วัน: 12 พฤษภาคม 2026

“ศุภจี” เผย พบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ

“ศุภจี” เผย พบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ เป็นข่าวที่หลายคนในวงการส่งออกไทยให้ความสนใจมากเลยนะครับ เพราะเกี่ยวข้องกับโอกาสลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ โดยตรง

เมื่อเวลา 08:45 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยแบบเป็นกันเอง หลังจากเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อพบปะหารือกับนายเจมิสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) และนายริก สไวต์เซอร์ (Rick Switzer) รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เพื่อเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ ART (Agreement on Reciprocal Trade) ให้แล้วเสร็จไวๆ ลดความเสี่ยงที่จะโดนภาษีจากสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ที่เกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม

“ศุภจี” เผย พบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ

ตอนนี้ทีมเจรจาของไทยยังประจำการอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเลยครับ เพื่อคุยรายละเอียดทางเทคนิคใน 2 ประเด็นหลักๆ ได้แก่ Asset Capacity หรือขีดความสามารถด้านมูลค่าสินทรัพย์ และ Forced Labour หรือแรงงานบังคับ ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ กังวลมาตลอด ส่วนตัวนางศุภจีเองก็ได้ไปชี้แจงท่าทีของไทยแบบชัดเจน หลังจากที่ไทยส่งคำตอบอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาติดขัดอะไรเลย

ทั้งสองฝ่ายยืนยันร่วมกัน

สิ่งสำคัญคือ ทั้งไทยและสหรัฐฯ ต่างยืนยันตรงกันว่าต้องการให้การค้าระหว่างสองประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อกันและกัน ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ยังเร่งเจรจาเรื่อง ART ที่ค้างมาจากรัฐบาลก่อนหน้า ให้เสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะเริ่มไต่สวนตามมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สหรัฐฯ ใช้ตอบโต้การค้าที่มองว่าไม่เป็นธรรม เช่น การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการอุดหนุนอุตสาหกรรมเกินควร

ชี้แจงประเด็นเกินดุลการค้า

อีกเรื่องที่คุยกันคือสินค้าที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งปีที่แล้วเพิ่มขึ้นจากปีก่อนแบบชัดเจน แต่ศุภจีชี้แจงข้อมูลเชิงลึกเลยครับ ว่าสินค้าที่เกินดุลเพิ่มอย่างน้อย 30% เป็นสินค้าของบริษัทอเมริกันที่มาลงทุนในไทย เช่น ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีหรือยานยนต์ ส่วนอีกกว่า 20% เป็นสินค้าของบริษัทไทยแท้ๆ ดังนั้นเรื่องกังวลการสวมสิทธิ์จากจีนหรือประเทศอื่น ไทยมีเอกสารหลักฐานพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ไม่ต้องห่วง

  • ประเด็น Asset Capacity: เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของธุรกิจไทยให้โปร่งใส
  • Forced Labour: ไทยยืนยันไม่มีแรงงานบังคับ ยึดหลักสิทธิมนุษยชนเต็มที่
  • เกินดุลการค้า: ชี้แจงที่มาสินค้า ลดข้อสงสัยสวมสิทธิ์
  • ART: ความตกลงที่ช่วยลดอุปสรรคการค้าทั้งสองทาง

“ศุภจี” เผย พบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งดีล ART ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ แบบนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ส่งออกไทยเลยครับ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา อาหารทะเล และเครื่องจักรที่ส่งไปสหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่ ถ้าปิดดีลได้ จะช่วยลดความเสี่ยงภาษีเพิ่ม และรักษายอดส่งออกที่โตต่อเนื่อง ไทยเกินดุลสหรัฐฯ กว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่เป็นการเกินดุลที่ win-win เพราะสหรัฐฯ ได้ลงทุนในไทยเยอะ

สำหรับมาตรา 301 นี่แหละครับที่หลายคนกลัว เพราะสหรัฐฯ เคยใช้กับจีนแล้วโดนภาษีหนัก ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก การที่ไทย proactive ชี้แจงล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ดีมาก ช่วยเสริมภาพลักษณ์ไทยในสายตานานาชาติ

สรุปแล้ว การเจรจาครั้งนี้แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการรักษาสมดุลการค้า ลดความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันของสหรัฐฯ หากสำเร็จ ART จะเป็นใบเบิกทางให้การส่งออกไทยเติบโตยั่งยืนยิ่งขึ้น คุณคิดว่าประเทศไทยจะปิดดีลนี้ได้เมื่อไหร่? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตการค้าอื่นๆ ที่นี่!

