วัน: 11 เมษายน 2026

ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569 ทะลุ 6.2 แสนคัน ชี้กระบะพ้นจุดต่ำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากฟอร์ดมาบอกกันแบบเป็นกันเองเลยนะ ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569 ทะลุ 6.2 แสนคัน ชี้ตลาดกระบะผ่านจุดต่ำสุด แล้ว สายกระบะอย่างเราต้องยิ้มกริ่มแน่นอน เพราะตลาดกำลังจะฟื้นตัว พร้อมรถใหม่สุดโหดมาเพียบ!

ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569 ทะลุ 6.2 แสนคัน ชี้ตลาดกระบะผ่านจุดต่ำสุด

คุณรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการฟอร์ดประเทศไทย บอกมาว่า ปี 2569 ตลาดรถทั้งประเทศคาดว่าจะโต 8.4% สูงถึง 620,000 คันเลยทีเดียว โดยเฉพาะรถ EV ที่จะมาแรง สัดส่วนจดทะเบียนถึง 23% ส่วนตลาดกระบะภาพรวมอยู่ที่ราว 140,000 คัน เท่าๆ กับปีก่อน แต่ฟอร์ดชี้ชัดว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จะไม่ดิ่งลงไปกว่านี้อีก ปีที่ผ่านมา ฟอร์ดขายในประเทศได้ 18,271 คัน ปีนี้ก็น่าจะโตใกล้เคียง รักษาแชมป์กระบะได้สบาย!

ส่วนรถ PPV ปี 2568 โต 16% สัดส่วน 7.5% ของตลาด ปีนี้คาดโตอีก 10% แต่ตลาดส่งออกทั้งอุตสาหกรรมเจอปัญหาโลจิสติกส์จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ฟอร์ดเองผลิตเรนเจอร์ แรพเตอร์ เอเวอเรสต์ ส่งออก 90% จากกำลังผลิต 200,000 คัน/ปี แต่เชื่อว่าผลกระทบไม่หนักมากเพราะสั่งอะไหล่ล่วงหน้า 6 เดือน

ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569: กลยุทธ์เด็ดรักษาส่วนแบ่ง

ฟอร์ดไม่นิ่งนอนใจ งัดไม้เด็ดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และปรับไลน์อัพให้โดนใจลูกค้าไทยมากขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Ford Ranger Super Duty: กระบะใช้งานหนักสุดแกร่ง

Ranger Super Duty ไม่ได้มาแข่งกับ Raptor แต่เติมเต็มไลน์สำหรับคนต้องการกระบะ Build & Adventure กลุ่มเป้าหมายหลักคือ

  • เจ้าของธุรกิจ: ต้องการบรรทุก 4.5 ตัน ลากจูง 4.5 ตัน น้ำหนักรวม 8 ตัน เหมาะไร่ สวน เหมือง แถมดูหรูสะท้อนความสำเร็จ
  • Overlander: ชอบแคมป์ ขึ้นเขา ช่วงล่างแชสซีใหม่มั่นใจสุด
  • Extreme Off-roader: โครงสร้างแข็ง พร้อม Mod ใช้งานเอ็กซ์ตรีม

จุดเด่นที่ฟอร์ดภูมิใจ

  • Unmatched Capability: บรรทุก/ลากจูงสูงสุดในกระบะกลาง เครื่อง V6 เทอร์โบ
  • Purpose-Built: ฟังเสียงลูกค้าทั่วโลก รวมไทย
  • Ready Out of Factory: ใช้หนักได้เลย ไม่ต้องโมด ได้ประกันเต็ม
  • Tested to Extreme: ทดสอบหนักกว่า Ranger ทั่วไป ทนทานแน่นอน

Ranger Lineup ปรับโฉมเด็ด

Wildtrak X: 1,469,000 บาท B&O sound, ล้อ All-Terrain ยกสูง 20 มม. จอ 12 นิ้ว V6 ไล่ล่าแชมป์ 4×4

XLS 4×2: รุ่นฮิต เพิ่ม LED ท้าย เบาะหนัง 2.0L เกียร์ 10 สปีด แอร์หลัง ครองตลาดกระบะ 4 ประตู 4×2

Everest Lineup ง่ายๆ 3 รุ่น: Platinum, Sport, Active

Platinum 2.0L: 1,779,000 บาท (ถูกกว่าเดิมเยอะ จาก 2.38 ล้าน) หรู เทคครบ

Sport 4×4: เพิ่ม 4×4 สีดำสปอร์ต ฮิตมาก

Active: เริ่ม 1,299,000 บาท ดีไซน์ดุดัน ฟีเจอร์ปลอดภัย เกียร์ 10 สปีด แทน Trend

สุดท้าย คุณรัฐการบอกว่าความไม่สงบตะวันออกกลางกระทบระยะสั้น กำลังซื้อลด รถน้ำมันจองตก 25-30% EV โต 10% ส่งออก 90% ของฟอร์ด แต่หวังคลี่คลายเร็ว เศรษฐกิจโลกฟื้น

สรุปแล้ว ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569 ทะลุ 6.2 แสนคัน ชี้ตลาดกระบะผ่านจุดต่ำสุด ชัดเจน ด้วยไลน์อัพใหม่ Ranger Super Duty และ Everest ปรับปรุง ฟอร์ดพร้อมลุยรักษาแชมป์! ถ้าคุณกำลังมองรถกระบะหรือ SUV ที่ทน หรู แรง อย่ารอช้า รีบไปทดลองขับฟอร์ดที่โชว์รูมใกล้บ้าน สัมผัสความต่างด้วยตัวเอง แล้วจะติดใจแน่นอนครับ

ที่มา – ฟอร์ดประเมินตลาดรถยนต์ปี 2569 ทะลุ 6.2 แสนคัน ชี้ตลาดกระบะผ่านจุดต่ำสุด

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยปราบโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไทยทุกท่าน! วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันนะครับ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ด้วยตัวเองเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 (ปรับจากข้อมูลต้นฉบับ) เพื่อปรับทัพใหญ่การบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งงานออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหรือ Cluster เพื่อให้การทำงานคล่องตัว บูรณาการข้ามหน่วยงานได้ดีขึ้น สร้างความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด ตามสไตล์ “ควิก บิ๊ก วิน” ที่แถลงต่อสภาไปแล้ว

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ไฮไลต์สำคัญคือตัวนายกฯ เองขอลงมือใน กลุ่มภารกิจที่ 1 ซึ่งเป็นงานหนัก ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี และความผิดทางออนไลน์ทุกประเภท โดยเฉพาะเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดหนัก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่น้อย นี่คือวาระเร่งด่วนที่กระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตคนไทยโดยตรง การที่นายกฯ อาสาลุยเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นจริงจัง หวังจะเห็นผลลัพธ์เร็วๆ นี้ครับ

นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ มีอะไรบ้าง?

ส่วนงานอื่นๆ ได้กระจายให้ 7 รองนายกรัฐมนตรีคุมตามความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการทำงานแบบไร้รอยต่อ หากมีข้อขัดแย้ง นายกฯ ชี้ขาดสุดท้าย มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

  • กลุ่ม 1: นายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) – ปราบโกง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี เว็บพนันออนไลน์ งานเร่งด่วนที่ต้องจัดการทันทีเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
  • กลุ่ม 2: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ – สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ เช่น น้ำ ไฟฟ้า คมนาคม ให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง
  • กลุ่ม 3: นายทรงศักดิ์ ทองศรี – ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม (มุ่ง Net Zero 2050) และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มบทบาทประชาชน
  • กลุ่ม 4: นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ – ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต AI Semiconductor EV เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทย
  • กลุ่ม 5: นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ – การค้า พาณิชย์ สินค้าเกษตร ท่องเที่ยว ส่งออกสู่ตลาดโลก เพิ่มรายได้ชาติ
  • กลุ่ม 6: นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว – ความมั่นคง อธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย
  • กลุ่ม 7: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – วิจัย นวัตกรรม พัฒนาทักษะแรงงานยุคดิจิทัล สร้างคนไทยรุ่นใหม่เก่งๆ
  • กลุ่ม 8: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ – ปฏิรูปกฎหมายสากล รัฐบาลดิจิทัล พาไทยเข้าองค์การ OECD ยกระดับสู่สากล

โครงสร้างนี้เน้นการบูรณาการข้ามกระทรวงทบวงกรม หัวหน้ากลุ่มสั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอ bureaucracy ยุ่งเหยิงแบบเก่า คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตชาติได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง หรือสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญของการปรับโครงสร้าง 8 กลุ่มภารกิจ

ในยุคที่ไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน การ นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน ถือเป็นกลยุทธ์ชาญฉลาด เพราะมอบหมายตาม expertise ของแต่ละคน ลดการทับซ้อน เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ โดยเฉพาะงานปราบโกงที่นายกฯ รับเอง จะช่วยคืนความโปร่งใสให้ระบบราชการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ คลัสเตอร์ด้าน EV AI จะช่วยให้ไทยไม่ตามหลังจีนอเมริกา ส่วน Net Zero จะตอบโจทย์โลกที่ให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม เกษตรกรไทยก็ได้ประโยชน์จาก export เกษตรที่แข็งแกร่งขึ้น

ผมเชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไทยจะพ้นวิกฤตได้แน่นอน คุณคิดยังไงกับการตั้ง 8 กลุ่มภารกิจนี้? มันจะเวิร์กจริงเหรอ หรือมีจุดไหนต้องปรับ? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างเลยครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – นายกฯ ตั้ง 8 กลุ่มภารกิจพิชิตวิกฤตชาติ อาสาลุยงานปราบโกง-ยาเสพติด-เว็บพนัน

ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องสำคัญมาอัปเดตกันนะครับ เรื่อง ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองเลยทีเดียว จากข้อมูลล่าสุดที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก เผยออกมาว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติรับทราบร่างพระราชบัญญัติที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งหมด 24 ฉบับ และสั่งการให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเร่งทบทวน พิจารณาให้เสร็จ แล้วแจ้งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อนำเสนอครม. อีกครั้ง ร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อก่อนครบกำหนด 12 พฤษภาคม 2569 นี่คือการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากๆ เลยครับ เพราะถ้าพลาดกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 147 ร่างกฎหมายเหล่านี้จะ “ตกไป” ทันทีหลังยุบสภา

ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้ากระทรวงเร่งเคลียร์ ก่อนส่งสภาฯ พิจารณา

