วัน: 14 มีนาคม 2026

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี ยศชนันมั่นใจผลงาน

วงการการเมืองไทยกำลังคึกคักกับข่าวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่สุดต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมอื่นๆ ล่าสุด จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏตามสื่อเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ส.ส. ในพรรคสะท้อนเรื่องการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า ในที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย ทุกคนมุ่งเน้นการทำงานไปข้างหน้า ผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนซึ่งเป็นจุดร่วมของทุกคน

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงว่า กระบวนการตัดสินใจเรื่องบุคลากร เช่น รัฐมนตรี กรรมาธิการ หรือวิป จะเปิดช่องให้ทุกคนแสดงความเห็น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค สำหรับความคืบหน้าโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ สิ่งที่ออกสื่อ เช่น โผ ครม.อนุทิน 2 เป็นแค่การคาดการณ์หรือหารือนอกรอบ ในวันที่ 14-15 มีนาคม จะมีกระบวนการทางรัฐสภา เช่น การลงมติ แต่เรื่องแบ่งกระทรวงยังเป็นการคาดเดา พรรคจะคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม

  • ไม่มีการถกโควตารัฐมนตรีในที่ประชุมพรรค
  • สื่อรายงานเป็นเพียงคาดการณ์ ไม่ใช่ทางการ
  • เน้นผลักดันนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
  • เปิดรับฟังความเห็น แต่ตัดสินใจโดย กก.บห.

ยศชนัน มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ในส่วนของนโยบายการศึกษานั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าจะช่วยเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ หากผลักดันสำเร็จจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยย้ำว่าผลงานที่ส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศจะเป็นคะแนนที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายยศชนันยังกล่าวถึงกระแสที่มองว่ากระทรวงที่เพื่อไทยอาจได้ เช่น การศึกษา ทำคะแนนยากกว่าเศรษฐกิจ ว่า ในอดีตอาจเป็นเช่นนั้น แต่ปัจจุบันทุกกระทรวงเชื่อมโยงกัน ต้องทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี ไม่ใช่ยุคต่างคนต่างทำอีกต่อไป ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหนก็สร้างผลงานได้

  • มุ่งเปลี่ยนแปลงด้วยนโยบายการศึกษา
  • ผลงานคือกุญแจเพิ่มคะแนนพรรค
  • ทุกกระทรวงต้องร่วมมือกัน

ประเสริฐ ตั้งเป้า 4 ปีฟื้นความยิ่งใหญ่พรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าจะใช้เวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยกำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่ตอบสนองความต้องการประชาชน แก้ปัญหาจริงจัง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน พรรคหวังเติบโตและพัฒนาในอนาคต

จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี สะท้อนถึงทิศทางของพรรคที่ให้ความสำคัญกับผลงานมากกว่าการแย่งชิงตำแหน่ง ในสถานการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องประสานงานกัน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความสามัคคีและผลลัพธ์ให้ประชาชน หลังจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากที่สุดแต่เลือกเส้นทางร่วมรัฐบาลเพื่อความมั่นคง

จากมุมมองนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยใช้โควตาที่ได้ไม่ว่าจะกระทรวงใดมาสร้างผลงานเด่น เช่น นโยบายการศึกษาที่อาจช่วยยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของชาติ สร้างโอกาสให้เยาวชน นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของ ส.ส. จะช่วยเชื่อมโยงพรรคกับฐานเสียง ทำให้คะแนนนิยมพุ่งในเลือกตั้งหน้า

อย่างไรก็ตาม การเมืองยังมีความไม่แน่นอน โผครม. อาจเปลี่ยนแปลงตามการเจรจา แต่สิ่งที่แน่นอนคือพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานเพื่อประชาชน คุณคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะทำได้ตามเป้าหมาย 4 ปีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

สรุปแล้ว จุลพันธ์ ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี เป็นสัญญาณดีที่พรรคมุ่งผลงานมากกว่าดราม่าตำแหน่ง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในสายตาประชาชน

ที่มา – “จุลพันธ์” ปัดเพื่อไทยคุยโควตารัฐมนตรี “ยศชนัน” มั่นใจการทำงานเพิ่มแต้มให้พรรคได้

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทายาทซ้อสมทรง

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทายาทบ้านใหญ่ “ซ้อสมทรง” จากอยุธยา กำลังเป็นข่าวร้อนเมื่อมีโอกาสก้าวสู่ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโผครม.อนุทิน 2 ของพรรคภูมิใจไทย วันนี้เราจะพาคุณไปส่องเส้นทางชีวิต การศึกษา การเมือง และผลงานที่ทำให้ชื่อนี้โดดเด่น