ที่มา – “ศุภจี” เผย พบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งดีลความตกลงการค้าต่างตอบแทน ลดเสี่ยงภาษีสหรัฐฯ

นายอำเภอเมืองกระบี่ จดทะเบียนสมรสหนุ่มยาบ้าก่อนติดคุก

ในโลกที่เต็มไปด้วยข่าวร้ายเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องราวของนายอำเภอเมืองกระบี่ จดทะเบียนสมรสให้หนุ่มถูกจับยาบ้า ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำกลับกลายเป็นข่าวที่ทั้งน่าประหลาดใจและอบอุ่นหัวใจ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงด้านมนุษย์ของเจ้าหน้าที่รัฐและความรักที่มั่นคงของคู่รักท่ามกลางวิกฤต

นายอำเภอเมืองกระบี่ จดทะเบียนสมรสให้หนุ่มถูกจับยาบ้า ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำ

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ ที่ออกไล่ล่าผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ โดยเป้าหมายหลักคือ “โดม เกาะกลาง” ชายหนุ่มจากบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ เจ้าหน้าที่สืบรู้ว่าเขาจะไปพบแฟนสาวที่หอพักในตัวเมืองกระบี่ จึงวางแผนดักจับ ส่งผลให้จับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 399 เม็ด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหมายจับค้างเก่าในคดีอาวุธปืน ทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรง

กระบวนการจดทะเบียนสมรสฉุกเฉิน

ระหว่างที่กำลังดำเนินคดี ผู้ต้องหาและแฟนสาวต่างยื่นขอจดทะเบียนสมรสทันที โดยฝ่ายหญิงยืนยันว่าจะรอให้แฟนหนุ่มรับโทษจนครบตามกฎหมาย และสัญญาว่าจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันต่อไป นายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ ไม่ปฏิเสธคำขอนี้ แต่กลับจัดพิธีจดทะเบียนสมรสให้อย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะส่งตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายอำเภอปรีชา เปิดเผยกับสื่อว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งยาบ้าและยาเสพติดอื่นๆ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างบ้านเกาะกลาง ผู้ต้องหาถูกจับได้คาหนังคาเขากับของกลางชัดเจน และเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อตัดเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนจากเรื่องราวความรักท่ามกลางคดียาเสพติด

หลายคนมองว่า แม้ “โดม” จะหลงผิดไปกับยาเสพติด แต่ความรักของแฟนสาวที่ยอมรับและรอคอย กลายเป็นแสงสว่างในชีวิตที่มืดมน เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า กฎหมายไทยอนุญาตให้ผู้ต้องหาจดทะเบียนสมรสได้ หากไม่ขัดต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งช่วยให้คู่รักมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน แม้ฝ่ายชายจะต้องติดคุก

  • ของกลาง: ยาบ้า 399 เม็ด
  • คดีเพิ่มเติม: หมายจับอาวุธปืนค้างเก่า
  • สถานที่: หอพักตัวเมืองกระบี่
  • ผล: จดทะเบียนสมรสสำเร็จ ก่อนส่งเรือนจำ

ปัญหายาเสพติดในกระบี่ยังคงรุนแรง โดยข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระบุว่า จังหวัดนี้มีการจับกุมยาบ่ากว่าหลายหมื่นเม็ดต่อปี การปราบปรามต้องเข้มข้นขึ้น แต่เรื่องราวเช่นนี้ก็เตือนใจว่าทุกคนมีโอกาสแก้ตัว หากมีคนรักที่ยืนเคียงข้าง

สุดท้ายแล้ว เรื่องนายอำเภอเมืองกระบี่ จดทะเบียนสมรสให้หนุ่มถูกจับยาบ้า ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำนี้ สอนให้เราคิดถึงคุณค่าของความรักและการให้โอกาส คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระจายเรื่องราวดีๆ นี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน!

ที่มา – นายอำเภอเมืองกระบี่ จดทะเบียนสมรสให้หนุ่มถูกจับยาบ้า ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำ

ระทึก! เครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล

คุณเคยคิดภาพเหตุการณ์สุดระทึกบนท้องฟ้าไหม? ล่าสุดเกิดขึ้นจริงกับเครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล ทำให้ผู้โดยสารกว่า 300 คนรอดชีวิตหวุดหวิด! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติตรีภูวัน (Tribhuvan International Airport) ในกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งเป็นประตูหลักสู่ประเทศหิมาลัย ส่งผลให้สนามบินต้องปิดรันเวย์ชั่วคราวเกือบ 2 ชั่วโมง โชคดีที่ลูกเรือและเจ้าหน้าที่กู้ภัยทำงานอย่างรวดเร็ว อพยพทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย

เครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล: ลำดับเหตุการณ์

เที่ยวบิน TK196 จากนครอิสตันบูลของตุรกี เดินทางมาถึงกรุงกาฐมาณฑุตามปกติ แต่ระหว่างลงจอดบนรันเวย์ สิ่งที่น่าตกใจเกิดขึ้น เปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากล้อฝั่งขวาของเครื่องบิน Airbus A330 ลำนี้! ผู้โดยสาร 277 คนและลูกเรือ 11 คน รวม 288 คน ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด แต่ทุกคนสามารถอพยพผ่านสไลด์ฉุกเฉินได้ทันเวลา โดยไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสนามบินรีบเข้าควบคุมเพลิงไหม้ทันที ขณะที่ทีมกู้ภัยช่วยเหลือผู้โดยสาร นายกียาเนนทรา ภูล โฆษกสำนักงานการบินพลเรือนเนปาล ยืนยันว่า “เราพบเปลวไฟขณะเครื่องบินลงจอด และกำลังสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียด”

