วัน: 13 เมษายน 2026

โดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิตจากโจรติดอาวุธ

ข่าวร้ายสะเทือนวงการฟุตบอลกานา เมื่อ โดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิต หลังจากทีม Berekum Chelsea ถูกโจรติดอาวุธโจมตี สมาคมฟุตบอลกานา (GFA) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์นี้

โดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิต

โดมินิค ฟริมปอง นักฟุตบอลหนุ่มชาวกานาที่มีพรสวรรค์โดดเด่น เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดจากการถูกโจรติดอาวุธโจมตีขณะที่ทีมของเขากำลังเดินทางกลับหลังแข่งขันในศึก Ghana Premier League Berekum Chelsea ทีมของเขาเผยว่าทีมถูกคนร้ายสวมหน้ากากที่ถือปืนและปืนไรเฟิลโจมตีอย่างดุเดือด สร้างความตกใจให้กับแฟนบอลทั่วประเทศ

ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา GFA กล่าวว่า “เราตกใจและโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง” และส่งคำแสดงความปรารถนาดีต่อครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร “โดมินิคคือเยาวชนที่มีพรสวรรค์ ความทุ่มเทและความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลของเขาคือตัวอย่างของลีกของเรา” แถลงการณ์ระบุ

รายละเอียดเหตุการณ์โดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิต

ตามข้อมูลจาก Berekum Chelsea ทีมกำลังเดินทางกลับจากนัดแข่งในลีกพรีเมียร์กานา ก็ถูกคนร้ายบุกโจมตีกะทันหัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มักมีปัญหาความไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับนักกีฬาและทีมฟุตบอลในแอฟริกา

  • คนร้ายสวมหน้ากากและใช้อาวุธหนัก
  • ทีมกำลังเดินทางกลับหลังแข่งขัน
  • GFA ส่งกำลังใจถึงครอบครัวและทีม
  • โดมินิคเป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีอนาคตไกล

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้เสียชีวิตของโดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิต แต่ยังสร้างบาดแผลให้กับวงการฟุตบอลกานา ซึ่งกำลังพยายามพัฒนาลีกให้เติบโต ฟุตบอลกานามีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผลิตนักเตะดังระดับโลกอย่าง Michael Essien หรือ Asamoah Gyan แต่ปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรมยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลกานา

การจากไปของโดมินิคทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของนักกีฬา โดยเฉพาะในลีกท้องถิ่นที่การเดินทางมักเสี่ยงภัย GFA อาจต้องเร่งออกมาตรการใหม่ เช่น เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหรือประสานงานกับตำรวจท้องถิ่น แฟนบอลทั่วโลกต่างแสดงความเสียใจผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ของ BBCAfrica ที่มีแฮชแท็กไว้อาลัย

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเตือนใจถึงปัญหาอาชญากรรมในแอฟริกาที่ส่งผลกระทบต่อกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการปล้นหรือการก่อความวุ่นวายระหว่างแมตช์ ฟุตบอลควรเป็นที่รวมความสุข แต่กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ง่ายหากขาดการดูแล

ในมุมมองของผู้เขียน การเสียชีวิตของโดมินิค ฟริมปอง เสียชีวิต ชี้ให้เห็นว่าต้องลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้น ลีกกานาควรเรียนรู้จากลีกใหญ่ๆ อย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่เน้นการคุ้มครองนักเตะ เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เติบโตได้อย่างปลอดภัย

หากคุณชื่นชอบข่าวฟุตบอลแอฟริกา ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เราอยากรู้ว่าคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ณัฐชา” ติง “พิพัฒน์” เงียบกริบ ปม “เสี่ยตือ”

“ณัฐชา” ปชน. ติง “พิพัฒน์” เงียบกริบ ไม่ตอบปม “เสี่ยตือ” กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เงียบสนิท ไม่ยอมชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องความเชื่อมโยงกับ “เสี่ยตือ” ในปม “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมันช่วงวิกฤตพลังงาน

“ณัฐชา” ปชน. ติง “พิพัฒน์” เงียบกริบ ไม่ตอบปม “เสี่ยตือ”

ในวันที่ 13 เมษายน 2567 นายณัฐชา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายตั้งคำถามถึงนายพิพัฒน์ในสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ “เสี่ยตือ” และกรณี “ไอ้โม่ง” ที่ถูกกล่าวหาว่ากักตุนน้ำมัน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในช่วงราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายณัฐชาย้ำว่านายพิพัฒน์ในฐานะรองนายกฯ และผู้เคยรับผิดชอบวิกฤตพลังงาน ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ การเงียบไม่ตอบคำถามทั้งในสภาและต่อสาธารณะ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นายณัฐชา เรียกร้องให้นายพิพัฒน์ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา หากยังเงียบต่อไป ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่าผู้ตามล่า “ไอ้โม่ง” กับตัว “ไอ้โม่ง” อาจเป็นคนเดียวกัน ซึ่งจะกระทบความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างรุนแรง

