วัน: 8 พฤษภาคม 2026

“ชัยวัฒน์” ประกาศเป็นผู้ว่าฯ กทม. คิวแรกสางปมกลิ่นโรงขยะอ่อนนุชและสิทธิบัตรทอง

“ชัยวัฒน์” ประกาศเป็นผู้ว่าฯ กทม. คิวแรกสางปมกลิ่นโรงขยะอ่อนนุชและสิทธิบัตรทอง ถือเป็นข่าวร้อนที่คนกรุงเทพฯ กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชน ได้แถลงวิสัยทัศน์ภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพง่ายๆ” เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เพื่อตอบโจทย์ปัญหาชีวิตประจำวันของประชาชนในเมืองหลวง

“ชัยวัฒน์” ประกาศเป็นผู้ว่าฯ กทม. คิวแรกสางปมกลิ่นโรงขยะอ่อนนุชและสิทธิบัตรทอง

ในงานแถลงครั้งนี้ นายชัยวัฒน์ได้เน้นย้ำถึงวาระเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันทีหากได้รับเลือกตั้ง โดยเฉพาะปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุชที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกว่า 4 แสนคนในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตรงของผู้ว่าฯ กทม. โดยตรง นอกจากนี้ยังมุ่งยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้รองรับผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนยุ่งยากในการรักษาพยาบาล เช่น ปัญหาใบส่งตัวที่เป็นอุปสรรคใหญ่

วิสัยทัศน์ “กรุงเทพง่ายๆ” และนโยบาย 4 ง่าย

วิสัยทัศน์หลักคือ “กรุงเทพง่ายๆ” ที่มุ่งคืนเวลาสู่ประชาชนจากการถูกเมือง “ขโมยเวลา” ไปกับค่าครองชีพ การเดินทาง และสวัสดิการ โดยเสนอนโยบาย “4 ง่าย” ได้แก่ ง่ายในการเดินทาง ง่ายในการรักษา ง่ายในการอยู่อาศัย และง่ายในการทำมาหากิน พร้อมทีม ส.ก. ครบ 50 เขตเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กทม. ฉบับใหม่ เปลี่ยนระบบบริหารจาก Positive List (ทำได้เฉพาะที่กฎหมายกำหนด) เป็น Negative List (ทำได้ทุกอย่างยกเว้นที่ห้าม) เพื่อให้ กทม. มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จในเรื่องสำคัญ เช่น จัดการสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคผ่านศูนย์สุขภาพของ กทม. และขยายรถเมล์ในถนนสายใหม่ๆ ที่ปัจจุบันยังไม่เต็มประสิทธิภาพ

เมกะโปรเจกต์พลิกฟื้นคลองทั่วกรุง

สำหรับแผนพัฒนาขนาดใหญ่ นายชัยวัฒน์เสนอ “พลิกฟื้นคลองทั่วกรุง” โดยใช้คลองที่มีอยู่นับร้อยสายเป็นโครงข่ายสัญจรหลัก เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ พัฒนาริมคลองเป็นย่านท่องเที่ยว ชุมชน และเศรษฐกิจ เพื่อกระจายรายได้สู่ทุกเขต แทนการพึ่งพาพื้นที่บกเพียงอย่างเดียว โครงการนี้จะช่วยเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เดินทางสะดวกและมีเสน่ห์มากขึ้น

  • แก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงขยะอ่อนนุชและสิทธิบัตรทอง
  • พัฒนาคลองเป็นเส้นทางสัญจรและท่องเที่ยว
  • ผลักดัน พ.ร.บ.กทม. ใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจบริหาร
  • นโยบาย 4 ง่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงระบบ เช่น การจัดการขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมมากขึ้น และยกระดับบริการสุขภาพให้เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่พึ่งพาสิทธิบัตรทอง การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของนายชัยวัฒน์ในการเป็นผู้ว่าฯ ที่ใส่ใจปัญหาเรื้อรังของคนกรุง

หากคุณกำลังมองหาผู้ว่าฯ ที่จะนำพากรุงเทพฯ สู่ยุคใหม่ ติดตามการหาเสียงของนายชัยวัฒน์ต่อไป เพราะนโยบายเหล่านี้อาจเปลี่ยนชีวิตคนเมืองได้จริง นี่คือโอกาสในการเลือกตั้งที่ไม่ควรพลาด!

