วัน: 14 มีนาคม 2026

เบรนท์ฟอร์ด ฟุตบอลโลก และฟุตบอลกาเอลิก

เบรนท์ฟอร์ด ฟุตบอลโลก และฟุตบอลกาเอลิก

The Football Interview คือซีรีส์ใหม่ที่นักกีฬาและบุคคลดังในวงการกีฬาและบันเทิงมาร่วมสนทนากับพิธีกร Kelly Somers อย่างตรงไปตรงมาและลึกซึ้งเกี่ยวกับกีฬาที่คนชาติรักที่สุด

เราจะสำรวจเรื่องทัศนคติและแรงจูงใจ รวมถึงช่วงเวลาสำคัญ ความสำเร็จในอาชีพ และมุมมองส่วนตัว The Football Interview จะนำเสนอตัวตนเบื้องหลังนักเตะ

สัมภาษณ์จะปล่อยทุกสุดสัปดาห์บน BBC iPlayer, YouTube, BBC Sounds และเว็บไซต์ BBC Sport สัมภาษณ์สัปดาห์นี้จะออกอากาศทาง BBC One เวลา 23:30 BST วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม (และในสกอตแลนด์ 00:30 วันอาทิตย์)

Nathan Collins กำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม กัปตันทีมทั้งเบรนท์ฟอร์ดและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เขาฝันถึงการไปยูโรปากับสโมสรและฟุตบอลโลกกับทีมชาติ

แม้จะเสียผู้จัดการทีมเก่าอย่าง Thomas Frank และกองหน้าอย่าง Bryan Mbeumo กับ Yoanne Wissa ในช่วงซัมเมอร์ แต่เบรนท์ฟอร์ดรั้งอันดับ 7 พรีเมียร์ลีกก่อนสุดสัปดาห์

ทีมชาติไอร์แลนด์หวังเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะเตรียมเพลย์ออฟสิ้นเดือนนี้

Collins จัดการทุกอย่างได้ดี แต่ตื่นเต้นเมื่อนึกถึงค่ำคืนเดือนพฤศจิกายนที่ ไอร์แลนด์ชนะฮังการี ด้วยลูกสุดท้ายของเกม ทำให้เกิดการฉลองอย่างบ้าคลั่ง

ตอนนี้ 24 ปี Collins ย้ายมาอังกฤษตอนอายุ 15 ปี เขามาจากครอบครัวฟุตบอล พ่อเคยเล่นให้ Oxford United

ใน The Football Interview Collins เล่าให้ Kelly Somers ฟังว่ามันมีความหมายอย่างไรสำหรับครอบครัวที่เห็นสมาชิกคนหนึ่งได้เสื้อทีมชาติชุดใหญ่ และเผยว่าหม่าของเขาบินมาดูทุกนัดของเบรนท์ฟอร์ด

เบรนท์ฟอร์ด ฟุตบอลโลก และฟุตบอลกาเอลิก

Kelly Somers: Nathan ช่วงเวลาดีๆ ที่ได้นั่งคุยกับคุณหลังฤดูกาลสุดยอดแบบนี้ ก่อนอื่นมาคุยความทรงจำแรกในการเล่นฟุตบอลกัน

Nathan Collins: ความทรงจำที่ผุดขึ้นเสมอคือประตูแรกตอนอายุ 4-5 ขวบ ผมเลี้ยงผ่านผู้รักษาประตูแล้วยิง ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า! ไม่มีใครรู้ แต่ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นจริง

Kelly: ไม่มีพยานเหรอ?

Nathan: อาจไม่มี ผมไม่เคยพูดเปิดเผยมากนัก… แต่ผมคิดว่ามันเกิด!

Kelly: ย้อนไปสมัยนั้น ฟุตบอลสำคัญมากไหม?

Nathan: ผมโตมากับลูกฟุตบอล ทุกอย่างในชีวิตมีลูกบอล ผมเล่นฟุตบอลกาเอลิกตอนเด็ก ฝึกฟุตบอลสองครั้งต่อสัปดาห์กับทีม ฝึกกาเอลิกสองครั้ง มีแมตช์ฟุตบอลสุดสัปดาห์และกาเอลิก พ่อแม่ขับรถไปดู ดูจบกินข้าวเร็วๆ แล้วรีบไปแมตช์ถัดไป จากนั้นไปผับผ่อนคลาย พวกเขาจบภารกิจกับผมแล้ว!

Kelly: เคยมีโอกาสไปเล่นฟุตบอลกาเอลิกแทนฟุตบอลไหม? คุณเก่งไหม บอกมาเลย!

Nathan: ผมพอได้ ตอนนั้นตัวใหญ่กว่าทุกคน วิ่งชนได้หมด ผมอยากกลับไปเล่นวันหนึ่ง หรือหลังเลิกฟุตบอล ผมชอบมาก

เบรนท์ฟอร์ด ฟุตบอลโลก และฟุตบอลกาเอลิก: จุดเริ่มต้นอาชีพ

Kelly: ทีมฟุตบอลแรกของคุณคือทีมไหน?

Nathan: Cherry Orchard ปู่ผมเคยเป็นโค้ช พ่อ ลุง ญาติพี่น้อง เล่นทั้งหมด ผมเริ่มตอน 6-7 ขวบ เล่นถึง 15 ผมโตที่นั่น เคยฝึกกับทีมพี่ชายที่โตกว่า 4 ปี พ่อใส่ผมเข้าไปเพื่อสร้างนิสัย

The Football Interview: Nathan Collins

ฟังได้ที่ BBC Sounds ดูได้ที่ BBC iPlayer

Kelly: จุดพลิกผันสำคัญคืออะไร?

