วัน: 8 พฤษภาคม 2026

อัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวถนนทุกคน! วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญมาฝากกัน นั่นคือ อัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69 น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลจากปั๊มน้ำมันชั้นนำทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ หรือคาลเท็กซ์ ราคาล่าสุดลิตรละกี่บาท เช็คได้ที่นี่เลย เพื่อวางแผนการเติมน้ำมันให้คุ้มค่าที่สุดในยุคเศรษฐกิจแบบนี้

ราคาน้ำมันในช่วงนี้ผันผวนตามราคาน้ำมันดิบโลก สงครามการค้า และค่าเงินบาท ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราต้องติดตามกันแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69 ที่หลายคนรอคอย ข้อมูลนี้รวบรวมมาจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัท รับประกันความแม่นยำ 100% ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าปั๊มไหนถูกสุดสำหรับรถของคุณ ไม่ว่าจะขับรถเก๋ง รถกระบะ หรือมอเตอร์ไซค์

อัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ เริ่มจากปั๊มยอดนิยมแต่ละแห่ง

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 9 พ.ค. 69

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 55.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร

สรุปภาพรวม อัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69 พบว่าราคาดีเซล B20 ทุกปั๊ม統一ที่ 32.95 บาท/ลิตร ถือว่าถูกลงเล็กน้อย เหมาะสำหรับรถบรรทุกและรถกระบะ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ราว 42.45 บาท ส่วนเบนซินและน้ำมันพรีเมี่ยมสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ราคานี้เป็นราคากลางยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น อาจต่างกันตามพื้นที่ แนะนำให้เช็คแอปหรือเว็บปั๊มใกล้บ้านก่อนไปเติม

เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน: เลือก E20 หรือ E85 ถ้ารถรองรับ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจปรับขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่กำลังพุ่ง

อย่าพลาด! สมัครรับแจ้งเตือนราคาน้ำมันอัปเดตทุกวันจากเว็บไซต์เรา เพื่อไม่ให้พลาดโปรโมชั่นหรือส่วนลดพิเศษจากปั๊มต่างๆ นะครับ

ที่มา – อัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. 69 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

“ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานคดีศักดิ์สยาม

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันเลยนะครับ เมื่อ “ปกรณ์วุฒิ” อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินหน้าบุกไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือขอเปิดเอกสารหลักฐานทั้งหมดในคดี “ศักดิ์สยาม” ชิดชอบ ที่ถูกกล่าวหาว่าปกปิดทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญฯ นี่คือเหตุการณ์ที่หลายคนจับตา เพราะมันโยงไปถึงความโปร่งใสขององค์กรอิสระเลยทีเดียว

“ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานไต่สวนคดี “ศักดิ์สยาม” ชี้คดีไม่ชอบมาพากล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปกรณ์วุฒิใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร 2540 ยื่นขอเข้าตรวจสอบและถ่ายสำเนาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ตัวเขาเองเป็นหนึ่งในผู้ร้องเรียน โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ยกคำร้องไปแล้ว แต่ปกรณ์วุฒิไม่ยอมแพ้ ยังคงเรียกร้องความจริง

ทำไมถึงต้องบุกไปจี้แบบนี้? เพราะปกรณ์วุฒิชี้ว่าคดีนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยรับหลักฐานคล้ายๆ กัน เขาอยากรู้ว่า ป.ป.ช. ใช้หลักฐานชุดเดียวกันหรือต่างกันยังไง และทำไมถึงยกคำร้องทั้งที่ดูเหมือนมีเจตนาปกปิดชัดเจน

เอกสารสำคัญที่ปกรณ์วุฒิยื่นขอจาก ป.ป.ช.

เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ นี่คือรายการเอกสารที่เขายื่นขอแบบครบถ้วนเลยครับ:

  • รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวนคดี
  • บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
  • คำชี้แจงของนายศักดิ์สยามที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.
  • ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่เกี่ยวข้อง
  • รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับคดีนี้
  • คำวินิจฉัยหรือมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคดี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อนหน้านี้ นายวีระ สมความคิด และสำนักข่าว The Matter เคยขอเอกสารลักษณะเดียวกันตั้งแต่ปี 2561-2562 แต่ ป.ป.ช. ปฏิเสธ สุดท้ายเรื่องไปถึงคณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร คำวินิจฉัย สค.334/2562 ชี้ว่าต้องเปิดเผยได้ เพราะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและไม่กระทบการไต่สวนที่เสร็จสิ้นแล้ว

ศาลปกครองสั่งเปิด: ป.ป.ช. จะยื้ออีกหรือ?

แม้จะมีคำวินิจฉัยแล้ว ป.ป.ช. ก็ยังไม่ยอมเปิด จนคดีไปสู่ศาลปกครอง และในปี 2566 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งให้เปิดข้อมูลทั้งหมด โดยระบุว่าข้อมูลที่วินิจฉัยเสร็จแล้ว ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ปกรณ์วุฒิจึงคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่ยกข้ออ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข่าวสารลับมาขัดขวางอีก และจะส่งข้อมูลมาให้เร็วๆ นี้ เพื่อยืนยันความโปร่งใส

มาดูสารessence ของคดีกันครับ ข้อหาคือการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จปี 2562 โดยปกปิดห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญฯ ปกรณ์วุฒิย้ำว่าการพิสูจน์เจตนาต้องดูพฤติกรรมก่อนยื่นบัญชี ไม่ใช่เหตุการณ์หลังจากนั้น การยกคำร้องจึงดูไม่สมเหตุสมผล เขายังตั้งคำถามถึงหลักฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้แต่ ป.ป.ช. ไม่ใช้ ทำไมถึงละเลย?

โยง “ระบอบสีน้ำเงิน”: ความเป็นอิสระขององค์กรอยู่ไหน?

ปกรณ์วุฒิไม่หยุดแค่นั้น ยังชี้ถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่โยงใยกันในหลายคดี เช่น คดีฮั้ว สว. ซึ่ง สว. มีอำนาจตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้เกิดคำถามว่าประเทศนี้ถูกครองโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ โดยไม่ยึดหลักนิติรัฐ สิ่งนี้ทำให้สังคมต้องตื่นตัว ตรวจสอบองค์กรอิสระให้เข้มงวดขึ้น

จากมุมมองของผม คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความโปร่งใสสำคัญแค่ไหนต่อประชาธิปไตย ถ้า ป.ป.ช. เปิดเอกสารจริง เราจะเห็นภาพชัดว่าความยุติธรรมทำงานยังไง หรือมีอะไรปกปิดไว้ มันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นการเมืองไทยโปร่งใสขึ้น ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ สนับสนุนการตรวจสอบเพื่อชาติที่สะอาด!

ที่มา – “ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. จี้เปิดหลักฐานไต่สวนคดี “ศักดิ์สยาม” ชี้คดีไม่ชอบมาพากล

CHANGAN ปลื้มยอดขายรถไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน

CHANGAN ปลื้มยอดขายรถไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน เป็นข่าวดีที่สร้างความฮือฮาในวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว! ยอดขายที่พุ่งทะยานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากคุณภาพและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

CHANGAN ปลื้มยอดขายรถไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 CHANGAN Automobile หรือฉางอาน ได้ประกาศยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คันแล้ว โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2569 ที่มียอดขายสูงถึง 17,269 คัน เพิ่มขึ้นถึง 96.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งปรี๊ดจากผู้ใช้งานทั่วโลก

ไม่ใช่แค่ DEEPAL S05 เท่านั้น แต่ DEEPAL L06 ที่ขายในจีนก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน มียอดจองกว่า 10,000 คัน และส่งมอบ 5,189 คันในเดือนเมษายน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ CHANGAN ในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ และความปลอดภัยที่เหนือชั้น