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หรือชื่อเล่น “เอ” เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2519 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เป็นบุตรชายของนายวีระชัย และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล หรือที่รู้จักกันในนาม “ซ้อสมทรง” นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา บ้านใหญ่แห่งอยุธยาที่มีอิทธิพลในวงการท้องถิ่น เขาสมรสกับนางอิสสริยา พันธ์เจริญวรกุล และมีครอบครัวที่อบอุ่น

ด้านการศึกษา สุรศักดิ์จบมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ประกาศนียบัตรวิชาชีพจาก มทร.สุวรรณภูมิ ศูนย์อยุธยา และปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการจากมหาวิทยาลัยรังสิต พื้นฐานที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้เขาเติบโตในเส้นทางธุรกิจและการเมือง

ภาพครอบครัวสุรศักดิ์

เส้นทางการเมืองของประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

เส้นทางการเมืองของสุรศักดิ์เริ่มจากสมาชิกอบจ.อำเภอวังน้อย ก่อนก้าวสู่ ส.ส.ครั้งแรกปี 2550 กับพรรคพลังประชาชน แทนพี่สาว “สุวิมล” อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ต่อมาเลือกตั้ง 2554 กับเพื่อไทย, 2562 และ 2566 กับพรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรค

  • 2566: รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลเศรษฐา
  • 2568-ปัจจุบัน: รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในรัฐบาลอนุทิน

ล่าสุด 14 มี.ค. 2569 โผครม.อนุทิน 2 ชี้ชื่อเขามีน่าจะนั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แม้เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จะลงบัญชีลำดับ 98 แต่เป็นกลยุทธ์รับตำแหน่ง เขาเคยเป็นประธาน กมธ.การท่องเที่ยว และ กมธ.วิสามัญคลองไทย

สุรศักดิ์ ในสภาภาพการเมืองสุรศักดิ์ รมว.กิจกรรม

ผลงานด้านกีฬาและท่องเที่ยว

สุรศักดิ์มีส่วนสำคัญกับสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด จากไทยลีก 3 สู่ไทยลีก 1 น้องชาย “บอสอี๊ด” อดิศักดิ์ เป็นประธาน เขาผลักดันกีฬาเป็นเครื่องมือท่องเที่ยว เชื่อมโยงอยุธยาเข้ากับเศรษฐกิจกีฬา

อยุธยา ยูไนเต็ด

ประวัติ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล แสดงถึงคนรุ่นใหม่ที่ผสมผสานฐานะท้องถิ่นเข้ากับวิสัยทัศน์ระดับชาติ ด้วยประสบการณ์กีฬาและการเมือง เขาน่าจะนำพาการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้ดีในยุคหลังโควิด

ติดตามโผครม.ล่าสุดและข่าวการเมืองอัพเดทได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ประวัติ “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” ทายาท “ซ้อสมทรง” อยุธยา สู่ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

ไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติก

วันนี้เรามีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจมาฝากกันกับ ไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติก จากขวดพลาสติกเหลือใช้ ที่ไม่เพียงช่วยลดขยะในชุมชน แต่ยังสร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านและผู้สูงอายุอีกด้วย ลุงแอ๊ดหรือนายกฤษฎากร ชาติศรี วัย 76 ปี จากบ้านแผ่นดินธรรม ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา คือผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมสุดเจ๋งนี้ เครื่องมือที่ประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ราคาถูก กลับได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับประเทศมาแล้ว!

ไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติก

ไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติก เกิดจากอะไร?

ลุงแอ๊ดเล่าว่า ตนเองชอบประดิษฐ์ของจากวัสดุรีไซเคิลมาตลอด พอเห็นกลุ่มแม่บ้านในชุมชนสานตะกร้าและกระเป๋าจากวัสดุท้องถิ่น ก็ปิ๊งไอเดียทันที! ทำไมไม่นำขวดพลาสติกน้ำเปล่าหรือน้ำอัดลมที่ล้นโลก มาทำเป็นเส้นกลมสำหรับสานล่ะ? แทนที่จะรีดเป็นแผ่นทำไม้กวาดหรือกระถางอย่างเดียว เครื่องรีดเส้นพลาสติกนี้ช่วยเพิ่มมูลค่า ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งสานตะกร้า กระเป๋า มัดของ หรือแม้แต่ประดิษฐ์ของใช้ในบ้าน ลุงบอกว่ายังช่วยผู้สูงอายุออกแรง ฝึกสมาธิ ป้องกันอัลไซเมอร์ได้ด้วยนะ สุดยอดเลย!

ขั้นตอนการทำงานของเครื่องรีดเส้นพลาสติก

เครื่องนี้ประกอบจากเศษเหล็ก ล้อจักรยานเก่า และอุปกรณ์มือสองที่ซ่อมแซมใหม่ ใช้งานง่ายมาก ลองดูขั้นตอนแบบละเอียด:

  • ขั้นตอนที่ 1: นำขวดพลาสติกใส่เครื่องตัดที่ทำจากเศษเหล็ก ตัดให้เป็นแผ่นบางๆ ออกมา
  • ขั้นตอนที่ 2: ม้วนแผ่นพลาสติกใส่โรลเก็บ เพื่อป้องกันยับหรือพันกัน
  • ขั้นตอนที่ 3: ผ่านเครื่องเป่าลมร้อน (จากเครื่องมือสองที่ซ่อม) ให้พลาสติกอ่อนตัว
  • ขั้นตอนที่ 4: สอดปลายแผ่นผ่านรูเหล็กขนาดต่างๆ ที่เจาะไว้ ดึงช้าๆ ให้ละลายเกาะตัวเป็นเส้นกลม
  • ขั้นตอนที่ 5: ม้วนเส้นพลาสติกใส่โรล พร้อมใช้งานทันที!
ขั้นตอนรีดเส้นพลาสติกจากเครื่องของลุงวัย 76

นวัตกรรมนี้ไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่ใช้งานได้จริง กลุ่มแม่บ้านนำเส้นพลาสติกไปสานหัตถกรรมขายได้ราคาดี ช่วยเศรษฐกิจชุมชน ลดปัญหาขยะพลาสติกที่สะสมเป็นภูเขา และที่สำคัญ ลุงแอ๊ดพิสูจน์แล้วว่า อายุมากก็สร้างสรรค์ได้!

เส้นพลาสติกที่ได้จากไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76

ประโยชน์ของไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติก

  • ลดขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างรายได้เสริมให้ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านและผู้สูงอายุ
  • ประหยัดต้นทุน ใช้วัสดุเหลือใช้ทั้งหมด
  • ฝึกทักษะ สร้างสมาธิ ป้องกันโรคสมองเสื่อม
  • ใช้งานหลากหลาย สานตะกร้า กระเป๋า หรือของใช้ในบ้าน

ทั้งเครื่องตัดและเครื่องรีดยังคว้ารางวัลระดับจังหวัดและประเทศ แสดงถึงพลังภูมิปัญญาชาวบ้านไทยที่แท้จริง ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียรีไซเคิล นี่คือตัวอย่างที่เจ๋งมาก!

แรงบันดาลใจจากนวัตกรรมรีดเส้นพลาสติก

เรื่องราวของลุงแอ๊ดชี้ให้เห็นว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปในการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ 只要มีใจรักและไอเดียดีๆ ก็เปลี่ยนของไร้ค่าให้มีค่าได้ ไอเดียเจ๋ง ลุงวัย 76 ประดิษฐ์เครื่องรีดเส้นพลาสติกนี้ ไม่เพียงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังจุดประกายให้ชุมชนยั่งยืน ลองนึกภาพถ้าทุกหมู่บ้านมีนวัตกรรมแบบนี้ ขยะพลาสติกคงหายไปครึ่งโลก!

คุณล่ะ มีไอเดียรีไซเคิลเจ๋งๆ อะไรบ้าง? ลองนำไปประยุกต์ใช้ หรือแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลย สนับสนุนการแปรรูปขยะเพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น!

ที่มา – ไอเดียเจ๋ง “ลุงวัย 76” ประดิษฐ์เครื่อง “รีดเส้นพลาสติก” ได้รับรางวัลระดับประเทศ

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯสมัย 2 ควบมหาดไทย

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 นั่งควบ รมว.มหาดไทย ที่เดิม สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเจาะลึกประวัติของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กันแบบเป็นกันเองเลยนะ หลังจากพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะเลือกตั้งปี 2569 ได้ 192 ที่นั่ง ท่านกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 32 อีกสมัย พร้อมควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เหมือนเดิม เพื่อรวมศูนย์อำนาจด้านความมั่นคง มาดูกันว่าชายคนนี้มีที่มาอย่างไรบ้าง

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่เรารู้จักในชื่อเล่น “หนู” และฉายา “เสี่ยหนู” เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นลูกชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือ “ปู่จิ้น” อดีต ส.ส. และรัฐมนตรีชื่อดัง ท่านเติบโตมาในครอบครัวนักการเมืองตัวยง ทำให้เส้นทางชีวิตไม่ธรรมดาเลยครับ

ชีวิตครอบครัวสุดดราม่าของเสี่ยหนู

เรื่องราวครอบครัวของอนุทิน น่าสนใจมาก สมรสครั้งแรกกับนางสนองนุช วัฒนวรางกูร ปี 2533 มีลูก 2 คน คือ นายนัยน์ภัค และนางสาวเศรณี ชาญวีรกูล ต่อมาหย่าแล้วสมรสใหม่กับนางศศิธร จันทรสมบูรณ์ ปี 2556 แต่ก็หย่าในปี 2562 ล่าสุดคบกับ “จ๋า” ธนนนท์ นิราษิท ภรรยาคนที่ 3 จดทะเบียนสมรสเมื่อ 13 ก.พ. 2569 ที่บ้านพักส่วนตัว บรรยากาศอบอุ่น มีบุตรธิดาและนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทยเป็นพยาน

ที่น่าสนใจ จ๋าเคยเรียนหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่น 1 ร่วมกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 31 ด้วยนะครับ ก่อนหน้านี้เสี่ยหนูชอบแวะเช็คอินร้านกาแฟของจ๋าที่ระนองบ่อยๆ ชีวิตคู่ดูหวานแหววเลย

ครอบครัว อนุทิน ชาญวีรกูล

ประวัติด้านการศึกษาระดับเทพ

อนุทินเรียนมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ แล้วบินไปสหรัฐฯ ปี 2532 จบวิศวกรรมศาสตร์จาก Hofstra University นิวยอร์ก กลับมาก็ต่อยอดด้วยหลักสูตรเพียบเลยครับ

  • Mini MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วิศวกรรมโยธา ม.รามคำแหง
  • วตท.9, มหานคร 1, พ.ต.ส.3, บ.ย.ส.17
  • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ การจัดการ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา
  • TEPCOT 9, BRAIN 1, ปธพ.5, กทส.1
  • ดุษฎีปรัชญา รัฐประศาสนศาสตร์ ม.เวสเทิร์น
  • ดุษฎี การจัดการ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ
  • ดุษฎี ศิลปศาสตร เศรษฐศาสตร์ หอการค้าไทย
  • นธป.6, วปอ.61

หลักสูตรเหล่านี้ทำให้ท่านเป็นนักบริหารตัวจริง เริ่มทำงานในธุรกิจครอบครัวก่อนเข้าทางการเมือง

การศึกษา อนุทิน ชาญวีรกูล

เส้นทางการเมืองกว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

เข้าวงการปี 2539 เป็นที่ปรึกษารมว.ต่างประเทศ ต่อมาเป็น รมช.สาธารณสุข (2547-2548) และ รมช.พาณิชย์ แต่ถูกตัดสิทธิ์ 5 ปีจากไทยรักไทย พ้นโทษปี 2555 เข้าพรรคภูมิใจไทย สืบทอดจากพ่อ

เลือกตั้ง 2557 โมฆะ, 2562 ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 เป็นแคนดิเดตนายกฯ ร่วมรัฐบาลประยุทธ์ เป็นรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข แต่มีดราม่า “โควิดกระจอก” ก่อนระบาดหนัก

2566 ได้ ส.ส.อีก เป็นรองนายกฯ ควบมหาดไทย รัฐบาลเพื่อไทย แต่ลาออก มิ.ย. 2568 จากขัดแย้ง หลังแพทองธารหลุดเก้าอี้จากคลิปฮุนเซน

เส้นทางการเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล

ฉีก MOA กับพรรคประชาชน หนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยุบสภา แล้วชนะเลือกตั้ง 2569 พลิกเป็นอันดับ 1 192 ที่นั่ง กลับมานั่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 นั่งควบมหาดไทย ใน ครม.อนุทิน 2 ร่วมกับเพื่อไทย พปชร. พรรคเล็ก 290 เสียง

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 แสดงให้เห็นถึงความเก๋าเกมการเมืองตัวจริง จากธุรกิจสู่เวทีใหญ่ อนาคตไทยภายใต้การนำท่านจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามต่อไป คุณคิดว่าเสี่ยหนูจะบริหารประเทศได้ดีแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ประวัติแบบครบๆ!

ที่มา – ประวัติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 นั่ง ควบ รมว.มหาดไทย ที่เดิม

เลขเด็ดเชียงใหม่ งวด 16/3/69 ขายดีสุด

สวัสดีครับชาวหวยทุกท่าน! วันนี้เรามี เลขเด็ดเชียงใหม่ มาแจกให้แบบไม่กั๊กกันเลย สำหรับงวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 (16/3/69) ที่กำลังมาแรงมาก แม่ค้าหวยย่านเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภี บอกเลยว่าขายดีต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลอตเตอรี่ใบละ 90-100 บาท ชุด 2 ใบ 200 บาท ชุด 3 ใบ 400 บาท หรือชุด 5 ใบ 650-700 บาท ประชาชนแห่ซื้อกันแน่น店

เลขเด็ดเชียงใหม่ จากแม่ค้าหวยไม่กั๊ก

บรรยากาศที่เชียงใหม่คึกคักสุดๆ วันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนออกมาจับจ่ายลอตเตอรี่กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ เลขเด็ดเชียงใหม่ ที่กำลังเป็นกระแส น.ส.พรรณี ลู่ปู่เงิน แม่ค้าหวยชื่อดัง เผยว่าหวยงวดนี้ขายดีมาก โดยเฉพาะเลขที่เกี่ยวข้องกับนายกฯ อนุทิน ที่คนแห่ซื้อกัน เช่น 28, 33, 37, 509, 59, 60

นอกจากนี้ ยังมีเลขวันสำคัญทางพุทธศาสนา มาฆบูชา 15 ค่ำเดือน 3 ที่มีเลขเด่น 03, 05, 50, 250, 125, 330, 145 ส่วนวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันช้างไทยพอดี เลขที่มาแรงคือ 31, 13, 331, 113, 134

เลขเชื้อพระวงศ์ก็ไม่แพ้กัน 02, 05, 70, 71, 27, 402, 271, 471, 489, 905 และเลขปฏิทินจีน 236, 637, 37, 67, 63 แม่ค้าย้ำว่าต้องลุ้นกันต่อ เพราะคนซื้อกันเยอะมาก!

  • เลขนายกฯ อนุทิน: 28, 33, 37, 509, 59, 60
  • เลขมาฆบูชา: 03, 05, 50, 250, 125, 330, 145
  • เลขวันช้างไทย: 31, 13, 331, 113, 134
  • เลขเชื้อพระวงศ์: 02, 05, 70, 71, 27, 402, 271, 471, 489, 905
  • เลขปฏิทินจีน: 236, 637, 37, 67, 63

เลขเด็ดเชียงใหม่ จากโหรดวงดาวภาคเหนือ

ขณะที่ น.ส.พลอยไพรินทร์ เจ้าแม่คำนวณหวยจากโหรดวงดาวและเลขเด็ดภาคเหนือ ได้วิเคราะห์ให้แล้วสำหรับงวดนี้ที่ออกวันจันทร์ 16 มีนาคม 2569 เลขคู่วันคือ 2, 0, 8 เลขคู่มิตร 4 โดยเลข 2 ตัวที่เด่นๆ มี 20, 40, 28, 48, 24, 23, 47, 63, 30, 29, 94, 79, 67, 90, 96, 60, 22, 00, 44, 88, 11, 33

ส่วนเลข 3 ตัวก็จัดเต็ม 248, 420, 408, 244, 288, 822, 234, 299, 290, 904, 740, 399, 733, 099, 022, 303, 744 และเตือนว่างวดนี้ระวังเลขเบิ้ลสอดแทรก เช่น 00, 44, 88, 11, 33 ที่อาจออกมา!

  • เลข 2 ตัวเด่น: 20, 40, 28, 48, 24, 23, 47, 63, 30, 29
  • เลข 3 ตัวเด่น: 248, 420, 408, 244, 288, 822

ทำไม เลขเด็ดเชียงใหม่ ถึงฮิตขนาดนี้? เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองศูนย์รวมความเชื่อเรื่องหวยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเลขจากวัดดัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือกระแสข่าวสาร คนเชียงใหม่และภาคเหนือมักมีเซนส์เรื่องเลขเด็ดที่แม่นยำ บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่ยังคึกคัก สะท้อนถึงวัฒนธรรมการเสี่ยงโชคที่เป็นเอกลักษณ์

สำหรับงวดนี้ แนะนำให้เพื่อนๆ สายหวยลองจับคู่เลขเหล่านี้ดู อาจจะได้โชคใหญ่! แต่จำไว้ว่าหวยคือความบันเทิง อย่าลงทุนเกินตัวนะครับ

คุณชื่นชอบเลขไหนจาก เลขเด็ดเชียงใหม่ งวดนี้บ้าง? คอมเมนต์บอกกันได้เลย หรือแชร์ประสบการณ์เลขเด็ดของคุณในงวดก่อนๆ ด้านล่างนี้ สนับสนุนกันด้วยการกดไลค์และแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ สายหวยได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “เลขเด็ดเชียงใหม่” มาแล้ว แม่ค้าหวยไม่กั๊ก “เลขดัง” ขายดีประจำงวด 16/3/69

พลังงานลุยดีล LNG 1.3 ล้านตันรับวิกฤติตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง กลายเป็นข่าวสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชนชาวไทย กระทรวงพลังงานภายใต้การนำของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงมือเจรจาอย่างเข้มข้นกับผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชั้นนำระดับโลก

พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer ของบริษัท Cheniere Energy Inc. จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือการเพิ่มปริมาณนำเข้า LNG จากสัญญาเดิมที่ 1 ล้านตันต่อปี เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี ตลอดอายุสัญญาที่เหลืออีก 15 ปี หรือจนถึงปี พ.ศ. 2584

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเร่งรัดกำหนดการส่งมอบ โดยปรับเที่ยวเรือบางส่วนจากไตรมาส 3 ปี 2569 มาเป็นไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ บริษัท Cheniere ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาตรการรับมือวิกฤติ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี

รัฐบาลไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเจรจานี้เท่านั้น แต่มีแผนรับมือที่ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ดังนี้

  • ระงับการส่งออกน้ำมัน: เพื่อรักษาสำรองในประเทศให้เพียงพอ
  • เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน: สร้างบัฟเฟอร์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • เจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่น: ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง โดยหันไปสหรัฐและแหล่งอื่นๆ
  • ส่งเสริมน้ำมันชีวภาพ: ใช้ทรัพยากรในประเทศมากขึ้น ลดนำเข้า
  • ใช้กองทุนน้ำมันบรรเทาราคา: ช่วยผู้บริโภคไม่ให้ราคาพุ่งสูง
  • รณรงค์ประหยัดพลังงาน: ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ตั้งแต่เกิดวิกฤติ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการคู่ขนานหลายด้าน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน” การเพิ่มนำเข้า LNG ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มช่องว่างพลังงาน แต่ยังกระจายแหล่งจัดหา ลดความเสี่ยงจาก geopolitical risk ในตะวันออกกลาง

ประโยชน์ในระยะยาวคือความมั่นคงพลังงานที่ยั่งยืน โดย LNG จากสหรัฐมีราคาที่แข่งขันได้และปริมาณมหาศาล ช่วยให้โรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมไทยเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่กระทบราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่าย

สถานการณ์วิกฤติตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงทั่วโลก แต่ไทยเตรียมพร้อมดีด้วยการกระจายแหล่งนำเข้า ปตท. ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในการนำเข้า LNG มีประสบการณ์ยาวนาน สามารถจัดการโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเร่งส่งมอบจะช่วยให้ไทยมีสต็อกเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งเป็นช่วง高峰ของความต้องการพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่านี่เป็น strategic move ที่ชาญฉลาด ช่วยรักษา GDP growth ไม่ให้สะดุด

ในมุมมองของผู้เขียน การ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ proactive ไม่รอให้วิกฤติรุนแรงกว่านี้ ประชาชนควรติดตามและสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น

คุณพร้อมรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตพลังงานเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่หลายคนรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือ อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 กันเลย โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้ หลังจากรัฐบาลใหม่แถลงนโยบาย รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือสูงสุด 2,400 บาท สำหรับคนอยู่ในระบบภาษี และ 2,000 บาท สำหรับคนนอกระบบ ใช้จ่ายได้ตั้งแต่พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป อย่าพลาดนะ!

อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” เปิดวิธีสมัคร ยืนยันตัวตน

อัปเดตความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. 2569 และ 15 มี.ค. เปิดประชุมเลือกประธานสภา ตามไทม์ไลน์หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะแถลงนโยบายกลางเม.ย. – พ.ค. 2569 ทำให้โครงการนี้อาจเริ่มเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม

ไทม์ไลน์คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ปี 2569

  • 8 ก.พ. 2569: เลือกตั้ง ส.ส.
  • ภายใน 9 เม.ย.: กกต. รับรอง ส.ส. 95%
  • 10-16 เม.ย.: ส.ส. รายงานตัว
  • กลางมี.ค.: ทูลเกล้าฯ เปิดประชุมสภา เลือกประธานสภา
  • ปลายมี.ค.-ต้นเม.ย.: โหวตนายกฯ
  • เม.ย.: ตั้ง ครม. ชุดใหม่
  • กลางเม.ย.-พ.ค.: แถลงนโยบาย ครม. อนุทิน 2 เริ่มงาน

นายเอกนิติ รองนายกฯ และรมว.คลัง ยืนยันว่าระบบพร้อมแล้ว รัฐบาลใหม่สั่งการทันที แจก 2,000-2,400 บาท ภาครัฐจ่าย 50% สูงสุด 200 บาท/วัน/คน ใช้ได้ 29 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 68

เงื่อนไขคุณสมบัติคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ล่าสุด

ใครมีสิทธิ์บ้าง เช็กเลย!

  1. สัญชาติไทย
  2. อายุ 16 ปีขึ้นไป
  3. มีบัตรประชาชน
  4. ไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ต.ค. 2568
  5. ไม่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนจากคนละครึ่งเฟส 1-5

กลุ่ม 1 (ยื่นภาษี): 2,400 บาท/คน
กลุ่ม 2 (ไม่ยื่น): 2,000 บาท/คน

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ผ่านแอปเป๋าตัง

ลงทะเบียนเฉพาะแอปเป๋าตังเท่านั้น กดแบนเนอร์โครงการ 06:00-22:00 น. จนครบสิทธิ์

  1. ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง เปิด G-Wallet
  2. กดลงทะเบียนแบนเนอร์คนละครึ่งพลัส
  3. รอผลผ่านแอปหรือ SMS (เคยเฟส 5 เช็กแอป ไม่เคย เช็ก SMS+แอป)

ขั้นตอนอัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

หลายคนพลาดเพราะแอปเก่า! ทำตามนี้

1. เปิด App Store/Google Play (Android 9+ / iOS 15+)
– iOS: ดาวน์โหลดที่นี่
– Android: ดาวน์โหลดที่นี่

