วัน: 12 พฤษภาคม 2026

40 ปีเพลย์ออฟ EFL: ความทรงจำสุดประทับใจ

40 ปีเพลย์ออฟ EFL – เลือกความทรงจำโปรดของคุณ

ในวาระครบรอบ 40 ปีเพลย์ออฟ EFL มีเรื่องราวให้ย้อนนึกเพียบ!

ตลอด 40 ปีนี้ มีทีมลงแข่งถึง 105 ทีม ยิงประตูรวม 1,468 ลูก ก่อนฤดูกาลนี้จะเริ่ม และดราม่ามีให้เห็นตลอดทาง

คุณล่ะ จำช่วงเวลาสุดมันส์ในเพลย์ออฟท้ายฤดูกาลได้บ้างไหม?

BBC Sport รวบรวม 15 ช่วงเวลาที่กำหนดรูปแบบเพลย์ออฟ EFL มาให้ แล้วคุณเลือก 3 อันโปรดได้เลย แชร์ในคอมเมนต์ รวมถึงเรื่องที่เราไม่เอามาด้วยนะ

โพลเปิดถึง 12:00 BST วันจันทร์ที่ 18 พ.ค.

ชาร์ลตันไร้บ้านชนะลีดส์ในนัดรีเพลย์

ลองนึกภาพเพลย์ออฟไฟนอลที่ตัดสินไม่ใช่ 90 นาที ไม่ใช่ 180 แต่ 300 นาทีเลย!

ปี 1987 ชาร์ลตันที่ยืมสนามคริสตัล พาเลซ อยู่ จบอันดับ 4 จากท้ายตารางดิวิชั่น 1 พบลีดส์อันดับ 4 ดิวิชั่น 2 ชิงตั๋วลีกสูงสุด

จิม เมลโรส ที่เคยเล่นให้ลีดส์ ยิงให้แอดดิกส์นำ 1-0 ในเลกเหย้าที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค แต่แค่วันรุ่งขึ้น เบรนดอน ออร์มสลีย์ ยิงให้ลีดส์นำเลกสองที่เอลแลนด์ โรด

ต้องรีเพลย์ที่สนามกลาง สแตนดาร์ดส์ ของเบอร์มิงแฮม 4 วันต่อมา จบ 0-0 เล่นต่อเวลาพิเศษ จอห์น เชอริแดน นำให้ไวท์ส์ แต่ปีเตอร์ เชิร์ตลิฟฟ์ ยิง 2 ลูกนาที 113 และ 117 ช่วยชาร์ลตันอยู่รอดในลีกท็อป

สวินดอนพลิกผันจากตกชั้นสู่การไถ่บาป

ทีมเพลย์ออฟ EFL ที่ดราม่าที่สุดต้องยกสวินดอน ทาวน์

แพ้จุดโทษ 6-5 ให้พอร์ต เวล ในรอบรอง 2022 และเสมอ 5-5 เลกสองกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2015 ยังติดใจแฟนๆ

แต่ยุค 90s คือตำนาน จบที่ 4 ลีกรอง สะบัดแบล็คเบิร์นในรองชิงเวมบลีย์ พบซันเดอร์แลนด์

สวินดอนโดนสอบสวนการเงิน แต่หลังชนะ 1-0 จากลูกยิงอลัน แม็คล็อฟลิน คิดว่าขึ้นลีกท็อปครั้งแรก แต่โดนลงโทษตก 2 ลีก เหลือ 1 ลีก ซันเดอร์แลนด์ขึ้นแทน

3 ปีถัดมา กลับเวมบลีย์ นำ 3-0 เลสเตอร์พลิก 3 ลูก แต่พอล โบดิน ซัดจุดโทษนาที 84 ไถ่บาปสำเร็จ (แต่ 6 เดือนถัดมา พลาดจุดโทษเวิลส์ในคัดบอลโลก)

40 ปีเพลย์ออฟ EFL: โบลตันพลิกชนะไฟนอลสุดคลาสสิก

รางวัลคือพรีเมียร์ลีก โบลตันพบรีดิงเวมบลีย์ 1995

รีดิงนำ 2-0 ใน 12 นาที แต่โบลตันไล่ โอเว่น คอยล์ยิงนาที 75 ฟาเบียน เดอ เฟรตัส เสมอนาที 86 เล่นต่อ มิกซู พาตาไลเน่นนำต่อ เดอ เฟรตัสยิงลูกสอง จิมมี่ ควินน์ปลอบใจรีดิง

โบลตันตกชั้นทันที รีดิงรอถึง 2006

คลาริดจ์ฮีโร่เลสเตอร์ในนาทีบาป

ยุค 90s เวมบลีย์คือบ้านหลังที่สองของเลสเตอร์ 4 เพลย์ออฟ+2 ลีกคัพ

1996 หวังกลับพรีเมียร์ พบพาเลซ นำเร็วจากแอนดี้ ร็อบертส์ เลสเตอร์ไล่จุดโทษการ์รี่ พาร์กเกอร์นาที 76

ส่งเซลจ์โก คาลัชนายด่านยักษ์ แต่สตีฟ คลาริดจ์ ยิง 20 หลา 20 วินาทีหลังเข้า ชนะเลย!

ไฟนอลเพลย์ออฟที่ดีที่สุด?

แฟนชาร์ลตันจำได้หมด 25 พ.ค. 1998 ชนะซันเดอร์แลนด์ดราม่า

คลิฟ เมนดอนก้ายิงแฮตทริก รูฟัสยิงต่อเวลา นิกกี้ ซัมเมอร์บี้นำ 4-3 แต่เมนดอนก้าพลิก จุดโทษชอน นิวตันนำ ซาซ่า อิลิชเซฟไมเคิล เกรย์

ซันเดอร์แลนด์ขึ้นปีถัดไป 105 แต้ม

แมนฯ ซิตี้หัวใจสลายกิลลิงแฮม

1999 ซิตี้จากลีก 3 พลิกวิกาน รองชิงกิลลิงแฮม กิลส์นำ 2 ลูกท้าย แต่เควิน ฮอร์ล็อค+พอล ดิคอฟพลิก จุดโทษนิกกี้ วีเวอร์เซฟ 2 ขึ้นลีก 2

เยโอวิลฟันนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์

2007 รองลีก 1 เยโอวิลพลิก 2-0 เป็น 5-4 หลังฟอเรสต์แดง เดวิด พรัตตัน

วินดาสพาหลต้าเมืองขึ้นพรีเมียร์

2008 ดิน วินดาสวอลเล่ย่าบริสตอล ซิตี้ เปลี่ยนประวัติศาสตร์เมืองใหญ่สุดที่ไร้พรีเมียร์

แบล็คพูลขึ้นแบบเซอร์ไพรส์

2010 พลิกคาร์ดิฟ 3-2 หลังตามหลัง 2 ครั้ง

สมิธช็อตจุดโทษให้ฮัดเดอร์สฟิลด์

2012 ลีก 1 ไฟนอล เซฟ 2 +ยิงเอง ชนะเชฟยู 8-7

ดินนี่ย์สวนกลับเลสเตอร์

2013 รองแชมป์ 20 วินาทีหลังเซฟจุดโทษ ซัดตีไข่!

ซามอร่าช่วยคิวพีอาร์ท้ายเกม

2014 เหลือ 1 นาที ซัดเดอร์บี้หลังโดนแดง

ดาร์บี้ชนะลีดส์หลังสไปเกต

2019 แจ็ค มาร์ริออตฮีโร่ หลังบีเอลซ่าลอบส่องซ้อม

เชฟเวดส์เดย์ปาฏิหาริย์ฮิลส์บะโระ

2023 พลิก 0-4 เป็น 5-4 พีเทอร์บะโระ จุดโทษชนะ

วัตสันปิดทองหลังฝ่า

ฤดูกาลก่อน ซันเดอร์แลนด์ไฟนอล ยิงนาที 95+5 ชนะเชฟยู

นี่คือไฮไลท์จาก 40 ปีเพลย์ออฟ EFL ที่สุดดราม่า คุณชอบอันไหนที่สุด? แชร์ความทรงจำเพลย์ออฟโปรดในคอมเมนต์เลย สนุกแน่!

  • ชาร์ลตัน
  • สวินดอน
  • เลสเตอร์
  • อื่นๆ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่ ทำที่พักกงสุลใหญ่ใหม่

ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่ ทำที่พักกงสุลใหญ่ใหม่ ถือเป็นข่าวดีที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ที่แน่นแฟ้นยาวนานกว่า 190 ปี การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่เท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของภาคเหนือของไทยอีกด้วย

ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่ ทำที่พักกงสุลใหญ่ใหม่

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติเห็นชอบให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดซื้อบ้านพร้อมที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นบ้านพักกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ แห่งใหม่ ตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ ข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะสะท้อนถึงการขยายบทบาททางการทูตในพื้นที่ยุทธศาสตร์

รายละเอียดที่ดินและคฤหาสน์ที่ซื้อ

ที่ดินและอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่รวม 1 ไร่ 87.6 ตารางวา ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยสูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 725 ตารางเมตร หลังจากมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีความเหมาะสมสูง พร้อมระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสำหรับบุคคลระดับกงสุลใหญ่ ที่สำคัญ ที่ดินผืนนี้ไม่มีภาระจำนองหรือพันธะผูกพันใดๆ ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น

หลักเกณฑ์การพิจารณาของครม.

การอนุมัติครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบของครม. ที่กำหนดไว้ว่ารัฐบาลต่างประเทศที่ถือครองที่ดินในไทยเกิน 15 ไร่ หากต้องการซื้อเพิ่มต้องเสนอครม. พิจารณาเป็นรายกรณี รัฐบาลสหรัฐฯ มีการถือครองที่ดินเดิมเกินเกณฑ์นี้แล้ว จึงต้องผ่านกระบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้รับยกเว้นภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่เคยตกลงไว้ ทำให้กระบวนการรวดเร็วและประหยัดต้นทุน

ความสำคัญของการตัดสินใจ ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่

ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่ ทำที่พักกงสุลใหญ่ใหม่ มีความหมายลึกซึ้งกว่าการจัดหาที่พัก มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหรัฐฯ ที่ยาวนานกว่า 190 ปี เชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและความมั่นคงภาคเหนือตอนบน จะได้รับประโยชน์จากการมีที่พักกงสุลใหญ่ที่ทันสมัย ช่วยเสริมภารกิจกงสุล การดูแลพลเมืองอเมริกัน และขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค

  • เสริมความมั่นคง: ที่พักใหม่มีระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากล
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: ดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ มากขึ้น
  • ยกระดับภาพลักษณ์: แสดงถึงความไว้วางใจจากมหาอำนาจชั้นนำ
  • สนับสนุนการทูต: อำนวยความสะดวกในการเจรจาและกิจกรรมทวิภาคี

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการทูตในเชียงใหม่ยังช่วยเชื่อมโยงกับโครงการความร่วมมืออื่นๆ เช่น การค้า การศึกษา และการท่องเที่ยว ที่ไทยและสหรัฐฯ ร่วมกันขับเคลื่อน

ผลกระทบต่อจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ

เชียงใหม่จะกลายเป็นฐานที่มั่นของการทูตสหรัฐฯ ในภูมิภาค ลดภาระการเดินทางจากกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ การเพิ่มการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การลงทุนในธุรกิจไอทีและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักเรียนและบุคลากร ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ในระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจของครม. ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ดิน แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของความมั่นคงและเศรษฐกิจไทย

CTA: หากคุณสนใจข่าวการเมืองและการทูต ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้!

ที่มา – ครม. ไฟเขียวสหรัฐฯ ซื้อคฤหาสน์เชียงใหม่ ทำที่พักกงสุลใหญ่ใหม่

พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศปกติ

ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังพักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศรอบบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ท่านเดินทางกลับจากการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 ตามต้นฉบับที่อาจพิมพ์ผิด) ทำให้หลายคนสนใจติดตามพัฒนาการหลังได้รับการพักโทษ

พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า

ผู้สื่อข่าวที่เฝ้าติดตามรายงานว่าบริเวณหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ มีความสงบเรียบร้อย ไม่มีการคุมเข้มแบบพิเศษ มีเพียงกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราตามปกติ นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตหลังพักโทษเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว สำหรับนายทักษิณที่เพิ่งพ้นโทษจากคดีต่างๆ และได้รับการพักโทษเนื่องจากอายุเกิน 70 ปี ตามกฎหมายไทย

บรรยากาศหลังทักษิณกลับจากตรวจสุขภาพ

เวลา 14.00 น. รถยนต์ Mercedes-Maybach สีดำ ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถส่วนตัวของนายทักษิณ ได้แล่นเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยมีรถผู้ติดตามประกบตามหลัง รถคันนี้หรูหรา สะท้อนถึงสถานะของเจ้าของ ทักษิณไม่ได้เปิดกระจกทักทายสื่อที่รออยู่หน้าประตู ทำให้ไม่ทราบว่ามีใครร่วมรถมาด้วยหรือไม่ แต่ภาพรวมคือความเป็นส่วนตัวสูงมาก

นับตั้งแต่เช้าจรดบ่าย ไม่มีนักการเมืองหรือผู้สนับสนุนคนไหนมาเยี่ยมให้กำลังใจที่บ้านเลย สิ่งนี้แตกต่างจากวันแรกๆ ที่อาจคึกคักกว่า แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีดราม่าหรือเหตุการณ์วุ่นวาย หลังตรวจสุขภาพเสร็จ ก็ยังไม่มีข้อมูลว่านายทักษิณมีนัดหมายหรือภารกิจอื่นๆ ต่อ

ความสำคัญของบ้านจันทร์ส่องหล้าในประวัติศาสตร์การเมือง

บ้านจันทร์ส่องหล้าไม่ใช่แค่บ้านพักธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของตระกูลชินวัตร มันเคยเป็นที่รวมตัวของนักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยนายกฯ ทักษิณจนถึงปัจจุบัน หลังพักโทษ การกลับมาที่นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตท่าน

  • การรักษาความปลอดภัย: ใช้กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่มืออาชีพ
  • รถส่วนตัว: Mercedes-Maybach ทะเบียน พท 4444 สีดำหรูหรา
  • ไม่มีผู้มาเยี่ยม: บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีนักการเมือง
  • ตรวจสุขภาพ: ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ใกล้บ้าน

สถานการณ์

จากมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของระบบยุติธรรมไทย และชีวิตหลังโทษของผู้นำการเมืองที่เคยทรงอิทธิพล บรรยากาศปกติช่วยลดความตึงเครียดในสังคมได้ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามบล็อกนี้ต่อไปเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

คุณคิดว่าทักษิณจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคต? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – พักโทษวันที่ 2 บ้านจันทร์ส่องหล้า บรรยากาศปกติ หลัง “ทักษิณ” กลับจากตรวจสุขภาพ