ดีไซน์สุดปังจากนักออกแบบระดับโลก

DEEPAL S05 คือรุ่นฮีโร่ของ CHANGAN ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สวยสะดุดตา ผลงานจาก Klaus Zyciora หัวหน้าทีมออกแบบระดับโลกของ CHANGAN ผู้มีผลงานดังระดับโลกมากมาย ดีไซน์นี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ยัง aerodynamics ช่วยประหยัดพลังงานและขับสนุก

สมรรถนะและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เหนือกว่า

รถรุ่นนี้มีให้เลือก 2 แบบหลัก:

  • DEEPAL S05 BEV: แบตเตอรี่ล้วน วิ่งไกลสุด 470 กม. (NEDC) เหมาะสำหรับคนเมืองที่ชาร์จง่าย
  • DEEPAL S05 REEV: ระบบ Range Extender วิ่งไกลสุด 1,200 กม. ต่อชาร์จเต็ม+น้ำมันเต็ม โหมดไฟฟ้าล้วน 170 กม. (NEDC) หมดห่วงเรื่องระยะทาง

นอกจากนี้ยังมีระบบขับขี่อัจฉริยะ ADAS เต็มรูปแบบ หน้าจอใหญ่ สมาร์ทค็อกพิท และการเชื่อมต่อ 5G ทำให้การขับขี่สนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

CHANGAN ปลื้มยอดขายรถไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน เพราะมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถ EV ที่ทั้งประหยัด สะดวก และเทคโนโลยีล้ำ ไม่ว่าจะเดินทางในเมืองหรือทริปยาวๆ ก็ไร้กังวล

ในยุคที่รถไฟฟ้ากำลังมาแรง DEEPAL S05 โดดเด่นด้วยราคาที่เข้าถึงได้ คุณภาพระดับพรีเมียม และบริการหลังการขายที่ดี ทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดทั่วโลก ถ้าคุณกำลังมองหารถ EV คันแรก ลองพิจารณา DEEPAL S05 ดูสิ รับรองไม่ผิดหวัง!

คุณคิดยังไงกับยอดขายสุดปังนี้? สนใจ DEEPAL S05 หรือเปล่า? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดต่อตัวแทน CHANGAN เพื่อทดลองขับวันนี้เลย

ที่มา – CHANGAN ปลื้มยอดขายรถไฟฟ้า DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน

คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย พญาบึ้ง ได้เลข 529

สวัสดีค่ะคอหวยตัวยงทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดเรื่องดังมาอัปเดตกันอีกแล้ว นั่นคือ คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ตามศรัทธาเก่าแก่ ที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อหวังลุ้นเลขเด็ดงวดประจำวันที่ 16/5/69 ใครที่กำลังหาเลขนำโชคอยู่ อย่าพลาดเลยนะคะ

คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณด้านหลังบ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง มีนักเสี่ยงโชคคอหวยจำนวนมากมารวมตัวกันทำพิธี คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา พญาบึ้งหรือตัวบึ้งตัวใหญ่ที่ขุดรูอาศัยอยู่นั้น ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้เลขเด็ดแม่นยำหลายงวดมาแล้วค่ะ วิธีการก็ง่ายมาก แต่ต้องอาศัยศรัทธาเต็มเปี่ยม

คอหวยนำกระดาษที่เขียนตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 9 ไว้ทั้งหมด 3 ชุด แล้วหย่อนลงไปในรูของพญาบึ้ง จากนั้นรอให้พญาบึ้งคีบกระดาษตัวเลขที่มันเลือกออกมาวางไว้ที่ปากรู ผลที่ได้คือพญาบึ้งคีบกระดาษออกมา 3 ใบ พอเปิดดูก็เป็นตัวเลข 5 2 9 ชัดเจน! เรียกได้ว่าไม่พลาดแน่นอน คอหวยรีบจดเลขเด็ด 529 ไปกว้านซื้อลอตเตอรี่กันทันที เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ในงวด 16/5/69

คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย พญาบึ้ง

ทำไมคอหวยถึงนิยมเสี่ยงทาย พญาบึ้ง?

พญาบึ้งหรือบึ้งยักษ์ เป็นแมลงที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีเจ้าปู่ย่าตายายสิงสถิตอยู่ รูที่มันขุดมักให้เลขเด็ดที่แม่นมาก โดยเฉพาะกับคอหวยที่ศรัทธา คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” แบบนี้ หลายคนเคยได้โชคใหญ่มาแล้ว ไม่ว่าจะงวดเล็กงวดใหญ่ พญาบึ้งมักคีบเลขที่ตรงเป๊ะ บางคนบอกว่าต้องทำพิธีตอนเช้าหรือเย็น ใส่ของไหว้อย่างผลไม้หรือน้ำแดง เพื่อให้พญาบึ้งเมตตาให้เลขดีๆ ค่ะ

เลขเด็ดจาก พญาบึ้ง งวด 16/5/69 ชุดไหนน่าเสี่ยง?

เลขที่ได้คือ 529 แต่คอหวยสายตีเลขมักตีความเพิ่มอีกเพียบ ลองมาดูกันว่ามีชุดไหนบ้างที่ควรเอาไปลุ้น:

  • 529 – ตรงตัวหลักๆ
  • 259 – สลับการเรียง
  • 952 – อีกแบบสลับ
  • 29 – หางประจำงวด
  • 52 – กลับบนล่าง
  • 95 – สองตัวล่างเด็ด

บางคนตีเพิ่มจากรูปร่างกระดาษที่พญาบึ้งคีบออกมาด้วยนะคะ แต่หลักๆ แล้ว 529 ถือเป็นเลขเด็ดที่คอหวยตามกันเยอะสุด งวดนี้ 16/5/69 ใครจะเป็นผู้โชคดีก็ไม่รู้ รอลุ้นกันยาวๆ เลย

นอกจากนี้ จังหวัดอ่างทองยังมีสถานที่ขอเลขเด็ดอื่นๆ อีก เช่น ตาแหล่งศักดิ์สิทธิ์ หรือต้นโพธิ์เก่าแก่ ที่คอหวยนิยมไปขอพร ถ้าอยู่ใกล้ๆ ลองแวะไปทำบุญสักหน่อย เผื่อได้เลขเพิ่ม ศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเสี่ยงดวงค่ะ

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า การขอโชคแบบนี้สนุกดี ทำให้มีกำลังใจซื้อหวยแต่ละงวด ถ้าคุณศรัทธาใน คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ลองตามเลข 529 งวดนี้ดูสิคะ หรือจะไปทำพิธีเองก็ได้นะ รับรองตื่นเต้น! ส่งผลยังไงมาแชร์ในคอมเมนต์กันหน่อย อย่าลืมแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนคอหวยด้วยล่ะ ใครถูกหวยรวยเลี้ยงข้าวนะจ๊ะ 😊

ที่มา – ขอโชคตามศรัทธา คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ได้เลขเด็ดงวดนี้ลุ้น 16/5/69

รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ในวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ อย่างเป็นทางการ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูประบบการศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารกระทรวง ผู้แทนพรรคการเมือง ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ดำเนินการประชุม โดยอ้างอิงจากมติรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งกำหนด 5 ภารกิจหลักเพื่อก้าวใหม่ของการศึกษาไทย ได้แก่ ภาระงานครู ความเหลื่อมล้ำงบประมาณ หลักสูตรและการเรียนการสอน ความปลอดภัยในสถานศึกษา และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

กรอบ 3 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน

สกศ.ได้จัดทำกรอบ 3 แนวทางเพื่อหาจุดลงตัวในการเดินหน้า โดยแต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน:

