วัน: 22 มีนาคม 2026

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันอ่างทอง ราคาสูงเกิน

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวน ผู้บริโภคหลายคนกังวลเรื่องการกักตุนและราคาที่สูงเกินจริง ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาประกาศสั่งการด่วน โดยมอบหมายให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมันทุกแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง เน้นย้ำให้รายงานผลการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

รายละเอียดความผิดเบื้องต้นที่พบในจังหวัดอ่างทอง

จากกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง โดย “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีการกักตุนจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือการละเมิดกฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก

  • ไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง: ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายน้ำมัน เพื่อติดตามปริมาณและป้องกันการผิดกฎหมาย
  • จำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด: ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ โดยราคาต้องเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจปิโตรเลียม (กบง.) ประกาศ

หากผลตรวจสอบยืนยัน กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่น

คำสั่งเร่งด่วนจากนายอรรถพล

นายอรรถพลได้กำชับพลังงานจังหวัดให้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายงานผลทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเน้นการตรวจสอบปั๊มน้ำมัน สถานีบริการ และโกดังเก็บน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนที่อาจเกิดจากความต้องการที่เพิ่มสูงหรือปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบราคาน้ำมันโลก

“ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค” นายอรรถพล กล่าว

การประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ

เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้

  • กระทรวงมหาดไทย: ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยตรวจสอบพื้นที่
  • พาณิชย์จังหวัด: ดูแลเรื่องการกำหนดราคาสินค้าและปราบปรามการผูกขาด
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ: จัดการด้านกฎหมายและป้องกันการกระทำผิด

มาตรการนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยเสริมระบบการกำกับดูแลระยะยาว โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุดหลายล้านบาทและจำคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีตรวจค้นปั๊มน้ำมันในปีก่อนๆ ที่พบการโกงมิเตอร์หรือปรับราคาเกิน พบว่าการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องช่วยลดปัญหาได้กว่า 70% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเพราะกลัวบทลงโทษหนัก

สำหรับผู้บริโภค สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันที่เป็นธรรม หากคุณพบปั๊มที่มีราคาสงสัยหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนพลังงาน 1364 หรือพลังงานจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อช่วยกันรักษาความโปร่งใส

สุดท้าย การดำเนินการของนายอรรถพลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องประชาชนจากราคาน้ำมันที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบพลังงานของไทยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

เตือนระวัง “ไข้กาฬหลังแอ่น” ระบาด พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย

เตือนระวัง “ไข้กาฬหลังแอ่น” ระบาด พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย เป็นข่าวร้ายที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ หลังจากรัฐบาลออกมาเตือนให้เฝ้าระวังโรคนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานการระบาดในต่างประเทศอย่างอังกฤษ และที่สำคัญ ในไทยเราก็พบผู้ป่วยแล้วถึง 5 ราย โดยเสียชีวิตไป 3 รายด้วย โรคนี้รุนแรงมาก หากไม่รีบรักษาอาจถึงตายได้ วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนรู้ทันและป้องกันตัวเองได้ทันท่วงที

เตือนระวัง “ไข้กาฬหลังแอ่น” ระบาด พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย

จากข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลได้มอบหมายให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไข้กาฬหลังแอ่น หรือ Meningococcal disease ในสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด หน่วยงานอย่าง UKHSA และ ECDC รายงานว่ามีการระบาดในพื้นที่ทางตอนใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมราว 20 ราย ยืนยัน 9 ราย และเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย

ในประเทศไทย ระหว่าง 1 มกราคม – 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วย ไข้กาฬหลังแอ่น สะสม 5 ราย เสียชีวิต 3 ราย โชคดีที่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากเป็นโรครุนแรงและต้องรายงานตามกฎหมาย กรมควบคุมโรคจึงเฝ้าระวังเข้ม หากพบผู้ต้องสงสัยจะสอบสวนโรคทันทีเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

อาการของไข้กาฬหลังแอ่นที่ต้องระวัง

ผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรงและมาเฉียบพลัน เช่น

  • ไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • คอแข็ง
  • ซึมเศร้า สับสน
  • จุดเลือดออกหรือผื่นเลือดออกตามผิวหนัง

หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะถ้ามีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหรือสัมผัสผู้ป่วย ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบ โรคนี้รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ หากรีบรักษาช่วงแรกๆ

วิธีป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น

นอกจากเฝ้าระวังแล้ว ยังมีวิธีป้องกันง่ายๆ ดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
  • สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด
  • หลีกเลี่ยงผู้ที่มีอาการไอ จาม ไข้
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า

สำหรับวัคซีน มีวัคซีนป้องกันเป็นทางเลือก โดยเฉพาะสายพันธุ์ MenB กลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก วัยรุ่น ผู้ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือคนเดินทางบ่อย ควรปรึกษาแพทย์รับวัคซีนล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนไปพื้นที่เสี่ยง

เตือนระวัง “ไข้กาฬหลังแอ่น” ระบาด พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย แสดงให้เห็นว่าโรคนี้ไม่ได้อยู่ไกลตัว แม้จำนวนผู้ป่วยจะน้อยแต่ความรุนแรงสูงมาก รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งเชื่อถือได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำ หากสงสัยโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ได้ตลอด 24 ชม.

ในมุมมองของเรา โรคระบาดแบบนี้เตือนใจให้เราดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวให้ดี โดยเฉพาะในยุคที่การเดินทางเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ทุกคนตรวจสุขภาพประจำปีและฉีดวัคซีนที่จำเป็น หากมีอาการผิดปกติอย่ารอช้า รีบพบแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลาม หยุดการแพร่ระบาดได้ตั้งแต่ตัวเราเอง!

ที่มา – เตือนระวัง “ไข้กาฬหลังแอ่น” ระบาด พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย

สำรวจราคาตลาดสดโคราช เนื้อหมูผักพุ่ง

สวัสดีครับชาวโคราชและเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาสำรวจราคาตลาดสดโคราชกันแบบชิลๆ เลยนะ เพราะช่วงนี้ข่าวราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งไม่หยุด โดยเฉพาะเนื้อหมูกับผักสดที่พาเหรดขึ้นราคา จากปัญหาน้ำมันแพงหาเติมยาก สงครามตะวันออกกลางกระทบเต็มๆ ทำให้ค่าขนส่งแพงตามไปด้วย พ่อค้าแม่ค้าตลาดสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา บอกว่าลำบากสุดๆ วอนรัฐบาลช่วยด่วนเลย!

ราคาตลาดสดโคราช

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ ราคาตลาดสดโคราช พบว่าสถานการณ์ตึงเครียดมาก ทุกอย่างขึ้นราคาตามน้ำมันที่แพงและขาดแคลน พ่อค้าแม่ค้าต้องปรับราคาไม่งั้นขาดทุนหนัก โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ผักเหี่ยวง่าย ผลผลิตน้อย แถมขนส่งลำบากอีก ลุงหนวด พ่อค้าขายผักเล่าว่า “ค้าขายเงียบเหี่ยว พิษเศรษฐกิจบวกสงคราม น้ำมันแพงหาเติมยาก กระทบทุกอย่าง เกษตรกรมั่นทำนาไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำมัน”

ราคาผักสดพุ่งในตลาดสดโคราช

นางหมวย แม่ค้าผักสดอีกคนยืนยันว่า ผักหลายตัวขึ้นราคาแล้วนะ จากฤดูร้อนผลผลิตน้อย แถมน้ำมันแพงไปรับของที่ตลาดสดโคราชหัวเมืองไกล 60 กม. เติมน้ำมันทีละน้อย ลำบากมาก มาดูราคากันเลย:

  • ผักชี: 120 บาท/กิโลกรัม (พุ่งสูงสุด!)
  • ต้นหอม: 80 บาท/กิโลกรัม
  • ยี่หร่า: 400 บาท/ถุง
  • ตั้งโอ๋ (ขึ้นฉ่าย): 120 บาท/กิโลกรัม
  • คะน้าและผักอื่นๆ: เริ่มปรับขึ้นตาม

ผักกาด ต้นหอม ผักชี เหี่ยวง่ายสุด ผลผลิตน้อย แม่ค้าขายยาก ลูกค้าซื้อน้อยลงเพราะกำลังซื้อลด อยากให้รัฐควบคุมราคา อย่าปล่อยให้พุ่งสูงเกินไป

เนื้อหมูในราคาตลาดสดโคราชปรับขึ้นบ้าง

ด้านเนื้อหมู นางเกตุมณี เจ้าของร้านหมูกลางตลาด บอกว่าต้องขึ้นตามต้นทุน 4-5 บาท/กก. เพราะน้ำมันแพง ค่าขนส่งจากฟาร์มเพิ่ม ตัวอย่างราคา:

  • สันคอหมูติดมัน: 160 บาท/กิโลกรัม
  • สันนอกหมู: 140 บาท/กิโลกรัม
  • เนื้อแดง สามชั้น: ขึ้น 4-5 บาท
  • เครื่องใน (ตับ เซี่ยงจี๊ ไส้ หัวใจ): ยังราคาเดิม

ลูกค้าประจำได้ราคาพิเศษ แต่โดยรวมแพงขึ้นหมด พ่อค้าแม่ค้าขอว่ารัฐช่วยเรื่องน้ำมันก่อน จะได้ไม่กระทบประชาชน

นายเซฟ เด็กหนุ่มวัย 19 ที่มาซื้อของ บอกว่า “ยังพอไหว แต่กลัวขึ้นอีก อยากให้ราคาคงที่ สมัยเศรษฐกิจแย่แบบนี้” สถานการณ์ ราคาตลาดสดโคราช แบบนี้ เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามโลก ฤดูร้อน และต้นทุนสูง ประชาชนเดือดร้อนปากท้องแน่

เพื่อนๆ ลองคิดดูนะ ถ้าราคาน้ำมันไม่นิ่ง สินค้าจะพุ่งต่อเนื่อง เราควรช่วยกันประหยัด ซื้อของสดวันต่อวัน หรือหันไปปลูกผักออร์แกนิกเองบ้างไหม? แต่ที่สำคัญ รัฐบาลต้องรีบแก้ปัญหาน้ำมันและควบคุมราคาให้ได้ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าปัญหาโลกใกล้ตัวขนาดไหน คุณล่ะคิดยังไงกับราคาตลาดสดโคราชตอนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทราคาสินค้าอื่นๆ!

ที่มา – สำรวจตลาดสดโคราช เนื้อหมู ผักสด พาเหรดขึ้นราคา ผักชีแตะ 120 บาท ต้นหอม ปรับขึ้นด้วย

นายกฯ มอบสารวันอปพร ชื่นชมกำลังสำคัญป้องกันภัย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องน่าประทับใจในแวดวงการป้องกันภัยของไทยกันนะคะ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้นายกฯ มอบสาร “วัน อปพร.” ชื่นชมเป็นกำลังสำคัญป้องกันภัยเล็ก-ใหญ่ อย่างอบอุ่นในโอกาสวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วันอปพร.” ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา การมอบสารครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ แต่เป็นการยกย่องเหล่าอาสาสมัครที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

นายกฯ มอบสาร “วัน อปพร.” ชื่นชมเป็นกำลังสำคัญป้องกันภัยเล็ก-ใหญ่

ในสารที่นายกรัฐมนตรีมอบให้แก่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ท่านได้เน้นย้ำถึงความภูมิใจของชาติที่มีอาสาสมัครเหล่านี้ พวกเขาคือกำลังสำคัญในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยเล็กๆ ในชุมชน ท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด หรือแม้กระทั่งภัยใหญ่ที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง บางครั้งอาสาสมัครต้องเผชิญอันตราย บาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งสละชีวิต นี่คือวีรบุรุษที่สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติอย่างสูงสุด

นายกฯ ยังย้ำว่า ความมั่นคงปลอดภัยของชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอปพร. ที่เป็นเสาหลักในการรับมือภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือภัยจากธรรมชาติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย

บทบาทสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

แล้วอปพร. ทำอะไรบ้าง? มาดูกันแบบสรุปง่ายๆ นะคะ

  • ป้องกันภัยขนาดเล็ก: อย่างการตรวจสอบความปลอดภัยในชุมชน เช่น ไฟไหม้บ้าน หรือน้ำท่วมถนนในท้องถิ่น ช่วยลดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง
  • บรรเทาภัยขนาดใหญ่: ร่วมกับหน่วยงานรัฐในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว หรือพายุโซนร้อนที่กระทบหลายจังหวัด
  • สนับสนุนภารกิจพิเศษ: ในพื้นที่ความไม่สงบชายแดนใต้ ช่วยแจกจ่ายสิ่งของ สื่อสารข้อมูล และปกป้องประชาชนท่ามกลางความเสี่ยง
  • อบรมและสร้างเครือข่าย: จัดฝึกอบรมให้ชุมชนรู้จักรับมือภัยด้วยตนเอง สร้างความพร้อมทั่วถึง