2. ค้น “เป๋าตัง” ติดตั้ง/อัปเดต

3. เปิดแอป ยินยอมข้อมูล ถ่ายบัตรประชาชน กรอกเบอร์ OTP

4. เลือกยืนยันตัวตน

ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง 2 วิธีง่ายๆ

วิธี 1: Krungthai NEXT
1. เข้า Krungthai NEXT ใส่ PIN
2. ดำเนินการในเป๋าตัง
3. กรอก OTP
4. ตั้ง PIN ใหม่

วิธี 2: สแกนใบหน้า
1. สแกนหน้า (ข้ามได้ถ้ากล้องเสีย)
2. ตั้ง PIN
3. เปิดสแกนหน้า/นิ้ว
4. ยอมรับเงื่อนไข รอตรวจสอบ

ยืนยันตัวตนผ่าน ATM กรุงไทย (ไม่ต้องบัตร ATM)

ATM สีเทา มีปุ่ม:
1. ทำรายการด้วยบัตรประชาชน > บริการยืนยันตัวตน
2. รับทราบ ยินยอม เสียบบัตร รอตรวจสอบ จบรายการ

ATM สีเทา ไม่มีปุ่ม:
1. แตะแถบฟ้า > ยืนยันตัวตน
2. รับทราบ ยินยอม เสียบบัตร รอ จบ

หลังยืนยันสำเร็จ รอแบนเนอร์ลงทะเบียน อัปเดตแอปเป๋าตัง รอลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้เลย! ถ้าพร้อมแล้ว รีบเช็กเครื่องมือถือว่าอัปเดตหรือยัง อย่าปล่อยให้พลาดสิทธิ์ดีๆ แบบนี้ ลุ้นรับเงินใช้จ่ายช่วงเศรษฐกิจแบบนี้กันเถอะ สมัครวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้!

เคล็ดลับ: ถ้าเจอปัญหา ลองเคลียร์แคชแอปหรือรีสตาร์ทเครื่องดูนะครับ

ที่มา – อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง รอลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” เปิดวิธีสมัคร ยืนยันตัวตน

ศุภชัย ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน หลังเท้งรับช่องโหว่

ในแวดวงการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ ศุภชัย ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน จากเหตุการณ์ระบบข้อมูลสมาชิกพรรคมีช่องโหว่ สร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลในยุคดิจิทัล

ศุภชัย ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน

วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญนี้ โดยระบุว่า กรณีข้อมูลสมาชิกพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องร้ายแรงที่สังคมไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะเมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่ ทำให้ข้อมูลอาจถูกบุคคลภายนอกเข้าถึงได้

นายศุภชัย ย้ำว่า แค่คำขอโทษหรือแนะนำให้สมาชิกไปทำบัตรใหม่นั้นไม่เพียงพอ สังคมสมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยเฉพาะจากผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หลัง “เท้ง” รับระบบข้อมูลสมาชิกพรรคมีช่องโหว่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พรรคประชาชนซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก กลับมีระบบข้อมูลที่อ่อนแอ ทำให้เกิดช่องโหว่ร้ายแรง ข้อมูลชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร และที่อยู่ของสมาชิกถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สร้างความเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การหลอกลวงหรือการละเมิดความเป็นส่วนตัว

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และหน้าที่ของพรรคการเมือง

ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) องค์กรทุกแห่ง รวมถึงพรรคการเมือง มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากประชาชนอย่างเข้มงวด ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสิทธิพื้นฐานของเจ้าของข้อมูล พรรคการเมืองที่เก็บข้อมูลสมาชิกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ยิ่งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง

  • ระบบมีช่องโหว่เพราะเหตุใด? เกิดจากความประมาทหรือขาดการลงทุนในเทคโนโลยี?
  • มีมาตรการป้องกันข้อมูลตามมาตรฐานสากลหรือไม่ เช่น การเข้ารหัสข้อมูลและการตรวจสอบสิทธิ์สองชั้น?
  • ใครคือผู้รับผิดชอบหลัก หัวหน้าพรรคหรือทีมไอที และจะมีบทลงโทษอย่างไร?
  • หลังเกิดเหตุ มีการแจ้งเตือนสมาชิกและหน่วยงานกำกับดูแล เช่น คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) หรือยัง?

