วัน: 7 พฤษภาคม 2026

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและนักเดินทางจำนวนมากในมาเลเซีย เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ถนนหลายสายจมน้ำ รถยนต์หลายร้อยคันติดขัดและบางคันจมน้ำหนัก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำในหลายพื้นที่ที่เคยประสบปัญหามาก่อน

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 สำนักข่าวเดอะสตาร์ของมาเลเซียรายงานว่า ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่เวลา 15.30 น. นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในกรุงกัวลาลัมเปอร์และเมืองเปอตาลิงจายา พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือเซ็กชัน 51A ในเปอตาลิงจายา ซึ่งเป็นน้ำท่วมซ้ำรอบที่สองภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อนเมื่อ 20 เมษายน

คลิปวิดีโอที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียแสดงภาพประชาชนว่ายน้ำฝ่าคลื่นน้ำท่วม ขณะที่อาคารสำนักงานใหญ่ของแอมเวย์บนถนนจาลัน 223 ก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ถนนจาลันกูไชลามาในกัวลาลัมเปอร์เผชิญน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง คล้ายเหตุการณ์ปี 2565 น้ำเอ่อล้นจากท่อระบาย ท่วมทางเท้าหน้าร้านค้าในย่านจาลันเซปาดู ใกล้สนามฟุตบอลตามันยูไนเต็ด

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา

  • เซ็กชัน 51A เปอตาลิงจายา: น้ำท่วมหนัก รถติดยาว
  • ถนนจาลันกูไชลามา กัวลาลัมเปอร์: น้ำท่วมซ้ำ จราจรติดขัด
  • ทางด่วนเคซัส ใกล้ด่านอาวันเบอซาร์: รถจมน้ำ การจราจรอัมพาต
  • จาลันกลางลามา-บูกิตจาลิล: รถยนต์จอดเสียกลางน้ำ
  • บริเวณสถานีรถไฟฟ้าอาวันเบอซาร์: น้ำท่วมใต้สะพานลอย
  • ถนนจาลันอาวันเบอซาร์: น้ำโคลนท่วม 4 ช่องจราจร

บริษัทนิวปันไตเอ็กซ์เพรสเวย์ (NPE) ชี้แจงว่าจุดน้ำท่วมบนจาลันกูไชลามา มุ่งหน้าจาลันกลางลามา อยู่ในความรับผิดชอบของศาลาว่าการกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไม่ใช่ทางด่วน NPE เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยถูกส่งไปอำนวยการจราจร ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และระดับน้ำลดลงปกติเวลา 16.47 น. ทำให้ถนนเปิดใช้งานได้อีกครั้ง

สาเหตุและบทเรียนจากเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา เกิดจากมรสุมฤดูร้อนที่ตกหนักเกินกำลังระบบระบายน้ำของเมืองใหญ่ ปัญหาท่อตันและการก่อสร้างที่ไม่ทันสมัยทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซีย

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากรถจมและค้าขายหยุดชะงัก แต่ยังเตือนใจถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายท่อระบายน้ำและสร้างอุโมงค์กันน้ำท่วม รัฐบาลมาเลเซียควรเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันในอนาคต

สำหรับผู้ขับขี่ แนะนำให้เตรียมยางอะไหล่ เช็คระบบเบรก และมีแผนสำรองเมื่อฝนตกหนัก หากประสบน้ำท่วม อย่าพยายามขับลุยน้ำลึกเพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ดับและรถเสียหาย

สรุปแล้ว ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นความเปราะบางของเมืองใหญ่ต่อสภาพอากาศสุดขีด หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกันหรืออยู่ในพื้นที่มาเลเซีย แชร์เรื่องราวในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตเพื่อความปลอดภัย!

ที่มา – ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

เมกะสึนามิ ถล่มอลาสกา คลื่นยักษ์อันดับ 2 ของโลก

คุณเคยจินตนาการไหมว่าคลื่นยักษ์สูงเกือบ 500 เมตรจะพุ่งทะยานมาจากไหน? นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเหตุการณ์เมกะสึนามิ ถล่มอลาสกาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว! นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่านี่คือคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก สร้างความตื่นตะลึงให้วงการวิทยาศาสตร์และเตือนภัยถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เมกะสึนามิ ถล่มอลาสกา