ทำไมถึงต้องเร่งขนาดนี้? เพราะหลังเลือกตั้งใหม่ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีเวลาแค่ 60 วันในการยื่นขอให้สภานำร่างกฎหมายที่ตกไปกลับมาพิจารณา ถ้าช้าไปนิดเดียว โครงการสำคัญๆ หลายอย่างอาจสะดุดได้ครับ เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิ รถไฟฟ้าสายสีชมพู หรือกฎหมายปราบฟอกเงินที่ค้างอยู่ ถ้าตกไปหมด จะกระทบประชาชนยังไงบ้าง รัฐบาลเลยไม่รอช้า มอบหมายให้แต่ละกระทรวงลงมือทันที

ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ: รายชื่อกฎหมายค้างจากหน่วยงานต่างๆ

มาดูกันครับว่าร่างกฎหมาย 24 ฉบับนี้มาจากไหนบ้าง แบ่งเป็นค้างสภาผู้แทนฯ 20 ฉบับ และวุฒิสภา 4 ฉบับ ดังนี้

  • กระทรวงกลาโหม (2 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
    • ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
  • กระทรวงการคลัง (3 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. ….
    • ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์)
    • ร่างพระราชบัญญัติโอนที่ราชพัสดุ… ในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. ….
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (2 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. ….
    • ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
  • กระทรวงคมนาคม (5 ฉบับ) ที่น่าสนใจมากเพราะเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน
    • ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (เพิ่มเรื่องค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ)
    • ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหา… โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนครราพิพัฒน์…
    • ร่างพระราชบัญญัติเวนคืน… รถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี…
    • ร่างพระราชบัญญัติกำหนดภาระ… รถไฟฟ้าสายสีชมพู…
    • ร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (1 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. (เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราต้องการมากในยุคนี้)
  • กระทรวงยุติธรรม (3 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติยกเลิก พ.ร.บ.เช็ค พ.ศ. 2534
    • ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย… (ฉบับที่ ..)
    • ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..)
  • กระทรวงสาธารณสุข (2 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..)
    • ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (1 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหา (ฉบับที่ ..)
  • สำนักงาน ก.พ.ร. (1 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต
  • สำนักงาน ปปง. (2 ฉบับ)
    • ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..)
    • ร่างยกเลิกบทบัญญัติมูลฐานฟอกเงิน
  • สำนักงานศาลยุติธรรม (2 ฉบับ)
    • ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (เจ้าพนักงานคดี)
    • ร่างระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (เจ้าพนักงานคดีประจำศาล)

เห็นรายชื่อแล้วรู้สึกว่ามีเรื่องสำคัญเยอะแยะเลยครับ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟฟ้า ที่จะช่วยแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ไปจนถึงกฎหมายสิ่งแวดล้อมอากาศสะอาด ปราบฟอกเงิน หรือแม้แต่แพทย์แผนไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ถ้ากฎหมายเหล่านี้ผ่าน จะช่วยพัฒนาประเทศได้มาก การที่ ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ แบบนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับการผลักดันนโยบายให้ทันเวลา

ในมุมมองของผมนะครับ นี่เป็นโอกาสดีที่จะเห็นการทำงานร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ถ้าทุกฝ่ายช่วยกัน เราน่าจะเห็นความคืบหน้าหลายเรื่องในเร็วๆ นี้ เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิครับ หรือถ้าอยากติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเรียลไทม์ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้เลย รับรองไม่พลาดทุกมติครม.!

ที่มา – ครม. เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้ากระทรวงเร่งเคลียร์ ก่อนส่งสภาฯ พิจารณา

“เจดี แวนซ์” ถึงปากีสถาน เจรจาอิหร่าน

การเมืองระหว่างประเทศกำลังร้อนระอุ เมื่อ “เจดี แวนซ์” ถึงปากีสถานพร้อมเจรจาอิหร่าน เตือนอย่าเล่นเกม ขณะอิสลามาบัดคุมเข้มความปลอดภัย ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจในขณะนี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดแล้ว พร้อมคณะทำงานระดับสูง เพื่อเข้าร่วมการเจรจาที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลาง

“เจดี แวนซ์” ถึงปากีสถานพร้อมเจรจาอิหร่าน เตือนอย่าเล่นเกม ขณะอิสลามาบัดคุมเข้มความปลอดภัย

การมาถึงของเจดี แวนซ์ ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมาพร้อมทีมเจรจาที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นสตีฟ วิตคอฟฟ์ ในฐานะทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คณะผู้แทนสหรัฐฯ ออกเดินทางจากวอชิงตันเมื่อวันก่อนหน้า โดยเลือกปากีสถานเป็นสถานที่เจรจา ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นกลางและมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค

ก่อนขึ้นเครื่อง แวนซ์ยังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ว่า “เราตั้งตารอการเจรจา แต่หากอิหร่านพยายามเล่นเกม สหรัฐฯ จะไม่ยอม” คำเตือนนี้สะท้อนถึงท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากโต๊ะเจรจา

มาตรการความปลอดภัยสุดเข้มงวดในอิสลามาบัด

ทางด้านปากีสถานเอง ก็เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ โดยยกระดับความปลอดภัยในกรุงอิสลามาบัดอย่างเข้มข้น ตั้งแต่หลายวันก่อน มีการเพิ่มกำลังตำรวจและทหาร ปิดการจราจรหลายสายทางหลัก ตรวจสอบพื้นที่สำคัญอย่างละเอียด และตั้งจุดตรวจทุกจุดยุทธศาสตร์ คณะผู้แทนจากอิหร่านเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้บรรยากาศในเมืองตึงเครียดแต่เป็นระเบียบ

เหตุผลที่เลือกปากีสถานเพราะเป็นพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย มีความสัมพันธ์ดีกับสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้เป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับการพูดคุยที่ละเอียดอ่อน

ประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้

การเจรจา “เจดี แวนซ์” ถึงปากีสถานพร้อมเจรจาอิหร่าน มุ่งเน้นไปที่ปัญหาหลักๆ ในตะวันออกกลาง โดยมีหัวข้อสำคัญดังนี้:

  • โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน: สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงที่โปร่งใส เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
  • ความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย: ปัญหาการโจมตีเรือสินค้าและการคุกคามทางทะเลที่ส่งผลต่อการค้าพลังงานโลก
  • ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งหากปิดกั้นจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง
  • การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย: สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าสนับสนุนกลุ่มต่างๆ ในภูมิภาค

นักวิเคราะห์เห็นว่าการหารือครั้งนี้มีศักยภาพเป็นจุดเปลี่ยน หากสำเร็จจะช่วยลดความตึงเครียด ลดราคาพลังงาน และเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับทุกฝ่าย แต่หากล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงยิ่งขึ้น

บริบทและผลกระทบต่อโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียดมาตั้งแต่สมัยข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกไปภายใต้การนำของทรัมป์ การกลับมาของทีมเดิมอย่างคุชเนอร์และทูตใหม่ ทำให้เกิดความหวังใหม่ในการฟื้นฟู

สำหรับประเทศไทยและอาเซียน ผลกระทบจะชัดเจนในราคาน้ำมันและก๊าซ ถ้าการเจรจาไปได้สวย ราคาพลังงานจะนิ่ง แต่หากล้มเหลว เราอาจเห็นความผันผวนที่กระทบเศรษฐกิจโดยตรง นอกจากนี้ ปากีสถานยังเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยในด้านสิ่งทอและผลไม้ ทำให้สถานการณ์นี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การเลือกอิสลามาบัดเป็นที่ประชุม ยังแสดงถึงบทบาทของปากีสถานที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลก หลังจากประสบความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยระหว่างอินเดียและอัฟกานิสถานในอดีต

สุดท้ายนี้ การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง หากทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในหลัก sincerity และไม่เล่นเกมตามที่แวนซ์เตือน คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “เจดี แวนซ์” ถึงปากีสถานพร้อมเจรจาอิหร่าน เตือนอย่าเล่นเกม ขณะอิสลามาบัดคุมเข้มความปลอดภัย

พาณิชย์ขยายธงฟ้า-ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศ ล่าสุด พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ภายใต้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่นำโดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน โดยมุ่งเน้นแนวคิด “2 พ.” คือ ปริมาณเพียงพอ และราคาไม่แพงเกินสมควร เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤตนี้

พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร

โครงการธงฟ้าคือดาวเด่นในการช่วยลดค่าครองชีพ โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 200 รายการ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 30-60% ช่วยครัวเรือนประหยัดได้เฉลี่ย 500 บาทต่อเดือน กรมการค้าภายในวางแผนขยายงานธงฟ้าเป็น 518 ครั้ง จากเดิม 62 ครั้ง ในช่วงเมษายน-สิงหาคม 2567

  • งานขนาดใหญ่ 200 บูธ: 12 ครั้ง
  • งานขนาด 50 บูธ: 76 ครั้ง
  • มินิธงฟ้าจังหวัดละ 5 ครั้ง: 380 ครั้ง
  • กรุงเทพฯ 50 เขต: 50 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังกระจายสินค้าผ่านรถเร่ รถพุ่มพวง และรถโมบายธงฟ้ากว่า 5,000 คัน ถึงชุมชนห่างไกล โครงการ “ธงฟ้าลดเปิดเทอม” ในโรงเรียนห่างไกล 1,000 แห่ง นำสินค้าชุดนักเรียนและอุปโภคไปขายราคาถูก เชื่อมโยงสินค้าเกษตรสู่ตลาดสด ตลาดนัด ปั๊มน้ำมัน ไปรษณีย์ 1,000 แห่ง และร้านค้าปลีก โชห่วย 150 ร้าน

ธงเขียวพลัส: ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนปัจจัยการผลิต

โครงการธงเขียวพลัสเน้นลดต้นทุนสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่ราคาพุ่งจากวิกฤต กรมฯ ร่วมเอกชนอย่างสมาคมปุ๋ย จัดหาปุ๋ยเพิ่ม ปัจจุบันสต็อกปุ๋ย 900,000 ตัน (ยูเรีย 343,000 ตัน) แผนนำเข้าเพิ่ม 234,650 ตัน ส่งเสริมปุ๋ยสูตรผสม เช่น 40-0-0, 21-0-0, 18-8-8 เพื่อลดพึ่งพายูเรียที่ราคาขึ้นจาก 500 เป็น 800 ดอลลาร์ต่อตัน

เพิ่มส่วนลดธงเขียวพลัสจาก 200 เป็น 300 บาทต่อราย ตรวจร้านปุ๋ย 1,079 แห่ง พบผิด 48 ราย ดำเนินคดีข้อหาไม่ปิดป้ายราคาและ賣เกินราคา

ด้านกำกับราคา เพิ่มสินค้าต้องขออนุญาตปรับราคาจาก 8 เป็น 15 รายการ โดยพิจารณาต้นทุนจริงจากน้ำมันดีเซลแพง แนวโน้มปรับขึ้น 0.7-44.4% ตามหมวด แต่ยังไม่批准 ยังขอให้ปรับอย่างเหมาะสม

ดูแลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ไม่ทิ้งเกษตรกร

สำหรับปาล์มน้ำมัน ราคาผลสดเฉลี่ย 8 บาท/กก. สูงสุดรอบหลายปี แต่ต้นทุนขึ้น กรมฯ ดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (สต็อกเดิม 42-50 บาท/ขวด) สูงเกินไป กำหนดลานเท-โรงสกัดปิดป้ายราคา ห้ามกดราคา รายงานสต็อก เคลื่อนย้าย และส่งออกเข้มงวด

บริหารปาล์มสมดุล เพิ่มใช้ B7 B20 ในพลังงาน 140,000 ตัน/เดือน ส่งออก 43,600 ตัน/เดือน นอกจากนี้ เพิ่มเม็ดพลาสติก (PE, PP, PET) เป็นสินค้าควบคุม ตั้งคณะทำงานติดตาม

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนและเกษตรกรจริง พาณิชย์ ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร จะช่วยบรรเทาภาระได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือ ติดตามข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐเพิ่มเติมเพื่อวางแผนชีวิตให้มั่นคง

คุณล่ะ สนใจเข้าร่วมงานธงฟ้าครั้งไหน? แสดงความเห็นด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์การประหยัดค่าครองชีพจากโครงการนี้ได้เลย!

ที่มา – “พาณิชย์” ขยาย “ธงฟ้า-ธงเขียวพลัส” ลดค่าครองชีพ จัดหาปุ๋ยช่วยเกษตรกร

เดือนที่ดีที่สุดของกวาร์ดิโอลาและเดือนแย่ที่สุดของอาร์เตต้าชิงแชมป์

เดือนที่ดีที่สุดของกวาร์ดิโอลาและเดือนแย่ที่สุดของอาร์เตต้าจะตัดสินแชมป์?

เมื่อฤดูกาลพรีเมียร์ลีกใกล้เข้าสู่ช่วงท้าย เมษายนอาจเป็นเดือนชี้ขาดสำหรับจ่าฝูงอาร์เซนอลและคู่แข่งใกล้เคียงแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ทีมของมิเกล อาร์เตต้า กำลังลุ้นแชมป์ลีกให้สโมสรครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ด้วยการนำ 9 แต้มและเหลือ 7 นัด พวกเขาควบคุมชะตากรรมตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม ซิตี้ที่อยู่อันดับสอง มีนัดแข่งเพิ่ม และประสบการณ์ในการปิดเกมช่วงสำคัญ พวกเขาจะเพิ่มความกดดันเมื่อเจ้าบ้านพบจ่าฝูงในนัดยักษ์ใหญ่ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม วันที่ 19 เมษายน

ประวัติศาสตร์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เดือนที่ดีที่สุดของกวาร์ดิโอลาและเดือนแย่ที่สุดของอาร์เตต้า คือเดือนเมษายนที่ซิตี้ทำได้ดีและอาร์เซนอลสะดุด

“เราต้องได้แต้มเยอะ” กวาร์ดิโอลากล่าว “เราไม่ค่อยสม่ำเสมอในฤดูกาลนี้ เราทิ้งแต้มที่ไม่น่าเสีย นั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำต่างออกไป”

“เราต้องชนะทุกนัด”

อาร์เตต้าต้องการชัยชนะในเดือนพฤษภา นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมปี 2019 เขาคว้าแค่เอฟเอคัพและคอมมิวนิตี้ชิลด์ ทีมของเขเสมอ 7 นัดเท่าซิตี้ แต่แพ้น้อยกว่า 2 นัด

เดือนที่ดีที่สุดของกวาร์ดิโอลาและเดือนแย่ที่สุดของอาร์เตต้า

จาก 10 เดือนปกติของพรีเมียร์ลีก (สิงหาคม-พฤษภา) เมษายนเป็นเดือนที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ภายใต้เป๊ป กวาร์ดิโอลา และแย่ที่สุดของอาร์เซนอลภายใต้อาร์เตต้า

ซิตี้มีอัตราชนะสูงกว่าในเดือนฤดูร้อน 2020 จากโควิด แต่เป็นนัดน้อย ในทางตรงกันข้าม มีนาคมเป็นเดือนดีที่สุดของอาร์เซนอลภายใต้ศิษย์เก่า และแย่ที่สุดของกวาร์ดิโอลา

เป็นเดือนเดียวที่อาร์เตต้ามีอัตราชนะสูงกว่าอาจารย์ของเขา ซึ่งทั้งคู่ทำงานด้วยกันที่ซิตี้ 2016-2019

สถิติเมษายนของกวาร์ดิโอลา

ทีมของกวาร์ดิโอลาชนะ 30 จาก 38 นัดในเมษายน เสมอ 5 แพ้ 3 พวกเขายิง 102 ประตู ค่าเฉลี่ย 2.7 ลูกต่อนัด

ฟอร์มล่าสุดยิ่งน่าทึ่ง ชนะ 19 เสมอ 2 จาก 21 นัดนับตั้งแต่แพ้ลีดส์ 2-1 ปี 2021 ยิง 2+ ลูกทุกนัดยกเว้นเสมอ 0-0 ที่แมนยูฤดูกาลก่อน และยิง 4+ ใน 10 นัด

