วัน: 24 มีนาคม 2026

นักเตะที่เอาชนะมะเร็ง – และตอนนี้ต้องการพิชิตโลก

นักเตะที่เอาชนะมะเร็ง – และตอนนี้ต้องการพิชิตโลก

แขนยกขึ้นฉลองในชุดทีมชาติเวทีมบอลโลก

แต่รอยยิ้มสดใสของเดวิด บรู๊คส์ที่เผยให้กล้องเห็น ไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด

เพราะแผนเดิมคือลงสนามเล่น ไม่ใช่นั่งเชียร์แฟนบอล ขณะที่เวลส์เข้าชิงบอลโลกครั้งแรกในรอบ 64 ปี

แต่แผนไหนล่ะที่จะรวมการตรวจพบมะเร็ง และหยุดอาชีพนักเตะชั่วคราว

บรู๊คส์นั่งบนอัฒจันทร์ หลังหายจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสอง และดูเพื่อนๆ ทีมชาติเวล์สทำฝันในโดฮา ปี 2022

แต่ผลกระทบจากโรคและเคมีบำบัดหนักหน่วง ทำให้เขาเสียโอกาส

สี่ปีผ่านไป เวลส์ใกล้เข้ารอบอีกครั้ง การเพลย์ออฟเพื่อกลับสู่บอลโลกดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับนักเตะที่ไม่เพียงรอดจากโรคร้าย แต่กลับเก่งขึ้น

“เขาคงไม่แสดงออก แต่การดูเกมโดยไม่ได้ลงเล่นไม่ใช่เรื่องสนุก” ทอม ล็อกเยอร์ เพื่อนร่วมทีมเวลส์ในกาตาร์และเพื่อนสนิทของกองกลางบอร์นมัธ กล่าว

“แต่ผมรู้ว่าเขาหันนั้นเป็นแรงผลักดัน”

“เขาไม่ได้รับเครดิตมากพอว่าดีแค่ไหน โดยเฉพาะหลังผ่านเรื่องหนักขนาดนั้น”

นักเตะที่เอาชนะมะเร็ง – และตอนนี้ต้องการพิชิตโลก

เรื่องหนักนั้นคือตอนอายุ 24 ปี บรู๊คส์ได้รับข่าวร้ายในเดือนตุลาคม 2021 ขณะซ้อมกับเวลส์เพื่อคัดบอลโลก

เขารู้สึกเหนื่อยล้า ตามเพื่อนไม่ทันในการซ้อม สกอตต์ พาร์กเกอร์ กุนซือบอร์นมัธขณะนั้น ถามว่าทำไมสถิติวิ่งแย่

บรู๊คส์หาคำตอบไม่ได้

“ผมคุยเฟซไทม์กับเขา แล้วมีคนเคาะประตู” ล็อกเยอร์เล่า “เขาบอกหมอทีมชาติว่ามีอาการ ผมถามว่าจะเล่นไหวมั้ย แล้วเขาโทรกลับมาบอกต้องตรวจเพิ่มเพราะอาจร้ายแรง”

ช่วงมืดมนสำหรับคนยิ้มเก่งและชอบล้อทีมเมท

“สิ่งสำคัญคือสุขภาพ” คริส เมฟแฮม เพื่อนร่วมทีมบอร์นมัธกล่าว “เราสนับสนุนเขา แล้วค่อยกลับสู่ฟอร์ม”

การฟื้นตัวที่เหลือเชื่อ

มีคำถามเยอะเพราะระหว่างรักษา เขาเดินหมาก็ลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคาร์ดิโอ

เมื่อกลับซ้อมหลังหายในพฤษภาคม 2022 ต้องลดน้ำหนัก 20 กิโลก่อนคิดถึงฟิตเนสระดับท็อป

บรู๊คส์เชื่อว่าจะกลับเล่นสโมสรได้ แต่ทีมชาติอาจไม่

เชิญดูทีมคัดบอลโลกชนยูเครนในมิถุนายน ไม่มีใครตัดโอกาสไปบอลโลกระยะหลัง

“เขาอยากไปมาก แต่เจ็บแฮมสติริงในนัด U23 ทำให้พลาด” ล็อกเยอร์กล่าว

บรู๊คส์ยอมรับว่าพยายามหนักเกิน และได้ดูทีมตกรอบจากอัฒจันทร์

“เขาคงคิดว่าตัวเองช่วยทีมได้” อดีตแนวรับลูตันที่เคยมีปัญหาหัวใจเองกล่าว

แฟนเวลส์รักการเลื้อยของเขาตั้งแต่เดบิวต์ 2017 ได้ฉายา ‘ได’ จากช่างเสื้อ

จากยืมฮาลิфакซ์ ไปย้ายบอร์นมัธ 11.5 ล้านปอนด์ ถูกเสนอชื่อนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกเคียงเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เจ็บข้อเท้าสองครั้ง แต่พรสวรรค์ยังเด่น

“ใครเล่นด้วยก็รู้ว่าเก่ง” ล็อกเยอร์กล่าว “ฉลาดอ่านเกม อยู่ตำแหน่งสร้างสรรค์”

กลับพรีเมียร์ลีกมีนาคม 2023 ได้ปรบมือทั้งสนามแอสตัน วิลล่า ยืมเซาธ์แฮมป์ตัน แล้วกลับฟอร์มที่บอร์นมัธ สัญญาใหม่ 4 ปี

“เขาดีที่สุดในพรีซีซั่น และสานต่อ” เมฟแฮมกล่าว “ข้อมูลวิ่งสูงกว่าเดิม”

สไตล์บอร์นมัธของอานโดนี อิราโอลา และเวลส์ของเคร็ก เบลลามี่ เน้นความเข้มข้น

บรู๊คส์อันดับ 5 ลีกเรื่อง expected assists และ top 10 carries สร้างโอกาส

“เขาก้าวขึ้นจริง” โจ พาร์ติงตัน อดีตบอร์นมัธกล่าว “เป็นกัปตันเพราะกุนซือเชื่อใจ”

“น่าทึ่งที่กลับระดับเดิม” คีฟเฟอร์ มัวร์ เพื่อนเก่าเสริม “แข็งแกร่งขึ้นหลังผ่านร่างกายและจิตใจ”

เวลส์ vs บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา

เพลย์ออฟรองรองบอลโลก

วันพฤหัส 26 มี.ค. 19:45 GMT

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม

ดูสด BBC iPlayer, BBC One Wales, BBC Sounds, BBC Radio Wales, Radio Cymru, 5 Live, เว็บและแอป BBC Sport, ข้อความสด

แต่ไม่เคยสงสัยพรสวรรค์

“เขามุ่งมั่นแต่ร่าเริง” ล็อกเยอร์กล่าว “เราไม่คิดมาก อยากเล่นก็เล่น ผมเสียใจที่เขาพลาดกาตาร์ แต่ตอนนี้ผมอยากให้เขาไป แสดงให้โลกเห็น”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

นักเตะที่เอาชนะมะเร็ง – และตอนนี้ต้องการพิชิตโลก อย่างเดวิด บรู๊คส์ คือแรงบันดาลใจ ติดตามการแข่งเพลย์ออฟ และเชียร์เวลส์ให้เข้าบอลโลก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชาวบ้านเฮ ศาลสั่ง “บ.อัคราฯ” จ่ายชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง

ชาวบ้านในจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์กำลังดีใจกันถ้วนหน้า หลังจากที่ศาลแพ่งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมมีคำพิพากษาสำคัญในคดีที่ชาวบ้านฟ้อง บมจ.อัครา รีซอร์สเซส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บ.อัคราฯ” ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี กรณีละเมิดจากผลกระทบของการทำเหมืองที่ทำให้เกิดโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำ ดิน และอากาศ ส่งผลให้ชาวบ้านเกือบ 400 รายมีสารพิษสะสมในร่างกาย

ชาวบ้านเฮ ศาลสั่ง “บ.อัคราฯ” จ่ายชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 310 ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2/2559 โดย น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง และพวกรวม 4 คน เป็นตัวแทนชาวบ้านจากสองจังหวัดดังกล่าว ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อบ.อัคราฯ ขอค่าชดเชยจากความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ทรัพย์สิน และสิทธิอื่นๆ ที่เกิดจากการทำเหมืองนานกว่า 20 ปี

ชาวบ้านกว่า 50 คนเดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยความหวัง และวันนี้ความหวังนั้นเป็นจริง! ศาลพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วเห็นว่า มีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่าบ.อัคราฯ มีความรับผิดจากการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ไหลลงสู่ที่ราบ ลำคลอง และอ่างเก็บน้ำ รวมถึงฝุ่นละอองจาการระเบิดหินและเสียงดังรบกวน ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบโดยตรง

สาเหตุของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น

การทำเหมืองของบ.อัคราฯ ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ฝุ่นโลหะหนักพิษพัดตามลม เสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิด สารไซยาไนด์รั่วไหลจากบ่อกักเก็บ และโลหะหนักอื่นๆ อย่างสารหนู แมงกานีส เหล็ก แพร่กระจายสู่พื้นที่เกษตรกรรม น้ำในลำคลองที่ชาวบ้านใช้รดน้ำพืชผล เช่น ข้าว ข้าวโพด ทำให้สารพิษสะสมในอาหาร สุขภาพชาวบ้านจึงเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยระยะยาว

ชาวบ้านต้องเผชิญกับอาการป่วยจากสารพิษในเลือด ค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูง สุขภาพจิตเสียหายจากความหวาดกลัว และวิถีชีวิตที่พึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติถูกทำลายไป

รายละเอียดคำพิพากษาและค่าชดเชยที่ศาลสั่ง

ศาลสั่งให้บ.อัคราฯ ชดใช้เงินให้โจทก์ 4 คนและสมาชิกกลุ่ม 382 ราย ดังนี้:

  • ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัย: อายุ 15 ปีลงมา รายละ 200,000 บาท / อายุเกิน 15 ปี รายละ 100,000 บาท / หากโลหะหนักไม่เกินเกณฑ์ อายุต่ำกว่า 15 รายละ 100,000 บาท / เกิน 15 รายละ 50,000 บาท
  • ค่าเสื่อมสภาพจิตใจ: โลหะหนักเกินเกณฑ์ รายละ 20,000 บาท / ไม่เกินเกณฑ์ รายละ 10,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาล: รายละ 5,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายซื้อน้ำดื่มอาหาร: รายละ 5,000 บาท
  • ค่าขาดประโยชน์จากแหล่งน้ำและวิถีชีวิต: รายละ 5,000 บาท

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้บ.อัคราฯ ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยบำบัดดิน น้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำให้ปราศจากสารปนเปื้อน กลบหลุมเหมืองและบ่อกากแร่ที่ 1 ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัย

คดีนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อสิทธิ์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นว่ารัฐและศาลให้ความสำคัญกับคดีสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

ในมุมมองของเรา คำพิพากษานี้ไม่เพียงช่วยเยียวยาชาวบ้าน แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง หากคุณเคยประสบปัญหาคล้ายกันหรือสนใจข่าวสิ่งแวดล้อม ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดติดตามเพื่อรับข่าวอัปเดตเพิ่มเติมนะครับ!

ที่มา – ชาวบ้านเฮ ศาลสั่ง “บ.อัคราฯ” จ่ายชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง

“วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต สัญญาณบวกชัด

นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความพอใจกับ “วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต ล่าสุดจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แม้ยังไม่มีการประทับรับฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน เพราะศาลสั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงสำคัญภายใน 1 เดือน ทำให้กระบวนการทางกฎหมายเริ่มเดินหน้าแล้ว

“วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต ชี้มีสัญญาณบวก

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตกลาง พรรคประชาชนพร้อมโจทก์ 4 ราย ได้ยื่นฟ้อง กกต. และพวก รวม 9 คน ในข้อหากระทำผิดฐานทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นการใส่ QR Code ในบัตรเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต และ Barcode ในบัตร สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ

ศาลมีคำสั่งน่าสนใจ โดยให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมในส่วนเจตนาพิเศษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอ้างกฎหมายลำดับรอง เช่น ระเบียบหรือประกาศของ กกต. เพื่อให้คำฟ้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น วาโยยอมรับว่าจะรีบแก้ไขภายใน 30 วัน เพื่อความรัดกุม

คำถามสำคัญที่ศาลสั่งให้ กกต. ชี้แจง

จุดเด่นคือศาลใช้ข้อบังคับของศาลฎีกาฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 ข้อ 3 สั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้น 3 ข้อ ภายใน 24 เมษายน 2569 โดยคำถามที่เจาะลึกประเด็น QR Code และ Barcode มีดังนี้

  • คำว่า “ลับ” ในรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ หมายความว่าอย่างไร
  • กกต. อาศัยกฎหมายใดใส่ QR Code ในบัตร สส. แบ่งเขต และ Barcode ในบัตร สส. บัญชีรายชื่อ เหตุผลคืออะไร และสัญลักษณ์เหล่านี้ทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ลงคะแนนเลือกใคร
  • หากสแกนสัญลักษณ์ได้ จะตรวจสอบเมื่อใด มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนอย่างไรในการอ่านค่า

วาโยชี้ว่า “วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต นี้เพราะศาลไม่ชักช้า เปิดโอกาสแก้ฟ้องพร้อมสอบถาม กกต. ทันที ถัดไปศาลจะมีคำสั่งอีกครั้งใน 24 มิถุนายน 2569 และโจทก์มีเวลาคัดค้านคำชี้แจงของ กกต. ถึง 17 มิถุนายน

บริบทคดีและผลกระทบ

คดีนี้เกิดจากข้อกังวลเรื่องความลับในการเลือกตั้ง 2566 ที่บัตรมีสัญลักษณ์ดิจิทัล ซึ่งอาจถูกสแกนติดตามการลงคะแนนได้ สร้างคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. วาโยมองว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแยกต่างหาก แต่เป็นคดีคนละประเด็น คดีอาญานี้เน้นพยานหลักฐาน ไม่ใช่แค่ความเห็น

จากประสบการณ์ วาโยเชื่อว่าคำสั่งนี้เป็นสัญญาณดี ศาลมีอำนาจไต่สวนระหว่างรอแก้ฟ้อง และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยลบต่อ กกต. ข้อเท็จจริงนั้นจะถูกนำมาใช้เสริมคำฟ้องได้ คดีนี้อาจยาว 5-10 ปี แต่ไม่กระทบการเมืองโดยตรง ต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่อาจสั่งเลือกตั้งใหม่

ประเด็น QR Code ในบัตรเลือกตั้งกลายเป็นที่ถกเถียงหนัก ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงหลักการเลือกตั้งลับ หาก กกต. ชี้แจงได้ชัดเจน จะช่วยคลายข้อสงสัย แต่หากมีช่องโหว่ อาจนำไปสู่การตรวจสอบทุจริตใหญ่

ในมุมมองของเรา คำสั่งศาลนี้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมยังทำงานได้ดี แม้การเมืองร้อนระอุ แต่กฎหมายคือเครื่องมือสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลแพร่หลาย

ที่มา – “วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต ชี้แม้ยังไม่ประทับรับฟ้อง กกต. แต่มีสัญญาณบวก

สั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็ก

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือกรณีสั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งเกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ น่าเศร้าใจจริงๆ ที่สถานที่ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ กลับเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการไม่นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการทันทีเพื่อปกป้องสิทธิเด็กและเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

สั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็กแล้ว

ตามที่ อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 กระทรวงศึกษาธิการสั่งพักราชการครูพละคนนี้ทันที หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียนหลายครั้ง การกระทำดังกล่าวไม่เพียงขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ยังทำลายนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ที่กระทรวงยึดถือ โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กๆ ไม่ใช่ที่ที่เด็กต้องหวาดกลัว

ความคืบหน้า สั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็ก

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการทางวินัยเด็ดขาด โดยออกคำสั่งพักราชการครูคนนี้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังส่งนักจิตวิทยาโรงเรียนลงพื้นที่เพื่อดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญมาก เพราะเด็กๆ ที่ถูกกระทำอาจมีบาดแผลในใจไปอีกนาน

ทางด้านตำรวจก็ไม่ยอมปล่อยให้ลอยนวล เจ้าหน้าที่รับแจ้งความในข้อหาอนาจารแล้ว และกำลังเร่งสอบสวน รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าไม่มีใครสามารถแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบได้ หากพบผิดจริง จะโดนทั้งทางวินัยและอาญาเต็มๆ

มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก กระทรวงศึกษากำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งให้:

  • กำกับและติดตามสถานศึกษาในสังกัดอย่างใกล้ชิด
  • ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุวิกฤตอย่างเคร่งครัด
  • คำนึงถึงสภาพจิตใจนักเรียนเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดเหตุ
  • ดำเนินการกับผู้กระทำผิดและผู้ปล่อยปละละเลยอย่างเด็ดขาด
  • ตรวจสอบผู้บริหารหากมีส่วนรู้เห็น

ปัญหาล่วงละเมิดเด็กในสถานศึกษาของไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ สถิติจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าทุกปีมีคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กกว่า 1,000 ราย โดยส่วนหนึ่งเกิดในโรงเรียน สาเหตุหลักมาจากการขาดการตรวจสอบ การไม่รายงาน และวัฒนธรรมเงียบในองค์กร แต่กรณีสั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็กครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าระบบกำลังปรับปรุง การตอบสนองที่รวดเร็วแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดี

ในฐานะสังคม เราต้องช่วยกันเฝ้าระวัง สอนเด็กให้รู้จักปกป้องตัวเอง รู้สิทธิ และกล้าพูดเมื่อถูกกระทำผิด ผู้ปกครองควรสื่อสารกับลูกอย่างเปิดใจ สังเกตพฤติกรรมผิดปกติ เช่น เด็กเก็บตัว กลัวครูคนใดคนหนึ่ง หรือมีรอยแผลที่อธิบายไม่ได้ หากสงสัย รีบแจ้งครูใหญ่ ตำรวจ หรือสายด่วน 1300 ทันที

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจใหญ่หลวงว่าระบบการศึกษาต้องเข้มแข็งกว่านี้ รัฐบาลต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เคสนี้เคสเดียว แต่ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือทุกฝ่าย เด็กไทยจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจริงๆ

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? มีประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะอะไรบ้าง คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะ แล้วอย่าลืมแชร์เพื่อเตือนภัยให้คนอื่นด้วย!

ที่มา – สั่งพักราชการครูพละบุรีรัมย์ล่วงละเมิดเด็กแล้ว เดินหน้าเอาผิดทั้งวินัยและอาญา

สว. ทวงความชัดเจนโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สว. ทวงความชัดเจนโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อสมาชิกวุฒิสภาหลายคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่แสดงแผนงานที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น หลังจากผลประชามติล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่มีประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้

สว. ทวงความชัดเจนโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. และประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยทวงความชัดเจนจากรัฐบาลในการกำหนดโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาย้ำว่าประชาชนจำนวนมากกำลังรอคอยความชัดเจนนี้ และรัฐบาลควรบรรจุแผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ในคำแถลงนโยบาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความชอบธรรมทางการเมืองให้กับรัฐบาลชุดใหม่

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากประชาชนที่ชัดเจน โดยเฉพาะหลังผลประชามติที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่ต้องมีกรอบเวลา แผนงาน และการมีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรม

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากรัฐธรรมนูญ 2560

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อีกหนึ่งผู้ร่วมแถลง ได้ชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยตั้งแต่บังคับใช้ เศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยเพียง 1-2% ต่อปี ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและกัมพูชาเติบโตสูงกว่าอย่างชัดเจน เขาโยนหินถามทางว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร โดยเสนอให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินควบคู่กับการฟื้นเศรษฐกิจ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกวิจารณ์ว่าสร้างโครงสร้างที่ทำให้การเมืองไม่มั่นคง ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่โปร่งใสมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น ลดการทุจริต และเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบองค์กรอิสระได้ดีกว่า

ข้อเสนอแนะเพื่อเร่งกระบวนการแก้ไข

เพื่อให้เกิดความคืบหน้า สว. เสนอให้รัฐบาลตั้งกรรมาธิการร่วมระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. จำนวนไม่มาก เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการแก้ไขอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอโครงสร้างใหญ่โต ซึ่งจะช่วยให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ดี สนับสนุนเศรษฐกิจที่เติบโตยั่งยืน

  • กำหนดกรอบเวลาและโรดแมปที่ชัดเจนภายใน 6 เดือน
  • เปิดรับฟังความเห็นประชาชนผ่านเวทีสาธารณะและออนไลน์
  • ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อร่างบทเฉพาะกาล
  • บรรจุในนโยบายรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
  • เชื่อมโยงการแก้ไขกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลให้การเมืองมั่นคงและเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ซึ่งไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้

สว. ทวงความชัดเจนโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่การเมือง แต่เป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน หากรัฐบาลชุดใหม่ตอบสนองได้เร็ว จะช่วยลดความขัดแย้งและเร่งการพัฒนาประเทศ ในมุมมองของผู้เขียน การแก้รัฐธรรมนูญคือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงกันมากขึ้นนะครับ

ที่มา – สว. ทวงความชัดเจนโรดแมปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางสู่รธน.ใหม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

สุโขทัย ชาวบ้านรอคิว 5 ชม. เติมดีเซล 300 บาท

วันนี้เรามาพูดถึงสถานการณ์ร้อนๆ ในจังหวัดสุโขทัย เผยชาวบ้านจำยอม รอคิว 5 ชั่วโมง เติมน้ำมันดีเซล จำกัด 300 บาทต่อคันกันครับ สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันดีเซลยังคงยืดเยื้อ ทำให้ชาวบ้านต้องยอมเสียเวลารอคิวยาวเหยียด บางคนรอตั้ง 5 ชั่วโมงกว่าจะได้เติมน้ำมันแค่ 300 บาทต่อคันเท่านั้นเอง มันเหนื่อยแค่ไหนคุณลองนึกภาพดูสิครับ

คิวยาวเติมน้ำมันดีเซลสุโขทัย

จากรายงานเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 ที่ปั๊มน้ำมันในอำเภอเมืองสุโขทัย รถยนต์ต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว ผู้สื่อข่าวไปดูสถานที่จริง พบว่าประชาชนต้องนั่งรอในรถ ท่ามกลางแดดร้อนๆ บางรายนำเสบียงมาด้วยเพราะไม่รู้จะรอนานแค่ไหน สถานีบริการหลายแห่งจำกัดการเติมน้ำมันดีเซลไว้ที่คันละ 300 บาท เพื่อให้ทุกคนได้มีน้ำมันใช้บ้าง ไม่ให้บางคนผูกขาด

สุโขทัย เผยชาวบ้านจำยอม รอคิว 5 ชั่วโมง เติมน้ำมันดีเซล จำกัด 300 บาทต่อคัน

ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องใช้น้ำมันในการขนส่งผลผลิตไปขาย ถ้าไม่มีน้ำมัน รถกระบะหรือมอเตอร์ไซค์ก็สตาร์ทไม่ได้ งานก็สะดุดหมด น้าคนหนึ่งเล่าว่า “รอไปก็ต้องรอครับ ไม่เติมก็ไม่ได้ไปไหน ดีกว่าไม่มีเลย” แม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็จำใจยอมรับสถานการณ์แบบนี้

สาเหตุและผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซล

สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาการนำเข้าน้ำมันที่ล่าช้า ปรับราคาน้ำมันผันผวน และปริมาณสำรองไม่พอใช้ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่สุโขทัย แต่หลายจังหวัดภาคเหนือก็เจอเหมือนกัน ผลกระทบคือราคาสินค้าอาหารขึ้น เพราะค่าขนส่งแพง เกษตรกรอย่างชาวนาชาวสวนเดือดร้อนหนัก รถแทรกเตอร์หยุดชะงัก

  • คิวยาวหลายกิโลเมตรตั้งแต่เช้ามืด
  • จำกัดเติม 300 บาทต่อคันเท่านั้น
  • รอนาน 4-5 ชั่วโมง บางคนไม่ได้เติมทั้งวัน
  • กระทบอาชีพขับรถส่งของและเกษตรกรรม

เพื่อรับมือ ชาวบ้านบางคนเริ่มหันไปใช้รถจักรยานไฟฟ้า หรือรวมกลุ่มเติมน้ำมันหมุนเวียนกัน นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้เติมแต่พอใช้ และติดตามข่าวสารจาก ปตท. หรือ Shell อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์สุโขทัย เผยชาวบ้านจำยอม รอคิว 5 ชั่วโมง เติมน้ำมันดีเซล จำกัด 300 บาทต่อคันยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นในเร็ววัน อาจต้องรอการนำเข้าน้ำมันเพิ่ม คาดว่าอีก 1-2 สัปดาห์กว่าจะคลี่คลาย ในมุมมองผม สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราคิดถึงพลังงานทางเลือกอย่างก๊าซหุงต้มหรือไฟฟ้าให้มากขึ้น คุณลองคิดดูสิครับ ถ้าเราลดการพึ่งพาน้ำมันได้ ปัญหาแบบนี้จะน้อยลงเยอะ

ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่สุโขทัยหรือใกล้เคียง ลองแชร์ประสบการณ์รอคิวของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้หน่อยนะครับ หรือมีทริคอะไรดีๆ ในการรับมือบ้าง บอกกันได้เลย! ติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์น้ำมันเพิ่มเติมที่นี่ด้วย

ที่มา – สุโขทัย เผยชาวบ้านจำยอม รอคิว 5 ชั่วโมง เติมน้ำมันดีเซล จำกัด 300 บาทต่อคัน

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้ เป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามองท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนักต่อภาคเกษตร ประมง และผู้ใช้บริการรายย่อยอย่างแท็กซี่หรือไรเดอร์ พรรคประชาชน โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เตรียมยื่นญัตติด่วนเพื่ออภิปรายในสภา วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ เพื่อสะท้อนปัญหาและส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ชาวนาชาวประมงต่างเดือดร้อนเพราะต้นทุนพุ่งสูง หาน้ำมันรายวันไม่ได้ส่งผลให้ขาดเครื่องมือทำมาหากิน นายวีระยุทธ ระบุว่ารัฐบาลส่งสัญญาณเปิดกว้างรับฟัง โดยจะมี สส. กว่า 30 คนร่วมอภิปราย เพื่อรวบรวมปัญหาจากทุกภาคส่วน แม้รัฐบาลจะพูดถึงการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้หรือเพิ่มปริมาณในระบบ แต่ปัญหายังอยู่ที่การช่วยเหลือเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย

ปัญหาเฉพาะจุดที่คนรายย่อยเผชิญ

การตรึงราคาน้ำมันแบบกว้างอาจไม่ตอบโจทย์ ชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือตรงจุด เช่น เกษตรกรที่ขาดปุ๋ยเพราะต้นทุนสูง โครงการธงฟ้าธงเขียวช่วยได้เพียง 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการทั้งประเทศ 5 ล้านตันต่อปี หรือแค่ 0.1% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่พรรคได้รับร้องเรียนหลายจุด ซึ่งจะเปิดข้อมูลชัดเจนในการอภิปรายพรุ่งนี้

  • ปัญหาหาน้ำมันรายวันไม่ได้ ส่งผลต่อการทำมาหากิน
  • ข้อมูลปั๊มน้ำมันไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • แอพ Fuel Now ยังไม่พร้อมใช้งาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงานต้องเร่งรัด
  • ภาคเกษตรขาดปุ๋ย ต้นตอปัญหาที่รัฐต้องแก้ไขด่วน

นายวีระยุทธ ย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก จะช่วยให้ประชาชนวางแผนชีวิตและตรวจสอบช่องโหว่ได้ หากรัฐบาลมีน้ำมันสำรองกว่า 100 วันตามที่ยืนยัน การกระจายให้ทั่วถึงและโปร่งใสจะสร้างความเชื่อมั่น

ข้อเสนอทางออกจากพรรคประชาชน

ระยะสั้น: เร่งกระจายน้ำมันและเปิดข้อมูลปั๊มที่เติมได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ สัญญาว่าสัปดาห์หน้าจะมีน้ำมันทุกปั๊ม แต่ต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริง ระยะยาว: แก้ปัญหาต้นตอปุ๋ยและพลังงานทางเลือก เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนซ้ำ

การอภิปรายครั้งนี้ช้าไปบ้างเพราะเสนอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ดีที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง ชวนทุกท่านติดตามมุมมองทั้งฝ่ายค้านและรัฐ เพื่อเห็นทางออกวิกฤตนี้

ในฐานะนักข่าวการเมือง มองว่าการเปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากรัฐบาลตอบสนองเร็ว จะช่วยลดความตื่นตระหนกและฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานปัญหาเพื่อความโปร่งใส

ที่มา – “วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากพรรคเพื่อไทยมาอัปเดตกันครับ กับประเด็นร้อนเรื่องโผคณะรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า ‘ครม.อนุทิน 2’ ที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะข่าวลือว่ามี ส.ส. ภายในพรรคไม่พอใจการจัดสรรตำแหน่ง แต่ “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค แบบชัดเจนเลยทีเดียว

วันที่ 24 มี.ค. 2567 ณ โรงแรมเอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง ยืนยันว่าข่าวที่ออกมานั้นเป็นเพียงการคาดเดาจากภายนอกเท่านั้น ภายในพรรคทุกคนยังสามัคคีกันดี ไม่มีใครแสดงความไม่พอใจอะไรเลย เพราะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจากันหลายฝ่าย และต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการขับเคลื่อนกระทรวงและนโยบายของแต่ละคน

ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยจริงหรือ?

หลายคนอาจสงสัยว่าข่าวลือเรื่อง ส.ส. ไม่พอใจแล้วจะกระทบพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าทุกคนเข้าใจดี ตำแหน่งมีจำกัด แต่โอกาสในการทำงานยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในสภาฯ หรือหน้าที่อื่นๆ ในการเป็นตัวแทนประชาชน “ตอนนี้ไม่มีใครน้อยใจ และไม่มีใครจะออกจากพรรค” เขาย้ำอย่างหนักแน่น แถมยังบอกว่าการประชุมภายในพรรคทุกคนมาร่วมครบถ้วน พร้อมเดินหน้านโยบายรัฐบาลต่อไป

จากที่ฟังดูแล้ว เหมือนพรรคเพื่อไทยจัดการอารมณ์ ส.ส. ได้ดีมากเลยครับ เพราะในอดีตทุกครั้งที่มีการจัดโผใหญ่ๆ ก็มักมีกระแสแบบนี้ แต่สุดท้ายทุกคนก็พร้อมทำงานเสมอ

คุณสมบัติรัฐมนตรีเพื่อไทยผ่านการคัดกรองอย่างไร

อีกประเด็นสำคัญคือคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยเสนอไป “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ทุกคนผ่านการคัดกรองมาอย่างดี ไม่ใช่แค่สมัคร ส.ส. หรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แต่ยังผ่านกระบวนการหลายชั้น รายชื่อส่งให้ นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว รอเพียงขั้นตอนโปรดเกล้าฯ และตรวจสอบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ปัจจุบันยังไม่มีรายชื่อไหนถูกส่งกลับมา แสดงว่าทุกอย่างลงตัว และถึงการตรวจสอบครั้งนี้จะเข้มงวด แต่พรรคก็มั่นใจในบุคลากรของตัวเอง เพราะมีประสบการณ์ ความรู้ และความพร้อมสูง

  • ผ่านการคัดกรองหลายครั้ง: ตั้งแต่สมัครเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงเสนอชื่อ ครม.
  • เหมาะสมกับกระทรวง: พิจารณาความสามารถในการขับเคลื่อน
  • นายกฯ รับได้: ส่งชื่อไปแล้ว ไม่มีปัญหา
  • ไม่มีรายชื่อสำรองลับ: แต่พร้อมหากจำเป็น

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังไม่ยืนยันรายชื่อที่หลุดออกมาในสื่อ เพราะกระบวนการยังไม่จบ ต้องรอคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

มุมมองต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

จากข่าวนี้ เราจะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงแข็งแกร่ง สามัคคีกันดี แม้จะมีข่าวลือจากภายนอกบ้าง แต่ภายในพรรคทุกอย่างเรียบร้อย พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน โผครม.ชุดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ต่อไป

ส่วนตัวผมคิดว่า การที่นายจุลพันธ์ออกมาพูดแบบนี้ ช่วยลดกระแสข่าวลือได้เยอะเลยครับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรค ส.ส.ทุกคนก็เข้าใจบทบาทของตัวเอง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

กำแพงเพชร เร่งสอบปม “ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย” คืนเงินแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันดีกว่าครับ กับเรื่องราวในจังหวัดกำแพงเพชร ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ จากกรณีที่เพจดังออกมาแฉเรื่องเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในอำเภอโกสัมพีนคร ถูกบังคับให้จ่ายเงินเดือนละ 4,000 บาท อ้างว่าเป็นส่วยเพื่อช่วยค่าน้ำมันรถของ “นาย” ทำให้ร้านค้าต่างๆ เอือมระอา บางร้านก็อัดอั้นใจแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ล่าสุดมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมากครับ เพราะทางจังหวัดกำลังเร่งสอบสวน และมีการคืนเงินให้ผู้ประกอบการแล้ว โดยอ้างว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น

ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย ในพื้นที่กำแพงเพชร

เรื่องนี้เริ่มต้นจากโพสต์ของเพจดังบนเฟซบุ๊กที่นำเสนอความเดือดร้อนของป้าแจ้ว (นามสมมติ) เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร โดยอ้างว่ามีการเรียกเก็บเงินแบบนี้มานาน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายรู้สึกกดดัน ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย ฟังดูแปลกประหลาดใช่ไหมครับ แต่จากข้อมูลที่หลุดออกมา มันเชื่อมโยงกับแชทไลน์กลุ่มสมาชิกร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกเปิดเผย ซึ่งมีข้อความกดดันให้ทุกคนช่วยกันจ่ายเพื่อ “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” และป้องกันปัญหาในยามคับขัน

กำแพงเพชร เร่งสอบปมส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านของป้าแจ้วเพื่อติดตามความคืบหน้า แต่ป้าแจ้วเองเกิดความเครียดสะสม ความดันโลหิตสูง ไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ ขอให้เรื่องจบๆ ไป ลูกสาวนางเอ (นามสมมติ) จึงเป็นคนออกมาให้ข้อมูลแทน เธอบอกว่าหลังจากเหตุการณ์ถูกนำเสนอ ทางอำเภอโกสัมพีนครได้เชิญตัวแทนกลุ่มร้านเฟอร์นิเจอร์ไปชี้แจง จากนั้นมีการคืนเงินจำนวน 4,000 บาทให้ผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดกัน เงินจำนวนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นค่าอะไรกันแน่ ว่าจะเอาไปทำบุญหรือร่วมกิจกรรมอื่นๆ

กำแพงเพชร ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย คืนเงินแล้ว

ส่วนแชทไลน์ที่หลุดออกมานั้น มีข้อความชัดเจนจากผู้ดูแลกลุ่มว่า “เรียนสมาชิกเฟอร์นิเจอร์นะคะ ท่านใดยังไม่ได้มีส่วนร่วมให้ช่วยกันมานะคะ เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราจะได้ทำงานกันแบบไม่หวาดระแวง ไม่ว่าโรงงานเล็กรึใหญ่นะคะ ไม่ใช่ให้แต่โรงงานใหญ่เคลียร์ พอถึงเวลาคับขัน จะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะคะ เราต้องช่วยกันป้องกันตนเอง อันไหนเคลียร์ได้ก็จัดการให้เรียบร้อย” และมีสมาชิกถามกลับว่า “ค่ะ เราต้องจ่ายเท่ารัย” คำตอบคือ “จ่าย 4000 จ้ะ เงินทำบุญต่างหาก” ข้อความเหล่านี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเป็นส่วยจริงหรือแค่ค่าบริหารจัดการชุมชน

  • ข้อความกดดันให้ทุกโรงงานจ่าย ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก
  • อ้างเพื่อความสามัคคีและป้องกันปัญหา
  • ระบุจำนวนเงินชัดเจน 4,000 บาทต่อเดือน
  • เปลี่ยนคำอธิบายจากค่าน้ำมันรถนาย เป็นเงินทำบุญ

เบื้องต้น ผู้สื่อข่าวประสานงานไปยังอำเภอและจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทันที แต่ยืนยันว่าจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพื่อคลายความกังวลของพี่น้องผู้ประกอบการ

ผลกระทบและบทเรียนจากกรณีส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย

กรณีนี้สร้างผลกระทบไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะกับป้าแจ้วที่เครียดจนสุขภาพแย่ กระทบต่อครอบครัวและธุรกิจ แม้จะคืนเงินแล้ว แต่ความเชื่อมั่นในชุมชนอาจเสียหาย ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ก็ยังหวาดกลัวว่าจะเกิดซ้ำ แม้ทางเจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าเป็นแค่การเข้าใจผิด แต่จากแชทที่หลุด มันดูเหมือนมีแรงกดดันจริงๆ นะครับ ทำให้หลายคนสงสัยว่ามีการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก

ในมุมมองของผม เรื่องแบบนี้ในชุมชนท้องถิ่นมักเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าการสื่อสารไม่โปร่งใส ควรมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง เช่น การประชุมสาธารณะหรือแจ้งนิติกรรมชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นข่าวใหญ่โต สุดท้ายแล้ว จังหวัดกำแพงเพชรได้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการเร่งสอบสวน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

สำหรับเพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจในพื้นที่คล้ายๆ กัน แนะนำให้จดบันทึกทุกการทำธุรกรรม และถ้ามีปัญหา รายงานเจ้าหน้าที่ทันทีครับ คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนายนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่กันนะครับ ติดตามข่าวท้องถิ่นและอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – กำแพงเพชร เร่งสอบปม “ส่วยช่วยค่าน้ำมันรถนาย” เผยคืนเงินแล้ว แค่เรื่องเข้าใจผิด