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เผยรายละเอียดสุดน่าทึ่งของเหตุการณ์นี้ เมื่อมวลหินขนาดมหึมาราว 64 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบได้กับพีระมิดกีซา 24 แห่ง พังถล่มลงสู่ทะเลที่ เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด (Tracy Arm Fjord) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสกา ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที! การถล่มนี้ก่อให้เกิดเมกะสึนามิสูงเกือบ 500 เมตร ถือเป็นสถิติรองจากเหตุการณ์ดัง Lituya Bay ในทศวรรษ 1950 ที่สูงกว่า 500 เมตร

สาเหตุหลักของเมกะสึนามิ ถล่มอลาสกา

ดร.เบรตวูด ฮิกแมน นักธรณีวิทยาชาวอลาสกา ระบุว่าเหตุการณ์นี้เฉียดหายนะขั้นสุดยอด เพราะเกิดตอนกลางดึกที่ไม่มีเรือท่องเที่ยวล่องผ่าน แต่ครั้งหน้าอาจไม่โชคดีขนาดนั้น สาเหตุมาจากการละลายของธารน้ำแข็งอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน ทำให้หน้าผาไม่มั่นคง ธารน้ำแข็งที่เคยค้ำยันฐานภูเขาหายไป เปิดทางให้หินถล่มลงทะเลได้ง่าย

เมกะสึนามิ แตกต่างจากสึนามิทั่วไปที่เกิดจากแผ่นดินไหว เพราะเกิดจากดินถล่มหรือภูเขาถล่มลงน้ำโดยตรง คลื่นจะไม่เดินทางไกลแต่พลังทำลายล้างในพื้นที่ใกล้เคียงรุนแรงสุดขีด

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ทีมวิจัยเตือนว่า ความเสี่ยงเมกะสึนามิในอลาสกาอาจพุ่งสูงขึ้นหลายสิบเท่าเมื่อเทียบกับอดีต ด้วยนักท่องเที่ยวที่แห่กันมาล่องเรือสำราญชมฟยอร์ดและธารน้ำแข็งมากขึ้น ปัจจุบันบางบริษัทเรือสำราญยกเลิกเส้นทางเทรซี อาร์มแล้วจากความกังวลด้านความปลอดภัย

  • ปัจจัยเร่งให้เกิดเมกะสึนามิ ถล่มอลาสกา:
  • การละลายธารน้ำแข็งจากโลกร้อน
  • หน้าผาที่เสื่อมสภาพ
  • จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่ม
  • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างเมกะสึนามิอื่น ๆ ในอดีต เช่น ที่กรีนแลนด์หรือนอร์เวย์ ที่แสดงให้เห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากไม่มีการเตรียมพร้อม อาจเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ได้

บทเรียนและการป้องกัน

เพื่อรับมือกับภัยแบบนี้ หน่วยงานท้องถิ่นควรติดตั้งระบบตรวจจับการถล่มภูเขาแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนเรือล่วงหน้า นักท่องเที่ยวเองก็ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง อลาสกาที่งดงามด้วยธารน้ำแข็งและฟยอร์ด ต้องไม่กลายเป็นสุสานนักท่องเที่ยว

เหตุการณ์เมกะสึนามิ ถล่มอลาสกานี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า ธรรมชาติยังคงทรงพลังเกินมนุษย์จะต้านทาน หากเราลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ภัยแบบนี้อาจลดลงได้ในอนาคต

CTA: คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวภัยธรรมชาติล่าสุด! หากสนใจท่องเที่ยวอลาสกา อย่าลืมเช็คความปลอดภัยก่อนนะ

ที่มา – “เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

เตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน ผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษา

รัฐบาลไทยกำลังเร่งรัดยกระดับคุณภาพการศึกษาและความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศ รับเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 โดยมีนโยบายสำคัญคือ เตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน ผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อให้เป็นวาระเร่งด่วนหรือ Quick Win สร้างโรงเรียนปลอดภัย ลดภาระผู้ปกครอง และยกระดับการเรียนรู้ให้เด็กไทยอย่างเท่าเทียม

จากข้อมูลล่าสุด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงโรงเรียนให้พร้อม ครอบคลุมระบบไฟฟ้า อาคารเรียน สนามเด็กเล่น และอุปกรณ์การเรียนการสอน โรงเรียนส่วนใหญ่ในสังกัด สพฐ. จะเปิดเรียนวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 บางแห่งเริ่ม 14-15 พฤษภาคม

เตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน ผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษา

นโยบายหลักคือการลงนาม MOU “วางระบบความปลอดภัยนักเรียน” ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับ 18 หน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมสุขภาพจิต และหน่วยงานสังคมอื่นๆ เพื่อเชื่อมโยงระบบป้องกัน ดูแล และช่วยเหลือเด็กอย่างครบวงจร

หน่วยงานสำคัญที่เข้าร่วมเตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน

  • กระทรวงสาธารณสุข: ดูแลสุขภาพและฉุกเฉิน
  • กระทรวงมหาดไทย: จัดการโครงสร้างพื้นฐานและชุมชน
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: ป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด
  • กรมสุขภาพจิต: ส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียน
  • หน่วยงานสังคมอื่นๆ: เช่น สภาสังคมสงเคราะห์ สร้างเครือข่ายช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมี workshop ขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลักภายใต้แนวคิด “All for Education” รับฟังความเห็นจากครูและชุมชน ลดคำสั่งจากส่วนกลาง เพิ่มการมีส่วนร่วมท้องถิ่น

มาตรการลดค่าครองชีพผู้ปกครองควบคู่ไปด้วย

รัฐบาลไม่ละเลยภาระค่าครองชีพ โดยกระทรวงพาณิชย์จัด “Back To School 2026” ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ สูงสุด 86% ตั้งแต่ 30 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ครอบคลุมเครื่องแบบ อุปกรณ์ไอที สินค้าออนไลน์ คาดประหยัด 300 ล้านบาท

คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนปีงบ 2569 ดังนี้

  • ก่อนประถม: 2,040 บาท/คน/ปี
  • ประถม: 2,280 บาท
  • มัธยมต้น: 4,200 บาท
  • มัธยมปลาย: 4,560 บาท
  • เพิ่มค่าอุปกรณ์ เครื่องแบบ และโรงเรียนขนาดเล็ก

การ เตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน ผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษา นี้ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้อย่างมั่นใจ มีความสุข สร้างรากฐานพัฒนาประเทศยั่งยืน ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบความพร้อมโรงเรียนได้ทันที และติดตามโครงการลดราคาสินค้าผ่านห้างร้านใกล้บ้าน

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา เรามองว่านี่คือก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง เช่น อุบัติเหตุในโรงเรียนและสุขภาพจิตเด็ก การบูรณาการหน่วยงานจะลดช่องโหว่ได้ดี ลองชวนชุมชนเข้าร่วม workshop เพื่อให้การศึกษาดีขึ้นจริง ติดตามข่าวอัปเดตและเคล็ดลับเตรียมลูกเข้าอ่านเพิ่มเติมในบล็อกนี้!

ที่มา – เตรียมจับมือ 18 หน่วยงาน ผลักดันความปลอดภัยในสถานศึกษารับเปิดเทอม 69 เป็นวาระเร่งด่วน

ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว

ในยุคที่รถพลังไฟฟ้าและไฮบริดกำลังมาแรง แต่รถเบนซินและดีเซลยังคงครองใจผู้ใช้รถหลายคน การดูแลเกียร์ออโต้ให้ดีจึงสำคัญมาก เพราะค่าซ่อมแพงหูฉี่! วันนี้เราจะมาบอก ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว ด้วยวิธีใช้งานที่ถูกต้อง สบายใจ สบายกระเป๋า ไม่ต้องขับช้าเต่าคลาน แต่ขับแบบมีดุลยภาพ

ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว

เกียร์ออโต้และ CVT ในรถทั่วไป ชอบความสมดุล ไม่ชอบเซอร์ไพรส์อย่างการกดคันเร่งมิดบ่อยๆ หรือออกตัวแรงแบบซิ่ง เคล็ดลับหลักคือ “กระทืบคันเร่งเท่าที่จำเป็น” ถ้าต้องแซงสิบล้อบนทางเลนสวน ก็เร่งเต็มที่ได้ แต่ในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงคิกดาวน์ซ้ำๆ จะดีกว่า

เลือกเกียร์ให้เหมาะกับสถานการณ์

อย่าคิดว่ายัดเกียร์สูงแล้วลากขึ้นเนินจะประหยัดหรือเซฟเกียร์ เกียร์ต่ำให้กำลังลากดีกว่า! เช่น เร่งจาก 50 เป็น 80 km/h ในเกียร์ 3 จะเร็วกว่าเกียร์ 6 รอบเครื่องไม่เกิน 4,500 rpm (เบนซิน) หรือ 3,500 rpm (ดีเซล) เกียร์ก็เครียดน้อย

  • ใช้เกียร์ต่ำสำหรับแซงหรือขึ้นเนิน
  • เกียร์สูงสำหรับทางตรงความเร็วสูง
  • เล่น paddle shift (+/-) เฉพาะจำเป็น ค่อยๆ เร่งคันเร่ง

สำหรับแซงบนทางราบ กดคันเร่ง 50% ไวๆ ให้คิกดาวน์ แล้วค่อยเพิ่มเป็น 75% ใน 2 วินาที รถไปไว เกียร์ชอบ!

