็กของนายบรรหาร ศิลปอาชา และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ชีวิตวัยเด็กของเขาเติบโตในครอบครัวนักการเมืองชื่อดัง ทำให้ซึมซับวัฒนธรรมการรับใช้ประชาชนตั้งแต่เยาว์วัย

ด้านการศึกษา วราวุธเริ่มต้นที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลชื่อดังในกรุงเทพฯ ก่อนจะบินไปศึกษาต่อปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (BEng) จาก University College London (UCL) หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก จากนั้นคว้าปริญญาโท MBA สาขาการเงินจาก University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา การศึกษาระดับสากลนี้ไม่เพียงมอบความรู้ทางวิชาการ แต่ยังฝึกทักษะการสื่อสารและความคิดเชิงระบบ ทำให้เขาโดดเด่นในฐานะนักการเมืองที่มีมุมมองทันสมัย

ก้าวย่างแรกสู่เส้นทางการเมือง

หลังจบการศึกษา วราวุธไม่รอช้า ก้าวเข้าสู่วงการการเมืองตามรอยบิดาด้วยการลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทยในปี พ.ศ. 2544 และได้รับชัยชนะอย่างงดงาม จากนั้นก้าวสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของลูกไม้ใต้ต้น

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ง่าย ต้องเผชิญมรสุมจากการยุบพรรคชาติไทย ทำให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แต่แทนที่จะยอมแพ้ วราวุธหันไปทุ่มเทกับวงการกีฬา โดยรับตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี นำทีมท้องถิ่นให้ประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ และรักษาความนิยมในหมู่ชาวสุพรรณบุรี

ผลงานเด่นในหลายรัฐบาล

เมื่อคืนสู่การเมืองในนามพรรคชาติไทยพัฒนา วราวุธได้รับความไว้วางใจครั้งใหญ่ คือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลงานที่โดดเด่นคือการรณรงค์แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเป็นนโยบายสีเขียวที่ช่วยลดปัญหาขยะทะเลและมลพิษ อีกทั้งยังผลักดันไทยในเวทีโลกร้อนระดับนานาชาติ ทำให้ไทยมีภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

  • แบนพลาสติก: ลดการใช้ถุงพลาสติก ห่วงโซ่โฟม สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • แก้โลกร้อน: เข้าร่วมประชุม COP และโครงการคาร์บอนต่ำ
  • อนุรักษ์ทรัพยากร: ปกป้องป่าไม้และแหล่งน้ำ

ต่อมาในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เขาย้ายมาดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมุ่งเน้นกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ผ่านโครงการช่วยเหลือ สวัสดิการ และการพัฒนาทักษะ ทำให้สังคมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ชีวิตครอบครัวที่สมดุล

นอกเหนือจากการเมือง วราวุธสมรสกับนางสุวรรณา ศิลปอาชา อดีตนักกีฬาและผู้บริหารด้านไอซ์สเก็ตของไทย มีบุตร 3 คน โดยลูกสาวคนโต "น้องเทมส์" ตามรอยแม่เป็นนักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตติ้งทีมชาติไทย ครอบครัวนี้จึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างการเมือง กีฬา และครอบครัวอย่างลงตัว

วราวุธ ศิลปอาชา คือแบบอย่างของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่สืบสานมรดกจาก "บรรหาร" แต่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย ด้วยผลงานที่จับต้องได้ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และกีฬา หากคุณชื่นชอบ เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร” นี้ อย่าลืมแชร์บทความและแสดงความเห็นด้านล่างว่า คุณคาดหวังผลงานอะไรจากเขาต่อไป!