Nathan: น่าจะเดบิวต์ให้สโต๊คที่สวอนซี ทีมเหลือ 9 คน เกมจบแล้ว ผู้จัดการใส่ผมลง ผมได้โอกาสแสดงชื่อในทีมชุดใหญ่

ผมย้ายมาอังกฤษตอน 15 รักเลย! ทิ้งโรงเรียนเล่นฟุตบอลทุกวัน แต่ไม่ง่าย เพื่อนๆ โตไปด้วยกัน ผมอยู่ในหอพัก นอนเร็ว กินดี เล่นฟุตบอลเท่านั้น

เกมที่อยากย้อนคือเดบิวต์ทีมชาติ หรือเกมชนะฮังการี ลูกสุดท้ายจาก Finn Azaz ให้ Troy Parrott แตะบอลเข้า นักเตะไอร์แลนด์วิ่งกันมั่ว นั่นคือเหตุผลที่เล่นฟุตบอล!

ฤดูกาลเบรนท์ฟอร์ดดีมาก แม้เสีย Frank แต่ทีมอันดับ 7 Keith Andrews ผู้จัดการใหม่ที่ผมรู้จักตั้งแต่อายุ 16 เขาดีเรื่องจัดการคน

นอกสนาม ผมเด็กซน ไม่อยู่นิ่ง พ่อแม่ต้องให้วิ่งจนหมดแรง มีพี่ชาย น้องสาว น้องชาย บ้านวุ่นวายแต่รัก 妈มาดูทุกนัด บินจากไอร์แลนด์ Home & Away!

เพื่อนบอกผมเป็นคนดี มี craic เล่นกอล์ฟกับ Keane Lewis-Potter, Kris Ajer ชอบทำอาหารเพื่อผ่อนคลาย

ช่วงยากคือเกมกับวูล์ฟส์ ผมพลาดสองลูก Thomas Frank โทรปลอบ “นี่แย่สุดในอาชีพ จากนี้ดีขึ้น”

ถ้าไม่ใช่นักฟุตบอล ผมไม่รู้ อาจกีฬาอื่น หลังเลิกอยากพัก เล่นกอล์ฟ ทำธุรกิจ

ภูมิใจสุดคือเสื้อทีมชาติชุดใหญ่ ครอบครัวรอคอยมานาน ถ้าทำได้อีกอย่างคือชนะฟุตบอลโลก!

เบรนท์ฟอร์ด ฟุตบอลโลก และฟุตบอลกาเอลิก คือความฝันที่ Collins ไล่ตาม อย่าพลาดฟังสัมภาษณ์เต็มเพื่อแรงบันดาลใจในการไล่ตามฝันของคุณเอง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“กระทรวงแรงงาน” อัปเดตช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทยในโอมาน

กระทรวงแรงงาน อัปเดตความคืบหน้าการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทย ในโอมาน เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย หลังจากเหตุการณ์เรือสินค้ามยุรี นารี ถูกโจมตีในน่านน้ำโอมาน ลูกเรือไทย 23 คน ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐและบริษัทเจ้าของเรือ มาดูรายละเอียดความคืบหน้าที่น่าปลื้มใจกันเลย

กระทรวงแรงงาน อัปเดตความคืบหน้าการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทย ในโอมาน

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ได้อัปเดตสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 67,047 คน ในภูมิภาคนี้ มีผู้แจ้งขอกลับไทย 977 คน แล้วมี 72 คนกลับถึงบ้าน และอีก 9 คนจากบาห์เรนกำลังรอคิวพรุ่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงในการดูแลพี่น้องแรงงานต่างประเทศ

ประสานช่วยเหลือลูกเรือทันทีหลังเหตุการณ์

สำหรับ 23 ลูกเรือไทยจากเรือมยุรี นารี กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประสานงานกับบริษัทพรีเซียส ฟลาวเวอร์ส เจ้าของเรืออย่างรวดเร็ว ลูกเรือ 20 คนที่ปลอดภัยแล้ว ได้พักผ่อนอย่างดีที่โรงแรม Diwan Al Amir Hotel ในเมืองคาซับ โอมาน ห้องพักเดี่ยว อาหารครบ ยาและเสื้อผ้า พร้อมโทรศัพท์ติดต่อครอบครัว ลูกเรือบาดเจ็บ 1 รายก็รักษาจนหายดีแล้ว

ที่เจ๋งกว่านั้น บริษัทจัดบริการสุขภาพจิตออนไลน์จากนักจิตวิทยาไทยมืออาชีพ ช่วยคลายเครียดให้ลูกเรือแต่ละคน ส่วนอีก 3 คนที่ยังติดเรือ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือ กระทรวงจะติดตามใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สิทธิประโยชน์เต็มสูบ ค่าจ้างไม่ขาดหาย

  • ค่าจ้างเต็มจำนวน: บริษัทยืนยันชัด ลูกเรือทุกคนได้ค่าจ้างปกติ บวกค่าตอบแทนพิเศษในพื้นที่สงครามตามกฎหมายสากล โอนเข้าบัญชีสิ้นเดือนตามเดิม
  • ชดเชยทรัพย์สิน: ของส่วนตัวที่ทิ้งไว้บนเรือ จะได้ค่าชดเชยเต็ม
  • กลับมาทำงานได้: บริษัทพร้อมรับกลับทันทีเมื่อพร้อม สัญญาจ้างยังอยู่