ที่มา – “ชัยวัฒน์” ประกาศเป็นผู้ว่าฯ กทม. คิวแรกสางปมกลิ่นโรงขยะอ่อนนุชและสิทธิบัตรทอง

ขนมจีน ยังเคลม: ดีอีเตือนข่าวบิดเบือนกัมพูชา

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าอาหารไทยที่กำลังเป็นไวรัลในโซเชียล “ขนมจีน ยังเคลม” จากทางกัมพูชา ที่อ้างว่าเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณล้วนๆ แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาเตือนแล้วว่าเป็นข่าวบิดเบือน อย่าเพิ่งแชร์ต่อแบบไม่เช็กนะครับ กรมศิลปากรยืนยันชัดว่า “ขนมจีน” เป็นวัฒนธรรมอาหารร่วมกันของภูมิภาค ไม่ใช่ของชาติใดชาติหนึ่ง!

เรื่องนี้มาจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ที่มอนิเตอร์ข้อมูลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 พบข้อความน่าสงสัยกว่า 160,000 ข้อความ และต้อง verify กว่า 3,200 รายการ โดยขนมจีน ยังเคลม ขึ้นอันดับ 1 ในข่าวที่คนสนใจมากที่สุด แต่ผลตรวจสอบคือข่าวบิดเบือน เพราะไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่ามาจากกัมพูชาเพียงแห่งเดียว

ขนมจีน ยังเคลม: เช็ก 7 ข่าวปลอมยอดฮิตที่ AFNC พบ

นอกจากขนมจีน ยังเคลม แล้ว ยังมีข่าวอื่นๆ ที่คนแชร์กันเยอะ ลองดูอันดับกันครับ:

  1. อันดับ 1: ข่าวบิดเบือน “กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ”
  2. อันดับ 2: ข่าวจริง กระทรวงวัฒนธรรมรับมอบโบราณวัตถุอายุ 3,000 ปีจากกุดฉิม
  3. อันดับ 3: ข่าวปลอม ธ.ก.ส.กู้สินเชื่อผ่าน TikTok good.bye3514
  4. อันดับ 4: ข่าวปลอม ฟันผุจากแมงกินฟัน รักษาด้วยรมควัน
  5. อันดับ 5: ข่าวปลอม รับพับถุงกาแฟทำที่บ้านจากเพจ JobStation TH
  6. อันดับ 6: ข่าวปลอม รับทำใบขับขี่จากเพจ Learn to drive ครูทิวร์
  7. อันดับ 7: ข่าวปลอม ลักลอบซื้อทุเรียนไทยขายกัมพูชาวันละ 1 ตัน

เห็นมั้ยครับ ข่าวพวกนี้แพร่กระจายเร็วมาก โดยเฉพาะใน Line และโซเชียล ถ้าไม่เช็กอาจโดนหลอกได้ง่ายๆ

ความจริงเบื้องหลัง “ขนมจีน ยังเคลม” และนมบันจ็อก

มาดูข้อเท็จจริงกันบ้าง “ขนมจีน” ของไทยมีความเชื่อมโยงกับชาติพันธุ์มอญ และเส้นข้าวหมักแบบนี้มีในหลายประเทศอย่างกัมพูชา (นมบันจ็อก Nom Banh Chok), เวียดนาม ลาว เมียนมา เป็นวัฒนธรรมร่วม จากการแลกเปลี่ยนในอดีต ไม่ใช่มรดกเฉพาะชาติ

ส่วนกัมพูชาเคยยื่น “นมบันจ็อก” เข้า UNESCO Tentative List แต่ไม่ผ่าน เพราะมันเป็นอาหารพื้นบ้านทั่วไปในภูมิภาค ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะกัมพูชาเพียงแห่งเดียว นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกดีอี ฝ่ายข้าราชการประจำ ย้ำชัด อย่าแชร์ข่าวบิดเบือนแบบนี้ เพราะอาจสร้างความขัดแย้งไม่จำเป็น

ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นบ่อย? เพราะในยุคดิจิทัล ข้อมูลปลอมแพร่ได้ไว โดยเฉพาะเรื่องชาตินิยมอาหารที่คนอินง่าย แต่จริงๆ อาหารไทยอย่างขนมจีนน้ำยา กินคู่ปลาเผา หรือน้ำพริก ก็อร่อยแบบไทยแท้ๆ ไม่ต้องไปเถียงกับเพื่อนบ้านหรอกครับ

