วัน: 29 พฤษภาคม 2026

สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง เสียชีวิต

สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง อุ้มกลับบ้านคืนเดียวเสียชีวิต

กลายเป็นข่าวเศร้าที่ทำเอาทุกคนที่ได้ยินต้องหดหู่ใจ เมื่อเกิดเหตุการณ์ สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง อุ้มกลับบ้านคืนเดียวเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยเรื่องราวดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก เนื่องจากทารกวัยเพียง 8 เดือนที่ไร้เดียงสาต้องมาจบชีวิตลงจากความขัดแย้งของคนในครอบครัว

เบื้องหลังเหตุการณ์สุดสลด สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง ก่อเกิดโศกนาฏกรรม

เหตุการณ์น่าเศร้านี้เริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.ตา (นามสมมติ) ได้มีปากเสียงกับสามี ก่อนจะตัดสินใจพาลูกน้อยวัยเพียง 8 เดือนไปทิ้งไว้ในป่าข้างบ้านเป็นเวลานานนับชั่วโมง แม้ภายหลังจะกลับไปอุ้มลูกกลับเข้าบ้าน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทารกนั้นรุนแรงเกินกว่าร่างกายเล็กๆ จะรับไหว จนกระทั่งลูกเสียชีวิตในข้ามวันต่อมา

  • แม่เด็กมีอาการป่วยทางจิตเวชและเคยมีประวัติพฤติกรรมรุนแรง
  • มีการดื่มสุราและเสพยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ครอบครัวมีภาวะเปราะบาง สะท้อนผ่านการที่ลูกคนอื่นต้องไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิ

หลังจากที่แม่รู้ว่าลูกเสียชีวิต แทนที่จะอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างสงบ กลับมีพฤติกรรมคุ้มคลั่ง พยายามไปซื้อเหล้ามาดื่มจนเมาและอาละวาดอย่างหนักที่โรงพยาบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อทำการสอบสวนต่อไป ซึ่งท่าทีดังกล่าวสร้างความสลดใจแก่ผู้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างยิ่ง

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ครอบครัวนี้มีปัญหาซ้ำซาก ทั้งเรื่องอาการป่วยของผู้เป็นแม่ การขาดรายได้ของพ่อ และการที่ไม่สามารถดูแลบุตรได้จนต้องนำลูกคนก่อนไปฝากไว้ที่มูลนิธิ เหตุการณ์ สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง อุ้มกลับบ้านคืนเดียวเสียชีวิต ครั้งนี้จึงถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นกรณีตัวอย่างที่สังคมต้องหันมาให้ความสำคัญกับระบบคุ้มครองเด็กและครอบครัวที่เปราะบางให้มากขึ้น ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนได้เช่นนี้อีก

เราเชื่อว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่เคยเป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะเมื่อส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กที่เกิดมาเพื่อรอรับความรัก หากคุณหรือคนรอบข้างพบเห็นสัญญาณความรุนแรงหรือครอบครัวที่เสี่ยงต่ออันตราย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานพัฒนาสังคมโดยเร็วที่สุด เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจเช่นนี้อีก

ที่มา – สาวทะเลาะผัว ทิ้งลูก 8 เดือนในป่าข้างทางเป็นชั่วโมง อุ้มกลับบ้านคืนเดียวเสียชีวิต

Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala คุมทีม

Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala คุมทีม

ข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังอังกฤษล่าสุดสำหรับแฟนบอล ‘เดอะ โรบินส์’ เมื่อมีรายงานว่า Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala กุนซือไฟแรงจาก Lincoln City เข้ามานั่งแท่นผู้จัดการทีมคนใหม่ แทนที่ตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากช่วงกลางฤดูกาลที่ผ่านมา

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala

หลังจากที่สโมสรพลาดหวังจากการทาบทาม Tommy Elphick ผู้ช่วยผู้จัดการทีมจาก Bournemouth ทำให้บอร์ดบริหารของ Bristol City ต้องเร่งดำเนินการหาตัวเลือกใหม่ และชื่อของ Michael Skubala ก็กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในทันที แม้จะยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวโน้มสูงมากที่เขาจะย้ายมาคุมทีมในศึกแชมเปี้ยนชิพในเร็วๆ นี้