สถิติเมษายนของอาร์เตต้า

อาร์เซนอลแพ้ 7 นัดพรีเมียร์ลีกในเมษายนภายใต้เขา 5 นัดใน 2021-2022 นับหลังจากนั้น แพ้แค่ 2 จาก 18 นัด ชนะ 10 เสมอ 6

แต่ 2 แพ้นั้นกระทบหนัก แพ้ซิตี้ 4-1 ปี 2023 และแพ้วิลล่า 0-2 ปี 2024 ส่งผลต่อลุ้นแชมป์ แม้เสมอก็เสียหาย เหมือนปีก่อนกับเอฟเวอร์ตัน เบรนท์ฟอร์ด และคริสตัล พาเลซ

นัดท็อปทูวันอาทิตย์หน้าจะสำคัญยิ่ง

บนกระดาษ อาร์เซนอลเล่นในบ้านกับบอร์นมัธและนิวคาสเซิ่ลดูชนะง่าย แต่ซิตี้เยือนเชลซีและเจ้าบ้านพบวิลล่าทีมลุยชปล.

ด้วยฟอร์มเมษายนของทั้งคู่ อย่าคิดว่าลงตัวแล้ว

  • อาร์เซนอลนำด้วยฟอร์มดีในมีนาคม
  • ซิตี้มีประสบการณ์ปิดฤดูกาล
  • นัดเอติฮัดจะเป็นจุดพลิกผัน

เดือนที่ดีที่สุดของกวาร์ดิโอลาและเดือนแย่ที่สุดของอาร์เตต้าอาจกำหนดแชมป์ฤดูกาลนี้ คุณคิดว่าใครจะคว้าแชมป์? ติดตามนัดสำคัญและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ตำรวจไซเบอร์และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ด้วยการ รวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ชายหนุ่มวัย 27 ปีชื่อนายโนอาห์ คริสโตเฟอร์ (Noah Christopher) สัญชาติเยอรมัน ถูกจับกุมพร้อมของกลางเพียบ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ไอแพด แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก

รวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ เปิดแพลตฟอร์ม DDoS-as-a-Service

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานระหว่างสำนักงานตำรวจสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีกับตำรวจไทย โดยนายโนอาห์มีหมายจับติดตัวถึง 74 หมายจากศาลเยอรมนี เขาคือบอสใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง FLUXSTRESS และ NETDOWNER ซึ่งเป็นบริการ DDoS-for-hire หรือที่รู้จักในชื่อ DDoS-as-a-Service บริการเหล่านี้ช่วยให้ใครก็ตามสามารถจ้างโจมตีเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร รัฐบาล หรือธุรกิจทั่วโลกได้ง่ายๆ เพียงจ่ายเงิน ทำให้ระบบล่มไม่สามารถใช้งานได้ สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งทางการเงินและชื่อเสียง

การสั่งการและทีมงานที่เข้าร่วมรวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ

ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ดังนี้

  • พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.
  • พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท.
  • พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท.
  • พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู รอง ผบก.อก.บช.สอท.
  • และทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์และ ตม. อีกมากมาย

พวกเขาบุกตรวจค้นห้องพักชั้น 7 คอนโดหรูย่านทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จับกุมนายโนอาห์ได้คาหนังคาเข้าก่อนที่เขาจะหนีรอดไป

DDoS คืออะไร และทำไมแพลตฟอร์มอย่าง Fluxstress ถึงอันตราย

DDoS หรือ Distributed Denial of Service คือการโจมตีที่ใช้บอทเน็ตจำนวนมหาศาลส่งข้อมูลขยะไปยังเซิร์ฟเวอร์เป้าหมาย ทำให้ระบบโอเวอร์โหลด ล้มเหลว ไม่สามารถให้บริการได้ แพลตฟอร์มของนายโนอาห์ทำให้การโจมตีแบบนี้กลายเป็นเรื่องง่าย ลูกค้าสามารถเลือกขนาดการโจมตี จ่ายเงินผ่านคริปโต แล้วกดปุ่มโจมตีได้ทันที สร้างความเดือดร้อนให้องค์กรทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร รัฐบาล หรือเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่

นายโนอาห์หลบหนีคดีในเยอรมนีมานานกว่า 2 ปี เดินทางเข้าออกไทยบ่อยครั้ง โดยพักในย่านทองหล่อที่เป็นแหล่งนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ ตำรวจไทยสืบสวนจนพบที่ซ่อน ก่อนบุกจับและยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบหลักฐาน

เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การ แต่เจ้าหน้าที่เพิกถอนวีซ่าแล้ว และกำลังวิเคราะห์ข้อมูลในอุปกรณ์เพื่อขยายผล ก่อนส่งตัวกลับเยอรมนีดำเนินคดี

บทเรียนจากคดีรวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามไซเบอร์ที่ไม่มีพรมแดน การโจมตี DDoS ไม่เพียงทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก แต่ยังอาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลสำคัญหรือแม้กระทั่งปัญหาความมั่นคง 국가 เพื่อป้องกันตัวเอง องค์กรควรมีระบบป้องกัน DDoS เช่น Firewall ขั้นสูง การใช้ CDN หรือบริการ Cloud Security และอัปเดตซอฟต์แวร์เสมอ นอกจากนี้ การร่วมมือระหว่างประเทศอย่างที่เห็นในคดีนี้คือกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน การตื่นตัวต่อภัย DDoS-as-a-Service อย่างแพลตฟอร์ม Fluxstress และ Netdowner เป็นสิ่งจำเป็น หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ลองตรวจสอบระบบความปลอดภัยของคุณวันนี้เลย

การจับกุม รวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ ครั้งนี้เป็นชัยชนะของตำรวจไทยและนานาชาติ แสดงให้เห็นว่าไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับอาชญากรไซเบอร์ ติดตามข่าวสารไซเบอร์เพิ่มเติม และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้เพื่อนๆ กันเถอะ!