ที่มา – เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร” สู่ขุนพลข้างกายหลายรัฐบาล

ประวัติ “ทรงศักดิ์” กลุ่มเพื่อนเนวิน รัฐมนตรีช่วย 5 รัฐบาล

สวัสดีครับชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามาเจาะลึกประวัติ “ทรงศักดิ์” กลุ่มเพื่อนเนวินกันเลย ที่เหนียวแน่นสุดๆ ครองเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาถึง 5 รัฐบาลแล้วนะครับ! จากโผครม.อนุทิน 2 ที่เพิ่งประกาศเมื่อ 14 มีนาคม 2567 คุณทรงศักดิ์ ทองศรี ยังได้นั่งตำแหน่งเดิมอีกสมัย แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่แข็งแกร่งในบุรีรัมย์และความสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนเนวิน โดยเฉพาะนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลชุดนี้รวมพรรคใหญ่ๆ อย่างภูมิใจไทย เพื่อไทย พลังประชารัฐ และอื่นๆ รวม 290 ที่นั่ง กับนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ควบมหาดไทยอีกสมัย

ทรงศักดิ์ ทองศรี

ประวัติ “ทรงศักดิ์” กลุ่มเพื่อนเนวิน เหนียวแน่นครองเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 5 รัฐบาล

ประวัติ “ทรงศักดิ์” กลุ่มเพื่อนเนวิน เริ่มจากบ้านใหญ่ในบุรีรัมย์ คุณทรงศักดิ์ ทองศรี หรือชื่อเล่น “ป้อม” เกิดวันที่ 20 เมษายน 2501 ปัจจุบันอายุ 66 ปี (ข้อมูลล่าสุด) ชาวตำบลละเวี้ย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ บุตรนายบุญเรือนและนางสุนีย์ ทองศรี สมรสกับนางแว่นฟ้า ทองศรี (สกุลเดิม อนันตทัศน์) ตั้งแต่ 18 พ.ค. 2535 เธอเป็นน้องสาวของสีเผือก อนันตทัศน์ อดีตนักร้องเพลงเพื่อชีวิตและนายก อบจ.บึงกาฬ มีบุตรธิดา 5 คน ได้แก่ สุโรชา, ทยิดา (ภรรยาสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ), ชลลดา, วันฉัตร และวัศพล ทองศรี ครอบครัวใหญ่ที่สืบสานการเมืองต่อเนื่องเลยครับ

ครอบครัวทรงศักดิ์ ทองศรี

ประวัติการศึกษา ทรงศักดิ์ ทองศรี

ด้านการศึกษาไม่ธรรมดาเลยนะครับ จบมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร ม.อีสเทิร์นเอเชีย และปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตร จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน พื้นฐานแน่นทั้งกฎหมายและบริหาร สนับสนุนเส้นทางการเมืองยาวนาน

เส้นทางการเมืองที่ยาวนาน ส.ส. 9 สมัย

เส้นทางการเมืองของท่านเริ่มตั้งแต่สมัยแรกปี 2535 สังกัดพรรคสามัคคีธรรม ชนะ ส.ส.เขตบุรีรัมย์ ตามด้วยพรรคชาติไทย (2535, 2538) พรรคความหวังใหม่ (2539) พรรคไทยรักไทย (2544, 2548) พรรคพลังประชาชน (2550) แต่ถูกยุบปี 2551 เว้นวรรค 5 ปี กลับมาปี 2562 สังกัดพรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ และ 2566 อีกสมัย รวม 9 สมัยติด!

  • 2535: พรรคสามัคคีธรรม – ชนะเขตบุรีรัมย์
  • 2535 (ซ่อม): พรรคชาติไทย
  • 2538: พรรคชาติไทย
  • 2539: พรรคความหวังใหม่
  • 2544, 2548: ไทยรักไทย
  • 2550: พลังประชาชน (กรรมการบริหาร)
  • 2562, 2566: ภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ
ทรงศักดิ์ ทองศรี การเมือง

นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้ช่วยเลขาฯ กระทรวงการคลังและศึกษาธิการ ประธานกรรมาธิการท่องเที่ยว รัฐมนตรีช่วยคมนาคมในยุคสมัคร สุนทรเวช และที่เด่นสุดคือรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยตั้งแต่ยุคลุงตู่ (2562) ต่อเนื่องรัฐบาลเศรษฐา, แพทองธาร, อนุทิน 1 และล่าสุดอนุทิน 2 รวม 5 รัฐบาล! ไม่เคยหลุดเก้าอี้ แสดงถึงความไว้วางใจจากพรรคและพันธมิตร

ท่านยังเป็นหนึ่งในกลุ่ม 16 หรือกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่นายเนวินเป็นหัวโต๊ะ แกนนำสำคัญบุรีรัมย์ สีน้ำเงินของภูมิใจไทย ฐานเสียงเหนียวแน่นจากบ้านใหญ่ในพื้นที่ ทำให้รอดพ้นพายุการเมืองหลายครั้ง น่าสนใจว่าตำแหน่งนี้ช่วยรวมอำนาจมหาดไทยภายใต้นายกฯ อนุทินอย่างไร

ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรี

ประวัติ “ทรงศักดิ์” กลุ่มเพื่อนเนวิน บอกเล่าเรื่องราวนักการเมืองอาวุโสที่ปรับตัวเก่ง ท่ามกลางการเมืองไทยที่ผันผวน สะท้อนว่าฐานรากในท้องถิ่นและเครือข่ายพรรคสำคัญแค่ไหน หากคุณสนใจเส้นทางแบบนี้ ลองติดตามข่าวการเมืองเพิ่มเติมจากเรา หรือแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดอย่างไรกับการครองเก้าอี้ยาวนานขนาดนี้ครับ!

นี่คือตัวอย่างนักการเมืองที่พิสูจน์ว่าความเหนียวแน่นชนะทุกอย่างในแวดวงนี้

ที่มา – ประวัติ “ทรงศักดิ์”กลุ่มเพื่อนเนวิน เหนียวแน่นครองเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 5 รัฐบาล

เกิดอะไรขึ้นกับ Lewis-Skelly ดาวรุ่งอาร์เซนอล

เกิดอะไรขึ้นกับ Lewis-Skelly ดาวรุ่งอาร์เซนอล

เกือบหนึ่งปีก่อน Lewis-Skelly ดาวรุ่งของอาร์เซนอลกำลังโชว์ฟอร์มสุดยอดในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับเรอัล มาดริด และดูท่าจะกลายเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก แต่ตอนนี้สถานการณ์ของเขากลับเปลี่ยนไป

ดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้แจ้งเกิดเต็มตัวในฤดูกาล 2024-25 ด้วยการคว้าโอกาสลงสนามช่วงที่ทีมประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บ ก่อนเซ็นสัญญาใหม่ 5 ปีในช่วงซัมเมอร์

ฟอร์มร้อนแรงยังทำให้เขาได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ และในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว Lewis-Skelly กลายเป็นผู้เล่นชายที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในนัดเดบิวต์ทีมชาติ ด้วยการทำประตูแรกในชัยชนะ 2-0 เหนือแอลเบเนียที่เวมบลีย์

เขาได้ลงตัวจริง 4 นัดในศึกคัดบอลโลก และติดโผ 4 จาก 5 ชุดแรกของโธมัส ทูเคิล ก่อนพลาดค่ายพฤศจิกายนเพราะลงเล่นน้อยกับสโมสร

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ Lewis-Skelly ดาวรุ่งอาร์เซนอลในตอนนี้ล่ะ?

เกิดอะไรขึ้นกับ Lewis-Skelly ดาวรุ่งอาร์เซนอล

มิเกล อาร์เตต้า กำลังพยายามพาอาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังจบอันดับสองติดต่อกันสามฤดูกาล ซึ่งหมายความว่าไม่มีที่ว่างสำหรับความรู้สึกส่วนตัว

อาร์เซนอลไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 2004 และแฟนบอลเริ่มกระหายความสำเร็จอย่างมาก

อาร์เตต้าพัฒนาทีมปัจจุบันให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและตรงไปตรงกว่าฤดูกาลก่อน

นั่นนำไปสู่การเซ็นสัญญานักเตะที่แข็งแกร่งทางกายภาพ เช่น ริคคาร์โด คาลาฟิโอรีที่ย้ายมาด้วยค่าตัว 42 ล้านปอนด์ในปี 2024 และปิเอโร่ ฮินกาปี้จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นแบบยืมตัวพร้อมซื้อขาด 45 ล้านปอนด์

เพื่อก้าวสู่การเป็นทีมแชมป์ต่อเนื่อง อาร์เตต้าเลือกเซ็นนักเตะที่มีประสบการณ์ในวัยพีค เช่น วิคตอร์ กิโอเคเรส, มาร์ติน ซูบิเมนดี้ และเอเบเรชี่ เอเซ่ เพื่อลุ้นแชมป์ทันที

น่าเสียดายสำหรับ Lewis-Skelly และดาวรุ่งคนอื่นๆ เพื่อนร่วมอะคาเดมี่อย่างเอธาน วนาเนรี่ถูกยืมตัวไปมาร์เซยเพราะหาเวลาลงสนามยาก

Lewis-Skelly ยังอยู่กับทีม แต่ฮินกาปี้คือผู้เล่นที่ช่วยเลเวอร์คูเซ่นคว้าบุนเดสลีกาแบบไร้พ่ายฤดูกาล 2024-25 และเดเอฟเบโพคาลปี 2023-24

ความแข็งแกร่งและความเข้มข้นในการรับของนักเตะทีมชาติเอกวาดอร์รายนี้ถูกอาร์เตต้าชมเชยบ่อยๆ ซึ่งตรงกับสไตล์ที่เจ้านายต้องการ แม้กาเบรียล ไฮน์เซ่ โค้ชทีมงานใหม่ก็ชื่นชอบฮินกาปี้

คาลาฟิโอรียังเพิ่มความคาดเดาไม่ได้ในเกมรุก โดยแบ็คทั้งสองข้างมีบทบาทสำคัญ ทำให้ Lewis-Skelly ตกจากตัวหลักฤดูกาลก่อนเป็นตัวเลือกที่สาม

สถานการณ์ปัจจุบันของ Lewis-Skelly

แม้เวลาลงสนามจะลดลงหลังจากถูกโยนลงสระลึกในศึกชิงแชมป์ตอนอายุแค่ 18 แต่สถานการณ์ของ Lewis-Skelly ยังไม่เลวร้าย

ฤดูกาลที่แล้วเขาลงตัวจริง 26 จาก 42 นัด เพราะคาลาฟิโอรี, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และเคียแรน เทียร์นี่ย์บาดเจ็บ

หลายคนคาดหวังว่าเขาจะได้ลงมากขึ้นฤดินี้ แต่จาก 26 นัดที่ลง 12 ตัวจริง มีแค่นัดเดียวในพรีเมียร์ลีก

ข่าวลือเรื่องแบ็คซ้ายทีมชาติตัวจริงมาถึงเร็วกว่ากำหนด แต่เขายังมีสิทธิ์ได้เหรียญพรีเมียร์ลีกหากอาร์เซนอลแชมป์ในพฤษภาคม

ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เขาลงตัวจริง 6 จาก 9 นัด รวมชัยชนะเหนือบาเยิร์น มิวนิค, แอตเลติโก มาดริด (พร้อมแอสซิสต์สุดเจ๋ง) และเต็ม 90 นาทีถล่มอินเตอร์ที่ซาน ซิโร่

“ทุกฤดูกาลต่างกัน” อาร์เตต้าพูดถึงเวลาลงสนามของ Lewis-Skelly “เขามีโมเมนต์ดีๆ ในฤดูกาลนี้ แต่บางครั้งลงน้อยเพราะเพื่อนฟอร์มดี มีหลายปัจจัย แต่เขาทำได้ดี”

อาร์เตต้าไม่ขัดข้องกับการให้โอกาสเด็กๆ หกคนเดบิวต์ฤดูกาลนี้ แต่เกมสำคัญต่างออกไป

Lewis-Skelly เก่งเรื่องเลื่อนตัวจากแบ็คเข้ากลาง แต่ฤดูกาลนี้บทบาทแบ็คเปลี่ยนไป

เคสวนาเนรี่ยังค้างคา และการขาย Lewis-Skelly จะเป็นกำไรสุทธิให้สโมสร ซึ่งน่าสนใจสำหรับอนาคต

มีไม่กี่ดาวรุ่งวัย 19 ที่ทำได้เท่าเขา แต่โอกาสไปฟุตบอลโลกดูริบหรี่ อาจมีการคุยเรื่องแผนอาชีพซัมเมอร์นี้

อนาคตของดาวรุ่งอาร์เซนอล

แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่ Lewis-Skelly ยังมีศักยภาพสูง อาร์เตต้าพัฒนาเด็กอะคาเดมี่ได้ดีมาแล้ว หากปรับตัวเข้ากับแท็คติกใหม่ได้ โอกาสจะกลับมาอีกแน่นอน

  • พรีเมียร์ลีก: การแข่งขันดุเดือด
  • อาร์เซนอล: ทีมลุ้นแชมป์
  • ฟุตบอล: ข่าวสารล่าสุด

ในมุมมองผู้เขียน เกิดอะไรขึ้นกับ Lewis-Skelly ดาวรุ่งอาร์เซนอลเป็นบททดสอบสำคัญ หากอดทนรอโอกาส อนาคตยังสดใส ลองติดตามฟอร์มของเขาในยูซีแอลนัดต่อไป คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี ก่อนเปิดประชุมสภา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมือง! วันนี้มีโมเมนต์น่าประทับใจจากพรรคประชาธิปัตย์มาฝากกัน เมื่อ21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค ก่อนจะเดินทางไปร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ปี 2569 เป็นภาพที่แสดงถึงความสามัคคีและความพร้อมของทีม สส.พรรคเก่าแก่ที่สุดในไทยในการทำหน้าที่แทนประชาชน

21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี ก่อนเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ศาลเจ้าที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ก่อตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นำทีมโดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรค รวมถึงนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค พาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 21 คน ร่วมพิธีสักการะและถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ภาพนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปธรรมดา แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในสภาฯ ชุดใหม่

21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม

ผู้นำและสส.ที่เข้าร่วม 21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี

ทีมนำของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้มีตัวเด่นๆ ดังนี้:

  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – หัวหน้าพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ
  • นายชวน หลีกภัย – อดีตหัวหน้าพรรคและประธานสภาผู้แทนราษฎรคนก่อน
  • นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ – เลขาธิการพรรค
  • สส.เขตและบัญชีรายชื่ออีก 18 ท่าน ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่

การรวมตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของพรรคที่ยึดมั่นในประเพณีเก่าแก่ แม้พรรคจะได้ที่นั่งไม่มากในรัฐสภาใหม่ แต่ก็พร้อมลุยเต็มที่

หลังจากถ่ายภาพเสร็จ ทุกคนก็เดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเกียกกาย เพื่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในปี 2569

สส.ประชาธิปัตย์สักการะพระแม่ธรณีก่อนเปิดประชุมรัฐสภา

ทำไมพระแม่ธรณีถึงสำคัญกับพรรคประชาธิปัตย์?

พระแม่ธรณีบีบมวยผม ไม่ใช่แค่รูปปั้น แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและความยุติธรรมของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 ที่พรรคก่อตั้ง โดยมีตำนานเล่าว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องพรรคในยามวิกฤต การที่21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณี จึงเป็นการยึดมั่นในรากเหง้า และขอพรให้พรรคมีพลังในการตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ และการศึกษา

ภาพหมู่ 21 สส.ประชาธิปัตย์ หน้าพระแม่ธรณี ก่อนรัฐพิธี

รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ปี 2569 มีความหมายอย่างไร

พิธีนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมหลัก อาคารรัฐสภา เขตดุสิต เป็นการเริ่มสมัยประชุมสามัญครั้งแรกของปี โดยพระมหากษัตริย์เสด็จฯ มาทรงเปิด ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญตามรัฐธรรมนูญ สส.ทุกพรรคจะได้ยินพระราชกระแสทิศทางของชาติ และเริ่มอภิปรายนโยบายรัฐบาล สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ การเริ่มต้นด้วยการสักการะพระแม่ธรณีแสดงถึงความเคารพต่อสถาบันและความมุ่งมั่นในการเมืองที่โปร่งใส

ในมุมมองของผม การรวมตัวถ่ายภาพครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรม แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในสภาฯ ชุดใหม่ แม้สถานการณ์การเมืองจะซับซ้อน แต่ด้วยประสบการณ์ของผู้นำอย่างอภิสิทธิ์และชวน พรรคยังคงมีบทบาทสำคัญต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับภาพนี้? พรรคประชาธิปัตย์จะทำผลงานได้ดีแค่ไหนในปีนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่อข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – 21 สส.ประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพหมู่หน้าพระแม่ธรณีฯ ก่อนเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

ชาวบ้านแห่ส่องเลขทะเบียนรถกระบะไหลตกน้ำให้โชค 3 งวด

เรื่องราวสุดฮือฮาที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล เมื่อ เลขทะเบียนรถ กระบะไหลตกน้ำ กลายเป็นเลขเด็ดที่ชาวบ้านแห่ส่องกันแน่น หลังจากเจ้าของรถวัย 60 ปี เผยว่ารถคันนี้เคยให้โชคลาภมาถึง 3 งวดติดแล้ว! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างงานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ที่ จ.ศรีสะเกษ ทำให้หลายคนเชื่อว่างวด 16 มีนาคม 2569 เลขนี้ต้องมาแน่

เลขทะเบียนรถ กระบะไหลตกน้ำ ที่ทุกคนแห่ส่อง

เลขทะเบียนรถ กระบะไหลตกน้ำ คันดังกล่าวคือ ผน 4773 ระยอง ชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคที่มาร่วมงาน ต่างพากันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป จดเลขทะเบียนทันทีที่รถถูกงอกรขึ้นจากสระน้ำ โดยเฉพาะเลขท้าย 773, 47, 34 ที่หลายคนตีเป็นเลขเด็ด บรรยากาศคึกคักราวกับงานวัด เพราะเจ้าของรถยังโชว์ลอตเตอรี่ที่ตัวเองซื้อเลขนี้ให้ทุกคนดูอีกด้วย

นาทีระทึกใจ! รถกระบะจมสระน้ำต่อหน้าต่อตา

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. นายเจียน ไชยศรีษะ อายุ 60 ปี ชาวอ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 2 ประตู พาเหลน 4 คน ไปสอบที่โรงเรียนในตัวเมือง หลังส่งเหลนเข้าสอบเสร็จ นายเจียนใส่เบรกมือแล้วจอดรถที่ลานจอดในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ก่อนเดินไปเที่ยวงานเทศกาลดอกลำดวนบาน

แต่ระหว่างนั้น นายเจียนนึกขึ้นได้ว่าลืมกุญแจรถไว้ข้างใน! รีบวิ่งกลับมาเห็นรถกำลังไหลลงสระน้ำช้าๆ พยายามดึงยื้อแต่ไม่ทัน รถล็อกสนิท กุญแจคารถ จมหายวับต่อหน้าต่อตา นายเจียนเล่าว่า “ตอนแรกคิดว่าจะนอนพักในรถ ถ้าอยู่น่าจะจมไปด้วย โชคดีที่ลงมาเดินเล่น”

เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองศรีสะเกษ หน่วยกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน และชุดปฏิบัติการทางน้ำ รีบเข้าช่วยเหลือ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ดำน้ำผูกเชือก แล้วใช้รถยกสไลด์ลากรถขึ้นมา คาดสาเหตุมาจากเบรกมือดึงไม่สุด ทำให้รถไหล

รถคันนี้ให้โชคมาแล้ว 3 งวด ตั้งแต่ปีใหม่

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ปังสุดๆ คือคำให้สัมภาษณ์ของนายเจียน ที่บอกว่ารถคันนี้ “ตั้งแต่ปีใหม่ 2569 มา ให้โชคมา 3 งวดแล้ว” และเชื่อว่างวดนี้ก็จะให้โชคอีก หลังรถขึ้นมา นายเจียนรีบเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินในรถ แล้วโชว์ลอตเตอรี่เลขทะเบียนที่ซื้อไว้ ชาวบ้านเห็นทีไรก็แห่ไปซื้อตาม หวังรวยเบอร์งวด 16/3/69

ทำไมเลขทะเบียนรถถึงฮิตเรื่องให้โชค?

ในวัฒนธรรมไทย ความเชื่อเรื่องเลขทะเบียนรถให้โชคเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะรถที่ประสบอุบัติเหตุแต่เจ้าของรอดชีวิต มักถูกตีว่าเป็นเลขมงคล หลายคนตีเลข ผน 4773 เป็น 47-73, 77-34, หรือ 04-77 จากจังหวัดระยอง กลายเป็นกระแสในกลุ่มหวย

  • เลขเด่น: 47, 77, 73, 34
  • เลข 2 ตัว: 77, 73, 47
  • เลข 3 ตัว: 477, 773
  • วิเคราะห์เพิ่ม: ผน (ภญ) สื่อถึงความมั่งคั่ง

เทศกาลดอกลำดวนบานยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนชอบมาขอโชค ลำดวนบานสวยๆ กับกลิ่นหอมๆ ทำให้หลายคนเชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี

เคล็ดลับจอดรถปลอดภัย ป้องกันเหตุแบบนี้

แม้จะให้โชค แต่เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดี มาดู tips จอดรถไม่ให้ไหล:

  • ตรวจเบรกมือให้ดึงสุดทุกครั้ง
  • จอดรถบนพื้นราบ ห้ามลาดชัน
  • ถ้าจอดในที่ลุ่ม ใช้เกียร์ว่าง + เบรกเท้า
  • ล็อกประตูและถอดกุญแจเสมอ
  • มีอุปกรณ์ยึดล้อสำรอง

หลังเกิดเหตุ นายเจียนปลอดภัยดี รถเสียหายแต่เลขทะเบียนยังครบ แสดงให้เห็นว่าโชคดีซ่อนอยู่ในทุกเหตุการณ์

สรุปแล้ว เลขทะเบียนรถ กระบะไหลตกน้ำ นี้ไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เชื่อมั่นในโชคชะตา คุณคิดว่าเลข 4773 จะออกงวดนี้ไหม? ลองไปหาซื้อแล้วมารีวิวกันในคอมเมนต์ด้านล่างนะ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบเสี่ยงโชค!

ที่มา – ชาวบ้านแห่ส่อง เลขทะเบียนรถ “กระบะไหลตกน้ำ” หลังคนขับเผย เคยให้โชคมาแล้ว 3 งวด

ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า

ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า

เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะชิงชัยเพื่อแชมป์ Women’s League Cup ในวันอาทิตย์นี้ แต่ ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า กันแน่?

เชลซี ในฐานะแชมป์เก่า กำลังพยายามป้องกันแชมป์รายการแรกจากสามถ้วยในประเทศฤดูกาลนี้ ขณะที่ยูไนเต็ดยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาก่อน

มีเพียงสามทีมเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์ตั้งแต่จัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 2011 คือ อาร์เซนอล, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แล้วยูไนเต็ดจะสามารถเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่างเชลซีได้หรือไม่ หรือเชลซีจะฟื้นตัวจากช่วงเวลาวุ่นวายหลายเดือนที่ผ่านมาและคว้าชัยชนะที่คุ้นเคย?

คุณสามารถรับชมการแข่งขันสดที่ Ashton Gate ทาง BBC One ตั้งแต่ 14:15 GMT

ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า

เชลซี กวาดทุกแชมป์ในประเทศฤดูกาล 2024-25 โดยไม่แพ้ใคร ในฤดูกาลแรกของกุนซือ Sonia Bompastor

พวกเขาชนะยูไนเต็ด 3-0 ในนัดชิง Women’s FA Cup ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทริเบิลแชมป์ แต่ฤดูกาลนี้ไม่ราบรื่น

เชลซีตามหลังจ่าฝูง Women’s Super League อย่างแมนฯ ซิตี้ 9 คะแนน ซึ่งอาจยุติการครองแชมป์ 6 ปี

Bompastor ถูกกดดันจากผลงาน ขณะที่ปัญหานอกสนาม เช่น การจากไปของ Paul Green หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลหญิง ทำให้เกิดความกังวล

แต่หากคว้า Women’s League Cup ได้ จะช่วยลดเสียงวิจารณ์และยืนยันสถานะผู้ชนะต่อเนื่องของเชลซีหรือไม่?

