วัน: 15 พฤษภาคม 2026

KPI โพล ชี้คนกทม.เลือกผู้ว่าฯซื่อสัตย์ตรวจสอบได้

จากผลสำรวจล่าสุด KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่กำลังมองหาผู้ว่าฯคนใหม่ สถาบันพระปกเกล้าได้ทำโพลเสียงประชาชนในพื้นที่กทม. จำนวน 1,600 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป ระหว่าง 8-11 พ.ค. 2567 เพื่อดูว่าเราอยากเห็นผู้ว่าฯแบบไหน และปัญหาเมืองหลวงที่อยากให้แก้ไขมากที่สุด

KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้

ผลโพลชัดเจนเลยนะครับ เมื่อถามว่าคุณลักษณะสำคัญที่สุดในการเลือกผู้ว่าฯ ร้อยละ 28.2% บอกว่าต้อง ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ สูงสุดเลย รองลงมาใกล้เคียงกันที่ร้อยละ 28.0% อยากได้คนที่มีนโยบายชัดเจนและทำได้จริง ส่วนอันดับอื่นๆ ได้แก่:

  • เข้าใจปัญหาคนกรุงเทพฯ (16.7%)
  • มีผลงานเป็นรูปธรรม (8.9%)
  • มีประสบการณ์บริหารงาน (4.0%)
  • มีความคิดใหม่ๆ ทันสมัย (3.6%)
  • ทำงานร่วมกับหลายฝ่ายได้ (3.0%)
  • สังกัดพรรคที่น่าเชื่อถือ (1.7%)
  • อื่นๆ (5.9%)

เห็นได้ชัดว่าคนกทม. ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสสูงสุด เพราะปัญหาคอร์รัปชันในอดีตทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจแล้ว

ปัญหาหนักใจอันดับต้นๆ ของคนกรุง

ส่วนปัญหาสำคัญ 3 อันดับแรกที่คนกทม. มองว่าสำคัญมาก ได้แก่:

  • น้ำท่วมขังและการระบายน้ำ (74.3%)
  • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (73.3%)
  • ฝุ่น PM2.5 และมลภาวะอากาศ (73.2%)

ตามด้วยการจราจร-ขนส่งสาธารณะ (66.1%) และจัดการขยะ-ความสะอาด (65.8%) ถ้าดูตามพื้นที่ เขตชั้นนอกหนักสุด เช่น น้ำท่วม 89.6%, จราจร 87.8%, ฝุ่น 85.9% เขตชั้นกลางก็คล้ายกัน น้ำท่วม 86.3%, ฝุ่น 75.3% แต่เขตชั้นในเบากว่า จราจรแค่ 47.2%, น้ำท่วม 54.4% แต่ฝุ่นกับความปลอดภัยยังสูง

ที่น่าตกใจคือ ถ้าเลือกแค่ปัญหาเดียวที่อยากให้ผู้ว่าฯเร่งแก้ที่สุด อันดับ 1 คือ การจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ (17.8%) รองลงมา ฝุ่น PM2.5 (13.8%), ความปลอดภัย (12.9%), คนไร้บ้าน/ผู้เปราะบาง (12.3%), น้ำท่วม (12.1%)

ข้อมูลนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการผู้นำที่ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องซื่อสัตย์และแก้ปัญหาจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่างน้ำ จราจร และสิ่งแวดล้อม หากผู้สมัครคนไหนโฟกัสตรงนี้ น่าจะได้คะแนนจากโพลนี้แน่นอน

คุณคิดยังไงกับผลโพลนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวเลือกตั้งกทม. เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯที่ตรงใจนะครับ!

ที่มา – KPI โพล ชี้ คนกทม. จะเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้

พาร์เลอร์? วิลล่า? เจอร์ราร์ด? จัดอันดับประตูเอฟเอคัพสุดยอด

พาร์เลอร์? วิลล่า? เจอร์ราร์ด? จัดอันดับประตูเอฟเอคัพสุดยอด

มีอะไรบางอย่างมหัศจรรย์ในวินาทีนั้นก่อนนัดชิงเอฟเอคัพจะเริ่มต้นเลยนะ แตรดังก้อง ถ้วยรางวัลห่อฟอยล์แวววาว ผู้เล่นตึงเครียดสุดๆ เหมือนแฟนบอลที่เดินทางไกลมา โค้ชเดินวนไปวนมาในชุดสูทเต็มยศ ความตื่นเต้นที่ฮีโร่คนใหม่จะโผล่มาสร้างตำนาน

ทุกคนต้องมีช่วงวัยที่จำนัดชิงเอฟเอคัพได้ละเอียดยิบสิ อย่างยุคเด็กๆ หรือวัยรุ่น ที่จำชุดแข่ง สีทีม ผู้ทำประตู กัปตันเดินขึ้นบันไดเวมบลีย์ได้เป๊ะๆ ไม่ต้องถามว่าสองสามปีก่อนเกิดอะไรขึ้น แต่พอล ไรด์เอาท์ปี 95 หรือเอริค คานโตน่าต้านลิเวอร์พูล? ยังชัดเจนในหัวเลย

แต่บางประตูเนี่ย มันคือตำนานเอฟเอคัพจริงๆ ถูกเอาไปใส่ในคลิปไฮไลท์ทุกนัดชิง ประตูสวยๆ ช่วงเวลาพลิกเกม หรือลูกที่ปิดฉากชัยชนะสุดช็อก วันนี้เรามา พาร์เลอร์? วิลล่า? เจอร์ราร์ด? จัดอันดับประตูสุดยอดเอฟเอคัพไฟนอล กันเลย จัดท็อป 10 ลูกเด็ด!

พาร์เลอร์? วิลล่า? เจอร์ราร์ด? จัดอันดับประตูสุดยอดเอฟเอคัพไฟนอล

10. ยูริ ตีเลมันส์ – เลสเตอร์ vs เชลซี 2021

ปาฏิหาริย์ตัวจริงของเลสเตอร์คือแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2016 ที่赔率 5000-1 แต่การคว้าเอฟเอคัพใบแรกปี 2021 ก็สุดพิเศษไม่แพ้กัน และปิดท้ายด้วยประตูสุดโหด ตีเลมันส์รับบอลในแดนเชลซี แตะสองที แล้วซัดลูกยิงกระสุนปริศนาเสียบมุมบนของเคปา พิคเอาต์ได้มั้ยล่ะ

แม้โควิดทำให้มีแฟนแค่ 20,000 ที่เวมบลีย์ แต่เลสเตอร์แฟนจะจดจำโมเมนต์นี้ไว้แม้ทีมจะร่วงลีกวันแล้ว

9. เบน วัตสัน – วิแกน vs แมนซิตี้ 2013

ไม่ใช่ลูกยิงเทคนิคขั้นเทพ แต่เซ็ตพีซดีๆ ก็ไม่เลว และช็อกสุดๆ คือวิแกนชนะแมนซิตี้แชมป์พรีเมียร์ปีก่อน ลูกชนะนาที 91 วัตสันกระโดดเสมือนแซลมอนแอตแลนติก โหม่งมุมไกลจากลูกเตะมุมของชอน มาโลนีย์

แฟนวิแกนกลับลอนดอนอีกสามวัน เพื่อดูทีมตกชั้นหลังแพ้อาร์เซนอล 4-1 สุดดราม่า

8. ชาร์ลี จอร์จ – อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล 1971

การฉลองไอคอนิก ชาร์ลี จอร์จในชุดเหลือง นอนแผ่หลัง แขนกาง คางยกขึ้น หนวดเคราดก แล้วโดนเพื่อนรุม ลูกยิงช่วงท้ายต่อเวลา ปั่นหนึ่งสอง แล้วซัดจากนอกกรอบทะลุ เรย์ คลีเมนซ์ ปิดซูเปอร์ดับเบิ้ลให้อาร์เซนอล

“ทันทีที่บอลออกจากเท้า ผมรู้เลยว่าเข้า!” จอร์จบอก

7. เรย์ พาร์เลอร์ – อาร์เซนอล vs เชลซี 2002

พาร์เลอร์ไม่ใช่ตัวจบ แต่ปีนั้นยิงแค่ลูกเดียวทั้งซีซั่นก่อนนัดชิง 20 นาทีเหลือ วิลทอร์ดจ่าย พาร์เลอร์ “โรมฟอร์ด เปเล่” วิ่งทะลุ 30 หลา กัลลาสกับเดซายลี่ถอย เหลือที่พอขลุกขลิกยิงโค้งเสียบมุม คูดิชินี่สิ้นหวัง

ลุงเบิร์กยิงอีกตุ๊กตามา

6. นอร์แมน ไวท์ไซด์ – แมนยู vs เอฟเวอร์ตัน 1985

ยูไนเต็ดเหลือ 10 คน ต่อเวลา เอฟเวอร์ตันไล่ทริเบิ้ล นาที 110 ฮิวจ์สจ่าย ไวท์ไซด์พุ่งขวา ตัดเข้ามา สเต็ปโอเวอร์หลอกแวน เดน เฮาเว่ แล้วโค้งเสียบมุมไกล นีลล์ เซาทอลล์

“บางคนกล้าถามว่าเป็นครอสซ์รึเปล่า!” เขาหัวเราะกับบีบีซี

5. อิลคาย กุนโดกัน – แมนซิตี้ vs แมนยู 2023

12 วินาทีเริ่มเกม แขนกัปตัน บอลตกกลางแดดเวมบลีย์ ซัดวอลเล่ย์สิบเต็มสิบ! กุนโดกันซัดโหดจิ้มลงมุมบน เด เกอาแค่ยืนดู เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟเอคัพไฟนอล แล้วยิงอีก ปิดเอฟเอคัพ ก่อนทริเบิ้ลยูซีแอล

4. ไมเคิล โอเว่น – ลิเวอร์พูล vs อาร์เซนอล 2001

โอเว่นวัย 21 กำลังจะได้บัลลงดอร์ พุ่งทะยาน ลิเวอร์พูลตาม 1-0 นาที 83 ฮาล์ฟวอลเล่ย์ตีเสมอ แล้วนาที 88 พัตริค เบอร์เกอร์ลอยบอล โอเว่นแซงดิกซอน แตะหลบอดัมส์ ซ้ายเสียบเสาไกลของซีแมน

“ถ้าย้อนวันได้ ผมเลือกวันนั้นเลย”

3. โรแบร์โต้ ดิ มาเตโอ – เชลซี vs มิดเดิ้ลสโbrough 1997

ยังไม่ถึงนาที ดิ มาเตโอรับบอลแดนตัวเอง พุ่งทะลุ 30 หลา ซัดแรงทะลุคานกระแทกใต้คาน ทีมเมทลากลับฉลอง เชลซีคว้าแชมป์ใบใหญ่ใบแรกใน 26 ปี

2. สตีเว่น เจอร์ราร์ด – ลิเวอร์พูล vs เวสต์แฮม 2006

เจอร์ราร์ดตะคริวกะลัก ลิเวอร์พูลตาม 3-2 ทดเจ็บ 40 หลา งัดขวาซัดเกือบติดพื้น เสียบตาข่ายชาก้า ฮิสล็อป “เห็นเขาซัดแต่มีคนบัง มันเข้าเร็วเกิน!” ลิเวอร์พูลเข็นจุดโทษชนะ เจอร์ราร์ดยิงเข้า

“ตอนนั้นผมรู้สึกเป็นนักเตะพิเศษที่สุด”

1. ริคกี้ วิลล่า – สเปอร์ส vs แมนซิตี้ 1981

อันดับ 1 วิลล่าลูกพ่อ! เสมอ 1-1 นัดแรกโดนเปลี่ยนออก รีเพลย์ 2-2 เหลือ 14 นาที วิลล่าขนาดสั้นเกาะต้นขา ผมปลิว ริเริ่มดริบเบิ้ลทะลุสิงห์น้ำเงิน หลุดเข้าไปแทงกึ่งๆ ระหว่างขาโจ คอร์ริแกน

“รับบอลแล้วคิดโจมตีทันที ลืมทุกคนรอบตัว” วิลล่าบอกบีบีซี “มันเปลี่ยนชีวิตผมในลีกอังกฤษ”

นี่แหละ พาร์เลอร์? วิลล่า? เจอร์ราร์ด? จัดอันดับประตูสุดยอดเอฟเอคัพไฟนอล สำหรับผม วิลล่าคือเบอร์ 1 ที่ทั้งสวยและอารมณ์พลุ่งพล่าน คุณคิดว่าประตูไหนดีสุด? คอมเมนต์บอกกันหน่อย อย่าลืมแชร์ถ้าชอบนะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ครบรอบ 38 ปี ลุยยกระดับการศึกษา

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ครบรอบ 38 ปี ลุยยกระดับการศึกษา อย่างเต็มสูบ! ในวาระสำคัญนี้ คณะได้จัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวห้องเรียนแห่งอนาคต “Science-SPHERE” และศูนย์เรียนรู้บำบัดน้ำเสียจากสารเคมี สร้างมาตรฐานใหม่ให้การศึกษาวิทยาศาสตร์ไทยก้าวสู่ระดับสากล

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ครบรอบ 38 ปี ลุยยกระดับการศึกษา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ อาคาร 72 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ได้จัดงานครบรอบ 38 ปี แห่งการสถาปนา ภายใต้การนำของ ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี และ รศ.ดร.เพียรพูล กมลจิตร์ประภา คณบดีคณะฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก พิธีทำบุญเพื่อสิริมงคลนำเข้าสู่ไฮไลต์หลัก คือการเปิดตัว 2 โครงการเด่นที่สะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาการศึกษาและสิ่งแวดล้อม

Science-SPHERE: ห้องเรียนแห่งอนาคตสำหรับ Active Learning

“Science-SPHERE” คือห้องเรียนรวมรูปแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Active Learning) นักศึกษาจะได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และพัฒนานวัตกรรมในพื้นที่ทันสมัย รองรับทักษะดิจิทัลยุคใหม่ เช่น การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน และการใช้เทคโนโลยี AI ห้องเรียนนี้ไม่ใช่แค่สถานที่เรียน แต่เป็นศูนย์กลางแห่งไอเดียที่จุดประกายอนาคต

ศูนย์การเรียนรู้การบำบัดน้ำเสียจากสารเคมี: มุ่งเน้นความยั่งยืน

อีกหนึ่งโครงการที่โดดเด่นคือ “ศูนย์การเรียนรู้การบำบัดน้ำเสียจากสารเคมี” พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการของเสียจากการเรียนการสอนและวิจัย ช่วยบำบัดน้ำเสียให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์นี้ปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างบัณฑิตที่ไม่เพียงเก่งวิทยาศาสตร์ แต่ยังใส่ใจโลกใบนี้

  • จุดเด่นของ Science-SPHERE: พื้นที่อเนกประสงค์ รองรับ 100+ คน เทคโนโลยี VR/AR
  • ประโยชน์ศูนย์บำบัดน้ำเสีย: ลดของเสีย 90% ฝึกปฏิบัติจริง
  • ผลกระทบต่อนักศึกษา: เตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงาน 4.0
  • วิสัยทัศน์คณะ: เป็นผู้นำวิทยาศาสตร์ประยุกต์ระดับเอเชีย

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ครบรอบ 38 ปี ลุยยกระดับการศึกษา ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ฉลอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยจะผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง พร้อมรับมือความท้าทายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน คณะมีหลักสูตรหลากหลาย เช่น วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เคมีประยุกต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ ที่เชื่อมโยงทฤษฎีสู่ปฏิบัติจริง

ในยุคที่โลกเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม การลงทุนในห้องเรียนและศูนย์วิจัยเช่นนี้คือก้าวสำคัญ นักศึกษาที่จบจากที่นี่จะเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลงสังคม

หากคุณสนใจการศึกษาวิทยาศาสตร์ชั้นนำ สมัครเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ได้เลยวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตที่สดใส!

ที่มา – คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มจพ. ครบรอบ 38 ปี ลุยยกระดับการศึกษา

สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล เปิดที่บางใหญ่

สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล เปิดอย่างเป็นทางการแล้วที่โครงการบ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ (วัดพระเงิน) จังหวัดนนทบุรี เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 72 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ยั่งยืน ระหว่างสองประเทศ โดยมีสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และมาชาฟ (ศูนย์ความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของอิสราเอล) ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ จัดสร้างขึ้น

สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล: สร้างสรรค์เพื่อทุกคน

สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล ออกแบบมาให้เป็นพื้นที่เปิดกว้างที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกายหรือไม่ อิสราเอลในฐานะ “ประเทศแห่งสตาร์ทอัพ” และผู้นำด้านนวัตกรรม ได้นำเทคโนโลยีและหลักการออกแบบที่ส่งเสริมความเท่าเทียมมาปรับใช้ที่นี่ สนามเด็กเล่นแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่อเนกประสงค์ขนาด 360 ตารางเมตร ติดตั้งอุปกรณ์เล่นที่ปลอดภัย ทันสมัย และเหมาะสำหรับเด็กทุกวัย

ชุมชนบ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ มีประชากรประมาณ 7,000 คน โดยเด็กและเยาวชนกว่า 1,500 คน จะได้ประโยชน์โดยตรงจากสนามเด็กเล่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นที่สำหรับเล่นสนุก แต่ยังเป็นสถานที่ฝึกทักษะทางสังคม เช่น การแบ่งปัน การเคารพความแตกต่าง และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง

พิธีเปิดสนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยความหมาย โดยมีนายทวีพงศ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และสมาชิกชุมชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง หลังจากวางศิลาฤกษ์เมื่อปีที่แล้ว โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการกระชับสัมพันธ์ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน

สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ กล่าวในพิธีว่า “สนามเด็กเล่นคือที่แรกที่เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกัน เป็นสถานที่ซึ่งพวกเขาค้นพบความร่วมมือ ความมีน้ำใจ ความมั่นใจ และเรียนรู้ที่จะเคารพความแตกต่าง เป็นสถานที่ที่ความเห็นอกเห็นใจถือกำเนิดและเติบโต นี่คือรากฐานสำคัญของการสร้างและหล่อเลี้ยงสังคมที่เข้มแข็ง” คำกล่าวนี้เน้นย้ำถึงคุณค่าของโครงการ

คุณสมบัติเด่นของสนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล

  • เข้าถึงได้ทุกคน: ออกแบบตามมาตรฐานสากลสำหรับผู้พิการ รองรับรถเข็นและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
  • ปลอดภัยสูง: ใช้วัสดุคุณภาพจากอิสราเอล ทนทานต่อสภาพอากาศไทย
  • ส่งเสริมการเรียนรู้: มีโซนกิจกรรมหลากหลาย เช่น ปีนป่าย กระดานลื่น และพื้นที่สร้างสรรค์
  • เชื่อมโยงชุมชน: สร้างจุดรวมตัวสำหรับครอบครัวและเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล ยังเป็นตัวอย่างของความร่วมมือด้านการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน อิสราเอลนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาสังคมไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมความเท่าเทียม ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในสังคมอิสราเอล

พิธีเปิดสนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการอย่างสนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล ไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของชาติ มิตรภาพ 72 ปีระหว่างไทย-อิสราเอลได้พิสูจน์แล้วว่าความร่วมมือสามารถสร้างประโยชน์แท้จริงให้ชุมชนได้ หากคุณอยู่ในพื้นที่นนทบุรี ลองพาเด็กๆ ไปสัมผัสประสบการณ์นี้ดู แล้วคุณจะเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไร้ขอบเขต

ที่มา – สนามเด็กเล่นมิตรภาพไทย-อิสราเอล ฉลองมิตรภาพ 72 ปี เปิดแล้ว ที่บางใหญ่ นนทบุรี

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุดแล้วนะคะ! วันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 ราคาทองคำไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลงแรงถึง 850 บาท ส่งผลให้ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณมีราคาขายออกถูกลง นักลงทุนและผู้สนใจซื้อทองต้องเช็คให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะราคาอาจผันผวนตลอดวัน สมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาครั้งแรกเมื่อเช้านี้แล้ว มาดูรายละเอียดกันเลย

ราคาทองวันนี้ล่าสุด 15 พฤษภาคม 2569 เช้า/ครั้งที่ 1 ณ เวลา 9.06 น.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองครั้งที่ 1 เวลา 9.06 น. โดยราคาปรับลง 850 บาทจากวันก่อนหน้า ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 70,900 บาท ขายออกบาทละ 71,100 บาท ส่วน ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 69,478.28 บาท ขายออกบาทละ 71,900 บาท ราคานี้เป็นราคาต่อ 1 บาททองคำนะคะ ซึ่ง 1 บาททองคำแท่งมีน้ำหนัก 15.244 กรัม และทองรูปพรรณ 15.16 กรัม หากต้องการซื้อจำนวนน้อยกว่านั้น สามารถคำนวณได้ตามสัดส่วน

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569

สำหรับ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 เช้าที่สุด อ้างอิงน้ำหนักมาตรฐานดังนี้ ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม ราคารับซื้อและขายออกมีดังนี้

  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อบาทละ 70,900 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 1 บาท ขายออกบาทละ 71,100 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อบาทละ 69,478.28 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท ขายออกบาทละ 71,900 บาท

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569: เปรียบเทียบทองแท่ง vs ทองรูปพรรณ

ทองคำแท่งมักมีราคาถูกกว่าทองรูปพรรณเล็กน้อยเพราะไม่รวมค่ากำเหน็จทำรูปพรรณ หากคุณกำลังมองหาการลงทุน วันนี้อาจเป็นจังหวะดีเพราะราคาลง แต่ต้องดูแนวโน้มต่อไปด้วยนะคะ

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)

ราคาทองคำ 2 สลึง หรือ 50 สตางค์ คิดเป็นครึ่งบาท น้ำหนักทองคำแท่ง 7.622 กรัม ทองรูปพรรณ 7.58 กรัม ราคาประมาณครึ่งหนึ่งของ 1 บาท

  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 35,450 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 35,550 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 34,739.14 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 35,950 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง (25 สตางค์)

ราคาทองคำ 1 สลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 3.811 กรัม ทองรูปพรรณ 3.79 กรัม เหมาะสำหรับซื้อสะสมทีละน้อย

  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 17,725 บาท
  • ราคาทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 17,775 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 17,369.57 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 17,975 บาท

ราคาทองวันนี้ครึ่งสลึง

ราคาทองคำครึ่งสลึง น้ำหนักทองคำแท่ง 1.905 กรัม ทองรูปพรรณ 1.89 กรัม ราคาต่ำสุดสำหรับผู้เริ่มต้น

  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 8,862.5 บาท
  • ราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 8,887.5 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,684.78 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 8,987.5 บาท

หมายเหตุ: ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศสมาคมค้าทองคำ กรุณาติดต่อร้านทองใกล้บ้านเพื่อยืนยันราคาล่าสุด

อัปเดตราคาทองบ่าย 15 พฤษภาคม 2569

หลังเปิดตลาดจนถึง 11.30 น. ราคาทองปรับขึ้นลงไป 8 ครั้ง ล่าสุดครั้งที่ 8 เวลา 11.22 น. ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 70,800 บาท ขายออก 71,000 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 69,378.28 บาท ขายออก 71,800 บาท ราคายังคงทรงตัวในกรอบลง แนะนำนักลงทุนเฝ้าดูข่าวเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นและอัตราดอกเบี้ย Fed ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันราคาทอง

การลงทุนทองคำในช่วงนี้ต้องพิจารณาความเสี่ยง ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 ถือว่าถูกลงจากสัปดาห์ก่อน หากเป็นการซื้อสะสมระยะยาว อาจเป็นโอกาสดี แต่ถ้าซื้อเก็งกำไร ควรรอสัญญาณชัดเจนกว่านี้

เคล็ดลับ: ซื้อทองคำแท่งจะได้ราคาดีกว่าทองรูปพรรณ และเลือกซื้อจากร้านมาตรฐานสมาคมค้าทองคำเพื่อความมั่นใจ ติดตามอัปเดต ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 และทุกวันได้ที่นี่ สมัครรับแจ้งเตือนฟรีเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ทองคำแท่ง-ทองรูปพรรณ ขยับกี่บาท

“สุริยะ” เร่ง “พืชสวนโลกโคราช 2572” สู่ BIE

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบเพื่อความพร้อมของมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2572 ให้ได้มาตรฐานสากลจาก BIE พร้อมอัปเดตความคืบหน้าพืชสวนโลกโคราช 2572ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ยังโชว์ความก้าวหน้าของพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ที่คืบหน้าไปถึง 76% แล้ว! งานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดงพืชสวนธรรมดา แต่เป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมนวัตกรรมเกษตร เทคโนโลยีสีเขียว และวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ

เดินหน้า “พืชสวนโลกโคราช 2572” ยกระดับมาตรฐานสู่สากล

ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะได้เป็นประธานเพื่อติดตามความคืบหน้าทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสถานที่ บริหารจัดการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม และการอำนวยความสะดวก เพื่อให้พืชสวนโลกโคราช 2572 (International Horticultural Expo 2029 Korat Thailand) สมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน World Expo

กำหนดจัดงานระหว่าง 10 พฤศจิกายน 2572 – 28 กุมภาพันธ์ 2573 ภายใต้ธีม “Nature & Greenery: Envisioning the Green Future” ที่ครอบคลุม 5 แนวคิดหลัก ได้แก่

  • ครัวของโลกและอาหารแห่งอนาคต
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมพืชสวนยั่งยืน
  • เมืองน่าอยู่แห่งอนาคต
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรม

กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติฯ อว. และการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อรับเกณฑ์ใหม่จาก Bureau of International Expositions (BIE) ที่เพิ่มความเข้มข้น โปร่งใส และยกระดับการประเมินทุกด้าน

บูรณาการภาคส่วนเพื่อความสำเร็จของพืชสวนโลกโคราช 2572

การทำงานร่วมกันนี้จะทำให้พืชสวนโลกโคราช 2572ไม่เพียงเป็นงานแสดง แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเกษตรยั่งยืน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวโคราชให้เป็นจุดหมายระดับโลก นครราชสีมามีศักยภาพด้านเกษตรกรรมที่แข็งแกร่ง ด้วยพื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่และผลผลิตคุณภาพ จะได้ประโยชน์เต็มๆ จากงานนี้

อัปเดตความคืบหน้า พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 กว่า 76%

ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้ามหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) จัด 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี คืบหน้าโดยรวม 76.96% โดย

  • โครงสร้างอาคารหลัก: เสร็จ 100% อยู่ระหว่างสถาปัตยกรรมและระบบ
  • งานภูมิสถาปัตย์: ดำเนินการ 54.33%

ปัจจุบันมี 17 ประเทศ/องค์กรตอบรับเข้าร่วมจัดสวนนานาชาติ และ 9 องค์กรสนใจจัดสวนองค์กร แสดงถึงความน่าสนใจระดับโลก

ทำไมพืชสวนโลกโคราช 2572 ถึงสำคัญ?

งานพืชสวนโลกโคราช 2572จะยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะผู้นำเกษตรนวัตกรรม สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวหลายหมื่นล้านบาท สร้างงานให้คนท้องถิ่น และเผยแพร่เทคโนโลยีสีเขียวไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับพืชสวนโลกอุดรธานีที่กำลังมาแรง เป็นโมเดลให้โคราชเดินตาม

ในยุคที่โลกหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอทางออกปัญหาโลกร้อน อาหารขาดแคลน และเมืองยั่งยืน อย่าพลาดที่จะติดตามพัฒนาการต่อไป!

เชิญชวนทุกท่านเตรียมตัวไปร่วมงานพืชสวนโลกโคราช 2572 เพื่อสัมผัสอนาคตสีเขียว และแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณตื่นเต้นกับส่วนไหนมากที่สุด!

ที่มา – “สุริยะ” เร่งเครื่อง “พืชสวนโลกโคราช 2572” ยกระดับสู่ BIE โชว์พืชสวนโลกอุดรฯ คืบหน้า 76%

“ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์

“เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป” “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นครองตำแหน่ง หลังพระบิดาสิ้นพระชนม์เมื่อปี 2567

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พระนาง เต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป พระราชินีแห่งชาวเมารีของนิวซีแลนด์ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน นับเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองพระองค์ หลังจากที่ “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ในฐานะราชินีเมารีคนใหม่ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา คือกษัตริย์กีงงี ตูเฮเตีย ในปี 2567

“ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์

การเข้าเฝ้าครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการทางการ แต่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการกระชับสัมพันธ์ระหว่างชนพื้นเมืองเมารีกับราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งมีรากฐานมาจากสนธิสัญญาไวตางี (Treaty of Waitangi) เมื่อปี 1840 สนธิสัญญานี้ถือเป็นเอกสารก่อตั้งชาติของนิวซีแลนด์ที่กำหนดสิทธิของชาวเมารีและชาวยุโรป โดยราชวงศ์อังกฤษมีบทบาทสำคัญในการรับรองสิทธิเหล่านั้น

โฆษกของราชินีเมารีเปิดเผยว่าการสนทนาระหว่างทั้งสองพระองค์เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ โดยกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของอดีตกษัตริย์เมารี และแนวทางการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในอนาคต เช่น การอนุรักษ์วัฒนธรรมเมารี การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมภูมิปัญญาชนพื้นเมือง

การต้อนรับจากเจ้าชายวิลเลียมก่อนหน้า

ก่อนหน้า “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ พระนางยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าชายวิลเลียมที่พระราชวังวินด์เซอร์ เจ้าชายแห่งเวลส์ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมแสดงความยินดีที่ได้พบกับราชินีเมารี แถลงการณ์จากสถาบันกีงงีตังกา (Kīngitanga) หรือสถาบันกษัตริย์เมารี ระบุว่าทั้งสองได้หารือประเด็นระดับโลก เช่น ความสำคัญของภูมิปัญญาชนพื้นเมืองในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม

ประวัติและบทบาทของราชินีเมารี

พระนางเต อาริกินุย คูอินี งา ไว โฮโน อิ เต โป ขึ้นครองตำแหน่งราชินีเมารีในปี 2567 สืบทอดจากพระบิดา เป็นราชินีเมารีพระองค์ที่ 2 ต่อจากพระอัยยิกา เต อาริกินุย เดม เต อาไตรังกิกาอาฮู สถาบันกษัตริย์เมารีก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อชนเผ่าเมารีหลายเผ่าร่วมกันเลือกผู้นำศูนย์กลางเพื่อต่อต้านการรุกล้ำของอาณานิคมอังกฤษ ป้องกันการสูญเสียที่ดิน และรักษาวัฒนธรรม

ปัจจุบัน บทบาทของกษัตริย์หรือราชินีเมารีเป็นเชิงสัญลักษณ์และวัฒนธรรม โดยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมารีกว่า 800,000 คนในนิวซีแลนด์ ช่วยส่งเสริมเอกภาพและสิทธิของชนพื้นเมือง

  • จุดเด่นของการเข้าเฝ้า: กระชับสัมพันธ์เกือบ 200 ปี
  • ประเด็นหารือ: อนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สังคม
  • ความสำคัญ: สานต่อมรดกสนธิสัญญาไวตางี
  • อนาคต: ร่วมมือแก้ปัญหาโลกด้วยภูมิปัญญาเมารี

การเดินทางครั้งนี้ของราชินีเมารี แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิวซีแลนด์กับสหราชอาณาจักร แม้ทั้งสองประเทศจะแยกจากกันทางการเมือง แต่สายใยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยังคงแน่นแฟ้น นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการเคารพชนพื้นเมืองในระดับสากล ซึ่งหลายประเทศกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเข้าเฝ้าครั้งนี้ไม่เพียงกระชับสัมพันธ์ราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ชนพื้นเมืองทั่วโลกยืนหยัดในวัฒนธรรมของตน หากคุณสนใจประวัติศาสตร์ชนพื้นเมืองหรือข่าวราชวงศ์ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ราชินีเมารี” แห่งนิวซีแลนด์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ กระชับสัมพันธ์ชนพื้นเมือง-ราชวงศ์อังกฤษ

“ยศชนัน” หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา มีข่าวดีสำหรับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย เมื่อ ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองพระจอมเกล้า ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)

ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นสาขาสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษาหลักสูตร KOSEN ในไทย เทคโนโลยีอวกาศ แสงซินโครตรอน และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน New Growth Engine แห่งอนาคตของประเทศ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและบุคลากร เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอนาคตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรหลักที่มีความเชี่ยวชาญสูง สามารถเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นได้ดี

ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ

นายยศชนัน กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมอนาคต การพัฒนากำลังคน และการแก้ปัญหาสังคมสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมมีตัวแทนจากหน่วยงานสำคัญ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. หรือ พว.) สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)

ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ ร่วมหารือ

ขยายผลหลักสูตร KOSEN และพัฒนากำลังคน

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวถึงการพัฒนากำลังคนผ่านหลักสูตร KOSEN ที่เปิดสอนแล้วที่ สจล. และ มจธ. โดยมีแผนขยายระยะ 2 เพิ่ม 1-2 สถาบัน มีการหารือกับ National Institute of Technology (NIT) ญี่ปุ่น เพื่อรับรองหลักสูตรให้เทียบเท่าญี่ปุ่น นี่คือก้าวสำคัญในการสร้างวิศวกรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับไทย

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความร่วมมือยาวนาน เช่น การใช้เรดาร์ SAR ติดตามภัยพิบัติ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ พัฒนาแสงซินโครตรอนรุ่น 4 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิจัยและอุตสาหกรรม รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ และ IoT ร่วมดาวเทียมเพื่อระบบเตือนภัย

การหารือยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ

สาขาความร่วมมือหลักที่ตกลงกัน

  • เทคโนโลยีอวกาศ: ใช้ดาวเทียมสำหรับเกษตร ภัยพิบัติ เศรษฐกิจสังคม จัดทำร่าง MOU ระหว่าง อว. ไทย กับ METI ญี่ปุ่น แล้ว กำลังเสนอครม.
  • เซมิคอนดักเตอร์: พัฒนาอุตสาหกรรมชิปเพื่ออนาคตไทย
  • แสงซินโครตรอน: ยกระดับเครื่องกำเนิดรุ่นใหม่ สนับสนุนวิจัยขั้นสูง
  • KOSEN: ขยายการศึกษาเทคนิคชั้นสูง

ทูตญี่ปุ่นหารือยศชนัน เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ

H.E. Mr. Otaka Masato ย้ำถึงความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ ญี่ปุ่นพร้อมขยายด้านอวกาศ ซึ่งไทยเห็นโอกาสเติบโต เช่น ใช้ดาวเทียมในเกษตรและภัยพิบัติ

ภาพการประชุมยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น

การ ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ ครั้งนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพไทย แต่ยังเปิดประตูสู่การลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะในยุคที่โลกแข่งขันด้านเทคโนโลยีสูง การมีพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นจะช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำภูมิภาคได้เร็วขึ้น

ในมุมมองของผม การร่วมมือนี้เป็นก้าวย่างเชิงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจอุตสาหกรรม 4.0 และอวกาศที่ช่วยแก้ปัญหาจริง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ลองนึกภาพไทยมีดาวเทียมตรวจสอบพืชผลเกษตรแบบเรียลไทม์ หรือซินโครตรอนช่วยพัฒนายาและวัสดุใหม่ๆ มันน่าตื่นเต้นมาก!

คุณคิดอย่างไรกับ ยศชนัน หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ นี้? จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวเทคโนโลยีไทยต่อไปครับ!

ที่มา – “ยศชนัน” หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ–เซมิคอนดักเตอร์–ซินโครตรอน

สลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตดำน้ำมัลดีฟส์

สลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตขณะดำน้ำสำรวจถ้ำใต้ทะเลลึกกว่า 50 เมตรที่มัลดีฟส์ เหตุการณ์สุดเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการท่องเที่ยวและนักดำน้ำทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ณ เกาะสวรรค์แห่งการดำน้ำในมหาสมุทรอินเดีย สถานที่ที่ปกติเต็มไปด้วยความงดงามของแนวปะการังและโลกใต้น้ำอันลึกลับ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

สลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตขณะดำน้ำที่มัลดีฟส์

ตามรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กลุ่มนักดำน้ำชาวอิตาลี 5 คนได้ลงสำรวจถ้ำใต้น้ำในเขตวาวู อะทอลล์ (Vaavu Atoll) ซึ่งห่างจากกรุงมาเลประมาณ 100 กิโลเมตร ความลึกของถ้ำอยู่ที่ราว 50-60 เมตร ถือเป็นระดับที่ท้าทายและอันตรายสูงสำหรับการดำน้ำแบบเทคนิค (technical diving) กองทัพมัลดีฟส์พบศพ 1 รายแล้วที่ความลึก 60 เมตร และกำลังเร่งค้นหาอีก 4 ราย ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายที่มีคลื่นลมแรง ทางการประกาศเตือนภัยระดับสีเหลืองสำหรับเรือและชาวประมงในพื้นที่

กลุ่มนี้ลงน้ำตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดี แต่ไม่กลับขึ้นตามกำหนดเวลา ลูกเรือบนเรือดำน้ำจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ทีมกู้ภัยพิเศษซึ่งเป็นนักดำน้ำชำนาญถูกส่งลงไป แต่ภารกิจนี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและทัศนวิสัยต่ำ

หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือศาสตราจารย์ชื่อดังจากอิตาลี

ที่น่าเศร้าคือ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยเจนัว พร้อมด้วยลูกสาวและนักวิจัยรุ่นใหม่อีก 2 คน มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว และยืนยันว่าพวกเขาเดินทางไปเพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้สูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่า แต่ยังสะท้อนถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ในกิจกรรมผจญภัย

ความเสี่ยงของการดำน้ำถ้ำใต้น้ำที่มัลดีฟส์

มัลดีฟส์เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักดำน้ำทั่วโลก ด้วยแนวปะการังที่สมบูรณ์แบบและความหลากหลายของสัตว์ทะเล แต่การดำน้ำถ้ำลึกเกิน 50 เมตรไม่ใช่กิจกรรมสำหรับมือใหม่ ต้องใช้ทักษะขั้นสูง อุปกรณ์พิเศษ เช่น ถังออกซิเจนหลายใบ และการวางแผน decompression ที่ละเอียดอ่อน ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่

  • กระแสน้ำแรง: ในอะทอลล์วาวู มักมีกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหัน สามารถดึงนักดำน้ำเข้าไปในถ้ำได้
  • ทัศนวิสัยต่ำ: ฝุ่นตะกอนและซากชีวภาพทำให้มองเห็นยาก
  • โรคจากการดำน้ำลึก: เช่น decompression sickness (the bends) หากขึ้นเร็วเกินไป
  • สภาพอากาศแปรปรวน: พายุฝนและลมแรงทำให้การกู้ภัยลำบาก

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เหตุการณ์สลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตขณะดำน้ำที่มัลดีฟส์ อาจเกิดจากปัจจัยเหล่านี้รวมกัน แม้จะเป็นนักดำน้ำมีประสบการณ์ แต่ธรรมชาติใต้น้ำยังคงคาดเดาไม่ได้

ประวัติอุบัติเหตุดำน้ำในมัลดีฟส์

มัลดีฟส์เคยมีอุบัติเหตุดำน้ำร้ายแรงมาก่อน แต่ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด โดยปกติอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากนักดำน้ำไม่ได้รับการฝึกฝนเพียงพอหรือละเลยกฎความปลอดภัย หน่วยงานท้องถิ่นอย่าง Maldives National Defence Force (MNDF) มีทีมกู้ภัยที่แข็งแกร่ง แต่สภาพทะเลที่รุนแรงมักเป็นอุปสรรคใหญ่

นอกจากนี้ มัลดีฟส์ยังมีชื่อเสียงจากแหล่งดำน้ำระดับโลก เช่น Maaya Thila, Fish Head และ Kandooma Thila แต่ถ้ำลึกอย่างในวาวู อะทอลล์เหมาะสำหรับเฉพาะนักดำน้ำเทคนิคเท่านั้น หากคุณวางแผนไปดำน้ำที่นี่ ควรเลือกศูนย์ PADI หรือ SSI ที่มีมาตรฐานสูง

เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับนักดำน้ำที่มัลดีฟส์

เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมแบบสลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตขณะดำน้ำที่มัลดีฟส์ นักดำน้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • ตรวจสอบ certification และประสบการณ์ให้เหมาะกับระดับความลึก
  • เช็คสภาพอากาศและประกาศเตือนก่อนลงน้ำเสมอ
  • ดำน้ำเป็นคู่ (buddy system) และสื่อสารด้วยสัญญาณมือ
  • ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบ เช่น BCD, regulator และ computer dive
  • วางแผนเวลาและจุด decompression อย่างรอบคอบ
  • เลือกไกด์ท้องถิ่นที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์ในพื้นที่นั้น

การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ต้องเคารพธรรมชาติและขีดจำกัดของตัวเอง

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการท่องเที่ยวผจญภัย แม้มัลดีฟส์จะงดงามเพียงใด แต่ชีวิตต้องมาก่อน หากคุณกำลังวางแผนทริปดำน้ำ อย่าลืมศึกษาความเสี่ยงและเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ คุณเคยดำน้ำที่มัลดีฟส์ไหม? แบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อช่วยนักดำน้ำรุ่นใหม่กันเถอะ!

ที่มา – สลด นักท่องเที่ยวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตขณะดำน้ำสำรวจถ้ำใต้ทะเลลึกกว่า 50 เมตรที่มัลดีฟส์