หลีกเลี่ยงนิสัยที่ทำเกียร์พังไว

อย่าออกตัวแบบซิ่ง: เบิ้ลรอบสูงแล้วปัด N ไป D หรือ brake torque (เบรกจม + คันเร่งจม) โดยเฉพาะ CVT สายพานขาดง่าย! ในเมือง เลิกเหยียบ-ยกคันเร่งบ่อยๆ ทำให้เกียร์เปลี่ยนบ่อย

  • จอดสั้น (<60 วินาที) คา D + เบรก
  • จอดนาน (>60 วินาที) ใส่ N
  • อย่าใส่ N ปล่อยไหลบ่อย รถใหม่มี Coasting Mode อยู่แล้ว

การดูแลเกียร์ออโต้ให้ยืนยาว

นอกจาก ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว แล้ว การบำรุงรักษาสำคัญไม่แพ้กัน เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ + กรองทุก 40,000 กม. (ตามคู่มือ) ในไทยอากาศชื้น น้ำท่วมบ่อย น้ำมันเสื่อมเร็ว เปลี่ยนบ่อยช่วยลดความชื้นและสนิม

วิธีเปลี่ยน: ศูนย์บริการดีที่สุด ถ้านอกศูนย์ ดูด-เติมพอ หรือฟลัชชิ่งสำหรับคนจริงจัง (แต่ไม่จำเป็นสำหรับคนทั่วไป)

สังเกตอาการผิดปกติ

  • น้ำหล่อเย็นมีสีรุ้ง (น้ำรั่วปนน้ำมันเกียร์)
  • กดคันเร่งหน่วง 1-2 วินาทีแล้วกระชาก
  • เข้า R ช้าเกิน 2 วินาที

ถ้าเจอ รีบเข้าอู่ อย่าฝืน!

เกียร์สมัยใหม่ฉลาด คุยกับเครื่องยนต์ตลอด ถ้าทำตามนี้ ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว อายุเกียร์ยืดเยื้อแน่นอน ลองปรับพฤติกรรมขับขี่ดู สบายกระเป๋ายาวๆ!

ลองนำเคล็ดลับไปใช้ แล้วแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้นะครับ เกียร์รถคุณจะขอบคุณ!

ที่มา – ขับยังไง ไม่ให้เกียร์ออโต้พังเร็ว

เริ่มแล้ว! มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส สินค้าถูก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนราธิวาสและคนใกล้เคียง! วันนี้มีข่าวดีมาบอกเลยนะครับ เริ่มแล้ว “มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส” งานใหญ่จากกระทรวงพาณิชย์ ที่ขนสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดมาเพียบ ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พวกเราได้แบบจุใจเลย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ใครกำลังบ่นว่าราคาของแพง ห้ามพลาดเด็ดขาด!

มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

งานนี้จัดโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบาย “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ที่ลานคนเดินสนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส งานจะจัดถึง 8 พฤษภาคม 2566 เท่านั้นนะครับ รีบไปกันเลย!

ในมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส มีสินค้าอุปโภคบริโภคครบ 10 หมวดหมู่ กว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 60% จากผู้ผลิตชั้นนำ กลุ่มเกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน และห้างร้านต่างๆ มาจำหน่ายโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาถูกจริงๆ ช่วยทั้งผู้บริโภคที่ได้ของถูก และเกษตรกรที่ขายสินค้าได้ราคาดี ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าล้นตลาดหรือขาดแคลน

ภาพงานมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส สินค้าราคาถูกเพียบ

สินค้าไฮไลท์ในมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

นอกจากสินค้าจำเป็นประจำวันอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน สินค้าชุมชน แล้ว ยังมีสินค้าเด็ดที่ทุกคนรอคอย ลดพิเศษทุกวัน ดังนี้

  • ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 80 บาท (ปกติแพงกว่านี้เยอะ!)
  • น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัมละ 20 บาท
  • น้ำมันปาล์ม 1 ขวดละ 42 บาท
  • ข้าวขาว 5 กิโลกรัม ถุงละ 80 บาท
  • ฟักทองจากเกษตรกร 1 กิโลกรัมละ 18 บาท
  • ผักผลไม้สดๆ จากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ราคาพิเศษ
สินค้าไฮไลท์ มหกรรมธงฟ้า นราธิวาส ไข่ น้ำมัน ข้าว
ประชาชนแห่ช้อปมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

เห็นมั้ยครับว่าคุ้มแค่ไหน สินค้าคุณภาพมาตรฐาน OCI (โครงการของพาณิชย์) รับประกันความสดใหม่ ปลอดภัย ช่วยลดค่าครองชีพจากราคาน้ำมันแพงที่กระทบทุกอย่าง นอกจากนี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้เกษตรกรและ SMEs ในนราธิวาสและภาคใต้

กรมการค้าภายในบอกว่าจะจัดมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคแบบนี้ทั่วประเทศอีก 8 ครั้ง ตามนโยบายรัฐบาล ช่วยทั้งประชาชนมีทางเลือกซื้อของถูก ผู้ประกอบการมีช่องทางขายของใหม่ๆ ถือเป็น win-win สุดๆ

นายจิรวุฒิ เปิดงานมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส

ส่วนตัวผมคิดว่างานแบบนี้ดีมากเลยนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างนราธิวาส ที่บางทีสินค้าราคาแพงกว่าที่อื่น การมีงานลดราคาแบบนี้ช่วยให้ครอบครัวประหยัดได้เยอะ แถมยังสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วย

รีบไปช้อปมหกรรมธงฟ้า นราธิวาส กันเลยครับ! วันที่ 6-8 พ.ค. 2566 นี้เท่านั้น ไปคนเยอะๆ นะ จะได้ลดภาระค่าครองชีพ ลดเงินเฟ้อในกระเป๋าตัวเอง ฝากติดตามข่าวสารดีๆ แบบนี้ต่อไปด้วยละกัน

ที่มา – เริ่มแล้ว “มหกรรมธงฟ้า” นราธิวาส พาณิชย์ ขนสินค้าถูกช่วยลดภาระประชาชน

รัฐบาลรุกปราบลักลอบบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ยึด 409 ล้าน

รัฐบาล รุกปราบพวกลักลอบนำเข้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะ ยึดของกลางได้กว่า 409 ล้านบาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ตุลาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 นับเป็นผลงานที่โดดเด่นในการบูรณาการกำลังจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและรายได้ของรัฐ

รัฐบาล รุกปราบพวกลักลอบนำเข้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะ ยึดของกลางได้กว่า 409 ล้านบาท

ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมมือกันปราบปรามอย่างเข้มข้น โดยผลการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2569 สามารถตรวจยึดของกลางได้มูลค่ารวมสูงถึง 409 ล้านบาท

สถิติการตรวจยึดของกลางที่สำคัญ

ผลการจับกุมมีดังนี้

  • บุหรี่ผิดกฎหมาย: 49,064,878 มวน มูลค่า 225 ล้านบาท
  • บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์: 548,577 ชิ้น มูลค่า 71 ล้านบาท
  • ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ): 140,200 กระบอก มูลค่า 95 ล้านบาท
  • สารเอโทมิเดต: 28 กิโลกรัม มูลค่า 18 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง

รูปแบบการลักลอบนำเข้าที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้กระทำผิดปรับวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เช่น แยกชิ้นส่วนบุหรี่ไฟฟ้า (ตัวเครื่อง แบตเตอรี่ น้ำยา) แล้วสำแดงเท็จเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์สินค้าอุปโภค สำหรับบุหรี่มวน หันมาใช้ช่องทางออนไลน์และพัสดุไปรษณีย์ โดยใน 2 เดือนล่าสุด อายัดพัสดุจากภาคใต้กว่า 4,000 หีบห่อ

ตัวอย่างกรณีเด่นในเดือนเมษายน 2569:

  • ตรวจใบขนสินค้าจากจีน พบบุหรี่ไฟฟ้าครบชุด 52,000 ชิ้น และน้ำยา 100 แกลลอน มูลค่า 6 ล้านบาท
  • ยึดบุหรี่ไฟฟ้าจากพัสดุที่สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4: 52,742 ชิ้น มูลค่า 15 ล้านบาท
  • จับผู้โดยสารที่สุวรรณภูมิจากญี่ปุ่น: บุหรี่ไฟฟ้า 21 เครื่อง ไส้ 165,600 มวน มูลค่า 9 แสนบาท
  • ยึดบุหรี่ต่างประเทศ 14,028 คอตตอน (2,805,520 มวน) มูลค่า 13 ล้านบาท

