วัน: 11 เมษายน 2026

GWM กระจาย ORA 5 ถึง 70 พาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วไทย

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ GWM! GWM พร้อมกระจายรถ GWM ORA 5 ไปยังพาร์ทเนอร์สโตร์ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ แล้วนะครับ ตอนนี้ลูกค้าสามารถไปจองและทดลองขับได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รถรุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับล้นหลามจากชาวไทย เพราะเป็น SUV-B เจนใหม่ที่ออกแบบสวยงามแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีช่วยขับขี่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยระดับสูงเข้าไว้ด้วยกัน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เผยว่า ORA 5 คือรถที่สะท้อนความมั่นใจในเทคโนโลยีจาก GWM ได้อย่างชัดเจน ลูกค้าหลายคนตื่นเต้นกับดีไซน์ที่ดูทันสมัย คล้ายแมวน้อยน่ารักแต่แกร่ง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ ทำให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองไทยที่ต้องการรถอเนกประสงค์แต่ประหยัดพลังงาน

GWM ORA 5 ที่พาร์ทเนอร์สโตร์

GWM เร่งกระจายรถไปยัง GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ กว่า 70 แห่งทั่วไทย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด หากสนใจก็แวะไปชมรถจริง ทดลองขับบนถนนจริง มีทีมงานคอยให้คำปรึกษาใกล้ชิดเลยครับ

ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจ GWM นะครับ โดยเฉพาะกระแส ORA 5 ที่ดีมาก ตอนนี้เรากำลังเพิ่มกำลังผลิตที่ GWM Smart Factory ในไทย เพื่อส่งมอบรถให้เร็วที่สุด “ผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านจะประทับใจในสมรรถนะและความล้ำสมัยของ ORA 5 และหวังจะต้อนรับเข้าครอบครัว GWM” เวย์น โจว กล่าว

เวย์น โจว กับ GWM ORA 5

GWM พร้อมกระจายรถ GWM ORA 5 ไปยังพาร์ทเนอร์สโตร์ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ

การกระจายรถครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการขยายเครือข่ายทั่วไทย ไม่ว่าจะรุ่น EV หรือ HEV ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ORA 5 EV เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าสายลับ ประหยัดสุดๆ วิ่งไกลได้ 401 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วน HEV ผสมไฮบริด ช่วยให้ขับได้นานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลแบตหมด

จุดเด่นที่ทำให้ GWM ORA 5 โดดเด่น

  • ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต คลาสสิก ไฟ LED 全系
  • ภายในกว้างขวาง จอกลาง 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay
  • เทคโนโลยี ADAS เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยจอด
  • ความปลอดภัย 5 ดาว Euro NCAP
  • ประหยัดพลังงาน ระบบ REEV (สำหรับ HEV)

นอกจากนี้ ORA 5 ยังมีฟีเจอร์ Coffee OS ระบบปฏิบัติการสุดชาญฉลาด ควบคุมทุกอย่างด้วยเสียง ทำให้ขับสนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวหรือวัยทำงานที่ต้องการรถพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้

ราคา GWM ORA 5 EV และ HEV

GWM ORA 5 EV

  • GWM ORA 5 EV รุ่น Pro ราคา 649,000 บาท
  • GWM ORA 5 EV รุ่น Ultra ราคา 719,000 บาท

GWM ORA 5 HEV

  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ราคา 709,000 บาท
  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Ultra ราคา 779,000 บาท

ราคานี้รวมภาษีแล้ว และมีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 48 เดือน หรือแถมประกันภัยชั้น 1 ตรวจสอบที่โชว์รูมได้เลยครับ

สรุปแล้ว GWM พร้อมกระจายรถ GWM ORA 5 ไปยังพาร์ทเนอร์สโตร์ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ คือโอกาสทองสำหรับคนอยากครอบครองรถ EV/HEV คุณภาพจากจีนที่มาแรงที่สุดในไทยตอนนี้ มันไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นอนาคตของการขับขี่ที่ยั่งยืน ถ้าคุณกำลังมองหารถใหม่ ลองไปทดลองขับดูสิครับ รับรองติดใจ! รีบจองเลยที่ GWM พาร์ทเนอร์ใกล้บ้าน ก่อนรถหมดนะ

ที่มา – GWM พร้อมกระจายรถ GWM ORA 5 ไปยังพาร์ทเนอร์สโตร์ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ

การไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569

สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการทุกท่าน หากคุณกำลังวางแผนกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2569 ต้องเช็คให้ดีเลยนะครับ เพราะการไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569ในหลายพื้นที่ เพื่อทำการบำรุงรักษาและพัฒนาระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การดับไฟชั่วคราวนี้จำเป็นมาก เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ หากไม่เตรียมตัว อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้าน ธุรกิจขนาดเล็ก หรือกิจกรรมที่ต้องการไฟฟ้า

การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า โดยจะงดจ่ายไฟในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ไม่นานเกินไป แต่ก็ควรเตรียมพร้อมไว้ก่อน ระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความซับซ้อน ต้องบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันปัญหาถูกไฟไหม้หรือขัดข้องกะทันหัน ซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีตทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากมาย การบำรุงรักษาครั้งนี้จะช่วยยืดอายุอุปกรณ์ ลดความเสี่ยง และให้บริการไฟฟ้าที่เสถียรยิ่งขึ้นในระยะยาว

การไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569

ตามประกาศล่าสุด การไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569 จะดำเนินการในวันเสาร์ดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นส่วนใหญ่ จนถึง 15.30 น. เพื่อให้การทำงานราบรื่นและปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ หากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหนัก ควรรอจนกว่าระบบจะกลับมาใช้งานปกติ

การไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569: พื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในเขตกรุงเทพฯ มีจุดดับไฟเพียงจุดเดียว แต่ก็ครอบคลุมบริเวณสำคัญ

  • ถนนนิมิตใหม่ ซอยบริเวณ 3 แยกไฟแดงหทัยมิตร ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.

ผู้อยู่อาศัยแถวนี้ เช่น ชุมชนหทัยมิตร ควรตรวจสอบบ้านเรือนและเตรียมเทียนหรือไฟฉายไว้ หากทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์หรือร้านกาแฟ อาจต้องหยุดชั่วคราว

พื้นที่ไฟดับนนทบุรี

นนทบุรีมีจุดดับไฟสองแห่ง ครอบคลุมถนนและบริษัทต่างๆ

  • ถนนโรงเรียนสามัคคีวิทยา (เชื้อผู้ดีอุปถัมภ์) ตั้งแต่บริเวณเลียบคลองลากค้อน ถึงซอยขุนพินิจ 3 เลียบคลองตรงบน และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.
  • ริมถนนไทรใหญ่-วัดต้นเชือก ตั้งแต่เสา 22 เมตร เบอร์ 58 ถึงเบอร์ 54 บริเวณบริษัท ท็อปไลน์ อินโนเวชั่น จำกัด และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.

พื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนและนิคมอุตสาหกรรม บริษัทท็อปไลน์อาจหยุดงานชั่วคราว แนะนำให้พนักงานเช็คตารางเวลา

พื้นที่ไฟดับสมุทรปราการ

สมุทรปราการมีจุดหนึ่งริมถนนหลัก

  • ริมถนนสุขุมวิท บริเวณซอยบริษัทไทยอัมบิก้า จำกัด ถึงซอยบริษัทจีเอสซีแรมมิคซ์ จำกัด ตั้งแต่เวลา 08.00-15.30 น.

เริ่มต้นเร็วกว่าที่อื่นเล็กน้อย บริเวณนี้เป็นโซนโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ควรแจ้งลูกค้าหรือคู่ค้าล่วงหน้าเพื่อไม่ให้กระทบห่วงโซ่อุปทาน

คำแนะนำเมื่อเกิดไฟดับจากประกาศ กฟน.

เพื่อลดความเดือดร้อน นี่คือเคล็ดลับที่ควรทำ

  • เตรียมแหล่งจ่ายไฟสำรอง: ซื้อ power bank, เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก หรือ UPS สำหรับคอมพิวเตอร์
  • เก็บอาหารในตู้เย็นให้มิดชิด เพื่อป้องกันเสียหายเมื่อไฟดับ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้าหรือคอนโด
  • แจ้งคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านให้ทราบ
  • ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์หรือแอป กฟน. เพื่ออัพเดทหากมีการเปลี่ยนแปลง

การดับไฟครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของ กฟน. ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของเรา หากระบบดี ก็ลดโอกาสไฟดับกะทันหันในอนาคตได้มาก สุดท้าย เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อวันหยุดที่ราบรื่น! ตรวจสอบพื้นที่ของคุณวันนี้เลยครับ และหากมีปัญหา สามารถโทรสอบถาม กฟน. ได้ที่เบอร์ 1130

ที่มา – การไฟฟ้านครหลวงประกาศดับไฟ 12 เมษายน 2569 พื้นที่กรุงเทพ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็งขึ้น 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อน

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อากาศร้อนอบอ้าวสุดๆ ชาวบ้านทุกคนต้องพึ่ง น้ำแข็ง กันทั้งนั้น แต่ล่าสุดมีข่าวร้าย เมื่อ สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็ง ขอขึ้นกระสอบละ 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะที่อุทัยธานี โรงน้ำแข็งชื่อดังอย่างพรพิบูลย์ต้องปรับราคาเพราะต้นทุนน้ำมันขนส่งพุ่งสูง ใครที่เคยซื้อน้ำแข็งยูนิตบาทละ 5-10 บาท ตอนนี้จ่ายเท่าเดิมแต่ได้น้อยลง แบบนี้รายจ่ายครัวเรือนพุ่งแน่นอน

สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็ง ขอขึ้นกระสอบละ 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

วันที่ 11 เมษายน 2566 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินแพงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบตรงๆ ไปยังโรงน้ำแข็งพรพิบูลย์ อำเภอเมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นโรงเก่าแก่ ส่งน้ำแข็งครอบคลุมทุกอำเภอ ราคากระสอบ 20 กก. จากเดิม 35 บาท ขึ้นเป็น 40 บาท หรือขึ้น 5 บาทต่อกระสอบ พอดีกับข่าว สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็ง ขอขึ้นกระสอบละ 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ที่กำลังเป็นกระแส

โรงน้ำแข็งอุทัยธานีขึ้นราคาจากน้ำมันแพง ชาวบ้านเดือดร้อน

ร้านค้าปลีกเจอผลกระทบหนัก

ลงพื้นที่ร้านนาวามาร์ท ต.หนองกลางดง อ.ทัพทัน พบว่าราคาขายปลีกกระสอบละ 40 บาทแล้ว เจ้าของร้านเล่าว่า กำไรน้อยอยู่แล้วเพราะน้ำแข็งละลายง่าย ถ้าขายไม่หมดขาดทุน แต่ต้นทุนแพงขึ้นต้องปรับตาม มิฉะนั้นร้านเจ๊งเอา

ร้านขายน้ำแข็งราคาขึ้น 5 บาทจากโรงน้ำแข็ง

ชาวบ้านต้องปรับตัวอย่างไร

ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ต้องซื้อน้ำแข็งวันละหลายรอบ แช่เครื่องดื่ม แช่น้ำอาบ ตอนนี้เงิน 10 บาทได้น้ำแข็งน้อยลง รายจ่ายเพิ่ม 20-30% เลยทีเดียว สถานการณ์แบบ สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็ง ขอขึ้นกระสอบละ 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า นี้ ไม่ใช่แค่ที่อุทัยธานี แต่คาดว่าจะลามไปทั่วประเทศ

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาน้ำแข็งพุ่ง

  • ราคาน้ำมันแพง: การขนส่งน้ำแข็งต้องใช้รถบรรทุกเยอะ ต้นทุนดีเซลพุ่ง 30-40% โรงไม่ไหว
  • อากาศร้อนจัด: ความต้องการพุ่ง แต่กำลังการผลิตจำกัด
  • ค่าครองชีพสูง: ไฟฟ้า วัตถุดิบผลิตน้ำแข็งแพงตาม
  • ฤดูร้อนยาวนาน: ปีนี้ร้อนผิดปกติ ชาวบ้านใช้เยอะ

เคล็ดลับประหยัดน้ำแข็งในช่วงราคาแพง

เพื่อช่วยชาวบ้าน เรามีทิปส์ดีๆ มาฝาก

  • ซื้อจำนวนมากครั้งเดียว ลดการเดินทางบ่อย
  • ใช้กล่องโฟมเก็บความเย็น ให้น้ำแข็งอยู่ได้นาน
  • ทำน้ำเย็นเองจากตู้เย็นที่บ้าน ถ้ามี
  • ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทนเครื่องดื่มเย็นจัด
  • ติดตั้งพัดลมเพดานหรือพัดลมไอเย็น ลดการใช้น้ำแข็ง

สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาค่าครองชีพที่รัฐต้องเร่งแก้ไข จากต้นทุนพลังงาน ลองนึกภาพถ้าสินค้าอื่นๆ ขึ้นราคาตาม คงลำบากกันหมด คุณล่ะเจอปัญหานี้บ้างไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแนะนำวิธีประหยัดของคุณมาได้เลย จะได้ช่วยกันผ่านวิกฤตนี้ไป

ที่มา – สู้น้ำมันแพงไม่ไหว โรงน้ำแข็ง ขอขึ้นกระสอบละ 5 บาท ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เพื่อหาทางออกหยุดยิงในสงครามที่กำลังรุนแรงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าประชุมที่กรุงวอชิงตัน

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

รัฐบาลเลบานอนประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะเข้าร่วมการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในวันอังคารนี้ โดยมีประธานาธิบดีโจเซฟ อูน เป็นผู้แถลง ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การหยุดยิงท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ อิสราเอลยืนยันชัดเจนว่าจะเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเท่านั้น ไม่ยอมนั่งโต๊ะกับฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้

การหารือเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ จะครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลายประการ เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การประกาศหยุดยิงทันที เพื่อหยุดการโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน
  • กำหนดกรอบเวลาการเจรจาระหว่างสองประเทศ ให้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
  • ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญ

ก่อนหน้านี้ มีการโทรศัพท์หารือเบื้องต้นระหว่างเอกอัครราชทูตเลบานอนและอิสราเอลประจำสหรัฐฯ รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน รัฐบาลเบรุตย้ำว่าต้องการหยุดยิงก่อนจึงจะเจรจาต่อได้ ประธานาธิบดีอูนแสดงความพร้อมสำหรับการเจรจาโดยตรงหลายรอบ นับตั้งแต่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอลเมื่อ 2 มีนาคม เพื่อสนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการใหญ่

เยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิสราเอลยินดีเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเพื่อสันติภาพ แต่ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะคุยกับฮิซบอลเลาะห์ที่ยังคงโจมตีต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคหลัก ทางด้านนาอิม กอเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ วิจารณ์รัฐบาลเลบานอนว่าอ่อนข้อเกินไป และยืนยันจะต่อต้านจนสุดชีวิต โดยเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังจากเลบานอน

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ล่าสุด

ความสูญเสียในเลบานอนพุ่งสูง โดยทางการรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 1,950 รายจากการสู้รบหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 357 ราย ขณะที่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์กว่า 180 รายในวันเดียว ทำลายฐานที่มั่นกว่า 4,300 แห่ง และรวมแล้วกว่า 1,400 รายตั้งแต่สงครามปะทุ

แหล่งข่าวการทูตตะวันตกเผยว่าสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลอย่างหนักให้เข้าสู่การเจรจา และป้องกันไม่ให้โจมตีกรุงเบรุตอีกหลังเหตุ “วันพุธมืด” (Black Wednesday) โดยสนามบินนานาชาติและโรงพยาบาลสำคัญได้รับการรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตี สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของนานาชาติในการคลี่คลายวิกฤต

背景ของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงการสนับสนุนของฮิซบอลเลาะห์ต่อปาเลสไตน์และอิหร่าน ทำให้อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นความหวังสำคัญในการลดความตึงเครียด หากสำเร็จอาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจาเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการตัดขาดอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธ หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศ ลองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ

ในวันที่ 11 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันสำคัญสำหรับการเมืองไทย นางสุขสมรวย วันทนียกุล ได้เริ่มต้นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและประชาชน โดยเฉพาะ สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่

สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุขสมรวย ได้ถือฤกษ์ดีเดินทางมาถึงเพื่อไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่จริงจัง การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นประเพณีที่รัฐมนตรีใหม่หลายท่านปฏิบัติ เพื่อขอพรให้การทำงานราบรื่นและประสบความสำเร็จ สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ แบบนี้ สะท้อนถึงความเคารพในวัฒนธรรมไทยและความตั้งใจจริงจังในการรับใช้ประชาชน

สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ

หน่วยงานสำคัญที่ได้รับมอบหมาย

หลังจากพิธีไหว้เสร็จ นางสุขสมรวย ได้เปิดเผยถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยเธอจะดูแล 3 หน่วยงานหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาชนบทและแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ได้แก่

  • สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สานต่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โครงการเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล
  • สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน องค์การมหาชน (บธ.) หน่วยงานนี้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปที่ดิน จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกรรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และป้องกันการกินที่ดินของนายทุน
  • กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ที่ช่วยหมุนเวียนเงินทุนในระดับชุมชน สนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจฐานราก ให้ชาวบ้านมีรายได้มั่นคง

นางสุขสมรวย ยืนยันว่า เธอตั้งใจจะทำงานให้ดีที่สุด เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้บรรลุเป้าหมาย ลั่นว่าจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อประชาชน

นางสุขสมรวย ไหว้ศาลพระภูมิ
สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

การมอบหมายงานให้ สุขสมรวย ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบท โครงการพระราชดำริยังคงเป็นนโยบายหลักที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ขณะที่ปัญหาที่ดินและกองทุนหมู่บ้านเป็นประเด็นเรื้อรังที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ในยุคที่เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด การสนับสนุนฐานรากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากล่างสู่บนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ประเพณีถือฤกษ์ดีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ผสมผสานความเชื่อและความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน รัฐมนตรีหลายท่านที่เริ่มต้นด้วยพิธีนี้ มักได้รับการตอบรับดีจากประชาชน เพราะแสดงถึงความถ่อมตนและศรัทธา

ในมุมมองของผู้เขียน คาดว่านางสุขสมรวยจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ได้สำเร็จ ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น หากคุณสนใจติดตามความคืบหน้าของรัฐมนตรีท่านนี้และนโยบายรัฐบาล ลองแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกของเรา หรือแชร์ความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลย!

ที่มา – “สุขสมรวย” ถือฤกษ์ดี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ลั่นตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงเทศกาลสงกรานต์มาถึงแล้ว แต่ปีนี้เราต้องระวังตัวให้มาก เพราะเพิ่งเป็นวันแรกของ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี ที่กรมคุมประพฤติรายงานออกมาแบบช็อกวงการเลยนะครับ คดีเมาแล้วขับพุ่งสูงถึง 353 คดี จากทั้งหมด 436 คดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ นับเป็น 81% เลยทีเดียว น่ากลัวมาก!

7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรก

ข้อมูลจาก ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เผยว่าวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของแคมเปญป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ มีคดีขับรถเมาสุราเยอะสุด คิดเป็นสัดส่วนหลัก ส่วนคดีขับเสพ 80 คดี และขับประมาท 3 คดี จังหวัดที่ติดอันดับสูงสุดได้แก่

จังหวัดที่มีสถิติเมาแล้วขับสูงสุด

  • เชียงใหม่: 74 คดี – อันดับ 1 สถานที่ท่องเที่ยวดัง ต้องระวัง!
  • สมุทรปราการ: 54 คดี – อันดับ 2 ใกล้กรุงเทพฯ น่าจะรถติดหนึบ
  • กรุงเทพมหานคร: 43 คดี – อันดับ 3 เมืองหลวงยังมีปัญหา

เห็นสถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี แล้ว ทำให้คิดได้ว่าปีนี้คนยังไม่เข็ด ถ้าทุกคนเมาแล้วขับแบบนี้ อุบัติเหตุจะพุ่งปรี๊ดแน่ๆ ครับ

มาตรการจากกรมคุมประพฤติเพื่อลดอุบัติเหตุ

กรมคุมประพฤติไม่ได้นั่งดูเฉยๆ นะครับ เขาวางแผนชัดเจนภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” ด้วย 4 มาตรการหลัก ดังนี้

  • เสริมสร้างความรู้และรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน
  • ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
  • แก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมประพฤติในคดีเมาแล้วขับ
  • สนับสนุนสิทธิและช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

กิจกรรมรณรงค์เด็ดๆ ที่จัดทั่วประเทศ

นอกจากมาตรการใหญ่แล้ว ยังมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าประทับใจ เช่น รณรงค์ประชาสัมพันธ์ 16 ครั้ง มีคนเข้าร่วม 1,419 ราย สนับสนุนด่านตรวจ 57 จุด 471 ราย ผู้ถูกคุมประพฤติช่วยทำความสะอาดจุดเสี่ยง 11 ครั้ง 815 ราย บริจาคโลหิต 6,500 ซีซี จาก 147 ราย อบรมกฎจราจรและโทษแอลกอฮอล์ 5 ครั้ง 440 ราย และเฝ้าดูพฤติกรรมขับรถผ่าน CCTV เรียลไทม์ 46 ราย ทำเอาประชาชนตื่นตัวกันทั้งประเทศเลยครับ

ทำไมเมาแล้วขับถึงอันตรายขนาดนี้?

เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ สุราทำให้สมองทำงานช้าลง ตาพร่ามัว ปฏิกิริยาช้า สถิติอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมนี้แหละ ปีที่แล้ว 7 วันอันตรายมีคนตายเป็นร้อย ถ้าปีนี้ยังแบบนี้ ครอบครัวไหนจะอยู่กัน? เราเห็นข่าวเพื่อนๆ เสียชีวิตบ่อยๆ แล้วยังไม่พอใจเหรอครับ

10 เคล็ดลับขับรถปลอดภัยช่วงสงกรานต์

เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของสถิติ มาดู tips กันครับ

  • ดื่มแล้วอย่าขับ หยุดดื่มก่อนขับ 2 ชม.
  • ใช้บริการแท็กซี่หรือ Grab ปลอดภัยกว่า
  • รัดเข็มขัดนิรภัยทุกคน
  • ลดความเร็ว ไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง
  • พักรถทุก 2 ชม. อย่าขับต่อเนื่อง
  • ตรวจรถก่อนเดินทาง เบรก ไฟ ยาง
  • ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับ
  • ขับชิดซ้าย เปิดไฟหน้า
  • เตรียมยาแก้เมารถและน้ำดื่ม
  • แจ้งคนทางบ้านเส้นทางเดินทาง

ถ้าทำตามนี้ รับรองปลอดภัย 100% ครับ สถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จะได้ลดลงในวันต่อๆ ไป

สุดท้ายนี้ ความปลอดภัยอยู่ที่ตัวเราเอง ขอให้ทุกคนเดินทางสนุก สาดน้ำมันเย็นฉ่ำ แต่กลับบ้านปลอดภัยนะครับ มาช่วยกันสร้างสงกรานต์ที่ไม่มีน้ำตากันเถอะ! ถ้ามี tips เพิ่ม แชร์ในคอมเมนต์เลยครับ

ที่มา – 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรก

โตโยต้าถนนสีขาว เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ ซึ่งเป็นเวลาที่หลายคนตั้งตารอคอยที่จะสาดน้ำเล่นสนุก แต่ก็เป็นช่วงที่อุบัติเหตุทางถนนพุ่งสูงสุดด้วยเหมือนกัน โตโยต้าถนนสีขาว จึงไม่รอช้า รีบเดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยทางถนนทันที ด้วยแนวคิดหลัก “เซฟชีวิต หยุดขับเร็ว” เพื่อให้ทุกคนเดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัย สร้างจิตสำนึกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมาย ลดอุบัติเหตุลงให้ได้มากที่สุด

โตโยต้าถนนสีขาว รณรงค์ความปลอดภัยสงกรานต์

โตโยต้าถนนสีขาว

โครงการ โตโยต้าถนนสีขาว นี้ Toyota Motor Thailand ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 38 ปีแล้วครับ มุ่งเน้นสร้าง “สังคมคนขับรถดี” โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ ที่ปัจจัยหลักของอุบัติเหตุคือ “ความเร็ว” สถิติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่าความเร็วเกินทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและเสียชีวิตจำนวนมากในไทย ถ้าเราทุกคนช่วยกันลดความเร็ว ปฏิบัติตามป้ายจราจร ก็น่าจะลดตัวเลขลงได้เยอะเลย

กิจกรรมโตโยต้าถนนสีขาว ในช่วงสงกรานต์
โตโยต้าถนนสีขาว สนับสนุนจุดพักรถ

กิจกรรมรณรงค์โตโยต้าถนนสีขาว ในสงกรานต์ 2569

ปีนี้ โตโยต้าถนนสีขาว ร่วมมือกับ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมคุมประพฤติ, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับรณรงค์และตั้งจุดพักรถใน 8 จังหวัดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้พักผ่อน หยุดขับเร็ว ลดความเมื่อยล้า

  • กรุงเทพมหานคร
  • ฉะเชิงเทรา
  • นครราชสีมา
  • ชลบุรี
  • พระนครศรีอยุธยา
  • นครสวรรค์
  • ราชบุรี
  • เพชรบุรี

ของที่แจกมีทั้งยาดมสดชื่นกว่า 30,000 ชิ้น ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกผ่อนคลายระหว่างทาง และเสื้อกั๊กสะท้อนแสง 500 ตัว สำหรับอาสาสมัคร เพื่อความปลอดภัยยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เรื่องขับรถปลอดภัย ไม่เมาไม่ขับ ไม่ใช้โทรศัพท์ ผูกเข็มขัดนิรภัยเสมอ

ยาดมและเสื้อกั๊กจากโตโยต้าถนนสีขาว
จุดพักรถ โตโยต้าถนนสีขาว สงกรานต์

ในมุมมองของผม การรณรงค์แบบนี้ช่วยสร้างวัฒนธรรมขับรถดีได้จริงๆ ครับ เพราะไม่ใช่แค่แจกของ แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ถ้าทุกคนช่วยกัน “เซฟชีวิต หยุดขับเร็ว” เทศกาลนี้เราจะสนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอุบัติเหตุ ลองนึกภาพถนนโล่งปลอดภัย ครอบครัวสมบูรณ์ น่าจะดีที่สุดเลย

เคล็ดลับขับรถปลอดภัยช่วงสงกรานต์: ขับไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง พักทุก 2 ชม. ตรวจรถก่อนออกเดินทาง ดื่มน้ำมากๆ ไม่ฝืนขับเมื่อง่วง และใช้แอปเช็คจราจรเสมอ ถ้าทำได้แบบนี้ การเดินทางของคุณจะราบรื่นแน่นอน!

มาสนับสนุนโครงการโตโยต้าถนนสีขาวกันเถอะครับ ขับรถดี ชีวิตดี สงกรานต์นี้ปลอดภัยทุกเส้นทาง ร่วมกันสร้างสังคมคนขับรถดีตั้งแต่วันนี้!

ที่มา – โตโยต้าถนนสีขาว เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569 เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการขนส่งให้ความสนใจมากที่สุด เพราะราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ เรารวบรวมราคาล่าสุดจากปั๊มน้ำมันชั้นนำในไทย ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ มาอัปเดตให้ท่านทราบแบบเรียลไทม์ ช่วยให้วางแผนเติมน้ำมันได้อย่างคุ้มค่า

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569

ราคาน้ำมันปรับตัวตามราคาน้ำมันดิบโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายรัฐบาล โดยวันนี้ส่วนใหญ่ราคาแก๊สโซฮอล์และดีเซลคงที่ แต่บางประเภทพรีเมียมยังสูง มาดูรายละเอียดจากแต่ละบริษัทกันเลย

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.83 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 67.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 11 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569: ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน

สรุปราคาหลัก น้ำมันดีเซล B20 ทุกปั๊มอยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร เหมาะสำหรับรถบรรทุกและรถเก๋งดีเซลทั่วไป แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร ส่วนเบนซินโค้งคำนวณอยู่ราว 52-53 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันพรีเมียมสูงกว่าเพราะคุณภาพดีกว่า ช่วยเครื่องยนต์ทำงานลื่นไหล ประหยัดน้ำมันยาวนาน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนคือราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ในตลาดโลก ค่าเงินบาท และภาษีนำเข้า หากราคาน้ำมันโลกพุ่ง ราคาขายปลีกอาจปรับขึ้นในวันถัดไป ผู้ขับขี่ควรเช็คราคาใกล้บ้านเพราะบางพื้นที่รวมภาษีท้องถิ่นแล้วต่างกันเล็กน้อย คำแนะนำ: เลือกแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 หากรถรองรับ เพราะราคาถูกกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน

เปรียบเทียบราคา ปตท. และบางจากมีตัวเลือกหลากหลายที่สุด เชลล์เด่นเรื่องวี-เพาเวอร์ที่ราคาสูงแต่ประสิทธิภาพดี คาลเท็กซ์และซัสโก้เหมาะสำหรับผู้หาเทครอนที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ หากคุณขับรถทางไกล แนะนำเติมดีเซล B20 เพื่อประหยัดต้นทุน

ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569 และทุกวันได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

ความเห็นส่วนตัว: ราคาดีเซล B20 ถือว่าถูกในช่วงนี้ ช่วยบรรเทาค่าขนส่งได้ดี หากรัฐมีมาตรการกองทุนน้ำมันต่อเนื่อง ราคาอาจนิ่งมากขึ้น แนะนำให้ผู้ใช้รถวางแผนเส้นทางและเติมน้ำมันราคาถูกใกล้บ้านเพื่อประหยัด!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 11 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ยานโอไรออน Artemis 2 ลงจอดแปซิฟิกสำเร็จ

ยานโอไรออน Artemis 2 สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง! หลังจากภารกิจ Artemis II ของนาซาเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ นักบินอวกาศ 4 คนเดินทางกลับโลกปลอดภัย ลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งซานดิเอโกได้สำเร็จ ทุกคนปลอดภัยดีครับ มาดูรายละเอียดกันเลย

ภารกิจ Artemis II ถือเป็นก้าวสำคัญของมนุษยชาติในการกลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง หลังจากที่ Apollo สุดท้ายลงจอดเมื่อหลายสิบปีก่อน ยานโอไรออน Artemis 2 ออกสตาร์ทจากฐานปล่อย Kennedy Space Center เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 และบินรอบด้านไกลของดวงจันทร์ รวมระยะทางกว่า 1,117,659 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด 10 วันในอวกาศ ลูกเรือประกอบด้วย Commander Reid Wiseman, Pilot Victor Glover, Mission Specialist Christina Koch และ Jeremy Hansen จากหน่วยงานอวกาศแคนาดา

ยานโอไรออน Artemis 2 ลงจอดอย่างไร

วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ยานโอไรออน Artemis 2 เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 40,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบความร้อนป้องกัน (Heat Shield) ทำงานได้ยอดเยี่ยม ทนความร้อนนับพันองศาเซลเซียสได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อใกล้ผิวน้ำ ยานลดความเร็วเหลือประมาณ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ตัวเลขจะดูช้า แต่แรงกระแทกจากน้ำนั้นรุนแรงมาก เพราะน้ำมีแรงต้านสูงเทียบเท่าการชนพื้นคอนกรีต ยานกระแทกน้ำดัง ‘ตูม!’ แล้วลอยตัวขึ้น แกว่งไกวตามคลื่นทะเล ระบบถุงลมนิรภัยสีส้ม 5 ใบรอบฐานยานพองตัวอัตโนมัติ ช่วยให้แคปซูลตั้งตรงและเสถียรภาพดีเยี่ยม

ขั้นตอนกู้ภัยหลังยานโอไรออน Artemis 2 ลงจอด

ทีมกู้ภัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยมีเรือ USS Stethem และเฮลิคอปเตอร์ MH-60S Seahawk รออยู่ใกล้จุดลงจอด หลังยานลอยตัวนิ่ง ทีมปฏิบัติการทันที:

  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อม: นักประดาน้ำลงน้ำวัดอุณหภูมิอากาศ น้ำ และตรวจสอบไม่มีสารอันตรายรั่วไหล
  • เปิดประตูยาน: รอให้ยานเย็นตัวสนิท (ประมาณ 30-45 นาที) ก่อนเจาะประตูด้วยเครื่องมือพิเศษ
  • ช่วยเหลือลูกเรือ: นำนักบินอวกาศออกทีละคน ตรวจสุขภาพเบื้องต้นบนเรือยาง แล้วนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังเรือหลัก
  • ขนยาน: ใช้เครนยกแคปซูลขึ้นเรือ เพื่อขนกลับฐานทัพ

ลูกเรือทั้ง 4 คนดูแข็งแรงดี แม้จะต้องปรับตัวจากสภาวะไร้น้ำหนัก 10 วัน กลับมาสัมผัสแรงโน้มถ่วงและคลื่นทะเลอีกครั้ง พวกเขายิ้มแย้มโบกมือให้กล้อง ถ่ายทอดสดทั่วโลก

ความสำคัญของภารกิจยานโอไรออน Artemis 2

ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่บินรอบดวงจันทร์ แต่เป็นการทดสอบระบบสำคัญสำหรับ Artemis III ที่จะส่งมนุษย์ลงจอดขั้วใต้ดวงจันทร์ในปี 2570 ยานโอไรออน Artemis 2 พิสูจน์แล้วว่าสามารถปกป้องลูกเรือจากรังสีคอสมิก การกลับเข้าชั้นบรรยากาศ และการลงจอดในทะเลได้สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น การถ่ายภาพดวงจันทร์ด้านไกล และทดสอบระบบ Life Support

นาซาร่วมมือกับ SpaceX, Boeing, Lockheed Martin และพันธมิตรนานาชาติ เพื่อให้โปรแกรม Artemis สำเร็จตามแผน สร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ และเตรียมไปดาวอังคารในอนาคต

บทเรียนจากยานโอไรออน Artemis 2

จากข้อมูล telemetry ทุกอย่างทำงานตามแผน 99.9% มีปัญหาเล็กน้อยเรื่องเซ็นเซอร์หนึ่งตัว แต่ไม่กระทบความปลอดภัย นักวิทยาศาสตร์กำลังวิเคราะห์ตัวอย่างและข้อมูล เพื่อปรับปรุงยานรุ่นต่อไป

ภารกิจนี้จุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลกสนใจวิทยาศาสตร์อวกาศ โดยเฉพาะผู้หญิงและชนกลุ่มน้อย เพราะลูกเรือมี Christina Koch หญิงแรกที่บินรอบดวงจันทร์ และ Jeremy Hansen ชายแคนาดาคนแรก

ในฐานะคนรักอวกาศ ผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ใครที่อยากติดตามข่าวอวกาศล่าสุด สมัครรับข่าวสารเว็บไซต์เราได้เลย จะได้ไม่พลาดอัปเดต Artemis III และ Starship!

ภารกิจยานโอไรออน Artemis 2 ไม่เพียงปิดฉากสำเร็จ แต่ยังเปิดประตูสู่อนาคตอวกาศที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ที่มา – ยานโอไรออน “Artemis2” พร้อมนักบินอวกาศ 4 คนเดินทางกลับโลกปลอดภัย ลงจอดมหาสมุทรแปซิฟิกได้สำเร็จ