วัน: 11 เมษายน 2026

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมันช่วยน้อย จี้เปิดปุ๋ย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกัน นั่นคือ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ที่รัฐบาลเพิ่งออกมา หลังจากประชาชนเดือดร้อนมานานกับราคาน้ำมันพุ่งสูง พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรค ชี้ว่ามาตรการนี้ยังช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้น้อยเกินไป

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป

มาดูรายละเอียดกันครับ มาตรการทั้งหมดใช้งบประมาณ 7,700 ล้านบาท แต่ที่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงๆ มีแค่ 3,000 ล้านบาท ที่เหลือ 4,700 ล้าน เป็นการเอาไปเติมงบกองทุนประชารัฐที่ตั้งไว้ไม่พอสำหรับปี 2569 ปัญหาคือ กลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือยังตกหล่นหลายกลุ่มสำคัญ เช่น ชาวประมงที่ออกหาปลาไม่ได้ ส่งผลให้อาหารทะเลขาดแคลน หรือกลุ่มเม็ดพลาสติกที่เป็นต้นน้ำของสินค้าหลายอย่าง เช่น บรรจุภัณฑ์ สี และก่อสร้าง

ส่วนคู่สัญญาก่อสร้างภาครัฐกลับได้สิทธิพิเศษ เช่น แก้สัญญาได้ ปรับราคาดีเซลสูงสุด 69.99 บาทต่อลิตร หรือยกเลิกสัญญาคืนเงินประกัน ปชน. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ปัญหาปุ๋ยเคมีและน้ำมันในภาคเกษตร

นายเดชรัต ชี้ว่าต้นทุนหลักของเกษตรกรคือปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง คิดเป็น 40-50% ของต้นทุนทั้งหมด แต่ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยได้แค่น้อยนิด โครงการปุ๋ยธงเขียวขยายวงเงินเป็น 300 บาทต่อกระสอบ แต่จำกัด 5+1 กระสอบ และเข้าถึงได้แค่ 1% ของความต้องการเกษตรกร แม้จะบอกราจะขยาย แต่ยังไม่ชัดเจน ปชน. เสนอขยายให้ครอบคลุมทุกเกษตรกร

สำหรับน้ำมัน ไม่มีมาตรการช่วยประมงและเกษตรเลย มีแต่ขนส่งสาธารณะ ปชน. อยากเห็นมาตรการชัดเจนสำหรับเครื่องจักรกลเกษตร เช่น ไถนา เก็บเกี่ยว ที่จะเริ่มปลายเมษายน-พฤษภา

  • เปิดเผยปริมาณปุ๋ยเคมีทั้งนำเข้า คลัง ร้านค้า
  • แจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพื่อป้องกันขายเกินราคา
  • ช่วยเหลือบัตรสวัสดิการให้ครอบคลุมคนจน 20% ที่ตกหล่น
  • วงเงินฉุกเฉินค่าเทอมนักเรียน และกู้ครัวเรือนเปราะบาง

นางสาวศิริกัญญา วิจารณ์เรื่องงบประมาณ รัฐตั้งกองทุนประชารัฐปี 2569 แค่ 30,000 ล้าน จากปกติ 50,000 ล้าน เลยต้องเอางบกลางมาเติม มาตรการนี้เลยจำกัด ไม่สัดส่วนกับเดือดร้อนประชาชน สะท้อนปัญหาการคลังรัฐบาลที่ใช้รายจ่ายประจำแทบไม่พอ

ยังมีประเด็นงบปี 2569 ที่เหลือ รัฐจะออก พ.ร.บ.โอนงบแทน พ.ร.ก. ต้องเร่งตัดงบที่ไม่ได้ใช้ก่อน 30 เมษายน เพื่อนำมาเยียวยา ปช. คาดหวังรัฐหาแหล่งงบเพิ่ม 50,000 ล้านให้ได้

โดยรวมแล้ว มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ยังไม่ตอบโจทย์ครบ ประชาชนยังเดือดร้อนต่อเนื่อง ปช. เสนอทางออกชัดเจน รัฐควรรับฟังและปรับปรุงด่วน

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่ม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป จี้เปิดปริมาณปุ๋ยทั่วประเทศ กันไอ้โม่งหากิน

มัวร์พร้อมช่วยเร็กซ์แฮมช่วงท้ายฤดูกาลหลังหายเจ็บ

คีฟเฟอร์ มัวร์ ระบุว่าเขาพร้อมที่จะมีส่วนช่วยเหลือทีมเร็กซ์แฮมในช่วงท้ายฤดูกาล หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าสองครั้งในเวลาเพียงสามเดือน

กองหน้าคนนี้พลาดลงสนามในนัดเปิดฤดูกาล 2026 สี่นัดแรกเนื่องจากบาดเจ็บ และต้องพักอีกสี่นัดก่อนช่วงพักทีมชาติเดือนมีนาคม

มัวร์กลับมาลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมเสมอ เร็กซ์แฮม 2-2 เวสต์บรอมมิช อัลเบียน ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์ในวันดีฟรายเดย์ และได้ลงตัวจริงในเกมแพ้ เซาแธมป์ตัน 5-1 นัดล่าสุด

“การบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าอีกครั้งไม่ใช่เรื่องดี แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก” เขาบอกกับ BBC Sport Wales

“ผมพร้อมที่จะมีส่วนช่วยเหลือในช่วงท้ายฤดูกาลนี้จริงๆ และหวังว่าเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีจากมัน”

มัวร์พร้อมช่วยเร็กซ์แฮมช่วงท้ายฤดูกาลหลังหายเจ็บ

แซม สมิธ ก้าวขึ้นมาแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่มัวร์ซึ่งทำประตูได้ 13 ลูกจากทุกรายการในฤดูกาลแรกกับเร็กซ์แฮมไม่อยู่

เจ็ดจากเก้าประตูของสมิธในฤดูกาลนี้มาจากครึ่งหลังของฤดูกาล เมื่อมัวร์ไม่อยู่

“แซมเป็นคนดีมาก กองหน้าที่ยอดเยี่ยม เขายิงประตูสวยๆ ให้เราได้ การเคลื่อนที่ของเขาดีมาก” มัวร์กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีม

“การมีผู้เล่นแบบที่เราสามารถสลับกันลงสนามและเล่นร่วมกันได้ มันดีมากสำหรับเรา”

ฟิล พาร์กินสัน เสริมตัวเลือกแนวรุกในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมด้วยการเซ็นสัญญาเบลีย์ คาดามาร์เตรอรี่ และเดวิส คีลเลอร์-ดันน์ ขณะที่เจย์ โรดริเกซ กลับมาจากบาดเจ็บหลังคริสต์มาส

มัวร์หวังว่าการแข่งขันดุเดือดในแนวรุกจะช่วยทีมเร็กซ์แฮมในช่วงที่เหลือ

“การแข่งขันแบบนี้มันสร้างความสำเร็จ ทุกคนผลักดันกันเอง พยายามดึงศักยภาพสูงสุดจากกันและกัน” มัวร์กล่าวเพิ่มเติม

“คุณเห็นได้ทุกวันในการซ้อม โดยเฉพาะการฝึกยิง การแข่งขันสูงมาก การมีผู้เล่นเหล่านี้ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมได้ มันยอดเยี่ยมสำหรับเรา”

เร็กซ์แฮมหลุดจากโซนเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพหลังแพ้เซาแธมป์ตัน แต่ยังลุ้นท็อปซิกซ์อยู่

ทีมของพาร์กินสันอยู่อันดับเจ็ด ห่างเซาแธมป์ตันสองคะแนน และห่างฮัลล์ ซิตี้สี่คะแนน เหลือห้านัด

การลุ้นกลับท็อปซิกซ์เริ่มที่บอร์นมัธ ซิตี้ วันอาทิตย์ (12:00 BST)

“จะเป็นเกมสนุกและสำคัญ ในบริบทฤดูกาลนี้ มันสำคัญมากสำหรับเรา” มัวร์กล่าว

“เราจะพยายามแสดงฟอร์มที่ทำได้ และหวังว่าจะได้สามแต้ม พวกเขาดีเรื่องบอล จะทำร้ายเราในบางจุด โดยเฉพาะที่เซนต์แอนดรูวส์ มีแฟนบอลหนุนหลัง มันท้าทายแต่เราตื่นเต้น”

มัวร์พร้อมช่วยเร็กซ์แฮมช่วงท้ายฤดูกาลหลังหายเจ็บกับทีมชาติ

อาการบาดเจ็บล่าสุดทำให้มัวร์พลาดเพลย์ออฟบอลโลกของเวลส์

เขาต้องดูทีมของเคร็ก เบลลามี่ แพ้จุดโทษบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา สิ้นสุดความฝันไป世界杯ฤดูร้อนที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก

“เกมแปลกๆ เราครองเกมส่วนใหญ่ แต่ช่วง 15 นาทีสุดท้ายเราถอยหลังหน่อย ไม่ตั้งใจ แต่บอสเนียโยนบอลบุก และได้ประตู จุดโทษมันล็อตเตอรี่”

เวลส์กลับมาลงแข่ง Nations League กับโปรตุเกส เดนมาร์ก และนอร์เวย์ปลายปี

มัวร์มั่นใจว่าเบลลามี่จะพาเวลส์ไปยูโร 2028

“เบลเลอร์สยอดเยี่ยม การจัดทีม การซ้อม ทุกอย่างเหมาะกับชาติ หวังว่าปีหน้าจะสำเร็จ”

เวลส์ไม่มีอารอน แรมซีย์แล้วหลังเขาตัดสินใจรีไทร์

มัวร์ยกย่องมิดฟิลด์ที่ยิง 21 ลูกจาก 86 นัด

“เขาเป็นคนดี จะคิดถึง เป็นคนรับใช้ทีมยอดเยี่ยม มีโมเมนต์สุดยอดในชุดเวลส์ เศร้าที่จากแบบนี้ แต่เส้นทางอาชีพน่าทึ่ง ขอให้โชคดี”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

มัวร์พร้อมช่วยเร็กซ์แฮมช่วงท้ายฤดูกาลหลังหายเจ็บแล้ว แฟนๆ เร็กซ์แฮมควรติดตามผลงานของเขาในนัดต่อไป เพราะเขาจะเป็นกุญแจสำคัญในการลุ้นเพลย์ออฟ ลองติดตามข่าวสารฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ครม. เห็นชอบปรับสุไหงโก-ลกพ้นพื้นที่ความมั่นคง

ครม. เห็นชอบปรับ “สุไหงโก-ลก” พ้นพื้นที่ความมั่นคง เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะชาวชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบมานาน ล่าสุดวันที่ 11 เมษายน 2567 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ปรับพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจากบัญชีพื้นที่ที่มีเหตุการณ์กระทบความมั่นคง ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

ครม. เห็นชอบปรับ “สุไหงโก-ลก” พ้นพื้นที่ความมั่นคง

การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เห็นว่าสถานการณ์ในพื้นที่สุไหงโก-ลกดีขึ้นมาก สามารถผ่อนคลายมาตรการบางส่วนได้แล้ว โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยโดยรวม มันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังปรับตัวให้สอดคล้องกับความจริงบนพื้นดิน ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตได้ปกติมากขึ้น ไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไป

สุไหงโก-ลกเป็นอำเภอชายแดนที่สำคัญ มีด่านชายแดนเชื่อมกับมาเลเซีย ทำให้เป็นจุดค้าขายใหญ่ การถอนพ้นพื้นที่ความมั่นคงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ลดภาระเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และส่งเสริมการท่องเที่ยวกับการลงทุน ประชาชนที่นี่จะได้ประโยชน์โดยตรง เช่น การเดินทางสะดวกขึ้น การค้าขายคล่องตัว และเด็กๆ ได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายกว่าเดิม

เหตุผลหลักเบื้องหลังมติครม.

รองโฆษกฯ ระบุชัดว่ามาตรการนี้เป็นการ “ปรับสมดุล” ระหว่างความมั่นคงและการฟื้นฟูพื้นที่ โดยยึดหลักใช้มาตรการเท่าที่จำเป็น สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ได้รับการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้แนวโน้มดีขึ้น เหตุการณ์รุนแรงลดลง การเจรจาสันติภาพก้าวหน้า ทำให้สามารถคลายล็อกบางพื้นที่ได้

  • ประเมินสถานการณ์รอบด้านจากคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ผ่อนคลายมาตรการเพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตประชาชน
  • คงมาตรการใน 19 อำเภอที่เหลือ เพื่อความต่อเนื่อง
  • ไม่กระทบสิทธิเสรีภาพเกินสมควร

ผลกระทบต่อพื้นที่อื่นๆ และอนาคต

ขณะที่สุไหงโก-ลกถูกถอนออก ครม. ยังคงมาตรการในพื้นที่อื่นๆ รวม 19 อำเภอใน 4 จังหวัด เพื่อให้การดูแลยังครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ นี่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยป้องกันไม่ให้ช่องโหว่เกิดขึ้น รัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการใหม่หากจำเป็น

ในมุมมองของผู้เขียน นี่เป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพยั่งยืนในชายแดนใต้ แสดงว่ารัฐบาลไม่ยึดติดกับมาตรการเก่า แต่ปรับตามข้อมูลจริง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน หากสถานการณ์ดีต่อเนื่อง พื้นที่อื่นๆ ก็อาจตามมาได้ในอนาคต

คุณคิดอย่างไรกับมติครม. เห็นชอบปรับ “สุไหงโก-ลก” พ้นพื้นที่ความมั่นคง? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – มติ ครม. เห็นชอบปรับ “สุไหงโก-ลก” พ้นพื้นที่ความมั่นคง เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์จริง

ส่องสถิติโลกการทำระยะทางของรถสันดาป ให้ทายว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร?

ส่องสถิติโลกการทำระยะทางของรถสันดาป ให้ทายว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร? ถ้าคุณเป็นคนรักรถ โดยเฉพาะรถสันดาปเครื่องยนต์เก่าๆ คงต้องตะลึงกับสถิติสุดเหลือเชื่อนี้! ไม่ใช่รถแข่งหรือรถบรรทุก แต่เป็นรถสปอร์ตคูเป้สุดคลาสสิกอย่าง Volvo P1800S ปี 1966 ที่ทำระยะทางรวมกว่า 5,246,875 กิโลเมตร หรือ 3,260,257 ไมล์ รับรองโดย Guinness World Records ในฐานะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เจ้าของคนเดียวขับสะสมระยะทางมากที่สุดในโลก

ส่องสถิติโลกการทำระยะทางของรถสันดาป ให้ทายว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร?