สารเสพติดรูปแบบใหม่ที่น่ากังวล

นอกจากนี้ ยังพบการลักลอบสารเอโทมิเดตจากอินเดีย 28 กก. ซึ่งนำมาผสมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็น “น้ำมันอวกาศ” หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ สมอง ส่วนก๊าซหัวเราะปรับบรรจุเป็นกระป๋องเล็ก ยึดได้ 135,936 กระบอก มูลค่า 24 ล้านบาทใน 4 เดือนแรกของปี

รัฐบาล รุกปราบพวกลักลอบนำเข้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะ ยึดของกลางได้กว่า 409 ล้านบาท ถือเป็นตัวอย่างของการทำงานเชิงรุกที่ประสบความสำเร็จ โดยบุหรี่ไฟฟ้าห้ามนำเข้า ครอบครอง จำหน่ายเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษหนัก

รัฐบาลขอให้ประชาชนตระหนักถึงภัยร้ายจากสารเคมีเหล่านี้ และหลีกเลี่ยงการใช้หรือสนับสนุน หากพบเห็นการลักลอบ สามารถแจ้งกรมศุลกากรหรือตำรวจได้ทันที เพื่อช่วยกันปกป้องสังคมและสุขภาพของคนไทย การปราบปรามครั้งนี้ไม่เพียงยึดทรัพย์สินเถื่อน แต่ยังตัดวงจรอาชญากรรมที่กระทบความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว

ที่มา – รัฐบาล รุกปราบพวกลักลอบนำเข้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ก๊าซหัวเราะ ยึดของกลางได้กว่า 409 ล้านบาท

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

ข่าวดราม่าร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อ ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม ชื่อดังจากจังหวัดลำพูน หลังจากมีนักธุรกิจหนุ่มวัย 32 ปี ออกมาแฉผ่านเพจดัง “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกหลอกทำพิธีแก้กรรม จนนำไปสู่การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ลูกศิษย์ของอาจารย์ยังคงยืนยันศรัทธาเต็มเปี่ยม และเตรียมจัดทีมทนายความเพื่อสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเต็มที่

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

จากรายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากนักธุรกิจหนุ่มที่ร้องขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอาจารย์แก้กรรมรายนี้ชวนทำพิธีแก้กรรม เกลี้ยกล่อมให้ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะเกิดการกระทำอนาจารและอมอวัยวะเพศชาย ผู้เสียหายนำเรื่องโพสต์ลงเพจสายไหมต้องรอด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของอาจารย์ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในช่วงค่ำวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 พบว่าประตูบ้านปิดสนิท อาจารย์ขึ้นพักผ่อนแล้ว แต่ยังมีลูกศิษย์แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย จากการสอบถามลูกศิษย์ ทราบว่าอาจารย์ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ตอนแรกอยากออกชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ทนายความแนะนำให้งด เพื่อไม่ให้กระทบคดี และยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำกล่าวหา

ตามคำร้องของผู้เสียหาย อาจารย์บอกให้ทำพิธีแก้กรรม โดยให้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ก่อนเกิดเหตุล่วงละเมิด ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าแม่ของตนอยู่หน้าห้อง และมีลูกศิษย์คอยดูแลอาจารย์ด้วย แต่เหตุการณ์นี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

มุมมองจากลูกศิษย์ที่ยังศรัทธา

ลูกศิษย์หลายรายแสดงความไม่เชื่อในข้อกล่าวหา โดยตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเรื่องราว เช่น

  • ผู้กล่าวหาอายุ 32 ปี มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ หากถูกกระทำจริง ทำไมไม่ร้องขอความช่วยเหลือ หรือผลักอาจารย์ที่อายุ 60 กว่าปีซึ่งไม่มีแรงมากนัก
  • ทำไมไม่โวยวายในขณะนั้น ทั้งที่แม่ผู้เสียหายอยู่หน้าห้อง และลูกศิษย์น่าจะอยู่ใกล้เคียง
  • อาจารย์มีชื่อเสียงด้านแก้กรรมมานาน ลูกศิษย์นับหมื่นทั่วประเทศ ไม่น่าจะเสี่ยงทำพฤติกรรมเช่นนี้

นอกจากนี้ ลูกศิษย์ยังเผยว่าอาจารย์จะเปิดรับพบลูกศิษย์ตามปกติในวันที่ 7 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. ไม่ได้หลบหนีไปไหน แสดงถึงความมั่นใจในความบริสุทธิ์