ผลกระทบจากการเงียบของ “พิพัฒน์” ต่อรัฐบาล

การเงียบในช่วงที่ทุกฝ่ายกำลังตามหาผู้กระทำผิดที่เอาเปรียบประชาชนท่ามกลางวิกฤต ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย นายณัฐชาเตือนว่านี่อาจเป็นชนวนเหตุทำให้ รัฐบาลอายุสั้น เพราะลดทอนความเชื่อมั่น แม้นโยบายรัฐบาลจะเขียนมาดี แต่การไม่สื่อสารในประเด็นที่ประชาชนสงสัย จะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้

ประเทศไทยเผชิญความโกลาหลจากวิกฤตพลังงานก่อนเพื่อนบ้าน ทั้งที่ยิงกันไกลที่ตะวันออกกลาง สาเหตุหลักมาจากประชาชนขาดความมั่นใจในผู้นำ นายณัฐชาจึงฝากเตือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หากยังจะใช้บริการนายพิพัฒน์ต่อ ต้องสั่งให้ชี้แจงด่วน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาล

พื้นหลังปม “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน

วิกฤตนี้เริ่มจากราคาน้ำมันโลกผันผวน ส่งผลให้เกิดการกักตุนในประเทศ ผู้ที่ได้ประโยชน์คือพ่อค้าบางรายที่ถูกเรียกว่า “ไอ้โม่ง” “เสี่ยตือ” ถูกพาดพิงจากความใกล้ชิดกับนายพิพัฒน์ในอดีต ส.ส.ฝ่ายค้านจึงตั้งคำถามเพื่อความโปร่งใส

  • เหตุผลที่ต้องชี้แจง: รักษาความน่าเชื่อถือรัฐบาล
  • ความเสี่ยงหากเงียบ: ประชาชนโกรธแค้นเพิ่ม รัฐบาลอายุขัยสั้น
  • ทางออก: สื่อสารเปิดเผย ใช้เทคนิคไม่ใช่แค่เงียบ
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: ราคาน้ำมันสูงกระทบทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ นายณัฐชา ชี้ว่าการทอดเวลายิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกวินาที รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลาม

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ขาดการสื่อสารโปร่งใส หากรัฐมนตรีไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งใหญ่ในอนาคต

ความเห็นผู้เขียน: การเมืองไทยควรเน้นความโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณคิดว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่หลาย

ที่มา – “ณัฐชา” ปชน. ติง “พิพัฒน์” เงียบกริบ ไม่ตอบปม “เสี่ยตือ” เตือนนายกฯ ใช้งานต่อ ระวังรัฐบาลอายุสั้น

เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ รดน้ำขอพรทวีอบอุ่น

เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ สร้างความประทับใจในเทศกาลสงกรานต์ เมื่อ “เสก โลโซ” หรือ เสกสรรค์ ศุขพิมาย ได้รดน้ำขอพรจาก พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และครอบครัวท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จังหวัดเพชรบุรี เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง แม้จะอยู่ในสถานที่จำกัด

เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ รดน้ำขอพร
เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ
เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ

เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ: บรรยากาศชื่นมื่นวันสงกรานต์

วันที่ 13 เมษายน 2567 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้เดินทางไปเยี่ยม เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ไทยที่ทุกคนรอคอย โดยนางวิภากร ศุขพิมาย หรือ “กานต์” ภรรยา พร้อมบิดามารดาของเสก ก็ร่วมเดินทางไปด้วย บรรยากาศภายในเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เต็มไปด้วยความอบอุ่น กรมราชทัณฑ์ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พบปะครอบครัว สร้างขวัญกำลังใจในช่วงเวลาสำคัญ

พิธีรดน้ำขอพรตามประเพณี

ไฮไลต์สำคัญคือพิธีรดน้ำดำหัวขอพร ซึ่งเป็นประเพณีไทยโบราณ เสก โลโซ ได้รดน้ำให้กับ พ.ต.อ. ทวี ที่เขาเคารพนับถืออย่างมาก รวมถึงครอบครัวของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างเสกกับทวีนั้นใกล้ชิดมานาน เสกเคยสนับสนุนทางการเมืองและชื่นชมผลงานของทวีในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่การเยี่ยมธรรมดา แต่เป็นการส่งกำลังใจให้กันและกัน

ประวัติเสก โลโซ และเรือนจำเขากลิ้ง

เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ เป็นนักร้องร็อคชื่อดังของไทย มีเพลงฮิตมากมายอย่าง “ไม่มีเธอไม่ไหว” “ช่าง” ปัจจุบันกำลังรับโทษในคดีครอบครองปืนโดยไม่พ้นกำหนดไล่ล่า โดยเข้าคุกเมื่อต้นปี 2567 ที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง ซึ่งเป็นเรือนจำพิเศษสำหรับผู้ต้องขังเด่นๆ เรือนจำแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สงบเหมาะสำหรับการปรับปรุงพฤติกรรม