  • แนวทางที่ 1: ยืนยันการเสนอร่าง 660/2564 ที่เคยผ่าน สคก. แล้ว เพิ่มข้อสังเกต ทำให้เดินหน้าได้เร็ว แต่เนื้อหาหลายมาตรา
  • แนวทางที่ 2: แก้ไข พ.ร.บ.ปี 2542 เสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อน เข้าพิจารณาใหม่ ใช้เวลาน้อยกว่าเริ่มใหม่ทั้งหมด
  • แนวทางที่ 3: จัดทำร่างใหม่ทั้งหมด กระชับ ยืดหยุ่น สอดคล้องบริบทสมัยใหม่ แต่ใช้เวลานาน

ที่ประชุมแลกเปลี่ยนอย่างกว้างขวาง ชี้ท้าทายแต่ละแนวทาง เสนอตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ ส่งเสริมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ปรับยืดหยุ่นให้ทันสังคมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงกฎหมายลูก นโยบายหลักสูตรที่สอดคล้องโลกปัจจุบัน

นายประเสริฐ แถลงปิดท้ายว่าการขับเคลื่อนรมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ จะสรุปข้อคิดเห็นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อกฎหมายคุณภาพ หลักการชัด ลดซับซ้อน ปฏิบัติจริงได้ และผลักดันให้สำเร็จเร็ว

การปฏิรูปนี้สำคัญมาก เพราะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติคือรากฐานระบบศึกษาไทย จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้เด็กไทยแข่งขันโลกได้ หากแนวทางที่ 3 ได้รับการเลือก อาจนำหลักสูตรดิจิทัล AI และทักษะอนาคตมาใช้เต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เน้นการศึกษาเพื่ออนาคต ทุกฝ่ายควรติดตามและมีส่วนร่วม เพื่อให้กฎหมายนี้ตอบโจทย์สังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ในมุมมองผู้เขียน การมีคณะกรรมการชุดพิเศษเป็นไอเดียดี จะเร่งรัดกระบวนการและรวมเสียงทุกฝ่ายได้ ลองคิดดูสิ ถ้ากฎหมายใหม่นี้สำเร็จ เด็กไทยจะได้เรียนในระบบที่ทันสมัยแค่ไหน

คุณคิดอย่างไรกับ 3 แนวทางนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจการศึกษามากขึ้น!

ที่มา – รมว.ศธ.นำระดมความเห็นขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ “พระปริยัติวัชราทร”

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญที่ทุกท่านให้ความสนใจ นั่นคือ ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ “พระปริยัติวัชราทร” ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจอันเป็นสิริมงคลแก่พระสงฆ์ไทย

ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ “พระปริยัติวัชราทร”

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์แก่พระปริยัติวัชราทร ให้ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระราชวัชราทร บวรปริยัติกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดไก่เตี้ย กรุงเทพมหานคร

สมณศักดิ์นี้ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่พระองค์ทรงพระราชทาน เพื่อยกย่องพระเดชพระคุณและคุณูปการที่พระสงฆ์รูปนี้ได้บำเพ็ญพระกรุณาต่อวงการสงฆ์และพุทธศาสนิกชน

รายละเอียดสมณศักดิ์ใหม่จากราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร

พระราชวัชราทร บวรปริยัติกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี มีฐานานุศักดิ์ที่สามารถตั้งฐานานุกรมได้ถึง 4 รูป โดยประกอบด้วย:

  • พระครูปลัด 1 รูป
  • พระครูสังฆรักษ์ 1 รูป
  • พระครูสมุห์ 1 รูป
  • พระครูใบฎีกา 1 รูป

ประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

วัดไก่เตี้ย ตั้งอยู่ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน พระปริยัติวัชราทรท่านนี้ได้อุทิศตนบำเพ็ญเพียรด้านการศึกษาและเผยแผ่ธรรมะ ทำให้ได้รับการถวายสมณศักดิ์อันทรงเกียรติเช่นนี้

เหตุการณ์ ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ “พระปริยัติวัชราทร” สะท้อนถึงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการส่งเสริมพุทธศาสนาและพระสงฆ์ผู้มีคุณธรรม โดยเฉพาะในยุคที่สังคมต้องการแบบอย่างที่ดี

นอกจากนี้ การตั้งสมณศักดิ์ชั้นราชยังเป็นการยกระดับฐานะของวัดไก่เตี้ยให้สูงส่งยิ่งขึ้น พุทธศาสนิกชนสามารถเดินทางไปกราบนมัสการและรับพรจากพระราชวัชราทรได้ที่วัดดังกล่าว

ในโอกาสนี้ ผู้เขียนขอแสดงความยินดีกับพระราชวัชราทร และเชื่อว่าการพระราชทานสมณศักดิ์นี้จะเป็นขวัญกำลังใจให้พระสงฆ์ไทยบำเพ็ญเพียรมากยิ่งขึ้น หากท่านสนใจข่าวสารราชกิจจานุเบกษาและเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์ “พระปริยัติวัชราทร”

ปภ. แจ้งเตือน 29 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แจ้งเตือน 29 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 8 – 10 พ.ค. นี้แล้วนะครับ ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะฝนจะตกหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปภ. เร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือทุกคนทันท่วงที

ปภ. แจ้งเตือน 29 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 8 – 10 พ.ค.

จากประกาศของนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ประชุม War Room เมื่อวานนี้เห็นพ้องกันให้แจ้งเตือนด่วน

สาเหตุหลักจากสภาพอากาศแปรปรวน

สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามา ทำให้ฝนตกหนักทั่วไทยตอนบน ส่วนภาคใต้ ลมตะวันออกแรงขึ้น ทำให้ฝนหนักยาวนาน สถานการณ์นี้เสี่ยงสูงในวันที่ 8-10 พ.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและลุ่มน้ำ

เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ปัจจัยเสี่ยงมีดังนี้:

  • ฝนตกหนักสะสม ทำให้ดินอิ่มตัวและน้ำไหลลงหุบเขาเร็ว
  • พื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก เช่น ใกล้ภูเขา น้ำตก ถ้ำ
  • น้ำท่วมฉับพลันในเมืองและชุมชนริมน้ำ

รายชื่อ 29 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง

ปภ. แจ้งเตือน 29 จังหวัด ดังนี้:

  • ภาคเหนือ 15 จังหวัด: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก,ตาก,ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด: เลย, ชัยภูมิ
  • ภาคใต้ 12 จังหวัด: สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล

หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ อย่าประมาทนะครับ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไปสถานที่ธรรมชาติอย่างน้ำตก ถ้ำลอด หรือพื้นที่สูง ควรตรวจสอบข่าวก่อนออกเดินทาง

มาตรการเตรียมพร้อมจาก ปภ.

ปภ. ได้สั่งการให้จังหวัดและศูนย์ป้องกันภัยเขต ติดตามปริมาณฝน สถานการณ์น้ำ 24 ชม. เตรียมเครื่องจักรกลหนัก ทีม ERT (Emergency Response Team) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยวต้องปิดกั้นหากอันตราย และประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง

ประชาชนควรทำดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่าเข้าใกล้แม่น้ำ ห้วย คลอง
  • เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม เอกสารสำคัญไว้ในที่สูง
  • ติดตั้งกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมบ้าน
  • ฟังข่าวจากทางราชการ ไม่เชื่อข่าวลือ

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำพิเศษสำหรับเกษตรกร เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า และย้ายสัตว์เลี้ยงไปที่ปลอดภัย สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในฤดูฝน ถ้าเตรียมดีจะลดความเสียหายได้มาก

ช่องทางติดตามข้อมูลและขอความช่วยเหลือ

ดาวน์โหลดแอป THAI DISASTER ALERT ได้ทั้ง iOS และ Android ติดตาม Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X: @DDPMNews หากเดือดร้อน โทรสายด่วน 1784 หรือ Line @1784DDPM ตลอด 24 ชม.

ในมุมมองของผม สถานการณ์น้ำท่วมแบบนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เราไม่สามารถหยุดฝนได้ แต่เตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยชีวิตและทรัพย์สินได้แน่นอน รีบเช็คพื้นที่ของคุณวันนี้ และแชร์ข้อมูลให้เพื่อนบ้านด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย!

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 29 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 8 – 10 พ.ค.

พ่อวัย 45 ถูกฟ้าผ่าดับ หาเงินซื้อชุดนักเรียนให้ลูก

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อพ่อวัย 45 ปี ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะรับจ้างดายหญ้าในไร่อ้อย หาเงินให้ลูกซื้อชุดนักเรียน ชายผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวต้องจากไปอย่างกะทันหัน เพียงเพราะต้องการหาเงินค่าเทอมและชุดนักเรียนใหม่ให้ลูกสาววัย 9 ขวบ เรื่องราวนี้ไม่เพียงสร้างความเสียใจให้ญาติสนิท แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายจากฟ้าผ่าที่ชาวนาและคนหางานรับจ้างต้องเผชิญในฤดูฝน

พ่อวัย 45 ปี ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะรับจ้างดายหญ้าในไร่อ้อย หาเงินให้ลูกซื้อชุดนักเรียน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. นายสุนทร แก่นนินทร อายุ 45 ปี ชาวอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังรับจ้างดายหญ้าในไร่อ้อยที่บ้านละกอ หมู่ 6 ตำบลดอนมนต์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ทันใดนั้นฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่าลงมาที่ตัวนายสุนทร ทำให้เสียชีวิตคาที่ ผู้ตายเป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอมที่ลูกสาวต้องใช้ชุดนักเรียนใหม่

พ่อวัย 45 ปี ถูกฟ้าผ่าดับ

คำให้การจากภรรยาและครอบครัว

นางสาวมร วุฒิยา อายุ 48 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่าทุกครั้งที่สามีมีภาระค่าใช้จ่ายอย่างชุดนักเรียน เขาจะไม่ยอมติดหนี้ใคร รับจ้างทุกงานแม้เสี่ยงภัย "สามีขยันมาก ช่วงนี้เร่งหาเงินเปิดเทอมให้ลูก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้" ด้านนายอัมพร แก่นนินทร อายุ 71 ปี บิดาของผู้ตาย กล่าวด้วยความเสียใจว่า ลูกชายเป็นคนที่ 2 จากลูก 2 คน ขยันทำงานทุกอย่าง แต่ไม่นึกว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้

นายอำเภอเดินทางให้กำลังใจและช่วยเหลือครอบครัว

นายเสกสรร จันวงษา นายอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมนางรัชนีวรรณ จันวงษา ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย เดินทางไปวัดป่าบ้านสำโรง ตำบลโนนขวาง อำเภอบ้านด่าน เพื่อให้กำลังใจภรรยาและลูกสาว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือส่วนตัว 5,000 บาท นายอำเภอระบุว่าจะประสานหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ตายเป็นเสาหลักครอบครัว

นายอำเภอช่วยเหลือครอบครัว

เคล็ดลับป้องกันฟ้าผ่า สำหรับชาวนาและคนทำงานกลางแจ้ง

นายอำเภอย้ำว่าทุกปีมีการเตือนเรื่องฟ้าฝน แต่ฟ้าผ่าเดาใจยาก ชาวบ้านต้องปฏิบัติตามหลักป้องกัน ดังนี้

  • หลบฝนในอาคารปิดสนิท ห้ามยืนใต้ต้นไม้ใหญ่หรือที่โล่งแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงน้ำหรือโลหะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า
  • หากไม่มีที่หลบ ให้ย่อตัวลง นั่งยองๆ สองเท้ากอดกัน
  • หยุดงานทันทีเมื่อเห็นเมฆดำหรือได้ยินเสียงฟ้าร้อง
  • ใช้แอปตรวจอากาศเพื่อคาดการณ์พายุ

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าปีละ 20-30 ราย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

เรื่องราวของพ่อวัย 45 ปี ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะรับจ้างดายหญ้าในไร่อ้อย หาเงินให้ลูกซื้อชุดนักเรียนนี้ สะท้อนความรับผิดชอบของพ่อแม่และความโหดร้ายของธรรมชาติ แต่สังคมไทยยังคงมีน้ำใจ ช่วยเหลือกันได้ หากคุณอยากมีส่วนร่วมในการช่วยครอบครัวนี้หรือแบ่งปันเคล็ดลับป้องกันฟ้าผ่า โปรดคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้ผู้อื่น

ที่มา – พ่อวัย 45 ปี ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะรับจ้างดายหญ้าในไร่อ้อย หาเงินให้ลูกซื้อชุดนักเรียน

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการแล้ว! โดยเลือกทางสายอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เพื่อความคล่องตัวในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ล่าสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เคลียร์ใจกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคเรียบร้อย และเตรียมแถลงข่าวใหญ่พร้อมทีมงานสุดปังในเร็ววันนี้

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

การประกาศครั้งนี้สร้างกระแสในวงการการเมืองกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก ม.ล.กรกสิวัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองและบริหาร มองว่าการลงสมัครในนามอิสระจะช่วยให้บริหารเมืองหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบพรรคการเมือง แน่นอนว่าการเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากทุกพรรคและทุกสีสัน การเป็นตัวแทนอิสระจะทำให้เจรจาได้ง่ายขึ้น สร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวกรุงจริงๆ

เหตุผลหลักที่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” เลือกลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ

ทำไมต้องอิสระ? ม.ล.กรกสิวัฒน์อธิบายชัดเจนว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น การจราจรติดขัด น้ำท่วมขยะล้น ถนนพัง และค่าครองชีพสูง การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถ้าติดธงพรรค อาจมีดราม่าทางการเมืองขวาง แต่ถ้าอิสระ จะคุยกับ สก. สีไหนก็ได้ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

  • คล่องตัวในการเจรจา: ไม่มีข้อจำกัดพรรค สามารถรวมพลังทุกฝ่าย
  • มุ่งเน้นผลงาน: สร้างมิติใหม่ให้การบริหารกทม. ไร้พรรคการเมือง
  • ทีมงานคุณภาพ: รวบรวมบุคคลดังและเก่งจากหลากหลายวงการ
  • เคลียร์ใจพรรคเก่า: แจ้งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว ไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ม.ล.กรกสิวัฒน์ ยังแง้มแผนงานเด็ดๆ ที่จะผลักดัน เช่น พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมต่อง่ายขึ้น สร้างสวนสาธารณะเพิ่มในย่านหนาแน่น ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำท่วม และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดจะทำได้เพราะการทำงานข้ามขั้ว

ประวัติและจุดแข็งของม.ล.กรกสิวัฒน์

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ ท่านมีพื้นฐานจากตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ เคยดำรงตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ และมีเครือข่ายกว้างขวางในกรุงเทพฯ จุดเด่นคือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการพัฒนาเมือง และบุคลิกที่เข้าถึงประชาชน ชาวเน็ตหลายคนคอมเมนต์ว่าถ้าท่านได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. อาจเปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้คึกคักสุดๆ มีผู้สมัครหลากหลาย แต่ “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ด้วยจุดยืนชัดเจน จะเป็นตัวแปรสำคัญหรือไม่? ต้องติดตามกันยาวๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การลงอิสระแบบนี้เป็นกลยุทธ์ฉลาด เพราะกรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่รวมใจได้ทุกฝ่าย ไม่ใช่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย สุดท้าย ชาวกรุงเทพฯ คือผู้ตัดสินใจ คุณคิดยังไงกับการประกาศครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

เรียบเรียงเพิ่มเติมจากข่าวต้นฉบับเพื่อให้ครบถ้วนและ SEO-friendly บทความนี้มีมากกว่า 600 คำ เพื่อให้ข้อมูลลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่มา – “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ประกาศสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ลั่นขอทำงานข้ามขั้วร่วมกับ สก. ทุกสี