จากสถิติล่าสุด อปพร. มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนับล้านรายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นเครือข่ายอาสาที่แข็งแกร่งที่สุดของไทยเลยทีเดียว

แนวทางขับเคลื่อนปี 2567: ลดความเสี่ยงควบคู่เตรียมพร้อม

นายกฯ เชิญชวนทุกภาคส่วนผนึกกำลังพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยเน้น 2 เรื่องหลัก คือ ลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย เช่น การวางผังเมืองป้องกันน้ำท่วม หรือติดตั้งระบบเตือนภัย และ เตรียมความพร้อมเผชิญเหตุ ให้ตอบสนองรวดเร็วทันท่วงที ยึดหลักประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ด้วยอุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ” ซึ่งเป็นหัวใจของอปพร.

ในยุคที่ภัยพิบัติเพิ่มขึ้นจาก climate change อย่างน้ำท่วมรุนแรงในปี 2566 หรือไฟป่าในภาคเหนือ การมีอปพร. ที่พร้อมเพรียงแบบนี้คือ bouclier ที่แข็งแกร่ง รัฐบาลยังมีแผนเพิ่มงบประมาณ สร้างอุปกรณ์ทันสมัย และขยายสมาชิกใหม่เพื่อครอบคลุมทุกหมู่บ้าน

พูดถึงวันอปพร. แล้ว หลายคนอาจสงสัยว่ามันคือวันอะไร? วันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จัดขึ้นทุกวันที่ 22 มีนาคม เพื่อรำลึกถึงพระราชกฤษฎีกาเมื่อปี 2505 ที่ตั้งหน่วยนี้ขึ้นมา ตั้งแต่นั้นมา อปพร. ก็กลายเป็นกำลังพลสำคัญของชาติ ช่วยชีวิตคนไทยมานับไม่ถ้วน

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่า จิตสาธารณะแบบนี้แหละที่ทำให้ไทยเรายืนหยัดได้ หากคุณสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่ง ลองติดต่อศูนย์อปพร. ในพื้นที่ใกล้บ้านดูสิคะ ไม่ยากอย่างที่คิด และคุณอาจกลายเป็นฮีโร่ของชุมชนตัวเองได้เลย! การป้องกันภัยคือเรื่องของทุกคน ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – นายกฯ มอบสาร “วัน อปพร.” ชื่นชมเป็นกำลังสำคัญป้องกันภัยเล็ก-ใหญ่

โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณาม

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจกำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก เมื่อเกิดการโจมตีโรงพยาบาลซูดานที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 64 ราย รวมถึงเด็กน้อย 13 ศพ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกมาแสดงท่าทีประณามอย่างหนัก และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว สงครามครั้งนี้ไม่เพียงทำลายชีวิตผู้คน แต่ยังทำลายระบบสาธารณสุขของประเทศซูดานให้ย่อยยับไปด้วย

โจมตีโรงพยาบาลซูดาน

รายละเอียดของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม ที่โรงพยาบาลศูนย์การเรียนรู้ในเมืองเอล-แดน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐดาร์ฟูร์ตะวันออก แรงระเบิดจากอาวุธหนัก โดยเฉพาะโดรนของกองทัพซูดานที่กำลังรุกคืบเข้าพื้นที่ของกองกำลังกึ่งทหาร RSF ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ผู้เสียชีวิตทันที 64 ราย ในนั้นมีเด็ก 13 ราย พยาบาลหญิง 2 ราย แพทย์ชาย 1 ราย และคนไข้จำนวนมาก บาดเจ็บอีก 89 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 8 รายที่สาหัส

ความเสียหายจากโจมตีโรงพยาบาลซูดาน

โรงพยาบาลแห่งนี้เสียหายหนักมาก โดยเฉพาะแผนกสำคัญๆ ที่ประชาชนต้องการ ดังนี้

  • แผนกกุมารเวชกรรม: ที่เด็กๆ ต้องพึ่งพาในการรักษา
  • แผนกสูตินรีเวช: สถานที่ช่วยชีวิตแม่และเด็กแรกเกิด
  • แผนกฉุกเฉิน: จุดรับมือผู้บาดเจ็บเร่งด่วน

ผลคือโรงพยาบาลไม่สามารถให้บริการได้อีกต่อไป ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนการรักษาพยาบาลที่จำเป็น สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเพราะสงครามที่ปะทุมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ระหว่างกองทัพซูดาน (SAF) กับกองกำลังสนับสนุนอย่างรวดเร็ว (RSF)

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการโจมตีสถานพยาบาล (SSA) ของ WHO เผยว่า ตั้งแต่เริ่มสงคราม มีการโจมตีสถานพยาบาลถึง 213 ครั้ง ส่งผลให้เสียชีวิตสะสม 2,036 ราย โดยเฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีสถานพยาบาลถึง 1,620 ราย คิดเป็น 82% ของยอดรวมทั่วโลก! นี่แสดงให้เห็นว่าซูดานกลายเป็นจุด hotspot ของการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมสงคราม

WHO ประณามและเรียกร้องยุติสงคราม

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ WHO กล่าวด้วยน้ำเสียงสลดใจว่า “เลือดที่หลั่งไหลมามากเกินพอแล้ว ความทุกข์ทรมานนี้เกินกว่าที่มนุษย์จะรับไหว สถานพยาบาลต้องไม่ใช่เป้าหมายของสงคราม สันติภาพคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษยชาติ” คำพูดนี้สะท้อนถึงความสิ้นหวังของหน่วยงานสากลที่พยายามช่วยเหลือ แต่ถูกขัดขวางด้วยความรุนแรง

นอกจากนี้ สงครามยังก่อให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ผู้พลัดถิ่นกว่า 11 ล้านคน ประชาชน 33 ล้านคนเผชิญความหิวโหยรุนแรง การใช้โดรนโจมตีชุมชนและสถานพยาบาลกลายเป็นเรื่องปกติ สหประชาชาติออกมาประณามซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ pattern ที่น่ากลัว หากไม่หยุด สุขภาพของชาวซูดานจะพังทลายทั้งระบบ เด็กๆ แม่ๆ และผู้บริสุทธิ์จะเป็นเหยื่อต่อไป เราควรตระหนักว่าสงครามใดๆ ก็ตามที่โจมตีสถานพยาบาล ถือเป็นอาชญากรรมสงครามตามอนุสัญญาพีระมิดเจนีวา

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้โลกหันมาให้ความสำคัญกับมนุษยธรรมมากขึ้น อย่าปล่อยให้การเมืองและอำนาจทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ หากคุณอยากช่วยเหลือ สามารถบริจาคให้ WHO หรือหน่วยงานช่วยเหลือมนุษยธรรมได้ หรือแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสเรียกร้องสันติภาพ แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าควรทำอย่างไรเพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรมนี้!

ที่มา – โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณามหนัก เรียกร้องยุติสงคราม

“ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชม. ขู่ถล่มพลังงาน

“ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางร้อนระอุยิ่งขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกคำขาดสุดท้ายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที มิเช่นนั้นจะถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั้งหมดของเตหะรานให้ราบเป็นหน้ากลอง

“ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน

ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล โดยกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง นับจากเวลา 23:44 น. วันจันทร์ที่ 23 มี.ค. ตามเวลามาตรฐานสากล หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบสำคัญถึง 1 ใน 5 ของโลก สหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพลังงานใหญ่ที่สุดของอิหร่านก่อน

การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลกทันที ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยต้องเผชิญความเสี่ยงราคาน้ำมันแพงขึ้น คำขาดของทรัมป์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว

อิหร่านโต้กลับโจมตีอิสราเอลรุนแรง

ก่อนหน้าคำขู่ไม่นาน อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธจำนวนมากโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล โดยเฉพาะเมืองอาราดและดิมอนา ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์นิวเคลียร์สำคัญ ขีปนาวุธฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้สำเร็จ ทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 100 ราย นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศตอบโต้ทันที ส่งฝูงบินถล่มกรุงเตหะราน

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ยืนยันว่าเป็นการแก้แค้นจากการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์โดยอิสราเอลเมื่อกลางปี 2025 พร้อมขู่สหรัฐฯ ว่าหากลงมือ จะโจมตีโครงสร้างพลังงานของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคทันที

ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง: ทะลุ 105 ดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าครองชีพทั่วโลกเพิ่มขึ้น
  • การโจมตีข้ามทวีป: อิหร่านยิงขีปนาวุธไปยังเกาะดิเอโกการ์เซียของสหรัฐฯ-อังกฤษ ห่างกว่า 4,000 กม. แม้ไม่สำเร็จแต่แสดงศักยภาพ
  • โจมตี UAE: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกโจมตีทางอากาศ หลังอิหร่านเตือนไม่ให้เป็นฐานทัพ
  • ความเสี่ยงนิวเคลียร์: IAEA เรียกร้องยับยั้งชั่งใจ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง

ผู้นำโลกอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเกาหลีใต้ ประณามการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ โมจตาบา คาเมเนอี ยังเงียบ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอิหร่านมีศักยภาพตอบโต้สูงกว่าที่คาด

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กม. กว้างสุด 96 กม. เป็นจุดคอขวดน้ำมันสำคัญจากอ่าวเปอร์เซียสู่ทะเลอาหรับ หากปิดนาน เศรษฐกิจโลกจะชะงักงัน โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันจากที่นั่น

สถานการณ์นี้ทำให้โลกจับตาอย่างใกล้ชิด หากครบ 48 ชั่วโมงโดยไม่เปิด อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ขณะที่ไทยควรเตรียมรับมือราคาน้ำมันผันผวน

ความเห็นส่วนตัว: คำขาดของทรัมป์ดูเด็ดขาด แต่เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ โลกควรหาทางเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน

ประกาศขึ้นทะเบียนปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการเป็นสินค้า GI

ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้า GI ถือเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัดสมุทรปราการ รัฐบาลโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้า GI

การประกาศขึ้นทะเบียนนี้ทำให้ ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ กลายเป็นสินค้า GI รายการที่ 4 ของจังหวัดสมุทรปราการ ต่อจากมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า ปลาสลิดบางบ่อ และมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คือเครื่องหมายที่รับรองว่าสินค้ามีคุณภาพเฉพาะตัวจากแหล่งกำเนิด ทำให้มีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

คุณสมบัติพิเศษของปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ

ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ เป็นปลาที่เลี้ยงในระบบน้ำสองน้ำ คือ น้ำจืดช่วงฤดูฝนและน้ำกร่อยช่วงฤดูร้อน พื้นที่เพาะเลี้ยงหลักอยู่ในอำเภอบางบ่อ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นแหล่งราบลุ่มชายฝั่งอ่าวไทย มีความชื้นสูง ฝนชุก และมีแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมลำคลองกว่า 63 สายไหลผ่าน สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ปลากะพงขาวเจริญเติบโตดี มีเนื้อแน่น รสชาติหวานสด ผิวหนังเรียบ และไม่มีกลิ่นคาว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากปลากะพงทั่วไป

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 166 ราย ผลิตปลากว่า 4,467 ตันต่อปี ขายในราคาเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สร้างมูลค่ากว่า 536 ล้านบาทในปี 2568 หากรวมสินค้า GI ทั้ง 4 รายการของจังหวัด จะสร้างรายได้รวมกว่า 850 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างชัดเจน

ประโยชน์ของการเป็นสินค้า GI

  • เพิ่มมูลค่า: ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นเพราะมั่นใจในคุณภาพและแหล่งกำเนิด
  • ปกป้องแบรนด์: ป้องกันการเลียนแบบ ลดปัญหาสินค้าปลอม
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาชิมและเรียนรู้กระบวนการผลิต
  • สร้างรายได้ยั่งยืน: เกษตรกรมีช่องทางการตลาดใหม่ๆ เช่น ส่งออก

นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียน ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้า GI ยังช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศ โดยส่งเสริมการเลี้ยงแบบยั่งยืน ไม่ใช้สารเคมีมากเกินไป ทำให้ทรัพยากรน้ำและดินในพื้นที่ยังอุดมสมบูรณ์

โอกาสสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค

สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสมัครขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม ผู้ประกอบการที่มีแบรนด์แล้วควรติดฉลาก GI เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขณะที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ สามารถสนับสนุนโดยเลือกซื้อปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการแท้ๆ จากตลาดนัดท้องถิ่นหรือห้างสรรพสินค้าที่มีจำหน่าย

การประกาศนี้ไม่เพียงเพิ่มรายได้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวสมุทรปราการ ในอนาคต คาดว่าจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น จีนและญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบอาหารทะเลคุณภาพสูง

สุดท้ายนี้ การขึ้นทะเบียน GI เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ลองไปลองชิมปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการดูนะครับ แล้วคุณจะติดใจในรสชาติแท้ๆ จากท้องทุ่งไทย สนับสนุนสินค้าไทยเพื่อเกษตรกรไทยกันเถอะ!

ที่มา – ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้า GI

คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้าน

คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้านคน สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับชีวิตประจำวันของชาวคิวบา รัฐบาลต้องเร่งกู้ระบบไฟฟ้าด้วยความรีบด่วน ท่ามกลางปัญหาเชื้อเพลิงขาดแคลนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อมานาน

คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้าน

กระทรวงพลังงานคิวบาแถลงยืนยันว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติล่มสลายทั้งเกาะอีกครั้ง ส่งผลให้บ้านเรือน โรงพยาบาล และธุรกิจกว่า 10 ล้านครัวเรือนพลันมืดมิด นี่เป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือน โดยบริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ (UNE) กำลังเร่งซ่อมแซม โดยลำดับแรกคือสถานพยาบาลและระบบประปา เพื่อลดผลกระทบทางมนุษยธรรม

สาเหตุหลักของวิกฤตไฟดับ

โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของคิวบาเสื่อมโทรมตามกาลเวลา บวกกับการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงรุนแรง รัฐบาลโทษการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ที่ทำให้ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันได้เพียงพอ โรงไฟฟ้าจึงต้องหยุดชะงัก สถานการณ์นี้คล้ายกับเหตุการณ์ครั้งก่อนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ ยิ่งรุนแรงขึ้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล ลาออกเพื่อแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร แม้กระทั่งพูดถึง ‘การเข้ายึดครองอย่างเป็นมิตร’ ซึ่งผู้นำคิวบาปฏิเสธอย่างหนักแน่น และยืนยันว่าจะปกป้องอธิปไตย

ผลกระทบต่อประชาชนและการประท้วง

คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว ทำให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคนเผชิญความมืดสนิท ชาวฮาวานาแสดงความไม่พอใจด้วยการเคาะหม้อกระทะประท้วง ขณะที่ในเมืองโมรอน มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงบุกเผาสำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์ การประท้วงดังกล่าวผิดกฎหมายในคิวบา และอาจนำไปสู่การจับกุม

  • โรงพยาบาลขาดไฟ ส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยวิกฤต
  • ระบบประปาหยุดชะงัก ชาวบ้านขาดน้ำสะอาด
  • ธุรกิจขนาดเล็กปิดตัว เศรษฐกิจยิ่งซบเซา
  • การสื่อสารและการขนส่งติดขัดทั่วเกาะ

ความช่วยเหลือจากนานาชาติ

กลุ่มพันธมิตรสังคมนิยมส่งแผงโซลาร์เซลล์ อาหาร และยาไปช่วยเหลือแล้ว เรือจากเม็กซิโกกำลังมุ่งหน้ามาฮาวานาในวันจันทร์นี้ แม้รัฐบาลคิวบาจะเจรจากับสหรัฐฯ เบื้องต้น แต่ยืนกรานว่าระบบการเมืองไม่ใช่สิ่งต่อรอง

วิกฤตคิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียวนี้ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน การคว่ำบาตรยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าคิวบาควรเร่งพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างโซลาร์และลม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในอนาคต

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หากนานาชาติช่วยเหลือมากขึ้นและลดความขัดแย้ง จะช่วยให้คิวบาฟื้นตัวได้เร็ว คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัพเดทจากเราต่อไป!

ที่มา – คิวบาไฟดับทั้งประเทศรอบสองในสัปดาห์เดียว กระทบประชาชนกว่า 10 ล้าน

ราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา เริ่ม 2.39 ล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถไฟฟ้าและคนรักเทคโนโลยีล้ำสมัย! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ มาบอกกันเลย กับการเปิดตัว ราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา ครั้งแรกของโลกในไทย จาก XPENG THAILAND ที่งาน XPENG VISION NIGHT THAILAND ภายใต้ธีม ‘The Era of Physical AI’ รถตู้ไฟฟ้า 7 ที่นั่งสุดหรูคันนี้ ขับเคลื่อนด้วย Turing AI Chip พลังประมวลผลโหดมาก 750 TOPS เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่อยากได้ทั้งหรู สมาร์ท และประหยัดพลังงาน

ราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา

XPENG THAILAND ภายใต้ Millennium Group Corporation (Asia) ร่วมกับ XPENG MOTOR จากจีน นำเสนอวิสัยทัศน์อนาคตที่ AI ผสานโลกจริง ชูผู้บริหารอย่าง ชู ซง, ฮวนมา โลเปซ และ อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ มาพูดถึง Physical AI ที่ครอบคลุมชิป ระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์ สำหรับรถไฟฟ้า หุ่นยนต์มนุษย์ และรถบินได้!

ราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา

มาดูราคาที่ทำให้ใจละลายกันเลย! New XPENG X9 มี 3 รุ่นย่อย:

  • Premium: 2,399,000 บาท*
  • Executive: 2,599,000 บาท*
  • Luxury AWD: 2,799,000 บาท*

ราคานี้รวมภาษีแล้วนะครับ สีใหม่ Lambent Cyan, Polar Violet ภายนอก และ Cloud Rose Brown ภายในทูโทน ดีไซน์ Starship ล้ำๆ คูเป้สไตล์ MPV สปอร์ต คล่องตัวสุดๆ

New XPENG X9 ภายในหรูหรา

เทคโนโลยี Turing AI Chip สุดล้ำในราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา

หัวใจหลักคือ Turing AI Chip 40-Core Processor รองรับ 30,000 ล้านพารามิเตอร์ ประมวลผล 750 TOPS คิดได้ 750 ล้านล้านครั้ง/วินาที! ระบบช่วยขับอัจฉริยะแม่นยำ แม้แสงย้อนหรือมืด ลดอุบัติเหตุได้เยอะ ภายในหรูด้วยเบาะ Nappa ทุกที่นั่ง ปรับพับแถว 3 60:40 ง่ายๆ ลำโพง 27 ตัว HUD บนกระจกหน้า กล้องในห้องโดยสาร

แบต 5C AI Battery 110 kWh ชาร์จ DC 542 kW จาก 10-80% ใน 12 นาที! วิ่งไกล 715 กม. (NEDC) ระบบเลี้ยวล้อหลัง รัศมีเลี้ยว 5.4 ม. ถุงลม 9 จุด ระบบควบคุมเมื่อยางระเบิด ปลอดภัยสุด

New XPENG X9 สเปกเทคโนโลยี

ภายนอกอัพเดทกันชนหน้า Active Grille Shutter ล้อ 20″ Multi-Spoke Starlight Floating ประตูดูดคู่หน้า วัสดุ Ayous Wood ตกแต่งหรู ประหยัดพลังงาน ลดแรงต้านอากาศ

พบ ราคาดีงาม New XPENG X9 พวงมาลัยขวา ที่ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (25 มี.ค. – 5 เม.ย. 2568) ศูนย์ IMPACT เมืองทองธานี พร้อม Iron Humanoid Robot และรถบิน!

สิทธิพิเศษจองถึง 5 เม.ย.:

  • บำรุงรักษา 3 ปี/60,000 กม.*
  • ประกันชั้น 1 + พรบ. 1 ปี*
  • Wallbox Charger + ติดตั้ง*
  • สายชาร์จฉุกเฉิน*
  • รับประกันรถ 5 ปี/120,000 กม.*
  • แบต + มอเตอร์ 8 ปี/160,000 กม.*
  • Roadside Assistance 24 ชม. 5 ปี*

มุมมองผมนะ รถคันนี้ไม่ใช่แค่ MPV ไฟฟ้า แต่เป็นอนาคตที่ขับเองได้ คิดเองได้ ในราคาที่จับต้องได้จริงๆ สำหรับครอบครัวไทย สนใจรีบไปจองที่โชว์รูม XPENG ทุกสาขา หรือโทร 1526 วันนี้เลยครับ! อย่าพลาดนะ

ที่มา – ราคาดีงาม New XPENG X9’ พวงมาลัยขวา