การที่หัวหน้าพรรคยอมรับ “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ” นั้นไม่ช่วยลดความเสี่ยง เพราะเพียงแค่ข้อมูลหลุดออกจากระบบ ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการถูกแฮกเกอร์นำไปขายใน dark web หรือใช้ในการโจมตี phishing

ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสังคมและการเมือง

ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินล้ำค่า ช่องโหว่เช่นนี้ไม่เพียงกระทบสมาชิกพรรคเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบการเมืองทั้งหมด โดยเฉพาะพรรคที่อ้างตัวเป็นทางเลือกใหม่ หากแม้แต่ข้อมูลพื้นฐานยังปกป้องไม่ได้ จะปกป้องผลประโยชน์ประชาชนได้อย่างไร? ตัวอย่างกรณีข้อมูลรั่วไหลในต่างประเทศ เช่น Cambridge Analytica ที่ใช้ข้อมูลfacebook เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง สอนให้เห็นว่าข้อมูลมีพลังมหาศาล

ศุภชัย ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้พรรคการเมืองทุกพรรคเร่งอัพเกรดระบบไอทีให้ทันสมัย

สรุปแล้ว กรณีนี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับวงการการเมืองไทย ศุภชัย ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำแก้ตัว แต่ต้องมีการรับผิดชอบที่แท้จริง ในฐานะนักการเมืองที่หวังเป็นผู้นำประเทศ หัวหน้าพรรคต้องแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญแค่ไหนในยุคนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารการเมืองอัพเดทจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ

ที่มา – “ศุภชัย” ชี้สังคมควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน หลัง “เท้ง” รับระบบข้อมูลสมาชิกพรรคมีช่องโหว่

“ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นเมืองรองสู่หลัก

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวและคนรักวัฒนธรรมอีสานทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากแดนดินอีสานใต้มาบอกกันค่ะ นั่นคือ “ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก ซึ่งเป็นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 งานนี้ไม่ใช่แค่งาน花祭ธรรมดา แต่เป็นการสืบสานประเพณีของสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ลาว เขมร ส่วย และเยอ ให้โลกได้รู้จัก พร้อมผลักดันศรีสะเกษให้กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวหลักที่นักเดินทางต้องปักหมุด!

“ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก

วันที่ 14 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และคณะผู้บริหารท้องถิ่น นายก อบจ. สส. เอกชน และชาวชุมชนมาร่วมงานคับคั่ง ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกลำดวนที่บานสะพรั่งทั่วสวน สวยงามน่าหลงใหลสุดๆ เลยค่ะ

งานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชาวศรีสะเกษ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ เป้าหมายหลักคือใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือยกระดับการท่องเที่ยว เปลี่ยนศรีสะเกษจากเมืองรองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ซาบีดา เปิดงานเทศกาลดอกลำดวน

กิจกรรมเด่นช่วงกลางวันในเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ

ช่วงกลางวันเน้นการเรียนรู้และช้อปปิ้งแบบชุมชนแท้ๆ มีกิจกรรมเจ๋งๆ ดังนี้

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมของชน 4 เผ่า ลาว เขมร ส่วย เยอ ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต
  • สาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ เช่น แกงอ่อม ส้มตำลาว ปลาย่างสมุนไพร
  • ประกวดผลิตภัณฑ์ท้องถิหน local และผลผลิตเกษตรสดๆ จากสวนชาวบ้าน
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน หมอลำ ลำตัด เพลงพื้นบ้าน
  • ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ เช่น เขื่อนรัชชประภา เมืองต่ำปราสาทภู labphum
กิจกรรมเทศกาลดอกลำดวนศรีสะเกษ

การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการช่วงกลางคืน

พอพระอาทิตย์ตกดิน งานก็แปลงร่างเป็นเวทีใหญ่ด้วยการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร ถ่ายทอดตำนานการสร้างเมืองศรีสะเกษอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางดอกลำดวนบานรอบงาน กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย รับรองว่าดูแล้วขนลุก ใครพลาดถือว่าอด!

การแสดงกลางคืนเทศกาลดอกลำดวน
บรรยากาศงานเทศกาลศรีสะเกษ
ดอกลำดวนบานศรีสะเกษ

ทำไมศรีสะเกษถึงน่าเที่ยวด้วยเทศกาลดอกลำดวน

ศรีสะเกษไม่ได้มีดีแค่ทุเรียนหรอกนะคะ แต่ยังมีวัฒนธรรมเข้มข้นจากสี่เผ่าไทที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว ดอกลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด บานเฉพาะช่วงนี้ สวยหอม ใช้ในพิธีกรรมพื้นบ้าน งานนี้จึงเป็นโอกาสทองในการโปรโมทท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวศรีสะเกษ การผลักดันจากกระทรวงวัฒนธรรมแบบนี้ ทำให้เราเห็นอนาคตสดใสของเมืองรองที่จะก้าวขึ้นแท่นเมืองหลักในวงการท่องเที่ยวไทย

ในมุมมองของเรา งานแบบนี้คือกุญแจสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท่ามกลางโลกสมัยใหม่ ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ไม่แออัด แต่ได้สัมผัสของแท้ ศรีสะเกษคือคำตอบ! ลองวางแผนทริปไปชมดอกลำดวนปีหน้า หรือสำรวจแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัด เช่น น้ำตกสายทิพย์ ผีตาโขน หรือปราสาทศรีขรภูมิ รับรองติดใจ ไปกันเลยนะคะ!

ที่มา – “ซาบีดา” เปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานศรีสะเกษ หวังปั้นจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก