รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบอุปทานพลังงานโลก นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ประกาศมาตรการนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้
นางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองของรัฐตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมนี้เป็นต้นไป มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเสี่ยงขาดแคลน
การประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากตะวันออกกลาง จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าได้เริ่มระบายน้ำมันจากคลังภาคเอกชนแล้ว
รายละเอียดมาตรการระบายน้ำมัน
- ระบายน้ำมันจากคลังรัฐสำหรับใช้งาน 1 เดือน
- นำน้ำมันสำรองร่วมจากกลุ่มผู้ผลิตตะวันออกกลางที่ฝากในญี่ปุ่นออกใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม
- ประสานงานกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สำหรับการระบายร่วม
นอกจากนี้ นายกฯ ทากาอิจิ ยังได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่วอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อยืนยันความร่วมมือรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
บริบทและประวัติศาสตร์
ญี่ปุ่นมีคลังน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก ประมาณ 240 วันของการใช้งาน ปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่สองในรอบปีที่ต้องระบาย ครั้งแรกเริ่ม 11 มีนาคม โดยระบายจากภาคเอกชน 15 วัน และตามด้วยคลังรัฐ มาตรการนี้คล้ายกับที่เคยทำในปี 2022 ระหว่างวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งช่วยลดราคาน้ำมันในประเทศได้ชั่วคราว
ผลกระทบที่คาดหวังคือ ลดแรงกดดันราคาน้ำมันในญี่ปุ่น ซึ่งพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก โดยญี่ปุ่นย้ำถึงการทูตเพื่อสันติภาพในตะวันออกกลาง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและโลก
เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 การขาดแคลนพลังงานอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าและเงินเฟ้อพุ่ง มาตรการนี้จึงเป็นการพยุงทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าญี่ปุ่นควรเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และนิวเคลียร์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน
ในระดับโลก การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ทำตาม ซึ่งจะช่วย稳定ราคาน้ำมันได้
อย่างไรก็ตาม มาตรการระบายน้ำมันสำรองเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว ในระยะยาว ญี่ปุ่นและโลกต้องหาทางออกรากฐานของความขัดแย้ง ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต้นทุนการผลิต
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานโลกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
