วัน: 15 พฤษภาคม 2026

ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ รับวิกฤตน้ำมัน

ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำมันแพงและขาดแคลน กรุงนิวเดลีซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ออกมาตรการเข้มข้น โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานจากบ้านสัปดาห์ละ 2 วัน และขอความร่วมมือจากประชาชนงดใช้รถส่วนตัวสัปดาห์ละ 1 วัน มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน จนทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเกือบสมบูรณ์ ส่งผลกระทบหนักต่ออินเดียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ

ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ รับวิกฤตน้ำมัน ขณะที่เดลีขอประชาชนงดใช้รถสัปดาห์ละ 1 วัน

เรขา คุปตา มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 90 วันติดต่อกัน เพื่อลดการเดินทาง ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐ และส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ นอกจากนี้ ยังรณรงค์ให้ประชาชนในเดลีปฏิบัติตาม "วันปลอดรถ" อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อช่วยประหยัดพลังงานโดยรวม

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้เรียกร้องให้ประชาชนทั่วอินเดียช่วยกันลดการใช้พลังงาน หลังจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้เส้นทางการขนส่งน้ำมันติดขัด ต้นทุนพลังงานทั่วโลกพุ่งสูง แม้อินเดียจะยังไม่ขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลสำหรับประชาชน หรือใช้นโยบายจ่ายเงินอุดหนุน แต่ได้ปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในครัวเรือนแล้ว

รายละเอียดมาตรการรับวิกฤตน้ำมันของรัฐบาลเดลี

  • เจ้าหน้าที่รัฐ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 90 วัน
  • ยกเลิกกิจกรรมราชการขนาดใหญ่ตลอด 3 เดือน
  • ระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐ 1 ปี
  • หยุดจัดซื้อรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมัน เบนซิน ดีเซล CNG หรือไฮบริด เป็นเวลา 6 เดือน
  • ขอความร่วมมือประชาชนงดใช้รถส่วนตัวสัปดาห์ละ 1 วัน

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้น้ำมัน แต่ยังรักษาเงินสำรองระหว่างประเทศของอินเดีย ซึ่งกำลังถูกกดดันจากค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลง รัฐบาลยังเพิ่มภาษีนำเข้าทองคำและเงิน เพื่อพยุงเศรษฐกิจอีกชั้น

สาเหตุและผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

วิกฤตเริ่มรุนแรงจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล ช่องแคบฮอร์มุซที่ขนส่งน้ำมัน 20% ของโลกถูกปิด ทำให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อินเดียซึ่งนำเข้าน้ำมันมูลค่ากว่า 100 พันล้านดอลลาร์ต่อปี กำลังเผชิญเงินเฟ้อสูง ค่าเงินผันผวน และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว นักวิเคราะห์คาดว่าหากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจอินเดียอาจเสียหายหนัก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ไทยที่กำลังพิจารณามาตรการคล้ายกันเพื่อรับมือราคาน้ำมัน มาตรการของอินเดียถือเป็นตัวอย่างที่เด็ดขาดและรวดเร็ว WFH ไม่เพียงลดค่าน้ำมัน แต่ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศในเดลีที่เคยเป็นปัญหาใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการ ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นแนวทางที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีรองรับการทำงานทางไกลได้ดี หากสถานการณ์คลี่คลาย อาจกลายเป็นนโยบายถาวรที่ยั่งยืน คุณล่ะคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตวิกฤตพลังงานโลกกับเรา!

ที่มา – ภาครัฐอินเดียให้ WFH 2 วันต่อสัปดาห์ รับวิกฤตน้ำมัน ขณะที่เดลีขอประชาชนงดใช้รถสัปดาห์ละ 1 วัน

รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง เริ่ม 1 มิ.ย.69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังสนใจเรื่องเช่าซื้อรถหรือลีสซิ่ง! วันนี้เรามีข่าวดีจากรัฐบาลที่ รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง อย่างจริงจัง เพื่อให้ดอกเบี้ย ค่าบริการ และสิทธิผู้บริโภคเป็นธรรมมากขึ้น เกณฑ์ใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สอดคล้องกับนโยบายลดปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลเลยทีเดียว

จากข้อมูลที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 เรื่องหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2568 มาตรการนี้ครอบคลุมทุกผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบริษัทเอกชน เพื่อให้บริการโปร่งใสและรับผิดชอบมากขึ้น

รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง อย่างไรบ้าง?