ที่มา – รวบบอสใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ต้องหาสำคัญ เปิดแพลตฟอร์มรับจ้างโจมตีเซิร์ฟเวอร์องค์กรทั่วโลก

“ลุงป้อม” นำกล้วยไม้ประดับมูลนิธิป่ารอยต่อสงกรานต์

ลุงป้อม” หรือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ สร้างสีสันต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ด้วยการนำกล้วยไม้ไทยมาประดับโฉมมูลนิธิป่ารอยต่อให้สวยงามตระการตา พร้อมอวยพรประชาชนให้มีความสุขและดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อนจัด นอกจากนี้ยังชี้เป้าร้านอร่อยเด็ดหลายแห่งให้เหล่านักชิมไปลองชิมกันด้วย

“ลุงป้อม” นำกล้วยไม้ ประดับโฉมมูลนิธิป่ารอยต่อรับสงกรานต์

ในวันที่ 11 เมษายน 2569 พลเอกประวิตร ได้เปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในกิจกรรมรดน้ำดำหัวเนื่องในวันสงกรานต์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 บิ๊กทหาร อดีตผู้ใต้บังคับบัญชา และนักการเมืองทยอยเข้ามาอวยพรและขอพรอย่างคึกคัก จุดเด่นที่ทุกคนพูดถึงกันคือการประดับสถานที่ด้วยดอกกล้วยไม้ไทย สีสันสดใส สวยงามจนได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม

กล้วยไม้เหล่านี้ได้รับความร่วมมือจาก นายกฤษณา มีขำ นายกสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตดอกกล้วยไม้ไทย และ นายหิรัญ เอกอารีย์จิตร นายกสมาคมผู้ประกอบการสวนกล้วยไม้ไทย โดยเลือกสายพันธุ์ไทยแท้ที่ทนความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับจัดแสดงในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมความสวยงามให้งาน แต่ยังเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญ

ของชำร่วยสุดเก๋จากลุงป้อม ผ้าไทยคลุมไหล่ลายขาวม้า

อีกหนึ่งไฮไลต์คือของชำร่วยที่ลุงป้อมเลือกมอบให้แขกและสื่อมวลชน คือผ้าไทยรูปแบบผ้าคลุมไหล่ลายผ้าขาวม้า ใช้งานได้หลากหลายทั้งคลุมไหล่ ผ้าพันคอ หรือผืนนอนพักผ่อน พลเอกประวิตรบอกว่าต้องการสนับสนุนช่างทอผ้าไทยและผู้ผลิตในประเทศ ราคาไม่แพง หากใครชอบก็เชิญไปสั่งซื้อกันได้เลย การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในภูมิปัญญาชาวบ้านและเศรษฐกิจท้องถิ่น

ร้านอร่อยที่ “ลุงป้อม” ชี้เป้า น่าลองชิมช่วงสงกรานต์

ลุงป้อมยังใจดีชี้เป้าลายแทงร้านอร่อยที่ตัวเองเลือกเองทั้งหมด รสชาติเด็ดถูกปากแน่นอน เหมาะสำหรับไปกินคลายร้อนในวันสงกรานต์ นี่คือรายชื่อร้านเด็ดที่ห้ามพลาด:

  • ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกร้านกาตุ่ย – น้ำซุปเข้มข้น เนื้อไก่นุ่ม
  • ข้าวขาหมูจุฬา – ขาหมูตุ๋นเปื่อย หนังกรอบ
  • ข้าวมันไก่เบตง – ไก่เบตงแท้ หนังกรอบ น้ำจิ้มสูตรเด็ด
  • เซี๊ยะก๋วยเตี๋ยวเนื้อไร้เทียมทาน – เนื้อสดใหม่ ไม่มีสารปรุงแต่ง
  • หอยทอดสวัสดี – หอยสด แป้งกรอบ อร่อยคาวหวาน
  • หมูทอด–เนื้อทอดมงคลชัย – ทอดกรอบนอกนุ่มใน
  • ขนมหวานจิตรลดา – หวานกำลังดี หอมนม
  • เต้าทึงน้ำลำไย – เย็นชื่นใจ ลำไยสด
  • กาแฟ–ปาท่องโก๋มังกรบิน – กาแฟหอม ปาท่องโก๋กรอบ

ร้านเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เดินทางสะดวก ลุงป้อมย้ำว่าอ่านทุกคอมเมนต์จากประชาชนและสื่อ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม แม้จะมีคนชวนไปชิมบ่อยๆ แต่ก็ต้องระวังสุขภาพด้วยนะ

คำอวยพร “ลุงป้อม” ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพท่ามกลางอากาศร้อน

ปิดท้ายด้วยคำอวยพรจากใจลุงป้อม ขอให้ทุกคนมีความสุขกับครอบครัวในช่วงสงกรานต์ สาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน แต่จำไว้ว่าต้องดูแลตัวเองให้ดี โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัดที่อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำหรือป่วยได้ง่าย ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้พอ และหลีกเลี่ยงแดดจัด