ดีอีแนะนำ: เช็กก่อนแชร์ อย่าให้ข่าวบิดเบือนทำร้ายสังคม

กระทรวงดีอีห่วงใยทุกคน ขอให้เท่าทันข่าวปลอม โดยเฉพาะที่สร้างความเข้าใจผิดเรื่องวัฒนธรรม ถ้าแชร์ต่อโดยไม่คิด อาจเสียหายทั้งตัวเองและสังคม เช่น หลงเชื่อมิจฉาชีพ หรือแตกหักกับเพื่อนบ้าน

วิธีเช็กง่ายๆ: ดูแหล่งที่มาเป็นหน่วยงานรัฐมั้ย? มีหลักฐานชัดเจนรึเปล่า? พบข่าวสงสัย รายงานได้ที่

สุดท้ายนี้ ความเห็นส่วนตัวนะครับ ในโลกที่ข้อมูลล้นมือ การเป็นนักตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดีคือทักษะสำคัญที่สุด อย่าให้ “ขนมจีน ยังเคลม” หรือข่าวบิดเบือนอื่นๆ มาทำให้เราตกเป็นเหยื่อ ลองกินขนมจีนน้ำยาไทยๆ ดีกว่า สดชื่น อร่อย แถมไม่ดราม่า! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อแต่เช็กก่อนนะครับ 😉

ที่มา – “ขนมจีน” ยังเคลม ดีอีเตือนข่าวบิดเบือน กัมพูชาอ้างสิทธิ์อาหารพื้นเมืองโบราณ

โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม ยันอนุทิน-ภูมิใจไทยไม่ชง 99 ปี

ช่วงนี้ข่าวปลอมแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเด็นการเมืองที่เกี่ยวกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ล่าสุด โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม เรื่องที่อ้างว่ารัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายให้เช่าที่ดิน 99 ปี เพื่อตั้งกาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่เป็นความจริง รัฐบาลได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม

การแพร่ข่าวปลอมแบบนี้ไม่เพียงสร้างความแตกแยก แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นในรัฐบาลและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดข้อเท็จจริงกันแบบครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถูกต้อง

โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม

วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 นางสาวรัชดา ธนากูล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีมีข้อมูลเท็จจากอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่อ้างว่ารัฐมนตรีอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ชงร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยอนุญาตให้เช่าที่ดิน 99 ปีและตั้งกาสิโน โฆษกรัฐบาลยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นข่าวปลอมที่ถูกบิดเบือน

เนื้อหาที่ถูกแชร์มาจากร่างกฎหมายของ ส.ส.ชุดที่แล้ว คือ นายนภดล แก้วสุพัฒน์ อดีต ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท และมีร่างที่เกี่ยวข้องกับกาสิโนอีก 3 ฉบับจาก ส.ส.อื่นๆ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร

พรรคภูมิใจไทยชี้แจงร่างกฎหมาย

สำหรับพรรคภูมิใจไทย เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ในสภาชุดก่อน แต่ใช้ต้นแบบจาก พ.ร.บ.อีอีซี (Eastern Economic Corridor) โดยมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ สร้างการเติบโตให้ประเทศเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาเช่าที่ดิน 99 ปีหรือเปิดกาสิโน ตามที่ถูกกล่าวหา รัฐบาลย้ำว่าร่างนี้เน้นการลงทุนที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่

  • ร่างกฎหมายมาจาก ส.ส. ชุดที่แล้ว ไม่ใช่รัฐบาลปัจจุบัน
  • พรรคภูมิใจไทยใช้โมเดล EEC ที่ประสบความสำเร็จ
  • ไม่มีนโยบายกาสิโนหรือเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี
  • ตรวจสอบข้อมูลได้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บสภา

โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม เน้นความโปร่งใส

นอกจากประเด็นนี้ โฆษกรัฐบาลยังอัปเดตความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกสองแห่งทางภาคใต้ เพื่อยกระดับการค้าและโลจิสติกส์ของไทย นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง เป็นประธาน พิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน หากผลศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่า หรือชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน โครงการจะไม่เดินหน้า รัฐบาลย้ำถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อประชาชน

โครงการแลนด์บริดจ์มีศักยภาพสูงในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ สร้างงานและรายได้ให้คนใต้ แต่ต้องผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ในยุคดิจิทัลที่ข่าวปลอมแพร่เชื้อไว รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ต้องทำงานหนักขึ้นในการสื่อสารข้อเท็จจริง โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงความรวดเร็วและชัดเจน

สำหรับประชาชน ควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าว โดยตรวจสอบจากแหล่งข่าวหลัก เช่น เว็บรัฐบาล สภา หรือสื่อที่น่าเชื่อถือ อย่าแชร์โดยไม่คิด เพราะอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการบิดเบือน

สุดท้าย ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ การพัฒนาประเทศต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและการมีส่วนร่วมจากทุกคน หากเราร่วมมือกันต่อสู้ข่าวปลอม ไทยจะก้าวหน้าอย่างมั่นคง ลองแชร์ข้อเท็จจริงนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสยิ่งขึ้น

ที่มา – โฆษกรัฐบาลเบรกข่าวปลอม ยัน “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ไม่เคยชงเช่าที่ดิน 99 ปีตั้งกาสิ

ไวรัสฮันตาคืออะไร? กรมควบคุมโรคเตือนป้องกัน

ไวรัสฮันตาคืออะไร หลายคนอาจสงสัยกับข่าวโรคติดเชื้อไวรัสลึกลับนี้ วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเลยนะคะ โรคนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะหลักคือสัตว์ฟันแทะอย่างหนูนา หนูบ้านนั่นเอง ปัจจุบันไทยยังเสี่ยงต่ำมาก ไม่มีการระบาดใหญ่ แต่รู้ไว้ป้องกันได้ดีกว่า!

ไวรัสฮันตาคืออะไร

ไวรัสฮันตาคือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฮันตาไวรัส (Hantavirus) ซึ่งแพร่จากหนูสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย โดยเฉพาะการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไป รองลงมาคือสัมผัสแล้วเอามือไปจมูก ปาก ตา หรือโดนหนูกัด (แต่โอกาสน้อย) ส่วนคนสู่คนแทบไม่มี ยกเว้นบางสายพันธุ์เท่านั้น

ระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์ อาการแรกคล้ายหวัด มีไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย บางคนมีท้องเสีย คลื่นไส้ แต่ถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้นะคะ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (HCPS)

พบในอเมริกา รุนแรงมาก ไอ หายใจเหนื่อย น้ำท่วมปอด ช็อกตายเร็ว อัตราเสียชีวิต 20-40%

กลุ่มไข้เลือดออกร่วมไตวาย (HFRS)

พบในยุโรป เอเชีย ความดันตก เลือดออกง่าย ไตวาย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านเฉพาะ รักษาแค่ประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ช่วยหายใจ ฟอกไต รีบไปโรงพยาบาลสำคัญมาก ไทยเคยพบแค่รายเดียว สายพันธุ์ไม่รุนแรงเท่าอเมริกา เสี่ยงต่ำมาก

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาให้ห่างไกล

ป้องกันง่าย ๆ เน้นลด接触หนู:

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น มีหนู เช่น ห้องเก็บของเก่า
  • ทำความสะอาดที่สงสัยมีหนู อย่ากวาดหรือดูดฝุ่น ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างน้ำยาซักผ้าขาวฉีดเปียกก่อนเช็ด
  • บ้านสะอาด ไม่ให้อาหารหนู อุดรู อุดช่อง ปิดประตูทางเข้า
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่

ไวรัสฮันตาคืออะไร ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวในไทย แต่รู้จักป้องกันไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีอาการแปลก ๆ รีบโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที จะได้ปลอดภัยทั้งครอบครัว การป้องกันคือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคนี้

ที่มา – ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ สร้างความสะเทือนใจให้กับนักเดินป่าและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหายอีก 10 คน เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ

ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ภูเขาไฟดุโกโน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนอร์ทฮาลมาเฮรา ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ได้ปะทุอย่างรุนแรง พ่นกลุ่มควันและเถ้าถ่านสูงขึ้นไปกว่า 10 กิโลเมตร พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับพื้นที่ใกล้เคียง

รายละเอียดผู้เสียชีวิตและสูญหาย

ตามรายงานของตำรวจจังหวัด ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 2 คน และชาวอินโดนีเซียจากเมืองเทอร์นาเต 1 คน ขณะที่นักเดินป่าสูญหายอีก 10 คน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานสูญหายถึง 20 คน ในนั้นมีชาวสิงคโปร์ถึง 9 คน สื่อท้องถิ่นคาดว่าผู้เสียชีวิต 2 รายอาจเป็นชาวสิงคโปร์ แต่ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ภูเขาไฟดุโกโนปะทุ

สำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซียเตือนว่ากลุ่มควันเถ้าถ่านอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ระบบทางเดินหายใจ และการเดินทางทางอากาศ แม้ตอนนี้ยังไม่มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ แต่เจ้าหน้าที่ได้ระดมทีมกู้ภัย ตำรวจ และหน่วยค้นหาหลายสิบชีวิต เข้าพื้นที่ทันที

ประวัติและความอันตรายของภูเขาไฟดุโกโน

ภูเขาไฟดุโกโน เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ปะทุต่อเนื่องยาวนานที่สุดในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 1933 มันพ่นเถ้าถ่านและก๊าซซัลเฟอร์ออกมาอยู่เสมอ ระดับเตือนภัยปัจจุบันอยู่ที่ 3 จาก 4 ซึ่งถือว่าสูงมาก พื้นที่รอบปล่องถูกสั่งปิดตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน หลังตรวจพบกิจกรรมภูเขาไฟเพิ่มขึ้น แต่ยังมีนักเดินป่าลักลอบเข้าไป

เส้นทางเดินป่าไปยังดุโกโนนั้นยากลำบาก ต้องใช้เครื่องบิน เรือ รถยนต์ และเดินเท้าผ่านป่าทึบ สู่พื้นที่เถ้าถ่านและกำมะถันอันตราย

  • ปะทุเวลา 07.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น
  • พ่นเถ้าถ่านสูง 10 กม.
  • สูญหายส่วนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์
  • ระดับเตือนภัยสูงสุดเกือบสุด
  • ห้ามเข้าใกล้พื้นที่รอบปล่อง

เหตุการณ์ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10 นี้ สร้างความสะเทือนใจให้ชาวอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ครอบครัวผู้สูญหายกำลังเฝ้ารอข่าว ขณะที่ภารกิจกู้ภัยดำเนินต่อไปท่ามกลางความเสี่ยงสูง

จากประสบการณ์นี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาไฟ ควรติดตามประกาศจากทางการเสมอ และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม หากคุณชื่นชอบการผจญภัย อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศและระดับเตือนภัยก่อนออกเดินทาง

ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และแบ่งปันเพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต เป็นข่าวที่หลายคนกำลังให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของศาสตร์ไสยเวทย์และการแก้กรรม วันนี้เราจะมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดให้ฟังแบบเป็นกันเองกันเลยนะ

เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

วันที่ 8 พ.ค. 2567 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” ได้พา “นายเอ” (นามสมมติ) นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อของ “อ.แก้กรรม” หรือ “อมมังกรแก้กรรม” ชื่อดังจาก จ.ลำพูน ไปยื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานต่อกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เหตุผลหลักคือหลังจากแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว คาดว่าหมดจับใกล้เข้ามา แต่กลัวอันตรายเพราะอาจารย์คนนี้มีลูกศิษย์กว่า 100,000 คนในกลุ่มเฟซบุ๊ก รวมถึงดารา นักแสดง พิธีกร ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และคนใหญ่คนโตอีกเพียบ

นายเอเล่าว่าตัวเองรู้สึกหวาดกลัวมาก หลังเป็นข่าว จิตใจเสียหายหนัก นอนร้องไห้กับแม่ตอนกลางคืน เคยคิดสั้นด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากสร้างกรรมเพิ่ม เลยตัดสินใจเปิดโปงเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไป เพราะอาจารย์คนนี้ใช้ศาสตร์ไสยเวทย์บังหน้าในการล่วงละเมิด

สถานะคดีและพยานหลักฐานล่าสุด

นายเอกภพอัปเดตว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน คาดหมายจับออกเร็วๆ นี้ นอกจากนายเอแล้ว ยังมีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 1 รายที่ติดต่อมา มีคลิปเสียง พยานที่เห็นการกระทำนอกอาคาร และเคสนักศึกษาชายจากเชียงใหม่ที่ถูกหลอกด้วยนิมิต โดยอาจารย์อ้างเห็นชื่อเจ้ากรรมนายเวรในนิมิต ชื่อเพื่อนถูกต้องเป๊ะ แต่สงสัยว่ามาจากหนังสือรุ่นที่มีชื่อเล่น นักศึกษาคนนี้เกือบโดนล่วงละเมิดเหมือนกันตอนไปสำนัก

