วัน: 27 มีนาคม 2026

เซ็ตพีซอังกฤษช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก?

ความใส่ใจในรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติของโธมัส ทูเคิล จะกำหนดกลยุทธ์ของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกฤดูร้อนนี้ – แต่เซ็ตพีซของอังกฤษจะช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้หรือไม่?

พอล โรบินสัน ผู้รักษาประตูเก่าของอังกฤษและนักวิจารณ์ของ BBC Radio 5 Live เชื่อมั่นว่าการใช้เซ็ตพีซที่กลายเป็นหัวข้อร้อนในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอาร์เซนอลที่เป็นตัวอย่างชั้นนำ จะมีบทบาทสำคัญในการยุติการรอคอยถ้วยแชมป์ของทีมชายอังกฤษตั้งแต่ปี 1966

ในทีมอาร์เซนอลอย่างเดแคลน ไรซ์ และบูคาโย่ ซาก้า รวมถึงรีซ เจมส์ กัปตันเชลซี ทูเคิลมีตัวเริ่มต้นที่แน่นอนสามคนที่มีความสามารถในการเปิดลูกตั้งเตะที่อันตราย

โรบินสันบอกกับ BBC Sport ว่า “ผมเชื่อจริงๆ ว่าเซ็ตพีซของอังกฤษจะช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ ไม่มีภาพวาดบนถ้วยฟุตบอลโลก มันไม่สำคัญว่าจะชนะอย่างไร สำคัญคือชนะหรือไม่”

“ในฟุตบอลโลก เราจะพูดถึงช่องว่างเล็กน้อย โดยเฉพาะในรอบลึก เกมอาจตัดสินด้วยประตูเดียว เหตุการณ์เดียว หรือช่วงเวลาเดียว”

“ถ้ามีคนโยนบอลจากกลางสนามเข้าหน้าปากประตูหรือเปิดลูกตั้งเตะที่สมบูรณ์แบบและอันตราย ก็ต้องใช้มัน”

โรบินสันบอกว่าทูเคิลมีผู้เล่นเหล่านี้อยู่ในมือ และจะไม่ลังเลที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คือคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก

“มันชัดเจนมากในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่ทีมเล็กๆ” โรบินสันกล่าว “ดูผู้นำลีกสิ อาร์เซนอลมีชื่อเสียงเรื่องนี้ ใครเปิดลูกทุ่มและเซ็ตพีซที่อันตรายให้พวกเขา? เดแคลน ไรซ์และบูคาโย่ ซาก้า”

“แล้วดูคุณภาพการโหม่งของอังกฤษ ความสามารถในสถานการณ์เหล่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าทีมอื่นจะพร้อมรับมือ”

“มันยังช่วยด้านรับด้วย เพราะกองหลังอังกฤษคุ้นเคยกับเซ็ตพีซแบบนี้ การปะทะทางอากาศ ตลอดทั้งฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก”

“ทีมอื่นอาจมีผู้เล่นจากพรีเมียร์ลีก แต่ในฐานะทีมจะรับมืออย่างไร?”

เซ็ตพีซอังกฤษช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก?

การใช้เซ็ตพีซกลายเป็นเรื่องเล่าหลักในฤดูกาลนี้ โดยอาร์เซนอลใช้เป็นกลยุทธ์ชนะเกม

จากประตูทั้งหมด 845 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ 230 ลูกมาจากเซ็ตพีซ ไม่รวมลูกโทษ คิดเป็น 27%

ลีดส์ ยูไนเต็ดและท็อตแน่มมีเปอร์เซ็นต์สูงสุดที่ 35% จาก 37 และ 40 ประตูตามลำดับ

อาร์เซนอลยิงได้ 61 ลูก โดย 21 ลูก (34%) จากเซ็ตพีซ

ที่น่าสังเกต 9 แอสซิสต์ของไรซ์ในทุกรายการ 6 มาจากเซ็ตพีซ ส่วนเจมส์มี 6 แอสซิสต์ รวม 5 จากเซ็ตพีซ

นี่คือหลักฐานที่โรบินสันเชื่อว่าเป็น X-factor ของอังกฤษในฟุตบอลโลก โดยไม่สน “นักบริสุทธิ์” ที่อาจดูถูกแนวทางนี้

อังกฤษมีส่วนสูงและพละกำลังจากกองหลังอย่างแดน เบิร์นของนิวคาสเซิ่ล และแฮร์รี่ แม็กไกร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีประสิทธิภาพทั้งสองฝั่ง

แฮร์รี่ เคนและโดมินิค คัลเวิร์ต-เลวินที่หวนคืนก็เป็นภัยทางอากาศในเกมรุก – แรงขับที่โรบินสันเชื่อว่าทูเคิลจะใช้ประโยชน์

เขากล่าวว่า “อังกฤษอยากชนะ วิธีการจะไม่ถูกตรวจสอบ แฟนอังกฤษทุกคนเห็นด้วย แค่อยากผ่านเส้นให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร”

“ผมไม่ได้เสนอให้เปลี่ยนสไตล์ใหญ่โตของทูเคิล แค่ผสานเซ็ตพีซที่แข็งแกร่งของอังกฤษเข้ากับคุณภาพและสติปัญญากลยุทธ์ของเขา เพราะผมเชื่อจริงๆ ว่าเซ็ตพีซของอังกฤษจะช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้”

ทูเคิลและแนวโน้มเซ็ตพีซในพรีเมียร์ลีก

โรบินสันเชื่อว่าทูเคิลสมจริงและปฏิบัติได้พอที่จะเห็นพลังของเซ็ตพีซจากพรีเมียร์ลีก

“ทูเคิลดูพรีเมียร์ลีกเยอะ เขารู้เทรนด์” เขากล่าว “เขาโหด เขาทำตามสไตล์ตัวเอง ไม่แคร์ใคร ไม่สนวิจารณ์ถ้ามันชนะเกม”

“อาร์เซนอลเป็นยอดฝีมือเซ็ตพีซ พวกเขาต้นตารางลีก ลุ้นแชมเปี้ยนส์ลีก และสถิติดีที่สุดในประเทศ”

โรบินสันเชื่อว่าความหยิ่งยโสในฟุตบอลทำให้ลังเลที่จะยอมรับเซ็ตพีซเป็นตัวเปลี่ยนเกม

“มีหยิ่งยโสเรื่องเซ็ตพีซและทีมที่ใช้ แต่ปีนี้มันหายไปเพราะช่องว่างเล็กน้อย โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทุกคนหาขอบ แล้วเซ็ตพีซให้ขอบนั้นได้ – ทำไมไม่ทำ?”

“ฤดูกาลนี้อังกฤษมีผู้เล่นทำได้ นี่อาจเป็นช่องว่างที่ชนะเกม”

“เคยมีหยิ่งเพราะทีมไม่ต่อบอล 64 ครั้งก่อนยิง แต่ตอนนี้อาร์เซนอลทำ แม้แต่แซม อัลลาร์ไดซ์และต็องกี้ พูลิสที่ถูกเรียก long-ball merchants ตอนนี้ทีมใช้กลยุทธ์เขา”

“ผู้จัดการทีมคนหนึ่งเคยบอกกลุ่มผู้เล่น ‘ถ้าอยากยิงนาที 93 จะใส่บอลไหน?’ ใครสักคนบอก ‘ในกรอบก๊อก’ เขาบอก ‘งั้นทำนาทีแรกถ้าได้โอกาส'”

“ผมเชื่อว่าทูเคิลจะเห็นอันตรายจากเซ็ตพีซและใช้มัน”

คำถามหนึ่งคือ ผู้ตัดสินต่างชาติในฟุตบอลโลกจะยอมการปะทะในกรอบเขตโทษแบบพรีเมียร์ลีกที่มักไม่ลงโทษหรือ?

โรบินสันอธิบาย: “ผู้ตัดสินอังกฤษมีปัญหาการเคลื่อนไหวก่อนเปิดบอล พวกเขาหยุดและเตือน แต่ถ้าไม่มีผิดหลังเตะ ก็โอเค”

“ผู้ตัดสินต่างชาติบางคนอาจมองต่าง แต่บางคนปล่อย”

“ดูจากผู้เล่นและความเก่งเซ็ตพีซ อังกฤษมีข้อได้เปรียบที่ทิ้งไม่ได้ และทูเคิลคือคนโหดที่จะใช้ทุกข้อได้เปรียบเพื่อชนะเกมและฟุตบอลโลก”

เซ็ตพีซของอังกฤษจะช่วยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกจริงหรือ? มันอาจเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ คุณคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นด้านล่างและติดตามอัปเดตฟุตบอลโลก!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ปมกักตุนน้ำมัน

ปัญหาเศรษฐกิจไทยกำลังร้อนระอุ โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมือง เมื่อ “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

“มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ ทำเนียบรัฐบาล นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (คัดคอร์) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งทันที เหตุผลหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤตราคาน้ำมันแพงที่กระทบปากท้องประชาชนอย่างหนัก

สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันพุ่งสูง

นายมงคลกิตติ์ ชี้แจงในหนังสือร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินได้ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร และคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นเพิ่มอีกก่อนเทศกาลสงกรานต์ ไม่น้อยกว่า 15 บาทต่อลิตร สถานการณ์นี้ทำให้เกิดข้อสงสัยหนักว่า มีการกักตุนน้ำมันโดยกลุ่มบุคคลใกล้ชิดพรรคพวกของรัฐบาล ซึ่งเป็นการทุจริตชัดแจ้ง รัฐบาลถูกกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลย ไม่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงลิ่ว

ไม่ใช่แค่น้ำมันแพงเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร และสินค้าจำเป็นอื่นๆ เช่น ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศชะงักงัน ประชาชนตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

  • ค่าขนส่งสาธารณะและสินค้า: รถบรรทุก รถโดยสาร และแท็กซี่ต้องปรับราคา สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นตาม
  • ค่าอาหารและวัตถุดิบ: เกษตรกรต้องจ่ายปุ๋ยและน้ำมันเครื่องจักรกลแพง ส่งผลให้ราคาผักผลไม้เนื้อสัตว์สูง
  • ค่าไฟฟ้าและพลังงาน: โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงจะทำให้ค่าไฟแพงตาม
  • ผลกระทบต่อธุรกิจ SME: ผู้ประกอบการรายเล็กต้องแบกรับต้นทุนสูง เสี่ยงล้มละลาย
  • ความเดือดร้อนของประชาชน: ครอบครัวรายได้น้อยต้องลดการใช้รถ ลดคุณภาพชีวิต

นายมงคลกิตติ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลขาดความสามารถในการบริหารจัดการ หรือไม่ก็ตั้งใจปล่อยให้เกิดการฉ้อโกงประชาชน หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป มูลนิธิคัดคอร์จึงสรุปว่าต้องขับไล่ทันที เพื่อให้มีผู้นำที่เข้มแข็งเข้ามาแก้ไข

เหตุการณ์ “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน นี้ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทย ที่การทุจริตยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาประเทศ แม้จะมีหน่วยงานปราบปรามมากมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ โดยเฉพาะกับกลุ่มอิทธิพลในพรรครัฐบาล

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประชาชนต้องลุกขึ้นมาแสดงพลัง เรียกร้องความโปร่งใสจากผู้มีอำนาจ หากปล่อยไว้ วิกฤตเศรษฐกิจจะยิ่งลุกลาม สุดท้ายผู้เดือดร้อนคือคนไทยทุกคน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหากักตุนน้ำมัน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” จี้ “อนุทิน” ลาออก ชี้ปล่อยพรรคพวกทุจริตกักตุนน้ำมัน

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง เป็นประเด็นร้อนที่นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่น หลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นอย่างถุงพลาสติก น้ำมันพืช ถั่วลิสง และน้ำตาล ที่พุ่งสูงขึ้นทันที สถานการณ์นี้ทำให้ค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนา เพิ่มขึ้นอย่างหนัก

“ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ ได้แสดงความกังวลต่อวิกฤตนี้อย่างมาก โดยชี้ว่าประชาชนกำลังเผชิญภาระหนักจากราคาสินค้าที่พุ่งปรี๊ดหลังน้ำมันแพง สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายคือข้อมูลสต็อกปุ๋ยยูเรียที่รัฐบาลให้มาไม่ตรงกัน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ามีปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดกลับบอกว่าเหลือถึงแค่เดือนเมษายนเท่านั้น ข้อมูลขัดแย้งเช่นนี้สร้างความสับสนและหวั่นเกรงว่าจะซ้ำเติมชาวนาที่กำลังต้องการปุ๋ยสูตร 40-0-0 ในช่วงข้าวเจริญเติบโต

จี้ถามความชัดเจนเรื่องปุ๋ยยูเรีย

นายชัยชนะ ย้ำว่าต้องการความจริงจากรัฐบาล ว่าสต็อกปุ๋ยยูเรียเหลือเท่าไรจริงๆ และขอให้กรมการค้าภายในเปิดเผยต้นทุนการผลิตปุ๋ยของบริษัทต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าราคาจะพุ่งสูงกว่านี้อีกหรือไม่ ปุ๋ยยูเรียเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตรไทย หากขาดแคลนจะกระทบผลผลิตข้าวโดยตรง ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรและประชาชน

วิกฤตสินค้าราคาพุ่งไม่ใช่แค่เรื่องปุ๋ยเท่านั้น แต่ครอบคลุมสินค้าจำเป็นทั้งหมด เกษตรกรชาวนาต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่รายได้ไม่แน่นอน ประชาชนทั่วไปก็เจอค่าครองชีพพุ่ง โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 สถานการณ์นี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมใหญ่หลวง

เสนอ 3 มาตรการเหล็กสกัดสินค้าแพงเกินจริง

เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นายชัยชนะ เสนอ 3 มาตรการหลัก ดังนี้

  1. คุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค: รัฐต้องกำกับดูแลไม่ให้ปรับราคาสูงเกินจริง โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบตรงจากน้ำมัน เช่น ถุงพลาสติก รัฐควรเข้าไปพยุงราคาเพื่อบรรเทาภาระประชาชน
  2. กำหนดลดราคาตามน้ำมัน: หากราคาน้ำมันลดลงในอนาคต สินค้าที่ขึ้นไปแล้วต้องลดลงตามสัดส่วนทันที ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค
  3. แผนยุทธศาสตร์ระยะยาว: รัฐบาลต้องมีแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจชัดเจน ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ แต่ต้องมองการณ์ไกลเพื่อความยั่งยืน

มาตรการเหล่านี้จะช่วยสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายชัยชนะ ยังย้ำว่ารัฐบาลต้องตอบความจริงกับประชาชน และเร่งช่วยเหลือเกษตรกรให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้

มุมมองต่อ “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

จากประเด็นที่นายชัยชนะยกขึ้น สะท้อนปัญหาเชิงระบบของการจัดการสินค้าจำเป็นในไทย การขาดความโปร่งใสในข้อมูลสต็อกปุ๋ยยูเรียเป็นตัวอย่างชัดเจนที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น หากรัฐบาลนำ 3 มาตรการนี้ไปปฏิบัติจริง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มาก ผู้บริโภคควรติดตามการตอบสนองจากกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด

ในฐานะนักข่าวหรือนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงต้องปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์ประชาชนโดยตรง การเรียกร้องของ “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญ คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเหล่านี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ

สุดท้ายแล้ว รัฐบาลต้องลงมือจริง ไม่ใช่แค่พูด เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นในยุคเศรษฐกิจผันผวน

ที่มา – “ชัยชนะ” จี้ รมว.พาณิชย์ – รัฐบาลสยบวิกฤตสินค้าราคาพุ่ง

ศบก. เผย โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี ช่วย 3 ลูกเรือไทย

ศบก. เผย โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังตึงเครียด นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล โดยย้ำว่าสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงรุนแรง มีการโจมตีตอบโต้ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงกลุ่มฮูธีในเยเมนที่โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี

จุดสนใจหลักคือกรณีเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารีที่ประสบปัญหาในพื้นที่เสี่ยง ลูกเรือชาวไทย 3 นายติดค้างอยู่บนเรือ ศบก. ยืนยันว่า โอมานและอิหร่านได้ร่วมปฏิบัติการเข้าถึงเรือเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการกู้เรือขึ้นมา พร้อมช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 ราย โดยยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสถานการณ์การสู้รบยังรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นและมีทุ่นระเบิด

ล่าสุดมีรายงานว่าเรือเกยตื้นที่เกาะเกชม (Qeshm) ของอิหร่าน กระทรวงการต่างประเทศไทยกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโอมานและอิหร่าน ซึ่งทั้งสองประเทศรับปากว่าจะช่วยเหลือเต็มที่ ฝ่ายไทยขอให้มั่นใจในกระบวนการนี้ และจะอัปเดตข้อมูลทันทีที่มีความคืบหน้า

ความคืบหน้า โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี

นอกจากกรณีนี้ สถานการณ์โดยรวมในตะวันออกกลางยังเปราะบาง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานอิหร่านออกไปอีก 10 วัน จนถึง 6 เม.ย. โดยการเจรจากับอิหร่านกำลังไปด้วยดี ขณะที่อิสราเอลระงับการดำเนินคดีต่อบุคคลสำคัญของอิหร่านบางรายเพื่อรักษาช่องทางการทูต แต่รมว.กลาโหมอิสราเอลยืนยันสังหารผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการวางทุ่นระเบิด

ศบก. จึงขอเตือนคนไทยในพื้นที่ให้พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยด่วน ติดตามข่าวจากช่องทาง官方 และลงทะเบียนกับสถานทูตหรือกงสุลใหญ่ทันที เพื่อรับความช่วยเหลือหากจำเป็น

อัปเดตกรณีอื่นๆ ในตะวันออกกลาง

สำหรับร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ชาวไทยที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดในอิสราเอล ได้ถึงประเทศไทยแล้วในวันเดียวกันด้วยเที่ยวบิน LY 093 ของแอลอัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เวลา 12.45 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานไปรับ สถานทูตไทยในเทลอาวีฟยังย้ำให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวัง

ที่อิหร่าน สถานทูตไทยยังติดต่อคนไทยที่เหลืออยู่เพื่อให้ข้อมูลและช่วยเหลือ ในซาอุดีอาระเบีย สายการบินซาลามแอร์ของโอมานจะกลับมาเปิดเที่ยวบินที่สนามบินดัมมัมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางออกจากพื้นที่

  • สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง: โจมตีตอบโต้ต่อเนื่อง
  • สหรัฐฯ ชะลอโจมตีอิหร่าน: ขยายเวลา 10 วัน
  • อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการ IRGC: ผู้ต้องสงสัยวางทุ่นระเบิด
  • คนไทยกลับไทยหรือไปประเทศที่สามแล้ว: 1,501 คน

โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี ถือเป็นข่าวดีท่ามกลางความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศไทยขอย้ำให้ทุกคนในพื้นที่ตะวันออกกลางติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำทางการ และประเมินความเสี่ยงเป็นประจำ

ความเห็นส่วนตัว: แม้จะมีความคืบหน้าในบางกรณี แต่สถานการณ์โดยรวมยังอ่อนไหวมาก การเจรจาทางการทูตเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรง หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อสถานทูตไทยทันทีเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – ศบก. เผย โอมาน-อิหร่าน เตรียมกู้เรือมยุรี ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

ไอร์แลนด์เติบโต แม้พ่ายปราก

ไอร์แลนด์เติบโต แม้พ่ายปราก ในการแข่งขันเพลย์ออฟฟุตบอลโลกที่ดุเดือด ความรู้สึกหลากหลายของฟุตบอลทีมชาติที่ต้องเอาชีวิตรอดปรากฏชัดเจน เมื่อฝันร้ายของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ด้านฟุตบอลโลกจบลงด้วยความพ่ายแพ้จุดโทษอันน่าเจ็บปวดต่อสาธารณรัฐเช็ก

สัปดาห์เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นสุดขีด เมื่อแฟนบอลไอร์แลนด์นับพันคน – ส่วนใหญ่ไม่มีตั๋วเข้าสนาม – พากันบุกปราก หลังจากแคมเปญคัดเลือกที่ผันผวน จบลงด้วยชัยชนะสร้างแรงบันดาลใจเหนือโปรตุเกสและฮังการี แฟนๆ สวมชุด Parrott เดินทะลักเมืองหลวงเช็กด้วยความเชื่อมั่นว่า ทีมของ Heimir Hallgrimsson สามารถยุติการรอคอย 24 ปีสู่ฟุตบอลโลกได้

ช่วงแรกของรอบรองเพลย์ออฟวันพฤหัสบดีที่สนาม Fortuna Arena ดังกระหึ่ม สัญญาว่าจะเหนือกว่าเหตุการณ์สุดปลื้มหลังจบเกมที่บูดาเปสต์ จากประตูชัยท้ายเกมของ Troy Parrott ในเดือนพฤศจิกายน Parrott กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง ยิงจุดโทษนำ 1-0 ก่อนที่ประตูไข้ตัวของผู้รักษาประตูเช็ก Matej Kovar จะจุดฝันสู่รอบชิงชนะเลิศที่ดับลิน

แต่จากนั้น ความยินดีกลายเป็นความหงุดหงิด เมื่อ Ryan Manning ทำฟาวล์กัปตันเช็ก Ladislav Krejci ทำให้ Patrik Schick ยิงจุดโทษพลิกเกมในครึ่งแรกอันบ้าคลั่ง เกมตึงเครียด ผู้มาเยือนเกือบนำ 2 ลูกอีกครั้งจาก Jayson Molumby และ Parrott ก่อน Krejci โหม่งนาที 86 บังคับต่อเวลาพิเศษ

หลัง Sammie Szmodics ถูกหามออกจากสนามหลังปะทะกลางอากาศจนสลบ ไอร์แลนด์ตั้งสติได้ นำ 3-2 หลังยิงจุดโทษ 6 ลูก แต่ Finn Azaz และ Alan Browne ล้มเหลว เปิดทางให้ Jan Kliment จบเรื่องราวเศร้าของไอร์แลนด์ ส่งเช็กสู่รอบชิงกับเดนมาร์กวันอังคาร

ไอร์แลนด์เติบโต แม้พ่ายปราก

ไอร์แลนด์ไม่แปลกใจกับความเจ็บปวดจุดโทษ แต่ต่างจากสเปนในฟุตบอลโลก 2002 หรือสโลวาเกียในเพลย์ออฟยูโร 2020 ที่นำ 2-0 แล้วเสียการควบคุม “เราอยู่ในตำแหน่งดี” กัปตัน Nathan Collins บอก BBC Sport NI “เราบุกหนัก สร้างโอกาส กดดันดี เจ็บปวดพวกเขาบนลูกบอล จังหวะประตูแรกของพวกเขาพอดีตอนนั้น กระทบหนัก พวกเขาต่อสู้หนักครึ่งหลัง แต่เป็นจังหวะมากกว่าฝีมือ”

มีชะตากรรมบิดเบี้ยว เมื่อ Hallgrimsson เผยก่อนเกมว่าไม่ซ้อมจุดโทษ แต่ไม่กระทบ Parrott ที่ยิงเย็นชาในบูดาเปสต์และปราก แม้เจ้าถิ่นประท้วงนาน Idah และ Robbie Brady ตามมา แต่ Azaz และ Browne – ที่พลาดกับสโลวาเกีย – โดน Kovar เซฟ “พวกเขาคิดมากตอนนี้” Collins ที่โหม่งเสากรอบต้นเกม กล่าว “พูดอะไรไม่ได้มาก แต่กล้าหาญที่ยิง ไม่มีใครชี้หน้า”

ไอร์แลนด์เติบโต แม้พ่ายปราก: การเติบโตที่ชัดเจน

Hallgrimsson ที่ต่อสัญญาถึง 2028 จะนำทีมอุ่นเครื่องกับนอร์ทมาซิโดเนียวันอังคาร ก่อนเนชันส์ลีกกันยายน “คำเดียว: เจ็บปวด” ชาวไอซ์แลนด์วัย 58 กล่าว แต่เน้น “การเติบโต” ในทีมที่ฟื้นจากพ่ายอาร์เมเนีย คว้าชัย 3 นัดรวดสู่จุดนี้

Seamus Coleman วัย 37 อาจใกล้เลิก – แม้ไม่ยืนยัน – เป็นผู้เล่นเดียวในสตาร์ทเกิน 30 ชี้อนาคตสดใส หาก Hallgrimsson ปั้นผู้เล่นพีคต่อไป “เรานำสิ่งนี้ไป เราเล่นทีมอันดับฟีฟ้าสูงกว่าได้ อย่างโปรตุเกส ฮังการี ที่นี่ 3 ชัยรวดนานแล้วสำหรับทีมชาติ การเติบโตชัด สุกงอม พวกนี้เกมใหญ่ที่สุด สนับสนุนว่าไอร์แลนด์เติบโต แม้พ่ายปราก

ทีมไอร์แลนด์แสดงศักยภาพแม้พ่าย แต่บทเรียนจุดโทษต้องปรับปรุง การเติบโตนี้คือก้าวสำคัญสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ลองติดตามพัฒนาการทีมชาติไอร์แลนด์ในนัดต่อไป แล้วคุณจะเห็นอนาคตสดใส!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เด็กจอมลุยที่ถูกอดีตกัปตันอังกฤษสอดแนม

คุณเคยสงสัยไหมว่า ดาวรุ่งของฟุตบอลหญิงอย่าง Jess Park ก้าวสู่อาชีพนักเตะอาชีพได้อย่างไร? วันนี้เราจะพาคุณย้อนรอยเรื่องราวน่าทึ่งของ เด็กจอมลุยที่ถูกอดีตกัปตันอังกฤษสอดแนม เด็กสาวจากเมือง Brough ที่เริ่มต้นจากสนามหญ้าท้องถิ่น จนกลายเป็นกำลังสำคัญของ Manchester United และทีมชาติอังกฤษใน WSL

เด็กจอมลุยที่ถูกอดีตกัปตันอังกฤษสอดแนม

Jess Park คือชื่อที่แฟนฟุตบอลหญิงทั่วโลกกำลังจับตามอง เธอเกิดและเติบโตในเมือง Brough ทางตอนเหนือของอังกฤษ ที่นั่น เธอเริ่มเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ ในสวนหลังบ้านและสโมสรท้องถิ่นตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยสไตล์การเล่นที่กล้าหาญ ลุยแบบไม่กลัวใคร ทำให้เธอได้รับฉายา ‘daredevil child’ หรือ เด็กจอมลุย ที่ไม่เคยยอมแพ้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Steph Houghton อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษและนักเตะชื่อดังของ Manchester City สังเกตเห็นพรสวรรค์ของ Jess ระหว่างดูเด็กๆ เตะฟุตบอลในท้องถิ่น Steph ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวของ Jess ทันที และแนะนำให้เธอเข้าร่วมอะคาเดมี่ของ Sunderland ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ

เด็กจอมลุยที่ถูกอดีตกัปตันอังกฤษสอดแนม: เส้นทางสู่ WSL

หลังจากเข้าร่วม Sunderland Jess Park พัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็ว เธอลงเล่นในทีมเยาวชนและก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในวัยเพียง 16 ปี ฤดูกาล 2020-21 เธอช่วยทีมคว้าแชมป์ Women’s FA Cup และกลายเป็นดาวรุ่งที่ทุกสโมสรจับตา ในที่สุด Manchester United ก็ดึงตัวเธอมาอยู่ด้วยสัญญายาว ด้วยค่าตัวที่สูงสำหรับนักเตะเยาวชน

ที่ Old Trafford Jess Park ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เธอทำประตูและแอสซิสต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ฤดูกาลล่าสุด เธอช่วยทีม Manchester United จารึกชื่อในประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์สำคัญหลายรายการ นอกจากนี้ เธอยังติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ และมีส่วนร่วมในศึกยูโรหญิงที่อังกฤษเจ้าภาพ

  • เริ่มต้นจากสโมสรท้องถิ่นใน Brough
  • ถูก Steph Houghton สอดแนมและแนะนำสู่อะคาเดมี่
  • ก้าวสู่ Sunderland และคว้า FA Cup
  • ย้ายมาร่วม Manchester United และดังใน WSL
  • ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่

การขึ้นสู่จุดสูงสุดใน WSL

WSL หรือ Women’s Super League คือลีกฟุตบอลหญิงที่เข้มข้นที่สุดในโลก และ Jess Park คือตัวอย่างของนักเตะที่เติบโตจากล่างสุดสู่จุดสูงสุด สไตล์การเล่นของเธอที่ดุดัน กล้าเลี้ยงบอลทะลุแนวรับ ทำให้เธอเป็นที่รักของแฟนๆ Manchester United เธอทำได้ 10 ประตูและ 8 แอสซิสต์ในฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นสถิติที่น่าประทับใจสำหรับนักเตะวัย 22 ปี

นอกจากฟุตบอล Steph Houghton ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ Jess อย่างมาก Houghton เคยเล่าว่า ‘เธอคือเด็กที่กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า’ คำพูดนี้สะท้อนถึงบุคลิกของเด็กจอมลุยคนนี้ได้ดี

แมตช์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

อย่าพลาดการแข่งขัน Manchester United พบ Manchester City ใน WSL วันที่ 28 มีนาคม เวลา 13:15 GMT ถ่ายทอดสดทาง BBC One และ iPlayer (สำหรับผู้ใช้ใน UK) Jess Park จะได้ลงสนามในศึกแดงเดือดหญิง ที่แฟนๆ รอคอย

เรื่องราวของ Jess Park แสดงให้เห็นว่า ความฝันในฟุตบอลหญิงไม่ได้ไกลเกินเอื้อม ถ้าคุณมีความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ ในอนาคต เธออาจกลายเป็นสตาร์ระดับโลกได้เลย

ติดตามเส้นทางของ เด็กจอมลุยที่ถูกอดีตกัปตันอังกฤษสอดแนม ต่อไป และอย่าลืมเชียร์ทีมโปรดของคุณใน WSL นะ!

คำแนะนำ: ถ้าคุณเป็นโค้ชหรือผู้ปกครอง ลองส่งลูกหลานไปเตะฟุตบอลท้องถิ่นดู บางทีเขาอาจเป็น Jess Park คนต่อไป

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือศูนย์ ราคาเบนซินร่วง 25%

เพื่อนๆ ที่กำลังกังวลกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงท่ามกลางวิกฤตโลก วันนี้มีข่าวดีจากเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟังครับ เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือศูนย์ ราคาเบนซินร่วง 25% เลยทีเดียว! รัฐบาลเวียดนามออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์พลังงานที่ตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ประชาชนโล่งใจทันที นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่รวดเร็วและได้ผลจริงๆ

เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือศูนย์ ราคาเบนซินร่วง 25%

กระทรวงพาณิชย์ของเวียดนามประกาศอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจระงับการเก็บภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล หรือแม้แต่น้ำมันอากาศยาน โดยปรับอัตราภาษีลงเหลือ 0% ทันที มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ไปจนถึง 15 เมษายนนี้ มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นทางออกที่ฉับไวที่สุดในการรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันและรับประกันความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันในเวียดนามพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะหลังจากเกิดความขัดแย้งรุนแรงที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันทั่วโลก รัฐบาลเวียดนามเคยต้องปรับราคาน้ำมันถึง 2 ครั้งในวันเดียวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็เลือกใช้วิธีหั่นภาษีแบบนี้เพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนและภาคธุรกิจ

ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

มาดูตัวเลขกันชัดๆ เลยครับ หลังจาก เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือศูนย์ ราคาเบนซินร่วง 25% แล้ว ราคาขายปลีกใหม่ตั้งแต่วันศุกร์นี้เป็นต้นไป มีดังนี้:

  • น้ำมันเบนซินออกเทน 95: ลดจาก 32,957 ดอง เหลือ 24,332 ดองต่อลิตร (ประมาณ 30.34 บาท) ลดลงกว่า 26%
  • น้ำมันดีเซล: ลดลงเหลือ 35,440 ดองต่อลิตร (ราว 44.19 บาท) ลดลงกว่า 15%
  • น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน: ได้รับผลดีเช่นกัน แต่ยังไม่ประกาศตัวเลขชัดเจน

ตัวเลขเหล่านี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน และเป็นการลดลงที่เห็นผลทันตา ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเวียดนามประหยัดเงินได้เยอะมาก โดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ ขนส่งสินค้า และประชาชนทั่วไป

สาเหตุเบื้องหลังวิกฤตพลังงานโลก

ทุกอย่างเริ่มต้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่านที่สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงสุดในรอบหลายปี เวียดนามซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศถึง 70% จึงได้รับผลกระทบหนักหน่วง ราคาดีเซลเคยพุ่งเกือบเท่าตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไม่ใช่แค่น้ำมันนะครับ สถานการณ์นี้ยังกระทบต่อราคาอาหาร พลาสติก และสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบ ทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูง รัฐบาลเวียดนามจึงต้องออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ในมุมมองของผม การที่เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือศูนย์แบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการตัดสินใจที่กล้าหาญและประชานิยมในทางบวก มันช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทันที แม้จะเสียรายได้ภาษีชั่วคราว แต่แลกกับเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากกว่า สำหรับประเทศไทยเราเองที่กำลังเผชิญราคาน้ำมันแพงเหมือนกัน บางทีอาจถึงเวลาพิจารณามาตรการคล้ายๆ กันบ้างไหมนะ? ลองคิดดูครับ

ถ้าคุณชอบข่าวอัปเดตเศรษฐกิจและพลังงานแบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และสมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ! ความเห็นของคุณสำคัญมาก คอมเมนต์บอกหน่อยว่าคิดอย่างไรกับมาตรการของเวียดนาม

ที่มา – เวียดนามสั่งหั่นภาษีสิ่งแวดล้อมเหลือ “ศูนย์” ดึงราคาเบนซินร่วงกว่า 25%

ส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGE

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามาส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGEกันแบบละเอียดยิบเลยนะ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ที่กำลังมาเยือน Mazda จัดเต็มมากๆ ทั้งกิจกรรมสุดชิคและโปรโมชั่นรถไฟฟ้าที่ใครๆ ก็อยากได้ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

ส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGE แบบจุใจ

เริ่มจากบูธ Mazda ในงาน Motor Show 2026 ที่ IMPACT ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี วันที่ 25 มี.ค. – 5 เม.ย. 2569 Mazda จัด MAZDA6e VIP DAY สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญลูกค้าคนพิเศษมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณแบรนด์ผ่าน 3 กิจกรรมเด็ดใน Experience Zone

  • AI PHOTO BOOTH EXPERIENCE: ถ่ายรูปที่ระลึกด้วย Photo Booth AI สุดล้ำ
  • JAPANESE TEA CEREMONY EXPERIENCE: ชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ พักผ่อนหย่อนใจ
  • ORIZURU WORKSHOP: พับนกโอริซูรุ สัญลักษณ์ความหวังและสันติภาพ ส่งต่อไปฮิโรชิม่าแทนคนไทย

ใครลงทะเบียนเข้าร่วม 300 คนแรก รับของแถมสุดหรู Mazda6e Leather Phone Stand ฟรี! สร้างความสุขทุกช่วงชีวิตตามปรัชญา “Joy Drives Lives” ของ Mazda เลยล่ะ

กิจกรรม Mazda6e VIP DAY

รายละเอียดโปรฯ พิเศษ MAZDA 6e ในงาน

ไฮไลต์หลักคือส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGE สำหรับ The All-Electric Mazda6e รถไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกจาก Mazda ในไทย ASEAN Premiere เลยนะ! เลือกได้ 2 รุ่น

  • รุ่น Premium: 1,169,000 บาท
  • รุ่น Exclusive: 1,199,000 บาท

ข้อเสนอสุดคุ้มที่ห้ามพลาด:

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.78%
  • ประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรี
  • Home Charger จาก ABB สวิตเซอร์แลนด์ + ติดตั้งฟรีทั่วประเทศ
  • Mazda Connectivity 5 ปี
  • Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) 8 ปี/160,000 กม. รวมรับประกันรถ แบตเตอรี่, บำรุงรักษา, ช่วยเหลือ 24 ชม.
Mazda6e โปรโมชั่นพิเศษ

นอกจากนี้ยังมี The All-New Mazda CX-6e SUV อนาคต ASEAN Premiere มาให้ดูใกล้ๆ และ New Mazda CX-30 Signature Spirit รุ่นสปอร์ตพิเศษ

สำหรับรถ Mazda ทุกรุ่น ไม่ว่าจะรถนั่ง CX-Series หรือปิกอัพ มีแคมเปญเด็ด:

  • ส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 60 เดือน
  • ประกันชั้น 1 ฟรี
  • Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี
  • ขยายรับประกัน 5 ปี/150,000 กม.
  • ของพรีเมี่ยมฟรี + บัตรน้ำมัน 20,000 บาท สำหรับ Mazda Family
Mazda CX-30 Signature Spirit

บูธออกแบบคอนเซ็ปต์ “Joy of Driving Creates a Richer Life” ให้ลูกค้าได้สัมผัสความสุขในการขับขี่ที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น พื้นที่ Experience Zone + โซนเล่าเรื่อง Mazda ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

มุมมองส่วนตัวนะ รถไฟฟ้า Mazda6e นี่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะโปร e-MUS 8 ปีที่ครอบคลุมทุกอย่าง แบตเตอรี่ไม่ต้องกังวล เหมาะสำหรับคนอยากเปลี่ยนมาใช้ EV แบบมั่นใจ

รีบไปบูธ A5 หรือโชว์รูม Mazda ใกล้บ้าน จองเลยวันนี้รับโปรเดียวกัน! อย่าพลาดส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGEนะเพื่อนๆ

ที่มา – ส่องโปรฯพิเศษ MAZDA 6e PREMIERE PACKAGE

KPI Poll: คนไทยเสียงแตก รัฐบาลรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก เชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลใหม่รับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กำลังสร้างแรงกระเพื่อมมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้าแสดงให้เห็นว่าประชาชนไทยมีความกังวลหนักหน่วง แต่ความเชื่อมั่นในรัฐบาลใหม่ยังเสียงแตกไม่ลงตัว

KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก เชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลใหม่รับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้

วันที่ 27 มีนาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้าได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความเชื่อมั่นและความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll เป็นผู้มอบนโยบายสำคัญ KPI Poll ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโพลเชิงวิชาการที่สะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยหลักการ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานสูง ไม่ชี้นำ แต่ฟังเสียงประชาชน เพื่อเป็นคลังสมองทางประชาธิปไตยของสังคมไทย

การสำรวจดำเนินการระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2569 กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 2,000 ตัวอย่าง กระจายตามภูมิภาค บทสรุปสำคัญมีดังนี้

ผลกระทบที่ประชาชนกังวลมากที่สุดจากวิกฤตสหรัฐ-อิหร่าน

จากผลสำรวจโดย Line Today พบว่า:

  • 78.9% กังวลเรื่องราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูง โดยเฉพาะขนส่ง อาหาร และค่าเดินทาง ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่าง
  • 9.3% กังวลข้อมูลเท็จและข่าวลวงที่อาจทำให้สังคมตื่นตระหนกหรือแตกแยก
  • 5.8% กังวลความเสี่ยงด้านพลังงานและสินค้านำเข้า-ส่งออกที่สะดุดจากเส้นทางเดินเรือ
  • 5.4% กังวลความเสี่ยงก่อการร้ายหรือความไม่สงบที่ลุกลาม
  • 0.6% กังวลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศและแรงงานในตะวันออกกลาง

สะท้อนว่าประชาชนกว่า 3 ใน 4 ห่วงปากท้องมากกว่ามิติความมั่นคง ขณะที่ข่าวลวงติดอันดับสอง แสดงถึงความกังวลเรื่องความสับสนและความแตกแยกจากสื่อที่คลาดเคลื่อน

ความเชื่อมั่นในรัฐบาลใหม่: เสียงแตกสูสี

KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก 46.2% ค่อนข้างเชื่อมั่นหรือเชื่อมั่นมากในรัฐบาลใหม่ว่าจะรับมือผลกระทบได้ ขณะที่ 40.4% ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเลย และ 13.4% ไม่แน่ใจ แม้เชื่อมั่นนำเล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลสอบผ่าน ต้องพิสูจน์ด้วยผลงานจริง

กลุ่มคนที่ไม่เชื่อมั่น: คนกรุงและ Gen Z สวนทางคนใต้และวัยเก๋า

ภาคใต้เชื่อมั่นสูงสุด 70.4% รองลงมา东北 53.9% เหนือ 36.8% แต่กรุงเทพฯ ไม่เชื่อมั่นสูงสุด 57.6% กลาง 56.0% ตะวันออก 51.7%

วัย Baby Boomer 53.1% Gen X 47.6% Gen Y 47.1% แต่ Gen Z ไม่เชื่อมั่นสูงสุด 49.0% ความไม่เชื่อมั่นจากคนเมือง คนรุ่นใหม่ พื้นที่เศรษฐกิจใหญ่ มาจากความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ ข้อมูลข่าวสารหนาแน่น และคาดหวังรัฐสูง รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารโปร่งใส รวดเร็ว และมาตรการจับต้องได้

ประชาชนหนุนรัฐบาลวางตัวเป็นกลาง โฟกัสช่วยคนไทย

52.5% หนุนวางตัวเป็นกลาง เน้นช่วยคนไทยและผลประโยชน์ชาติ 16.3% เน้นมาตรการเศรษฐกิจรับกระแทก 12.8% ประสานความมั่นคง-ข่าวกรอง 7.3% ทูตเชิงรุก 11.1% ไม่แน่ใจ ประชาชนต้องการความเป็นกลางแบบมีภารกิจ เพื่อปกป้องปากท้องและเศรษฐกิจ

บทสรุป KPI Poll ครั้งที่ 14 ผลสำรวจนี้เป็นบททดสอบรัฐบาลใหม่ในการปกป้องประชาชนจากวิกฤตตะวันออกกลาง แม้เชื่อมั่นนำเล็กน้อย แต่ยังต้องเร่ง 1) มาตรการลดค่าครองชีพ 2) สื่อสารชัดเจน 3) แสดงผลจริง เพื่อไม่ให้วิกฤตโลกกลายเป็นวิกฤตครัวเรือน

ในมุมมองผู้เขียน KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก เชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลใหม่รับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้ นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด่วน ชวนผู้อ่านติดตามการอัปเดตมาตรการรัฐบาลและสำรวจ KPI Poll ครั้งต่อไป เพื่อเห็นภาพรวมความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก เชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลใหม่รับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้