สาเหตุเบื้องต้นของเครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล

สายการบิน Turkish Airlines แถลงอย่างเป็นทางการว่า ควันเกิดจากความผิดปกติของระบบไฮดรอลิกที่เชื่อมต่อกับล้อเครื่องบิน ขณะที่เครื่องกำลังเคลื่อนตัวบนรันเวย์ นายยาห์ยา อุสตุน โฆษกสายการบิน โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ทีมช่างเทคนิคกำลังตรวจสอบเครื่องบินอย่างละเอียด และเราได้จัดเที่ยวบินชดเชยสำหรับผู้โดยสารขากลับแล้ว”

  • ระบบไฮดรอลิกขัดข้อง: น่าจะเป็นต้นเหตุหลัก ทำให้เกิดความร้อนสูงที่ล้อ
  • การอพยพฉุกเฉิน: ใช้สไลด์ทั้งหมด ทุกคนออกจากเครื่องในเวลาไม่ถึง 5 นาที
  • ไม่มีผู้เสียชีวิต: ขอบคุณการฝึกอบรมลูกเรือที่ยอดเยี่ยม

ผลกระทบจากการเครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล

เหตุการณ์นี้ทำให้สนามบินตรีภูวัน ซึ่งมีรันเวย์เพียงแห่งเดียว ต้องปิดการใช้งานชั่วคราวนานเกือบ 2 ชั่วโมง หลายเที่ยวบินต้องวนรอในอากาศหรือเลื่อนเวลาลงจอด ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารนับพันคน ล่าสุดทางการเนปาลได้เคลียร์พื้นที่และตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว รันเวย์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการบินของเนปาล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราความเสี่ยงสูงสุดในโลก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหิมาลัย สภาพอากาศแปรปรวน และรันเวย์สั้นเพียง 3,050 เมตร ทำให้การลงจอดยากลำบาก

ประวัติอุบัติเหตุที่สนามบินกรุงกาฐมาณฑุ

  • ปี 2015: เครื่องบิน Turkish Airlines ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ท่ามกลางหมอกหนา สนามบินปิดหลายวัน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
  • ปี 2023: เครื่องบิน Yeti Airlines ตกในโปขรา เสียชีวิต 72 คน
  • เหตุการณ์อื่นๆ: เกิดบ่อยจากลมแรงและทัศนวิสัยต่ำ

ข้อมูลจาก Aviation Safety Network ชี้ว่า เนปาลมีอุบัติเหตุเครื่องบินมากกว่า 50 ครั้งในรอบ 50 ปี สาเหตุหลักมาจากมนุษย์และสภาพแวดล้อม

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การบินในเนปาลต้องอาศัยเทคโนโลยีล้ำสมัยและการฝึกฝนเข้มข้น เหตุการณ์เครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาลนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยสมัยใหม่ แม้จะมีปัญหาแต่สามารถจัดการได้ทันท่วงที

สำหรับนักเดินทาง หากคุณกำลังวางแผนไปเทรคกิ้งเอเวอเรสต์หรือเที่ยวปาร่าที่ ลองเช็คพยากรณ์อากาศและข่าวสนามบินล่าสุดก่อนบินนะครับ มันอาจช่วยชีวิตคุณได้! แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคุณกลัวการบินในพื้นที่เสี่ยงแบบนี้ไหม?

ที่มา – ระทึก เครื่องบิน Turkish Airlines ไฟลุกขณะลงจอดที่เนปาล ผู้โดยสาร 300 ชีวิตรอดหวุดหวิด

จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ

จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังพูดถึงในสัปดาห์นี้ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทูตธรรมดา แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเศรษฐกิจโลก โดยทำเนียบขาวเตรียมพาผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่นับ 17 คน ร่วมคณะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ไปพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก

รายงานจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่เปิดเผยกับบีบีซี ยืนยันว่าบรรดาซีอีโอนำโดย อีลอน มัสก์ จากเทสลาและสเปซเอ็กซ์, ทิม คุก จากแอปเปิล และ ลาร์รี่ ฟิงค์ จากแบล็กร็อก จะร่วมเดินทางไปจีนด้วยกัน สะท้อนให้เห็นว่าการเยือนจีนของทรัมป์มุ่งเน้นทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า พลังงาน และเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนกำลังตึงเครียด

รายชื่อผู้บริหารสหรัฐฯ ที่ร่วมคณะทรัมป์เยือนจีน

นอกจากสามยักษ์ใหญ่แล้ว ยังมีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำอีกมากมาย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • Meta (โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่)
  • Boeing (การบินและอวกาศ)
  • Visa และ Mastercard (การเงินดิจิทัล)
  • Blackstone และ BlackRock (การลงทุน)
  • Cargill (เกษตรกรรมและอาหาร)
  • Citi และ Goldman Sachs (ธนาคารชั้นนำ)
  • GE Aerospace (เทคโนโลยีการบิน)
  • Illumina (เทคโนโลยีชีวภาพ)

ขณะที่ชัก รอบบิ้นส์ จาก Cisco ได้รับเชิญแต่ไม่สามารถร่วมได้เพราะติดประกาศผลประกอบการ นี่คือสัญญาณว่าทรัมป์กำลังระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อหนุนนโยบาย “อเมริกาต่อนำ” ในเวทีโลก

ความสำคัญของการเยือนจีนครั้งนี้ต่อเศรษฐกิจโลก

จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับข้อตกลงพักรบทางการค้า หลังจากสองมหาอำนาจเคยเปิด “สงครามภาษี” ดุเดือด โดยภาษีนำเข้าบางรายการพุ่งเกิน 100% แม้มาตรการส่วนใหญ่จะถูกระงับตั้งแต่ตุลาคม 2025 หลังการพบกันครั้งก่อนที่เกาหลีใต้ แต่ความเปราะบางยังคงอยู่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีชิปและห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับอีลอน มัสก์ เทสลามีโรงงานยักษ์ใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ขณะที่ทิม คุกจากแอปเปิลพึ่งพาการผลิตในจีนอย่างมาก การนำซีอีโอเหล่านี้ไปแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการปกป้องผลประโยชน์สหรัฐฯ กับการรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือกลยุทธ์เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน ลดแรงกระแทกจากความขัดแย้ง และกระตุ้นการเจรจาใหม่

อีกประเด็นร้อนคือสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ทรัมป์คาดว่าจะกดดันจีน ซึ่งนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากอิหร่านจำนวนมาก ให้ช่วยไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้ง เพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานโลก สิ่งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก

การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนเทรนด์เศรษฐกิจปี 2025 ที่การค้าสหรัฐ-จีนยังคงเป็นหัวใจ โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ หากเจรจาสำเร็จ อาจนำไปสู่ข้อตกลงลดภาษีใหม่ สร้างโอกาสให้ธุรกิจเทคโนโลยี พลังงาน และการเงินเติบโต

ในมุมมองของผู้เขียน การพาซีอีโอไปจีนครั้งนี้เป็น masterstroke ของทรัมป์ ที่ผสานการเมืองกับธุรกิจได้อย่างลงตัว ช่วยลดความเสี่ยงสงครามการค้าครั้งใหม่ และเปิดทางให้บริษัทอย่างเทสลากับแอปเปิลขยายตลาดจีนต่อไป คุณคิดว่าการเยือนครั้งนี้จะเปลี่ยนเกมการค้าโลกได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก

ชาวบ้านผวา พบจระเข้ คลองหกวา วางแผนล่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดขนลุกมาอัพเดทกัน จากพื้นที่คลองหกวา ที่ชาวบ้านต้องผวาหนักมาก หลังจากมีครูสอนศาสนาคนหนึ่งถ่ายคลิปได้วัตถุปริศนาในน้ำ ซึ่งทุกคนคาดเดาว่าน่าจะเป็น จระเข้ คลองหกวา แบบนี้เลย ชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลอง ตั้งแต่ฉะเชิงเทราไปจนถึงนครนายก ไม่กล้าใช้น้ำในคลองอีกต่อไป กลัวโดนงับซะก่อน มาดูรายละเอียดกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การประชุมวางแผนล่าจระเข้ คลองหกวา

จระเข้ คลองหกวา

คลองหกวาคือคลองธรรมชาติที่ไหลรอยต่อระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทราและนครนายก โดยเฉพาะบริเวณด้านหลัง รพ.สต.เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 18 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และหมู่ 5 ต.พระอาจารย์ จ.นครนายก พื้นที่นี้ชาวบ้านอาศัยกันมานาน ใช้น้ำคลองทำเกษตร อาบน้ำ ส่งน้ำเข้าบ้าน แต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดชะงัก เพราะกลัว จระเข้ คลองหกวา ตัวนี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ช่วงบ่าย นายณัฐ์ธเนศ มหาศักย์ศิริ นายก อบต.ดอนฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับนายภูไท บุญรอด นายก อบต.พระอาจารย์ จ.นครนายก ได้ประชุมด่วนกับเจ้าหน้าที่ประมงทั้งสองจังหวัด เพื่อวางแผนติดตามล่าเจ้าจระเข้ปริศนาตัวนี้ โดยมีนายอรรถพล หนูสุทธิ์ ประมงอ.บางน้ำเปรี้ยว และนายวาริช ตนุภัทรสรณ์ ประมงอ.องครักษ์ ร่วมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนมาร่วมฟังแผน

เจ้าหน้าที่ประมงวางแผนล่าจระเข้ คลองหกวา

ครูสอนศาสนาถ่ายคลิปจระเข้ คลองหกวา

จุดเริ่มต้นมาจากนายกิตติศักดิ์ หวังมาน อายุ 49 ปี ครูสอนศาสนาที่มัสยิดอั๊ตตั๊กวา ปากคลอง 20 ขณะขี่รถข้ามสะพานคลองหกวาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เห็นวัตถุลอยในน้ำแปลกๆ ด้วยความสงสัยเลยย้อนกลับมาถ่ายคลิปด้วยมือถือ จากประสบการณ์อยู่ริมคลองมานับสิบปี พี่เค้าบอกว่า “นี่มันจระเข้แน่นอน” คลิปนี้แพร่กระจายจนชาวบ้านแตกตื่น ไม่กล้าลงน้ำ กลัวอันตราย

คลิปจระเข้ คลองหกวา ที่ครูถ่ายได้

แผนเร่งด่วนล่าจระเข้ คลองหกวา

นายวาริช ประมงอ.องครักษ์ บอกว่าจระเข้มักออกหากินตอนกลางคืน เลยวางแผนสำรวจคืนวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดย:

  • ประสานเรือจาก อบต.ดอนฉิมพลี และ อบต.พระอาจารย์ เพื่อล่องสำรวจร่องน้ำ
  • เรียกหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ซึ่งเก่งเรื่องจับจระเข้และสัตว์น้ำอันตราย
  • หากพบจริง จะจัดประชาคมถามชาวบ้าน ว่าจะปล่อยตามธรรมชาติหรือจับออก เพราะจระเข้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย
นายกิตติศักดิ์ ครูผู้ถ่ายคลิปจระเข้ คลองหกวา

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ คลองที่เคยสงบสุข กลายเป็นเขตหวงห้ามเพราะจระเข้ตัวเดียว อันตรายจริงๆ โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้สูงอายุที่ชอบเล่นน้ำคลอง จระเข้ไทยอย่างจระเข้น้ำจืด ถ้าโตเต็มวัยยาว 2-3 เมตร ฟันแหลมคม กัดทีเจ็บหนักได้เลย ที่ผ่านมาเคยมีเคสจระเข้หลุดจากฟาร์มเลี้ยง หรือหนีน้ำท่วมมาได้ ชาวบ้านเลยยิ่งหวาดกลัว เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่จับออกไวๆ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ

ในความเห็นผมนะครับ ความปลอดภัยของชาวบ้านต้องมาก่อน สัตว์ป่าควรอยู่ในป่าหรือฟาร์มที่ควบคุมได้ ไม่ใช่มาอยู่ในคลองใกล้ชุมชนแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้ อาจเกิดเหตุร้ายได้ทุกเมื่อ

CTA: ถ้าเพื่อนๆ พบสัตว์ป่าปริศนาในพื้นที่ใกล้บ้าน อย่าลังเล รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงหรือ อบต.ทันทีนะครับ และอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวจระเข้ คลองหกวา จากเรา สแชร์เพื่อเตือนภัยกันด้วย!

ที่มา – ชาวบ้านผวา หลังคนถ่ายคลิปวัตถุปริศนาคาดเป็น “จระเข้” ในคลองหกวา วางแผนเร่งล่าตัว

สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง

สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการพลังงานโลกและความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายขนส่งน้ำมันไปยังจีน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเตหะราน

สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบุคคล 3 ราย และบริษัท 9 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมันอิหร่าน โดยบริษัทเหล่านี้กระจายอยู่ในฮ่องกง 4 แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 แห่ง และโอมาน 1 แห่ง ทางการวอชิงตันกล่าวหาว่าพวกเขาช่วยเหลือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งสหรัฐฯ จัดเป็นองค์กรก่อการร้าย ในการขายและขนส่งน้ำมันผ่านบริษัทบังหน้าและธุรกรรมซับซ้อน

รายละเอียดบุคคลและบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร

  • บุคคล 3 ราย: เชื่อมโยงกับหน่วยงานน้ำมันชาฮิด ปูร์จาฟารี ของ IRGC รับผิดชอบการชำระเงิน
  • บริษัทในฮ่องกง 4 แห่ง: ทำหน้าที่เป็นนอมินีในการรับเงิน
  • บริษัทใน UAE 4 แห่งและโอมาน 1 แห่ง: จัดการโลจิสติกส์ขนส่งน้ำมัน

มาตรการนี้ต่อยอดจากการคว่ำบาตรเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ตีเป้าบริษัทโกลเด้น โกลบ ซึ่งช่วย IRGC ขายน้ำมันมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่หยุดกดดันเตหะราน เพื่อตัดแหล่งเงินที่อาจเอาไปพัฒนาอาวุธ นิวเคลียร์ หรือสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในตะวันออกกลาง

บริบทการเมืองระหว่างสหรัฐฯ จีน และอิหร่าน

การคว่ำบาตรเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะพบสี จิ้นผิง เพียงไม่กี่วัน โดยคาดว่าประเด็นน้ำมันอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นหัวข้อสำคัญ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ แม้จะถูกกดดันจากสหรัฐฯ แต่ก็ยังคงซื้อต่อเนื่อง สหรัฐฯ หวังใช้การพบปะนี้ผลักดันให้ปักกิ่งช่วยคลี่คลายวิกฤต โดยเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง

นักวิเคราะห์มองว่า สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเกมการเมืองที่เชื่อมโยงพลังงานโลกเข้ากับความตึงเครียดตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ใช้ OFAC (สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ) ติดตามเครือข่ายซ่อนเร้นของ IRGC อย่างเข้มข้น ทำให้การค้าของอิหร่านลำบากยิ่งขึ้น

ผลกระทบอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน จีนอาจหันไปหาแหล่งอื่น เช่น รัสเซีย ขณะที่อิหร่านเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหนักขึ้น สหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการนี้ช่วยรักษาความมั่นคงโลก โดยป้องกันไม่ให้เงินน้ำมันไหลไปสู่กิจกรรมก่อการร้าย

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การกระทำของทรัมป์สะท้อนยุทธศาสตร์ “แรงกดดันสูงสุด” ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยแรก เพื่อบังคับให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์ หากจีนไม่ช่วย สหรัฐฯ อาจมีมาตรการเพิ่มเติมต่อปักกิ่ง

สุดท้ายแล้ว สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง เป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งยังรุนแรง คุณคิดว่าการพบปะครั้งนี้จะคลี่คลายสถานการณ์ได้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง

เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พ.ค.2569 เงินบำนาญ โอนเข้าบัญชีวันไหน

สวัสดีครับทุกท่านที่กำลังรอ เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พ.ค.2569 เงินบำนาญ โอนเข้าบัญชีวันไหน กันอยู่ เดือนพฤษภาคม 2569 นี้ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ เวลาผ่านไปไวมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่หลายครอบครัวต้องเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่ายบุตรหลาน เปิดเทอมใหม่ ชุดนักเรียน อุปกรณ์เรียน ค่าเทอม ค่าโรงเรียนต่างๆ หมุนเงินไม่ทันบ้าง ทันบ้าง วางแผนการเงินให้ดีไว้ก่อนเลยครับ

สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ทหารกองเกิน และผู้รับบำนาญ กรมบัญชีกลางได้กำหนดวันโอนเงินชัดเจนแล้ว วันนี้เรามา เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พ.ค.2569 เงินบำนาญ โอนเข้าบัญชีวันไหน กันแบบละเอียดยิบ จะได้ไม่พลาด ไม่ต้องลุ้นกันนาน

เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พ.ค.2569 เงินบำนาญ โอนเข้าบัญชีวันไหน

เริ่มจากเงินเดือนข้าราชการที่รับ 2 รอบต่อเดือน หากคุณเลือกแสดงความประสงค์รับเงินเดือน 2 ครั้ง ต้องจดจำวันเหล่านี้ให้ขึ้นใจ:

  • รอบที่ 1: โอนเงินวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เหมาะสำหรับใช้จ่ายด่วนช่วงกลางเดือน
  • รอบที่ 2: โอนเงินวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ปิดท้ายเดือนให้สบายใจ

ส่วนข้าราชการที่ไม่ได้เลือก 2 รอบ จะได้รับเงินเต็มจำนวนในรอบที่ 2 วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เท่านั้นนะครับ ตรวจสอบสิทธิ์ตัวเองให้ดี อย่าให้เงินหายไปเพราะลืม

เงินบำนาญ เดือนพฤษภาคม 2569 โอนเข้าบัญชีวันไหน

สำหรับผู้รับเงินบำนาญรายเดือน เดือน พ.ค. 2569 กรมบัญชีกลางกำหนดจ่ายวันเดียวคือ 22 พฤษภาคม 2569 ไม่มี 2 รอบแบบเงินเดือน เงินจะเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้โดยตรง ตรวจสอบบัญชีให้พร้อม อย่าลืมเช็กยอดหลังวันดังกล่าวด้วยนะครับ

เงินเดือนทหารกองเกิน พฤษภาคม 2569 โอนวันไหน

ทหารกองเกินหรือกำลังพลที่เกี่ยวข้อง เงินเดือนเดือน พ.ค. 2569 จะโอนเข้าบัญชีวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ช้ากว่าปกติเดือนอื่นนิดหน่อย เพราะติดขั้นตอนบริหารจัดการ แต่ไม่ต้องห่วง เงินครบแน่นอน

นอกจากนี้ ช่วงพฤษภาคมเป็นเดือนที่ค่าใช้จ่ายพุ่งสูง เพราะเข้าสู่ฤดูฝน ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร เงินเดือนเข้าช่วยได้ทันเวลา ผมแนะนำให้วางแผนดังนี้:

  • แบ่งเงินรอบ 1 สำหรับค่าเทอมและอุปกรณ์เรียน
  • เก็บเงินรอบ 2 เป็นกองทุนฉุกเฉิน
  • สำหรับบำนาญ ใช้จ่ายค่าครองชีพประจำวัน

หากเทียบกับปีก่อนๆ วันจ่ายมักคล้ายกัน แต่ปี 2569 นี้ตรงกับวันหยุดน้อยกว่า ทำให้เงินเข้าวันทำงาน ลดปัญหาโอนล่าช้า นอกจากนี้ อย่าลืมอัปเดตข้อมูลบัญชีกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อป้องกันเงินค้าง

ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ข้าราชการด้วยนะครับ

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ใช้แอปธนาคารแจ้งเตือนเปิดเงินเดือนอัตโนมัติ ตั้งงบประมาณรายเดือนด้วย Excel หรือแอปอย่าง Money Lover จะช่วยให้เงินไม่รั่วไหล ช่วงเปิดเทอมแบบนี้สำคัญมาก!

เตรียมบัญชีให้พร้อม รอรับเงินเดือนและบำนาญ พ.ค. 2569 กันเลยครับ หากมีประสบการณ์หรือคำถาม คอมเมนต์ด้านล่างได้นะ!

ที่มา – เช็กวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ พ.ค.2569 เงินบำนาญ โอนเข้าบัญชีวันไหน

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไรกันเลย! ราคาน้ำมันปรับขึ้นลงบ่อยๆ ทำให้หลายคนต้องเช็คก่อนเติม โดยเฉพาะกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล จากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ คาลเท็กซ์ เรารวบรวมข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์แต่ละบริษัทมาให้แล้ว ช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายรถยนต์ได้ดีขึ้นนะ

เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันวันนี้ส่วนใหญ่ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 35.45 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ราว 42.45 บาท/ลิตร แต่บางรุ่นพรีเมียมราคาสูงกว่า เช่น V-Power หรือ Super Power ไปถึง 50 บาทกว่า ขึ้นอยู่กับปั๊มและเกรดน้ำมัน ปัจจัยที่ทำให้ราคาเปลี่ยนคือราคาน้ำมันดิบโลก อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายรัฐบาล ล่าสุดไม่มีปรับใหญ่ แต่แนะนำเช็คใกล้บ้านเพราะบางพื้นที่รวมภาษีท้องถิ่นต่างกัน

ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ปตท. บางจาก ล่าสุด

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.94.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 12 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 55.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.95 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 61.25 บาท/ลิตร

สรุปแล้ว ดีเซล B20 ถูกสุดทุกปั๊ม 32.95 บาท เหมาะสำหรับรถกระบะหรือรถบรรทุก แก๊สโซฮอล์ E20 ก็ประหยัดดีสำหรับรถเก๋งทั่วไป ถ้าชอบพรีเมียมอย่าง V-Power หรือ Techron อาจจ่ายแพงหน่อยแต่เครื่องดีขึ้นนะครับ เคล็ดลับประหยัด: เลือกน้ำมันตามคู่มือรถ ขับนุ่มๆ ลมยางเต็ม ตรวจสภาพรถสม่ำเสมอ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ ติดตามเช็กราคาน้ำมันวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไรของวันอื่นๆ ได้ที่เว็บเรานะ! แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยล่ะ

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

ที่มา – เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 12 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

เปิดใจไกด์นำทาง ภูเขาไฟดูโกโน เล่านาทีสยอง

คุณเคยสงสัยไหมว่าอุบัติเหตุภัยธรรมชาติที่คาดไม่ถึงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลการผจญภัยสุดขีด ล่าสุดมีเรื่องราวสะเทือนขวัญจาก เปิดใจไกด์นำทาง ภูเขาไฟดูโกโน ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก ไกด์ท้องถิ่นผู้รอดชีวิตเล่านาทีภูเขาไฟปะทุอย่างกะทันหัน คร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 3 ราย ท่ามกลางคำเตือนห้ามเข้าใกล้พื้นที่อันตราย เรื่องนี้ไม่เพียงเตือนใจเรื่องความเสี่ยง แต่ยังเผยให้เห็นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผู้เกี่ยวข้อง

เปิดใจไกด์นำทาง ภูเขาไฟดูโกโน: นาทีชีวิตที่ไม่อาจลืม

เรซา เซลัง ไกด์นำทางชาวอินโดนีเซีย วัยท้องถิ่นจากจังหวัดมาลูกูเหนือ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC อย่างละเอียด เขายังคงภาพเหตุการณ์วันนั้นติดตา เห็นนักท่องเที่ยว 2 คนถูกก้อนหินขนาดยักษ์จากปากปล่องภูเขาไฟพุ่งชนต่อหน้าต่อตา “หัวใจฉันแตกสลาย ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง” เรซากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกผิดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และวนเวียนกับคำถาม “ถ้าไม่รับงานนี้ ถ้าไม่ขึ้นเขา ทุกอย่างอาจไม่เกิด”

ภูเขาไฟดูโกโน: ภัยร้ายที่ซ่อนเร้น

ภูเขาไฟดูโกโน หรือ Mount Dukono ตั้งตระหง่านในเกาะฮาลมาเฮรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ปะทุอย่างต่อเนื่องมากกว่า 200 ครั้งตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2567 ทางการยกระดับเตือนภัยเป็นระดับ 2 ห้ามประชาชนเข้าใกล้รัศมี 4 กิโลเมตร และระงับใบอนุญาตปีนเขาตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พร้อมติดป้ายเตือนชัดเจน แต่กลุ่มนักเดินป่าทั้งสิงคโปร์และอินโดนีเซีย 20 คน ยังคงฝืนขึ้นไปพิชิตยอดเขา โดยมีเรซาเป็นไกด์

เรซายอมรับว่าเขาไม่ทราบคำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านท้องถิ่นที่ช่วยงานก็ไม่ได้แจ้ง ขณะที่เขาได้รับจ้างจากทิโมธี เฮง นักจัดทริปชาวสิงคโปร์ ธุรกิจนำเที่ยวของเรซาเคยพาคนขึ้นเขาลูกนี้หลายครั้งโดยไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้ต่างออกไป

ไทม์ไลน์นาทีสยอง ก่อนภูเขาไฟปะทุ

  • บ่ายวันพฤหัสบดี: กลุ่มเริ่มเดินทางขึ้นภูเขา ทุกอย่างปกติ ไม่มีควันหรือการสั่นสะเทือน
  • เช้าวันศุกร์: ถึงยอดเขา เรซาบินโดรนตรวจปล่อง ไม่พบความผิดปกติ นักเดินป่า 14 คน รวมทิโมธี เดินเข้าใกล้ปากปล่อง
  • 07:40 น.: เรซาบินโดรนอีกครั้ง เพียง 1 นาที ภูเขาไฟปะทุครั้งแรก มีควันพวยพุ่ง
  • 15-20 วินาทีต่อมา: ปะทุครั้งที่สอง พ่นหินร้อนและเถ้าถ่าน หินขนาดใหญ่ตกลงมาทั่วบริเวณ
  • ท่ามกลางความโกลาหล: ชาฮิน มูห์เรซ บิน อับดุล ฮามิด ชาวสิงคโปร์นอนบาดเจ็บ เรซาและทิโมธีรีบช่วยลากลง แต่ก้อนหินยักษ์ขนาด 2 เมตรพุ่งชนทั้งคู่ สิ้นชีพทันที

ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ 2 คน (ชาฮินและทิโมธี) และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ผู้รอดชีวิตได้รับการอพยพอย่างปลอดภัย เรซาช็อกหนัก ยืนนิ่ง 1 นาทีก่อนตั้งสติวิ่งลงแจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมมอบภาพโดรนเป็นหลักฐาน

ผลกระทบและบทเรียนจากเปิดใจไกด์นำทาง ภูเขาไฟดูโกโน

หลังเหตุการณ์ ทางการอินโดนีเซียปิดเส้นทางขึ้นภูเขาไฟดูโกโนอย่างไม่มีกำหนด และขู่ดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน ตำรวจสอบสวนความประมาทของผู้ประกอบการท่องเที่ยว เรซายืนยันว่ารู้ระดับเตือนภัย 2 แต่ไม่รู้คำสั่งห้ามชัดเจน เหตุการณ์นี้จุดประกายการถกเถียงเรื่องความรับผิดชอบในการท่องเที่ยวผจญภัย

บทเรียนสำคัญที่ได้จากโศกนาฏกรรมนี้:

  • เคารพคำเตือนจากหน่วยงานรัฐเสมอ แม้จะดูปกติแต่ภัยพิบัติเกิดกะทันหันได้
  • ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาไฟ活跃
  • ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องอัปเดตข้อมูลและแจ้งลูกค้าชัดเจน
  • เตรียมแผนฉุกเฉิน เช่น อุปกรณ์สื่อสารและเส้นทางอพยพ
  • อย่าประมาท แม้มีประสบการณ์มาก่อน

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดในโลกกว่า 120 ลูก การท่องเที่ยว ecotourism เติบโต แต่ความเสี่ยงสูง เรื่องราว เปิดใจไกด์นำทาง ภูเขาไฟดูโกโน เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลัง

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความตื่นเต้นจากการผจญภัยต้องไม่มาพร้อมความประมาท นักเดินทางควร prioritize ความปลอดภัยเหนือทุกสิ่ง คุณเองล่ะ เคยเจอประสบการณ์ใกล้ชิดภัยธรรมชาติแบบนี้ไหม? แชร์เรื่องราวในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศเพื่ออัปเดตข้อมูลท่องเที่ยวปลอดภัย!

ที่มา – เปิดใจไกด์นำทาง “ภูเขาไฟดูโกโน” เล่านาทีสยอง ก่อนภูเขาไฟปะทุคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 3 ราย