เคสนี้น่าสนใจตรงที่เพจสายไหมต้องรอดตั้งข้อสังเกตเรื่องการอ้างนิมิต อาจเป็นเทคนิคหลอกลวงโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวจากโซเชียลหรือเอกสารทั่วไป ทำให้เหยื่อเชื่อสนิท ลูกศิษย์บางคนถูกส่งคนแปลกหน้าคุกคามที่บ้าน บอกให้ไปกราบขอขมาเจ้ากรรมนายเวร สุดท้ายต้องไปหาอาจารย์เพื่อเคลียร์

  • หลักฐานสำคัญ: คลิปเสียง การกระทำนอกอาคาร
  • จำนวนเหยื่อ: มากกว่า 1 ราย กำลังทยอยแจ้งความ
  • ความเสี่ยง: ลูกศิษย์กระจายทุกวงการ

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ รับเรื่องทันที ส่วนนายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน ยืนยันว่าจะปกป้องไม่ให้เกิดการข่มขู่แน่นอน

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตแล้วหันไปหาศาสตร์ลี้ลับ ต้องเช็คให้ดีก่อนเชื่อ เพราะบางครั้งมันอาจซ่อนอันตรายไว้ การมีเพจอย่างสายไหมต้องรอดช่วยเหลือเหยื่อได้เยอะมาก หากคุณหรือคนใกล้ตัวเจอเรื่องคล้ายๆ นี้ อย่าลังเล รีบแจ้งความและขอความช่วยเหลือทันที จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเพิ่ม

สุดท้าย ขอให้คดีนี้เดินหน้าจนได้ความยุติธรรม สายไหมต้องรอดจริงๆ นะ!

ที่มา – เหยื่อ อ.แก้กรรม ร้องขอคุ้มครองพยาน สายไหมฯ ตั้งข้อสังเกต อ้างนิมิต

กรณ์ย้ำไม่เร่งด่วน พรก.กู้ 4 แสนล้าน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องร้อนๆ ในวงการรัฐสภาเลยนะครับ นั่นคือ “กรณ์” ย้ำไม่เร่งด่วน ฝ่ายค้าน แท็กทีมยื่นร้อง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค. นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ รวมพลังแท็กทีมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอตีความว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยจะยื่นผ่านประธานสภาในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้เลย!

“กรณ์” ย้ำไม่เร่งด่วน ฝ่ายค้าน แท็กทีมยื่นร้อง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค. นี้

ที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อเช้าวันที่ 8 พ.ค. 2569 นายกรณ์ได้ให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด โดยยืนยันว่าพร้อมยื่นคำร้องแล้ว และประสานพรรคก้าวไกลให้ร่วมลงชื่อด้วย (รอเคาะมติ) คาดว่าประธานสภา ‘โสภณ ซารัมย์’ จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญภายใน 2-3 วัน ทันก่อนสภาฯ พิจารณาพ.ร.ก.ในสัปดาห์หน้าแน่นอนครับ สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องหยุดพิจารณา รอคำวินิจฉัยศาล ไม่เกิน 60 วัน ตามกฎหมาย ถ้ามั่นใจว่าถูกต้อง ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวการตรวจสอบ!

กรณ์ จาติกวณิช พูดถึง พ.ร.ก.เงินกู้

เหตุผลหลักที่ “กรณ์” ย้ำไม่เร่งด่วน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน

นายกรณ์ชี้แจงร่างคำร้องของพรรคประชาชนว่ามีประเด็นกังวลชัดเจน โดยเหตุผลรัฐบาลอ้างไม่ใช่ ‘วิกฤติเร่งด่วนหลีกเลี่ยงไม่ได้’ ตามมาตรา 172 ที่กำหนดให้ พ.ร.ก. ต้องแก้ปัญหาความมั่นคงเศรษฐกิจทันทีเท่านั้น ลองมาดูกันครับ:

  • วิกฤติพลังงาน-ราคาน้ำมันแพง: แก้ได้ด้วยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือปรับสูตรคำนวณราคา ไม่ต้องกู้ใหญ่!
  • โครงการคนละครึ่ง-ไทยช่วยไทย (1 มิ.ย.): ใช้วงเงินโอนงบประมาณปี 2569 กว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ออก พ.ร.บ. โอนงบได้เลย ไม่ต้อง พ.ร.ก. ถ้าช้าเพราะยื่นศาล รัฐบาลจัดการเองได้
  • เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์): นายภราดร ปริศนานันทกุล รมช.ประจำสนช. ยอมรับในสภาวันที่ 7 พ.ค. ว่าจะกู้ 2 ก้อน ปี 2569 กู้ 2 แสนล้าน ปี 2570 อีก 2 แสน! นี่แหละจับได้คาหนังคาเขาว่าไม่เร่งด่วน เพราะกู้ปีหน้าก็ได้ กำหนดใน พ.ร.บ.งบ 2570 ดีกว่า

กรณ์ย้ำชัด ‘ผมไม่คัดค้านโครงการ แต่กังวลวินัยการเงินการคลัง ถ้ากู้เกินจำเป็น เศรษฐกิจชาติเดือดร้อน ประชาชน遭กระทบอนาคต’ มั่นใจศาลรับคำร้องเพราะขัดมาตรา 172 ชัดเจน ถ้าตีตก รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมือง ‘ต้องถามรัฐเอง’

น่าสนใจที่ต้นตอ พ.ร.ก. มาจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ฝั่งกฎหมาย แต่ปลัดคลังกลับบอก ‘ไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นจำเป็น’ เพียง 3 สัปดาห์ก่อน! วันนั้นไม่จำเป็น วันนี้เร่งทำไม? นี่คือเหตุผลที่เราต้องมีกฎหมายกำกับ ไม่ให้รัฐบาลใช้เงินสุ่มสี่สุ่มห้า มิฉะนั้นสถานะการคลังพังได้จริงๆ

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเงินรัฐบาลไทยมานาน การออก พ.ร.ก.กู้เงินต้องรัดกุม เพราะกระทบหนี้สาธารณะ ดอกเบี้ยพุ่ง เศรษฐกิจชะงัก ในอดีตเคยมี พ.ร.ก. ถูกศาลตีตกมาแล้วหลายครั้ง เพื่อปกป้องประชาชน ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบถูกต้องแล้วครับ

สุดท้าย “กรณ์” ย้ำไม่เร่งด่วน ฝ่ายค้าน แท็กทีมยื่นร้อง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค. นี้ เป็นการป้องกันไม่ให้ข้ามเส้นวินัยการคลัง สร้างความมั่นคงเศรษฐกิจยั่งยืน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? รัฐบาลควรรับผิดชอบยังไงถ้าศาลตีตก? มาคุยกันในคอมเมนต์เลยนะครับ ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “กรณ์” ย้ำไม่เร่งด่วน ฝ่ายค้าน แท็กทีมยื่นร้อง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน 11-12 พ.ค. นี้

กกต.ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-นายกพัทยาไม่ผิดพลาด

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องการเมืองท้องถิ่น! วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวใหญ่ที่หลายคนรอคอย นั่นคือ กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด โดยเฉพาะหลังจากรับมือปัญหาจาก กปน. ในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้กำลังจะมาถึง และ กกต. เตรียมพร้อมแบบสุดๆ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น โปร่งใส และเป็นธรรม

กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2567 (หมายเหตุ: original 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ กกต. ได้จัดประชุมใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา เนื่องจากวาระครบกำหนด การประชุมนี้ครอบคลุมทุกเรื่องสำคัญ ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ลักษณะต้องห้าม แนวทางหาเสียง การบริหารหน่วยเลือกตั้ง การพัฒนา กปน. จนถึงค่าใช้จ่ายและบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าใจตรงกันและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เน้นย้ำว่า ได้ซักซ้อมงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ทราบล่วงหน้า สำนักงาน กกต. กทม. และพัทยา ประสานงานกันสนุกสนาน ตั้งเป้าให้ กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา ไม่ผิดพลาด เพราะคาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจมหาศาล โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6,000 หน่วย ต้องใช้บุคลากรเพียบ แต่ กทม. มีความพร้อมสูง ไม่น่าห่วง

รับปม กปน. ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา

ปัญหาหลักในอดีตมาจาก กปน. ที่อาจเข้าใจผิดพลาด ครั้งนี้จึงอบรมล่วงหน้ากว่า 1 เดือน โดยเฉพาะประธานหน่วยที่ต้องเชี่ยวชาญกฎหมาย สามารถตัดสินถูก-ผิดได้ทันที และรับฟังข้อทักท้วงจากประชาชน ประชาชนเองก็มีบทบาทเฝ้าระวังนะครับ! บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันปลอมแปลง แม้ไม่มีบาร์โค้ดแบบ ส.ส. แต่พิมพ์สดๆ ร้อนๆ ตลอดเพราะมีเลือกตั้งท้องถิ่นบ่อย

ด้านการหาเสียง กกต. ติดตามทั้งลงพื้นที่และโซเชียล ไม่พบผิดปกติ แม้พัทยาแข่งขันดุเดือด แต่พื้นที่เปิดกว้าง สื่อ ประชาชน หน่วยงานช่วยจับตา ผู้สมัครต้องระวังตัวเองดีๆ

การเตรียมบัตรเลือกตั้งและการเฝ้าระวังหาเสียง

  • บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันชั้นดี พิมพ์ต่อเนื่องจากเลือกตั้งเทศบาล-อบต.
  • ติดตามผู้สมัครผ่านสื่อโซเชียลและลงพื้นที่ ไม่พบปัญหา
  • พัทยาแข่งสูงแต่ตรวจสอบง่าย ด้วยสื่อและประชาชน
  • อบรม กปน. ล่วงหน้า 1 เดือน+ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน

เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า เป้าหมายคือเลือกตั้งสุจริต เป็นธรรม ไม่สนใครชนะ ถ้าผิดพลาดตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงใบต่อใบ แม้ไม่รับประกัน 100% แต่ทุกอย่างโปร่งใส วอนประชาชนช่วยกันเฝ้า

ในมุมมองผม การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสฟื้นความเชื่อมั่นประชาธิปไตยท้องถิ่น โดยเฉพาะ กทม. และพัทยาที่เป็นเมืองใหญ่ หาก กกต. ทำได้ตามเป้า จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้เลือกตั้งทั่วประเทศ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์และช่วยรายงานถ้าพบผิดปกติครับ!

คำแนะนำ: ติดตามข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยาให้ดี ไปลงคะแนนกันเยอะๆ นะ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – กกต. ตั้งเป้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.- นายกเมืองพัทยา ไม่ผิดพลาด รับปม กปน. ถือเป็นบทเรียน

เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนจับตามอง ตั้งแต่กลับไทย เข้าเรือนจำ จนได้กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า วันนี้เราจะย้อนดูทุกขั้นตอนแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

เรื่องราวเริ่มต้นยาวนาน 28 ก.พ. 2551 ทักษิณกลับไทยครั้งแรกหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภาพประวัติศาสตร์เลย แต่สุดท้ายต้องลี้ภัยอีก 17 ปี

22 ส.ค. 2566 กลับไทยครั้งที่ 2 ด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากดูไบ ลงดอนเมือง ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ลูกๆ รอต้อนรับ ศาลฎีกาฯ พิพากษาคดี 3 คดี โทษรวม 8 ปี ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ป่วยแน่นหน้าอก ส่ง รพ.ตำรวจ

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

ขั้นตอนสำคัญในไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

  • 31 ส.ค. 2566: ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ ลดโทษเหลือ 1 ปี หลังยื่นฎีกา
  • 17 ก.พ. 2567: พักโทษชั่วคราว ออกจาก รพ.ตำรวจ ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า สวมเฝือกคอ สถานะนักโทษ 1 ใน 945 ราย อายุ 70+ ป่วยหนัก

ต่อมา 13 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2568 ศาลไต่สวน 7 นัด 31 ปาก ทักษิณส่งทนายไปแทน

4 ก.ย. 2568 ออกนอกประเทศไปสิงคโปร์แต่เปลี่ยนไปดูไบ รักษาโรค สัญญากลับ 8 ก.ย.

8 ก.ย. 2568 กลับไทยทันฟังคำสั่ง

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

9 ก.ย. 2568 ศาลสั่งนับโทษใหม่ ไม่หักเวลาที่ รพ.ตำรวจ ต้องจำ 1 ปีจริง

27 พ.ย. 2568 ภาพแรกในชุดนักโทษสีฟ้า ผมสั้น อิ๊งค์โพสต์ ลูกๆ เยี่ยม 61 ครั้ง

ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำ

25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ยันเข้าเกณฑ์พักโทษพ.ค. ครบ 2/3 หรือ 8 เดือน

31 มี.ค. 2569 คก.เรือนจำมติเห็นชอบ

29 เม.ย. 2569 อยุติธรรมอนุมัติ ติด EM ห้ามออกนอกประเทศ

11 พ.ค. 2569 ปล่อยตัวหลังจำ 243 วัน คุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษ 9 ก.ย. 2569

ทักษิณ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร แสดงให้เห็นกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวดแต่เป็นธรรม ครอบครัวคือกำลังใจใหญ่ ถ้าคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ติดตามอัปเดตจากเรา และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” จากเรือนจำสู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า”