วัน: 9 พฤษภาคม 2026

“ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม

ใกล้เปิดเทอมแล้ว ผู้ปกครองหลายคนคงกำลังปวดหัวกับเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่ราคาแพงขึ้นทุกปี ล่าสุดมีข่าวดีเมื่อ “ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม เพื่อคุมเข้มร้านค้าไม่ให้จัดโปรเกินจริงหรือขายสินค้าไม่ได้คุณภาพ วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ

“ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมงานจาก สคบ. และเลขานุการอย่างนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เดินทางลงพื้นที่ย่านการค้าบางลำพูชื่อดัง ซึ่งเป็นแหล่งขายชุดนักเรียนยอดฮิต พวกเธอตรวจสอบร้านค้าถึง 5 ร้านใหญ่ๆ เช่น ห้างตราสมอ, ร้านศรีภัณฑ์, ร้านท็อป, ร้านสมใจนึกเฮ้าส์ และร้านชัยรัตน์ โดยมุ่งเน้นป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ปกครองที่กำลังหาชุดให้นักเรียนในช่วงใกล้เปิดเทอมสัปดาห์หน้า

สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ย่ำแย่จากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนัก นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จึงมอบหมายให้ศุภมาสดูแลเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้ทุกคนได้สินค้าคุ้มค่า สคบ. รับเรื่องร้องเรียนเพียบ เช่น ราคาแพงเกินจริง ไม่แสดงราคา บังคับซื้อของพ่วง คุณภาพไม่สมราคา หรือฉลากไม่ครบ วันนี้เลยไม่ใช่แค่ตรวจ แต่ยังกำชับผู้ประกอบการให้ทำตามกฎหมาย

กฎหมายและมาตรฐานที่คุมชุดนักเรียนให้ได้คุณภาพ

ชุดนักเรียนเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามประกาศปี 2565 ถ้าผู้ผลิตหรือนำเข้าทำฉลากผิด โทษหนักเลยนะ จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 200,000 บาท ผู้ขายที่ไม่มีฉลากหรือไม่ครบ จําคุกรับไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน มอก. 2137-2559 และ มอก. 2138-2559 ดูแลคุณภาพผ้าและเครื่องแบบ เพื่อให้ชุดทนทาน สวมใส่สบาย ไม่ยับง่าย

ศุภมาสย้ำชัด อยากให้ร้านค้าจัดโปรชุดราคาประหยัดเป็นตัวเลือก ช่วยลดภาระผู้ปกครอง และขอให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจสุจริต ถ้าผิดจะดำเนินคดีเด็ดขาด

  • ตรวจสอบฉลาก: ต้องมีชื่อผู้ผลิต วัสดุ วิธีซัก รหัสมาตรฐาน
  • เปรียบเทียบราคา: อย่าซื้อร้านแรกที่เจอ ลองเช็คร้านอื่นๆ
  • เช็กคุณภาพ: ลองดึงผ้า ดูตะเข็บ กลิ่นเคมีแรงไหม
  • เงื่อนไขคืนสินค้า: ถามให้ชัด เก็บใบเสร็จไว้
  • หลีกเลี่ยงซื้อพ่วง: ไม่ต้องซื้อถุงเท้า กระเป๋า ถ้าไม่จำเป็น

เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยให้คุณช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาด ลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย

สำหรับผู้ปกครอง ถ้าพบร้านตั้งราคาเกิน ไม่แสดงราคา บังคับซื้อของแถม หรือชุดไม่ได้คุณภาพ รีบแจ้ง สคบ. สายด่วน 1166 แอป OCPB Connect เว็บไซต์ หรือศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด ทีมงานจะเร่งตรวจสอบทันที

ส่วนตัวผมคิดว่านี่เป็นมาตรการดีมาก ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การคุ้มครองผู้บริโภคสำคัญสุด ผู้ปกครองลองนำไปใช้ดูนะ จะได้เปิดเทอมใหม่โดยไม่เครียดเรื่องเงิน ลองแชร์ประสบการณ์ช้อปชุดนักเรียนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ ช่วยกันแชร์ข้อมูลดีๆ ให้เพื่อนๆ

ที่มา – “ศุภมาส” ลุยบางลำพู ตรวจราคาชุดนักเรียนรับเปิดเทอม คุมเข้มร้านค้าจัดโปรเกินจริง-สินค้าไม่ได้คุณภาพ

“อนุทิน” กาวหมดอายุ ไม่ก้าวก่าย จ่อฟ้องปลัด มท.

ประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยล่าสุด เมื่อ “อนุทิน” บอกเป็นกาวหมดอายุแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายอดีตบิ๊กมหาดไทย จ่อฟ้อง “ปลัด มท.” ทำให้หลายคนสนใจติดตามสถานการณ์ในกระทรวงมหาดไทยที่กำลังดราม่าหนัก วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าปมนี้เกิดอะไรขึ้น ใครเกี่ยวข้องบ้าง และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีท่าทีอย่างไร

“อนุทิน” บอกเป็นกาวหมดอายุแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายอดีตบิ๊กมหาดไทย จ่อฟ้อง “ปลัด มท.”