  • กิจกรรมในเรือนจำ: เยี่ยมญาติช่วงสงกรานต์
  • ผู้มาเยี่ยม: พ.ต.อ.ทวี, กานต์, บิดามารดา
  • พิธีสำคัญ: รดน้ำขอพร
  • หน่วยงานจัด: กรมราชทัณฑ์

นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องขังอื่นๆ ได้รับการเยี่ยมจากครอบครัวเช่นกัน สร้างบรรยากาศครึกครื้นทั่วเรือนจำ สงกรานต์ปีนี้จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทุกคน

ความสำคัญของครอบครัวและกำลังใจในเรือนจำ

เรือนจำเขากลิ้ง เสก โลโซ เป็นตัวอย่างที่ดีของการส่งเสริมความสัมพันธ์ครอบครัว กรมราชทัณฑ์มีนโยบายจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี เพื่อให้ผู้ต้องขังไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เช่น การเยี่ยมใกล้ชิด การเรียนรู้อาชีพ และกิจกรรมทางศาสนา สำหรับเสกเอง เขายังคงใช้ชีวิต积极 โดยร้องเพลงให้เพื่อนผู้ต้องขังฟัง และวางแผนชีวิตหลังออกจากคุก

ความผูกพันกับ พ.ต.อ. ทวี ยังสะท้อนมิตรภาพข้ามสายงาน เสกเคยโพสต์ชื่นชมนโยบายของทวีเรื่องการปฏิรูประบบยุติธรรม ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน เหตุการณ์รดน้ำขอพรจึงเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

กระทบต่อสังคมและแฟนคลับ

ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย แฟนๆ เสกโลโซต่างชื่นชมครอบครัวที่เหนียวแน่น และส่งกำลังใจให้ศิลปินคนโปรด บางคนบอกว่า “เห็นแล้วน้ำตาซึม ครอบครัวคือพลัง” ข่าวนี้ยังกระตุ้นให้คนตระหนักถึงประเพณีสงกรานต์ที่แท้จริง คือการแสดงความเคารพผู้ใหญ่และรวมญาติ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ที่เรือนจำเขากลิ้งนี้สอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ความรักจากครอบครัวและเพื่อนฝูงคือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด มันช่วยให้คนเราผ่านพ้นอุปสรรคได้ ลองนึกภาพถ้าไม่มีช่วงเวลาอย่างนี้ ผู้ต้องขังคงรู้สึกหดหู่แค่ไหน สุดท้ายแล้ว สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่น้ำเล่นสาด แต่เป็นน้ำแห่งพรและกำลังใจ

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวอบอุ่นแบบนี้ ติดตามข่าวสารบันเทิง การเมือง และประเพณีไทยเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา หรือแชร์ประสบการณ์สงกรานต์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-ภรรยา ครอบครัว ร่วมวงอบอุ่น

“พริษฐ์-ศุภโชติ” ติดตามปมเถ้าลอยปนเปื้อน จ.น่าน

“พริษฐ์-ศุภโชติ” ติดตามปม “เถ้าลอย” ปนเปื้อน จ.น่าน

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2567 ที่อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน สส.พรรคประชาชนอย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค และ นายศุภโชติ ไชยสัจ พร้อมด้วย สส.เขตน่าน นายเชาว์วิชญ์ อินน้อย และ นายเจริญ อภิภัทรโกศล ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาเถ้าลอยหรือ Fly Ash ที่ปนเปื้อนจากอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำเมื่อ 29 มกราคม 2567 ซึ่งขนเถ้าลอยมาจากโรงไฟฟ้าหงสาในลาว สร้างความกังวลให้ชาวบ้านอย่างมาก

พริษฐ์-ศุภโชติ ติดตามปมเถ้าลอยปนเปื้อน จ.น่าน

เถ้าลอยคือสารตกค้างจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งอาจมีสารพิษอย่างตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม หากสูดดมหรือปนเปื้อนในน้ำดิน อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคทางเดินหายใจ มะเร็ง หรือกระทบระบบประสาท โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ แม้บริษัทเอกชนเจ้าของจะตรวจเบื้องต้นว่ายังไม่เกินมาตรฐาน แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อมั่น ต้องการการตรวจโดยหน่วยงานรัฐอิสระ

ผลกระทบจาก “พริษฐ์-ศุภโชติ” ติดตามปม “เถ้าลอย” ปนเปื้อน จ.น่าน

จังหวัดน่านเผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 อยู่แล้ว การปนเปื้อนเถ้าลอยยิ่งซ้ำเติม ชาวบ้านหลายรายร้องเรียนว่ามีอาการไอ จาม คันตา และกังวลเรื่องพืชผลเกษตรที่เป็นฐานเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ สส.พรรคประชาชนจึงรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นร้องทุกหน่วยงาน

