หลังจากที่ ปคบ. บุกตรวจคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง เนื่องจากถูกร้องเรียนเรื่องขายดีเซลเกินราคา ล่าสุด ขีดเส้น 3 วัน คลังน้ำมันอ่างทอง ต้องแสดงเอกสารนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง มิเช่นนั้นจะมีโทษจำคุกและปรับหนัก เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการค้าขายน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน
เหตุการณ์เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเชื้อเพลิงตำรวจภูธรภาค 1 (ศปนม. ภาค 1) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง สรรพสามิต พาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันริมถนนสายเอเชีย ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่าน้ำมันดีเซลในสต็อกทั้งหมด 331,000 ลิตร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามการตรวจสอบเบื้องต้น
ขีดเส้น 3 วัน คลังน้ำมันอ่างทอง ต้องแสดงเอกสารนำเข้า-ส่งออก
จุดสำคัญของการตรวจสอบครั้งนี้คือ ขีดเส้น 3 วัน คลังน้ำมันอ่างทอง ให้แสดงเอกสารหลักฐานการนำเข้าน้ำมันจากต้นทาง ส่งต่อผ่านคลัง ไปยังปลายทาง เพื่อตรวจสอบปริมาณสต็อกให้ตรงกัน แต่จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่คลังทั้งในอ่างทองและกรุงเทพฯ ยังไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง ระบุชัดเจนว่า ได้ทำหนังสือแจ้งลายลักษณ์อักษรไปยังเจ้าของคลังแล้ว กำหนดส่งเอกสารภายในวันที่ 23 มีนาคม 2569
โทษร้ายแรงหากไม่แสดงเอกสารตามกำหนด
หากคลังน้ำมันไม่ปฏิบัติตาม จะผิดตาม มาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยผู้ค้าตามมาตรา 10 ที่ไม่ปฏิบัติตาม มีโทษตามมาตรา 56 (3) ดังนี้
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี
- ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ การตรวจสอบน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ในถัง พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกชนิด ไม่มีปัญหาคุณภาพ แต่ประเด็นเอกสารยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะช่วยป้องกันการค้าน้ำมันเถื่อนหรือการกำหนดราคาไม่เป็นธรรม
ที่มาของปัญหาและบทเรียนที่ได้
ก่อนหน้านี้ ปคบ. เข้าตรวจหลังถูกร้องเรียนว่าคลังนี้ขายดีเซลลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งเกินราคาควบคุม เจ้าของอ้างว่ารับน้ำมันมาในราคาแพง แต่ไม่มีเอกสารยืนยัน เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาในวงการค้าปลีกน้ำมัน ที่มักมีช่องโหว่เรื่อง traceability หรือการติดตามแหล่งที่มา ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนจากสถานการณ์โลก
เพื่อป้องกันปัญหาคล้ายกัน หน่วยงานรัฐควรเพิ่มการตรวจสอบแบบสุ่มและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบ blockchain สำหรับติดตามการนำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการก็ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงโทษทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ผ่านช่องทาง ปคบ. หรือ hotline พลังงานจังหวัด หากพบราคาน้ำมันผิดปกติ สิ่งนี้ช่วยรักษาความเป็นธรรมในตลาดได้
สรุปแล้ว ขีดเส้น 3 วัน คลังน้ำมันอ่างทอง เป็นสัญญาณเตือนถึงความเข้มงวดของหน่วยงานรัฐในการกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎหมายไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค อย่าปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม และแชร์ข่าวนี้เพื่อให้ทุกคนตื่นตัว!
ที่มา – ขีดเส้น 3 วัน “คลังน้ำมันอ่างทอง” แสดงเอกสารนำเข้า-ส่งออก มีโทษจำคุก-ปรับ




