วัน: 9 พฤษภาคม 2026

ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในยุคที่ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และ PM0.1 กำลังกลายเป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพคนเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคเหนือ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสำคัญจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เพิ่งจัดเสวนา “กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ Forum ครั้งที่ 3” หัวข้อ “ฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ คืนชีวิตให้เมือง” ซึ่งตรงกับประเด็น ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1 ชูโมเดลเศรษฐกิจเปลี่ยนการเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

งานนี้จัดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ที่กรุงเทพฯ มีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอย่าง ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันภัยพิบัติ และดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐ เพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม มาร่วมเสวนา โดยมี ส.ส.สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ และดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคดูแลนโยบายมาร่วมฟังด้วย

ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1

ศ.ดร.ศิวัช เปิดประเด็นด้วยการก้าวข้ามค่าฝุ่น PM2.5 ไปสู่ PM0.1 ซึ่งเล็กลงและอันตรายกว่า เพราะทะลุเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้เราไม่รู้ตัวว่ากำลังสูดสารพิษอะไรเข้าไปบ้าง ค่าฝุ่นต่ำไม่ได้แปลว่าอากาศดีเสมอไป เพราะฝุ่นน้อยอาจแฝงสารก่อมะเร็ง (PAHs) สูง ในขณะที่ฝุ่นมากอาจมีสารพิษน้อยกว่า การดูแค่ AQI พื้นฐานจากก๊าซจึงไม่พอ ต้องโฟกัสสารก่อมะเร็งและโลหะหนัก เช่น สารหนู แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว จากแหล่งกำเนิดอย่างการปิ้งย่าง เตาเผาขยะ โรงงาน

ผลกระทบไม่ใช่แค่ปอด แต่รวมถึงโรคเบาหวาน โรคไต อัลไซเมอร์ ใน กทม. ต้นตอหลักคือยานพาหนะ แต่มีฝุ่นทุติยภูมิจากปฏิกิริยาเคมีของก๊าซ VOCs BVOCs NOx NH3 SO2 การจัดการยากเพราะฝุ่นข้ามเขตตามลม ผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่ครอบคลุม นอกจากนี้ยังโยงกับ climate change เพราะ OC และ EC ในฝุ่นส่งผลต่อภาวะโลกร้อน

ข้อเสนอแนะจากศ.ดร.ศิวัช เพื่ออากาศสะอาด

  • ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ทันสมัย บรรจุมาตรฐานสารก่อมะเร็ง
  • ปลูกต้นไม้ชาญฉลาด เลือกพันธุ์ดูดฝุ่นดี ไม่ปล่อย BVOCs มาก ใช้ biodiversity ไทย
  • ยกระดับเทคโนโลยี AI Data เซนเซอร์ดาวเทียม ข้อมูล 3 มิติ
  • มาตรการระยะสั้น-ยาว: ขยาย monitoring network ควบคุมดีเซล ส่งเสริม WFH Early Warning System

ส่วนดร.บัณฑูร ชำแหละปัญหาว่ารัฐทำงานแบบฤดูกาล ตื่นตัวแค่ 3-4 เดือนช่วงฝุ่น แล้วลืม งบน้อย กระจายอำนาจกลวง รากเหง้าคือความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เช่น ชุมชนในอุทยานดอยสุเทพ 54 แห่ง แต่รัฐจัดการแค่ 1 แห่ง กฎหมาย command-control ไม่พอ ต้องใช้ science-tech

ยุทธศาสตร์ 8-3-1 คือกุญแจ: 8 เดือน ทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง แก้สาเหตุ สร้างเศรษฐกิจชุมชน จัดการเชื้อเพลิง ปลดล็อกโครงสร้าง ตัวอย่างลำปางเปลี่ยนข้าวโพดเป็นมะม่วง สิงห์บุรีไร่อ้อยไม่เผา ลดฝุ่นได้ 30% 3 เดือน รับมือวิกฤต สนับสนุนหน้างานอุทยานฯ ที่ขาดแคลน 1 Project Mega Project เปลี่ยนเศรษฐกิจ Nature Positive ปลูกไม้ระยะสั้น-ยาว สร้างรายได้ ลดเผา ลดยากจน บรรลุ Net Zero

เสนอ 1 Big Project ใน 4 จังหวัดเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน กรณีเชียงใหม่: สำรวจป่า จัดสรรสิทธิชุมชน ปรับกฎแยกอุทยาน-ป่าชุมชน

โมเดลเปลี่ยนเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า

โมเดลนี้เด่น ชูเศรษฐกิจบวก สมดุลสิ่งแวดล้อม-ปากท้อง ปลูกไม้ขายได้ใน 2-10 ปี ทำเฟอร์นิเจอร์ แก้เผาป่า ลดฝุ่น ช่วย Net Zero

ยุทธศาสตร์นี้ดูมีอนาคตสดใส หากรัฐนำไปใช้จริง จะคืนฟ้าสะอาดให้คนไทยได้แน่นอน คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ประสบการณ์เจอฝุ่นพิษ หรือไอเดียแก้ปัญหาในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ติดตามบล็อกเพื่อข่าวสารสิ่งแวดล้อมและนโยบายดีๆ เพิ่มเติม!

