วัน: 24 มีนาคม 2026

“จ๋า ธนนนท์” นำชาวโคราช 7,410 คน รำถวายย่าโม ครบ 200 ปี

สุดยิ่งใหญ่และอบอวลไปด้วยศรัทธาเลยล่ะ! งานฉลองวันชัยชนะของท้าวสุรนารี หรือที่ชาวโคราชรักเรียกกันว่า ย่าโม ปีนี้พิเศษสุดๆ เพราะครบรอบ 200 ปีวีรกรรมก้องโลก พิธีเปิดงานเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อ “จ๋า ธนนนท์” หรือนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยาของนายกรัฐมนตรี นำสตรีชาวโคราชกว่า 7,410 คน มารำถวายบวงสรวงอย่างสามัคคี สร้างความประทับใจให้ผู้มาร่วมงานกว่า 20,000 คน

“จ๋า ธนนนท์” นำชาวโคราช 7,410 คน รำถวายครบรอบ 200 ปี วันฉลองชัยชนะย่าโม

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย” งานนี้จัดยาวนาน 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 ทั้งที่ลานอนุสาวรีย์และสนามหน้าศาลากลางจังหวัด

ไฮไลต์สำคัญคือพิธีรำบวงสรวง โดย “จ๋า ธนนนท์” นำชาวโคราช 7,410 คน มาร่วมรำ เลข 7,410 นี้มีความหมายลึกซึ้ง สื่อถึงพระชนมพรรษา 74 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปี 2569 ถือเป็นสัญญาณแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีของชาวโคราช นอกจากนี้ยังมีนางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ร่วมนำด้วย

บุคคลสำคัญสายเลือดโคราช ถือคบไฟจุดพลุ 4 มุมเมือง

พิธีเปิดยิ่งใหญ่ด้วยการจุดพลุสว่างไสว 4 มุมเมือง โดยบุคคลดังลูกหลานย่าโม 4 ท่าน ถือคบเพลิงเข้าร่วม ได้แก่

  • สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งและพิธีกรชื่อดัง
  • พันโทหญิงอุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนัก เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก
  • วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ (กัปตันกิ๊ฟ) อดีตกัปตันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ หนึ่งใน 7 เซียน
  • ร้อยเอกหญิง ศุภกานต์ แย้มไทย พยาบาลทหารผู้กล้าหาญในช่วงปะทะไทย-กัมพูชา

การแสดงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังของลูกหลานโคราชที่สืบทอดความกล้าหาญจากย่าโม

กิจกรรมสุดมันส์ใน “จ๋า ธนนนท์” นำชาวโคราช 7,410 คน รำถวายครบรอบ 200 ปี

งานนี้ไม่ใช่แค่รำถวายอย่างเดียว แต่มีกิจกรรมเพียบให้สนุกทั้งครอบครัว เช่น

  • ออกร้านอาหาร ของฝาก OTOP และนาวากาชาด
  • การแสดงแสงสีเสียงชุด “ย่าฉันท่านชื่อโม” ตอน “สัญญาเก่า 200 ปี”
  • บินโดรนแสดงอักษร
  • รำวงย้อนยุค มวยไทย
  • คอนเสิร์ตศิลปินดังทุกคืน

ทั้งหมดนี้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท้าวสุรนารี หรือย่าโม ผู้ที่กล้าสู้ศึกใหญ่ไล่กองทัพลาวได้เมื่อ 200 ปีก่อน เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวโคราชมาอย่างยาวนาน

ทำไมงานวันชัยชนะย่าโมถึงสำคัญ?

ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม เป็นวีรสตรีที่ใช้ไหวพริบและความกล้าหาญ ขับไล่ศัตรูโดยไม่ต้องรบใหญ่โต ชัยชนะครั้งนี้เมื่อ พ.ศ. 2369 (ค.ศ. 1826) กลายเป็นตำนานที่ลูกหลานรำลึกทุกปี งานครบ 200 ปีนี้จึงยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวโคราช

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้ชาวโคราชแสดงพลังศรัทธาไม่เสื่อมคลาย เหมือนที่แนวคิดงานบอกไว้ การมาร่วมงานไม่เพียงได้ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังชิมของอร่อย ช้อปของดี และดูโชว์สุดอลังการ

ในมุมมองของผม งานนี้แสดงให้เห็นว่ามรดกทางวัฒนธรรมยังคงมีชีวิตชีวา สร้างความสามัคคีให้คนรุ่นใหม่ ถ้าคุณเป็นลูกหลานย่าโมหรือนักท่องเที่ยว อย่าพลาดมาร่วมงานนะ จะได้สัมผัสพลังศรัทธาด้วยตัวเอง!

ที่มา – “จ๋า ธนนนท์” นำชาวโคราช 7,410 คน รำถวายครบรอบ 200 ปี วันฉลองชัยชนะย่าโม

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบอุปทานพลังงานโลก นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ประกาศมาตรการนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

นางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองของรัฐตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมนี้เป็นต้นไป มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเสี่ยงขาดแคลน

การประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากตะวันออกกลาง จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าได้เริ่มระบายน้ำมันจากคลังภาคเอกชนแล้ว

รายละเอียดมาตรการระบายน้ำมัน

  • ระบายน้ำมันจากคลังรัฐสำหรับใช้งาน 1 เดือน
  • นำน้ำมันสำรองร่วมจากกลุ่มผู้ผลิตตะวันออกกลางที่ฝากในญี่ปุ่นออกใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม
  • ประสานงานกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สำหรับการระบายร่วม

นอกจากนี้ นายกฯ ทากาอิจิ ยังได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่วอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อยืนยันความร่วมมือรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

บริบทและประวัติศาสตร์

ญี่ปุ่นมีคลังน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก ประมาณ 240 วันของการใช้งาน ปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่สองในรอบปีที่ต้องระบาย ครั้งแรกเริ่ม 11 มีนาคม โดยระบายจากภาคเอกชน 15 วัน และตามด้วยคลังรัฐ มาตรการนี้คล้ายกับที่เคยทำในปี 2022 ระหว่างวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งช่วยลดราคาน้ำมันในประเทศได้ชั่วคราว

ผลกระทบที่คาดหวังคือ ลดแรงกดดันราคาน้ำมันในญี่ปุ่น ซึ่งพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก โดยญี่ปุ่นย้ำถึงการทูตเพื่อสันติภาพในตะวันออกกลาง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและโลก

เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 การขาดแคลนพลังงานอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าและเงินเฟ้อพุ่ง มาตรการนี้จึงเป็นการพยุงทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าญี่ปุ่นควรเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และนิวเคลียร์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

ในระดับโลก การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ทำตาม ซึ่งจะช่วย稳定ราคาน้ำมันได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการระบายน้ำมันสำรองเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว ในระยะยาว ญี่ปุ่นและโลกต้องหาทางออกรากฐานของความขัดแย้ง ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต้นทุนการผลิต

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานโลกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

ชาวสวนพิจิตรน้ำตาตก มะม่วงเหลือกิโลละ 2 บาท

ชาวสวนพิจิตรน้ำตาตก มะม่วงเหลือกิโลละ 2 บาท น้ำมันขาด-รถไม่กล้ารับซื้อ สถานการณ์วิกฤตที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่ ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะม่วงส่งออกสำคัญของไทย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ปัญหานี้กันอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น

ชาวสวนพิจิตรน้ำตาตก มะม่วงเหลือกิโลละ 2 บาท น้ำมันขาด-รถไม่กล้ารับซื้อ

ราคามะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่นและเขียวเสวย ซึ่งเป็นพันธุ์กินดิบยอดนิยม หน้าสวนดิ่งลงเหลือเพียง กิโลกรัมละ 2-3 บาท เท่านั้น ขณะที่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดคละเหลือแค่ 10 บาทต่อกิโล เกษตรกรแบกรับต้นทุนไม่ไหว จนต้องนำผลผลิตจำนวนมากไปทิ้งบ่อขยะ เพราะเน่าเสียค้างสวนและล้ง สภาพเศร้าสร้อยที่เห็นรถไถบรรทุกมะม่วงดีๆ ไปทิ้งนั้น ชวนให้ใจหาย

สาเหตุหลักมาจากวิกฤตพลังงาน น้ำมันแพงและหายาก รถขนส่งเติมน้ำมันได้แค่ครั้งละ 300-500 บาท ไม่พอวิ่งไกล พ่อค้าคนกลางและรถรับซื้อจากมาเลเซียเลยไม่กล้าเข้ามา ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ซ้ำร้ายยังมีมะม่วงแก้วนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักตีตลาดในกรุงเทพฯ ด้วยราคาถูกกว่า ส่งผลให้มะม่วงไทยเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก

ผลกระทบจากปัญหาน้ำมันขาดแคลนและการนำเข้าผลไม้

เกษตรกรอย่างนางสมใจ ทับทิม จากวังทับไทร เล่าว่า “มะม่วงคุณภาพดียังขายไม่ออก ราคาตกต่ำเพราะรถไม่มา น้ำมันแพงเกินไป” ส่วนนายกนกภพ วารินทร์ เจ้าของล้งมะม่วง ระบุว่าราคามะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงมันเหลือ 10 บาท/กก. ผู้ซื้อแบกรับความเสี่ยงค่าขนส่งไม่ได้ แม้รัฐบอกไม่มีนำเข้า แต่ปัญหายังอยู่

  • ราคาผลผลิตดิ่งต่ำสุดในรอบหลายปี
  • ผลผลิตเน่าเสียจำนวนมาก ต้องทิ้งขยะ
  • รถขนส่งลดลงจากปัญหาน้ำมัน
  • มะม่วงนำเข้าตีตลาดราคาถูก
  • เกษตรกรขาดทุนหนัก เศรษฐกิจชุมชนพัง

พื้นที่พิจิตรเป็นฐานผลิตมะม่วงพันธุ์ดีส่งออกมูลค่าพันล้าน หากไม่แก้ไขด่วน เกษตรกรอาจเลิกปลูก ส่งผลกระทบวงกว้างต่ออุตสาหกรรมผลไม้ไทย นอกจากนี้ยังกระทบผู้บริโภคที่อาจขาดแคลนผลไม้คุณภาพในอนาคต

ตัวแทนเกษตรกรวอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความมั่นคงพลังงาน จัดสรรน้ำมันให้เพียงพอ และควบคุมการนำเข้าผลไม้ต่างชาติอย่างเข้มงวด เพื่อช่วยเหลือชาวสวนให้พ้นวิกฤต

จากประสบการณ์ในวงการเกษตร พบว่าปัญหาแบบนี้เกิดซ้ำซากหากขาดการวางแผนระยะยาว รัฐควรสนับสนุนทางเลือกพลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซลจากผลไม้เหลือใช้ หรือส่งเสริมตลาดออนไลน์ให้เกษตรกรขายตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์ชาวสวนพิจิตรน้ำตาตก มะม่วงเหลือกิโลละ 2 บาทนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือช่วยแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงเกษตรกรดังถึงหูผู้มีอำนาจ สนับสนุนเกษตรกรไทยกันเถอะ!

ที่มา – ชาวสวนพิจิตรน้ำตาตก มะม่วงเหลือกิโลละ 2 บาท น้ำมันขาด-รถไม่กล้ารับซื้อ

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่สุดในวันนี้คือ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงท่าทีชัดเจนต่อสื่อมวลชน หลังจากความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่หลายคนรอคอย

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เมื่อสื่อสอบถามว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมานั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินก็พยักหน้ารับทันที สร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าวที่ตามติด

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ ก็พยักหน้ารับอีกครั้ง และย้ำว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า ครม.อนุทิน 2 จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้รวดเร็วขึ้น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงกฎหมาย โดยเฉพาะในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาล การที่ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 แสดงให้เห็นถึงการเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับประเด็นกฎหมายที่ซับซ้อนในยุคนี้ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปรับโครงสร้างรัฐบาล

ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท แต่ย้ำแก้ขาดแคลนภายใน 1 สัปดาห์

อีกประเด็นที่สื่อไม่ปล่อยให้หลุดคือเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง แต่ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบคำถามตรงนี้ โดยนายอนุทินเลือกที่จะพยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งการให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการน้ำมันขาดแคลนให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเมื่อวานนี้มีการประชุมกำชับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งห้ามขาดสต็อก

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้ตึงเครียด จากปัญหานำเข้าน้ำมันดิบราคาแพง สงครามการค้า และความต้องการที่พุ่งสูง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก การที่รัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นเรื่องดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าราคาขึ้น 2 บาทจะส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไร

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในครม.อนุทิน 2 นี้ คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดขาดมากขึ้น นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหา:

  • ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน: จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบาย OPEC+
  • การนำเข้าล่าช้า: ปัญหาโลจิสติกส์และท่าเรือ
  • ความต้องการพุ่ง: เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด
  • โครงสร้างราคาในไทย: ภาษีและกองทุนน้ำมันที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันอาจขึ้นต่อเนื่อง หากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาล ครม.อนุทิน 2 จึงต้องเร่งหาทางออก เช่น ลดภาษีชั่วคราว เพิ่มการสำรองน้ำมัน หรือส่งเสริมพลังงานทางเลือก

คาดการณ์อนาคตของครม.อนุทิน 2

จากท่าทีของนายอนุทินที่พยักหน้ารับทุกคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในทีมงาน ครม.ชุดนี้คาดว่าจะเน้นนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยมีนายปกรณ์ช่วยดูแลด้านกฎหมายให้แข็งแกร่ง ประชาชนควรติดตามการทูลเกล้าฯ ในเร็ววันนี้

ในมุมมองของเรา ครม.อนุทิน 2 มีโอกาสสูงที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตได้ หากทำงานเป็นทีมและรับฟังประชาชนมากขึ้น สถานการณ์น้ำมันต้องแก้ไขด่วนเพื่อไม่ให้กระทบการขนส่งและอุตสาหกรรม

คุณคิดอย่างไรกับข่าว “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 และราคาน้ำมันที่ขึ้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท

ที่ปรึกษาผู้นำอิหร่านลั่น สงครามไม่ยุติจนได้ชดเชย

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยล่าสุด ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น สงครามจะไม่ยุติ จนกว่าจะได้ค่าชดเชย-ยกเลิกคว่ำบาตร สร้างความกังวลให้กับนานาชาติ ที่กำลังพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพ ข่าวนี้มาจากคำกล่าวของโมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาคนสำคัญของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งประกาศจุดยืนชัดเจนผ่านโทรทัศน์

ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น สงครามจะไม่ยุติ จนกว่าจะได้ค่าชดเชย-ยกเลิกคว่ำบาตร

โมห์เซน เรซาอี ได้กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมหยุดสงคราม จนกว่าจะได้รับการชดเชยความเสียหายอย่างเต็มรูปแบบจากทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมดต่ออิหร่าน และต้องมีหลักประกันระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากสหรัฐอเมริกาในอนาคต

เรซอาอี ยังแสดงความมั่นใจในกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านว่า ยังคงปฏิบัติการได้อย่างเข้มแข็ง ขณะที่การบริหารประเทศได้เข้าสู่ความมั่นคงแล้ว ภายใต้ผู้นำคนใหม่ น่าสนใจที่เขาอ้างว่าสงครามได้ยุติลงในทางปฏิบัติตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยสหรัฐพร้อมหยุดยิง แต่ถูกนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ผลักดันให้ยืดเยื้อต่อไป

เงื่อนไขยุติสงครามที่อิหร่านยืนกราน

  • ค่าชดเชยความเสียหายเต็มจำนวนจากทุกฝ่าย
  • ยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมดทันที
  • หลักประกันทางกฎหมายระหว่างประเทศป้องกันสหรัฐ
  • ลงโทษผู้รุกรานให้สำนึกผิดอย่างสมบูรณ์

หลังจากผ่านไป 15 วันของความขัดแย้ง เรซอาอี ระบุว่าสหรัฐเข้าใจดีแล้วว่าไม่มีทางชนะสงครามครั้งนี้ได้ ท่าทีแข็งกร้าวดังกล่าว สะท้อนจุดยืนของอิหร่านที่ไม่ยอมอ่อนข้อ โดยในอีกด้านหนึ่ง ประธานสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ประชาชนอิหร่านกำลังเรียกร้องให้ลงโทษผู้รุกรานอย่างเต็มที่และให้สำนึกผิด

ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น สงครามจะไม่ยุติ จนกว่าจะได้ค่าชดเชย-ยกเลิกคว่ำบาตร จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้การเจรจาสันติภาพล้มเหลว ท่ามกลางความพยายามของนานาชาติที่ต้องการคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว บริบทของความขัดแย้งนี้เริ่มต้นจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล ซึ่งลุกลามมานานหลายเดือน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและโลก

คำประกาศนี้ไม่เพียงทำให้ความหวังในการหยุดยิงริบหรี่ แต่ยังกระตุ้นให้กลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูธีในเยเมน และฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เตรียมพร้อมมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ต่อรองเพื่อกดดันสหรัฐและอิสราเอล โดยอาศัยจุดแข็งทางทหารและการสนับสนุนจากรัสเซีย-จีน

อย่างไรก็ตาม ชาวอิหร่านจำนวนมากเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบจากสงคราม เช่น การขาดแคลนสินค้าและเงินเฟ้อที่พุ่งปรี๊ด แต่รัฐบาลยังคงรักษาความนิยมด้วยวาทกรรมชาตินิยม นอกจากนี้ สหประชาชาติได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบที่อาจลุกลาม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงซับซ้อนและยากต่อการแก้ไข การยืนกรานเงื่อนไขของอิหร่านอาจนำไปสู่การยืดเยื้อที่ไม่มีผู้ชนะ หากนานาชาติสามารถหาจุดสมดุลได้ การชดเชยและยกเลิกคว่ำบาตรอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพยั่งยืน

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณเห็นว่ามีประโยชน์!

ที่มา – ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น สงครามจะไม่ยุติ จนกว่าจะได้ค่าชดเชย-ยกเลิกคว่ำบาตร

“คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้ศัตรูตัวฉกาจ ขู่ไร้ปรานี

“คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้คือศัตรูตัวฉกาจ ขู่ตอบโต้อย่างไร้ความไร้ปรานี คำพูดสุดแสบนี้จากผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่สถานการณ์ตึงเครียดอยู่แล้ว ล่าสุดวันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า คิม จองอึน ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุด ชุดที่ 15 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมครั้งแรก

“คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้คือศัตรูตัวฉกาจ ขู่ตอบโต้อย่างไร้ความไร้ปรานี

ในสุนทรพจน์ที่ดุเดือด คิม จองอึน ย้ำชัดว่าถ้าเกาหลีใต้กล้ายั่วโมโหหรือกระทำการยั่วยุใดๆ เกาหลีเหนือจะตอบโต้ทันทีแบบไม่ยั้งมือ ไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย คำประกาศนี้ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีให้กลายเป็นศัตรูหลักอย่างชัดเจน จากเดิมที่รัฐธรรมนูญเกาหลีเหนือเคยระบุถึงการรวมชาติอย่างสันติ แต่ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา คิมได้สั่งแก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดสถานะเกาหลีใต้เป็น “ศัตรูอันดับหนึ่ง” แล้ว

บริบทของคำประกาศ “คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้คือศัตรูตัวฉกาจ

การประชุมสภาประชาชนสูงสุดครั้งนี้ ไม่ได้พูดถึงแค่นโยบายต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังหารือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางพัฒนาประเทศ แม้ยังไม่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญจะบรรจุคำว่า “รัฐศัตรู” อย่างเป็นทางการสำหรับเกาหลีใต้หรือไม่ แต่ท่าทีของคิมชัดเจนมาก นอกจากนี้ เขายังย้ำว่าสถานะรัฐนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และจะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเสริมศักยภาพการยับยั้งทางทหารต่อไป

ก่อนหน้านี้ ในปี 2565 เกาหลีเหนือได้ออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์แบบรุกก่อน (preemptive strike) เพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งย้ำว่าสถานะนี้ย้อนกลับไม่ได้แล้ว ทำให้โลกต้องจับตาการทดสอบขีปนาวุธบ่อยครั้งของเปียงยาง

เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐฯ และแอบแขวะทรัมป์

คิม จองอึน ยังไม่วายโจมตีสหรัฐอเมริกาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้ายและผู้รุกราน” ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าน่าจะพาดพิงถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อตรงๆ แต่บริบทชัดเจน โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่านและภูมิภาคอื่นๆ คำพูดนี้สะท้อนท่าทีต่อต้านสหรัฐฯ อย่างหนักของเกาหลีเหนือ

ผลกระทบต่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี

คำประกาศ “คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้คือศัตรูตัวฉกาจ ขู่ตอบโต้อย่างไร้ความไร้ปรานี นี้ จะส่งผลอย่างไรต่อความมั่นคงในภูมิภาค? มาดูประเด็นสำคัญกัน:

  • ตัดช่องทางการเจรจา: สองเกาหลีแทบไม่มีโอกาสร่วมมือกันอีกต่อไป
  • เสริมแกร่งนิวเคลียร์: เกาหลีเหนือจะเร่งพัฒนาอาวุธต่อเนื่อง
  • ความเสี่ยงสงคราม: การยั่วยุเล็กน้อยอาจนำไปสู่การปะทะใหญ่
  • บทบาทนานาชาติ: สหรัฐฯ จีน และรัสเซียต้องเข้ามาแทรกแซง

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างสองเกาหลียาวนานตั้งแต่สงครามเกาหลีปี 2493 ทำให้คำพูดแบบนี้ยิ่งน่ากังวล นอกจากนี้ การซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เปียงยางตอบโต้ด้วยการทดสอบอาวุธบ่อยขึ้น

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ “สงครามเย็นใหม่” ในคาบสมุทรเกาหลี หากไม่มีการทูตที่เข้มแข็ง เกาหลีเหนือยังเผชิญ санкцииทางเศรษฐกิจหนัก แต่คิมเลือกใช้นโยบายแข็งกร้าวเพื่อรักษาอำนาจภายใน

นอกจากนี้ เรายังเห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากยุคคิมจองอิลสู่คิมจองอึน ที่เน้นทหารมากขึ้น การประกาศครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่โลกต้องจับตา

ท้ายที่สุด คำประกาศของคิม จองอึน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยของเกาหลีเหนือ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ให้สูงขึ้น ผู้คนในภูมิภาคควรตื่นตัวและสนับสนุนสันติภาพผ่านช่องทางการทูต หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ สมัครรับข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “คิม จองอึน” ประกาศกร้าว เกาหลีใต้คือศัตรูตัวฉกาจ ขู่ตอบโต้อย่างไร้ความไร้ปรานี

สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกสุขภาพทุกท่าน! ช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความขัดแย้งที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยาและเวชภัณฑ์ทั่วโลก ไทยเราก็ไม่รอดพ้นผลกระทบ เพราะหลายตัวยานำเข้าจากพื้นที่นั้น วันนี้เราจะมาพูดถึง สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขของเรามั่นคง ไม่ให้ผู้ป่วยเดือดร้อนครับ

สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดสธ. ได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า สธ. ได้ประเมินผลกระทบระยะกลางจากสถานการณ์นี้อย่างละเอียด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประชุมร่วมกับบริษัทยายักษ์ใหญ่แล้ว พบว่าสต็อกยาและเวชภัณฑ์ในไทยยังพอใช้ได้ 3-4 เดือน แต่ที่แน่นอนคือราคาจะปรับสูงขึ้นแน่นอน เพราะต้นทุนนำเข้าพุ่งปรี๊ด!

ส่วนยาที่เสี่ยงขาดแคลน สธ. เตรียมรับมือเต็มสูบ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการนำเข้าจากอิสราเอลและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ เรามาดูกันว่ามีตัวไหนบ้าง

ยาและเวชภัณฑ์เสี่ยงขาดที่ต้องจับตา

  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin): ยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่ผู้ป่วยหัวใจและหลอดเลือดขาดใช้กันเยอะ ปกตินำเข้าจากอิสราเอล ตอนนี้ยังไม่ขาด แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อ สธ. จะเสริมทัพนำเข้าจากอินเดีย จีน และยุโรปทันที พร้อมเร่งปรับขึ้นทะเบียนยาให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยขาดยา
  • น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง: ต้องใช้วัสดุพลาสติกเกรดพิเศษ ปัญหานี้ อย. แก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดยช่วยประสานนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องกังวล
  • น้ำยาล้างฟอกไตแบบแกลลอน: กำลังหารือให้กลับมาใช้ระบบหมุนเวียนได้ รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทดแทน เพื่อลดการพึ่งพิงแหล่งเดิม

นอกจากเรื่องยา สธ. ยังปรับระบบบริการผู้ป่วยให้คล่องตัวขึ้น เช่น ส่งเสริมการใช้แพทย์ทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ป่วยนอกมากขึ้น ลดการเดินทางแออัด ลดความเสี่ยงแพร่เชื้อด้วย ปรับการจ่ายยาจากเดิม 4 เดือน เหลือแค่ 1-2 เดือน แต่เพิ่มบริการจัดส่งยาถึงบ้าน สะดวกสุดๆ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง

ด้านการบริหารสถานพยาบาล สธ. สั่งเน้นลดการใช้พลังงาน ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่ม ลดการใช้กระดาษ เปลี่ยนเป็นดิจิทัลทั้งหมด เพื่อรับมือถ้าค่าพลังงานหรือวัสดุอุปกรณ์แพงขึ้นจากวิกฤต

มาตรการรับมือแบบ 3 ระยะ จาก อย.

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดสธ. เผยว่า อย. เตรียมประกาศมาตรการชัดเจน แบ่งเป็น 3 ระยะ เพื่อสกัดยาขาดและยาแพง

  • ระยะสั้น (3-4 เดือน): ควบคุมการใช้ยาให้สมเหตุสมผล เจรจาราคายาระดับเขตสุขภาพหรือประเทศ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ถ้าจำเป็นจะควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไป
  • ระยะกลาง (6 เดือนขึ้นไป): สร้างระบบ “หนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล” เพื่อแบ่งปันทรัพยากรยา เตียง และบุคลากร ระหว่างสถานบริการในพื้นที่ ลดปัญหาขาดแคลนเฉพาะจุด
  • ระยะยาว (12 เดือนขึ้นไป): สนับสนุนการผลิตยาในประเทศเต็มรูปแบบ ลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างความมั่นคงยั่งยืน

แผน สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน นี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสธ. ในการรับมือวิกฤตโลกได้ดีทีเดียวครับ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คิดถึงอนาคตด้วย ผู้ป่วยไทยมั่นใจได้ว่ายาจะไม่ขาด และราคาไม่บานปลายง่ายๆ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้ยาเหล่านี้หรือมีญาติผู้ป่วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อตรวจสต็อกและปรับแผนการรักษาแต่เนิ่นๆ นะครับ หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวสุขภาพเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารบล็อกเราได้เลย รับรองมีข้อมูลดีๆ มาเสิร์ฟต่อเนื่อง!

ที่มา – สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน

เพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้ เพื่อนำเข้าสู่การถกเถียงในสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการประสานงานกับพรรคภูมิใจไทยที่ลงตัวดีทุกประการ

เพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้

วันที่ 24 มีนาคม 2566 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอญัตติเพื่อหารือปัญหาเพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ในที่ประชุมสภา ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคเตรียมการไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนหน้า ปัญหานี้กระทบประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะการปรับราคาน้ำมันล่าสุดที่พุ่งขึ้นถึง 2 บาทต่อลิตร ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น

การสำรวจความเดือดร้อนในพื้นที่ ส.ส.เพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยได้สั่งการให้ ส.ส.ในพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนจากประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง และครอบครัวทั่วไปที่ต้องเผชิญกับต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น ในที่ประชุม ส.ส.วันนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างละเอียด คาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการวิเคราะห์สถานการณ์ และติดตามแบบวันต่อวัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

  • ผลกระทบต่อเกษตรกร: ค่าน้ำมันสูงทำให้ต้นทุนการขนส่งผลผลิตเพิ่ม
  • ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล: ค่าใช้จ่ายรายวันพุ่ง
  • ธุรกิจขนาดเล็ก: กำไรลดลงจากต้นทุนพลังงาน

การดูแลคนไทยต่างประเทศจากเครือข่ายเพื่อไทย

นอกจากปัญหาภายในประเทศ พรรคเพื่อไทยยังดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยใช้เครือข่ายจากสมัยที่เคยดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้สามารถประสานงานได้รวดเร็ว มีการสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงที่กระทบคนไทยพลัดถิ่นด้วย

คุยนโยบายกับพรรคภูมิใจไทย ทุกอย่างลงตัวดี

ตัวแทนพรรคเพื่อไทยได้เจรจากับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ โดยนำนโยบายสำคัญที่หาเสียงไว้ เช่น นโยบายในกระทรวงสังคมและทุนมนุษย์ ไปบรรจุในนโยบายรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยยินดีรับและขับเคลื่อนร่วมกัน ประเด็นที่ปลดล็อกภายใน 4 ปี และแนวทางระยะสั้นได้รับการยอมรับ

ด้าน KPI ภายในพรรค จะประเมินทั้งการทำงานในพื้นที่และภาพรวม โดยเน้นผลลัพธ์ระยะยาว เช่น การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะในยุคสังคมสูงวัย ต้อง upskill-reskill แรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่ม productivity และรายได้

  • นโยบายเทคโนโลยี: เตรียมพร้อม Tech war
  • Upskill-Reskill: สำหรับอาชีพใหม่
  • เพิ่ม Productivity: ทุกกระทรวง

เมื่อฉากทัศน์เปลี่ยน พรรคพร้อมปรับนโยบายระยะกลางเป็นระยะสั้น เพื่อให้เกิดผลทันที นี่คือตัวอย่างการทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่ใส่ใจประชาชน

ปัญหาน้ำมันแพงไม่ใช่เรื่องเล็ก หากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ การที่เพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – เพื่อไทยจ่อเสนอญัตติปัญหาน้ำมันแพงพรุ่งนี้ เผยคุยนโยบายกับภูมิใจไทยทุกอย่างลงตัวดี

อุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย. หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 มีเสียชีวิต 2 ราย

อุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย. หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 มีเสียชีวิต 2 ราย เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก โดยเกิดขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 24 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 00.20 น. ซึ่งตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งเหตุและรีบรุดไปตรวจสอบทันที เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในย่านที่มีตลาดและผู้คนพลุกพล่านอย่างตลาดประชานิเวศน์ 1

อุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย. หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 มีเสียชีวิต 2 ราย

จากรายงานของ ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รอง สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น ที่เกิดเหตุบนถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พบศพชายและหญิงนอนหงายอยู่กลางถนน สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้า ชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีเทา ส่วนหญิงสวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีฟ้า กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน ทั้งคู่ยังไม่ทราบชื่อนามสกุลและไม่มีเอกสารติดตัว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ร่วมตรวจสอบและนำศพส่งชันสูตร

รายละเอียดรถที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย.

ใกล้จุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ทะเบียน 1 ฆผ 9765 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย และรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรลล่า สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1 มข 8988 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถคู่กรณี สภาพด้านหน้ามุมขวาพังยับเยิน กันชนท้ายหลุดออก จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถทั้งสองคันกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเฉี่ยวชนกันอย่างแรง ส่งผลให้ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย จยย. เสียชีวิตทั้งคู่

ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงสอบสวนผู้ขับขี่แท็กซี่ต่อไป ขณะเดียวกันก็สืบหาญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย เพื่อให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย.

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดในเวลาดึก การไม่เปิดไฟหรือสัญญาณไฟจราจรให้ชัดเจน รวมถึงสภาพถนนที่อาจลื่นจากฝนหรือเศษวัสดุ นอกจากนี้ ย่านตลาดประชานิเวศน์ 1 เป็นพื้นที่ที่มีรถ จยย. และแท็กซี่สัญจรเยอะ จึงยิ่งต้องระมัดระวัง

  • ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม: โดยเฉพาะในย่านชุมชน
  • สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง: สำหรับผู้ขี่ จยย.
  • ตรวจสอบสภาพรถ: ไฟหน้า ไฟท้าย และยางรถให้พร้อมใช้งาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์: ขณะขับขี่
  • ให้สัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้า: เพื่อแจ้งรถคันอื่น

อุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย. หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 มีเสียชีวิต 2 ราย นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า อุบัติเหตุทางถนนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การขับขี่อย่างมีสติและปฏิบัติตามกฎจราจรคือกุญแจสำคัญในการป้องกันโศกนาฏกรรมแบบนี้ ในมุมมองของผม เราควรสนับสนุนให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้นในจุดเสี่ยง และรณรงค์ให้ผู้ขับขี่แท็กซี่ตรวจสอบรถเป็นประจำ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ กันนะครับ ขับขี่ปลอดภัย ชีวิตมีค่า!

ที่มา – อุบัติเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชน จยย. หน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 มีเสียชีวิต 2 ราย