การดึงตัว Skubala มาร่วมทัพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสโมสรต้องจ่ายค่าชดเชยสูงถึงกว่า 1 ล้านปอนด์ เนื่องจากเขาเพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับ Lincoln City ไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกรองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 65 ปี ซึ่งถือว่าเป็นโปรไฟล์ที่น่าสนใจมากสำหรับทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพ

เบื้องลึกทำไม Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bristol City จ่อตั้ง Michael Skubala นั่นคือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ James Ellis ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของทีม ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อนในโครงการของมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ซึ่งความไว้ใจและการรู้จักกันมาก่อนอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเจรจาลื่นไหลมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ สโมสรเลือกใช้บริการ Roy Hodgson เข้ามาคุมทีมชั่วคราวหลังจากการปลด Gerhard Struber ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่การหาตัวกุนซือถาวรเพื่อวางแผนระยะยาวคือสิ่งที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอคอย เพื่อที่จะพาทีมขยับจากอันดับกลางตารางขึ้นไปลุ้นพื้นที่เลื่อนชั้นให้ได้

การเข้ามาของ Skubala จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญในระดับแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าลีกวันหลายเท่าตัว แฟนๆ คงต้องจับตาดูว่าด้วยงบประมาณและทรัพยากรที่ Bristol City มี เขาจะสามารถเปลี่ยนทีมให้กลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับต้นๆ ของตารางได้หรือไม่

โดยส่วนตัวแล้ว มองว่าการเลือกกุนซือที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างเขา เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและดูมีความทะเยอทะยานมากกว่าการจ้างผู้จัดการทีมที่คุ้นเคยกับระบบเดิมๆ คุณล่ะคิดว่าเขาจะพาเดอะ โรบินส์บินสูงได้แค่ไหน?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อนุทิน อารมณ์ดีแจกมินิฮาร์ท-ส่งจูบ ก่อนเคลียร์งานวันหยุดยาว

มุมน่ารัก อนุทิน อารมณ์ดีแจกมินิฮาร์ท-ส่งจูบ ก่อนเคลียร์งานวันหยุดยาว

กลายเป็นภาพที่สร้างรอยยิ้มให้กับบรรดาสื่อมวลชนไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เผยโมเมนต์สุดผ่อนคลาย หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

บรรยากาศที่ตึกไทยคู่ฟ้าดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยภารกิจสำคัญในวันนี้คือการต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์และออสเตรเลียที่เข้าเยี่ยมคารวะ แต่สิ่งที่แฟนคลับและสื่อมวลชนต้องหยุดมองคือลุคที่ดูสบายๆ ของรัฐมนตรีท่านนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่หลายคนมักจะได้เห็นมุมเข้มๆ ในการทำงาน แต่คราวนี้ อนุทิน อารมณ์ดีแจกมินิฮาร์ท-ส่งจูบ ให้กับกองทัพนักข่าวที่ปักหลักรอทำข่าวจนกลายเป็นช็อตเด็ดประจำวันไปเลย

เบื้องหลังการทำงานและภาพจำสุดประทับใจ

หลังจากที่ส่งแขกบ้านแขกเมืองเรียบร้อยแล้ว นายอนุทินไม่ได้เดินผ่านไปเฉยๆ แต่ยังหันมาทักทายสื่อมวลชนด้วยความเอ็นดู แถมจัดเต็มทั้งการส่งจูบผ่านมือและการทำนิ้วเป็นรูปมินิฮาร์ทสุดฮิต เรียกว่าเป็นการคลายเครียดก่อนที่จะกลับไปลุยงานหนักต่อ เพราะเขาทราบดีว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน จึงต้องเร่งเคลียร์เอกสารและเตรียมวาระการประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้าให้เรียบร้อย

การที่ อนุทิน อารมณ์ดีแจกมินิฮาร์ท-ส่งจูบ เช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศรอบๆ ตึกไทยคู่ฟ้าดูซอฟต์ลง แต่ยังสะท้อนถึงการเข้าถึงง่ายและความเป็นกันเองของผู้นำที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกประทับใจ โดยกิจกรรมเร่งมือทำงานก่อนหยุดยาวนี้ มักจะเป็นช่วงเวลาที่แสนวุ่นวาย แต่เขาก็ยังสามารถรักษาอารมณ์ดีๆ ไว้ได้

  • ปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับทูตต่างประเทศอย่างสมเกียรติ
  • ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและสะสางงานราชการอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้เวลาพักเบรกให้คุ้มค่าด้วยการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสื่อ

หลายคนต่างลงความเห็นว่า นอกจากความเก่งในการบริหารงานแล้ว ภาวะผู้นำที่รู้จักสร้างรอยยิ้มในช่วงเวลาที่กดดันก็นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนักการเมืองท่านนี้ ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหน การรักษาทัศนคติเชิงบวกก็ส่งผลต่อผลลัพธ์ของงานเสมอ และสำหรับท่านผู้อ่านเอง ช่วงหยุดยาวแบบนี้ อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนให้เต็มที่เหมือนกับรัฐมนตรีที่เตรียมตัวรับวันหยุดยาวเช่นกันนะครับ หวังว่าทุกคนจะมีวันหยุดที่แสนพิเศษและมีความสุขในทุกช่วงเวลาครับ

ที่มา – “อนุทิน” อารมณ์ดีแจก “มินิฮาร์ท-ส่งจูบ” ก่อนเคลียร์งานเตรียมหยุดยาว

ประเสริฐ ไฟเขียวตั้ง อนุกรรมการเฉพาะกิจ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่

ประเสริฐ ไฟเขียวตั้ง อนุกรรมการเฉพาะกิจ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่

วงการการศึกษาไทยกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครับ เมื่อล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้เดินหน้าเต็มตัวด้วยการประเสริฐ ไฟเขียวตั้ง อนุกรรมการเฉพาะกิจ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพื่อหวังพลิกโฉมวงการการศึกษาให้มีความทันสมัยและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยงานนี้ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศเลยทีเดียวครับ

ทำไมต้องมีร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่?

ปัจจุบันโลกเราหมุนเร็วมากครับ กฎหมายเก่าที่มีอยู่อาจจะไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอีกต่อไป ทางกระทรวงศึกษาธิการและสภาการศึกษาจึงเห็นพ้องต้องกันว่า การที่ ประเสริฐ ไฟเขียวตั้ง อนุกรรมการเฉพาะกิจ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ จะช่วยให้เราได้กฎหมายที่มีความกระชับ ชัดเจน และมีสภาพบังคับในระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่ที่ยั่งยืนครับ

เป้าหมายที่สำคัญของคณะอนุกรรมการฯ

คณะอนุกรรมการชุดนี้มีพันธกิจหลักที่น่าสนใจมาก โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เข้ามานั่งแท่นประธาน ซึ่งเป้าหมายหลักมีดังนี้ครับ:

  • สร้างความกระชับ: ลดความซับซ้อนของมาตรากฎหมายให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
  • ความยืดหยุ่นสูง: ปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
  • ตอบโจทย์ทุกภาคส่วน: รวบรวมความคิดเห็นจากทั้งหน่วยงานรัฐ พรรคการเมือง และภาคประชาสังคม

นอกจากนี้ การที่ ประเสริฐ ไฟเขียวตั้ง อนุกรรมการเฉพาะกิจ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ยังเป็นการแสดงจุดยืนที่ต้องการให้การศึกษากลายเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผ่านสถาปัตยกรรมทางกฎหมายฉบับใหม่นี้เองครับ

เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กฎหมายการศึกษาฉบับใหม่นี้จะออกมามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าด้วยความตั้งใจจริงของรัฐมนตรีและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ครั้งนี้จะเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่จะพาการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงครับ ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ คิดว่าจุดไหนของการศึกษาไทยที่เราต้องเร่งแก้ไขมากที่สุด? ทิ้งคอมเมนต์ไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – “ประเสริฐ” ไฟเขียวตั้ง “อนุกรรมการเฉพาะกิจ” ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง

เชื่อว่าหลายคนคงทราบข่าวกันแล้วว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีเหตุการณ์สำคัญทางการทูตเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาอัปเดตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ยังคงแน่นแฟ้นและก้าวไกลไปอีกขั้น

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง

เหตุการณ์การเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอำลาตำแหน่งตามวาระปกติ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือที่ยาวนาน โดยท่านนายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง นายแร็มโก โยฮันเนิส ฟัน ไวน์คาร์เดิน ณ ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ศักยภาพของไทยในสายตานักลงทุนเนเธอร์แลนด์

ทางเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยคือพันธมิตรที่สำคัญ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น:

  • อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีชิปขั้นสูง
  • ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั่วภูมิภาค
  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่

ความสำเร็จจากการที่นายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่งในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในแง่การจ้างงานและการยกระดับทักษะแรงงานไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับการลงทุนจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่ครับ

ในส่วนของรัฐบาลเอง ก็กำลังเร่งเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ OECD เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนี่ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเราให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

บทสรุปของเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีในระดับมหภาค แต่ยังเป็นสัญญาณบวกที่ว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักลงทุนทั่วโลก สำหรับใครที่สนใจข่าวสารเศรษฐกิจ ก็อย่าลืมติดตามการอัปเดตจากทางเว็บไซต์รัฐบาลอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะเชื่อว่ายังมีนโยบายดีๆ และข่าวสารน่าสนใจแบบนี้ออกมาให้เราได้ติดตามกันอีกแน่นอน

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ต้อนรับเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์อำลาตำแหน่ง

เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อมีเหตุการณ์ เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ ณ วัดทุ่งครุ ท่ามกลางบรรยากาศที่ควรจะเป็นการแสดงความเสียใจและอโหสิกรรมให้แก่ผู้ล่วงลับ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ กลางงานไว้อาลัย

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ได้เดินทางมายังวัดเพื่อขอขมาศพหนุ่มไรเดอร์ผู้เสียชีวิต แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปพร้อมพานธูปเทียน ก็ได้มีเพื่อนของผู้ตายพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บปากแตก งานนี้สร้างความตกใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ก่อนที่ญาติๆ จะรีบเข้ามาระงับเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวไว้ได้ทัน

รายละเอียดเหตุการณ์ เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ

หลังจากเหตุการณ์ เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ สงบลง นายจรงค์ได้แสดงสปิริตและความเป็นผู้ใหญ่ด้วยการไม่เอาความ และยังคงเดินหน้านำพานธูปเทียนไปกราบขอขมาศพตามความตั้งใจเดิม โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

  • การให้อภัย: นายจรงค์ยืนยันว่าเข้าใจถึงความสูญเสียและอารมณ์ของคนใกล้ชิด จึงไม่คิดติดใจเอาความผู้ก่อเหตุ
  • การเยียวยา: มีการพูดคุยกับลูกชายของผู้เสียชีวิตเพื่อช่วยสานฝันเรื่องภาระหนี้สินที่ค้างอยู่
  • คำมั่นสัญญา: ผอ.ป.ป.ช. ได้ให้คำมั่นว่าจะส่งเสียบุตรของผู้เสียชีวิตให้ได้รับการศึกษาจนจบ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงานวินัยของทางราชการ นายจรงค์ระบุว่าต้องดำเนินการไปตามระบบของ ป.ป.ช. ในขณะที่ทนายความส่วนตัวได้เก็บหลักฐานภาพวิดีโอไว้เพื่อความเหมาะสม แม้ว่าจะมีการให้อภัยกันแล้วก็ตาม เพราะทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ตามมา โดยเฉพาะเมื่อเกิดความรุนแรงในสถานที่จัดงานมงคลหรืองานพิธีกรรมทางศาสนา

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกของญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่อาจพุ่งสูงขึ้นในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย แต่การใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหานั้นไม่ก่อให้เกิดผลดีกับฝ่ายใดเลย การมีสติและเคารพสถานที่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในยามที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้

ที่มา – เพื่อนไรเดอร์พุ่งชก ผอ.กองสืบฯ ขณะถือพานธูปเทียนขอขมาศพ

คริสเตียน โวลปาโต ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียแล้ว

คริสเตียน โวลปาโต ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียแล้ว

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่แฟนบอลต้องจับตามองก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มขึ้น เมื่อ คริสเตียน โวลปาโต ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวเคยเป็นอดีตนักเตะเยาวชนทีมชาติอิตาลีมาก่อน การเปลี่ยนสัญชาติในครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังไม่น้อย เนื่องจากเขามีฝีเท้าที่โดดเด่นและเป็นอนาคตที่สดใสของวงการฟุตบอลออสเตรเลีย

ทำไม คริสเตียน โวลปาโต ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียแล้ว

โวลปาโตในวัย 22 ปี ซึ่งเติบโตมาในซิดนีย์ก่อนจะย้ายไปอยู่กับสโมสรโรม่าในอิตาลีเมื่อปี 2020 ได้ตัดสินใจยื่นเอกสารเปลี่ยนสถานะกับทางฟีฟ่าอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการอนุมัติจากสมาคมฟุตบอลอิตาลีเรียบร้อยแล้ว การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องกะทันหัน แต่เป็นการวางแผนเพื่อโอกาสในการลงเล่นในเวทีระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกที่ใกล้จะมาถึง

เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญ

ก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ โวลปาโตเคยปฏิเสธโอกาสที่จะรับใช้ทัพซอคเกอรูส์ โดยในตอนนั้นเขายังต้องการโฟกัสกับการพัฒนาฝีเท้าในลีกอิตาลีและไม่อยากตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไป ทว่าหลังจากสถานการณ์ในทีมชาติอิตาลีเปลี่ยนไป ประกอบกับการทาบทามจาก โทนี่ โปโปวิช เฮดโค้ชทีมชาติออสเตรเลีย ทำให้ คริสเตียน โวลปาโต ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติออสเตรเลียแล้ว อย่างเต็มตัว เพื่อเป็นกำลังหลักในแคมป์เก็บตัวที่ลอสแองเจลิส

การเข้ามาของโวลปาโตถือเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้ดี โดยเฉพาะหลังจากที่ ไรลีย์ แม็คกรี เพิ่งได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากชุดฟุตบอลโลกไปอย่างน่าเสียดาย ทีมชาติออสเตรเลียมีความหวังมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับทีมอย่างตุรกี และสหรัฐอเมริกาในรอบแบ่งกลุ่ม

  • โวลปาโตเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง
  • เคยลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีในระดับเยาวชนทั้งหมด 5 ชุด
  • ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรซาสซูโอโล่ในเซเรีย อา

แฟนบอลชาวออสซี่ต่างลุ้นกันว่าการปรากฏตัวครั้งแรกของเขากับทีมชาติชุดใหญ่จะเป็นอย่างไร คุณคิดว่าการเปลี่ยนสัญชาติของโวลปาโตจะช่วยยกระดับทีมชาติออสเตรเลียให้ไปไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้? นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลทั่วโลก

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ธนาธร” เชิญชวนทดลองใช้งาน AI จับโกงของพรรคประชาชน

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินข่าวเรื่องการทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกันมาไม่น้อย ซึ่งสร้างความเสียหายให้งบประมาณประเทศไปมหาศาล ล่าสุดทางคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการ “ธนาธร” เชิญชวนทดลองใช้งาน AI จับโกงของพรรคประชาชน เพื่อยกระดับความโปร่งใสผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การตรวจสอบงบประมาณในไทยเลยทีเดียวครับ

ทำไมเราถึงต้องสนใจ “ธนาธร” เชิญชวนทดลองใช้งาน AI จับโกงของพรรคประชาชน

แนวคิดนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ทีมพรรคประชาชนนำโดยคุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้พัฒนาระบบที่เรียกว่า “Bangkok Redflag AI” ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ “การโกงทำได้ยากขึ้น” ระบบนี้จะเข้าไปตรวจสอบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าคนเราอาจจะตรวจดูเอกสารจำนวนมหาศาลไม่ไหว แต่ AI สามารถช่วยเราได้อย่างแม่นยำครับ

เจาะลึก 7 ขั้นตอนการทำงานที่ “ธนาธร” เชิญชวนทดลองใช้งาน AI จับโกงของพรรคประชาชน

ระบบนี้ไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม แต่มีกลยุทธ์การตรวจจับที่รัดกุมมาก ดังนี้:

  • Machine Readable: ผลักดันข้อมูลภาครัฐให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์อ่านได้โดยตรง
  • ตรวจการล็อกสเปก: วิเคราะห์เงื่อนไขว่ามีความจงใจเจาะจงบริษัทไหนเป็นพิเศษหรือไม่
  • เช็กราคาแพงเกินจริง: เทียบราคากลางกับราคาตลาดเพื่อหาจุดผิดปกติ
  • ฐานข้อมูลแคตตาล็อก: สร้างมาตรฐานราคากลางที่อ้างอิงจากข้อมูลจริง
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงจาก TOR: ให้ AI อ่านเอกสาร TOR เพื่อหาเงื่อนไขพิรุธ
  • ตรวจสอบโครงข่ายฮั้วประมูล: วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของบริษัทผู้เข้าประมูลแบบเชิงลึก
  • Digital Forensic Scan: ตรวจสอบ DNA ของไฟล์เอกสารดิจิทัล เพื่อป้องกันการแก้งานจากไฟล์ต้นฉบับเดียวกัน

หลายคนอาจสงสัยว่าระบบนี้จะช่วยประเทศได้อย่างไร คำตอบคือสิ่งนี้จะช่วยเพิ่ม “ต้นทุน” ของการโกงให้สูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าที่จะทำ และเปลี่ยนให้ภาคประชาชนกลายเป็นพลังสำคัญในการตรวจสอบมากกว่าการรอฝ่ายเดียว สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสเทคโนโลยีนี้ด้วยตัวเอง สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่เว็บไซต์ของพรรคประชาชนครับ

เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความพยายามในการนำดิจิทัลมาแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระดับโครงสร้าง หากเราสามารถทำให้ข้อมูลเปิดเผยและโปร่งใสได้แบบนี้จริงๆ ประเทศไทยน่าจะประหยัดงบประมาณไปได้อีกมหาศาลเพื่อนำไปพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไปครับ

ที่มา – “ธนาธร” เชิญชวนทดลองใช้งาน AI จับโกงของพรรคประชาชน

วิธีลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ผ่านเว็บไซต์ – แอปฯ SSO Plus

เชื่อว่าเหล่าผู้ประกันตนและนายจ้างหลายคนคงกำลังให้ความสนใจกับการเลือกตั้งตัวแทนในคณะกรรมการประกันสังคม ครั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ การมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญมาก เพราะบอร์ด สปส. จะเป็นตัวแทนของเราในการผลักดันนโยบายและดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของคนทำงาน วันนี้เราจึงขอสรุปวิธีลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ผ่านเว็บไซต์ – แอปฯ SSO Plus 24 ชม. มาให้ทุกคนได้เข้าใจกันแบบง่ายๆ ครับ

ขั้นตอนและวิธีลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ผ่านเว็บไซต์ – แอปฯ SSO Plus 24 ชม.

สำหรับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมได้เปิดระบบให้ดำเนินการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคม 2569 โดยมีช่องทางดังนี้:

  • ผู้ประกันตน: ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus หรือระบบ e-Self Service บนเว็บไซต์ www.sso.go.th
  • นายจ้าง: ดำเนินการผ่านระบบ e-Service บนเว็บไซต์ www.sso.go.th

ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ผ่านเว็บไซต์ – แอปฯ SSO Plus 24 ชม.

ก่อนที่จะเริ่มลงทะเบียน คุณควรเช็กตัวเองก่อนว่ามีสิทธิครบถ้วนหรือไม่ ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  • ต้องมีสัญชาติไทย
  • เป็นนายจ้างหรือผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนเดือนเมษายน 2569
  • มีการส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนเมษายน 2569

หากใครยังไม่เคยใช้งานระบบมาก่อน แนะนำให้เตรียมความพร้อมด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะระบบความปลอดภัยของสำนักงานประกันสังคมนั้นเข้มงวดเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ดีที่สุดครับ

สำหรับใครที่ไม่สะดวกออนไลน์ สำนักงานประกันสังคมยังเปิดให้ลงทะเบียนแบบ Walk-in ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในช่วงวันที่ 1-30 มิถุนายน จะเปิดให้บริการในวันและเวลาราชการ และในช่วงวันที่ 1-15 กรกฎาคม จะเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ครับ


การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่เราจะได้เลือกตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพวกเราทุกคน ใครสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ก็อย่ารอช้า รีบโหลดแอปฯ หรือเข้าเว็บไปลงทะเบียนได้เลยครับ เพื่อให้เสียงของคุณมีค่าในการกำหนดทิศทางสวัสดิการประกันสังคมในอนาคต

ที่มา – เปิดวิธีลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ผ่านเว็บไซต์ – แอปฯ SSO Plus 24 ชม.