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเสียงข้างมากว่านายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้โยกย้ายนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งสองอดีตบิ๊กมหาดไทยเตรียมฟ้องร้องนายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนายอนุทินชี้แจงชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของกระทรวงเลย "ไม่มีเลย คนละเรื่อง ตรงนั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจ และเป็นเรื่องของกรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ มติออกมาอย่างไร ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ดำเนินการตามขั้นตอนได้ ไม่มีอะไรกระทบการทำงานในกระทรวงมหาดไทย"

นายอนุทินย้ำว่า ตนไม่เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทุกคนต้องทำตามนโยบายบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนเท่านั้น เมื่อถูกถามว่าจะเป็น "กาวใจ" ให้ทั้งสามคนไหม นายกฯ ตอบฮาๆ ว่า "อายุขนาดนี้ ถ้าเป็นกาวก็กาวหมดอายุแล้ว เป็นเรื่องของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถ้าผมเข้าไปจะกลายเป็นก้าวก่าย ไม่อยากโดนอีก"

พื้นหลังปมโยกย้ายไม่ชอบกฎหมาย

กรณีนี้ย้อนไปเมื่อช่วงที่นายภูมิธรรมเป็น รมว.มหาดไทย ได้สั่งย้ายนายไชยวัฒน์และนายนฤชา ซึ่ง ก.พ.ค. วินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขาดเหตุผลชัดเจนและอาจมีเจตนาอื่นปน นี่คือตัวอย่างของการตรวจสอบอำนาจดุลยพินิจในระบบราชการไทย ที่หน่วยงานอิสระอย่าง ก.พ.ค. เข้ามารักษาความโปร่งใส

  • นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์: อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เคยมีบทบาทสำคัญในงานปกครองท้องถิ่น
  • นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์: อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน อปท.
  • นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์: ปลัดกระทรวงฯ ปัจจุบัน ถูกฟ้องจากมตินี้
  • นายภูมิธรรม เวชยชัย: อดีต รมว.ฯ ที่สั่งย้าย

ปมนี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างข้าราชการที่การโยกย้ายมักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้เกิดข้อพิพาทบ่อยครั้ง นายอนุทินเลือกท่าทีห่างเหิน เพื่อหลีกเลี่ยงถูกดึงเข้าไปเกี่ยว ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดูเป็นกลาง

ผลกระทบและมุมมองการเมือง

แม้นายอนุทินยืนยันไม่กระทบ แต่ในแวดวงการเมือง มองว่าปมนี้กระทบภาพลักษณ์กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบงานใหญ่ทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นและภัยพิบัติ หากคดีไปถึงศาล อาจยืดเยื้อและสร้างความไม่แน่นอน นอกจากนี้ คำพูด "กาวหมดอายุ" ของนายอนุทินกลายเป็นไวรัลในโซเชียล สร้างสีสันให้ข่าวการเมืองที่มักเคร่งเครียด

จากมุมมองผู้เขียน การที่นายอนุทินไม่ก้าวก่าย แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าเอง สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล แต่ก็ตั้งคำถามว่าระบบโยกย้ายข้าราชการควรปฏิรูประบบอย่างไร เพื่อลดข้อพิพาทในอนาคต

สุดท้ายแล้ว “อนุทิน” บอกเป็นกาวหมดอายุแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายอดีตบิ๊กมหาดไทย จ่อฟ้อง “ปลัด มท.” เป็นบทเรียนสำคัญของการเมืองไทย คุณคิดอย่างไรกับท่าทีนี้? เชื่อว่ากระทบการทำงานจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวอัปเดตการเมืองเพิ่มเติม!

ที่มา – “อนุทิน” บอกเป็นกาวหมดอายุแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายอดีตบิ๊กมหาดไทย จ่อฟ้อง “ปลัด มท.”

ถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวช ปิดจราจรด่วน!

ระทึกใจกันทั้งย่าน! เมื่อเกิดเหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวชบริเวณแยกไฟฉาย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/6 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน หากคุณกำลังเดินทางผ่านเส้นทางนี้ ควรเลี่ยงให้ไกลเลยนะครับ

ถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวช เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

จากข้อมูลล่าสุดที่เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเขตบางกอกน้อย โพสต์แจ้ง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พบว่าถนนบริเวณหน้าถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวช แยกไฟฉาย ซ.จรัญสนิทวงศ์ 28/6 ได้ทรุดตัวลงอย่างน่าตกใจ เจ้าหน้าที่รีบเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที โดยสั่งปิดการจราจรผ่านแยกไฟฉายชั่วคราว รถที่มุ่งหน้าไปแยกท่าพระต้องลงอุโมงค์ทุกคัน เพื่อป้องกันอันตราย

เหตุการณ์นี้สร้างความวุ่นวายให้กับผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องไปโรงพยาบาลหรือผ่านย่านบางกอกน้อยประจำ สำนักงานเขตบางกอกน้อยแนะนำให้ทุกคนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด และขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น หากมีอัปเดตเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบต่อไป

สาเหตุที่ทำให้ถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวช

ถนนทรุดตัวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่เก่าแก่ สาเหตุหลักมักมาจากท่อน้ำประปาหรือระบบระบายน้ำชำรุด ส่งผลให้ดินด้านล่างถูกน้ำชะล้าง จนโครงสร้างถนนไม่มั่นคง นอกจากนี้ การก่อสร้างใกล้เคียงหรือฝนตกหนักต่อเนื่องก็เป็นปัจจัยสำคัญ ในกรณีนี้ ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

เส้นทางเลี่ยงสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน

  • มุ่งหน้าแยกท่าพระ: ลงอุโมงค์ทุกคันตามคำสั่ง
  • ใช้ถนนจรัญสนิทวงศ์ทางเลี่ยง: เลี้ยวซ้ายก่อนถึงแยกไฟฉาย
  • ทางเลือกอื่น: ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือบรมราชชนนี เพื่อไปยังจุดหมาย

แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันนำทางอย่าง Google Maps หรือ Waze เพื่ออัปเดตสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ จะช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางได้ดีขึ้น

เคล็ดลับป้องกันและรับมือถนนทรุดตัว

เพื่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ หากเจอถนนที่มีรอยแตกหรือน้ำขัง หลีกเลี่ยงทันที นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรลงทุนซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวหน้า รพ.วิชัยเวชนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า กรุงเทพฯ ยังมีจุดเสี่ยงอีกมาก ผู้ขับขี่ทุกคนควรระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย และติดตามอัปเดตจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันลดความเสี่ยง!

ในมุมมองของผม ปัญหานี้แก้ไขได้ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน รายงานปัญหาถึงหน่วยงานทันที และใช้เส้นทางอย่างมีสติ จะช่วยให้เมืองหลวงของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – ระทึก “ถนนทรุดตัว” หน้า รพ.วิชัยเวช แยกไฟฉาย ซ.จรัญฯ 28/6 ล่าสุดปิดการจราจรแล้ว

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ 10 พฤษภาคม 2569 กรุงเทพฯ ปริมณฑล

เช็กด่วนเลยครับ! กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ เพื่อบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ MEA ได้ประกาศล่วงหน้าแล้วผ่านทางเว็บไซต์ทางการ หากคุณอาศัยหรือทำงานในพื้นที่เหล่านี้ ควรเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ชาร์จแบตโทรศัพท์ เตรียมไฟสำรองสำหรับอุปกรณ์สำคัญ และหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ช่วงนั้น เพื่อความปลอดภัยครับ

การดับไฟครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลัดวงจรหรือไฟช็อตในอนาคตได้ ผู้ใช้บริการหลายคนอาจกังวลเรื่องงานที่บ้านหรือร้านค้า แต่กฟน. ได้กำหนดเวลาชัดเจนเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด สามารถเช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กฟน.

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

นี่คือรายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด แบ่งตามจังหวัดเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

พื้นที่กรุงเทพมหานคร

  • ริมถนนกาญจนาภิเษก บริเวณจากหน้าหมู่บ้านตรีอรรถบูรณ์ถึงคลองภาษีเจริญ, ซอยกาญจนาภิเษก 5/1 (จากปากซอยถึงคลินิกใกล้หมอและซอยธวัชวงศ์), ศาลเจ้าแม่ทับทิมหลักสอง (บางแค) ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ริมถนนกรุงธนบุรี บริเวณปากซอยก่อนถึงอาคารสินสาธร คอนโดเพนเนอรี่ สาทรเพลส ถึงภายในซอยข้างอาคารสินสาธร ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.00 น.
  • ถนนสายไหม ซอยสายไหม 64 (หมู่บ้านณัฐกานต์ เฟส 1 และ 2) ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.00 น.
  • ถนนกาญจนาภิเษก ซอยเลียบทางด่วน เลยพานาโซนิก ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ฝั่งเลขคู่ บริเวณบริษัทโซเล็กซ์เมทัลอินดัสเทรียล จำกัด, บริษัทเอเพ็กซ์พลาสเทค จำกัด ถึงซอยรักศิริ ตั้งแต่ 08.30 น. – 16.30 น.
  • ถนนพระราม 2 บริเวณซอยพระราม 2 ซอย 11 ช่วงปลายซอยดับเฉพาะจุด ตั้งแต่ 08.30 น. – 13.00 น.
  • ถนนรามคำแหง ซอยรามคำแหง 22 ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนสายไหม ซอยสายไหม 78 (หมู่บ้านทองสถิตวิลล่า) ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.00 น.
  • ริมถนนแก้วเงินทอง การไฟฟ้านครหลวงเขตธนบุรี บริเวณซอยแก้วเงินทอง 24,28,30,31,33,37 และหมู่บ้านพฤกษ์ภิรมย์ถึงปิ่นเกล้าคอนโดมิเนียม 08.30 น. – 14.00 น.
  • ริมถนนเพชรบุรี บริเวณสี่แยกในซอยเพชรบุรี 13 ถึงปากซอยเพชรบุรี 13 ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.

พื้นที่นนทบุรี

  • ริมถนนกรุงเทพ-นนท์ 12 บริเวณกรุงเทพ-นนท์ 12 แยก 2 ถึงแยก 7 และแยก 24 ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ริมถนนปทุมธานี-บางเลน (346) บริเวณตั้งแต่สถานีไฟฟ้า กฟภ.ไทรน้อยและสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ไทรน้อย ถึงบริษัทแสงฟ้าอีซูซุเซลส์ จำกัด ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ริมถนนโยธาธิการนนทบุรี 4005 ท่าอิฐ บริเวณหน้าโรงเรียนรุ่งเรืองวิทยา (สุเหร่าใหญ่) ถึงชุมชนโดยรอบ ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนกาญจนาภิเษก หมู่บ้านบัวทองธานี พาร์ค ตั้งแต่ซอย 1-10 และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ริมถนนติวานนท์ บริเวณหน้าขนส่งจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ 08.30 น. – 13.30 น.

พื้นที่สมุทรปราการ

  • ถนนสุขุมวิท ซอยบุญศิริ สุดทางตรงดับช่วงโค้งขวามือ ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนรถรางไฟสายเก่า ซอยสุรพล 1 ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนมหาวงศ์ ซอยสุรพล 2 และซอยสองพี่น้อง ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนกิ่งแก้ว ซอยกิ่งแก้ว 31 ตั้งแต่ 08.30 น. – 15.30 น.
  • ถนนประโคนชัย ซอยตลาดปากน้ำ ตั้งแต่ 09.00 น. – 14.00 น.
  • ถนนสุขุมวิท ซอยพร้อมนิมิตร 1 และ 2 ตั้งแต่ 09.00 น. – 14.00 น.
  • ถนนเทพารักษ์ ซอยเจริญใจ 2/1,3,3/1,3/2,4/1 และบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่ 09.00 น. – 14.00 น.

เคล็ดลับช่วงไฟดับ: เก็บยาและอาหารที่ต้องแช่เย็นไว้ในที่ร่ม ชาร์จ Power Bank เต็มที่ และแจ้งคนในบ้านให้ทราบ หากมีเหตุฉุกเฉินโทร กฟน. 1130 ได้ตลอด 24 ชม. การบำรุงรักษาครั้งนี้จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าเสถียร ลด downtime ในอนาคต

ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากกฟน. และแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในพื้นที่เพื่อช่วยกันเตรียมตัว หากมีคำถามคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

“สีหศักดิ์” เปิด Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่! “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำบทบาทอาหารไทยในฐานะทูตวัฒนธรรมเชิงรุกที่คนทั้งโลกรู้จัก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ณ สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมพิธีเปิดสำคัญ เช่น นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว, H.E. Mr. SHIMADA Tomoaki Parliamentary Vice-Minister for Foreign Affairs (ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Mr. Niki Hirobumi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

นายสีหศักดิ์ เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26: เทศกาลไทยใหญ่สุดในต่างแดน

งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นเทศกาลไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ และได้รับการบรรจุในปฏิทินกิจกรรมประจำปีของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ ในทำเนียบสถานทูตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันขยายตัวจนกลายเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย แบรนด์ไทย และผลักดันการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก (Cultural Diplomacy) เพื่อ Rebranding ประเทศไทยในภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยและน่าดึงดูด

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงวิวัฒนาการของงานที่เติบโตจากผู้มาร่วมไม่กี่ร้อยคน สู่เทศกาลยิ่งใหญ่ที่มีของดีจากไทยทั้งดั้งเดิมและสมัยใหม่ โดยปีนี้กระทรวงการต่างประเทศไทยเน้นชุดไทยและผ้าไทยเป็นพิเศษ เพื่อสอดรับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่กำลังผลักดันให้จดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลกแบบจับต้องได้

กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

อาหารไทย: ทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

หนึ่งในจุดเด่นที่นายสีหศักดิ์ย้ำคืออาหารไทยที่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ชั้นนำ จากเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวานเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น สู่เมนูฮิตยุคใหม่อย่างผัดกะเพราไข่ดาว นอกจากนี้ ผลไม้ไทยชื่อดังอย่างทุเรียน มังคุด และมะม่วง ก็ถูกนำมาจำหน่ายสดๆ ในงาน ทำให้ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติแท้ๆ ของไทย แบรนด์ไทยขยายตัวไปเกือบทุกมุมโลก แม้แต่ประเทศที่คาดไม่ถึงก็มีร้านอาหารไทยเปิดครองใจผู้บริโภค

ไฮไลท์กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

นอกจากอาหารและผลไม้ งานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดมันส์

  • ทัพศิลปิน T-Pop ชูคอนเซิร์ต “Thai Wave” โชว์เพลงไทยสุดฮิต
  • การแสดงรำไทยและมวยไทยตลอดวัน สืบสานศิลปะการแสดงไทยแท้
  • ร้านอาหารไทยและสินค้า OTOP ชื่อดังมากมาย
  • นิทรรศการชุดไทย ผ้าไทย สินค้าสร้างสรรค์ไทย
  • ผลไม้ไทยสดใหม่ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ราคาพิเศษ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนของไทยแสดงศักยภาพ ส่งเสริมการทูตเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยในระดับสากล

ความสำคัญของ Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ต่อ soft power ไทย

การจัดงานอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี สะท้อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศไทยในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ อาหารไทย ชุดไทย T-Pop และมวยไทย ล้วนเป็นเครื่องมือทูตที่ทรงพลัง ช่วยให้ชาวต่างชาติติดใจเสน่ห์ไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นพันธมิตรสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 คือตัวอย่างชัดเจนของการทูตวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน หากคุณชื่นชอบวัฒนธรรมไทย อย่าลืมติดตามหรือวางแผนไปร่วมงานเทศกาลไทยอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสัมผัสเสน่ห์ไทยแท้ๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำอาหารไทยทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

“อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้น ชายจีนขนอาวุธสงคราม

เหตุการณ์สุดตึงเครียดที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี ทำให้สังคมไทยต้องตื่นตัวกับเรื่องความมั่นคงอีกครั้ง เมื่อชายชาวจีนขับรถขนอาวุธสงครามพลิกคว่ำ และถูกจับกุมได้พร้อมของกลางเพียบ ล่าสุด “อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตำรวจเร่งรัดหาต้นตอให้ได้

“อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ แล้ว และได้สั่งการให้ขยายผลอย่างเข้มข้น หาต้นตอของปัญหาให้ชัดเจนที่สุด พร้อมดำเนินการเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าทำไมคนต่างชาติถึงกล้าครอบครองอาวุธสงครามได้ โดยยืนยันว่า ในปัจจุบันไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือสิ่งของอันตรายใดๆ แล้ว ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น หากใครถูกจับได้จะมีโทษหนักและข้อหาอื่นๆ ตามมาแน่นอน แม้แต่คนที่พยายามเรียกร้องให้ออกใบอนุญาตเพิ่ม ก็ไม่สมควรเพราะยังห้ามอยู่ยังอุกอาจขนาดนี้

รายละเอียดเหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

เหตุเกิดที่ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบรถยนต์ที่พลิกคว่ำ พบชายชาวจีนเป็นผู้ขับขี่ ก่อนค้นเจออาวุธสงคราม กระสุน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก ซึ่งน่าจะเป็นการลักลอบขนส่งอาวุธผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ ซึ่งเป็นเครือข่ายน่าสงสัย

  • อาวุธสงครามหลายชนิด เช่น ปืนกลและปืนไรเฟิล
  • วัตถุระเบิดและอุปกรณ์ประกอบ
  • กระสุนจำนวนมาก
  • เอกสารและข้อมูลดิจิทัลที่ต้องตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อดูว่ามีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจใช้ไทยเป็นจุดกลางในการค้าอาวุธ

นโยบายรัฐบาลต่อการครอบครองอาวุธ

“อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม นี้ สะท้อนถึงความเด็ดขาดของรัฐบาลในการควบคุมอาวุธ ในช่วงที่ไทยมีนโยบายฟรีวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อาจเปิดช่องให้อาชญากรแทรกซึมได้ รัฐบาลจึงต้องตรวจสอบทุกมิติ ไม่ว่าจะโยงกับ BHQ หรือขบวนการอื่นๆ ขอให้ตำรวจและหน่วยความมั่นคงทำงานให้ละเอียดก่อนสรุป

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบชาวต่างชาตินำอาวุธเข้าไทยผิดกฎหมาย สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาและนาจอมเทียนที่ใกล้ชิดกับชาวจีนจำนวนมาก รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการตรวจเข้มชายแดนและจุดตรวจต่างๆ แล้ว แต่ยังต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เทียน และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 ที่ห้ามพกพาอาวุธโดยเด็ดขาด ผู้กระทำผิดอาจถูกจำคุกยาวหรือปรับหนัก หากโยงกับองค์กรอาชญากรรมจะยิ่งรุนแรง

ผลกระทบและมาตรการป้องกัน

จากข้อมูลที่พบในมือถือของผู้ต้องหา อาจเชื่อมโยงกับกิจกรรมน่ากังวล รัฐบาลสั่งให้ตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย นี่คือสัญญาณเตือนว่าประเทศไทยต้องปรับปรุงระบบตรวจคนเข้าเมืองและเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติให้ดีขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ “อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม นี้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หากเราร่วมมือกันแจ้งเบาะแส จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? มันจะส่งผลต่อนโยบายฟรีวีซ่าหรือไม่? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้สังคม ติดตามข่าวสารความมั่นคงเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – “อนุทิน” สั่งขยายผลเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน วิกฤตพลังงาน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่ที่หลายคนรอคอย นั่นคือ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังรุมเร้าประเทศเรา ราคาน้ำมันพุ่ง ไฟฟ้าแพง เกษตรกรและ SME ลำบากกันถ้วนหน้า พ.ร.ก.ฉบับนี้จะช่วยให้รัฐบาลมีเครื่องมือจัดการปัญหาได้ทันท่วงที

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อแก้วิกฤตพลังงาน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 (ตามเนื้อหา) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ. 2566 วงเงินสูงถึง 400,000 ล้านบาท! พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงวันที่ 4 พฤษภาคม

วิกฤตพลังงานครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย เช่น สงครามยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่ง สถานการณ์โควิดที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน และการพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูงของไทย ทำให้ค่าครองชีพพุ่งกระฉูด โดยเฉพาะประชาชนชายขอบ เกษตรกรที่ใช้น้ำมันดีเซลเยอะ และผู้ประกอบการโรงงานที่ไฟฟ้าแพง

วัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

มาตรา 3 ให้กระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ภายใน 30 ก.ย. 2567 เพื่อ:

  • ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากวิกฤตพลังงาน เช่น อุดหนุนค่าน้ำมัน ค่าไฟ
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิลสู่พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์ ลม ไฮโดรเจน พัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรม

เงินกู้ต้องใช้ตามแผนที่ ครม. อนุมัติเท่านั้น ห้ามใช้ผิดวัตถุประสงค์!

กลไกการบริหารจัดการเงินกู้

มีคณะกรรมการกลั่นกรองฯ นำโดยปลัดกระทรวงการคลัง หน้าที่กลั่นกรองโครงการ กำกับดูแล รายงานทุก 3 เดือน และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจัดการกู้-เบิก-ชำระ ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ครม. สามารถปรับวงเงินย่อยได้แต่รวมไม่เกิน 4 แสนล้าน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังต้องรายงานรัฐสภาทุกปี เรื่องการกู้ ผลลัพธ์ และประโยชน์ที่ได้รับ ถือเป็นมาตรการที่รัดกุมดีมาก

ความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

พ.ร.ก.นี้ไม่ใช่แค่กู้เงิน แต่เป็นการลงทุนอนาคต ช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอย สร้างโอกาสงานใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพานำเข้า ลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ สอดคล้อง BCG Economy ที่รัฐผลักดัน ถ้าทำสำเร็จ ไทยจะก้าวสู่พลังงานยั่งยืนได้เร็วขึ้น

แต่ก็ต้องระวังเรื่องหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น รัฐต้องบริหารให้ดีเพื่อไม่ให้ภาระตกทับประชาชนในอนาคต

สรุปแล้ว ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นี้เป็นข่าวดีที่ตอบโจทย์สถานการณ์เร่งด่วน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทันทีและวางรากฐานระยะยาว คุณคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้จริงไหม? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ สนับสนุนให้ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!

ที่มา – ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแล้ว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแส สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย กันครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ตำรวจสภ.ป่าแดด สามารถจับกุมแท็กซี่คันหนึ่งที่ลักลอบขนยาบ้ามูลค่ามหาศาล โดยใช้วิธีเนียนๆ ซุกซ่อนไว้ในที่นอนเด็กเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายและความฉลาดแกมโกงของขบวนการค้ายาเสพติดเลยทีเดียว

สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 (ตามในเนื้อหา แต่ปรับปี) เวลาประมาณ 09.00 น. พ.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.เชียงราย ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.กุลชาติ ศักดิโยธินธาดา ผกก.สภ.ป่าแดด ว่ามีการตั้งจุดตรวจสกัดยาเสพติดแบบ Frog-jump บนถนนสายรองระหว่าง อ.ป่าแดด-อ.จุน จ.เชียงราย ชุดสายตรวจนำโดย พ.ต.ท.ศุภกิจ สิริประภาวัฒน์ รอง ผกก.ป. พบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทฬ-3794 กรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความต้องสงสัย

คนขับคือ นายอภิชาติ ฟักแย้ม อายุ 49 ปี ชาว ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ภายในรถมีเด็กหญิงและเด็กชายอายุ 7-8 ปี ซึ่งน่าจะเป็นลูก 2 คน นั่งมาด้วย เมื่อถึงด่าน นายอภิชาติมีท่าทางหลบเลี่ยง พิรุธชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงโบกให้จอดตรวจค้นทันที

วิธีซุกยาบ้าแบบเนียนซุกทำเป็นที่นอนลูก

ผลการตรวจค้นน่าตกใจมาก! พบกระสอบยาบ้าวางซุกไว้บนเบาะนั่งหลังและที่วางเท้า คลุมด้วยผ้าทำเป็นที่นอนให้เด็กๆ นอนเล่นระหว่างทาง เพื่อหลอกตาเจ้าหน้าที่ว่ามีแค่ครอบครัวเดินทางปกติ นอกจากนี้ในกระโปรงท้ายรถยังมีกระสอบเพิ่มอีก รวมทั้งหมด 9 กระสอบ ยาบ้ารวม 2,200,000 เม็ด มูลค่ามหาศาล!

เทคนิคนี้ถือเป็นการตบตาที่แนบเนียนมาก เพราะใครจะไปคิดว่าที่นอนเด็กจะซ่อนยาบ้าได้ขนาดนี้ เชียงรายซึ่งเป็นชายแดนใกล้เมียนมา จึงเป็นจุดผ่านยาเสพติดหลักของประเทศ

คำสารภาพของผู้ต้องหาและเส้นทางขนส่ง

จากการสอบสวน นายอภิชาติรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจากชายแดน วิ่งเส้นบายพาสจาก อ.เชียงแสน เลี่ยงด่านกิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน มาถึง อ.ป่าแดด แล้วทะลุ อ.จุน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เพื่อไปส่งที่ภาคกลาง ผู้ว่าจ้างจะโทรบอกปลายทางทีหลัง ตอนนี้ตำรวจกำลังขยายผลจับผู้ร่วมแก๊ง

  • เส้นทาง: ชายแดน → เชียงแสน → ป่าแดด → จุน → พะเยา → ภาคกลาง
  • วิธีหลบ: ถนนรอง + ที่นอนเด็ก
  • จำนวน: 2.2 ล้านเม็ด
  • รถ: แท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู

บทเรียนจากเหตุการณ์สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย

เหตุการณ์นี้เตือนใจเราทุกคนว่า ยาเสพติดใกล้ตัวมากกว่าที่คิด แม้แต่แท็กซี่ธรรมดาก็กลายเป็นผู้กระทำผิดได้ เชียงรายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงเพราะติดชายแดน การตั้งจุดตรวจแบบสุ่ม Frog-jump ช่วยได้เยอะ เจ้าหน้าที่ตำรวจสมควรได้รับการยกย่อง

ในมุมมองผม การใช้เด็กๆ มาช่วยตบตาแบบนี้ร้ายกาจมาก สังคมต้องตื่นตัว หากเห็นรถต้องสงสัยหรือคนขับมีพิรุธ อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแส สามารถโทรสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชม. ช่วยกันสกัดยาเสพติดเพื่ออนาคตชาติ

สุดท้ายนี้ อย่าให้ยาบ้าทำลายชีวิต อยู่ห่างๆ ดีกว่า ถ้าคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยครับ!

ที่มา – สกัดจับแท็กซี่ขนยาบ้า 2.2 ล้านเม็ด ที่เชียงราย เนียนซุกทำเป็นที่นอนลูกตบตา จนท.

เลอ ม็องส์ กลับขึ้นจากลีกรอง 6 สู่ลีกสูงสุด

เลอ ม็องส์ กลับขึ้นจากลีกรอง 6 สู่ลีกสูงสุด

คำเช่น “ความเร็ว” และ “การเร่งความเร็ว” มักถูกพูดถึงในเมืองเลอ ม็องส์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งขึ้นชื่อกับการแข่งรถ 24 ชั่วโมงอันโด่งดัง แต่ครั้งนี้หมายถึงสโมสรฟุตบอลของเมือง ที่ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักกีฬาดังระดับโลกและกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

เลอ ม็องส์ เอฟซี ต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมาหลังจากลงเล่นในลีก 1 ครั้งสุดท้ายปี 2010 การล้มละลายในปี 2013 ทำให้ทีมตกไปอยู่ลีกรองระดับ 6 ของฟุตบอลฝรั่งเศส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว สโมสรกลับสู่ลีก 2 พร้อมต้อนรับเจ้าของใหม่คือ OutField

นักลงทุนชาวบราซิลนำโนวัก ชโยกวิช เฟลิเป้ มาสซ่า และเควิน แม็กนุสเซ่น มาด้วย นายทวารเรอัล มาดริดและทีมชาติเบลเยียม ติโบต์ คูร์ตัวส์ เข้าร่วมโปรเจกต์ในเวลาต่อมา

“เราต้องการดึงคนดังจริงๆ มาช่วยยกระดับโปรเจกต์ด้านแบรนด์” เปโดร โอลิเวร่า ผู้ร่วมก่อตั้ง OutField บอกกับ BBC Sport

ความเชื่อมโยงกับมาสซ่าและแม็กนุสเซ่น อดีตนักขับฟอร์มูลา 1 ชัดเจนเพราะมรดกมอเตอร์สปอร์ตของเมือง การเชื่อมต่อเกิดจากจอร์จิออส ฟรังกูลิส ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Oakberry ซึ่งตอนนี้เป็นนักลงทุนและหุ้นส่วนบริหารของเลอ ม็องส์

มาสซ่าเป็นนักลงทุนในบริษัทของฟรังกูลิสอยู่แล้ว และสนิทกับแม็กนุสเซ่น ฟรังกูลิสยังเป็นสามีของอาร์ยิน่า ซาบาเลนก้า มือ 1 เทนนิสหญิง จึงเชื่อมโยงกับชโยกวิช

“ฟรังกูลิส บอกเราว่าชโยกวิชหลงฟุตบอล เราคุยกับเขา เขาชอบโปรเจกต์เลยตัดสินใจลงทุน” โอลิเวร่ากล่าว

คูร์ตัวส์ “ชอบไอเดียทั้งหมดที่เลอ ม็องส์กำลังสร้าง” จึงติดต่อนักลงทุนและเข้าร่วมในเดือนกุมภาพันธ์

“สำคัญที่พวกเขาจะต้องรู้จักวงการกีฬา เพราะมันมีวิธีการทำงานเฉพาะ” ティエรี โกเมซ ประธานเลอ ม็องส์ที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2016 และช่วยสร้างทีมใหม่หลังล้มละลาย กล่าว

ตอนนี้ทีมกำลังใกล้กลับสู่ลีกสูงสุดแล้ว ชัยชนะเหนือบาสเตียวันเสาร์นี้ (19:00 BST) จะยืนยันการเลื่อนชั้น

เลอ ม็องส์ กลับขึ้นจากลีกรอง 6 สู่ลีกสูงสุด

ตอนที่ OutField เข้ามา เลอ ม็องส์มีฐานะการเงินมั่นคง แม้ฟุตบอลฝรั่งเศสจะยากลำบากและทีมเคยล้มละลายไม่นานมานี้

ส่วนหนึ่งเพราะการบริหารของโกเมซ แต่มีเพดานที่ต้องใช้เงินทุนภายนอกช่วยทะลุ

“ไม่มีอะไรเร่งด่วน ทีมไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ต้องการเติบโต” โกเมซกล่าว “ไม่ใช่เรื่องรอดชีวิต แต่เป็นการหาคนมารับช่วงต่อ”

เลอ ม็องส์ที่อยู่ในลีกรอง 3 ตอนเจรจาซื้อขาย เป็นตัวเลือกน่าดึงดูด ไม่มีหนี้ โอลิเวร่าพูดถึง “โครงสร้างพื้นฐานดีเยี่ยม”

ทำเลสำคัญมาก

OutField เข้าซื้อโคริติบา ทีมเก่าแก่บราซิลปี 2023 และพากลับสู่ลีก 1 เมื่อขยายไปยุโรป โอลิเวร่าเน้น “การพัฒนานักเตะ”

นักลงทุนดู 7 ทีมในโปรตุเกสและ 5 ในฝรั่งเศส ก่อนโฟกัสแถบปารีส

“สองพื้นที่หลักพัฒนานักเตะคือเซาเปาโลในบราซิลและชานเมืองปารีส เมื่อเห็นตัวเลขและโปรเจกต์ฟุตบอลฝรั่งเศส เราจึงจำกัดค้นหาภายใน 250 กม. จากปารีส” โอลิเวร่ากล่าว

การพัฒนาเยาวชนคือหัวใจของเลอ ม็องส์ กลับขึ้นจากลีกรอง 6 สู่ลีกสูงสุด

อะคาเดมีปิดปี 2013 โกเมซบอกว่าจะเปิดใหม่กรกฎาคม จะเป็นฐานหลักของโปรเจกต์

“ตอนนี้ไม่ซื้อนักเตะค่าจ้างแพง รอขึ้นลีก 1 ค่อยปรับ” ประธานกล่าว

ไม่ตามแบบปารีส เอฟซีที่ตระกูลอาร์โนลท์ (อันดับ 1 บillionaire Forbes 2024) ซื้อ

โกเมซบอกการพัฒนานักเตะเป็น “ดีเอ็นเอของสโมสร” และ “เครื่องมือยอดเยี่ยม”

“อะคาเดมีช่วยให้มีนักเตะที่ซื้อไม่ได้ การมีคีเลียน เอ็มบัปเป้ตอน 24-25 เป็นไปไม่ได้ แต่การมีเอ็มบัปเป้รุ่นพรุ่งนี้ตอน 14-15-16 ที่เลอ ม็องส์เป็นไปได้ นั่นคือเหตุผลสำคัญ”

ทีมเคยพัฒนาดิดิเยร์ ดรอกบาและเกอร์วินโญ่

ได้รับอิทธิพลจากโคโม ไม่ใช่เชลซี

กุนซือแพทริค วิดิร่า นำทีมอันดับ 2 ลีก 2 เหลือ 1 นัด ใกล้เลื่อนชั้นติดต่อกัน

เป้าหมายคืออยู่รอดในลีก 2 หลังขึ้นจากนาชนแนล

“ถ้าตั้งเป้าต้องขึ้น จะไม่ไปถึงเร็ว” โกเมซกล่าว

แต่โอลิเวร่าชัดเจน: “เป้าหมาย 7 ปีคือยืนลีก 1 อะคาเดมีท็อป 10 ฝรั่งเศส และแบรนด์ดังระดับโลก”

เพื่อแบรนด์และสปอนเซอร์ ได้รับอิทธิพลจากโคโมที่เป็นต้นแบบ

ไม่เอาแบบเชลซี

เข้าสู่โมเดลมัลติคลับกับโคริติบา แต่ฝรั่งเศสไม่ค่อยชอบ MCO เช่นการประท้วงบลูโคที่สเตรสเบิร์ก หรือบีเคเอฟซีที่โลเรียน

“เราไม่ใช่ MCO แบบดั้งเดิม แบบบลูโคเป็นปิรามิด ซิตี้กรุ๊ปและเรดบูลล์ก็เหมือน เราใช้โมเดลแนวนอน”

โกเมซพูดถึง “รักษาอัตลักษณ์สโมสร” นักลงทุนต้องเข้าใจสโมสร ใกล้ชิดชุมชน ผู้สนับสนุน

เพิ่มแฟนบอล ท้าทายจากแรนส์ น็องต์ อังเกอร์ส โลเรียน เบรสต์

เลอ ม็องส์จะดังเกินการแข่ง 24 ชั่วโมง โดยใช้มรดกมอเตอร์สปอร์ต มาสซ่าและแม็กนุสเซ่นช่วยสร้างเรื่องราว สนามอยู่กลางวงจรแข่ง

ในเมืองแห่งการแข่งขันทนทาน เจ้าของใหม่สร้างโปรเจกต์ยั่งยืน

เลอ ม็องส์ กลับขึ้นจากลีกรอง 6 สู่ลีกสูงสุด แสดงให้เห็นว่าการลงทุนฉลาดและพัฒนาเยาวชนสามารถพลิกเกมได้ คุณคิดอย่างไร ลองติดตามและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