ลงพื้นที่ตรวจสอบเถ้าลอย จ.น่าน

ข้อเสนอแนะเร่งด่วนจาก “พริษฐ์-ศุภโชติ” ติดตามปม “เถ้าลอย” ปนเปื้อน จ.น่าน

นายพริษฐ์เสนอมาตรการชัดเจนเพื่อเยียวยาและป้องกันในอนาคต ดังนี้

  • 1. กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบอากาศ ดิน น้ำ พืชผล สัตว์น้ำ และสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยผู้ตรวจอิสระ ไม่ใช่แค่บริษัทเอกชน
  • 2. ปรับปรุงทางโค้งจุดเกิดเหตุ เพิ่มป้ายเตือน กล้องวงจรปิด ลดอุบัติเหตุซ้ำรอย
  • 3. เร่งผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ.PRTR (การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ) เพื่อข้อมูลโปร่งใส ตรวจสอบได้ พรรคประชาชนผลักดันเต็มที่ในสภา ต้องเคลียร์ก่อน 14 พฤษภาคม 2567
กิจกรรมสงกรานต์ จ.น่าน
สส.พรรคประชาชนร่วมสงกรานต์

นอกจากนี้ สส.ยังร่วมงานประเพณีสงกรานต์ พบปะประชาชนในอำเภอต่างๆ สร้างความใกล้ชิด ในจังหวัดอุดรธานี สส.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และน.ส.รักชนก ศรีนอก ก็รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ขอพรปีใหม่ให้บ้านเมืองรุ่งเรือง

กิจกรรมสงกรานต์ อุดรธานี
สส.อุดรธานี ร่วมสงกรานต์

ปัญหาเถ้าลอยปนเปื้อนสะท้อนจุดอ่อนการจัดการข้ามพรมแดนและกฎหมายมลพิษที่ล้าหลัง การมีกฎหมาย PRTR จะช่วยให้ประชาชนรู้ข้อมูลจริง ป้องกันล่วงหน้าได้ ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ของ สส. แบบนี้คือตัวอย่างการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน คุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพื่อปกป้องสุขภาพตัวคุณและครอบครัว

ที่มา – “พริษฐ์-ศุภโชติ” ติดตามปม “เถ้าลอย” ปนเปื้อน จ.น่าน จี้รัฐตรวจสอบ เร่งผ่านกฎหมายอากาศสะอาด-PRTR

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ เป็นข่าวใหญ่ที่แฟนๆ ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะสาวกป๊อปไอคอนคนนี้ที่ผ่านมรสุมชีวิตมาหนักหน่วง ล่าสุด สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า บริทนีย์ วัย 44 ปี ได้สมัครใจเข้าสถานบำบัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน เพียงเดือนเดียวหลังถูกตำรวจจับกุมข้อหาขับรถขณะมึนเมาจากเหล้าและยา

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อ 4 มีนาคม ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งรถ BMW ขับเร็วและส่ายไปมาอย่างอันตราย บนทางหลวง เจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบบริทนีย์มีอาการเมาชัดเจน ไม่ผ่านการทดสอบแอลกอฮอล์และยา ตัวแทนของเธอออกแถลงการณ์ยอมรับว่าเป็นเรื่อง “ให้อภัยไม่ได้” และกำลังเร่งวางแผนเยียวยาชีวิตที่ล่าช้ามานาน เพื่อให้เธอกลับมาใช้ชีวิตปกติสุข

ตัวแทนบอกกับ BBC ว่า “บริทนีย์กำลังเลือกทางที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎหมาย นี่คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่รอคอยมานาน เธอจะได้ความช่วยเหลือเต็มที่ ลูกๆ ก็จะไปอยู่ด้วย” การบำบัดครั้งนี้เกิดก่อนขึ้นศาลรับทราบข้อหาแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น

เส้นทางชีวิตสุดดราม่าของบริทนีย์ สเปียร์ส

บริทนีย์ สเปียร์ส คือราชินีป๊อปที่ขายเพลงได้กว่า 150 ล้านชุดทั่วโลก ฮิตติดชาร์ตด้วยเพลงอย่าง Baby One More Time และ Toxic แต่ชีวิตส่วนตัวเต็มไปด้วยดราม่า ตั้งแต่แต่งงาน-หย่า ดูแลลูกสองคน จนถึง conservatorship ที่บิดาควบคุมชีวิตเธอ 13 ปี สิ้นสุดปี 2021 หลังแฟนคลับ #FreeBritney เคลื่อนไหวหนัก

  • 1998: เดบิวต์กับ …Baby One More Time กลายเป็นวัยรุ่นซูเปอร์สตาร์
  • 2004: แต่งงาน Jason Alexander สั้นๆ และ Kevin Federline มีลูกชายสองคน
  • 2007: วิกฤตจิตใจ โกนหัว ถือมีด ข่าวเมาและยา
  • 2008: เข้าบำบัดครั้งแรก เริ่ม conservatorship
  • 2021: สิ้นสุดการควบคุมทางกฎหมาย ได้อิสระ
  • 2024: เมาแล้วขับ นำไปสู่การบำบัดล่าสุด

ปัญหาสุขภาพจิตและการเสพติดเป็นประเด็นที่ celeb ฮอลลีวูดหลายคนเผชิญ บริทนีย์เคยเล่าในสารคดี Britney vs Spears ถึงความทุกข์ทรมานภายใต้การควบคุม แฟนๆ เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ การตัดสินใจเข้ารับการบำบัดแสดงถึงความเข้มแข็ง แม้ถูกจับเมาแล้วขับ

ในวงการบันเทิง การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณของการฟื้นฟู บริทนีย์มีฐานแฟนคลับมหาศาลที่พร้อมสนับสนุน เธออาจกลับมาสดใสกว่าเดิม ด้วยเพลงใหม่หรือโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้น

สำหรับคนทั่วไป ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและหลีกเลี่ยงการขับขณะเมา ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัญหา อย่าลังเลขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ สามารถเริ่มจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เลย

การตัดสินใจของ “บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ คือแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวบันเทิงอัปเดตได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – “บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

ขอนแก่น ปิดเมือง ถนนข้าวเหนียว วันแรก เดินรถวันเวย์

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ปีนี้สงกรานต์ที่ขอนแก่นคึกคักสุดๆ เลยนะ โดยเฉพาะที่ถนนข้าวเหนียว ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กฮิตสำหรับเล่นน้ำสาดกันอย่างเมามัน ข่าวร้ายสำหรับคนขับรถแต่ดีสำหรับปาร์ตี้ นั่นคือ ขอนแก่น ปิดเมือง ถนนข้าวเหนียว วันแรก เดินรถวันเวย์ ตั้งแต่ 15.30 น. เป็นต้นไป เพื่อรับมือคลื่นมหาชนที่กำลังถล่มมาแบบไม่ยั้ง รับรองว่าสนุกแต่ปลอดภัยแน่นอน

เมื่อวานนี้ (13 เมษายน 2567) ตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น นำโดย พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก. และ พ.ต.ท.สุพรชัย วงศ์ผาคุณ รอง ผกก.จร. เร่งติดตั้งป้ายจราจร กรวยยาง และแผงกั้น เพื่อเตรียมระบบ one-way รอบพื้นที่เล่นน้ำชั้นใน ใครที่วางแผนจะมาร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์แบบอีสานแท้ๆ ที่ถนนข้าวเหนียว ต้องเช็คข้อมูลนี้เลย!

ขอนแก่น ปิดเมือง ถนนข้าวเหนียว วันแรก เดินรถวันเวย์

มาตรการหลักคือปิดถนนศรีจันทร์ตลอดสาย ตั้งแต่แยกประตูเมืองไปจนถึงแยกเตียวฮง ระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร ใช้เป็นพื้นที่เล่นน้ำตั้งแต่วันนี้ถึง 15 เมษายน ระบบเดินรถวันเวย์จะเริ่ม 15.30 น. บน 3 เส้นทางหลัก เพื่อให้รถคล่องตัวและเปิดทางให้รถฉุกเฉินแบบด่วนจี๋

รายละเอียดเส้นทางเดินรถวันเวย์ 3 เส้นทางหลัก

  • เส้นทางที่ 1: จากแยกเตียวฮง (ถนนหน้าเมืองตัดศรีจันทร์) เดินรถทางเดียวผ่านตลาดบางลำภู, ตลาดโต้รุ้ง, ห้างแฟรี่พลาซ่า แล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกเหล่านาดี (แยกโรงเรียนวัดกลาง)
  • เส้นทางที่ 2: ถนนเหล่านาดี วนซ้ายไปตามถนนเหล่านาดีถึงจุดตัดถนนกลางเมือง (แยกบ้านยา) ผ่านวัดธาตุพระอารามหลวง, โรงเรียนสวนสนุก, โรงเรียนกัลยาณวัตร, สภ.เมืองขอนแก่น สิ้นสุดที่แยกศรีจันทร์ตัดกลางเมือง (แยกแบงค์ชาติ)
  • เส้นทางที่ 3: ถนนรื่นรมย์ เดินรถทางเดียวไปสถานีรถไฟ ผ่านถนนรถไฟ เลี้ยวขวาไปแยกมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดถนนมิตรภาพ

พ.ต.อ.ยศวัจน์ บอกว่ามาตรการนี้ไม่ใช่แค่คล่องตัวสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังมีช่องพิเศษให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว พร้อมรักษาความปลอดภัยเข้มข้น ถ้าจะมาถนนข้าวเหนียว แนะนำใช้ถนนประชาสโมสร เลี้ยวเข้าถนนกลางเมืองและถนนหน้าเมือง เพื่อเข้าระบบวันเวย์

ถ้ารถไม่สะดวกเข้าชั้นใน มีจุดจอดรถบริการ 3 แห่ง: โรงเรียนกัลยาณวัตร, โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง, และวัดวุฒาราม สภ.เมืองขอนแก่นประสานไว้หมดแล้ว อำนวยความสะดวกเต็มที่!

ถนนข้าวเหนียวหรือ Khao Niew Road เป็นถนนเก่าแก่ใจกลางขอนแก่น ที่เปลี่ยนเป็นสตรีทปาร์ตี้สงกรานต์ยิ่งใหญ่ มีดนตรี อาหารอีสาน และการสาดน้ำแบบไม่ยั้ง คาดว่านักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาตินับหมื่น จะมาร่วมฉลองปีใหม่ไทยที่นี่ ขอนแก่น ปิดเมือง ถนนข้าวเหนียว วันแรก เดินรถวันเวย์ จึงเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อป้องกันรถติดหนึบ

เคล็ดลับจากเรา: สวมเสื้อกันน้ำ พกยาแก้เมาคลื่นน้ำเย็นๆ หลีกเลี่ยงขับมอเตอร์ไซค์เข้าไป และดาวน์โหลดแอปจราจรเช็ค real-time สงกรานต์ขอนแก่นปีนี้เด็ดมาก ใครยังไม่เคยไป ต้องลอง!

มาเล่นน้ำกันให้สนุก แต่ขับขี่ปลอดภัยนะเพื่อนๆ ถ้าพร้อมแล้ว ไปอัพเดทเส้นทาง ขอนแก่น ปิดเมือง ถนนข้าวเหนียว วันแรก เดินรถวันเวย์ แล้วออกเดินทางเลย อย่าลืมแชร์ประสบการณ์ให้ฟังด้วย!

ที่มา – ขอนแก่น ปิดเมือง รับคลื่นมหาชนถล่ม “ถนนข้าวเหนียว” วันแรก ใช้ระบบเดินรถวันเวย์

ซูดานวิกฤตหนัก: อาหารมื้อเดียวต่อวัน

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน” สถานการณ์ที่น่าสลดใจกำลังเกิดขึ้นในซูดาน หลังจากสงครามกลางเมืองยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 3 ประชาชนนับล้านต้องเผชิญกับความอดอยากรุนแรง บางครอบครัวถึงขั้นกินใบไม้และอาหารสัตว์เพื่อเอาชีวิตรอด

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

รายงานล่าสุดจากกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ชั้นนำอย่าง Action Against Hunger, CARE International และสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ เผยว่าประชากรหลายล้านคนในซูดานกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนักหน่วง โดยผู้คนส่วนใหญ่กินได้เพียงวันละมื้อเดียว หรือบางรายอดอาหารติดต่อกันหลายวัน สงครามระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ที่เริ่มมาตั้งแต่ 15 เมษายน 2566 ได้ก่อให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงที่สุดในโลก พื้นที่เดือดร้อนหนักสุดคือดาร์ฟูร์เหนือและคอร์โดฟานใต้ ที่ประชาชนต้องหันมากินใบไม้ป่าหรืออาหารสำหรับสัตว์

ตัวเลขน่าตกใจจากวิกฤตอาหารในซูดาน

ข้อมูลชี้ว่าประชากรกว่า 28.9 ล้านคน หรือกว่า 61.7% ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับวิกฤต ในเมืองอุมบารู (Um Baru) เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีขาดสารอาหารรุนแรงสูงเกินเกณฑ์วัดภาวะอดอยากถึง 2 เท่า ขณะที่ครัวเรือนที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครอบครัว มีความเสี่ยงอดอยากมากกว่าครัวเรือนชายถึง 3 เท่า

  • ประชากร 28.9 ล้านคนเผชิญวิกฤตอาหาร
  • เด็กขาดสารอาหารรุนแรงเกินมาตรฐาน 2 เท่า
  • ครอบครัวผู้หญิงนำ มีความเสี่ยงสูง 3 เท่า
  • พื้นที่หนักสุด: ดาร์ฟูร์เหนือ, คอร์โดฟานใต้

สงครามทำลายระบบอาหารและเพิ่มความเสี่ยง

สงครามได้ทำลายระบบเกษตรกรรม ตลาด และเส้นทางการขนส่งอย่างเป็นระบบ โดยมีการใช้ “ความอดอยาก” เป็นอาวุธสงคราม ผู้หญิงและเด็กหญิงเสี่ยงถูกคุกคามทางเพศทุกครั้งที่ออกไปหาน้ำหรืออาหาร สหประชาชาติยืนยันภาวะอดอยากในเมืองอัล-ฟาเชอร์และคาดูกลี แต่รัฐบาลซูดานฝ่ายกองทัพปฏิเสธ ขณะที่ RSF ก็โยนความผิดให้อีกฝ่าย

ความช่วยเหลือจากนานาชาติติดขัดหนัก หลังผู้บริจาคหลักตัดงบ ทำให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์ทำงานลำบาก ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกวัน

ทางออกจากซูดานวิกฤตหนัก

เพื่อรับมือกับซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน” โลกต้องเร่งเพิ่มการช่วยเหลือ สนับสนุน NGO และกดดันให้หยุดสงคราม ระบบเกษตรต้องฟื้นฟูด่วนเพื่อความมั่นคงทางอาหารระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสงครามนำพาความทุกข์ภัยมาสู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทุกคนสามารถช่วยได้โดยการบริจาคให้องค์กรอย่าง Action Against Hunger หรือแชร์ข่าวนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการช่วยเหลือมากขึ้น สนับสนุนการรณรงค์เพื่อยุติวิกฤตอาหารในซูดานวันนี้!

ที่มา – ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

เข้าร่วมโต้วาที Ray Bradshaw ใน TIFO

เข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO ใหม่บน YouTube

ฟุตบอลสกอตแลนด์กำลังร้อนระอุกว่าที่เคย! ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดราม่า และการแข่งขันที่เข้มข้น โดยเฉพาะใน Scottish Premiership ที่ทุกทีมต่างลุ้นแชมป์และการรอดตกชั้น ตอนนี้ถึงตาคุณแล้วที่จะ เข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO รายการใหม่จาก BBC Sport Scotland ที่เปิดประตูให้แฟนบอลได้ถกเถียงกันอย่างเมามันส์

รายการ TIFO ย่อมาจาก This Is Fans Only จะเปิดตัววันจันทร์นี้ เวลา 18:00 BST (เวลาอังกฤษ) บนช่อง BBC Sport Scottish Football YouTube Ray Bradshaw ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลสกอตแลนด์จะเป็นกรรมการกลางในการอภิปราย โดยมีแฟนบอลจากทุกสโมสรเข้ามาโต้แย้ง สนับสนุนทีมตัวเอง หรือแม้แต่เยาะเย้ยคู่แข่ง!

เข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO อย่างไร

นี่คือโอกาสทองสำหรับแฟนบอลไทยที่หลงใหลในฟุตบอลสกอตแลนด์ คุณสามารถเข้าร่วมผ่าน ไลฟ์แชท ในรายการได้เลย พิมพ์ความเห็น ร้องเรียน หรือชื่นชมทีมโปรดของคุณ สัปดาห์นี้ Ray จะมี Mark Nelson มาเป็นแขกรับเชิญ พวกเขาจะวิเคราะห์รอบสุดท้ายของ Scottish Premiership ก่อนเข้าสู่ช่วง split ที่ทุกคนรอคอย ช่วง split คืออะไร? คือการแบ่งกลุ่ม 6 ทีมหัวตารางลุ้นแชมป์ และ 6 ทีมท้ายตารางลุ้นไม่ตกชั้น ทำให้การแข่งขันยิ่งดุเดือด

ทำไมต้องเข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO

รายการนี้ไม่ใช่แค่ดูเฉยๆ แต่คุณได้มีส่วนร่วมจริงๆ! ลองนึกภาพโต้เถียงว่าทีม Celtic จะป้องกันแชมป์ได้ไหม Rangers จะกลับมาทวงบัลลังก์หรือ Hearts Aberdeen จะเซอร์ไพรส์ ล้วนเป็นหัวข้อร้อนที่แฟนบอลทั่วโลกอยากพูดถึง Ray Bradshaw ผู้มีประสบการณ์ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์จะคอยสรุปและให้มุมมองที่น่าสนใจ ทำให้คุณเข้าใจเกมลึกซึ้งยิ่งขึ้น

  • ดูสดฟรีบน YouTube ช่อง BBC Sport Scottish Football
  • ไลฟ์แชทให้คุณพิมพ์ความเห็นทันที
  • วิเคราะห์แมตช์สำคัญก่อน split
  • อัปเดตทุกอย่างเกี่ยวกับ Scottish Football

นอกจากนี้ ช่อง YouTube นี้ยังมีคลิปไฮไลท์ สัมภาษณ์นักเตะ และข่าวสารฟุตบอลสกอตแลนด์ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Scottish Premiership Scottish Cup หรือทีมชาติ อย่าพลาดที่จะกดไลค์ กดติดตาม และเปิดกระดิ่งแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้พลาดคอนเทนต์เด็ดๆ

ฟุตบอลสกอตแลนด์ในปีนี้พิเศษมาก Celtic และ Rangers ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ แต่ทีมอย่าง Hibs, Motherwell หรือ Dundee United ก็มีลุ้นสร้างปาฏิหาริย์ การ เข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO จะช่วยให้คุณระบายความรู้สึกหลังแมตช์ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับแฟนบอลทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมไหน ก็มาร่วมสนุกกันเถอะ

ฤดูกาลกำลังเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ อย่ารอช้า กด subscribe ช่อง BBC Sport Scottish Football วันนี้ แล้วเตรียมตัว เข้าร่วมโต้วาทีกับ Ray Bradshaw ใน TIFO เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลสกอตแลนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น มันจะเป็นค่ำคืนที่คุณลืมไม่ลง!

CTA: ไป subscribe ช่อง YouTube ตอนนี้ แล้วเจอกันในไลฟ์แชท!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พรรคไทรวมพลังเลือกจิตรวรรณหวังศุภกิจโกศลหัวหน้าพรรค

ในวงการการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี มีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส เมื่อ พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มาดามกบ” ส.ส.เขต 9 อุบลราชธานี ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ขณะที่ “กังฟู” หรือนายวสวรรธน์ พวงพรศรี ย้ายมานั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี

พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรค

การประชุมครั้งนี้มีสมาชิกพรรคและตัวแทนจากทั่วสารทิศมาร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู หัวหน้าพรรคคนเก่า เป็นผู้กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ประธานที่ปรึกษาพรรค นายสมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.เขต 9 นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร ส.ส.เขต 3 นายสมศักดิ์ บุญประชม ส.ส.เขต 10 นายณรงค์ชัย วีระกุล ส.ส.เขต 2 รวมถึงกรรมการสาขาพรรค 10 สาขา ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคจำนวนมาก

นายวสวรรธน์ ได้กล่าวเปิดประชุม แจ้งวาระสำคัญ และเพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการเลือกคณะบริหารชุดใหม่ จึงยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อนายทะเบียนสมาชิกในที่ประชุม ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 17 (2) ซึ่งกำหนดว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก คณะกรรมการบริหารทั้งชุดจะพ้นจากตำแหน่งทันที สิ่งนี้เปิดทางให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทันที

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนี้

  • นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นหัวหน้าพรรค
  • นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 1
  • นายสมศักดิ์ บุญประชม เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2
  • นายสิทธิชัย กอแก้ว เป็นรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 3
  • นายวสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นเลขาธิการพรรค
  • นายกิตติกร เชิดชู เป็นรองเลขาธิการพรรค
  • นางมาลี บุญเรือง เป็นเหรัญญิกพรรค
  • นางสาววรางคณา สำราญสุข เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • นายณรงค์ชัย วีระกุล เป็นโฆษกพรรค
  • นายบรรหาร ศรีบุระ เป็นกรรมการบริหารพรรค
  • นายวีระนันท์ ทัศศรี เป็นกรรมการบริหารพรรค
  • นายเหมชาติ เชื้อโชติ เป็นกรรมการบริหารพรรค

พรรคไทรวมพลัง เลือก จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สร้างทีมบริหารใหม่ที่แข็งแกร่ง

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือมาดามกบ เป็น ส.ส.พรรคไทรวมพลัง จังหวัดอุบลราชธานี เขต 9 มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง เธอเป็นที่รู้จักจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่น การเลือกเธอเป็นหัวหน้าพรรค แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่ต้องการผู้นำหญิงที่เข้มแข็งและใกล้ชิดประชาชน ขณะที่นายวสวรรธน์ หรือกังฟู ยังคงอยู่ในทีมบริหารในฐานะเลขาธิการพรรค ซึ่งจะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการทำงานของพรรค

พรรคไทรวมพลังเป็นพรรคท้องถิ่นที่เน้นนโยบายพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ส.ส.กระจายในหลายเขต เช่น เขต 2, 3, 9, 10 การเปลี่ยนแปลงคณะบริหารครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้พรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น

เฟซบุ๊กเพจพรรคไทรวมพลังได้โพสต์แสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 สะท้อนถึงความสามัคคีภายในพรรค การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับโครงสร้างภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติมากขึ้น

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การ พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรค จะช่วยดึงดูดฐานเสียงสตรีและเยาวชนในพื้นที่ได้ดีขึ้น ด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและใกล้ชิดประชาชน ขณะที่ทีมรองหัวหน้าและเลขาธิการที่มีประสบการณ์ จะเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนยุทธศาสตร์

หากคุณสนใจการเมืองท้องถิ่นและอยากติดตามพัฒนาการของพรรคไทรวมพลัง ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเพจทางการของพรรค หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่า คุณคิดอย่างไรกับคณะบริหารชุดใหม่นี้ พรรคจะประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างไร?

ที่มา – พรรคไทรวมพลัง เลือก “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ “กังฟู” นั่งเลขาธิการพรรค