ที่มา – ปชป. ถกฝ่าวิกฤตฝุ่นพิษ แนะใช้ยุทธศาสตร์ 8-3-1 ชูโมเดลเศรษฐกิจเปลี่ยนเผาป่าเป็นปลูกไม้มีค่า

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน สร้างความฮือฮาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียดยิบ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบริบทและบทเรียนที่ได้จากเคสนี้

จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

นายเสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังคดีผิดฐานทำร้ายร่างกาย เหลือกำหนดโทษจำคุกอีกเพียง 23 วัน กำหนดพ้นโทษวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ได้ก่อเหตุหลบหนีระหว่างออกฝึกวิชาชีพนอกเรือนจำ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.47 น. ที่เรือนจำธัญบุรี

หลังจากนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง บ้านญาติ และเส้นทางหลบหนีต่างๆ จนกระทั่งนายเสกสรรติดต่อญาติเพื่อประสานขอเข้ามอบตัว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เวลา 21.50 น. เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่ริมถนน 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

สาเหตุหลบหนี: ปัญหาครอบครัวที่รุนแรง

เบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักของการหลบหนีคือ ปัญหาครอบครัว ที่ค้างคาใจ ทำให้ผู้ต้องขังตัดสินใจหนีออกไปเคลียร์ปัญหาดังกล่าว แม้จะเหลือโทษอีกไม่กี่วันก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมที่ซ่อนอยู่ในครอบครัวของผู้ต้องขัง ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงภัยได้

  • หลบหนีวันที่ 7 พ.ค. 2569 เวลา 10.47 น.
  • มอบตัววันที่ 8 พ.ค. 2569 เวลา 21.50 น.
  • สถานที่จับกุม: ถนน 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
  • โทษที่เหลือ: 23 วัน (พ้นโทษ 30 พ.ค. 2569)
  • คดี: ผิดฐานทำร้ายร่างกาย

กรมราชทัณฑ์แสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่ให้เบาะแส รวมถึงประกาศจะเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการควบคุมผู้ต้องขังมากขึ้น เช่น การตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การใช้เทคโนโลยีติดตาม และการให้คำปรึกษาด้านจิตใจแก่ผู้ต้องขังที่มีปัญหาครอบครัว

บทเรียนจากกรณีจับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการทำงานเป็นทีมระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชนสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม้ผู้ต้องขังจะหลบหนี แต่ก็กลับมามอบตัวเองได้ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงความรับผิดชอบของตัวผู้กระทำผิดเองด้วย นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เรือนจำควรให้ความสำคัญมากขึ้น

ในมุมมองของเรา การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ต้องเริ่มจากการสนับสนุนด้านสวัสดิการครอบครัวผู้ต้องขัง เช่น โครงการเยี่ยมญาติออนไลน์ การให้คำปรึกษาจิตวิทยา และการฝึกอาชีพที่ยั่งยืนหลังพ้นโทษ เพื่อลดโอกาสการกลับมาก่ออาชญากรรม

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? มีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของผู้ต้องขังบ้างไหม คอมเมนต์มาบอกกันได้เลย! ติดตามข่าวอาชญากรรมและสังคมอัปเดตทุกวันกับเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – จับได้แล้ว นักโทษชาย หนีจากเรือนจำธัญบุรี คาดออกไปเคลียร์ปัญหาครอบครัว

บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย ปืนด้าน รอดบารมีหลวงปู่ทวด

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวสุดอัศจรรย์ที่ต้องเล่าต่อกันให้ฟังเลย เมื่อเกิดเหตุ บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง ขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะไม่ใช่แค่เหตุการณ์รุนแรง แต่ยังมีปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุก!

บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ที่บ้านของนายภูรชัย พิมพ์เสน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ผู้ใหญ่คู” อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของนางสาวอวยพรศรี เชาวลิต ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย และเคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

จากภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ชัดเจน ชายวัย 41 ปีชื่อนายสาคร ขับรถเก๋งสีดำมาจอดหน้าบ้าน ก่อนลงจากรถ ชักปืนออกมาแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาผู้ใหญ่คูที่นั่งอยู่กับญาติๆ ข้างบ้าน ทุกคนตกใจกรีดร้อง แต่สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นตรงที่ ปืนไม่ลั่น! เสียงปืนค้างดัง “คลิก” แต่กระสุนไม่ยิงออกมา ญาติๆ วิ่งแตกกระเจิงหนีไปทางหลังบ้าน ขณะที่มือปืนยืนงงก่อนรีบกลับรถขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

มือปืนมอบตัวเองหลังบุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย

สิ่งที่ทำให้ทุกคนอึ้งยิ่งกว่าคือ ไม่นานหลังจากนั้น นายสาครขับรถคันเดียวกันไปจอดหน้าสภ.ท่าศาลา แล้วเดินขึ้นไปมอบตัวกับตำรวจทันที! เขาบอกตำรวจว่า “เพิ่งยิงผู้ใหญ่คูมา” และทิ้งปืนลงคลองระหว่างทางแล้ว ปืนกระบอกนั้นเป็นปืนที่เขาเพิ่งใช้ยิงที่บ้านตัวเองก่อนหน้านี้ด้วย ตำรวจตรวจสอบพบว่านายสาครมีอาการทางจิตเวช ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของพฤติกรรมกะทันหันนี้

ผู้ใหญ่คูและญาติๆ ที่รอดมาได้ก็เดินทางไปแจ้งความที่สภ.ท่าศาลาเช่นกัน ทุกคนยังอยู่ในอาการตกใจ แต่ยืนยันว่าไม่รู้สาเหตุชัดเจนว่านายสาครมีปัญหาอะไรกับผู้ใหญ่คู หากปืนลั่นจริงๆ วันนั้นอาจมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายราย เพราะนั่งรวมกันอยู่หลายคน

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
  • 18.30 น. – มือปืนขับรถมาจอดหน้าบ้าน
  • ชักปืนยิง แต่ปืนไม่ลั่น
  • ญาติวิ่งหนี มือปืนขับหนี
  • ต่อมา มือปืนมอบตัวที่สภ.ท่าศาลา
  • ผู้เสียหายไปแจ้งความ

ส่วนที่ทุกคนเชื่อมั่นว่าทำไมถึงรอดได้อย่างหวุดหวิด ก็คือ บารมีหลวงปู่ทวดปี 2505 ที่ผู้ใหญ่คูห้อยคอไว้! พระเครื่องเนื้อทองคำองค์นี้เป็นที่เลื่องลือเรื่องเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี ชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยหลายคนศรัทธาในพลังคุ้มครองของหลวงปู่ทวดมาก เรื่องนี้จึงกลายเป็นหลักฐานยืนยันความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง

หลวงปู่ทวดคุ้มครอง: ประวัติและความเชื่อ

หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือพระพุทธรูปหลวงปู่ทวดสร้างปี 2505 เป็นพระเครื่องที่ผลิตจำนวนมากในสมัยนั้น มีเนื้อผงและทองคำ ขึ้นชื่อเรื่องแคล้วคลาดพ้นภัย โดยเฉพาะด้านอันตรายจากอาวุธปืน เรื่องเล่าปาฏิหาริย์มีมากมาย เช่น ปืนไม่ลั่น กระสุนไม่โดนตัว เหตุการณ์นี้จึงเข้ากันได้ดีกับความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

นอกจากนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชยังเป็นดินแดนศรัทธาพระเครื่องสูง พรรคภูมิใจไทยเองก็มีฐานเสียงแข็งแกร่งในพื้นที่ใต้ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ครอบครัว ส.ส.อวยพรศรีปลอดภัย แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้คนเรามีศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ในมุมมองของผม เรื่อง บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง แสดงให้เห็นว่าบางครั้งชีวิตเราอาจมีผู้พิทักษ์ที่มองไม่เห็น การมีเครื่องรางหรือศรัทธาในพระพุทธเจ้าก็ช่วยเสริมกำลังใจได้มาก คุณล่ะเชื่อในปาฏิหาริย์แบบนี้ไหม? ลองแชร์เรื่องราวเครื่องรางคุ้มครองของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน!

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่ หากคุณกำลังมองหาเครื่องรางดีๆ ลองศึกษาหลวงปู่ทวดดู อาจช่วยให้ชีวิตราบรื่นขึ้น

ที่มา – บุกยิง พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย แต่ปืนด้านรอดหวุดหวิด เชื่อบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง

CHANGAN โตต่อเนื่อง ดัน DEEPAL S05 ขายทะลุ 200,000 คัน

CHANGAN Automobile แบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากจีนที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ กำลังโตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว โดยเฉพาะรุ่น DEEPAL S05 ที่มียอดขายทั่วโลกทะลุ 200,000 คันแล้ว! นี่คือหลักฐานชัดเจนของ CHANGAN โตต่อเนื่อง ดันยอดขาย DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน ทำให้แบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

CHANGAN โตต่อเนื่อง ดันยอดขาย DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน

ในเดือนเมษายน 2569 ยอดขาย DEEPAL S05 ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 17,269 คัน เพิ่มขึ้นถึง 96.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนกระแสความนิยมที่ร้อนแรงสุดๆ ไม่ใช่แค่ในจีน แต่กระจายไปทั่วโลกเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์สวยงาม สมรรถนะแรง และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ลูกค้าติดใจกันยกใหญ่

DEEPAL S05

นอกจากนี้ DEEPAL L06 ที่ขายในจีนก็ฮอตไม่แพ้กัน มียอดจองเดือนเมษายนทะลุ 10,000 คัน และส่งมอบจริง 5,189 คัน แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและศักยภาพของผลิตภัณฑ์ CHANGAN ที่ครบเครื่องทั้งเทคโนโลยี สมรรถนะ และความปลอดภัย

จุดเด่นของ DEEPAL S05 ที่ทำให้ยอดขายพุ่ง

DEEPAL S05 คือรถรุ่นฮีโร่ของ CHANGAN ดีไซน์สุดหรูโดย Klaus Zyciora หัวหน้าทีมออกแบบระดับโลกที่เคยฝากผลงานไว้กับแบรนด์ดังๆ ทั่วโลก ตัวรถมีทั้งรุ่น BEV (แบตเตอรี่ล้วน) วิ่งไกลสุด 470 กม. (NEDC) และรุ่น REEV ที่ใช้ Range Extender วิ่งรวมได้ถึง 1,200 กม. ต่อการชาร์จเต็มและเติมน้ำมันเต็มถัง ในโหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งได้ 170 กม. หมดห่วงเรื่องระยะทาง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบเที่ยวไกล

DEEPAL S05 ภายใน
DEEPAL S05 ภายนอก

ราคาในไทยก็น่าสนใจมาก รุ่น BEV เริ่มต้นที่ 799,000 บาท (S05 BEV LITE) ไปจนถึง 899,000 บาท (MAX) ส่วน REEV 919,000 – 969,000 บาท ราคานี้รวมแคมเปญพิเศษปี 2026 แล้วนะครับ แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate 56.1 kWh ทนทานและปลอดภัยสุดๆ

  • S05 BEV LITE: 799,000 บาท
  • S05 BEV PLUS: 849,000 บาท
  • S05 BEV MAX: 899,000 บาท
  • S05 REEV PLUS: 919,000 – 949,000 บาท
  • S05 REEV MAX: 969,000 บาท
ราคา DEEPAL S05
DEEPAL S05 REEV

ถ้าคุณกำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าที่คุ้มค่า DEEPAL S05 คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ด้วยยอดขายที่พุ่งทะลุ 200,000 คันทั่วโลก แสดงถึงความน่าเชื่อถือชั้นยอด ในอนาคต CHANGAN คงโตต่อเนื่องแบบนี้แน่นอน

สนใจจอง DEEPAL S05 หรือเช็คราคาล่าสุด รีบเข้าไปที่ https://www.changan.co.th เลยครับ อย่าช้าเดี๋ยวหมด!

ที่มา – CHANGAN โตต่อเนื่อง ดันยอดขาย DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน

WHO ยืนยันไวรัสฮันตา 6 ราย เสียชีวิต 3 บนเรือสำราญ

WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ สร้างความตื่นตัวให้กับนักเดินทางทั่วโลก หลังเกิดการระบาดบนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ที่ลอยนิ่งอยู่นอกชายฝั่งเคปเวิร์ด ในมหาสมุทรแอตแลนติก องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ยืนยันผู้ป่วย 6 รายจากผู้สงสัย 8 ราย โดยเป็นสายพันธุ์แอนดีสไวรัส (Andes virus) ซึ่งหายากแต่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในบางกรณี

WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบนเรือสำราญที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือหลายร้อยคน ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และหญิงชาวเยอรมัน ทำให้อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 38% ผู้ป่วยที่เหลือกำลังรับการรักษาและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีชาวสิงคโปร์ 2 คนที่รอผลตรวจเพิ่มเติม ขณะที่นายแพทย์เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO เตรียมเดินทางไปเกาะเตเนรีเฟ ประเทศสเปน เพื่อประสานงานอพยพผู้โดยสารและควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทางการสเปน

ไวรัสฮันตาคืออะไร และแพร่กระจายอย่างไร

ไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus เป็นไวรัสในตระกูล Hantaviridae ที่ติดต่อหลักจากสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู โดยเชื้อสามารถแพร่ผ่านปัสสาวะ น้ำลาย ขี้ หรือเลือดของหนูที่ปนเปื้อนในอากาศเมื่อหายใจเข้าไป สายพันธุ์ส่วนใหญ่ไม่แพร่จากคนสู่คน แต่สายพันธุ์แอนดีสไวรัสที่พบในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอาร์เจนตินาและชิลี สามารถแพร่ได้หากสัมผัสใกล้ชิดนานๆ เช่น การดูแลผู้ป่วยโดยไม่ป้องกัน

อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ จากนั้น 3-5 วัน จะเข้าสู่ระยะปอดบวมน้ำ (Hantavirus Pulmonary Syndrome – HPS) ทำให้หายใจลำบากและเสียชีวิตได้สูงหากไม่รักษาทันท่วงที

สถานการณ์บนเรือสำราญและมาตรการรับมือ

  • ผู้ติดเชื้อยืนยัน: 6 ราย (สายพันธุ์แอนดีสไวรัส)
  • ผู้เสียชีวิต: 3 ราย (คู่สามีภรรยาดัตช์ + หญิงเยอรมัน)
  • ผู้สงสัยรอผล: 2 ราย (ชาวสิงคโปร์)
  • สถานที่: เรือ MV Hondius นอกชายฝั่งเคปเวิร์ด
  • ความเสี่ยง: ต่ำสำหรับประชากรโลก แต่ปานกลางสำหรับผู้บนเรือ

WHO ประเมินความเสี่ยงต่อประชากรโลกอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการแพร่คนสู่คนเกิดยาก และไวรัสนี้ไม่ใช่สายพันธุ์ที่แพร่กระจายง่ายเหมือนโควิด-19 แต่ทางการเรือและประเทศใกล้เคียงได้เพิ่มมาตรการกักตัวและตรวจเชื้อทุกคนบนเรือเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาในการเดินทาง

แม้เหตุการณ์ WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ จะไม่น่ากลัวเท่าที่คิด แต่เราควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะนักเดินทางที่ชอบล่องเรือหรือสำรวจธรรมชาติ

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีหนูหรือมูลหนู เช่น กระท่อมร้างหรือห้องเก็บของ
  • ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 10% คลอรีน
  • สวมหน้ากากและถุงมือเมื่อทำความสะอาด
  • ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
  • หากมีอาการไข้หลังเดินทาง ติดต่อแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทาง

ประวัติศาสตร์การระบาดของไวรัสฮันตาเคยเกิดในสหรัฐอเมริกาปี 1993 ที่ Four Corners ทำให้เสียชีวิต 40% และในเกาหลีใต้ปี 2019 มีผู้ป่วยกว่า 100 ราย แต่การควบคุมได้ดีเพราะรู้จักโรคดีแล้ว

มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคซูโอนอติก (zoonoses) ที่มาจากสัตว์ แม้ WHO จะบอกความเสี่ยงต่ำ แต่ในยุคที่คนเดินทางมากขึ้น โรคเหล่านี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อม

เรียกร้องให้ดำเนินการ (CTA): หากคุณกำลังวางแผนทริปล่องเรือหรือท่องเที่ยว อย่าลืมตรวจสอบข่าวสุขภาพล่าสุดจาก WHO และแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อความปลอดภัยร่วมกัน ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวสุขภาพและการเดินทางเพิ่มเติม!

ที่มา – WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ

บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสง GPT วินาศกรรม

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวสุดช็อกที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสฮอตเลยทีเดียว นั่นคือ บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม ครับ ผมว่ามันน่าตกใจมาก เพราะไม่ใช่แค่เจออาวุธเพียบ แต่ยังมีหลักฐานการวางแผนร้ายด้วย AI สุดล้ำอย่าง ChatGPT อีก!

บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม

เรื่องเริ่มต้นจากวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ตำรวจชลบุรี นำโดย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้การจังหวัดชลบุรี ร่วมกับทีมสืบสวน ตม.3 และ สภ.นาจอมเทียน สภ.ห้วยใหญ่ ได้บุกเข้าไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สาเหตุมาจากรถเก๋งของชายชาวจีนคันหนึ่งพลิกคว่ำบริเวณนาจอมเทียน

ผู้ขับคือ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน มีบัตรประจำตัวสีชมพู และมีผู้หญิงสัญชาติไต้หวันอายุ 33 ปี อยู่ด้วย เมื่อตรวจรถพบอาวุธสงคราม ตำรวจเลยสอบสวนและตามไปค้นบ้านทันที พอเปิดประตูเข้าไป ทุกคนตะลึง! เจอคลังแสงขนาดย่อมแบบเต็มๆ ครับ

อาวุธที่พบในบ้านหนุ่มจีนรายนี้

สิ่งที่เจ้าหน้าที่เจอมีเพียบเลย ลิสต์ให้ดูชัดๆ นะครับ:

  • ระเบิด C4 จำนวน 4 ก้อน ก้อนละ 2 ปอนด์ (ราว 1 กก.) พลังทำลายล้างสูงในรัศมีหลายร้อยเมตร
  • ปืน M4 สงคราม 2 กระบอก
  • กระสุน 5.56 มม. หลายสิบนัด รวม M193 จากโรงงานกระสุนทบ.
  • ระเบิดมือสังหาร K75 ดัดแปลง 1 ลูก
  • ระเบิด M4 และระเบิดกับดักแบบฝักข้าวโพด 4 ลูก
  • เชื้อปะทุระเบิด 3 อัน
  • ดินระเบิด C4 อีกหลายชิ้น รวม 10 ลูกระเบิดมือ
  • ตัวจุดชนวนรีโมท

น่ากลัวกว่านั้น เจอเสื้อเกราะกันกระสุนที่ติดตั้ง C4 ไว้ด้านใน พร้อมระบบพร้อมใช้งาน คล้าย “ระเบิดพลีชีพ” สุดๆ จนต้องอพยพชาวบ้านรอบๆ 100 เมตร และเรียก EOD มาดูแลทันที!

หลักฐานสุดสะพรึงจากมือถือ: แชต GPT และคลิปฝึกซ้อม

ในโทรศัพท์ของนายหมิงเฉิน พบแชตกับ ChatGPT ถามถึง แนวทางก่อวินาศกรรม ในสถานที่สำคัญ อานุภาพ C4 ทำลายล้างยังไง รวมถึงคลิปวิดีโอฝึกยิงปืนและปาระเบิดกับทหารกัมพูชาที่ค่ายรบพิเศษ 911 หรือ BHQ ค่ายฝึกองครักษ์ฮุนเซน นอกจากนี้ยังมีกับดักระเบิด ลวดขึงโยงสลักระเบิดใกล้ถังน้ำมัน 20 ลิตร 4 ถัง เหมือนในหนังแอ็กชั่นเลยครับ

นายหมิงเฉินให้การว่า เดิมเปิดร้านสุรากัมพูชา ย้ายมาประเทศไทยเพราะปัญหาชายแดน อาวุธซื้อจากกลุ่ม LINE ในจังหวัดระยอง หวังใช้ระเบิดพลีชีพเพราะซึมเศร้า แต่หลักฐานชี้ชัดว่ามีแผนร้ายจริงๆ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.ชลบุรี ลงพื้นที่ควบคุมเอง กั้นพื้นที่รอพิสูจน์หลักฐาน

เรื่องนี้ทำให้เราต้องคิดถึงความมั่นคงของประเทศนะครับ ชาวต่างชาติต้องตรวจสอบให้ดี AI อย่าง GPT ก็ถูกใช้ในทางมิชอบได้ ดีที่ตำรวจชลบุรีทำงานเร็ว จับได้ทันก่อนเกิดหายนะใหญ่หลวง โชคดีจริงๆ!

เพื่อนๆ คิดยังไงกับเหตุการณ์นี้ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ ถ้าชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพจด้วยนะ จะได้อัปเดตข่าวร้อนๆ แบบนี้ต่อไป!

ที่มา – บุกค้นบ้านหนุ่มจีนรถคว่ำ เจอคลังแสงขนาดย่อม พบแชต GPT ปรึกษาแนวทางก่อวินาศกรรม

“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่

“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เป็นข่าวที่สร้างความสนใจในวงการข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะในคาบสมุทรเกาหลีที่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด ล่าสุดสื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า ผู้นำสูงสุดเดินทางไปดูความคืบหน้าของอาวุธหนักตัวนี้ ซึ่งมีพลังทำลายล้างสูงและพร้อมประจำการเร็วๆ นี้

“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่

ตามรายงานจากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 คิม จองอึน ได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธสำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่ปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 155 มิลลิเมตรรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอาวุธที่เกาหลีเหนือพัฒนาขึ้นเพื่อเสริมแกร่งแนวป้องกันชายแดนกับเกาหลีใต้ ปืนใหญ่รุ่นนี้มีพิสัยยิงไกลกว่า 60 กิโลเมตร สามารถครอบคลุมถึงกรุงโซลได้อย่างสบายๆ ทำให้เป็นภัยคุกคามที่ต้องจับตา

ในระหว่างการตรวจเยี่ยม “คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ นั้น ผู้นำเกาหลีเหนือได้แสดงความพึงพอใจกับความคืบหน้า และสั่งการให้เร่งผลิตเพื่อส่งมอบให้หน่วยปืนใหญ่พิสัยไกลบริเวณชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 กองพันภายในปีนี้ การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายยกระดับศักยภาพกลาโหมแบบก้าวกระโดดในปี 2569 โดยคิม จองอึน ย้ำว่าต้องสร้างความสำเร็จทุกวันเพื่อความมั่นคงของชาติ

สเปกเด็ดของปืนใหญ่อัตตาจร 155 มม. รุ่นใหม่

ปืนใหญ่อัตตาจรรุ่นใหม่นี้ไม่ใช่แค่อาวุธธรรมดา แต่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ลอง来看รายละเอียดกัน:

  • พิสัยยิง: เกิน 60 กม. ครอบคลุมเป้าหมายสำคัญในเกาหลีใต้
  • ขนาดกระสุน: 155 มม. มาตรฐานนาโต้ ทำให้หาซื้อวัตถุดิบได้ง่าย
  • ระบบอัตตาจร: เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ปรับตำแหน่งยิงได้ทันที
  • กำลังผลิต: พร้อมส่งหน่วยชายแดน 3 กองพันปีนี้

เทียบกับปืนใหญ่เก่าๆ ของเกาหลีเหนือที่ยิงไกลแค่ 40-50 กม. รุ่นนี้ก้าวหน้ากว่ามาก ถือเป็นการอัพเกรดที่ตอบโต้การซ้อมรบของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

บริบทความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ข่าว “คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุ เกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบร่วม ‘ฟรีดอม ชีลด์’ ของสหรัฐฯ-เกาหลีใต้เป็นการซ้อมบุก จึงต้องเสริมแกร่งปืนใหญ่ซึ่งเป็นจุดแข็งดั้งเดิมของกองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ (KPA) ที่มีมากกว่า 10,000 กระบอกอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) และนิวเคลียร์บ่อยครั้ง สร้างความกังวลให้ชาติตะวันตก การพัฒนาปืนใหญ่นี้จึงเป็นกลยุทธ์ ‘asymmetric warfare’ ที่ใช้ทุนน้อยแต่ได้ผลสูง โดยเฉพาะกับโซลที่อยู่ห่างชายแดนแค่ 50 กม.

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากติดตั้งจริง จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกาหลีใต้ต้องลงทุนระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่ม เช่น THAAD หรือ Patriot ทำให้เกิดอาวุธแข่งขันแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออก

การที่คิม จองอึน เร่งผลิตอาวุธหนักแบบนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนถึงความมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย ท่ามกลางแรงกดดันจาก UN sanctions และการเจรจาหยุดยิงที่ไร้ผล ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ก็ตอบโต้ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทางทะเลและอากาศ

สำหรับคนไทยที่สนใจ geopolitics ข่าวนี้เตือนใจถึงความสำคัญของความสมดุลอำนาจในเอเชีย การพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือไม่เพียงกระทบเพื่อนบ้าน แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพโลก

ในมุมมองผู้เขียน การเสริมกำลังทหารของเกาหลีเหนว่านี้เป็นกลไกป้องกันตัวเอง แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามได้ง่าย คุณคิดว่าปีนี้คาบสมุทรเกาหลีจะสงบหรือยิ่งรุนแรง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด!

ที่มา – “คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เตรียมติดตั้งประจำการชายแดนเกาหลีใต้ภายในปีนี้

พบร่างนักเดินป่าในอุทยานกลาเซีย ถูกหมีทำร้าย

ข่าวร้ายสะเทือนใจสำหรับนักเดินป่ารอบโลก เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาพบร่างของนักเดินป่าวัย 33 ปี ใน อุทยานแห่งชาติกลาเซีย รัฐมอนแทนา ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา คาดว่าถูกหมีโจมตีจนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราระวังตัวมากขึ้นเมื่อผจญภัยในป่าใหญ่ครับ

พบร่างนักเดินป่าในอุทยานกลาเซีย ถูกหมีทำร้าย

ทีมค้นหาและกู้ภัยใช้ความพยายามอย่างหนัก กว่าจะพบร่างของ แอนโทนี พอลลิโอ (Anthony Pollio) จากเมืองฟอร์ท ลอเดอร์เดล รัฐฟลอริดา ในพื้นที่ป่าทึบของอุทยาน บาดแผลบนร่างกายสอดคล้องกับการถูกหมีรุนแรงโจมตี โดยเฉพาะหมีกริซลี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องดุร้ายในพื้นที่นี้ หลังจากนั้น หน่วยงานอุทยานประกาศปิดเส้นทางเดินป่าทันที เพื่อปกป้องนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ

อุทยานแห่งชาติกลาเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Bear Country” มีประชากรหมีจำนวนมหาศาล ทั้งหมีกริซลี่สีน้ำตาลและหมีดำ ที่อาศัยอยู่ในป่าเขียวชะอุ่มและภูเขาหิมะ แม้จะสวยงามน่าหลงใหล แต่ก็ซ่อนความอันตรายไว้เพียบ เหตุการณ์ พบร่างนักเดินป่าในอุทยานกลาเซีย ถูกหมีทำร้าย ครั้งนี้ ทำให้หลายคนชะงักคิด

ประวัติศาสตร์การโจมตีของหมีในอุทยานกลาเซีย

ข้อมูลจากหน่วยงานอุทยานแห่งชาติชี้ว่า เหตุหมีทำร้ายมนุษย์ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2024 (ไม่ใช่ 2025 ตามบางแหล่ง) และครั้งที่เสียชีวิตก่อนหน้านั้นคือปี 1998 ที่ Two Medicine Valley ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หมีเริ่มกล้าเข้าใกล้มนุษย์มากขึ้น เพราะแคมป์และอาหารมนุษย์กลายเป็นแหล่งล่อใจง่ายๆ

นอกจากนี้ ผลการศึกษาจาก Journal of Wildlife Management ระหว่างปี 1900-2009 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากหมีดำในอเมริกาเหนือเพียง 63 รายเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี แต่ทุกครั้งที่เกิดก็สร้างความสะเทือนใจเสมอ

และล่าสุด ยังมีเหตุหมีโจมตีในอุทยานเยลโลวสโตนใกล้เคียง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยว 2 รายบาดเจ็บ อุทยานนี้ครอบคลุมรัฐไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ เหตุการณ์เหล่านี้บ่งชี้ว่าปีนี้หมีคึกคักเป็นพิเศษ

เคล็ดลับความปลอดภัยป้องกันหมีสำหรับนักเดินป่า

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย หน่วยงานแนะนำให้นักเดินป่าทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม นี่คือคำแนะนำสำคัญ:

  • พกสเปรย์หมี (Bear Spray) เสมอ และฝึกใช้ให้คล่อง ระยะห่าง 3-5 เมตร
  • เก็บอาหารและขยะให้มิดชิด ใช้ Bear Bag หรือกล่องกันหมี แขวนสูงจากพื้น
  • เดินเป็นกลุ่ม ไม่เดินคนเดียว โดยเฉพาะยามเช้าหรือเย็นที่หมีออกหากิน
  • ทำเสียงดังขณะเดิน เช่น พูดคุยหรือตะโกน เพื่อเตือนหมีให้หลีกทาง
  • ถ้าหมีโผล่ อย่าวิ่ง! ยืนนิ่ง โบกแขน และใช้สเปรย์ หากถูกโจมตี ให้นอนตีตัวทำท่าเป็นศพ (สำหรับหมีดำ) หรือต่อสู้ (หมีกริซลี่)

การศึกษาพบว่าสเปรย์หมีช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 90% ถ้าคุณวางแผนไปเดินป่าใน Bear Country ลองศึกษาคู่มือจาก National Park Service ก่อนนะครับ

เหตุการณ์พบร่างนักเดินป่าในอุทยานกลาเซีย ถูกหมีทำร้าย ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ธรรมชาติสวยงามแต่ไม่อาจประมาทได้ ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่านักเดินป่าทุกคนควรลงทุนในอุปกรณ์ความปลอดภัย และเคารพพื้นที่ของสัตว์ป่า ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินป่าในอเมริกา หรือเคล็ดลับป้องกันหมี แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ มาก!

ที่มา – พบร่างนักเดินป่าหายตัวในอุทยานแห่งชาติกลาเซีย รัฐมอนแทนา ถูกหมีทำร้ายจนเสียชีวิต

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 ดีเซล เบนซิน แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามี อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 ดีเซล เบนซิน แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร มาให้เช็คกันแบบเรียลไทม์เลยนะ หลังจากที่ กบน. (คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน) ประกาศลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 0.85 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่ 05.00 น. ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันวันนี้ถูกลงนิดนึง ดีใจแทนพี่ๆ นักขับรถทั้งหลายเลย

ราคาน้ำมันปรับขึ้นลงตามราคาน้ำมันดิบโลก สงครามการค้า และค่าเงินบาท แต่ครั้งนี้ลดลง ถือเป็นข่าวดี! เรารวบรวมราคาล่าสุดจากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ มาให้ดูแบบครบถ้วน ลิตรละกี่บาท เช็คเลยครับ จะได้วางแผนเติมน้ำมันได้ถูกปั๊มถูกที่

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 ดีเซล เบนซิน แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันบางจาก 9 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 39.95 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ปตท. 9 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 39.95 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน เชลล์ 9 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 39.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน พีที 9 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.08 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ซัสโก้ 9 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 32.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน คาลเท็กซ์ 9 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 55.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 39.95 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 61.25 บาท/ลิตร

สรุปแล้ว ดีเซล B20 ทุกปั๊มอยู่ที่ 32.95 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ราว 42.45 บาท แต่พรีเมียมดีเซลบางตัวยังแพงอยู่ 61.25 บาท ราคานี้อาจต่างกันตามท้องที่เพราะภาษีบำรุงท้องถิ่นนะครับ

เคล็ดลับประหยัด: เลือก E20 หรือ B20 ถ้ารถรองรับ จะถูกกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลองเช็คโปรโมชั่นปั๊มใกล้บ้านด้วย ติดตาม อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 ดีเซล เบนซิน แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร กับเราต่อไป จะได้ไม่พลาด!

คุณคิดว่าราคาน้ำมันจะลงต่อไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 ดีเซล เบนซิน แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร