วัน: 27 มีนาคม 2026

ผู้จัดการทีมท็อตแนม โฮ เซ็นสัญญาระยะยาวใหม่

ผู้จัดการทีมท็อตแนม โฮ เซ็นสัญญาระยะยาวใหม่

ผู้จัดการทีมท็อตแนม โฮ เซ็นสัญญาระยะยาวใหม่กับสโมสรในศึกวูเมนซ์ ซูเปอร์ลีก (WSL) แล้ว โดยอายุ 35 ปี เข้าร่วมทีมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 จากสโมสรนอร์เวย์ SK Brann และทำผลงานได้น่าประทับใจในฤดูกาลแรก

ปัจจุบัน สเปอร์สอยู่อันดับ 5 ในตาราง WSL ชนะ 9 จาก 18 นัด และเหลือ 4 นัด จะแซงสถิติคะแนนสูงสุด 32 คะแนนที่ทำไว้ในฤดูกาล 2021-22 ได้ ห่างจากอาร์เซนอลอันดับ 4 เพียง 6 คะแนน (อาร์เซนอลมีแข่งค้าง 2 นัด) และทั้งสองทีมจะพบกันในวันเสาร์นี้ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (17:30 GMT)

ผู้จัดการทีมท็อตแนม โฮ เซ็นสัญญาระยะยาวใหม่: ความสำเร็จและอนาคต

โฮ ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยโค้ชแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากทีมทำผลงานได้ดี เขากล่าวว่า “ผมภูมิใจมากที่ได้ต่อสัญญากับท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ขอบคุณสโมสรที่เชื่อมั่นในตัวผม การมีวิสัยทัศน์ร่วมกันสำคัญมากในการสร้างทีมที่มีเป้าหมายชัดเจน ตั้งแต่มาถึง ผมเห็นวิสัยทัศน์ของสโมสรชัดเจน เราวางรากฐานด้านตัวตน มาตรฐาน และวิธีการทำงานทุกวันแล้ว มีความก้าวหน้า แต่ยังมีอีกมากที่ต้องทำ”

ผลงานน่าประทับใจของโฮกับท็อตแนม

ตั้งแต่โฮเข้ามาคุมทีม ท็อตแนมแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ชัดเจน ในลีกหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พวกเขาคว้าชัยชนะหลายนัดสำคัญ และกำลังลุ้นท็อปโฟร์ ฤดูกาลนี้ สเปอร์สเล่นเกมรุกที่ดุดันและตั้งรับแน่นแฟ้น ทำให้แฟนบอลตื่นเต้น นอกจากนี้ โฮยังเน้นพัฒนานักเตะเยาวชน ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความยั่งยืน

การตัดสินใจต่อสัญญากับโฮแสดงถึงความมุ่งมั่นของบอร์ดบริหารท็อตแนมในการสร้างทีมหญิงที่แข็งแกร่ง แฟนบอลสเปอร์สต่างคาดหวังว่าจะเห็นทีมก้าวสู่ระดับสูงสุดใน WSL และยุโรปในอนาคตอันใกล้

การแข่งขัน WSL ฤดูกาลนี้: ท็อตแนมลุ้นท็อปโฟร์

ฤดูกาล WSL 2025-26 ดุเดือดสุดๆ เชลซีนำเป็นจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ตามมา อาร์เซนอลอันดับ 4 และท็อตแนมไล่จี้ การพบกันระหว่างท็อตแนมกับอาร์เซนอลนัดนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากสเปอร์สชนะ จะลดช่องว่างและเพิ่มโอกาสลุ้นยูฟ่า วูเมนส์ แชมเปี้ยนส์ลีก

  • ท็อตแนม: 9 ชัยชนะจาก 18 นัด
  • ใกล้ทำลายสถิติคะแนนสูงสุด
  • ห่างอาร์เซนอล 6 คะแนน

โฮนำทีมด้วยปรัชญาการเล่นที่เน้นครองบอลและ pressing สูง ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นท็อตแนมอย่าง Bethany England และ Jessica Naz นักเตะเหล่านี้พัฒนาขึ้นมากภายใต้การคุมทีมของเขา

อนาคตของผู้จัดการทีมท็อตแนม โฮ เซ็นสัญญาระยะยาวใหม่

ด้วยสัญญาใหม่ โฮจะอยู่กับทีมอีกหลายปี คาดว่าจะเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ เพื่อลุ้นแชมป์ WSL การลงทุนในทีมหญิงของท็อตแนมเพิ่มขึ้น ทำให้สโมสรกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ในขณะที่ฟุตบอลหญิงเติบโตทั่วโลก แฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบ WSL ก็ตื่นเต้นกับข่าวนี้

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของโฮในการอยู่ต่อเป็นสัญญาณบวกสำหรับท็อตแนม แฟนบอลควรติดตามนัดใหญ่กับอาร์เซนอล และสนับสนุนทีมให้มากขึ้นเพื่อเป้าหมายท็อปโฟร์ ลองติดตามการแข่งขันและอัปเดตผลบอลหญิงได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ งวด 1/4/69

คอหวยทั่วประเทศตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อมีโอกาสส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯทั้งป้ายแดงและป้ายขาว เพื่อนำไปลุ้นโชคในงวดวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ หวังจะรวยทันก่อนฉลองสงกรานต์แบบปังๆ วันนี้เราจะพาไปดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยนะ

ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ ป้ายแดง
ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ ป้ายขาว

ส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ช่วงบ่าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยเวลา 14:15 น. ท่านนายกฯ ขับรถไฟฟ้าด้วยตัวเองเข้ามา และที่ทุกคนตื่นเต้นคือ ทะเบียนรถที่เปลี่ยนจากป้ายแดงเป็นป้ายขาวแล้ว! คอหวยเห็นแล้วไม่รอช้า รีบส่องส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯทันที

เลขเด็ดจากทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ ป้ายแดงและป้ายขาว

รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีคือยี่ห้อ BYD รุ่น SEALION 7 สีเทาเข้ม ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ตคูเป้สุดหรู ก่อนหน้านี้ใช้ป้ายทะเบียนแดง ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ส่วนล่าสุดเปลี่ยนเป็นป้ายขาว จต 32 กรุงเทพมหานคร นี่แหละที่กลายเป็นเลขเด็ดประจำงวด!

  • ป้ายแดง ฎ 9798: เลขท้าย 2 ตัว 98, 3 ตัว 798, 979, 97-98 ชุดบน-ล่างยอดฮิต
  • ป้ายขาว จต 32: เลขเด่น 32, 23, จต32 (ตีเป็น 23 หรือ 32), 3-2 ชุดเล็กๆ แต่แจกบ่อย
  • เลขข้างเคียง: 97, 79, 98, 31, 33 ที่คอหวยชอบจับคู่

ทำไมคอหวยถึงชอบส่องเลขจากทะเบียนรถคนดังอย่างนายกฯ ล่ะ? เพราะเชื่อว่ามีพลังแห่งโชคลาภติดตัว ตามประเพณีไทยที่เลขจาก VIP มักให้โชคจริงๆ อย่างในอดีตหลายงวดที่เลขทะเบียนนักการเมืองดังออกตรงๆ

รู้จัก BYD SEALION 7 รถไฟฟ้าของนายกฯ

BYD SEALION 7 เป็นรถไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในไทย ด้วยระบบ DM-i Plug-in Hybrid ให้ระยะทางไกลกว่า 1,000 กม. ต่อถัง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าถึง 320 ตัว เร่ง 0-100 ใน 5.9 วินาที ราคาเริ่มต้นราว 1.3 ล้านบาท เหมาะกับไลฟ์สไตล์นายกฯ ที่เน้นประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การที่นายกฯ เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าแบบนี้ ยังเป็นสัญญาณดีให้คนไทยหันมาใช้ EV มากขึ้นด้วยนะ

นอกจากนี้ งวด 1/4/69 นี้ใกล้สงกรานต์ บรรยากาศคึกคัก คอหวยยิ่งลุ้นหนัก ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดอยู่ ลองนำเลขจากส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯไปลุ้นดูสิ บางคนตีเลขแม่น้ำ: 32-98, 79-32, 997, ฯลฯ

แต่จำไว้นะ การเสี่ยงโชคต้องมีสติ อย่าลงทุนเกินตัว เลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกกฎหมายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและสนับสนุนสาธารณูปโภค

ส่วนตัวผมคิดว่าเลข 32 จากป้ายขาวน่าจะมาแรงที่สุด เพราะเป็นเลขใหม่เอี่ยม สดๆ ร้อนๆ จากนายกฯ ถ้าถูกขึ้นมาล่ะก็ รวยก่อนปีใหม่ไทยแน่นอน! คุณล่ะ เลขไหนเข้าตา? มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนคอหวย ถ้าถูกหวยแล้วรวย อย่าลืมมาเล่าให้ฟังนะ สู้ๆ ลุ้นโชคดีทุกคน!

ที่มา – ส่องเลขเด็ด ทะเบียนรถไฟฟ้านายกฯ ทั้งป้ายแดง-ป้ายขาว ลุ้นเสี่ยงโชคงวด 1/4/69

จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ลดการบ้าน ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก

สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่เด็กๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันทางการศึกษา จีนได้ตัดสินใจก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วย จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการปฏิวัติระบบการศึกษาของมหาอำนาจเศรษฐกิจหมายเลขหนึ่งของโลก เพื่อให้เด็กๆ ได้มีชีวิตที่มีสมดุลมากขึ้น

จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

กระทรวงศึกษาธิการจีนประกาศกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 27 มีนาคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจของนักเรียน โดยห้ามโรงเรียนมอบหมายการบ้านเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสมอย่างเด็ดขาด และห้ามใช้เวลาพักผ่อนของเด็กในการเรียนการสอนเด็ดขาด นี่คือการพลิกโฉมค่านิยมเก่าของสังคมจีนที่เคยเน้นการเรียนหนักเพื่อคะแนนสูงสุดเท่านั้น

ปัญหาหลักที่รัฐบาลจีนมุ่งแก้คือภาระการบ้านหนักหน่วงที่ทำให้เด็กนอนดึก พักผ่อนไม่พอ ส่งผลให้เกิดอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ในเยาวชน ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่านี่เป็นปัญหาเรื้อรังทั่วประเทศ ดังนั้นนโยบายจึงกำหนดให้โรงเรียนต้องควบคุมปริมาณการบ้านอย่างเคร่งครัด

มาตรการเด่นในนโยบายปฏิรูปการศึกษาของจีน

  • เพิ่มเวลาออกกำลังกาย: นักเรียนประถมและมัธยมต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวันในวันเรียน
  • ห้ามสอนล่วงหน้า: โรงเรียนอนุบาลห้ามใช้เนื้อหาชั้นประถมมาสอนเด็กเล็ก
  • ลดการสอบ: ห้ามสอบบ่อยเกินจำเป็น ห้ามสอบคัดเลือกเข้าเรียนในระดับประถม-มัธยม
  • ไม่ใช้คะแนนเป็นตัววัดครู: ห้ามให้รางวัลหรือลงโทษครูจากคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียน
  • ปกป้องเวลาพัก: ห้ามกักตัวนักเรียนในห้องช่วงพัก ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม

นโยบายเหล่านี้สอดคล้องกับการเพิ่มวันหยุด เช่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิและร่วง ตัวอย่างชัดเจนคือวิทยาลัยอาชีวศึกษาการบินเสฉวนตะวันตกเฉียงใต้ที่ประกาศวันหยุด 6 วันระหว่าง 1-6 เมษายน ภายใต้ธีม “จงออกไปชมดอกไม้และดื่มด่ำกับความรัก” เพื่อส่งเสริมการพักผ่อน การแต่งงานของคนรุ่นใหม่ และกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผลกระทบและประโยชน์ต่อเยาวชนจีน

การปฏิรูปนี้คาดว่าจะลดอัตราการป่วยทางจิตเวชในเด็ก ซึ่งปัจจุบันสูงขึ้นอย่างน่าตกใจจากแรงกดดัน Gaokao (สอบเข้ามหาวิทยาลัย) ที่โหดร้าย เด็กๆ จะได้เวลานอนมากขึ้น พักผ่อนเต็มที่ และพัฒนาทักษะชีวิตแทนการท่องจำอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังช่วยให้ครอบครัวมีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น สังคมจีนที่เคยยกย่อง “เด็กเรียนเก่ง” เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “เด็กสุขภาพดี”

เมื่อเทียบกับประเทศไทย เราก็มีปัญหาคล้ายกัน เด็กไทยทำการบ้านเยอะ สอบบ่อย กดดันจากผู้ปกครองและโรงเรียนกวดวิชา นโยบายจีนนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กระทรวงศึกษาฯ พิจารณาปรับปรุง เช่น ลดการบ้าน ลดชั่วโมงเรียน เพิ่มกิจกรรมกีฬา เพื่อให้เด็กไทยมีสุขภาพจิตแข็งแรง สามารถแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้

สุดท้าย นี่คือก้าวสำคัญของจีนที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจสุขภาพประชากรรุ่นใหม่ การปฏิรูปการศึกษาที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางจะนำไปสู่สังคมที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับ จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน ? ลองแชร์ประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

“อนุทิน” เข้าทำเนียบ ประชุมผู้ว่าฯ รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาว

“อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาวแล้ว เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวันนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าคันโปรด ซึ่งเป็นวันที่ 3 แล้ว และมีการเปลี่ยนทะเบียนจากป้ายแดงเป็นป้ายขาวเรียบร้อย ก่อนจะเป็นประธานการประชุมสำคัญกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

“อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาวแล้ว

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเรียบร้อย โดยวันนี้เป็นวันที่ 3 ของการใช้รถคันนี้ในการปฏิบัติราชการ ที่น่าสนใจคือ รถไฟฟ้าคันดังกล่าวได้เปลี่ยนจากทะเบียนป้ายแดง ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร เป็นทะเบียนป้ายขาว จต 32 กรุงเทพมหานคร เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานอย่างเป็นทางการในฐานะยานพาหนะของรัฐ

การเปลี่ยนป้ายทะเบียนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะป้ายขาวสำหรับรถของรัฐบาลจะช่วยให้การเคลื่อนไหวสะดวกยิ่งขึ้น และเป็นสัญลักษณ์ของการยกระดับการใช้งานรถไฟฟ้าในระดับผู้บริหารสูงสุด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ถือเป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก โดยรถไฟฟ้าคันนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

รายละเอียด “อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

หลังจากเข้าทำเนียบฯ แล้ว นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมด้วย การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามสถานการณ์น้ำมันในแต่ละจังหวัด เพื่อตรวจสอบว่ามีการขาดแคลนหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบข้อมูลกับส่วนกลาง

ที่สำคัญ ในที่ประชุมมีการกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนตรวจสอบปัญหาการกักตุนน้ำมันและการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด สถานการณ์น้ำมันในขณะนี้กำลังเป็นประเด็นร้อน เนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน

ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้

การประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยใช้เทคโนโลยีวิดีโอเพื่อเชื่อมโยงทุกจังหวัดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว นอกจากสถานการณ์น้ำมันแล้ว ยังมีการหารือเรื่องการจัดการทรัพยากรพลังงาน การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และมาตรการป้องกันการเก็งกำไร

  • ติดตามปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละจังหวัด
  • ตรวจสอบคลังน้ำมันและสถานีบริการ
  • ปราบปรามการกักตุนและการส่งออกผิดกฎหมาย
  • วางแผนกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ขาดแคลน
  • ส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ยังได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ปัญหาน้ำมันกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยจะมีมาตรการเร่งด่วนออกมาในเร็วๆ นี้ การใช้รถไฟฟ้าของท่านเองก็เป็นการสื่อสารที่น่าสนใจ ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันและเป็นต้นแบบให้ข้าราชการและประชาชน

รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาว: สัญญาณของนโยบายสีเขียว

การที่รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาวแล้ว ไม่เพียงสะดวกในการใช้งาน แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างจริงจัง ประเทศไทยตั้งเป้าผลิตรถ EV 30% ภายในปี 2030 และนายกฯ อนุทินกำลังนำร่องด้วยตัวเอง สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สร้างงาน และลดมลพิษทางอากาศ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาวแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผสมผสานระหว่างการแก้ปัญหาเร่งด่วนเรื่องน้ำมันและวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านพลังงานสะอาด ประชาชนควรติดตามผลการประชุมนี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน

คุณคิดอย่างไรกับการใช้รถไฟฟ้าของนายกฯ และสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่ของคุณ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงเพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รถไฟฟ้าเปลี่ยนป้ายขาวแล้ว

สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท หลังโสภณประกาศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวเด็ดในวงการการเมืองที่หลายคนรอคอย นั่นคือ สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท แล้ว! หลังจากที่ “โสภณ” หรือนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกประกาศเรื่องการแต่งกายของ สส. ในที่ประชุม เพื่อช่วยประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นี่เป็นมาตรการที่เจ๋งมากเลยนะครับ เพราะอากาศบ้านเราร้อนขนาดนี้ สวมสูทเข้าไปคงเหงื่อแตกพลั่กแน่ๆ

สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท หลัง “โสภณ” ออกประกาศ

ประกาศนี้ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงทั่วโลก ส่งผลให้ไทยต้องเผชิญปัญหาพลังงานแพงขึ้น สภาฯ จึงปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า และผ่อนผันการแต่งกายให้ สส. สวมเสื้อผ้าบางเบาขึ้น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นี่ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัด แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้หน่วยงานอื่นๆ ทำตามด้วย

สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท เริ่มได้เลยตั้งแต่เมื่อไหร่?

ประกาศนี้มีผลทันที จนกว่าจะมีระเบียบใหม่ตามข้อบังคับสภา พ.ศ. 2562 อาศัยอำนาจประธานสภา นายโสภณชี้แจงชัดเจนว่าเป็นมาตรการเข้มข้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ช่วยลดค่าไฟ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่พุ่งสูง

หลักการแต่งกายใหม่สำหรับ สส. ในสภา

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ เราสรุปการแต่งกายที่อนุญาตใหม่ให้ดังนี้:

  • ชุดผ้าไทยทั้งแบบผู้ชายและผู้หญิง
  • เสื้อเชิ้ตสีสุภาพ ผูกเนกไท
  • กางเกงผ้าขายาวสีสุภาพ
  • กระโปรงสีสุภาพ (สำหรับ สส. หญิง)

ไม่ต้องสวมสูทหรือเบลเซอร์อีกต่อไป ทำให้ สส. ดูผ่อนคลาย สบายตัวมากขึ้น โดยยังคงความสุภาพเรียบร้อยไว้ นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้การประชุมสภาฯ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน

ประโยชน์ของมาตรการ สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท

นอกจากประหยัดพลังงานแล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกเพียบ เช่น

  • ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว: สส. ไม่ต้องซื้อสูทใหม่ๆ ราคาแพง
  • สุขภาพดีขึ้น: ลดความเสี่ยงฮีทสตร็อคจากอากาศร้อนในห้องประชุม
  • เป็นตัวอย่างแก่สังคม: ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้ประชาชนทั่วไป
  • ยืดหยุ่น: สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยที่ชุดผ้าไทยสวยงามอยู่แล้ว

ในต่างประเทศก็มีตัวอย่างคล้ายๆ กัน เช่น สภาในสิงคโปร์หรือออสเตรเลียที่เคยผ่อนเครื่องแบบช่วงร้อนจัด ไทยเราก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร

สถานการณ์พลังงานไทยตอนนี้กดดันมาก จากราคาน้ำมันผันผวน สงครามยูเครนและตะวันออกกลาง รัฐบาลต้องหามาตรการเร่งด่วน ประกาศนี้ของสภาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-20% ถ้าทุกหน่วยงานทำตาม ค่าไฟทั้งประเทศคงถูกลงเยอะ

ส่วนตัวผมคิดว่ามาตรการนี้เจ๋งสุดๆ เพราะไม่ใช่แค่ประหยัด แต่ยังทำให้ภาพลักษณ์ สส. ดูใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ไม่ต้องดูแข็งทื่อในสูทอีกต่อไป คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน!

ที่มา – สส. เข้าสภาฯไม่ต้องสวมสูท หลัง “โสภณ” ออกประกาศหวังช่วยประหยัดพลังงาน

1 ปี ตึก สตง.ถล่ม “ศุภณัฐ” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน ม.157

ครบรอบ1 ปี ตึก สตง.ถล่ม “ศุภณัฐ” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน ม.157 สตง. สร้างตึกไม่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ยังคงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับวงการก่อสร้างไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างเกิดถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบของรัฐ

1 ปี ตึก สตง.ถล่ม “ศุภณัฐ” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน ม.157 สตง. สร้างตึกไม่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.11 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ “แบงค์ ศุภณัฐ” ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลความผิดของ สตง. ในฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

จากข้อมูลที่นายศุภณัฐได้รับขณะทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง พบว่า สตง. ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (และแก้ไขเพิ่มเติม) โดยไม่ได้ส่งแบบก่อสร้าง รายการคำนวณโครงสร้าง หรือเอกสารสำคัญด้านความปลอดภัยให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจสอบก่อนเริ่มก่อสร้าง แต่กลับรีบร้อนจัดจ้างและดำเนินการทันที

สาเหตุหลักจากแบบก่อสร้างมีปัญหา

รายงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชี้ว่า แบบก่อสร้างของตึก สตง. ไม่ได้มาตรฐาน หาก สตง. ส่งเอกสารให้ กทม. ตรวจสอบตามกฎหมาย ขั้นตอนนี้น่าจะช่วยคัดกรองปัญหาได้ตั้งแต่แรก และอาจป้องกันหรือลดความเสียหายจากเหตุถล่มได้ การละเมิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ถือเป็นความผิดชัดเจนที่นำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157

กรณีนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่สะท้อนปัญหาเชิงระบบในหน่วยงานรัฐที่ควรเป็นแบบอย่างในการตรวจสอบเงินแผ่นดิน กลับละเลยกฎหมายที่ตัวเองควบคุม สร้างคำถามถึงความรับผิดชอบและธรรมาภิบาล

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมตึก สตง.ถล่ม

  • ขั้นตอนก่อสร้างต้องเคร่งครัด: ทุกโครงการต้องส่งแบบและคำนวณให้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบก่อน
  • มาตรา 157 สำคัญอย่างไร: ใช้เอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ละเลยหน้าที่ สร้างความยุติธรรมให้สังคม
  • บทบาท ส.ส. ศุภณัฐ: การยื่น ป.ป.ช. แสดงถึงการตรวจสอบอำนาจรัฐจากฝั่งประชาชน
  • พัฒนามาตรฐานก่อสร้าง: ต้องเพิ่มเทคโนโลยีตรวจสอบ เช่น BIM และ AI เพื่อป้องกันซ้ำรอย

หลังเหตุการณ์ 1 ปี ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มปรับตัว โดยมีกระทรวงคมนาคมและกรมโยธาธิการฯ เร่งรณรงค์ให้ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการปฏิบัติตามกฎหมายเข้มงวดขึ้น รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากตึก สตง.ถล่ม แต่คำถามยังค้างคา หาก ป.ป.ช. ชี้มูล สตง. จะนำไปสู่อะไร?

ในมุมมองผู้เขียน กรณี1 ปี ตึก สตง.ถล่ม “ศุภณัฐ” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน ม.157 สตง. สร้างตึกไม่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายต้องมาก่อนความรีบร้อน การตรวจสอบต้องโปร่งใสเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน หากปล่อยผ่านจะเกิดเหตุซ้ำได้ทุกเมื่อ บทเรียนนี้ควรขยายไปยังโครงการรัฐทุกแห่ง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการยื่น ป.ป.ช. ครั้งนี้? มาร่วมแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม “ศุภณัฐ” ยื่น ป.ป.ช. ฟัน ม.157 สตง. สร้างตึกไม่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย

กัมพูชาระงับค่าปรับจราจรชั่วคราว หลังน้ำมันพุ่ง

กัมพูชาระงับค่าปรับจราจรชั่วคราว เพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชนที่กำลังเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน สถานการณ์นี้เกิดจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามในอิหร่านที่ทำให้ราคาเชื้อเพลิงโลกผันผวนหนัก รัฐบาลกัมพูชาจึงออกมาตรการผ่อนปรนพิเศษนี้ เพื่อไม่ให้ค่าปรับจราจรมาซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

กัมพูชาระงับค่าปรับจราจรชั่วคราว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย

นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ารัฐบาลมีคำสั่งชัดเจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ระงับการเรียกเก็บค่าปรับ ผู้กระทำผิดกฎจราจรเป็นการชั่วคราว แม้ว่าจะหยุดปรับเงิน แต่ตำรวจยังคงทำหน้าที่ปกติ เช่น ประชาสัมพันธ์กฎจราจร อำนวยความสะดวกช่วงรถติด และที่สำคัญคือยังคงตรวจวัดแอลกอฮอล์ รวมถึงตรวจค้นอาวุธหรือวัตถุอันตรายในช่วงกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน

มาตรการนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน โดยกัมพูชาต้องนำเข้าน้ำมัน 100% จากต่างประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากความไม่แน่นอนในตลาดโลก

ราคาน้ำมันกัมพูชาพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ราคาน้ำมันล่าสุดมีดังนี้:

  • น้ำมันเบนซิน RON 92: 5,450 เรียล (ราว 44.67 บาทต่อลิตร) เพิ่มขึ้น 41.5% จากจุดเริ่มต้นความขัดแย้ง
  • น้ำมันดีเซล: 7,100 เรียล (ราว 58.20 บาทต่อลิตร) พุ่งสูงถึง 84%
  • ก๊าซ LPG: เพิ่มขึ้น 60%

สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในอิหร่านที่หยุดชะงักอุปทานน้ำมันดิบและก๊าซราว 1 ใน 5 ของโลก โดยภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างหนัก ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด กัมพูชาจึงเร่งลดภาษีนำเข้าและภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อช่วยพยุงราคาให้ต่ำลง

นอกจาก กัมพูชาระงับค่าปรับจราปรชั่วคราว แล้ว รัฐบาลยังมีแผนสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประชาชน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

สำหรับเพื่อนบ้านอย่างไทย เราก็กำลังเผชิญราคาน้ำมันแพงเช่นกัน มาตรการของกัมพูชาอาจเป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชน หลีกเลี่ยงการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในยามวิกฤต

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไปทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเปราะบาง ดังนั้นควรเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนให้เร็วที่สุด คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ประสบการณ์การขับขี่ในช่วงน้ำมันแพงในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – กัมพูชาระงับค่าปรับจราจรชั่วคราว บรรเทาภาระประชาชนหลังราคาน้ำมันพุ่ง

อุรุกวัยเป็นบททดสอบหนักอังกฤษทูเคิลหรือไม่

อุรุกวัยเป็นบททดสอบหนักอังกฤษทูเคิลหรือไม่

ทีมชาติอังกฤษทะลุรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ด้วยสถิติ 100% ชนะทุกนัด เพียงทีมยุโรปเดียวที่ทำได้

แต่แม้ผลงานจะน่าประทับใจและสร้างความมั่นใจให้ทีมของโธมัส ทูเคิลว่าจะไปได้สวยในทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนนี้ ก็ยังมีเสียงกังวลเรื่องการถูกทดสอบไม่มากพอ

เกมกระชับมิตรวันศุกร์นี้กับอุรุกวัยที่อยู่อันดับ 15 ของโลก อาจเป็นบททดสอบหนักที่สุดในยุคทูเคิล และเป็นตัวชี้วัดฟอร์มทีมสิงโตคำรามภายใต้กุนซือชาวเยอรมันได้ดีที่สุด

อุรุกวัยจะเป็นบททดสอบหนักของอังกฤษทูเคิลหรือไม่

อังกฤษชนะครบ 8 นัดในรอบคัดเลือก ยิง 22 ประตูไม่เสียสักลูก จบอันดับ 1 กอล์ฟ K แบบสบายๆ

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งในกลุ่มอย่างแอลเบเนีย อันดอร์รา ลัตเวีย และเซอร์เบีย ล้วนอยู่นอกท็อป 20 ของโลก

บททดสอบที่หนักสุดในแง่อันดับเมื่อปีที่แล้วคือเกมกระชับมิตรกับเซเนกัล อันดับ 19 ตอนนั้น ซึ่งอังกฤษแพ้ 3-1

แม้เป็นนัดอุ่นเครื่อง แต่ฟอร์มทีมทรีไลออนส์น่ากังวล

“ไม่มีแผนการที่ชัดเจน ไม่มีเอกลักษณ์ ไม่มีการพัฒนา – อาจถดถอยด้วยซ้ำนับตั้งแต่เซอร์เกเรธ เซาธ์เกต ลาออกหลังแพ้สเปนในนัดชิงยูโร 2024 ที่เบอร์ลิน” ฟิล แม็คแนลตี้ ผู้เขียนฟุตบอลหลักของ BBC Sport เขียนหลังเกมนั้น

“[ทูเคิล] อาจอ้างเหตุผลบรรเทาเพราะเปลี่ยน 10 ตำแหน่งจากนัดคัดเลือกชนะอันดอร์รา และเป็นนัดอุ่นเครื่องท้ายฤดูกาลยาวนาน แต่ก็ยังเป็นค่ำคืนที่น่าตกใจเมื่อเซเนกัลเหนือกว่าอังกฤษชัดเจน”

ผลงานนั้นอาจเป็นแค่สะดุด แต่ก่อนไปฟุตบอลโลก อังกฤษต้องการเจอคู่แข่งท็อปเพื่อทดสอบตัวเอง และนัดกับอุรุกวัยรวมญี่ปุ่นอันดับ 19 จะตอบโจทย์นั้นได้ดี

ทำไมอุรุกวัยถึงเป็นคู่แข่งน่ากลัว

แฟนอังกฤษ โดยเฉพาะเดอะเพี๊ยนจากเวสต์ยอร์กเชอร์ คงคุ้นเคยกับกุนซืออุรุกวัยคนนี้

มาร์เซโล บีเอลซา คุมลีดส์ ยูไนเต็ด 4 ปีตั้งแต่ 2018 พาพวกเขากลับมาพรีเมียร์ลีกปี 2020

เข้ามาคุมอุรุกวัยปี 2023 พาเอาชนะบราซิลและอาร์เจนตินา ได้ตั๋วฟุตบอลโลกฤดูร้อนนี้

แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่น พวกเขาเพิ่งแพ้สหรัฐ 5-1 หนักสุดในรอบกว่า 10 ปี เมื่อพฤศจิกายนที่แล้ว

บีเอลซาจัดงานแถลงข่าว บอกว่ารู้สึก “อับอาย” กับผล แต่สัญญาจะอยู่ต่อไปถึงฟุตบอลโลก 2026

แม้แพ้หนัก แต่บีเอลซายังคงเป็นกุนซือชั้นนำด้านแท็คติกของโลก

ทูเคิลเคยเจอบีเอลซาในพรีเมียร์ลีก 2 นัด นัดแรกมีนาคม 2021 เสมอ 0-0 เชลซีของทูเคิลชนะลีดส์ 3-2 ในเดือนธันวาคมปีนั้น

อุรุกวัยจะเป็นบททดสอบหนักของอังกฤษทูเคิลหรือไม่ ในแง่แท็คติก

สไตล์บีเอลซาที่เน้นเพรสซิ่งสูงและเกมบุกดุเดือด จะทดสอบแนวรับอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะถ้าทูเคิลยังปรับระบบไม่เสร็จ

นักเตะอุรุกวัยที่ต้องจับตา

อุรุกวัยมีสตาร์มากมายที่จะสร้างปัญหาให้อังกฤษวันศุกร์นี้

หัวใจคือเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กองกลางเรอัล มาดริด ที่เพิ่งแฮตทริกครึ่งแรกใส่แมนฯ ซิตี้ในเลกแรกน็อคเอาต์ยูซีแอลเมื่อต้นเดือน

อื่นๆ อย่างโรนัลด์ อาราโฆ่ แนวรับบาร์ซ่า โฆเซ่ มาเรีย กิเมเนซ จากแอตเลติโก้ มาดริด และดาร์วิน นูเญซ หัวหอกอัล-ฮิลาล

นูเญซย้ายจากลิเวอร์พูลถาวรซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ฟอร์มในซาอุฯ ดิ ลีกไม่ดี ถูกตัดสิทธิ์หลังเซ็นเบนเซม่า เล่นแค่นัดเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2 นัดตั้งแต่กุมภาพันธ์

จุดเด่นของทีมอุรุกวัย

  • บัลเบร์เด้: มิดฟิลด์มหัศจรรย์ พละกำลังและการยิงไกล
  • แนวรับ: อาราโฆ่-กิเมเนซ แนวรับเหล็ก
  • นูเญซ: ความเร็วและพุ่งประตู แม้ฟอร์มเพิ่งกลับ

สุดท้ายแล้ว อุรุกวัยจะเป็นบททดสอบหนักของอังกฤษทูเคิลหรือไม่ คงต้องดูฟอร์มวันศุกร์ ถ้าอังกฤษชนะน่าเชื่อถือได้มากขึ้น คุณคิดว่าทีมสิงโตจะผ่านฉลุยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตฟุตบอลโลก 2026 กับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ก่อน 31 มี.ค.

หากคุณเป็น ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 39 แล้วกำลังมองหาโรงพยาบาลที่สะดวกกว่าเดิม เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาด! สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แนะนำให้รีบใช้สิทธิ์ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ เพื่อให้การรักษาพยาบาลปีใหม่สะดวกยิ่งขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วง 16 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยทำเองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ทำได้ 5 ช่องทาง สะดวกสุดๆ

น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวเชิญชวนผู้ประกันตนให้รีบดำเนินการ เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ผ่านช่องทางที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย ดังนี้

  • เว็บไซต์ www.sso.go.th: เข้าสู่ระบบด้วยบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์หรือ Username/Password แล้วเลือกเมนูเปลี่ยนสถานพยาบาลได้เลย
  • แอปพลิเคชัน SSO Plus: ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android ใช้งานง่าย ตรวจสอบและยื่นเปลี่ยนได้ทุกที่
  • Line Official @ssothai: แค่แอดไลน์แล้วพิมพ์คำสั่งตามเมนู รับสิทธิ์ทันที
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ (gApp): รวมบริการรัฐบาลในแอปเดียว สะดวกสำหรับคนใช้บริการรัฐดิจิทัล
  • ยื่นด้วยตนเอง: ไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพฯ หรือจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบสถานพยาบาลปัจจุบันและรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมได้บนเว็บไซต์ สปส. เช่นกัน หากย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน ก็ยื่นเปลี่ยนได้ทันที

หลักเกณฑ์สำคัญก่อนเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569

ในการเลือกโรงพยาบาลใหม่ ต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด:

  • โรงพยาบาลต้องอยู่ในจังหวัดที่ทำงาน พักอาศัย หรือจังหวัดใกล้เคียง (รอยต่อ)
  • จำนวนผู้ใช้สิทธินั้นๆ ไม่เกินเกณฑ์ที่ สปส. กำหนด
  • เลือกตามความสะดวก เช่น ใกล้บ้าน เปิดดึก มีหมอเฉพาะทางครบ

หากไม่เปลี่ยน ก็ใช้โรงพยาบาลเดิมได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่สิ้นสภาพผู้ประกันตน ยังใช้สิทธิ์ต่อเนื่องได้อีก 6 เดือน สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน 1506 เปิด 24 ชม.

เคล็ดลับเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมให้คุ้มค่า

จากประสบการณ์ของผู้ใช้สิทธิ์หลายคน การ เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ช่วยลดเวลาเดินทางและรอคิวได้มาก ลองเช็ครีวิวจากผู้ใช้จริงบนโซเชียล หรือดูบริการพิเศษ เช่น ตรวจสุขภาพฟรี วัคซีนโควิด หรือรักษากายภาพบำบัด สำหรับแรงงานนอกระบบ (ม.39) ที่จ่ายรายปี ก็ได้สิทธิ์เท่าเทียมกัน อย่าลืมเตรียมเอกสาร Bookbank หรือบัตรประชาชนให้พร้อม

ในยุคดิจิทัลนี้ การใช้บริการออนไลน์ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ หากเจอปัญหา เช่น ลืมรหัสผ่าน สปส. มีคู่มือช่วยเหลือบนเว็บ หรือโทรสายด่วนได้ทันที นอกจากสิทธิ์รักษาพยาบาลแล้ว ผู้ประกันตนยังได้สิทธิ์อื่นๆ เช่น เบิกจ่ายกรณีคลอดบุตร ชดเชยว่างงาน อย่าลืมเช็คสิทธิ์ทั้งหมดเพื่อใช้ให้คุ้ม

สรุปคือ เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 เป็นสิทธิ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย รีบดำเนินการก่อน 31 มี.ค. 2569 เพื่อสุขภาพที่ดีในปีใหม่ ลองนึกภาพการไปหาหมอใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียเวลารถติด จะดีแค่ไหน?

CTA: อย่ารอช้า! เปิดเว็บ sso.go.th หรือแอป SSO Plus แล้วยื่นเปลี่ยนวันนี้ รับรองไม่เสียใจ

ที่มา – เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 แนะ “ผู้ประกันตน” ใช้สิทธิก่อน 31 มี.ค.นี้