หลักๆ แล้ว รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้สมเหตุสมผล ไม่ซ้ำซ้อน และไม่เอาเปรียบลูกค้า ที่สำคัญต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ชัดเจน ครบถ้วน ถูกต้อง และอัปเดต เพื่อให้ลูกค้าคำนวณภาระได้ก่อนเซ็นสัญญา

ก่อนหน้านี้ หลายคนเจอปัญหาแบบว่าดอกเบี้ยพุ่งสูง ค่าบริการแฝงเยอะ จนผ่อนไม่ไหว แต่เกณฑ์ใหม่จะช่วยแก้ได้ โดยเฉพาะการคำนวณค่าบริการและเบี้ยปรับให้เป็นธรรม ถ้าลูกค้ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ก็ต้องคืนเงินตามสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีแนวทางช่วยเหลือลูกค้าที่ชำระล่าช้า และกำหนดการโฆษณาที่ไม่หลอกลวง

สาระสำคัญของเกณฑ์ใหม่ที่เริ่ม 1 มิ.ย. 2569

  • การกำหนดอัตราดอกเบี้ยและค่าบริการ: ต้องสมเหตุสมผล ไม่เกินควร และไม่ซ้อนทับกัน เช่น ค่าเอกสาร ค่าจดทะเบียนต้องแยกชัด
  • การเปิดเผยข้อมูล: สัญญาต้องระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้ง่าย
  • การคืนเงินเมื่อยกเลิก: คำนวณตามระยะเวลาที่ใช้บริการจริง ไม่หักเกินส่วน
  • ช่วยเหลือลูกหนี้ปัญหา: มีแนวปฏิบัติให้ปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ยืดหยุ่นการผ่อนชำระ
  • การโฆษณา: ห้ามใช้คำที่ทำให้เข้าใจผิด เช่น "ดอกเบี้ย 0%" แต่จริงๆ มีค่าอื่นแฝง

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ประกอบการทุกแห่งต้องยึดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ช่วยลดช่องโหว่ที่เคยเอาเปรียบผู้บริโภคได้เยอะ

ทำไมมาตรการนี้ถึงสำคัญ?

ในปัจจุบัน ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยสูงถึง 90% ของ GDP ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อรถยนต์ที่ไม่โปร่งใส รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบการเงินที่ยั่งยืน ผู้บริโภคอย่างเราจะได้สิทธิมากขึ้น ลดความเสี่ยงติดกับดักหนี้ ขณะที่ธุรกิจก็ได้ภาพลักษณ์ดี ดึงดูดลูกค้าจริงๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจะเช่าซื้อรถกระบะผ่อน 5 ปี เดิมอาจเจอดอกเบี้ยรวมเกิน 20% แถมค่าบริการอีก แต่ใหม่ๆ จะต้องแจ้งชัดว่าผ่อนหมดจ่ายเท่าไหร่ทั้งหมด ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

รัฐบาลยังมุ่งแก้ปัญหาแบบครบวงจร เช่น จับมือหน่วยงานอื่นๆ ตรวจสอบสัญญาเก่าๆ ที่ไม่เป็นธรรมด้วย ใครที่กำลังมีปัญหาอยู่ ลองติดต่อ สคบ. หรือ ธปท. ได้เลย

ส่วนตัวผมคิดว่านี่เป็นมาตรการเจ๋งมาก เพราะในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การปกป้องผู้บริโภคคือกุญแจสู่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สุดท้าย ถ้าคุณกำลังจะทำสัญญาเช่าซื้อหรือลีสซิ่ง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ถ่ายรูปสัญญาเก็บไว้ และถ้ามีข้อสงสัย ถามผู้ประกอบการให้ชัด! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันเตือนใจ

ที่มา – รัฐบาลยกระดับคุ้มครองผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง ดูแลดอกเบี้ยให้เป็นธรรม เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. 69

เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต

เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต หลังจากที่ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน รัฐบาลเมียนมาได้เสนอร่างกฎหมายใหม่ที่เข้มงวดเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกสูญเงินมหาศาล

เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต

สภานิติบัญญัติที่สนับสนุนโดยกองทัพเมียนมา ได้เผยแพร่ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Online Scam Bill) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ร่างกฎหมายนี้กำหนดโทษหนักสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลงทุนคริปโต โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ความรุนแรง การทรมาน หรือการกักขังผิดกฎหมายเพื่อบังคับให้ผู้อื่นทำงานในศูนย์สแกม อาจถูกลงโทษประหารชีวิตสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีโทษจำคุกตลอดชีวิตสำหรับผู้ดำเนินการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับ คริปโตสแกม ซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังระบาดหนักในปัจจุบัน

สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา

ตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี 2021 เมียนมาหรือพม่ามีความไม่มั่นคง สงครามกลางเมืองทำให้พื้นที่ชายแดนและเขตติดอาวุธกลายเป็นแหล่งรวมแก๊งอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงผู้คนทางโทรศัพท์และออนไลน์ มีรายงานว่าชาวต่างชาตินับพันถูกหลอกหรือค้ามนุษย์เข้าไปทำงานในศูนย์เหล่านี้ ก่อนถูกทรมานหากไม่ทำยอดตามเป้า

  • FBI สหรัฐฯ รายงานว่าเหยื่อในอเมริกาเสียเงินกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์จากสแกมเหล่านี้ในปีที่แล้ว
  • จีนเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง ผู้ร่วม และเหยื่อจำนวนมาก สร้างความตึงเครียดระหว่างเมียนมากับจีน
  • ศูนย์สแกมส่วนใหญ่ตั้งในพื้นที่ Myawaddy และ Shwe Kokko ใกล้ชายแดนไทย-ลาว

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่สูญเงิน แต่ยังรวมถึงการค้ามนุษย์และการทารุณกรรมที่โหดร้าย ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นคนไทย ชาวจีน และชาวตะวันตกที่ถูกหลอกด้วยการลงทุนคริปโตหรือโทรศัพท์หลอกให้โอนเงิน

แรงกดดันจากนานาชาติและบทบาทของจีน

นานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน และไทย กดดันเมียนมาให้ปราบปรามแก๊งเหล่านี้ จีนที่เคยสนับสนุนทั้งฝ่ายทหารและกลุ่มกบฏ ตอนนี้เอนเอียงไปทางรัฐบาลทหารมากขึ้น เพื่อรักษาผลประโยชน์เศรษฐกิจ ร่างกฎหมายนี้ยังเสนอตั้งคณะกรรมการร่วมกับต่างชาติ เพื่อประสานงานปราบปราม

ร่างกฎหมายนี้เป็นฉบับแรกภายใต้รัฐบาลใหม่ของพลเอกมิน อ่อง หล่าย ที่เพิ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือน ฝ่ายประชาธิปไตยมองว่าเป็นการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ เพื่อหลุดพ้นจากการโดดเดี่ยว เช่น การย้ายอองซาน ซูจี กลับบ้านหลังถูกขัง

เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องดูการบังคับใช้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่กบฏที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้

สำหรับประชาชนทั่วไป แนะนำให้ระวังการลงทุนคริปโตที่สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ ตรวจสอบแหล่งที่มา และไม่โอนเงินให้คนแปลกหน้า หากเจอสแกม รายงานตำรวจทันทีเพื่อช่วยปราบปราม

ในมุมมองของผู้เขียน การใช้โทษประหารอาจช่วยลดอาชญากรรมได้ชั่วคราว แต่ต้องแก้ปัญหาต้นตออย่างความไม่มั่นคงและเศรษฐกิจด้วย ชาวไทยควรติดตามข่าวนี้ใกล้ชิด เพราะแก๊งเหล่านี้มักข้ามชายแดนมาหลอกเราได้ง่ายๆ คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – เมียนมาใช้ไม้แข็ง จ่อใช้โทษประหาร ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์-หลอกลงทุนคริปโต

ประกาศปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน ฟื้นฟูนิเวศ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลในช่วงฤดูมรสุมแล้วนะครับ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่หลงใหลในการดำน้ำ ชมปะการัง และสัตว์ทะเลหายาก ต้องอดใจรออีกสักพักใหญ่ วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังกันแบบละเอียดยิบ

จากรายงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ท่าเรือท่องเที่ยวบริษัทบ้านทับละมุ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ยังคงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รีบรุดมาลงเรือเพื่อไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก่อนที่การปิดอย่างเป็นทางการจะเริ่มในวันถัดไป คือ 16 พฤษภาคม 2567 การปิดพื้นที่นี้ครอบคลุมทั้งหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เป็นเวลาเต็มๆ 5 เดือน จนถึง 15 ตุลาคม 2567

ปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

การปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน เป็นมาตรการประจำปีที่กรมอุทยานดำเนินการอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีแล้วครับ เหตุผลหลักคือเพื่อให้ธรรมชาติได้พักหายใจ ป้องกันอันตรายจากคลื่นลมแรงในฤดูมรสุมที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และที่สำคัญคือการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล หมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 9 เกาะ มีชื่อเสียงระดับโลกเรื่องจุดดำน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนหมู่เกาะสุรินทร์มี 5 เกาะ เป็นที่อยู่อาศัยของชาวมอแกนพื้นเมืองและแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์

เหตุผลสำคัญของการปิดพื้นที่ท่องเที่ยว

ฤดูมรสุมในทะเลอันดามันมักนำพาคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก และทัศนวิสัยใต้น้ำที่แย่ลง ทำให้การเดินทางเสี่ยงอันตราย นอกจากนี้ กิจกรรมท่องเที่ยวจำนวนมากในฤดูท่องเที่ยว (พฤศจิกายน-เมษายน) ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เช่น การเหยียบย่ำปะการัง การทิ้งขวดพลาสติก หรือเรือทัวร์ที่จอดเบียดเสียด ทำให้ปะการังฟอกขาวและสัตว์ทะเลอย่างเต่าทะเล ปลาการ์ตูน โลมา และฉลามวาฬ ได้รับผลกระทบ การปิดจึงเป็นโอกาสทองให้ธรรมชาติฟื้นตัว

  • ฟื้นฟูแนวปะการัง: ให้ปะการังได้งอกงามใหม่ โดยไม่ถูกรบกวนจากนักดำน้ำนับหมื่นคน
  • ปกป้องสัตว์ทะเลหายาก: ปลาโลมา เต่า ปลาหมึกยักษ์ สามารถสืบพันธุ์ได้อย่างสงบ
  • ลดขยะและมลพิษ: พื้นที่ปิดช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและตรวจสอบ
  • ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว: ป้องกันพายุโซนร้อนและคลื่นยักษ์

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมู่เกาะทั้งสอง

หมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างฝั่งพังงา 44 กม. มีจุดเด่นคือหินสิมิลันรูปใบโคลเวอร์ หาดทรายขาวละเอียด และจุดดำน้ำกว่า 30 จุด ส่วนหมู่เกาะสุรินทร์ อยู่ใกล้กัน มีอ่าวช่องขาดที่สวยงามและหมู่บ้านมอแกนที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมวัฒนธรรมได้ ในช่วงเปิดเกาะ (กลางตุลาคม-กลางพฤษภาคม) จะคึกคักสุดๆ โดยเฉพาะชาวยุโรปและเอเชียที่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง

ทางเลือกท่องเที่ยวช่วงที่ปิดเกาะ

ถ้าคุณมีแผนท่องเที่ยวทะเลอันดามันในช่วงนี้ ไม่ต้องผิดหวังนะครับ ยังมีจุดหมายอื่นๆ ที่น่าไปไม่แพ้กัน ลองพิจารณาเหล่านี้

  • เกาะพีพี จังหวัดกระบี่: อ่าวมาหยา หาดลองเบย์ ดำน้ำสนุก
  • เขาหลัก-ทรายแก้ว พังงา: ชายหาดสงบ รีสอร์ทหรู
  • หมู่เกาะตะกอน-ห้อง: ใกล้เคียง สนุกคล้ายสิมิลัน
  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หรือทางฝั่งอ่าวไทย

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคือกุญแจสำคัญ อย่าลืมปฏิบัติตามกฎ เช่น ไม่สัมผัสปะการัง ไม่ให้อาหารปลา และเก็บขยะกลับ

เกาะจะเปิดเมื่อไหร่?

นักท่องเที่ยวสามารถกลับมาเยี่ยมชมได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นฤดูท่องเที่ยวใหม่ แนะนำจองล่วงหน้าเพราะที่พักบนเกาะมีจำกัด

ในมุมมองของผม การปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน แม้จะทำให้สูญเสียรายได้ท่องเที่ยวชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของธรรมชาติที่งดงามนี้ ถ้าทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ เกาะสวยๆ เหล่านี้จะอยู่คู่เราไปอีกนาน ลองวางแผนทริปช่วงเปิดเกาะแล้วไปสัมผัสด้วยตัวเองสิครับ! หรือแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ประกาศปิดหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์ 5 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศช่วงฤดูมรสุม

รัฐบาลเตือน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งไฟไหม้และค่าไฟแพงขึ้น ในยุคที่พลังงานสะอาดกำลังมาแรง การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม แต่รัฐบาลขอเตือนให้ระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

โซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ล่าสุด รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งตรวจสอบกรณีร้องเรียนจากผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีรายงานอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลดลงตามที่คาดหวัง สร้างความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพลังงานสะอาดที่ประชาชนนิยมติดตั้งในครัวเรือน สคบ. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าโซลาร์เซลล์ทั่วประเทศ รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย

อันตรายจากโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ปัญหาหลักที่พบคือ ผู้ประกอบการใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้า เช่น ใช้สายไฟอลูมิเนียมแทนทองแดง หรือเปลี่ยนจากระบบสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส ทำให้เกิดไฟตก ไฟดับ และเสี่ยงอัคคีภัย คดีเหล่านี้กำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว หากพบการขายสินค้าไม่มีฉลากหรือฉลากเท็จ จะถูกลงโทษทั้งจำและปรับ

  • ตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และชื่อผู้ผลิต
  • หลีกเลี่ยงราคาถูกผิดปกติ
  • เก็บสัญญาและเอกสารรับรองทุกครั้ง
  • เลือกผู้ติดตั้งที่มีใบอนุญาต

สคบ. เตรียมยกระดับโดยกำหนดธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจควบคุมสัญญา” และอุปกรณ์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” พิเศษ ประสานงานกับ สมอ., การไฟฟ้า, กกพ., สภาวิศวกร เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย

วิธีเลือกโซลาร์เซลล์ปลอดภัย

ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ประหยัดค่าไฟ แต่ต้องปลอดภัยด้วย รัฐบาลย้ำว่าการใช้สินค้าที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่รัฐจะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น หากเลือกถูกต้อง คุณจะได้ทั้งประหยัดเงินและเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอน

สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้ง แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน

ประโยชน์ของโซลาร์เซลล์มาตรฐาน

  • ผลิตไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพสูง
  • ลดค่าไฟฟ้าระยะยาว
  • ปลอดภัย ไม่เสี่ยงไฟไหม้
  • มีประกันและบริการหลังการขาย

สรุปแล้ว รัฐบาลกำลังเข้มงวดเพื่อคุ้มครองประชาชน หากคุณกำลังมองหาโซลาร์เซลล์ อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานให้ดี เพื่อความมั่นใจในการใช้พลังงานสะอาด

คำแนะนำสุดท้าย: อย่าประมาทกับโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน หากพบปัญหา รายงาน สคบ. ทันที เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว!

ที่มา – รัฐบาลเตือนภัยประชาชน ระวังโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน สั่ง สคบ. เร่งสอบ–ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค

เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เพิ่งเกิดขึ้นในสหรัฐฯ กันนะครับ เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม เป็นข่าวร้ายที่ทำให้หลายคนใจหายใจคว่ำ เพราะไม่ใช่แค่สูญเสียชีวิตคน แต่ยังก่อให้เกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วอีกด้วย

เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเทือกเขาของรัฐนิวเม็กซิโก เมื่อเครื่องบินลำเลียงผู้ป่วยทางการแพทย์ ซึ่งให้บริการโดยบริษัท Trans Air Medevac ออกเดินทางจากสนามบิน Roswell Air Center มุ่งหน้าสู่ Sierra Blanca Regional Airport แต่แล้วก็ขาดการติดต่อจากเรดาร์และวิทยุสื่อสารกะทันหัน สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ยืนยันว่าเครื่องบินตกกลางหุบเขา ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 4 คนเสียชีวิตทั้งหมด

จุดตกของเครื่องบินอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงชัน เต็มไปด้วยโขดหินที่เข้าถึงยากมาก ทีมกู้ภัยต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบครึ่งไมล์กว่าจะถึงซากเครื่อง ซึ่งพบช่วงเช้าตรู่ราว 08.00-09.00 น. นอกจากนี้ แรงกระแทกจากการตกยังจุดประกายไฟลุกท่วมทันที และลุกลามไปในป่าโดยรอบ จนกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่

ไฟป่าลุกลามรวดเร็วจากเครื่องบินแพทย์ตก

เจสัน เบิร์นส์ ผู้จัดการเขตลินคอล์น เปิดเผยว่า ไฟป่าที่เกิดจาก เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม ได้แผ่ขยายไปแล้วกว่า 35 เอเคอร์ หรือประมาณ 87 ไร่ ภายในช่วงเที่ยงวัน สภาพอากาศแห้งแล้งและลมแรงยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยป่าไม้สหรัฐฯ กำลังเร่งควบคุม แต่ยังกังวลว่าอาจลุกลามกว้างขึ้น

ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นลูกเรือและบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ขนส่งผู้ป่วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ สาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่พื้นที่หุบเขาคapitán ที่เต็มไปด้วยความชันและอันตรายน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ

สถิติอุบัติเหตุเครื่องบินแพทย์ในสหรัฐฯ

น่าเศร้าที่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีอุบัติเหตุเครื่องบินแพทย์หลายครั้ง เช่น

  • เครื่องบินเจ็ตตกในย่านชุมชนฟิลาเดลเฟีย เดือนมกราคม 2025 เสียชีวิต 8 ราย
  • เครื่องบินตกในเขตนาวาโฮ เนชัน รัฐแอริโซนา เดือนสิงหาคม 2025 เสียชีวิต 4 ราย
  • เครื่องบินกองทัพเรือเม็กซิโกตกนอกชายฝั่งเท็กซัส เดือนธันวาคมที่แล้ว เสียชีวิต 8 ราย รวมเด็กป่วย

ผลการศึกษาย้อนหลัง 20 ปีจนถึง 2020 พบอุบัติเหตุอากาศยานทางการแพทย์ถึง 87 ครั้ง คร่าชีวิต 239 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากเฮลิคอปเตอร์ โดยสาเหตุหลักคือความผิดพลาดของมนุษย์ เช่น นักบินสูญเสียการรับรู้ทิศทาง การซ่อมบำรุงบกพร่อง ความเหนื่อยล้า หรือประเมินสภาพอากาศผิด

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เครื่องบินลำเลียงผู้ป่วยทั่วไปไม่ได้เสี่ยงมากกว่าเที่ยวบินปกติ เพราะใช้สนามบินมาตรฐาน แต่เฮลิคอปเตอร์พยาบาลเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากต้องลงจอดในพื้นที่ชั่วคราวใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อเร่งช่วยชีวิต

เหตุการณ์ เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม นี้เตือนใจเราถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการบินการแพทย์ แม้จะช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน แต่ความเสี่ยงก็มีสูง ลองคิดดูสิครับ ถ้าเป็นญาติเรา เราจะรับมือยังไง

สำหรับผมแล้ว คิดว่า当局ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบสภาพอากาศและฝึกอบรมนักบินให้เข้มงวดขึ้น คุณคิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ด้วย!

ที่มา – เครื่องบินแพทย์ตกกลางหุบเขานิวเม็กซิโก ดับยกลำ 4 ศพ จุดไฟป่าลุกลาม

“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน

“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน เป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง ในการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการประชุมสุดยอดสองมหาอำนาจ

“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กำลังเปิดการหารือทวิภาคีรอบที่สอง ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางสายตาของนานาชาติที่จับจ้องประเด็นสำคัญอย่างปัญหาไต้หวัน การค้า และสถานการณ์สงครามอิหร่าน คาดว่าการสนทนาจะย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้คงเสถียรภาพ แม้จะมีความตึงเครียดในหลายด้าน

ตามรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ผู้นำทั้งสองมีกำหนดพบปะกันที่ “จงหนานไห่” ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ทำการและที่พักของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน สถานที่ประวัติศาสตร์ใกล้พระราชวังต้องห้าม ที่เคยเป็นเวทีสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เมื่อปี 2515 ระหว่างริชาร์ด นิกสันกับเหมา เจ๋อตุง โดยวันนี้จะมีการดื่มชาและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

ประเด็นหลักที่ถูกจับตาใน “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สอง

ก่อนหน้านี้ ในวันแรกของการเยือน ทั้งคู่ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงหารือกันที่มหาศาลาประชาชน โดยครอบคลุมประเด็นละเอียดอ่อนหลายเรื่อง สี จิ้นผิง เตือนอย่างชัดเจนว่าปัญหาไต้หวันหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การปะทะหรือความขัดแย้งใหญ่หลวงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ย้ำว่าทั้งสองประเทศควรเป็นหุ้นส่วนมากกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการค้าทวิภาคี เทคโนโลยี และสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่กำลังคุกรุ่น

คณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่ร่วมเดินทางครั้งนี้มีบุคคลสำคัญมากมาย เช่น

  • มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ
  • พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังมีนักธุรกิจชั้นนำที่เข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เช่น

  • อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลาและสเปซเอ็กซ์
  • เจนเซน หวง จากเอ็นวิเดีย
  • ทิม คุก จากแอปเปิล
  • ผู้บริหารจากโบอิ้ง ไมครอน เทคโนโลยี และโกลด์แมน แซคส์

ทรัมป์มีกำหนดเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีน 3 วันในช่วงบ่ายวันศุกร์ ก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ และในการประชุมวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้เชิญสี จิ้นผิงพร้อมสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เผิง ลี่หยวน เยือนทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อความสัมพันธ์

การหารือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสองมหาอำนาจเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจโลก การค้า และความมั่นคงระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าผลลัพธ์อาจช่วยลดความตึงเครียดในประเด็นไต้หวันและสงครามอิหร่านได้ หากทั้งสองฝ่ายหาจุดร่วมได้

ในมุมมองของผู้เขียน การประชุม “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน นี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างสมดุลใหม่ให้กับโลก แนะนำให้ติดตามผลการประชุมอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเปลี่ยนทิศทาง geopolitics ในอนาคต

ที่มา – “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือต่อวันที่สองและเป็นวันสุดท้าย จับตาประเด็นไต้หวัน-สงครามอิหร่าน

เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. เช็กจังหวัดเสี่ยง

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้มีประกาศสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่เราต้องไม่พลาด นั่นคือเตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดทั่วไทย ช่วงวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2567 ครับ ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาทนะครับ เพราะอาจมีฝนตกหนักสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ง่ายมาก โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหล และพื้นที่ลุ่ม

ประกาศนี้ระบุชัดว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจากอ่าวเบงกอลตอนล่างเคลื่อนขึ้นมา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ไทย และอ่าวไทยกำลังแรงขึ้น ทำให้ฝนตกหนักหลายพื้นที่

นอกจากฝนแล้ว ยังมีคลื่นลมแรงด้วยนะครับ ทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่ภูเก็ตขึ้นมา คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงเกิน 3 เมตรในที่ฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูง 2 เมตร ชาวเรือโปรดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งเลยครับ

เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. จังหวัดไหนเสี่ยงบ้าง

กรมอุตุฯ ได้ระบุจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. ดังนี้ (ข้อมูลจากแผนที่พยากรณ์)

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567

  • ภาคเหนือ: แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง

วันที่ 16 พฤษภาคม 2567

  • ภาคเหนือ: เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน
  • ภาคกลาง: ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: สตูล พัทลุง สงขลา

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567

  • ภาคเหนือ: น่าน อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: สุโขทัย phitsanulok
  • ภาคตะวันออก: สมุทรปราการ สมุทรสาคร
  • ภาคใต้: นครศรีธรรมราช พัทลุง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2567

  • คล้ายวันก่อน แต่ลดลงในบางพื้นที่ เน้นภาคใต้และตะวันออก

ข้อมูลจังหวัดเหล่านี้มาจากแผนที่คาดการณ์ หากอยากดูละเอียด เช็กได้ที่เว็บกรมอุตุนิยมวิทยาครับ

เคล็ดลับเตรียมตัวรับมือเตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค.

  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคง เตรียมถุงทรายกันน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่ม น้ำไหล และสะพานข้ามน้ำ
  • เก็บเอกสารสำคัญไว้ที่สูง เตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม
  • ดาวน์โหลดแอปพยากรณ์อากาศ ติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์
  • หากอยู่ใกล้ทะเล ฟังคำเตือนคลื่นลมแรง

การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะฤดูฝนแบบนี้

สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถเช็กได้ที่ www.tmd.go.th หรือโทร 1182 ตลอด 24 ชม. เพื่อความปลอดภัยของทุกคนครับ!

ที่มา – เตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 15-18 พ.ค. เช็กจังหวัดที่คาดได้รับผลกระทบ

CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน

หากคุณกำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าสุดล้ำสมัยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก! CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน รถรุ่นนี้จาก CHANGAN Automobile มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “SMART DRIVE, EASY LIFE” ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน ภายในกว้างขวาง นั่งสบายทุกที่นั่ง ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดย Mr. Klaus Zyciora นักออกแบบระดับโลกและ Head of Global Design ของ CHANGAN

CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน

CHANGAN NEVO Q05 มีระยะฐานล้อยาว 2,735 มม. ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางมาก เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ นั่งนุ่มสบายแม้ขับทางไกล ใช้วัสดุ Soft-touch มากกว่า 80% สัมผัสพรีเมียมทุกจุด พื้นที่ท้ายรถจุได้เยอะ เมื่อพับเบาะหลังขยายเป็น 1,380 ลิตร ห้องโดยสารอัจฉริยะมีหน้าจอกลาง 14.6 นิ้ว คู่กับเรือนไมล์ 10.17 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และอัปเดต OTA สั่งงานด้วยเสียงได้ แบตเตอรี่ CATL ชาร์จเร็ว 3C จาก 30-80% ใน 15 นาทีเท่านั้น!

CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน

สเปกเด่นของ CHANGAN NEVO Q05

มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 163 แรงม้า (120 kW) แรงบิด 190 Nm ขับเคลื่อนล้อหน้า ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. เหมาะกับการขับในเมืองและชานเมือง นุ่มนวลไม่เน้นสปอร์ต

  • แบตเตอรี่: 40.3 kWh (Standard) หรือ 51.9 kWh (Long Range)
  • ระยะทาง: 370-405 กม. (Standard) / 475-506 กม. (Long Range) ตาม NEDC/CLTC
  • ชาร์จเร็ว: 30-80% ใน 15 นาที, 10 นาทีวิ่งได้ 100 กม.
  • V2L จ่ายไฟภายนอก 3.3 kW
ภายใน CHANGAN NEVO Q05 กว้างขวาง

ขนาดตัวรถ: ยาว 4,435 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,600 มม. ฐานล้อ 2,735 มม. ล้อ 18 นิ้ว ยาง 225/55 R18 รัศมีเลี้ยว 5.3 ม. ใกล้เคียง BYD Atto 3 หรือ Honda HR-V แต่กว้างกว่าด้วยฐานล้อยาว

CHANGAN NEVO Q05 SUV ไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัยและช่วงล่าง

ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ADAS ครบ: Adaptive Cruise Control, เตือนชนหน้า, รักษาเลน, เบรกฉุกเฉิน กล้อง 540 องศา มองใต้รถได้ ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut / หลัง Torsion Beam + FSD ซับแรงดีตามสภาพถนน

  • คาดราคาในไทย: 6xx,xxx บาท
สเปก CHANGAN NEVO Q05

CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ EV ราคาเข้าถึงได้แต่ฟีเจอร์หรู ระยะทางไกล ชาร์จไว ภายในพรีเมียม ถ้าคุณสนใจอย่ารอช้า จองคิวทดลองขับเลยวันนี้! ตรวจสอบโชว์รูมได้ที่ https://www.changan.co.th/th/dealer/ มันจะเปลี่ยนการขับขี่ของคุณให้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้นแน่นอน

ที่มา – CHANGAN NEVO Q05 เปิดให้ทดลองขับแล้วที่โชว์รูม CHANGAN ใกล้บ้าน