อาจารย์แก้กรรมรายนี้เป็นที่รู้จักในพื้นที่ลำพูนและใกล้เคียง ด้วยการทำพิธีกรรมแก้เคล็ด กรรมเก่า ด้วยวิธีการแปลกๆ เช่น การถอดเสื้อผ้าเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย ซึ่งลูกศิษย์เชื่อว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเสียงของอาจารย์แพร่กระจายผ่านปากต่อปากและโซเชียลมีเดีย ทำให้มีผู้ศรัทธามากมาย แต่กรณีนี้กลับกลายเป็นดราม่าที่จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการแก้กรรมแบบไทยๆ กับกฎหมายสมัยใหม่

ในมุมกฎหมาย คดีอนาจารเป็นเรื่องร้ายแรง ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน หากเข้าสู่ศาล อาจารย์และทีมทนายจะมีโอกาสต่อสู้ โดยลูกศิษย์มั่นใจว่าความจริงจะปรากฏ กระแสโซเชียลมีเดียแบ่งฝ่ายชัดเจน บางคนเชื่อผู้เสียหาย บางคนปกป้องอาจารย์ โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่เคยได้รับการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายๆ กันในอดีตของอาจารย์แก้กรรมหรือหมอธรรมที่ถูกกล่าวหา จนสุดท้ายบางคดีตัดสินว่าบิดเบือน ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้กล่าวหา

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายรอฟังคำตัดสินจากศาล อย่ารีบตัดสินจากข่าวลือเพียงฝ่ายเดียว หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับพิธีแก้กรรมหรือคดีลักษณะนี้ แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลกระจายสู่สาธารณะมากขึ้น

ที่มา – ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม เตรียมจัดทีมทนายสู้

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ เป็นข่าวใหญ่ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจในขณะนี้ สัญญาณบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้ตลาดการเงินพลิกผันอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันดิ่งลงแรง ขณะที่หุ้นทั่วโลกทะยานขึ้น นี่คือสัญญาณว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังคลี่คลาย

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตลาดน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือที่เป็น基准ของตลาดโลก ดิ่งลงกว่า 10% ระหว่างวัน จนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 3,700 บาท ก่อนมาปิดที่ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 7.8% สาเหตุหลักมาจากความหวังว่าสงครามอิหร่านใกล้ยุติผ่านการเจรจาทางการทูต

ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปกลับพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน แนสแด็กทะยาน 2% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปอย่างปารีสขึ้นเกือบ 3% แฟรงก์เฟิร์ตและลอนดอนบวกกว่า 2% นักลงทุนเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ลดความเสี่ยงด้านพลังงาน

สัญญาณเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้า

ก่อนหน้านี้ Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 รายว่า วอชิงตันและเตหะรานใกล้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ 1 หน้า เพื่อยุติสงครามและวางกรอบเจรจานิวเคลียร์ต่อไป ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในห้องทำงานรูปไข่ Oval Office ว่า มีโอกาสสูงมากที่จะสำเร็จ หลังหารือ 24 ชม. ล่าสุดเป็นไปในทางบวก แต่เตือนหากล้มเหลว สหรัฐฯ อาจโจมตีอีก

ผลกระทบต่อตลาดโลกและไทย

นายนีล วิลสัน นักยุทธศาสตร์จาก Saxo UK วิเคราะห์ว่า ข่าวนี้กระตุ้นความเชื่อมั่น สถานการณ์เคลื่อนไหวเชิงบวกสำหรับพลังงานโลก หนุนนักลงทุนซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น สำหรับไทย ราคาน้ำมันที่ถูกลงจะช่วยลดต้นทุนนำเข้า ลดราคาน้ำมันในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค

  • ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลง 7.8% สู่ 101.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • S&P 500 สูงสุดใหม่ Nasdaq +2%
  • หุ้นยุโรป CAC 40 +3% FTSE +2%
  • ความหวังจากข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันจะยังผันผวน หากเจรจาสำเร็จจริง อาจลงต่อสู่ 90 ดอลลาร์ แต่หากล้มเหลว ราคาอาจพุ่งกลับ สร้างความไม่แน่นอน นักลงทุนควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ สะท้อนความหวังของตลาด ถ้าคุณเป็นนักลงทุน ลองพิจารณาโอกาสในหุ้นพลังงานหรือสินค้าที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันต่ำ ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการลงทุนให้ตรงจุด

อย่าพลาด! สมัครรับข่าวสารการเงินและการลงทุนฟรี เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญ

ที่มา – ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

พบจระเข้เกาะเซ็นโตซา! สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำ

นักท่องเที่ยวที่กำลังสนุกกับทะเลสวยของเกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์ ต้องผวากับเหตุการณ์ล่าสุดที่พบจระเข้เกาะเซ็นโตซา ลอยตัวโผล่ใกล้ชายฝั่ง ทางการต้องสั่งงดกิจกรรมทางน้ำทันทีเพื่อความปลอดภัย เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวตึงเครียดไปเลย

พบจระเข้เกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำ

หลังได้รับแจ้งจากผู้เห็นเหตุการณ์ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติสิงคโปร์ (NParks) ร่วมกับหน่วยงานพัฒนาเกาะเซ็นโตซา (SDC) ได้เปิดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ตัวนี้ทันที จระเข้ถูกพบลอยคออยู่ในทะเลใกล้ย่านเซ็นโตซา โคฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ผลคือสั่งระงับกิจกรรมทางน้ำทั้งหมด เช่น ว่ายน้ำ พายเรือคายัก และเจ็ตสกี บริเวณชายหาดสำคัญ 3 แห่ง จนกว่าจะมีประกาศใหม่

ชายหาดที่ได้รับผลกระทบจากการพบจระเข้เกาะเซ็นโตซา

  • หาดสิลิโซ (Siloso Beach): ชายหาดที่มีกิจกรรมน้ำมากมาย
  • หาดปาลาวัน (Palawan Beach): พื้นที่ผ่อนคลายยอดฮิต
  • หาดตันจง (Tanjong Beach): ใกล้กับรีสอร์ทหรู

ถึงแม้กิจกรรมน้ำจะถูกงด แต่ชายหาดทั้ง 3 แห่งยังเปิดให้บริการตามปกติ เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังลาดตระเวนและเฝ้าระวังทั่วเกาะ เพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวปลอดภัย 100%

ไม่ใช่ครั้งแรก! ประวัติการพบจระเข้เกาะเซ็นโตซา

น่าเสียดายที่เหตุการณ์พบจระเข้เกาะเซ็นโตซานี้เป็นครั้งที่ 2 ในปีเดียวกัน ครั้งแรกเกิดขึ้นปลายเดือนมกราคม ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันก็มีรายงานที่อ่าวเคปเปิล (Keppel Bay) ทำให้ NParks ต้องติดตั้งป้ายเตือนเพิ่มเติม สิงคโปร์เป็นเมืองที่จัดการสิ่งแวดล้อมดีเยี่ยม แต่จระเข้ซึ่งเป็นสัตว์ป่าพื้นเมือง ยังคงปรากฏตัวในน่านน้ำบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจระเข้จ saltwater ที่ว่ายน้ำจากแม่น้ำมาทะเลได้

เกาะเซ็นโตซาเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม มีสวนสนุก Universal Studios, สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium และชายหาดขาวละเอียด แต่เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจว่าธรรมชาติยังคงเป็นเจ้านาย ล่าสุด NParks ใช้โดรน เสียง และกับดักในการค้นหา แต่จระเข้ยังไม่ถูกจับได้

คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่หากพบจระเข้เกาะเซ็นโตซา

หากคุณไปเที่ยวแล้วพบจระเข้เกาะเซ็นโตซาหรือบริเวณอื่น อย่าตื่นตระหนก! เจ้าหน้าที่แนะนำดังนี้

  • ตั้งสติ ค่อย ๆ ถอยห่างจากสัตว์ อย่าเข้าใกล้หรือยั่ว
  • ห้ามให้อาหารจระเข้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้มันชินกับมนุษย์
  • แจ้งเหตุทันทีทางสายด่วน NParks: 1800-476-1600 หรือ WhatsApp 9711 2112
  • ถ่ายรูปหรือวิดีโอจากระยะไกลเพื่อเป็นหลักฐาน

สิงคโปร์มีระบบจัดการสัตว์ป่าที่มีประสิทธิภาพ โดยจระเข้ส่วนใหญ่มาจากเขตสงวนอย่าง Sungei Buloh Wetland Reserve ซึ่งห่างจากเซ็นโตซาไม่มาก นักท่องเที่ยวควรเช็คประกาศจาก Sentosa website ก่อนลงน้ำเสมอ

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการท่องเที่ยวต้องเคารพธรรมชาติ แม้สิงคโปร์จะปลอดภัยที่สุดในโลก แต่สัตว์ป่าอาจโผล่ได้ทุกเมื่อ หากคุณวางแผนไปเซ็นโตซา ลองเลือกกิจกรรมบนบกอย่างปีนเขา Luge หรือชมวิว Merlion สนุกไม่แพ้กัน! ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ที่มา – นักท่องเที่ยวผวา พบจระเข้โผล่นอกชายฝั่งเกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำทันที