วัน: 24 มีนาคม 2026

“ซาบีดา” แจง “ชาดา” อาการดีขึ้น อยู่ได้ 100 ปี

“ซาบีดา” แจง “ชาดา” อาการดีขึ้น กำลังใจดี กำลังรักษาด้วยการดามคอ อยู่ได้อีก 100 ปี เป็นข่าวดีที่หลายคนเฝ้าติดตาม โดยเฉพาะแฟนคลับและผู้สนับสนุนทางการเมืองของครอบครัวไทยเศรษฐ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ตัดพ้อถึงอาการป่วยปวดคอของตัวเองว่า “ปวดคอ ไม่รู้จะอยู่ถึงปี 2570 หรือไม่” ทำให้หลายคนเป็นห่วงอย่างมาก

“ซาบีดา” แจง “ชาดา” อาการดีขึ้น กำลังใจดี กำลังรักษาด้วยการดามคอ อยู่ได้อีก 100 ปี

ในวันที่ 24 มีนาคม 2567 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพื่อเคลียร์ข่าวลือและอัปเดตอาการป่วยของบิดาให้ทราบ โดยระบุว่าตอนนี้อาการของคุณพ่อดีขึ้นมากแล้ว กำลังรักษาไปตามอาการ และปัจจุบันกำลังเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการดามคอ ซึ่งเป็นการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการได้ดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเป็นอาการหนักมากหรือไม่ ซาบีดายิ้มรับและอธิบายว่า หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคุณพ่อเวลาหันคอต้องหันทั้งตัว ไม่สามารถหันแค่คอได้ แต่ตอนนี้ดีขึ้นเยอะเพราะกำลังใจดีมากๆ เลยค่ะ และที่สำคัญ ซาบีดายืนยันชัดเจนว่าไม่เป็นอันตรายอะไร สามารถอยู่ต่อไปได้อีกยาวๆ ถึง 100 ปีเลยทีเดียว ทำให้หลายคนโล่งใจไปตามๆ กัน

ประวัติและบทบาทของนายชาดา ไทยเศรษฐ์

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า ส.ส.อุทัยธานี สังกัดพรรคภูมิใจไทย มานานหลายสมัย ท่านมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องเกษตรกรรมและการพัฒนาชุมชนในจังหวัดอุทัยธานี ลูกสาวอย่างซาบีดาเองก็สืบสานเจตนารมณ์ ก้าวสู่วงการเมืองและรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สร้างผลงานโดดเด่นในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

เหตุการณ์โพสต์เฟซบุ๊กครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของนักการเมืองท่านนี้ ที่กล้าเปิดเผยความอ่อนแอ ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้น และการออกมาชี้แจงของซาบีดาก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์ครอบครัวไทยเศรษฐ์ให้ดูอบอุ่นและเข้มแข็ง

เคล็ดลับการรักษาอาการปวดคอและกำลังใจดี

  • การดามคอ: เป็นวิธีรักษาที่ช่วยพยุงกระดูกคอ ลดอาการปวดและป้องกันการเคลื่อนไหวผิดปกติ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหากระดูกเสื่อม
  • กำลังใจจากครอบครัว: ซาบีดาเน้นย้ำว่ากำลังใจดีช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น จริงๆ แล้วศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ก็ยืนยันเช่นกันว่า mindset เชิงบวกช่วยลดความเครียดและเร่งการหาย
  • การออกกำลังกายเบาๆ: แนะนำให้ทำกายภาพบำบัดควบคู่ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อคอและไหล่
  • อาหารและโภชนาการ: เน้นโปรตีน คอลลาเจน และวิตามิน D เพื่อบำรุงกระดูกและข้อต่อ

จากประสบการณ์ของหลายคนที่เคยปวดคอเรื้อรัง การรักษาด้วยการดามคอผสมกับกำลังใจจากคนใกล้ชิด มักให้ผลดีเยี่ยม เหมือนกรณีของชาดาไทยเศรษฐ์ที่ตอนนี้อาการดีขึ้นชัดเจน

“ซาบีดา” แจง “ชาดา” อาการดีขึ้น กำลังใจดี กำลังรักษาด้วยการดามคอ อยู่ได้อีก 100 ปี นี่คือตัวอย่างที่ดีของการดูแลสุขภาพในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ต้องทำงานหนัก การมีครอบครัวคอยสนับสนุนคือกุญแจสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน กำลังใจคือยาวิเศษที่แพทย์สั่งไม่ได้ แต่ได้ผลดีที่สุด ลองนำไปปรับใช้กับตัวเองและคนใกล้ตัวดูนะครับ หากคุณมีปัญหาสุขภาพคล้ายๆ กัน อย่าลืมปรึกษาแพทย์และรักษากำลังใจให้ดี

CTA: ติดตามข่าวการเมืองและสุขภาพล่าสุดจากบล็อกเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ สมัครรับข่าวสารฟรีวันนี้!

ที่มา – “ซาบีดา” แจง “ชาดา” อาการดีขึ้น กำลังใจดี กำลังรักษาด้วยการดามคอ อยู่ได้อีก 100 ปี

PSG ขอเลื่อนแมตช์ก่อนดวลลิเวอร์พูล

PSG ขอเลื่อนแมตช์ก่อนดวลลิเวอร์พูล

Ligue de Football Professionel (LFP) ยืนยันแล้วว่าพวกเขาได้รับคำขอจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง (PSG) ให้เลื่อนเกมลีกเอิง 1 กับอาร์ซี ล็องส์

PSG มีโปรแกรมบุกไปเยือนล็องส์ในนัดบิ๊กแมตช์หัวตารางวันที่เสาร์ที่ 11 เมษายน ซึ่งจะมาอยู่ตรงกลางระหว่างสองเลกของรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับลิเวอร์พูล นั่นเอง

ทีมของอาร์นี สล็อตจะมาเยือนปาร์ค เดอ แพร็งซ์ในเลกแรกวันพุธที่ 8 เมษายน ส่วนเลกสองที่แอนฟิลด์กำหนดไว้เช้าวันอังคารที่ 14 เมษายน ลิเวอร์พูลเองก็มีนัดพรีเมียร์ลีกกับฟูแล่มที่แอนฟิลด์ในวันเดียวกัน 11 เมษายน

PSG ขอเลื่อนแมตช์ก่อนดวลลิเวอร์พูล: ล็องส์คัดค้านเต็มที่

หลังจาก PSG ขอเลื่อน ล็องส์ที่กำลังลุ้นแชมป์ลีกเอิงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ก็ออกแถลงการณ์ทันที โดยยืนยันว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเลื่อนแมตช์ไปวันที่หลังๆ เพราะจะทำให้ลีกเอิงถูกมองเป็นตัวแปรปรับตามกำหนดการยุโรปของสโมสรใหญ่

“นอกเหนือจากกรณีนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเรื่องพื้นฐานเลย คือการให้เกียรติต่อการแข่งขันลีกเอง” แถลงการณ์ของล็องส์ระบุ “เราต้องสงสัยว่าบนแผ่นดินตัวเอง ลีกของเราถูกผลักลงไปเป็นรองจากความทะเยอทะยานอื่นๆ แม้จะสมเหตุสมผลแค่ไหนก็ตาม”

ปัจจุบัน ล็องส์ตาม PSG อยู่แค่ 1 คะแนนในลีกเอิง และกุนซือปิแอร์ ซาเก้เพิ่งพูดหลังชนะอาแจงเยอร์ 5-1 เมื่อวันอาทิตย์ว่า ทีมของเขาไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนแมตช์นี้เด็ดขาด

บทเรียนจากนัดก่อน: PSG เคยเลื่อนแล้วชนะเชลซียับ

ในรอบก่อนหน้าแชมเปียนส์ลีกที่ PSG เจอเชลซี ทีมของหลุยส์ เอ็นริเก้เคยขอเลื่อนเกมลีกกับน็องต์ได้สำเร็จ ทำให้สุดสัปดาห์ระหว่างสองเลกว่างสนิท และผลคือ PSG ถล่มเชลซีรวม 8-2

ครั้งนี้ LFP จะเป็นผู้ตัดสินสินสุดท้าย โดยท่าทีของพวกเขาคือจะพยายามช่วยเหลือสโมสรฝรั่งเศสที่ลงเล่นในรายการยุโรป นอกจาก PSG แล้ว สตราสบูร์กก็ยื่นขอเลื่อนเกมเยือนเบรสต์ในสุดสัปดาห์เดียวกัน เพราะอยู่ระหว่างนัดยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีกกับไมนซ์

PSG ถูกติดต่อขอความเห็นแล้ว แต่ยังไม่ตอบ

ประเด็นร้อน: ความขัดแย้งระหว่างลีก國內กับแชมเปียนส์ลีก

เรื่องPSG ขอเลื่อนแมตช์ก่อนดวลลิเวอร์พูลนี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ในฟุตบอลยุโรปที่ลีก國內มักถูกบีบให้ยอมตามกำหนดการ UCL ซึ่งเป็นค่านิยมสูงสุดสำหรับสโมสรใหญ่ ล็องส์ที่ลุ้นแชมป์อย่างจริงจังจึงไม่ยอมง่ายๆ เพราะนี่คือโอกาสทองในการแซง PSG

สำหรับแฟนบอล ลิเวอร์พูลภายใต้สล็อตกำลังฟอร์มฮอตทั้งพรีเมียร์ลีกและ UCL การเจอกับ PSG จะเป็นนัดสุดมันส์แน่นอน หาก PSG ได้พักเต็มที่ ก็อาจได้เปรียบ แต่ถ้า LFP ปฏิเสธ ก็เท่ากับ PSG ต้องลุย 3 นัดใน 6 วัน ซึ่งหนักหน่วงไม่แพ้กัน

  • กำหนดการลิเวอร์พูล: 8 เม.ย. @PSG (UCL), 11 เม.ย. vs ฟูแล่ม (PL), 14 เม.ย. PSG @ แอนฟิลด์ (UCL)
  • สถานการณ์ลีกเอิง: PSG นำ ล็องส์ 1 แต้ม ลุ้นแชมป์สูสี
  • ตัวอย่างก่อนหน้า: PSG เลื่อนเกมก่อนเชลซี แล้วชนะขาด

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลเองก็มีปัญหาคล้ายกันกับนัดฟูแล่มที่ชนกับ UCL return leg แต่พรีเมียร์ลีกมักยืดหยุ่นน้อยกว่า

ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในฤดูกาลที่ทีมใหญ่เข้าสู่รอบลึก UCL ทำให้แฟนลีกเล็กๆ รู้สึกว่าลีกของตัวเองกลายเป็นรอง นักวิจารณ์ฟุตบอลหลายคนชี้ว่า UEFA ควรปรับปฏิทินให้สมดุลกว่านี้ เพื่อไม่ให้ลีก国内เสียเอกลักษณ์

ส่วน PSG ที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อลุย UCL ทุกปี การขอเลื่อนแบบนี้ก็เป็นกลยุทธ์ปกติ แต่ล็องส์พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้เป็นเครื่องมือง่ายๆ

คุณคิดว่าอย่างไรกับPSG ขอเลื่อนแมตช์ก่อนดวลลิเวอร์พูล? LFP ควรอนุมัติหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกดราม่าร้อนๆ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม

ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม เป็นข่าวที่สร้างความกังวลให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงหน้าแล้งที่กำลังใกล้เข้ามา จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเกาะท่องเที่ยวชื่อดัง มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ทุกปีต้องเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ล่าสุดในการประชุมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำประปา เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์นี้

ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม

ที่ประชุมได้รับทราบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งของจังหวัด มีอยู่ราว 12 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 52% ของความจุ สามารถใช้งานได้ประมาณ 100 วัน หรือจนถึงปลายเดือนมิถุนายน หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ผลิตน้ำประปาได้วันละ 126,720 ลูกบาศก์เมตร จากสถานีผลิต 8 แห่ง โดยเสริมน้ำจากชลประทานได้อีกวันละ 100,000 ลูกบาศก์เมตร และจัดซื้อจากภาคเอกชน

พยากรณ์อากาศคาดฝนตกช่วยเติมน้ำ

ข่าวดีคือ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดการณ์ว่าฝนจะเริ่มตกตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน และช้าสุดไม่เกิน 1 พฤษภาคม ซึ่งจะช่วยเติมน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำและระบบผลิตน้ำประปา ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานจัดทำฐานข้อมูลน้ำแบบบูรณาการ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และให้ อบต. สำรวจแหล่งน้ำสำรองจากภาคเอกชน

ปัญหาน้ำในภูเก็ตเกิดจากภูมิประเทศเป็นเกาะภูเขาสูงชัน น้ำฝนไหลลงทะเลเร็ว บวกกับการท่องเที่ยวและก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการน้ำพุ่งสูง ที่ประชุมยังติดตามโครงการใหญ่ เช่น ขยายระบบประปาพังงา-ภูเก็ต และศึกษานำน้ำจากเขื่อนรัชประภา เพื่อแก้ปัญหายั่งยืน

มาตรการรับมือวิกฤตน้ำแล้งในภูเก็ต

เพื่อความมั่นคงด้านน้ำ จังหวัดได้เตรียมแผนดังนี้:

  • สำรวจแหล่งน้ำสำรอง: บ่อบาดาลและบ่อตื้นกว่า 2,647 แห่ง สำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • บริหารจัดการชุมชน: ส่งเสริมการประหยัดน้ำและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ร่วมมือภาคเอกชน: จัดซื้อน้ำเพิ่มและพัฒนาแหล่งน้ำใหม่
  • ระบบแจ้งเตือน: ติดตามข้อมูลเรียลไทม์ผ่านฐานข้อมูลกลาง

นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ยังมีแผนรับมือภัยแล้ง โดยเน้นการกระจายน้ำไปยังพื้นที่เสี่ยง

ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม แต่ด้วยมาตรการที่เข้มแข็งและพยากรณ์ฝนที่ดี สถานการณ์น่าจะไม่รุนแรง ชาวภูเก็ตและผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรช่วยกันประหยัดน้ำ เช่น ปิดก๊อกไม่ใช้ ลดการใช้น้ำในสวน หรือติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำ เพื่อยืดอายุแหล่งน้ำที่มีอยู่

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราคิดถึงการวางแผนจัดการน้ำระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต การลงทุนในเทคโนโลยี desalination หรือนำเข้าจากแผ่นดินใหญ่ จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตได้มาก

ติดตามสถานการณ์น้ำล่าสุดและเคล็ดลับประหยัดน้ำได้ที่บล็อกของเรา แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วันหากฝนไม่ตกเข้ามาเติม

“นฤมล” เคาะปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย-ผอ.เขต ลดตำแหน่งว่าง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการศึกษาไทย วันนี้มีข่าวดีมาบอกกันเลย “นฤมล” เคาะปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย-ผอ.เขต ลดปัญหาตำแหน่งว่าง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการศึกษา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ เพื่อเคาะหลักเกณฑ์ใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานให้เท่าเทียม ลดช่องโหว่เรื่องตำแหน่งว่างที่ทำให้ระบบการศึกษาติดขัดมานาน

“นฤมล” เคาะปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย-ผอ.เขต ลดปัญหาตำแหน่งว่าง

การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ครอบคลุมหลายตำแหน่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ครูผู้ช่วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ โดยมุ่งให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ เพื่อดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามาทำงาน ลดปัญหาตำแหน่งค้างว่างที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนทั่วประเทศ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนครับ

รายละเอียดการปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย

สำหรับตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่ประชุมเห็นชอบปรับปรุงจากหลักเกณฑ์เดิม ว 16/2557 ที่ใช้มานานเกินไป ไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน โดยนำมาปรับให้ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนแต่ละแห่ง เน้นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์จริงในสถานศึกษา และพัฒนาผู้เรียนได้ต่อเนื่อง รวมถึงหลักเกณฑ์ ว 17/2557 สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด สุดยอดเลยนะครับ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพต่างกัน

เกณฑ์ใหม่สำหรับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา

ส่วนผอ.เขต มีการปรับใหญ่หลายข้อ เช่น ระยะเวลาขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกไม่เกิน 2 ปี นับจากวันประกาศ ปรับเกณฑ์ตัดสิน ประกาศรายชื่อผ่านภาค ก. ไม่เกิน 4 เท่าของตำแหน่งว่าง และที่เจ๋งคือ นำผลงานการบริหารมารวมในภาค ก. แล้ว เพื่อให้ได้คนที่มีประสบการณ์จริง ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหา “นั่งเก้าอี้ว่าง” ที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ

  • ลดระยะเวลาขึ้นบัญชี: ไม่เกิน 2 ปี ช่วยให้หมุนเวียนบุคลากรเร็วขึ้น
  • ปรับจำนวนผ่านภาค ก.: ไม่เกิน 4 เท่า เน้นคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ
  • รวมผลงานในภาค ก.: ดึงคนมีฝีมือจริงๆ เข้ามา
  • โปร่งใสมากขึ้น: สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง

บุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ ตามมาตรา 38 ค. (2)

นอกจากนี้ ยังมีร่างหลักเกณฑ์สำหรับบุคลากรอื่นในกรณีจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ปรับกระบวนการให้เข้ากับสภาพจริง ช่วยให้การบริหารกำลังคนคล่องตัว โปร่งใส และคุ้มค่ามากขึ้น เลขาธิการ ก.ค.ศ. ย้ำว่าการกำหนด 2 ปีนี้จะลดตำแหน่งว่างได้เยอะ สร้างประสิทธิภาพให้ระบบการศึกษาทั้งหมด

โดยรวมแล้ว การเคลื่อนไหวของ “นฤมล” ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยแก้痛点ของวงการศึกษาไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นครูผู้ช่วยที่ขาดแคลน หรือผอ.เขตที่บริหารล่าช้า สุดท้ายนักเรียนและครูต่างได้ประโยชน์เต็มๆ คุณภาพการศึกษาจะดีขึ้นแน่นอน ในมุมผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบบุคลากรที่ยั่งยืน หวังว่าจะมีผลดีตามมาแบบ chain reaction เลยครับ

คุณล่ะคิดยังไงกับการปรับเกณฑ์ “นฤมล” เคาะปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย-ผอ.เขต ลดปัญหาตำแหน่งว่าง นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือติดตามข่าวการศึกษาและเคล็ดลับครูมือโปรเพิ่มเติมจากบล็อกเรา!

ที่มา – “นฤมล” เคาะปรับเกณฑ์คัดเลือกครูผู้ช่วย-ผอ.เขต ให้เป็นมาตรฐานเดียว ลดปัญหาตำแหน่งว่าง

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน “อ้น ทิพานัน” 74 ล้าน

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน! วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่พ้นจากตำแหน่งกันแบบเจาะลึก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 โดยมีบุคคลเด่น ๆ อย่าง “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” ที่ร่ำรวยสุดด้วยยอดรวม 708 ล้านบาท รองลงมาคือ “อ้น ทิพานัน ศิริชนะ” 74 ล้านบาท และ “มนพร เจริญศรี” ที่มีทรัพย์น้อยสุดเพียง 3.2 ล้านบาท แถมไร้หนี้สินด้วย เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของประชาชน เพราะช่วยสะท้อนภาพความโปร่งใสของนักการเมืองไทย

ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน

เริ่มกันที่ตัวท็อป “นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา” ยื่นบัญชีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรส นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา รวมมูลค่า 708,902,563.29 บาท มีหนี้สินเพียง 688,644.87 บาทเท่านั้น ทรัพย์สินส่วนตัวของนางบุญยิ่งอยู่ที่ 46,553,039.68 บาท รายได้ต่อปี 1,362,720 บาท รายจ่าย 2,429,806 บาท ส่วนคู่สมรสมีทรัพย์ถึง 662,349,523.61 บาท สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งคู่มีโฉนดที่ดินรวม 61 แปลง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดราชบุรี รองลงมาเป็นสมุทรสงคราม

  • บ้านเรือน 3 หลัง มูลค่าสูงสุด 60 ล้านบาท
  • รถยนต์ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium มูลค่า 6,308,411.21 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น เตียงนอนพร้อมตู้หัวเตียง 300,000 บาท นาฬิกาตั้งพื้นอิตาลี 220,000 บาท
  • อาวุธปืน 8 กระบอก พระเครื่อง เครื่องประดับ นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม

ทรัพย์สิน “อ้น ทิพานัน” รวม 74 ล้านบาท

ต่อมาคือ “นางสาวทิพานัน ศิริชนะ” หรือ “อ้น ทิพานัน” ที่ยื่นทรัพย์สิน 74,351,733.51 บาท รายได้ต่อปี 502,907.48 บาท รายจ่าย 638,818.90 บาท หนี้สิน 244,327.85 บาท ทรัพย์หลักได้แก่

  • โฉนดที่ดิน 2 แปลงในกรุงเทพฯ มูลค่า 5,700,000 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 5 หลัง เช่น ห้องชุด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว รวม 29,750,000 บาท
  • รถยนต์ 2 คัน มูลค่า 9,000,000 บาท
  • เงินฝากธนาคาร 14 บัญชี รวม 12,580,626.94 บาท
  • ทรัพย์อื่น ๆ 12,158,837.50 บาท เช่น ทองคำ อัญมณี เครื่องประดับเพชร พระเครื่อง กระเป๋าแบรนด์เนม

มนพร เจริญศรี ทรัพย์น้อยสุด 3.2 ล้าน ไร้หนี้

ขณะที่ “นางมนพร เจริญศรี” มีทรัพย์รวม 3,221,981.66 บาท รายได้จากเงินเดือน 1,289,455.48 บาทต่อปี รายจ่าย 760,952 บาทต่อปี โดยไม่มีหนี้สินเลย ถือเป็นตัวอย่างของสส.ที่เรียบง่ายเมื่อเทียบกับคนอื่น

ทรัพย์สินสส.คนอื่นที่น่าสนใจ

นอกจากส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน แล้ว ยังมี “นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” ที่รวยสุดในลิสต์นี้ ร่วมกับคู่สมรส 1,649,564,965.57 บาท รายได้ 5,362,720 บาท รายจ่าย 6,500,000 บาท หนี้ 66,119.98 บาท

  • ที่ดิน 220 แปลง มูลค่า 1,238,587,603.33 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 29 หลัง 103,055,066 บาท

ส่วน “นายชัยชนะ เดชเดโช” ทรัพย์รวม 66,220,059.04 บาท รายได้ 5,622,320 บาท รายจ่าย 4,173,590 บาท หนี้ 29,167,032.96 บาท

  • ที่ดิน 15 แปลง 23,713,100 บาท
  • โรงเรือน 40,500,000 บาท
  • ทรัพย์อื่น เช่น ปืน 7 กระบอก งาช้าง 1 คู่ นาฬิกา Patek Philippe และ Rolex 2 เรือน

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเช่นนี้จาก ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบนักการเมือง สะท้อนถึงระดับความมั่งคั่งที่แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่หลักล้านไปจนพันล้านบาท ซึ่งอาจมาจากธุรกิจครอบครัวหรือการลงทุนยาวนาน หากคุณสนใจเรื่องความโปร่งใสในแวดวงการเมืองไทย บทความนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจน ลองแชร์และแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับทรัพย์สินเหล่านี้!

ที่มา – ส่องทรัพย์สิน “บุญยิ่ง” รวย 708 ล้าน “อ้น ทิพานัน” 74 ล้าน “มนพร” แค่ 3.2 ล้าน ไร้หนี้สิน

แม่ค้าร้อยเอ็ดแก้บนหลวงพ่อสมหวัง เลขเด็ด 468

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวหวยและสายบุญทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดน่าประทับใจมาฝากกัน จาก แม่ค้าร้อยเอ็ดแก้บนหลวงพ่อสมหวัง ที่เดินทางข้ามจังหวัดมาไหว้พระขอพรและแก้บนตามสัญญา หลังจากที่ธุรกิจร้านกาแฟและอาหารเช่ารุ่งเรืองสมใจ ยังไม่พอ แม่ค้ายังใจดีจุดธูปมงคลขอเลขเด็ดติดมือกลับไปลุ้นโชคงวดนี้อีกด้วย ใครที่กำลังหาเลขเด็ดงวดนี้ อย่าพลาดนะ!

แม่ค้าร้อยเอ็ดแก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” ใจดีเผยเลขเด็ดจากธูปมงคลลุ้นโชคงวดนี้

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่วัดกลางบางพระ ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม บรรยากาศคึกคักมาก มีทั้งคนมาแก้บนและนักเสี่ยงโชคจากทั่วประเทศมาร่วมกราบไหว้ หลวงพ่อสมหวัง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย สูงกว่า 30 เมตร ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมหวัง โดยเฉพาะเรื่องค้าขายและโชคลาภ วัดนี้ดังไกลระดับโลก ชาวไทยและต่างชาติต่างหลั่งไหลมาขอพรกันไม่ขาดสาย

ผู้สื่อข่าวเจอ นางสาวนพวรรณ หงษ์วิไลกุล อายุ 45 ปี ชาวร้อยเอ็ด ที่เดินทางไกลมาพร้อมของแก้บนเพียบ! นำไข่ต้ม 900 ฟอง หัวหมู 3 หัว ผลไม้ถาดใหญ่ทั้งกล้วยหอม ส้มโอ สมหวัง และน้ำดื่มมาวางเรียงรายหน้าองค์หลวงพ่อสมหวัง ดูยิ่งใหญ่สมฐานะแม่ค้าที่สำเร็จแล้วจริงๆ

แม่ค้าร้อยเอ็ดแก้บนหลวงพ่อสมหวัง

ประวัติแม่ค้าร้อยเอ็ดกับเรื่องราวบนบานสุดระทึก

น.ส.นพวรรณเล่าว่า 3 ปีก่อน ร้านกาแฟเล็กๆ หน้าบ้านขายไม่ค่อยดี แต่บังเอิญได้มาวัดนี้กับผู้นำชุมชน ได้คำแนะนำจาก พระครูศรีสุตากร เจ้าอาวาสให้ลองขายอาหารเช้าควบคู่กาแฟ แล้วมากราบไหว้หลวงพ่อสมหวัง ขอบรรจุธูปเทียนบูชา สัญญาว่าถ้าร้านรุ่งจะมาแก้บน พอกลับไปทำตาม ปรากฏว่าลูกค้าติดใจ ร้านดังเปรี้ยงในร้อยเอ็ด! ตอนนี้เป็นที่รู้จักทั่วพื้นที่ นึกถึงหลวงพ่อทุกวัน กราบไหว้ไม่เคยขาด

ก่อนกลับร้อยเอ็ด เลยรีบมาแก้บนให้สมนัย และขอโชคลาภให้ลูกหลานด้วย จุดธูปมงคลเสี่ยงทาย รอจนธูปไหม้หมดดอก ได้เลขเด็ดชัดๆ 468 พร้อมอธิษฐานสุดตัว สัญญาว่าถ้าได้โชคใหญ่จะกลับมาแก้บนยิ่งกว่าเดิม จากนั้นรีบไปซื้อลอตเตอรี่ตามแผงในวัดแล้วเดินทางกลับทันที

การแก้บนหลวงพ่อสมหวัง

หลวงพ่อสมหวังคือใคร? ทำไมดังเรื่องเลขเด็ดและสมหวัง

หลวงพ่อสมหวังเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูงใหญ่โต ปางสะดุ้งมาร สร้างโดยหลวงพ่อชื่น วัดใหม่ประชัสนุ่มิตร จ.นครปฐม แต่ประดิษฐานที่วัดกลางบางพระ ขึ้นชื่อเรื่องช่วยเหลือให้สมหวังทุกด้าน โดยเฉพาะค้าขาย การเงิน โชคลาภ นักล็อตเตอรี่แห่มาจุดธูปมงคลขอเลขกันตลอด มีทั้งเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว และชุดใหญ่

  • วิธีขอพร: กราบไหว้ ถวายสังฆทาน ปิดทอง กรวดน้ำ
  • แก้บนยอดฮิต: ไข่ต้ม 900 ฟอง (900=ก้าวหน้า), หัวหมู, ผลไม้
  • จุดธูปมงคล: จุด 3 ดอก รอดูควันและปลายธูปให้เลข

หลายคนที่มาแก้บนเล่าว่าประสบความสำเร็จจริงๆ เหมือนแม่ค้าร้อยเอ็ดคนนี้ แสดงให้เห็นว่าศรัทธา + การลงมือทำ = ความสำเร็จ!

เลขเด็ดจากธูปมงคล หลวงพ่อสมหวัง

สำหรับงวดนี้ เลข 468 จากธูปมงคลน่าจะมาแรง หาซื้อลอตเตอรี่กันได้เลย ถ้าคุณมีบนบานค้างไว้ ลองแวะวัดกลางบางพระดูนะครับ รับรองคุ้มค่าเดินทาง แถมได้เลขเด็ดติดมือกลับบ้าน อย่าลืมติดตามเรื่องราวหวยและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ กับเรา สุขสันต์วันหวยนะ!

เคล็ดลับจากเรา: การแก้บนต้องตั้งใจจริงใจ ทำตามสัญญา แล้วโชคจะตามมาเอง

ที่มา – แม่ค้าร้อยเอ็ดแก้บน “หลวงพ่อสมหวัง” ใจดีเผยเลขเด็ดจากธูปมงคลลุ้นโชคงวดนี้

สหรัฐฯ แบนเราเตอร์ผลิตต่างประเทศรุ่นใหม่ อ้างความเสี่ยง

สหรัฐฯ แบนเราเตอร์ผลิตต่างประเทศรุ่นใหม่ อ้างความเสี่ยงความมั่นคงทางไซเบอร์แบบสุดๆ เลยครับ! ล่าสุด คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร หรือ FCC ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามนำเข้าและจำหน่ายเราเตอร์อินเทอร์เน็ตที่ผลิตนอกประเทศ โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ ที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและขโมยข้อมูลสำคัญ เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาเราเตอร์ตัวใหม่ต้องฟังให้ดีนะครับ เพราะมาตรฐานนี้เข้มงวดมาก

สหรัฐฯ แบน เราเตอร์ ผลิตต่างประเทศรุ่นใหม่ อ้างความเสี่ยงความมั่นคง

รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังยกระดับการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์อย่างจริงจัง หลังจากพบว่ากลุ่มแฮกเกอร์ไม่ประสงค์ดี โดยเฉพาะที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน ใช้ช่องโหว่ในเราเตอร์ที่ผลิตต่างประเทศ เพื่อบุกโจมตีเครือข่ายครัวเรือนอเมริกัน จารกรรมข้อมูล และรบกวนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่าง ‘Volt Typhoon’, ‘Flax’ และ ‘Salt Typhoon’ ในปี 2024-2025 ทำให้ FCC ตัดสินใจเพิ่มเราเตอร์เหล่านี้ลงในรายชื่ออุปกรณ์ไม่ปลอดภัย คล้ายกับที่เคยแบนโดรนต่างชาติเมื่อปลายปีที่แล้ว

มาตรการ สหรัฐฯ แบนเราเตอร์ผลิตต่างประเทศรุ่นใหม่ อ้างความเสี่ยงความมั่นคง นี้จะกระทบเฉพาะรุ่นที่เปิดตัวหลังคำสั่งนี้ ส่วนเราเตอร์เก่าที่ซื้อไปแล้วยังใช้ได้ปกติ แต่ถ้าจะนำเข้าใหม่ บริษัทต้องยื่นขออนุมัติ โดยเปิดเผยข้อมูลผู้ลงทุนต่างชาติทั้งหมด และต้องมีแผนย้ายฐานการผลิตมาที่สหรัฐฯ ชัดเจน เช่น แบรนด์ดังอย่าง Netgear ที่ออกแบบในอเมริกาแต่ผลิตนอกประเทศ หรือ TP-Link จากจีนที่ยอดขายพุ่ง ก็โดนด้วย

เราเตอร์รุ่นไหนที่รอดพ้นการแบน?

ไม่ใช่ทุกรุ่นจะโดนนะครับ มีข้อยกเว้นสำหรับอุปกรณ์ที่กระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภomi รับรองว่าปลอดภัย ปัจจุบันมีแค่น้อยมาก เช่น เราเตอร์ Starlink ของ SpaceX ที่คุณอีลอน มัสก์ ผลิตหลักๆ ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ ซึ่งผ่านเกณฑ์สบายๆ

  • เหตุผลหลักของการแบน: ช่องโหว่ความปลอดภัยที่แฮกเกอร์ใช้โจมตีง่าย
  • ผลกระทบ: ห้ามนำเข้าและขายรุ่นใหม่ ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีต้องย้ายกลับสหรัฐฯ
  • ข้อยกเว้น: ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐ และผลิตในสหรัฐฯ
  • ตัวอย่างแบรนด์: TP-Link, Netgear (บางรุ่น)

นอกจากนี้ FCC ยังกำหนดให้บริษัทต้องรายงานข้อมูลเจ้าของและผู้ถือหุ้นต่างชาติ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากต่างชาตินะครับ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘ดึงห่วงโซ่อุปทานกลับบ้าน’ เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เครือข่ายไฟฟ้า โทรคมนาคม และข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจากภัยไซเบอร์ในอนาคต

สำหรับคนไทยอย่างเรา คงต้องระวังเหมือนกันครับ เพราะเราเตอร์ราคาถูกจากจีนหลายตัวที่ขายในตลาดไทย ก็อาจมีความเสี่ยงคล้ายๆ กัน แนะนำให้เลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ อัพเดทเฟิร์มแวร์สม่ำเสมอ และใช้ VPN เพิ่มความปลอดภัย ถ้าจะซื้อใหม่ ลองเช็ครายชื่อแบรนด์ที่ผลิตในสหรัฐฯ หรือยุโรปดูครับ

สุดท้ายแล้ว มาตรการนี้แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงไซเบอร์กลายเป็นประเด็นระดับชาติไปแล้ว คุณล่ะครับ คิดว่าประเทศไทยควรมีมาตรการแบบนี้มั้ย? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ทราบ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ!

ที่มา – สหรัฐฯ แบน “เราเตอร์ ” ผลิตต่างประเทศรุ่นใหม่ อ้างความเสี่ยงความมั่นคง

ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ นับถอยหลัง 48 วัน

ข่าวร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ โดยชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ติดอยู่ในรายชื่อผู้ต้องขัง 500 รายที่เรือนจำกลางคลองเปรมคัดเลือกไว้เพื่อพิจารณาการปล่อยตัวแบบคุมประพฤติ หลังจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาโทษจำคุก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งกำหนดจะพ้นโทษเต็มในวันที่ 9 กันยายน 2569 แต่ด้วยการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ทำให้มีโอกาสได้รับอิสรภาพก่อนกำหนด

ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับชั้นเรือนจำกลางคลองเปรม ได้เริ่มตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ผ่านเกณฑ์ โดยมีกำหนดประชุมหารือรายชื่อผู้มีสิทธิ์สิ้นเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะสรุปรายงานส่งต่อไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้การอนุมัติขั้นสุดท้าย ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ จึงเป็นหนึ่งในวาระสำคัญที่ทุกคนรอคอย

จากข้อมูลที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติกำลังเร่งสืบสวนสถานที่พักโทษ ผู้อุปการะ ความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ สภาพความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของสถานที่และชุมชนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับพักโทษจะปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างดี

นับถอยหลังสู่ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้

ปัจจุบันเหลือเพียง 48 วันเท่านั้นที่ทักษิณ ชินวัตร จะก้าวออกจากเรือนจำสู่ชีวิตภายนอกแบบคุมประพฤติ นับเป็นก้าวเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีประวัติประพฤติดีได้รับการพักโทษ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดความแออัดในเรือนจำทั่วประเทศ โดยผู้ต้องขังต้องผ่านเกณฑ์หลายประการ เช่น โทษจำคุกไม่เกินครึ่งหนึ่งของกำหนดเดิม มีประวัติไม่กระทำผิดร้ายแรงในเรือนจำ และมีแผนการดำรงชีวิตที่ชัดเจนหลังพักโทษ

กระบวนการพิจารณาพักโทษของทักษิณ ชินวัตร

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น กระบวนการทั้งหมดแบ่งเป็นขั้นตอนหลักดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: คณะกรรมการชั้นเรือนจำตรวจสอบคุณสมบัติและประชุมสรุปรายชื่อ (สิ้นเดือนมีนาคม 2569)
  • ขั้นตอนที่ 2: ส่งรายงานไปยังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
  • ขั้นตอนที่ 3: คณะกรรมการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาเห็นชอบขั้นสุดท้าย
  • ขั้นตอนที่ 4: จัดการปล่อยตัวและติดตามคุมประพฤติ โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนสถานที่พักอาศัย

ในรอบนี้ เรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขังเด็ดขาดราว 500 รายที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น ซึ่งรวมถึงนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีพฤติกรรมดีเยี่ยมในเรือนจำ ทำให้มีสิทธิ์เต็มที่ในการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การคำนวณวันพักโทษของกรมราชทัณฑ์ที่ชี้แจงไว้ชัดเจน โดยกำหนดวันปล่อย 11 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามสูตรมาตรฐาน ลดวันโทษจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันพระ และพฤติกรรมดี สร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการ

กรณีทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ ไม่เพียงแต่เป็นข่าวส่วนตัวของบุคคลสำคัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงระบบนิติบัญญัติและยุติธรรมที่ให้โอกาสการฟื้นฟูผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายที่สมดุลระหว่างการลงโทษและการให้โอกาสใหม่ หากท่านสนใจข่าวการเมืองและยุติธรรมไทย ติดตามอัปเดตล่าสุดและแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – “ทักษิณ ชินวัตร” อยู่ใน 500 รายชื่อ ได้รับการพิจารณาพักโทษ 11 พ.ค.นี้ นับถอยหลังอีก 48 วัน

การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมไหม

การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมไหม

พรีเมียร์ลีกกำลังพักแข่งเกือบ 3 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ฟุตบอลทีมชาติเป็นจุดสนใจหลัก

สำหรับบางสโมสร การหยุดพักนี้มาถูกจังหวะพอดี ช่วยให้ทีมได้รวบรวมกำลังใจและปรับตัว แต่สำหรับทีมอื่นๆ มันกลับขัดจังหวะโมเมนตัมที่กำลังไปได้สวย นัดต่อไปในพรีเมียร์ลีกจะเริ่มอีกทีในวันที่ 10 เมษายน หลังจากเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศในอีก 2 สัปดาห์

BBC Sport วิเคราะห์ว่า การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมหรือไม่ สำหรับทีมลุ้นแชมป์ ทีมลุ้นตั๋วยูโรปา หรือทีมหนีตกชั้น ด้วยนักเตะหลายคนที่ถอนตัวจากทีมชาติแล้ว การพักนี้อาจเป็นการพักผ่อนที่จำเป็น หรือกลายเป็นการเสียจังหวะไป

การรออย่างลุ้นระทึกของอาร์เซนอล – ลุ้นแชมป์ลีก

อาร์เซนอล ผู้นำตารางพรีเมียร์ลีก เข้าสู่ช่วงพักนี้ด้วยตำแหน่งที่แข็งแกร่ง นำห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 9 คะแนน แม้จะลงเตะมากกว่า 1 นัด แต่เกมลีกนัดต่อไปคือวันที่ 11 เมษายน รับบอร์นมัธ ทำให้ต้องนั่งรอผลการแพ้คาราบาวคัพไฟนอลกับซิตี้ไปยาวๆ

ถึงจะมีเอฟเอคัพกับเซาแธมป์ตันวันที่ 4 เมษายน และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกับสปอร์ติ้งวันที่ 7 เมษายน แต่การรอเกือบ 2 สัปดาห์ก็มากพอให้คิดมาก “พวกเขาไม่แพ้มา 14 นัด การตอบสนองต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้สำคัญมาก” ทิม ครูล อดีตนายทวารนิวคาสเซิลกล่าวใน BBC Radio 5 Live

“ความกดดันชัดเจนเพราะเคยเกือบได้แชมป์มาหลายปี ถ้าคุมอารมณ์ได้ การตอบสนองของสโมสรจะสำคัญมาก พวกเขายังต้องเจอซิตี้ที่เอติฮัดในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นนัดชิงเข็มขัด” สำหรับแมนฯ ซิตี้ นักเตะคงอยากรักษาโมเมนตัมต่อ “มันเป็นการหยุดชะงัก เราต้องสร้างโมเมนตัมจากชัยชนะนี้” นิโก้ โอ’ไรล์ลี่ ผู้ทำ 2 ประตูในนัดชิงคาราบาวคัพ กล่าว

การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมหรือไม่: โอกาสรีเฟรชสำหรับลุ้นแชมเปียนส์ลีก

หลังสองทีมลุ้นแชมป์ คือการแย่งตั๋วยูโรปา ลิเวอร์พูลและเชลซีคือสองทีมที่ต้องคิดหนักที่สุด หลังฟอร์มสะดุด ลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สล็อต ฟอร์มป้องกันแชมป์น่าผิดหวัง แพ้ 2 เสมอ 1 ใน 3 นัดก่อนพัก แพ้ไบรท์ตันสุดสัปดาห์ ทำให้รั้งที่ 5 ห่างวิลล่าที่ 4 อยู่ 5 คะแนน

เชลซี ห่างอีก 1 คะแนน ไม่มีโมเมนตัมหลังแพ้ 4 นัดติด ลิอัม โรเซเนียร์ กุนโดเชลซีมองบวก “การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมหรือไม่ สำหรับเรา มันมาถูกเวลา นักเตะจะได้เปลี่ยนอารมณ์ แม้ต้องบินไปรับใช้ชาติ แต่การรีเซ็ตและพักสมองอาจช่วยรีเฟรชทีมได้” ข่าวดีคืออันดับ 5 น่าจะพอได้แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า

การลุ้นยูโรป้าอื่นๆ

ท็อปเซเว่นน่าจะได้ลุยยูโรปา เบรนท์ฟอร์ดที่ 7 และเอฟเวอร์ตันที่ 8 นำขบวน เบรนท์ฟอร์ดเกินคาด แพ้แค่นัดเดียวใน 6 นัดหลัง แต่ชนะแค่นัดเดียว การพักมาช่วยชาร์จพลัง เอฟเวอร์ตันเพิ่งถล่มเชลซี 3-0 อาจเสียดายที่โมเมนตัมขาดตอน

ไบรท์ตันที่ 10 ชนะลิเวอร์พูล เพิ่มความมั่นใจ ซันเดอร์แลนด์ชนะดาร์บี้เหนือนิวคาสเซิล นำที่ 11 คะแนน 43 เหนือคู่ปรับ 1 คะแนน นิวคาสเซิลคงหงุดหงิดที่ต้องรอแก้ตัวยาว บอร์นมัธ ห่างที่ 7 แค่ 4 คะแนน เสมอแมนยู 2-2 ไม่แพ้ 11 นัดติด

ศึกหนีตกชั้นสุดเข้มข้น

นี่คือดราม่าหลักปลายฤดูกาล ท็อตแน่มฟอร์มย่ำแย่ แต่เพิ่งมีลุ้นหลังเจอลิเวอร์พูลและแอตเลติโก้ มาพังเพราะแพ้โนตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-3 ที่บ้าน ท็อตแน่มยังไร้ชัยในลีกปีนี้ และมีสถิติแพ้ยาวนานเป็นอันดับ 4 ตลอดประวัติศาสตร์ลีก ทีมทั้งสามที่ยาวกว่านี้ตกชั้นหมด

โมเมนตัมหายไป การพักอาจช่วยตัดสินใจเรื่องกุนโด อิกอร์ ทูดอร์ “ที่น่ากังวลคือผลกระทบหลังสัปดาห์แห่งความหวัง” แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล-ท็อตแน่มกล่าวในแมตช์ออฟเดอะเดย์ “เสีย 28 ประตูที่บ้าน รองจากวูล์ฟส์เท่านั้น กุนโดโดนกดดันหนัก”

ฟอเรสต์ดีใจที่หนีห่าง 3 คะแนน แต่เสียดายไม่ได้ต่อยอด เวสต์แฮมโมเมนตัมขาดหลังแพ้วิลล่า 0-2 ต้องรอในโซนตกชั้น “ไม่ดีเลยที่เข้าพักแบบนี้” นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนโดเวสต์แฮมกล่าว “ต้องสะท้อนและทำดีกว่านี้ เรายังสู้”

สรุป: การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมหรือไม่

สุดท้ายแล้ว การพัก 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกดีต่อทีมหรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์ บางทีมได้รีเซ็ต บางทีมเสียโมเมนตัม ผู้เขียนมองว่ามันเป็นดาบสองคม โดยเฉพาะทีมหนีตกชั้นที่ต้องรีบแก้ตัว คุณคิดยังไงกับทีมโปรด ลองคอมเมนต์ด้านล่างแชร์มุมมองกัน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