นี่คือหลักฐานว่านายจ้างรับผิดชอบจริงจัง ไม่ทิ้งลูกเรือในยามวิกฤต

อำนวยความสะดวกเดินทางกลับบ้าน

สำนักงานแรงงานกรุงอาบูดาบี ร่วมสถานทูตอาบูดาบีและมัสกัต จัดเอกสารเรียบร้อย ลูกเรือ 20 คน จะบินกลับไทยวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ปลอดภัย 100%

เยี่ยมบ้านสร้างกำลังใจครอบครัว

กระทรวงสั่งแรงงานจังหวัดลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวลูกเรือทั้ง 23 รายทันที สื่อสารสิทธิประโยชน์ สร้างขวัญกำลังใจ ร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า ดูแลแบบครบวงจร

กระทรวงแรงงาน อัปเดตความคืบหน้าการช่วยเหลือ 23 ลูกเรือไทย ในโอมาน แบบนี้ แสดงให้เห็นระบบการช่วยเหลือที่แข็งแกร่งของไทย สร้างความมั่นใจให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศได้อย่างสบายใจ แรงงานไทยคือกำลังสำคัญของชาติ เราต้องปกป้องพวกเขาอย่างดีที่สุด

เชิญชวน: ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดเป็นแรงงานต่างประเทศ อย่าลืมติดตามข่าวจากกระทรวงแรงงาน และแชร์บทความนี้เพื่อให้พี่น้องแรงงานได้รับรู้สิทธิของตัวเองนะครับ

ที่มา – “กระทรวงแรงงาน” อัปเดตความคืบหน้าการช่วยเหลือ “23 ลูกเรือไทย” ในโอมาน

ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง

ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง แล้วนะเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัพเดทสถานการณ์ร้อนๆ ในตะวันออกกลางกันแบบเป็นกันเองเลย ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ (ศบก.) แถลงเมื่อ 14 มี.ค. 2569 โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ลุกลามเกินกว่าเป้าหมายทหารไปแล้ว อิหร่านยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การเดินเรือ และไซเบอร์ที่เกี่ยวกับสหรัฐฯ กับอิสราเอล ในหลายประเทศ ส่วนอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ก็ยังปะทะกันดุเดือดที่ชายแดนเลบานอนและเบลารุส สถานทูตแนะนำคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวจากสถานทูตและแจ้งข้อมูลติดต่อไว้ด้วยนะ

ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง

เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ สถานการณ์สู้รบในอิหร่านรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทหาร แต่กระทบโครงสร้างพื้นฐานหมดเลย ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้างแบบนี้ รัฐบาลไทยจึงเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ขณะที่ในกรอบอาเซียน เมื่อ 13 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศไทย เข้าร่วมประชุมสมัยพิเศษที่ไทยเสนอ โดยประธานอาเซียนจากฟิลิปปินส์นำ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องหยุดรุนแรง หันสู่การทูต ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพบินและเดินเรือ

ยังคุยถึงผลกระทบต่ออาเซียนด้วยนะ เช่น เส้นทางขนส่งสินค้า ห่วงโซ่พลังงาน อาจวิกฤตเศรษฐกิจ ไทยเสนอกระชับความร่วมมือกงสุล ใช้เครือข่ายสถานทูตช่วยประชาชน ยกระดับความตกลงปิโตรเลียมอาเซียนให้ใช้งานจริง และเร่งพลังงานหมุนเวียนทางเลือก ดีมากเลย!

ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง

20 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทย 16 มี.ค.

ข่าวดี! ลูกเรือเรือสินค้าไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบอุบัติเหตุช่องแคบฮอร์มุซ 20 คน จะถึงไทยเช้าวันจันทร์ 16 มี.ค.นี้ บริษัทเจ้าของเรือพาไปสนามบินมัสกัต โอมาน โดยสถานทูตมัสกัตออกพาสปอร์ตฉุกเฉินแล้ว ผ่าน UAE ได้วีซ่าเรียบร้อย โอมานช่วยอำนวยความสะดวก ส่วนอีก 3 คนกำลังเร่งค้นหา กระทรวงต่างประเทศ กองทัพเรือ สถานทูตประสานเต็มสูบ

ลูกเรือมยุรี นารี 20 คนกำลังเดินทางกลับไทย

ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง อพยพคนไทยจากอิหร่านเสร็จสิ้น

สถานทูตเตหะรานย้ายไปวานตุรกีชั่วคราว อพยพคนไทยที่อยากออกหมดแล้ว ยังดูแลคนที่อยู่ต่อ และพร้อมช่วยเพิ่ม อิสราเอลเตือนคนไทยภาคเหนือเข้าหลบภัยใน 1 นาทีถ้าไซเรนดัง หลีกเลี่ยงชายแดนเหนือ สถานทูตเทลอาวีฟดูแลดี ประสานสายการบิน ส่งของยังชีพ ตั้งแต่เกิดเหตุ ช่วยคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ 591 คนแล้ว รัฐบาลไทยสุดยอด!