“ผมคาดว่าจะมีเสียงดังรอบเชลซีเสมอ ไม่ว่าจะแพ้หรือมีปัญหา เพราะนี่คือสโมสรที่ดีที่สุดในอังกฤษ” Bompastor กล่าว

“นั่นคือเหตุผล และผมโอเคกับมัน สำคัญคืออย่ายโสในยามสูง และอย่าตกต่ำในยามต่ำ”

“เราต้องการชนะเพราะมันอยู่ใน DNA ของเรา ไม่ใช่เพราะเสียงวิจารณ์”

เชลซีครองยูไนเต็ดอย่างชัดเจน ชนะสองนัดชิง FA Cup ล่าสุด และไม่แพ้ใน WSL 12 นัด

นัดล่าสุดใน FA Cup รอบ 5 พวกเขาเขียนประตูช่วงทดเจ็บ และเสมอ 1-1 ในเดือนตุลาคม

Bompastor บอกว่าสถิตินี้เพิ่มความมั่นใจ ชัยชนะวันอาทิตย์จะสร้างโมเมนตัมสำหรับฤดูกาล

แต่ยูไนเต็ดแข็งแกร่งขึ้น มันไม่ง่าย

“ทุกทีมเสริมทัพ رقابتเข้มข้นขึ้น เมื่ออยู่เชลซี ต้องทำงานหนักเพื่อรักษาความสำเร็จ”

“การแข่งขันแน่นทุกทีม ทีมไหนก็ชนะได้ เรารู้ดี”

“พอชนะถ้วยถัดไปคิดถึงถ้วยต่อไปทันที”

การชนะเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของเรา

ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า ในมุมยูไนเต็ด

ยูไนเต็ดเผชิญความท้าทายใหญ่ แต่กุนซือ Marc Skinner เชื่อว่าความก้าวหน้าฤดูกาลนี้พอจะเอาชนะเชลซี

ทีมของเขาลงเล่น UCL รอบ 8 ทีม และอยู่อันดับ 2 WSL เหนือเชลซี 1 แต้ม 1 ตำแหน่ง

ชัยชนะจะยืนยันความก้าวหน้าและทำร้ายโอกาสถ้วยของเชลซี

นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้าย เพราะฤดูกาลหน้าทีม UCL ไม่ลงเล่น League Cup จากการเปลี่ยนรูปแบบ

“นั่นคือเป้าหมาย เรารู้เชลซีโหดจากนัดล่าสุดและนัดชิงก่อนหน้า” Skinner กล่าว

“เราไม่ได้ไปเพื่อรองชนะเลิศ เราต้องการแชมป์ นั่นคือเหตุผลที่อยู่แมนฯ ยูไนเต็ด”

ตั้งแต่ Skinner เข้ามาในปี 2021 มีนักเตะหมุนเวียนกว่า 30 คน

แต่ทีมปัจจุบันมีส่วนผสมพอท้าชนยอดทีมยุโรป

กัปตัน Maya Le Tissier บอกว่าปัญหาคือความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษ

“นัดล่าสุดเราปล่อยให้เสียจากลูกตั้งเตะสองลูก แต่เรามีโอกาสเยอะ”

“ช่องว่างเล็กลง เราครองบอลมากกว่าเสมอ ในนัดชิง ถ้าดีกว้ากรอบเขตโทษทั้งสองฝั่ง เราจะชนะ”

สรุปแล้ว ทีมไหนต้องการชัยชนะ Women’s League Cup มากกว่า เชลซีต้องการเพื่อฟื้นฟูหรือยูไนเต็ดเพื่อประวัติศาสตร์? เชลซีมีประสบการณ์เหนือกว่า แต่ยูไนเต็ดกำลังมาแรง นี่จะเป็นนัดชิงที่น่าตื่นเต้น! ติดตามและคาดการณ์ผลกันว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