ในสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง กลายเป็นข่าวสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชนชาวไทย กระทรวงพลังงานภายใต้การนำของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงมือเจรจาอย่างเข้มข้นกับผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชั้นนำระดับโลก
พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer ของบริษัท Cheniere Energy Inc. จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือการเพิ่มปริมาณนำเข้า LNG จากสัญญาเดิมที่ 1 ล้านตันต่อปี เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี ตลอดอายุสัญญาที่เหลืออีก 15 ปี หรือจนถึงปี พ.ศ. 2584
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเร่งรัดกำหนดการส่งมอบ โดยปรับเที่ยวเรือบางส่วนจากไตรมาส 3 ปี 2569 มาเป็นไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ บริษัท Cheniere ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
มาตรการรับมือวิกฤติ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี
รัฐบาลไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเจรจานี้เท่านั้น แต่มีแผนรับมือที่ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ดังนี้
- ระงับการส่งออกน้ำมัน: เพื่อรักษาสำรองในประเทศให้เพียงพอ
- เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน: สร้างบัฟเฟอร์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่น: ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง โดยหันไปสหรัฐและแหล่งอื่นๆ
- ส่งเสริมน้ำมันชีวภาพ: ใช้ทรัพยากรในประเทศมากขึ้น ลดนำเข้า
- ใช้กองทุนน้ำมันบรรเทาราคา: ช่วยผู้บริโภคไม่ให้ราคาพุ่งสูง
- รณรงค์ประหยัดพลังงาน: ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ตั้งแต่เกิดวิกฤติ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการคู่ขนานหลายด้าน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน” การเพิ่มนำเข้า LNG ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มช่องว่างพลังงาน แต่ยังกระจายแหล่งจัดหา ลดความเสี่ยงจาก geopolitical risk ในตะวันออกกลาง
ประโยชน์ในระยะยาวคือความมั่นคงพลังงานที่ยั่งยืน โดย LNG จากสหรัฐมีราคาที่แข่งขันได้และปริมาณมหาศาล ช่วยให้โรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมไทยเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่กระทบราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่าย
สถานการณ์วิกฤติตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงทั่วโลก แต่ไทยเตรียมพร้อมดีด้วยการกระจายแหล่งนำเข้า ปตท. ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในการนำเข้า LNG มีประสบการณ์ยาวนาน สามารถจัดการโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การเร่งส่งมอบจะช่วยให้ไทยมีสต็อกเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งเป็นช่วง高峰ของความต้องการพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่านี่เป็น strategic move ที่ชาญฉลาด ช่วยรักษา GDP growth ไม่ให้สะดุด
ในมุมมองของผู้เขียน การ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ proactive ไม่รอให้วิกฤติรุนแรงกว่านี้ ประชาชนควรติดตามและสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
คุณพร้อมรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตพลังงานเพิ่มเติมจากเรา!
ที่มา – พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง


















