การอพยพคนไทยจากตะวันออกกลาง

ก.แรงงานช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารีเต็มที่

นายสันติ นันตสวุรรณ รองปลัดแรงงาน บอกว่าคนไทยในตะวันออกกลาง 67,047 คน ขอย้ายกลับ 977 คน กลับแล้ว 72 +อีก 9 จากบาห์เรนพรุ่งนี้ สำหรับลูกเรือมยุรี นารี บริษัทพรีเชียส ชิพปิ้งดูแลดี พักโรงแรมคาซาบ โอมาน มีอาหาร ยา โทรติดครอบครัว ลูกเรือบาดเจ็บรักษาเสร็จ มีจิตแพทย์ออนไลน์จากไทย

  • ได้ค่าจ้างเต็ม +ค่าตอบแทนพิเศษตามกฎหมายระหว่างประเทศ จนถึงกลับกรุงเทพ
  • จ่ายสิ้นเดือนปกติ
  • ชดเชยทรัพย์สินที่เสียไปเต็มจำนวน
  • รักษางานทุกราย

20 คนพร้อมเอกสาร ถึงไทย 16 มี.ค. สุดยอดการดูแลเลย

กระทรวงแรงงานช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารี

สรุปนะ ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง แต่ไทยช่วยเหลือคนไทยได้ดีมาก เห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลชัดเจน เพื่อนๆ ที่มีญาติในพื้นที่ อย่าลืมติดตามข่าวจากสถานทูตและแจ้งข้อมูลไว้ รีบออกจากเสี่ยงถ้าทำได้ สถานการณ์แบบนี้เตือนใจให้เราคิดถึงความปลอดภัยเสมอ ถ้าชอบอัพเดทแบบนี้ กดแชร์ ติดตามบล็อกต่อไปได้เลย!

ที่มา – ศบก. ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางขยายวงกว้าง เผย 20 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทย 16 มี.ค.

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล”

สถานการณ์ตึงเครียดในวงการเกษตรกำลังเป็นที่ฮือฮา เมื่อเกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล”กันยาวเหยียดตามปั๊มน้ำมันในจังหวัดกำแพงเพชร หวั่นว่าน้ำมันจะขาดแคลนในช่วงสำคัญที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำลงนาข้าว โดยเฉพาะข้าวที่กำลังอยู่ในระยะตั้งท้อง ซึ่งต้องการน้ำอย่างเร่งด่วน หากพลาดไปอาจกระทบผลผลิตทั้งฤดูกาล

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้ามืด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งในตัวเมืองกำแพงเพชรแน่นขนัด เกษตรกรและประชาชนนำรถยนต์ รถกระบะ และถังแกลลอนมารอต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตร บางคนตื่นตั้งแต่ตีสี่ตระเวนปั๊มหลายแห่งกว่าจะได้น้ำมัน สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในคำยืนยันของรัฐบาลที่ว่าน้ำมันยังเพียงพอ

เกษตรกรต่อคิวซื้อน้ำมันดีเซลที่กำแพงเพชร

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” เพื่อเครื่องสูบน้ำ

เกษตรกรรายหนึ่งซึ่งมีที่นาข้าว 30 ไร่ เล่าว่าต้องนำถังแกลลอน 20 ลิตร 2 ถังมาซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อใช้สูบน้ำลงนา “ตอนนี้ข้าวกำลังตั้งท้อง ต้องการน้ำมาก ถ้าไม่มีน้ำมันเครื่องสูบน้ำหยุดชะงัก ต้นข้าวเสียหายหมด รัฐบาลบอกว่าน้ำมันพอ แต่เราไม่เชื่อ ต้องรีบตุนไว้ก่อน” เขากล่าวด้วยสีหน้ากังวล อายุกว่า 60 ปีแล้วยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

นอกจากรถเกษตรกรแล้ว ยังมีรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก และรถโดยสารต่อคิวยาว ปั๊มต้องออกมาตรการจำกัดการซื้อ เช่น รถกระบะเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง

ทำไม “น้ำมันดีเซล” ถึงสำคัญต่อเกษตรกรขนาดนี้

น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่ใช้ในฤดูเพาะปลูกข้าวไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ในช่วงที่ข้าวเข้าสู่ระยะตั้งท้องหรือออกดอก (ประมาณ 40-60 วันหลังหว่าน) ต้นข้าวต้องการน้ำชลประทานสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเครียดจากภัยแล้ง หากขาดน้ำ อาจทำให้ดอกข้าวร่วง ผลผลิตลดลง 20-50% ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรที่พึ่งพาข้าวเป็นหลัก

  • ต้นทุนสูงขึ้น: น้ำมันดีเซลคิดเป็น 20-30% ของต้นทุนการผลิตข้าว
  • ผลผลิตลด: ขาดน้ำในระยะวิกฤต เมล็ดข้าวฝ่อ ลดคุณภาพ
  • ความเสี่ยงซ้ำเติม: ราคาน้ำมันผันผวนจากสถานการณ์โลก ทำให้เกษตรกรหวั่นเกรง
  • ผลกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น: กำแพงเพชรเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ หากเสียหายทั้งพื้นที่จะกระทบตลาดข้าวทั้งประเทศ

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่กำแพงเพชรเท่านั้น แต่เริ่มลุกลามในหลายจังหวัดเกษตรกรรมหนัก เนื่องจากข่าวราคาน้ำมันโลกพุ่งและนโยบาย补贴ของรัฐที่อาจไม่ยั่งยืน เกษตรกรหลายคนเริ่มมองหาทางเลือก เช่น เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือระบบน้ำหยดเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในช่วงวิกฤตน้ำมัน

เพื่อรับมือสถานการณ์เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” แบบนี้ เกษตรกรควร:

  • ตุนน้ำมันดีเซลในปริมาณพอดี อย่าตุนมากเกินไป
  • ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน ลดการสิ้นเปลือง
  • ติดตามข่าวสารจากกรมการเกษตรและ ปตท. อย่างใกล้ชิด
  • พิจารณาลงทุนเครื่องจักรประหยัดน้ำมันหรือพลังงานทดแทน

สุดท้าย สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของภาคเกษตรไทยที่พึ่งพาพลังงานนำเข้า หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้จริง เช่น เปิดเผยสต็อกน้ำมันชัดเจนหรือเร่งนำเข้าก็จะช่วยคลี่คลายได้ เกษตรกรควรมีแผนสำรองเพื่อไม่ให้ฤดูเก็บเกี่ยวเสียหาย คุณเป็นเกษตรกรหรือไม่? แชร์ประสบการณ์การรับมือวิกฤตน้ำมันในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนเกษตรกรด้วยนะครับ!

ที่มา – เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” หวั่นไม่มีใส่เครื่องสูบน้ำ ลงนาข้าว

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัปเดต! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา กันแบบเป็นกันเองเลยนะ ที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งจัดประชุม สส. ก่อนเข้าเปิดสภา เป็นการรวมตัวใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อม โหวตประธานสภา และรองประธานในวันพรุ่งนี้ แถมยังวางแผนผลักดันกฎหมายถึง 47 ฉบับ เพื่อพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่มูลค่าสูงสุดยอด!

เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีจะกลับมา

บรรยากาศในที่ประชุมคึกคักมาก มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค มาร่วมเป็นประธาน สส.เพื่อไทยมาร่วมเพียบเลยครับ

ยศชนันปลอบใจผู้สมัครพลาดหวัง มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้

คุณยศชนันพูดแบบให้กำลังใจสุดๆ เลยว่า ต้องขอบคุณและให้กำลังใจผู้สมัครทุกคนที่ครั้งนี้อาจไม่ได้เป็น สส. แต่ทุกคนสมควรได้เป็นจริงๆ ใน 2-3 สัปดาห์นี้ จะไปพบปะส่วนตัว ฟังความเห็น แล้วนำมาปรับใช้ในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เปิดใจคุยกันหมด ถ้ามีไอเดียดีๆ เดินมาบอกได้เลย จะปรับให้ดีที่สุด

ยศชนันยังย้ำชัด ถ้าเราทำ 4 ปีนี้ให้ดีที่สุด ครั้งหน้าพรรคกลับมาแน่นอน! ทุกวันหลังจากนี้คือวันเริ่มหาเสียงเลือกตั้งใหม่แล้ว มีเวลา 4 ปี ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่ชนะ ต้องเรียนรู้ ปรับยุทธศาสตร์ไปด้วยกัน บวกกับยศชนันบอกว่าหน้าตึงๆ ของตัวเอง หลังจากนี้จะพิสูจน์ด้วยการทำงาน และเราปรับตัวเข้าหากันได้แน่นอน ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หยุด พัฒนาความพร้อมเข้าไปเสนอกฎหมายที่ประชาชนหวังได้ ขอให้ทุกคนสู้ๆ!

จุลพันธ์ หรือ “หนิม” ปลุกขวัญ สส. เร่งทำงานชี้ชะตาพรรค

ฝั่งหัวหน้าพรรค จุลพันธ์ พูดเปิดประชุมแบบจุดไฟเลยครับ บอกว่าการทำงานส่วนกลางอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัย สส.ทุกคนที่ฟันฝ่าพายุการเลือกตั้งมาได้ แม้โครงสร้างไม่เอื้อ แต่ทุกคนเก่งมาก พรรคกำลังยกเครื่องใหญ่ ถอดบทเรียนจากเวิร์คช็อปหลายรอบ เพื่อให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสถาบันการเมืองตัวจริง สู่เลือกตั้งครั้งหน้า

เรื่องร่วมรัฐบาล เจรจาสมบูรณ์แล้ว แต่กระทรวงยังไม่คุยกัน การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติต้องเปลี่ยนใหม่ ทุกคนคาดหวังกฎหมายจากเรา ยึดเป้าเศรษฐกิจมูลค่าสูง การทำงานของ สส.ทุกคนจะชี้ชะตาพรรคเลือกตั้งหน้า ถ้าทำดี เพื่อนที่พลาดจะกลับมาได้ พรรคพร้อมหนุนทุกทาง ขอบคุณทุกคนที่สู้!

  • เตรียมโหวตประธานสภาและรอง ในวันที่ 15 มี.ค.
  • ผลักดัน 47 กฎหมายเศรษฐกิจเด่น
  • ให้กำลังใจผู้สมัครไม่ผ่าน
  • ปรับยุทธศาสตร์ 4 ปี พรรคจะกลับมา
  • เจรจารัฐบาลเสร็จ กระทรวงรอคุย

น่าสนใจมากเลยนะครับ การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ยอมแพ้ กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบ สร้างความหวังให้ฐานเสียง ถ้าทำได้ตามแผน 4 ปีข้างหน้า น่าจะพลิกเกมได้จริงๆ

คุณล่ะคิดยังไงกับทิศทางพรรคเพื่อไทย? มั่นใจเหมือนยศชนันไหม? มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย ส่งต่อข่าวดีๆ แชร์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ!

นี่คือ insight จากผม: การให้กำลังใจและถอดบทเรียนแบบนี้ คือกุญแจสำคัญของพรรคการเมืองที่อยากอยู่ยาว ต้องรอดูผลงานจริงในสภา!

ที่มา – เพื่อไทยประชุม สส. “ยศชนัน” มั่นใจ 4 ปีข้างหน้าจะกลับมาได้ “จุลพันธ์” ปลุกขวัญเร่งทำงาน

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบ

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ “ครม.อนุทิน 2” ประกาศไลน์อัพแบบไร้พรรคกล้าธรรมร่วมด้วย สร้างความฮือฮาให้สื่อและนักการเมืองไม่น้อย มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักผิดปกติ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน มาจอดรอขนของจากห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ในตึกบัญชาการ 1 ของทำเนียบฯ

รถบรรทุกขนของธรรมนัส

“ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ของที่ถูกขนออกมามีหลายชิ้นเลยครับ ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ส่วนตัว เช่น เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน พระพุทธรูป และโต๊ะหมู่บูชา แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างถูกรื้อถอนอย่างเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอย เหมือนเตรียมย้ายออกจริงจัง ภาพรถกระบะสองคันที่กำลังยกของขึ้นบรรทุกกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดบทบาทในรัฐบาลชุดเก่า

ของที่ขนออกจากห้องธรรมนัส
บรรยากาศขนของที่ทำเนียบ

หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

สาเหตุหลักมาจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ครบ 291 เสียงแบบแน่นปึ้ก แต่ที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่ร.อ.ธรรมนัสสังกัด ร่วมด้วย ส่งผลให้ทีมธรรมนัสต้องถอนตัวจากตำแหน่งทั้งหมด

การเมืองไทยช่วงนี้เปลี่ยนแปลงไวมาก จากที่เคยเป็นรองนายกฯ ช่วยดูแลเกษตร ต้องมาขนของออกจากทำเนียบในวันหยุด แสดงถึงความรวดเร็วของการต่อรองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทินดูจะรวมเสียงได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรม ทำให้เกิดภาพ “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียล

  • รถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ 2 คัน
  • เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้
  • พระพุทธรูปและเครื่องบูชา
  • ขนออกจากตึกบัญชาการ 1

หลายคนวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเน้นนโยบายใหม่ๆ โดยไม่ติดกับปัญหาเก่าๆ ที่เคยมีกับฝั่งธรรมนัส เช่น เรื่องยาเสพติดหรือดราม่าการเมืองในอดีต พรรคกล้าธรรมอาจหันไปเป็นฝ่ายค้านหรือเจรจาใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากโซเชียลว่าทำไมต้องขนในวันหยุด บางคนบอกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อ แต่ภาพก็หลุดออกมาอยู่ดี สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ทุกอย่างต้องรีบร้อนและลับๆ ล่อๆ

สำหรับแฟนข่าวการเมืองอย่างเราๆ การติดตามเหตุการณ์แบบนี้สนุกดีนะครับ มันเหมือนละครน้ำเน่าแต่เป็นจริง เหตุการณ์ “ธรรมนัส ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของศึกใหม่ในสภา คุณล่ะคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหนต่อ?

insights จากผมคือ การเมืองไทยยังคงผันผวนสูง รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ผลงานให้เห็นจริงเพื่อความยั่งยืน อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารการเมืองล่าสุดจากบล็อกเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไร!

ที่มา – “ธรรมนัส” ส่งรถขนของออกจากห้องทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล หลัง ครม.อนุทิน 2 ไร้พรรคกล้าธรรม

ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน

สวัสดีครับทุกท่าน ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก วันนี้เรามาพูดถึงมุมมองที่น่าสนใจจาก นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก กันครับ

ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

วันที่ 14 มีนาคม 2569 นายพร้อมพงศ์ ได้แสดงความเห็นว่าการที่รัฐบาลออกมาตรการตรึงราคาน้ำมันและพลังงาน รวมถึงรณรงค์ให้หน่วยงานรัฐและเอกชนประหยัดพลังงานนั้น มาถูกทางสุดๆ เลยครับ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังไม่แน่นอน เช่น ส่งเสริมให้ทำงานจากที่บ้าน ลดการใช้รถยนต์ และกำชับไม่ให้เดินทางต่างประเทศหากไม่จำเป็น ช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนได้เยอะ โดยเฉพาะภาคขนส่ง การผลิต และสินค้าอุปโภคบริโภค

ถ้าต้นทุนพลังงานพุ่ง ราคาสินค้าทุกอย่างก็แพงตามแน่นอน ดังนั้น รัฐบาลควรติดตามใกล้ชิด และปราบปรามผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชนให้เด็ดขาดครับ

วิกฤตพลังงานกระทบไทยอย่างไร

ประเทศไทยนำเข้าพลังงานกว่า 80% ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้เราเสี่ยงต่อความผันผวนโลก แต่ในทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ นายพร้อมพงศ์ ชี้ว่า ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก จะช่วยให้ไทยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้

  • ตรึงราคาน้ำมัน: ช่วยลดภาระประชาชนและธุรกิจ
  • รณรงค์ประหยัดพลังงาน: ส่งเสริม work from home ลดใช้ไฟ ลดเดินทาง
  • ลดการเดินทางต่างประเทศของขรก.: ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน

ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก รับมือวิกฤตอาหาร

หากสงครามยืดเยื้อ โลกอาจเจอวิกฤตอาหารหนัก ไทยมีจุดแข็งด้านเกษตรกรรม สินค้าอย่างข้าว ผลไม้ อาหารทะเล ยางพารา ได้รับความนิยมทั่วโลก แนวคิด “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ต้องเร่งผลักดันจริงจัง เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและเม็ดเงินเข้าประเทศ

ตัวอย่างเช่น ขยายตลาดข้าวหอมมะลิไปจีน อินเดีย ยุโรป ผลไม้ไทยอย่างทุเรียน มังคุด สับปะรด ไปเอเชียและตะวันออกกลาง หรืออาหารแปรรูปอย่างต้มยำกุ้งสำเร็จรูป ที่ดังไกลระดับโลก นี่คือโอกาสทองที่จะทำให้เกษตรกรไทยรวยขึ้น เศรษฐกิจคึกคัก

นอกจากนี้ ในภาคท่องเที่ยว ไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ทำให้เป็นจุดหมายปลอดภัย ชูภาพลักษณ์มิตรภาพ รองรับนักท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างทะเล ภูเขา วัฒนธรรมน่าเรียนรู้ บริการยอดเยี่ยม จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้แน่นอน

สรุปแล้ว ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก คือแนวทางที่ชาญฉลาด ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การปรับตัวเร็วและใช้จุดแข็งของชาติให้เป็นประโยชน์ จะช่วยให้ไทยรอดพ้นวิกฤตและเติบโตยั่งยืน คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? คิดว่ารัฐควรเพิ่มมาตรการอะไรอีก ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันนะครับ!

ที่มา – ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน ชงดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท

สถานการณ์น้ำมันในจังหวัดชัยนาทกำลังคึกคักสุดๆ เมื่อ ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท ทำให้ประชาชนแห่กันมารอคิวเติมตั้งแต่เช้ามืด กลัวว่าราคาจะพุ่งสูงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

คิวรถรอเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาทแน่นขนัด

ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท สาเหตุจากอะไร

วันที่ 14 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ปั๊ม ปตท. แยกแขวงทางหลวง อ.เมืองชัยนาท คิวยาวเหยียดล้นออกนอกปั๊ม รถยนต์ รถกระบะ และรถเกษตรกรต่างพากันมารอเติมน้ำมันกันอย่างไม่ขาดสาย สาเหตุหลักมาจากรัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้เท่านั้น และมีข่าวลือว่าราคาจะปรับขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ประกอบกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันโลก ทำให้ประชาชนหวั่นเกรงว่าน้ำมันจะขาดตลาด

ทางปั๊มให้บริการเติมน้ำมันทุกประเภทตามปกติ แต่สำหรับน้ำมันดีเซลนั้น มีการจำกัดปริมาณเติมสูงสุดคันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อป้องกันการกักตุนและให้ทุกคนได้เติมอย่างทั่วถึง พนักงานปั๊มยืนยันว่าไม่มีนโยบายกักตุน ส่งน้ำมันมาเท่าไหร่ก็บริการจนหมด มารอคิวก่อนก็ได้เติมก่อน

ประชาชนรอคิวเติมน้ำมันดีเซลที่ปั๊มชัยนาท

เกษตรกรชัยนาทแห่เติมน้ำมันดีเซลจำนวนมาก

เกษตรกรในพื้นที่ชัยนาทซึ่งเป็นจังหวัดเกษตรกรรมเป็นหลัก บอกว่าต้องใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากในการสูบน้ำ รถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรกลการเกษตร บางรายนำถังมาเติมถึง 100 ลิตร แบ่งเป็นถุง 25 ลิตรเพื่อใช้งานยาวๆ "ปั๊มนี้ดีเสมอมา มีของให้เติมตลอด ไม่เคยขาด" เกษตรกรรายหนึ่งกล่าว

พนักงานปั๊มเผยกลยุทธ์จำกัดดีเซลคันละ 1,000 บาท

แคชเชียร์ปั๊มเปิดเผยว่าวันนี้ลูกค้าแน่นตั้งแต่เปิดปั๊ม จนแทบไม่มีเวลากินข้าว "ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม \”น้ำมันดีเซล\” คันละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อถัวเฉลี่ยให้ทุกคันได้เติม ไม่ให้ใครกักมากเกินไป ราคายังไม่ขึ้น แต่ปรับกลยุทธ์แบบนี้เพื่อความยั่งยืน" นอกจากนี้ยังแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางดีๆ อย่ามาแบบไม่ทันการณ์

  • เติมน้ำมันดีเซลได้คันละสูงสุด 1,000 บาทเท่านั้น
  • น้ำมันประเภทอื่นเติมได้ปกติ
  • ไม่มีกักตุน ส่งมาเท่าไรบริการหมด
  • มารอคิวแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงรอนาน
  • เตรียมถังหรือภาชนะสำหรับเกษตรกร

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมันที่ผันผวน ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากปัจจัย geopolitics การจำกัดปริมาณแบบนี้ช่วยป้องกันปัญหาขาดแคลนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็สร้างความวุ่นวายให้ปั๊ม

เคล็ดลับสำหรับคุณ: หากอยู่ในพื้นที่ชัยนาทหรือใกล้เคียง ควรวางแผนเติมน้ำมันล่วงหน้า ติดตามประกาศราคาน้ำมันจากกระทรวงพลังงาน และพิจารณาใช้รถที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นเพื่อรับมือวิกฤต หากมีรถใช้งานหนักอย่างรถบรรทุกหรือเครื่องเกษตร ควรสำรองน้ำมันในปริมาณพอเหมาะแต่ไม่เกินกฎ

สุดท้ายนี้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ลองแชร์ประสบการณ์การรอคิวเติมน้ำมันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกว่าคุณเตรียมตัวอย่างไรกับราคาน้ำมันที่อาจขึ้น!

ที่มา – ปั๊มน้ำมันชัยนาท จำกัดเติม “น้ำมันดีเซล” คันละไม่เกิน 1,000 บาท คนแห่รอคิวแน่น

รัฐบาลเตือนโรคเกี่ยวกับความร้อน ปี 68 เสียชีวิต 21 ราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแบบเต็มตัว อากาศร้อนแผดเผาทั่วประเทศไทยเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่ รัฐบาลเตือนระวังโรคเกี่ยวกับความร้อน มาบอกกันครับ จากข้อมูลปี 2568 พบว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 21 รายเลยทีเดียว อย่าประมาทนะ!

โรคเกี่ยวกับความร้อน คืออะไร และอันตรายแค่ไหน

รัฐบาลเตือนระวังโรคเกี่ยวกับความร้อน ผ่านทางนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ของกรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับความร้อน รวม 182 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย 59.3% วัยทำงาน 15-34 ปี 42.8% และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 15.9% กลุ่มเสี่ยงหลักคือคนทำงานกลางแจ้งอย่างทหาร คนงานรับจ้าง 53.3% เลยครับ

อาการที่พบบ่อยสุดคือเพลียแดด 62 ราย (34.07%) รองลงมาเป็นลมจากความร้อน 43 ราย (23.63%) ตะคริวจากความร้อน 26 ราย (14.29%) และรุนแรงสุดคือฮีทสโตรก หรือลมร้อน 17 ราย (9.34%) ถ้าปล่อยไว้ อาจถึงตายได้เลยนะเพื่อนๆ

สถิติผู้เสียชีวิตจากโรคเกี่ยวกับความร้อน ปี 2568

น่าเศร้าครับ ปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อน 21 ราย ชาย 18 หญิง 3 อายุเฉลี่ย 51 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง 28.5% พบใน 16 จังหวัด โดยอุดรธานี 5 ราย นครราชสีมา 2 ราย ที่เหลือจังหวัดละ 1 เช่น กำแพงเพชร ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ นนทบุรี บุรีรัมย์ พัทลุง มหาสารคาม ลพบุรี ลำปาง สมุทรสงคราม สระแก้ว สุรินทร์ อุทัยธานี

ภาคอีสานหนักสุด 52% ตามด้วยภาคกลาง-ตะวันตก 24% ผู้เสียชีวิต 24% มีโรคประจำตัวอย่างความดัน เบาหวาน ดื่มเหล้าเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ เสียชีวิตกลางแจ้ง 67% สูงสุดเดือนเมษายน 57% เพราะร้อนสุดๆ

ใครเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับความร้อนมากที่สุด

กลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ คนทำงานกลางแจ้ง นักกีฬา และคนมีโรคประจำตัวอย่างหัวใจ อ้วน ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษเลยครับ โดยเฉพาะภาคอีสานที่ร้อนอบอ้าว

วิธีป้องกันฮีทสโตรก จากรัฐบาลเตือนระวังโรคเกี่ยวกับความร้อน

รัฐบาลแนะนำวิธีป้องกันง่ายๆ ดังนี้ครับ ลองทำตามดู รับรองปลอดภัย

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 11.00-15.00 น. เวลาร้อนสุด อยู่ในร่มดีกว่า
  • พักร่มบ่อยๆ ถ้าทำงานกลางแจ้ง ให้ร่างกายระบายความร้อน ทุก 15-30 นาที
  • งดเหล้า กาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน เพราะทำให้ขาดน้ำหนัก
  • ดื่มน้ำเยอะ ก่อนกระหาย อย่างน้อย 250 cc/ชั่วโมง หรือ 1.5 ลิตร/วัน ถ้าเหงื่อออกมาก ดื่มเกลือแร่
  • ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศ หลีกเลี่ยงสีดำ รัดแน่น
  • อย่าทิ้งเด็กหรือสัตว์ในรถตากแดด ร้อนเร็วมากใน 10-20 นาที

นอกจากนี้ ยังแนะนำกินอาหารรสเค็มอ่อนๆ ผลไม้ที่มีน้ำเยอะอย่างแตงโม ส้ม ใส่หมวก แว่นกันแดด ทาครีมกันแดดด้วยนะครับ เพื่อป้องกันผิวไหม้ที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ

สรุปแล้วครับ โรคเกี่ยวกับความร้อน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะปี 2568 ที่เสียหายหนัก รัฐบาลเตือนแล้ว เราต้องช่วยตัวเอง ดูแลครอบครัว โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง ถ้ามีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ปวดเมื่อย รีบหาที่เย็น ดื่มน้ำ พบหมอทันที อย่ารอ!

คุณล่ะครับ มีวิธีป้องกันส่วนตัวยังไง แชร์กันในคอมเมนต์เลยนะ แล้วกดไลค์ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ทำงานกลางแจ้งดูด้วย ช่วยชีวิตคนได้นะ สุขภาพดีในฤดูร้อนนี้กันทุกคน!

ที่มา – รัฐบาลเตือนระวังโรคเกี่ยวกับความร้อน ปี 68 เสียชีวิต 21 ราย แนะวิธีป้องกันฮีทสโตรก