เจ้าของสุดยอดสถิติคือ Irv Gordon ชาวอเมริกันที่ซื้อรถคันนี้ตั้งแต่ป้ายแดงในปี 1966 และขับใช้งานจริงๆ ไปทำงาน ท่องเที่ยวทั่วสหรัฐฯ แคนาดา และยุโรป กว่า 52 ปี จนเสียชีวิตในปี 2018 ระยะทางมหาศาลนี้ไม่ได้มาจากปาฏิหาริย์ แต่จาก การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ที่เคร่งครัด เครื่องยนต์ยังใช้เสื้อสูบเดิมจากโรงงาน โอเวอร์ฮอลใหญ่แค่ 2 ครั้ง และเปลี่ยนอะไหล่ตามคู่มือ Volvo ทุกตาราง

Volvo ยังมอบรางวัลให้ Irv ด้วยรถใหม่ 3 คัน (Volvo 780, C70, XC60) เมื่อครบ 1, 2, และ 3 ล้านไมล์ แต่เขายังรัก P1800S สีแดงคันเดิมที่สุด นี่คือหลักฐานว่ารถสันดาปยุคเก่าสามารถทนทานเกินคาด หากดูแลดี

อันดับรองๆ ที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน

รองแชมป์คือ Mercedes-Benz 240D ปี 1976 รถแท็กซี่ของ Gregorios Sachinidis ชาวกรีก วิ่ง 4.6 ล้านกิโลเมตร ตอนนี้ตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์ Mercedes-Benz อันดับ 3 Volkswagen Beetle ปี 1963 วิ่ง 2.3 ล้านกิโลเมตร สถิติเหล่านี้พิสูจน์ว่ารถสันดาปที่เรียบง่ายทนทานที่สุด

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง: ทุก 5,000 กม. ตลอด 52 ปี
  • โอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์: ครั้งแรกที่ 680,000 ไมล์ ครั้งสองปี 2009
  • อะไหล่แท้: ใช้เฉพาะของ Volvo ตามคู่มือ
  • กฎเหล็ก: ไม่ให้ใครขับ ห้ามกินข้าวหรือสูบบุหรี่ในรถ
  • ขับสม่ำเสมอ: เฉลี่ย 100,000 กม./ปี

เหตุการณ์เด่น เช่น วันแรกซื้อ ขับสะสม 2,400 กม. ใน 2 วัน! Guinness จดครั้งแรกปี 1998 ที่ 1.69 ล้านไมล์ และแตะ 3 ล้านไมล์ที่อลาสก้าปี 2013 หลัง Irv เสีย รถถูก Volvo รับไว้เป็น “Living Museum Piece” ยังขับบ้างเพื่อรักษาสภาพ

Volvo P1800S เป็นสปอร์ตคูเป้ 2+2 ที่นั่ง ดีไซน์อิตาลี เครื่อง B18/B20 1.8-2.0 ลิตร ในไทยราคาสะสม 3-4 ล้านบาท เหมาะ Restomod

ส่องสถิติโลกการทำระยะทางของรถสันดาป ให้ทายว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร? คำตอบคือกว่า 5 ล้านกม.! นี่คือบทเรียนใหญ่: การดูแลดีทำให้รถอายุยืนยาว ในยุค EV มาแรง รถสันดาปยังมีเสน่ห์ ลองเช็ครถคุณดูแลดีแค่ไหน? แชร์ระยะทางรถสุดรักของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วเราจะได้เห็นสถิติไทยกัน!

ที่มา – ส่องสถิติโลกการทำระยะทางของรถสันดาป ให้ทายว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร?

ดีเอสไอ แกะรอย กักตุนน้ำมัน ใช้เรือ 11 ลำผิดปกติ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับ ดีเอสไอ แกะรอย กักตุนน้ำมัน ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในวงการพลังงานไทยเลยทีเดียว จากกรณีที่ราคาน้ำมันผันผวนหนัก โดยเฉพาะหลังจาก กบน. มีมติลดชดเชย ทำให้ราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันเดียว DSI หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่สืบสวน จนเจอหลักฐานชัดๆ ว่ามีการกักตุนน้ำมันจำนวนมหาศาล!

ดีเอสไอ แกะรอย กักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติชัดเจน

ล่าสุด DSI แกะรอยเจอแล้ว “ไอ้โม่ง” หรือกลุ่มบุคคลที่กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยใช้เรือถึง 11 ลำ วิ่งผิดปกติตลอดเดือนมีนาคม 2569 รวม 24 เที่ยวเรือ ขนน้ำมันไปกว่า 60 ล้านลิตร กลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายประวิงเวลา ชะลอการขนส่ง และปฏิเสธจำหน่าย เพื่อรอราคาขึ้นนั่นเอง ปกติเรือจากกรุงเทพฯ หรือแหลมฉบัง ไปสุราษฎร์ฯ ใช้เวลาแค่ 35-40 ชั่วโมง แต่เที่ยวเหล่านี้ล่าช้ากว่าปกติ 24-72 ชั่วโมงเลยทีเดียว!

ดีเอสไอ แกะรอย กักตุนน้ำมัน ผ่านเรือ 11 ลำวิ่งผิดเส้นทาง

รายละเอียดที่น่าสนใจคือ เรือทั้ง 11 ลำเป็นเรือไทยทั้งหมด เริ่มจากรับน้ำมันที่โรงกลั่นในกรุงเทพฯ แหลมฉบัง ศรีราชา มาบตาพุด แล้วมุ่งหน้าลงใต้ แต่ระหว่างทางกลับมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น ลอยตัวนิ่งๆ ในน่านน้ำ หรือเบี่ยงเส้นทาง โดยเฉพาะช่วง 20-25 มี.ค. ก่อนราคาน้ำมันขึ้นในวันที่ 26 มี.ค. ชื่อบริษัทเจ้าของเรือยังอยู่ระหว่างขยายผล แต่เบื้องต้นพบว่าปริมาณน้ำมันต้นทาง-ปลายทางไม่ตรงกัน ศรชล. เคยตั้งข้อสังเกตว่าน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ตอนนี้ขยายเป็น 60 ล้านลิตรแล้ว

  • เรือ 11 ลำ วิ่ง 24 เที่ยว ในเดือนมี.ค.
  • น้ำมันเกี่ยวข้อง 60 ล้านลิตร
  • ล่าช้ากว่าปกติ 24-72 ชม. ต่อเที่ยว
  • เส้นทางผิดปกติ กลางทะเลสุราษฎร์ธานี
  • เข้าข่ายมาตรา 7, 10 กฎหมายค้าน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติอื่นๆ เช่น คลังน้ำมันใหญ่ในสุราษฎร์ธานี ปทุมธานี ระยอง สมุทรสาคร ใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงผิดปกติ โดยเฉพาะหลังราคาขึ้น วันที่ 26-27 มี.ค. เดิมใช้ไม่เกิน 500 kW แต่พุ่งไป 1,600 kW! เพราะการสูบฉีดน้ำมันต้องใช้ไฟฟ้าเยอะ แสดงว่ามีการเคลื่อนไหวน้ำมันหนัก แต่ไม่ยอมปล่อยขาย

背景กรณีและการขยายผลคดี

ทุกอย่างเริ่มจากบอร์ด กคพ. รับคดีพิเศษ เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายค้าน้ำมัน จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง แต่จริงๆ แล้วเป็นขบวนการซับซ้อน ส่งผลกระทบประชาชนหนัก ตำรวจ สตช. ร่วม DSI กรมธุรกิจพลังงาน พาณิชย์จังหวัด บุกตรวจโรงกลั่นย่อย คลังน้ำมัน 3 จังหวัด เมื่อ 8 เม.ย. จะตรวจใบขนส่ง ใบกำกับการเดินเรือ เปรียบเทียบตัวเลขทุกจุด เพื่อหาจุดรั่วไหล

หากพิสูจน์ได้ จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ มาตรา 25(5)(12) ประกอบ 30,31 โทษหนักแน่! การ ดีเอสไอ แกะรอย กักตุนน้ำมัน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับปัญหาน้ำมันแพงที่กระทบประชาชน

ในมุมมองผม การกักตุนแบบนี้ไม่ใช่แค่ผิดกฎหมาย แต่ทำลายเศรษฐกิจฐานราก เพราะราคาน้ำมันขึ้น ผู้ใช้รถใช้เรือเดือดร้อนหมด คุณลองคิดดูสิ 60 ล้านลิตร ถ้าปล่อยขายปกติ จะช่วยลดภาระประชาชนได้แค่ไหน

เราควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด และสนับสนุนหน่วยงานรัฐให้คลี่คลายเร็วๆ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ด้วยกัน!

ที่มา – ดีเอสไอ แกะรอยเจอแล้ว “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ใช้เรือ 11 ลำวิ่งผิดปกติ เร่งขยายผล

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน สงกรานต์พักเต็มที่

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนตื่นเต้นกับการสาดน้ำ เล่นสนุกกับครอบครัว แต่หลายคนกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ล่าสุด นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ชวนประชาชนพักผ่อนให้เต็มที่ รัฐบาลดูแลให้หมดแล้ว

นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 11 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยย้ำว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข พักผ่อนกันให้เต็มที่

“นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เรามีให้บริการอย่างแน่นอน แต่ขอให้ใช้อย่างประหยัดตระหนัก” นายอนุทินกล่าว พร้อมชวนให้เล่นน้ำ สาดน้ำตามประเพณีไทยอย่างสนุกสนาน แต่ต้องอารมณ์เย็น ไม่ให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือ ดื่มสุราแล้วไม่ขับขี่ ไม่ว่ารถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

นายกรัฐมนตรียังเผยแผนการของตัวเองว่าจะลงพื้นที่ตรวจสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล ขณะที่วันหยุดยาว ตนจะตระเวนตรวจความเรียบร้อยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ส่วนรัฐมนตรีทุกคนก็ไม่หยุดนิ่ง มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตัวเอง โดยส่วนใหญ่เป็น ส.ส. ที่คุ้นเคยกับท้องถิ่น

แม้เทศกาลสงกรานต์ไทยจะหยุดยาว แต่ประเทศอื่นยังทำงานต่อ นายกฯ จึงต้องมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะใช้โอกาสนี้เดินทางไปเจรจาปุ๋ยและน้ำมันในต่างประเทศ เพื่อหาทางเลือกให้ประเทศ

  • รัฐบาลมั่นใจน้ำมันเพียงพอ ไม่ต้องกังวล
  • รัฐมนตรีทำงานต่อเนื่อง แม้ประชาชนหยุด
  • เน้นความปลอดภัย "ดื่มไม่ขับ"
  • เล่นสงกรานต์สนุก แต่เคารพผู้อื่น

สถานการณ์น้ำมันโลกตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น แต่รัฐบาลไทยมีแผนสำรองชัดเจน ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่ม และเจรจากับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากถึงสื่อมวลชนให้ไปพักผ่อนสนุกเช่นกัน แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ภาพรวมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงจัง ทำงานเบื้องหลังเพื่อความสุขของทุกคนในเทศกาล

เคล็ดลับสงกรานต์ปลอดภัย จากคำแนะนำนายกฯ

  • ใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง
  • เตรียมน้ำดื่มและยาแก้เมาค้าง เผื่อกรณีฉลองหนัก
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทางไกล เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เรียบร้อย
  • ช่วยกันรักษาความสะอาด สาดน้ำแล้วเก็บขยะ

เทศกาลสงกรานต์คือช่วงเวลาดี ๆ ที่เราจะได้อยู่กับคนที่รัก สนุกกับประเพณีเก่าแก่ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน เพราะรัฐบาลจัดการให้แล้ว

สุดท้ายนี้ ขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ทุกคนมีความสุข รอยยิ้มเต็มใบหน้า และไม่มีอุบัติเหตุ ติดตามข่าวสารการเมืองและเทศกาลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – นายกฯ บอกไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน ปชช. พักผ่อนช่วงสงกรานต์ให้เต็มที่ ลั่น รมต. ทำงานต่อเนื่อง

สโมสรอังกฤษเล็งคว้านีเกรนจากเซลติก

สโมสรอังกฤษเล็งคว้านีเกรนจากเซลติก กำลังเป็นข่าวลือใหญ่ในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะนักเตะสวีเดนวัย 24 ปีอย่างเบนจามิน นีเกรน ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกกับเซลติก ด้วยการยิงประตูถล่มทลาย ทำให้ทีมจากพรีเมียร์ลีกอย่างท็อตแน่ม ไบรท์ตัน บอร์นมัธ และบาเลนเซีย ต่างให้ความสนใจ

สโมสรอังกฤษเล็งคว้านีเกรนจากเซลติก ราคาเริ่มต้น 26 ล้านปอนด์

เซลติกพร้อมขายเบนจามิน นีเกรน แล้ว โดยหวังเริ่มเจรจาที่ราคา 26 ล้านปอนด์ หลังจากนักเตะรายนี้พิสูจน์ตัวเองในลีกสกอตติชได้อย่างน่าประทับใจ นี่คือโอกาสทองสำหรับสโมสรอังกฤษเล็งคว้านีเกรนจากเซลติก เพื่อเสริมทัพในฤดูกาลหน้า ท็อตแน่ม ดูจะเป็นตัวเต็งที่สนใจมากที่สุด ตามรายงานจาก SportsBoom

นอกจากนี้ มาร์ติน โอ’นีลล์ ยังเชื่อว่าโรบбі คีน มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการทีมเซลติก โดยบอกว่าสโมสรควรหาคนระดับนี้มาแทน ข่าวนี้ทำให้แฟนบอลเซลติกตื่นเต้นไม่น้อย

เซลติกสอดแนมนักเตะจากท็อตแน่ม

ผู้จัดการทีมชั่วคราวของเซลติกอย่างไมเคิล โอ’นีลล์ เดินทางไปชมเกมพรีสตัน นอร์ธ เอนด์ พบ คิวพีอาร์ เพื่อดูอัลฟี่ ดีวายน์ กองกลางตัวยืมจากท็อตแน่มที่เล่นให้ทีมเหย้า นี่แสดงให้เห็นว่าเซลติกกำลังมองหากองกลางใหม่จากแชมเปี้ยนชิพอังกฤษ

  • วูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่น่าจะส่งนัสเซอร์ ดีก้า กลับรังเจอร์ส หลังยืมตัวจบฤดูกาล
  • ฮิบส์ มีโอกาสขายโอเว่น เอลดิ้ง ในราคาสูงกว่า 6 ล้านปอนด์ ที่ขายคีรอน โบวี่ ไป
  • ท็อตแน่ม อาจได้แอนดี้ ร็อบертสัน แบ็คซ้ายลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัว หากรอดตกชั้น

แอตเลติโก มาดริด นาโปลี ยูเวนตุส และสโมสรซาอุฯ ก็สนใจร็อบертสันเช่นกัน ขณะที่เบลล์ แอนด์ เซบาสเตียน วงดนตรีสกอตติชแต่งเพลงฉลองสกอตแลนด์กลับเวิลด์คัพ ชื่อ It Only Takes One Lion เล่นสดครั้งแรกที่รอยัล อัลเบิร์ต ฮอลล์

ข่าวลือเหล่านี้ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะร้อนระอุ โดยเฉพาะ สโมสรอังกฤษเล็งคว้านีเกรนจากเซลติก ที่อาจเปลี่ยนโฉมทัพหลายทีม คุณคิดว่านีเกรนจะไปทีมไหน? แบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

สรุปแล้ว การย้ายทีมของนีเกรนจะเป็นดีลใหญ่ที่แฟนบอลไม่ควรพลาด มันสะท้อนถึงความน่าสนใจของนักเตะสกอตติชลีกที่กำลังไหลเข้าพรีเมียร์ลีกมากขึ้น

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมายช่วงสงกรานต์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย ให้กำลังใจตำรวจ ไม่ได้หยุดพัก ดูแลประชาชนให้ปลอดภัยตลอดวันหยุดยาว ด้วยการเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นทางการ เพื่อรับมือกับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่างๆ

ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย ให้กำลังใจตำรวจ ไม่ได้หยุดพัก ดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 โดยมีการประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์จากหน่วยงานทั่วประเทศ เพื่อติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

ภาพรวมสถานการณ์จราจรและการบินสำรวจ

จากผลการบินสำรวจเส้นทางหลัก พบว่า มอเตอร์เวย์สาย 9 และสาย 7 มุ่งหน้าภาคตะวันออก ปริมาณรถยังเบาบางและไหลลื่นดี มอเตอร์เวย์ M6 ใช้งานปกติ แต่ทางหลวงพิเศษสาย 7 (ทับช้าง-รามอินทรา) และสาย 9 เริ่มมีรถสะสมเพิ่มขึ้นจากคืนก่อน อย่างไรก็ตาม ยังน้อยกว่าปีที่แล้ว และตำรวจจัดการจราจรได้ดีเยี่ยม

มาตรการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น

ผบ.ตร. เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะสาเหตุอุบัติเหตุรุนแรงหลักๆ เช่น

  • ไม่สวมหมวกนิรภัย สำหรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์
  • เมาแล้วขับ ไม่ว่าจะรถคันใด
  • ใช้สารเสพติดขณะขับขี่ ซึ่งเป็นอันตรายสุด

ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ตรวจสภาพรถและผู้ขับรถสาธารณะอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสารเสพติดและความพร้อมร่างกาย เพราะรับผิดชอบผู้โดยสารจำนวนมาก

ผบ.ตร. กล่าวว่า “อุบัติเหตุเกิดจากคน รถ ถนน สภาพแวดล้อม โดยเฉพาะช่วงปลายทางที่คนขับอ่อนเพลีย หลับใน ขอประชาชนตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง และแวะพักที่จุดบริการได้”

ป้องกันอาชญากรรมช่วงเทศกาล

สั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล คุมเข้มพื้นที่จัดงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เช่น ถนนข้าวสาร ป้องกันลวนลาม ล้วงกระเป๋า และดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยแอปและศูนย์แปลภาษา นอกจากนี้ ด้วยเศรษฐกิจปัจจุบัน กังวลการปล้นร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ จึงเพิ่มลาดตระเวนและขอความร่วมมือผู้ประกอบการติดตั้งระบบป้องกัน

เคล็ดลับปลอดภัยช่วงสงกรานต์จากผบ.ตร.

เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ผบ.ตร. แนะนำประชาชนดังนี้

  • ตรวจสภาพรถยนต์ ลมยาง เบรก ไฟ ครบถ้วนก่อนออกเดินทาง
  • งดเหล้า งดสารเสพติดขณะขับขี่ หากดื่มให้ใช้บริการรถสาธารณะ
  • สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งสำหรับผู้ขับขี่สองล้อ
  • พักรถทุก 2 ชั่วโมง หากรู้สึกง่วง
  • เคารพกฎจราจร ไม่ขับรถซิ่งหรือแซงซ้าย
  • สำหรับเล่นน้ำสงกรานต์ ระวังพื้นที่ลื่นและฝูงชน

ผบ.ตร. ยังให้กำลังใจตำรวจทุกนายที่ต้องทำงานหนัก ไม่ได้หยุดพักในวันหยุดยาว แต่ทุ่มเทเพื่อความปลอดภัยและความสุขของประชาชน

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสร้างสงกรานต์ที่ปลอดภัย สนุกสนาน ลดอุบัติเหตุและอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกคนร่วมมือกัน เราจะผ่านพ้นช่วงเทศกาลนี้ได้อย่างราบรื่น

CTA: แชร์บทความนี้ให้เพื่อนและครอบครัว เพื่อช่วยกันสร้างความตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนช่วงสงกรานต์!

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย ให้กำลังใจตำรวจ ไม่ได้หยุดพัก ดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์

10 วิธีขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์มาถึงแล้ว! เมษายนเดือนนี้เป็นช่วงวันหยุดยาวที่หลายคนวางแผนกลับบ้านต่างจังหวัดหรือพาครอบครัวไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก แต่ด้วยสภาพอากาศร้อนจัด รถติดหนึบ และการเล่นน้ำสาดกันสนุกสุดเหวี่ยง ทำให้เส้นทางบนท้องถนนเต็มไปด้วยความเสี่ยงอุบัติเหตุ วันนี้เราขอแนะนำ 10 วิธีขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ ที่จะช่วยให้คุณเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและสนุกสนาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถเสียหรืออุบัติเหตุร้ายแรง

ขับรถปลอดภัยสงกรานต์

ก่อนอื่นเลยนะครับ การเตรียมตัวให้พร้อมคือกุญแจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสภาพรถ จัดการความเหนื่อยล้า หรือวางแผนเส้นทางล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก โดยเฉพาะในช่วงที่รถเยอะและถนนเปียกชื้นจากน้ำสงกรานต์ มาดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราควรทำตาม

10 วิธีขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

1. ตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

อย่าปล่อยให้รถมีปัญหากลางทาง! เริ่มจากตรวจระบบเบรกให้ทำงานปกติ ลมยางทุกเส้นรวมถึงยางอะไหล่ต้องสูบให้พอดี (เช็คตามคู่มือรถ) ระดับน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ และระบบไฟหน้า-ไฟท้ายต้องสว่างครบถ้วน หากไม่ชำนาญ แนะนำให้เอารถเข้าอู่ตรวจ Big Service ก่อนออกเดินทาง จะได้อุ่นใจ 100%

2. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาการหลับใน

นอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงก่อนขับ ถ้าขับทางไกลเกิน 2 ชั่วโมง ให้จอดพักทุกชั่วโมง สลับคนขับหากไปเป็นกลุ่ม อาการง่วงคือศัตรูตัวฉกาจของการขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่รถน้อยแต่หลับง่าย

พักผ่อนก่อนขับรถสงกรานต์

3. ดื่มไม่ขับ แม้แค่นิดเดียวก็อันตราย

Zero Tolerance จริงๆ นะครับ แม้จะฉลองสงกรานต์ด้วยเหล้าองุ่นสักแก้ว แต่ห้ามขับเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ตัดสินใจช้าและตอบสนองไม่ทัน ใช้บริการแท็กซี่หรือรถตู้แทนดีกว่า เพื่อตัวคุณและคนอื่น

4. วางแผนเส้นทางล่วงหน้า ใช้แอปนำทาง

เช็ค Google Maps หรือ Waze เพื่อดูรถติด real-time เลือกเส้นรองหากหลักติดหนึบ และเตรียมแผนสำรองกรณีฝนตกหรืออุบัติเหตุ จะช่วยประหยัดเวลาและลดความเครียดได้เยอะ

5. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเสมอ

กฎ 3 วินาที: วัดจากจุดที่รถหน้าผ่าน ให้คุณใช้เวลา 3 วินาทีถึงจุดนั้น ในฝนตกหรือถนนลื่นจากแป้งสงกรานต์ ควรเพิ่มเป็น 4-5 วินาที เพื่อมี Safety Zone พอเบรกทัน

เว้นระยะห่างขับรถสงกรานต์

6. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน สวมหมวกกันน็อกสำหรับจักรยานยนต์

ทุกที่นั่งต้องคาด! และมอเตอร์ไซค์ต้องล็อกสายรัดคางแน่น ลดความเสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงได้ถึง 50%

7. งดใช้มือถือขณะขับ ใช้ระบบเสียงแทน

แค่ละสายตา 5 วินาที เท่ากับขับปิดตา 100 เมตร ติดโทรศัพท์กับยึดและใช้ voice command จะปลอดภัยกว่า

8. ระวังจุดเล่นน้ำ ชะลอความเร็ว

ถนนลื่นจากน้ำและแป้ง เด็กๆ อาจวิ่งตัดหน้า ลดสปีดเหลือ 30-40 กม./ชม. ในโซนนั้น

9. ปฏิบัติตามกฎจราจร อย่าทำเวลาเกินควร

ไม่ย้อนศร ไม่แซงซ้าย รักษาความเร็วตามป้าย อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝืนกฎ

10. มีสติและน้ำใจบนถนน

รถติดร้อนใจง่าย ให้อภัยกันบ้าง ยิ้มสู้ จะทำให้สงกรานต์นี้แฮปปี้ทั้งทริป

นี่คือ 10 วิธีขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ ที่ทุกคนควรนำไปใช้ ลองเช็คลิสต์ก่อนออกเดินทาง แล้วแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ ขับปลอดภัย สงกรานต์สนุก!

ที่มา – 10 วิธีขับรถปลอดภัยในช่วงสงกรานต์