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองสงกรานต์แบบไทยแท้ แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของลุงป้อมที่ใกล้ชิดประชาชน สนับสนุนสินค้าไทยทั้งกล้วยไม้ ผ้า และอาหารท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาล หากคุณกำลังมองหาร้านอร่อยหรือไอเดียประดับบ้านสงกรานต์ ลองนำไปปรับใช้ดูสิ รับรองว่าปังแน่นอน! ไปชิมร้านที่ลุงป้อมแนะนำกันเถอะ แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ

ที่มา – “ลุงป้อม” นำกล้วยไม้ ประดับโฉมมูลนิธิป่ารอยต่อรับสงกรานต์ ขอ ปชช. ดูแลสุขภาพช่วงอากาศร้อน

7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 วันแรกดับ 20 ราย

เข้าสู่ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 แล้วนะครับ วันแรกของการรณรงค์เท่านั้น แต่สถิติอุบัติเหตุทางถนนน่าตกใจมาก เกิดอุบัติเหตุถึง 135 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 132 ราย และที่หนักสุดคือผู้เสียชีวิต 20 ราย สาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็วและตัดหน้ากระชั้นชิด ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่เราพบเจอได้บ่อยๆ บนท้องถนนช่วงเทศกาลนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ได้แถลงสถิติล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ทุกคนตระหนักและป้องกันให้ทัน

7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569: สถิติวันแรกที่น่าตกใจ

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในวันแรกของปฏิบัติการ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่ามีจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตถึง 59 จังหวัด ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่ภาพรวมยังต้องระวัง สาเหตุอันดับหนึ่งคือ ขับรถเร็ว ร้อยละ 37.78 ตามด้วย ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.96 ยานพาหนะที่เกิดเหตุมากสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.49 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.52 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.15 และถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 20.74

ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดคือ 15.01-18.00 น. ร้อยละ 21.48 และผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 18.42 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือตรังและสงขลา (คนละ 8 ครั้ง) ผู้บาดเจ็บมากสุดที่ตรัง 9 ราย และเสียชีวิตสูงสุดที่ปราจีนบุรีกับสงขลา (คนละ 2 ราย)

สาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยงใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

  • ขับรถเร็วเกินกำหนด: 37.78% – ความเร็วคือศัตรูตัวฉกาจ
  • ตัดหน้ากระชั้นชิด: 22.96% – ขาดระยะห่างปลอดภัย
  • รถจักรยานยนต์: 70.49% ของอุบัติเหตุทั้งหมด
  • เส้นทางตรง: 78.52% – คิดว่าปลอดภัยแต่ไม่ระวัง

จังหวัดเด่นและจังหวัดปลอดภัย

  • ตรัง: อุบัติเหตุ 8 ครั้ง, บาดเจ็บ 9 ราย
  • สงขลา: อุบัติเหตุ 8 ครั้ง, เสียชีวิต 2 ราย
  • ปราจีนบุรี: เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดตายเป็นศูนย์: 59 จังหวัด – ทำได้ยังไง เรียนรู้จากที่นี่!

มาตรการเข้มงวดจาก ศปถ. ใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานแถลงข่าว ย้ำว่าศปถ. จะกำชับทุกหน่วยงานอำนวยความสะดวกบนถนนสายหลัก โดยเฉพาะเส้นเชื่อมจังหวัด คาดว่าวันนี้รถจะหนาแน่นเพราะคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยว บังคับใช้กฎหมายเข้มกับพฤติกรรมเสี่ยง 9 ข้อหลัก เช่น ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัด ย้อนศร ฝ่าน้ำแดง แซงคับขัน ใช้มือถือขณะขับ และรถไม่พร้อม

นอกจากนี้ ยังใช้ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” โดยอาสาสมัครท้องถิ่นเฝ้าระวัง เคาะประตูบ้านเตือน เครียดกับรถตู้ผิดกฎ ตรวจแอลกอฮอล์พนักงานขับรถให้เป็นศูนย์ บริหารเส้นทางด้วยกรวยจราจรและไฟเตือน ประชาสัมพันธ์ให้เช็ครถ ประกัน พรบ. ภาษีให้เรียบร้อย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เสริมว่าต้องระวังอากาศร้อน ฟ้าหลัวตอนกลางวัน อาจง่วงง่าย จอดพักทันที ภาคใต้ฝนฟ้าคะนอง ขับระวัง มีน้ำใจให้ผู้ร่วมทาง ปฏิบัติตามกฎ จะได้เที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย

เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาล

  • ลดความเร็ว รักษาระยะห่าง
  • สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดทุกคน
  • พักรถทุก 2 ชม. ดื่มน้ำมากๆ
  • เช็ครถก่อนออก ลมยาง น้ำมัน เบรก
  • ไม่ใช้มือถือ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์

สุดท้ายนี้ อย่าให้ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 กลายเป็นฝันร้าย ขับขี่ปลอดภัย มีสติทุกเส้นทาง สงกรานต์นี้ขอให้ทุกคนกลับบ้านปลอดภัย สนุกกับการสาดน้ำแบบไร้กังวล หากเจอเหตุแจ้งด่วน 1669, 1584, 1356, 1784 หรือ Line @1784DDPM ทันที!

ที่มา – 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 วันแรกดับแล้ว 20 ราย เหตุขับรถเร็ว และตัดหน้ากระชั้นชิด