รัฐบาลเผย! นายกฯ ตั้ง คกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นแบบนี้ หลายบ้านหลายครอบครัวคงกำลังปวดหัวกับใบเสร็จค่าไฟที่แพงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้มีข่าวดีจากรัฐบาลที่ นายกฯ ตั้ง คกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องค่าพร้อมจ่าย (Availability Payment) ให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักเลยครับ

นายกฯ ตั้ง คกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ

ตามที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาราคาไฟฟ้าในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะต้นทุนจากสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือค่าพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงาน (EP) ที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงาน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ทันที โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธาน สมาชิกมีหลายหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม เพื่อให้การศึกษารอบด้านและโปร่งใส

สมาชิกคณะกรรมการชุดนี้มีใครบ้าง

  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงมหาดไทย
  • อัยการสูงสุด
  • เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)
  • เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
  • ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  • ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA)
  • ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
  • ผู้แทนภาคประชาชน

คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักคือศึกษาความไม่สอดคล้องของสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนทั้งในส่วนค่าพร้อมจ่ายและค่าพลังงาน รวมถึงเสนอนโยบายแก้ไขที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่เพิ่มภาระให้ประชาชนมากเกินไป

ค่าพร้อมจ่าย (AP) คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหา

ค่าพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment คือเงินที่รัฐจ่ายให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน แม้โรงไฟฟ้าจะยังไม่ผลิตไฟฟ้าเต็มกำลัง แต่พร้อมผลิตได้ทุกเมื่อ เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แต่ในทางปฏิบัติ มันกลายเป็นต้นทุนสูงที่ส่งผลให้ค่าไฟของเรแพงขึ้น โดยเฉพาะช่วงน้ำมันและก๊าซแพงจากวิกฤตโลก ค่า EP ก็พุ่งตาม ทำให้ประชาชนและธุรกิจเดือดร้อน

รัฐบาลเข้าใจดีว่า ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลักของครัวเรือนและโรงงาน การแก้ปัญหาต้องไม่ใช่แค่ตัดราคาเฉพาะหน้า แต่ต้องดูรอบด้าน เช่น ความมั่นคงพลังงาน การลงทุนระยะยาว และแรงจูงใจของเอกชนในการพัฒนาระบบไฟฟ้าไทยต่อไป

น.ส.รัชดา เน้นย้ำว่า “ใช้วิกฤตพลังงานเป็นโอกาสทบทวนโครงสร้างค่าไฟให้เป็นธรรม” ประชาชนต้องได้รับการดูแล ขณะที่ผู้ประกอบการที่ทำตามกฎต้องอยู่ได้และมีแรงจูงใจลงทุน

ในมุมมองของผม การที่ดึงผู้แทนประชาชนและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคร่วมด้วย แสดงถึงความโปร่งใสและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ หวังว่าผลศึกษาจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างค่าไฟที่ถูกลง ลดภาระประชาชน โดยไม่กระทบความมั่นคงพลังงาน

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาค่าไฟแพง หรือมีไอเดียแก้ไข ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น!

ที่มา – รัฐบาลเผย นายกฯ ตั้ง คกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าพร้อมจ่าย ยึดประโยชน์ประชาชน

ครม. อนุมัติงบ 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 12 พฤษภาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติงบประมาณกลางจำนวน 452 ล้านบาท เพื่อ ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของรัฐบาลต่อบุคลากรทางทหารที่เสี่ยงภัยเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมครม. ว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ถูกอนุมัติให้กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ รวมวงเงิน 452,350,000 บาท ตามข้อเสนอของกระทรวงกลาโหม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยากำลังพล 91 นายที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

รายละเอียดกำลังพลที่ได้รับการเยียวยา

กำลังพลทั้ง 91 นาย มาจากหน่วยงานหลัก 3 หน่วย ได้แก่

  • กองบัญชาการกองทัพไทย
  • กองทัพบก
  • กองทัพเรือ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวมานาน เนื่องจากข้อพิพาทด้านเขตแดน โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง แม้ไทยและกัมพูชาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แต่การปฏิบัติหน้าที่ของทหารยังคงมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากสภาพภูมิประเทศที่ขรุขระ ฝนตกหนัก หรือแม้กระทั่งการเผชิญหน้ากับฝั่งตรงข้าม

งบประมาณจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ในการรักษาพยาบาล สนับสนุนการฟื้นฟูสุขภาพจิต การชดเชยความสูญเสีย และการปรับปรุงสวัสดิการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนวณจากความรุนแรงของอาการบาดเจ็บและผลกระทบที่เกิดขึ้น คาดว่าจะช่วยให้กำลังพลเหล่านี้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความสำคัญของการเยียวยาจากครม.

การที่ ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นตัวอย่างของการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความต้องการของฝ่ายความมั่นคง ทหารไทยทำหน้าที่ปกป้องชาติอย่างกล้าหาญ แต่พวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่ต้องการการดูแลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน งบประมาณนี้ไม่เพียงช่วยเหลือบุคคล แต่ยังเสริมขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลทั้งกองทัพในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ในอดีต มีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันหลายครั้ง เช่น การปะทะที่ปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2551-2554 ซึ่งทำให้มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้จัดสรรงบเยียวยาเช่นกัน การอนุมัติครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อนโยบายที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรทหาร นอกจากนี้ ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยแสดงให้กัมพูชาเห็นถึงความรับผิดชอบของไทยต่อกำลังพลของตน

กระทรวงกลาโหมยืนยันว่างบนี้จะถูกใช้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับผลกระทบ นอกจากการเยียวยาแล้ว ยังมีการวางแผนป้องกันเหตุซ้ำรอย เช่น การฝึกอบรมเพิ่มเติม การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ และการเจรจากับกัมพูชาในระดับทวิภาคี

สำหรับประชาชนชาวไทย การตัดสินใจของครม. ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคงชายแดน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชาติ โดยเฉพาะในยุคที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง การลงทุนในกำลังพลจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นก้าวแรกในการเยียวยา แต่เรายังต้องติดตามการใช้จ่ายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ไปถึงผู้ที่สมควรได้รับ ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงช่วยทหาร แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกให้เป็นชาติที่ใส่ใจบุคลากร

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? เชื่อว่าพอหรือไม่ หรือควรมีเพิ่มเติม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นทราบข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – ครม. อนุมัติงบกลาง 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย จากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

“พระคึกฤทธิ์” รับทราบข้อหา ยักยอกเงินวัด ทนายยื่นแย้ง ไม่ผิด ม.157

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการสงฆ์ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยนะครับ “พระคึกฤทธิ์” รับทราบข้อหา ยักยอกเงินวัด ทนายยื่นแย้ง ไม่ผิด ม.157 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของกองปราบปรามการทุจริต ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.147 และ ม.157 จากกรณีนำเงินวัดไปจ่ายโบนัสให้ลูกศิษย์ในช่วงปี 2555-2559

“พระคึกฤทธิ์” รับทราบข้อหา ยักยอกเงินวัด ทนายยื่นแย้ง ไม่ผิด ม.157

เช้าวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 08.30 น. พระคึกฤทธิ์มาพร้อมทีมทนายความ เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ตำรวจพบหลักฐานว่ามีการใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์ โดยจ่ายโบนัสหลักแสนบาทต่อคนให้ลูกศิษย์ 4 ราย ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท ทนายของวัดยืนยันว่าเป็นการจ่ายค่าตอบแทนที่สมควรสำหรับผู้ทำงานหนัก ไม่ใช่การยักยอก

หลังสอบสวนนาน 4 ชั่วโมง พระคึกฤทธิ์พิมพ์ลายนิ้วมือและเซ็นรับทราบข้อหา แต่ทีมทนายยื่นแย้งทันทีในประเด็นสำคัญคือ พระเจ้าอาวาสไม่ใช่ “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 กำหนดให้เจ้าพนักงานต้องเป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะอำเภอหรือเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสมีหน้าที่แค่บริหารวัดเท่านั้น จึงไม่เข้าข่ายผิด ม.157 ซึ่งเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทนายชี้แจงประเด็นกฎหมายและการจ่ายโบนัส

นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของพระคึกฤทธิ์ แถลงข่าวเวลา 11.00 น. ที่ บก.ปปป. ย้ำว่ากฎมหาเถรสมาคมเรื่องบัญชีวัดเพิ่งออกปี 2568 ไม่ย้อนหลังได้ ส่วนโบนัสที่จ่ายเป็นเงินชอบธรรม และพร้อมชี้แจงเส้นทางการเงินทุกบาททุกสตางค์ นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข่าวลือว่าพระคึกฤทธิ์เครียด บรรยากาศสอบสวนเป็นไปด้วยดี ตำรวจให้เกียรติในฐานะพระสงฆ์

เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อ ทีมทนายขอให้ตำรวจช่วยพาพระคึกฤทธิ์ออกทางลับ ลงลิฟต์ไปชั้น 3 แล้วเชื่อมไปอาคารจอดรถ อ้างกลัวภาพลักษณ์เสียหายและถูกตัดต่อในโซเชียล ทนายเชิญสื่อไปถามที่วัดได้ หากไม่เผชิญคู่กรณี และพร้อมดีเบตเรื่องกฎหมายสงฆ์ในรายการโหนกระแสกับนักเปรียญธรรม

  • ประเด็นยื่นแย้ง ม.157: เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าพนักงาน
  • โบนัสลูกศิษย์: สมควรสำหรับงานหนัก
  • กฎบัญชีวัด: ไม่ย้อนหลัง
  • หลีกเลี่ยงสื่อ: ป้องกันภาพลักษณ์

นอกจากนี้ ทนายยังเตรียมฟ้องกลุ่มบุคคลที่เผยแพร่เส้นทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลลูกศิษย์กว่า 30 คน ทำให้ถูกมองทุจริต ทั้งที่ชอบธรรม รวมถึงข่าวเท็จเรื่องใช้เงินคดีเยอรมนี 42 ล้านและค่าทนาย 20 ล้าน ซึ่งยื่นฟ้องหมิ่นประมาทแล้ว บางคดีศาลนัดไต่สวนกรกฎาคมนี้

เหตุการณ์ “พระคึกฤทธิ์” รับทราบข้อหา ยักยอกเงินวัด ทนายยื่นแย้ง ไม่ผิด ม.157 สะท้อนปัญหาการบริหารวัดและกฎหมายสงฆ์ที่อาจคลุมเครือ ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการคดี เพราะอาจกระทบภาพลักษณ์วัดดังและคณะสงฆ์ไทยทั้งระบบ ในมุมมองผม คดีนี้เน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบการเงินวัดให้โปร่งใส เพื่อป้องกันข้อครหาในอนาคต หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยครับ จะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองหลากหลายมากขึ้น

ที่มา – “พระคึกฤทธิ์” รับทราบข้อหา ยักยอกเงินวัด ทนายยื่นแย้ง ไม่ผิด ม.157

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม” เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรมมาได้ไม่นาน การตรวจสุขภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกสำคัญในการดูแลร่างกายหลังจากใช้ชีวิตในเรือนจำนาน 8 เดือน

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลพระราม 9 เวลาประมาณ 08.00 น. โดยมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ หรือคุณหญิงอ้อ, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือเอม ซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิด การตรวจสุขภาพครั้งนี้เป็นแบบส่วนตัวสุดๆ งดสื่อมวลชนเก็บภาพและทำข่าว เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่านายทักษิณตรวจร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้นการใช้เครื่องสแกน ซึ่งอาจเพราะกำไล EM ที่ต้องสวมใส่ตามเงื่อนไขพักโทษ โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงด้านการตรวจสุขภาพเช็กอัพครบวงจร ทำให้หลายคนมั่นใจในบริการที่นี่

เหตุผลเบื้องหลัง “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว

หลังจากพักโทษออกมา ร่างกายของอดีตนายกฯ ทักษิณ อาจต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวัย 74 ปี การตรวจสุขภาพประจำปีหรือเช็กอัพหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากในเรือนจำ เป็นเรื่องสำคัญเพื่อติดตามสุขภาพหัวใจ ความดันโลหิต และระบบต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ครอบครัวที่มากับแสดงถึงความห่วงใยที่อบอุ่น โดยคุณหญิงอ้อซึ่งเป็นภรรยา น้องอิ๊งค์และน้องเอมที่เป็นลูกสาวต่างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

  • เดินทางถึงโรงพยาบาลเวลา 08.00 น.
  • ตรวจร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้นสแกน
  • งดสื่อมวลชนบันทึกภาพ
  • เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดการความปลอดภัยอย่างดี
  • สื่อต้องรอด้านนอกเพราะฝนตก

เมื่อสื่อมวลชนเดินทางไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นั่งรอ แต่สุดท้ายต้องกลับไปรอด้านนอกเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการจัดการที่รัดกุมเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลสำคัญ

การตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 ไม่ใช่แค่เช็กอัพธรรมดา แต่เป็นการประเมินสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งรวมถึงการตรวจเลือด เอกซเรย์ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา สำหรับผู้ที่สนใจตรวจสุขภาพคล้ายกัน โรงพยาบาลนี้มีแพ็กเกจเช็กอัพที่เหมาะกับทุกวัย เริ่มต้นไม่แพงมาก

ข่าว “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม” ยังจุดประกายให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะหลังจากเผชิญสถานการณ์เครียด การพักโทษของทักษิณยังคงเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตรงข้าม

ในมุมมองของผู้เขียน การดูแลสุขภาพแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดี แสดงให้เห็นว่าครอบครัวคือกำลังใจหลัก หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลสำหรับเช็กอัพ ลองพิจารณารพ.พระราม 9 ดูครับ สะดวก ครบครัน และเป็นส่วนตัว ติดตามข่าวอัปเดตสุขภาพและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ทักษิณ” ตรวจสุขภาพที่ รพ.พระราม 9 แบบส่วนตัว มาพร้อม “คุณหญิงอ้อ-อิ๊งค์-เอม”

เศร้าใจ “ค่างแว่นถิ่นใต้” โดนไฟช็อตอัมพาต

เศร้าใจสุดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับค่างแว่นถิ่นใต้ตัวเต็มวัยเพศผู้ ซึ่งพลัดตกจากแนวสายไฟฟ้าแรงสูง หลังจากถูกไฟช็อตจนเป็นอัมพาตครึ่งท่อนช่วงขาหลัง ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ เรื่องนี้ถูกพบโดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เมื่อเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พร้อมกับเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดดังสนั่น

เจ้าหน้าที่รีบประสานงานกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโตนงาช้าง เพื่อนำตัวค่างแว่นถิ่นใต้ไปดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นและคนรักสัตว์ป่า เพราะค่างแว่นถิ่นใต้เป็นสัตว์หายากที่พบเห็นได้ยากในธรรมชาติแล้ว

ค่างแว่นถิ่นใต้ คือสัตว์ชนิดอะไร

ค่างแว่นถิ่นใต้ หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Trachypithecus obscurus จัดอยู่ในวงศ์ค่าง (Cercopithecidae) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ พบได้ในป่าเขตร้อนชื้นของภาคใต้ของประเทศไทย ลาว กัมพูชา และบางส่วนของมาเลเซีย

ลักษณะเด่นของค่างแว่นถิ่นใต้

จุดเด่นที่ทำให้ค่างแว่นถิ่นใต้มีชื่อเรียกนี้ก็คือ วงกลมสีขาวรอบดวงตาที่ดูคล้ายกับสวมแว่นตา ขนของตัวเต็มวัยมีสีเทาเข้ม ขนาดตัวยาวประมาณ 52-69 เซนติเมตร หางยาว 80-98 เซนติเมตร น้ำหนักตัวผู้ 7.8-9.5 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียเล็กกว่า ลูกค่างที่เพิ่งเกิดจะมีขนสีส้มหรือเหลืองทองสดใส ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อโตขึ้น

พฤติกรรมการอยู่อาศัย

คางแว่นถิ่นใต้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาด 10-50 ตัว นำโดยตัวเมียอาวุโส อาหารหลักคือใบไม้ ยอดอ่อน ผลไม้ และดอกไม้ มักอาศัยตามยอดไม้สูง จึงค่อนข้างระวังตัวและหลบภัยเก่ง แต่ในบางพื้นที่ที่ใกล้นักท่องเที่ยว ก็เริ่มคุ้นเคยกับมนุษย์มากขึ้น

บทบาทสำคัญของค่างแว่นถิ่นใต้ในระบบนิเวศ

นอกจากความน่ารักแล้ว ค่างแว่นถิ่นใต้ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช โดยกินผลไม้แล้วขับถ่ายเมล็ดออกมา ทำให้ป่าฟื้นตัวและสมบูรณ์แบบธรรมชาติ หากไม่มีสัตว์อย่างค่าง ป่าอาจเสื่อมโทรมได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม สถานะของค่างแว่นถิ่นใต้ถูกจัดโดย IUCN ให้อยู่ในข่ายเสี่ยงสูญพันธุ์ (Vulnerable) เนื่องจากภัยคุกคามหลายประการ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การล่าเพื่อเอาเนื้อและขน การค้าสัตว์ป่า และอุบัติเหตุจากโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์อย่างเสาไฟฟ้าและสายส่งไฟแรงสูง

สาเหตุและแนวทางป้องกันอุบัติเหตุไฟช็อตในสัตว์ป่า

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากค่างแว่นถิ่นใต้ที่กระโดดข้ามแนวสายไฟฟ้า แต่ถูกไฟช็อตจากแรงดันสูง ส่งผลให้หม้อแปลงระเบิดและตัวสัตว์บาดเจ็บสาหัส ปัญหานี้พบได้บ่อยในสัตว์เลื้อยคลานและนกด้วย

  • ติดตั้งฉนวนหุ้มสายไฟในพื้นที่ป่า
  • ฝังสายไฟฟ้าใต้ดินในบางจุด
  • สร้างทางเดินสำหรับสัตว์ป่า (wildlife corridors) เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางมนุษย์
  • รณรงค์ให้การไฟฟ้าตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้าง

การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าต้องอาศัยความรับผิดชอบจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐและเอกชนที่วางโครงสร้างพื้นฐาน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การพัฒนาของมนุษย์ไม่ควรถอยหลังให้สัตว์ป่า แต่ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน ลองคิดดูสิว่าถ้าค่างแว่นถิ่นใต้ตัวนี้หายดี มันจะกลับไปช่วยป่าต่อได้ไหม? มาช่วยกันรณรงค์อนุรักษ์สัตว์ป่า สนับสนุนโครงการเพาะเลี้ยงและปล่อยคืนธรรมชาติ โดยแชร์โพสต์นี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้นนะครับ!

ที่มา – เศร้าใจ “ค่างแว่นถิ่นใต้” ตกจากแนวสายไฟฟ้า หลังโดนไฟช็อตเป็นอัมพาตครึ่งท่อน

สีสันรับเปิดเทอม งดพอกผิว ไม่ลงโทษ!

วันเปิดเทอมใหม่มาถึงแล้ว เพื่อนๆ นักเรียนหลายคนคงตื่นเต้นกันใช่ไหมล่ะ? แต่ปีนี้มีเรื่องฮือฮาเกิดขึ้น เมื่อเพจเฟซบุ๊กของ โรงเรียนบ้านสวน (จั่นอนุสรณ์) โพสต์ระเบียบแต่งกายที่เตือนว่า สีสันรับเปิดเทอม งดพอกผิว จนกลายเป็นไวรัลสุดๆ ทั่วโซเชียล! หลายคนหัวเราะชอบใจ แชร์กันรัวๆ ว่ากฎนี้แปลกใหม่ดี แต่จริงๆ แล้วมันมีที่มาอย่างไร? วันนี้เราจะพาไปสืบกันแบบเป็นกันเองเลยนะ

สีสันรับเปิดเทอม งดพอกผิว

เรื่องนี้เริ่มจากโพสต์ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ที่เตือนนักเรียนหญิงๆ ให้งดพอกผิวขาวรับวันเปิดเทอม แต่มันไม่ใช่กฎตายตัวนะ! ผู้บริหารโรงเรียนยืนยันชัดเจนว่าเป็นแค่สีสันสนุกๆ เพื่อต้อนรับเทอมใหม่ ไม่มีลงโทษจริงจังอะไรเลย ทางสภานักเรียนเป็นคนริเริ่ม เพื่อสร้างความครึกครื้น พี่ๆ ชั้นใหญ่เตือนน้องๆ แบบหยอกล้อกันเอง เหมือนพี่สาวคอยแนะนำน้องสาวนั่นแหละ

นายเฉลิมเกียรติ สมานพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าให้ฟังว่า “ทางโรงเรียนไม่มีกฎห้ามตายตัวขนาดนั้น มันมาจากสภานักเรียนเสนอไอเดีย เพื่อเป็นสีสันวันเปิดเทอม พี่เตือนน้อง หยอกกันสนุกๆ ไม่มีลงโทษอะไรเลย” ฟังแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจแทนเด็กๆ เลยใช่มั้ย?

ที่มาไวรัลของสีสันรับเปิดเทอม งดพอกผิว

นางสาวกฤษฎาภา รังสิโยภาส ประธานสภานักเรียน เผยจุดเริ่มต้นว่า เธอเห็นโพสต์ไวรัลคล้ายๆ กันในโซเชียล เลยอยากลองทำดูบ้าง เพื่อดึงดูดให้น้องๆ ตื่นเต้นอยากมาโรงเรียนวันแรก! “เราไม่คาดคิดว่าจะดังขนาดนี้” เธอบอก พร้อมย้ำว่า จุดประสงค์จริงๆ คืออยากให้น้องๆ รักสีผิวธรรมชาติของตัวเอง ถ้าไม่มั่นใจก็พอกได้ แต่ไม่ควรสิ้นเปลืองเงินผู้ปกครองซื้อครีมแพงๆ เอาเงินนั้นไปทำอย่างอื่นดีกว่า เช่น ซื้อหนังสือเรียนหรือของใช้ที่จำเป็น

  • สร้างความสนุกสนานในวันเปิดเทอม
  • ส่งเสริมการรักตัวเอง รักผิวธรรมชาติ
  • ประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องเสียเงินครีมพอกผิวราคาแพง
  • เสริมความสัมพันธ์พี่น้องในโรงเรียน

เห็นมั้ยล่ะว่า สีสันรับเปิดเทอม งดพอกผิว นี้ไม่ใช่แค่กฎเข้มงวด แต่เป็นไอเดียเจ๋งที่ผสมผสานความสนุกกับการให้ข้อคิดดีๆ ในยุคที่เด็กๆ โดนโฆษณาครีม whitening กระหน่ำเต็มไปหมด โรงเรียนนี้เลยกลายเป็นตัวอย่างที่น่ารักมาก!

ทำไมไอเดียนี้ถึงปังขนาดไวรัล?

ในสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับผิวขาวมาตลอด การออกโพสต์แบบนี้เหมือนเป็นการท้าทายเบาๆ ให้เด็กๆ คิดทบทวน ว่าสวยต้องขาวเสมอไปเหรอ? จริงๆ แล้วทุกสีผิวสวยในแบบของมันเอง แถมยังช่วยลดการใช้สารเคมีที่อาจแพ้ได้อีก โรงเรียนบ้านสวนยังเน้นว่าเป็นนักเรียน ควรมุ่งเรียนหนังสือมากกว่าแต่งตัวหรือเมคอัพหนักๆ

ขยายความหน่อยนะ สำหรับพ่อแม่ที่กังวล โรงเรียนยืนยันแล้วว่าไม่มีลงโทษ ถ้าลูกสาวพอกผิวมาจะโดนอะไรรุนแรง ไม่ใช่! มันเป็นแค่การเตือนแบบขำๆ เพื่อให้เด็กๆ หัวเราะและจำได้ วันเปิดเทอมจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือวิธีโปรโมทโรงเรียนที่ฉลาดมาก สภานักเรียนรุ่นใหม่ไฟแรง สร้างคอนเทนต์ไวรัลได้แบบนี้ แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์สูง หวังว่าจะมีโรงเรียนอื่นๆ ทำตามบ้าง จะได้มีสีสันเปิดเทอมเจ๋งๆ กันทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์เปิดเทอมสุดประทับใจของคุณหน่อยสิ! มีกฎแปลกๆ หรือไวรัลจากโรงเรียนไหนบ้าง คอมเมนต์บอกกันเยอะๆ นะ จะได้แลกเปลี่ยนไอเดียสนุกๆ กัน ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ด้วยล่ะ!

ที่มา – สีสันรับเปิดเทอม โรงเรียนเผยที่มาไวรัล กฎระเบียบ “งดพอกผิว” ยันไม่มีการลงโทษ