วัน: 29 พฤษภาคม 2026

ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก สส.ชนนพัฒฐ์

ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก สส.ชนนพัฒฐ์ มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองหลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก “สส.ชนนพัฒฐ์” มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ส่งตัวผู้แทนราษฎรรายดังกล่าวให้ดำเนินคดีในช่วงเวลาปกติ ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อกฎหมายและเอกสิทธิ์คุ้มครองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้

รายละเอียดกรณี ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก สส.ชนนพัฒฐ์

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการฟอกเงิน โดยระบุว่าการที่ ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก “สส.ชนนพัฒฐ์” มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม นั้น เป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การดำเนินการใดๆ ในช่วงที่สภายังเปิดสมัยประชุมอยู่จึงจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ เสียก่อน

สำหรับสาเหตุที่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมนั้น สืบเนื่องมาจากการขยายผลเส้นทางการเงินที่พบว่าเชื่อมโยงไปถึงต่างประเทศ ทำให้พนักงานสอบสวนต้องประสานงานกับอัยการสูงสุด เพื่อแจ้งข้อหาใหม่เพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา ได้แก่:

  • ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่
  • ฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ทั้งนี้ โฆษกดีเอสไอได้ย้ำชัดเจนว่า หากในอนาคตผู้ถูกกล่าวหาตัดสินใจสละเอกสิทธิ์คุ้มครองด้วยตนเอง ก็สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ตามกฎหมายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนในคดีนี้ ซึ่งมีผู้ต้องหาทั้งหมดถึง 27 ราย โดยบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับในต่างประเทศ ส่วนกรณีของ สส.ชนนพัฒฐ์ นั้นถือเป็นขั้นตอนการปฏิบัติทางกฎหมายที่ต้องเป็นไปตามลำดับและกรอบเวลาที่ถูกต้อง เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรมสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของขั้นตอนต่อไป เมื่อพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้น จะส่งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งฟ้องต่อไป ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้คดีอาญานี้มีความชัดเจนมากขึ้น หวังว่าสังคมไทยจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินี้ในเร็ววัน หากใครมีข้อสงสัยหรือต้องการให้หน่วยงานรัฐดำเนินการอย่างจริงจัง ก็สามารถติดตามความคืบหน้าได้ผ่านช่องทางข่าวสารกระทรวงยุติธรรมต่อไปครับ

ที่มา – ดีเอสไอ รอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก “สส.ชนนพัฒฐ์” มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

กมธ.ปปง. เตรียมเชิญ ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง TH-AI Passport

กมธ.ปปง. เตรียมเชิญ ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน หวั่นประโยชน์ทับซ้อน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความโปร่งใสในโครงการภาครัฐ ล่าสุด นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1,600 ล้านบาท โดยมีกำหนดเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงในวันที่ 4 มิถุนายนนี้

ทำไมโครงการ TH-AI Passport ถึงถูกเพ่งเล็ง?

โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน แต่ทว่ากลับเกิดข้อสังเกตมากมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและภาคประชาชน โดยเฉพาะในกระบวนการสำคัญดังนี้:

  • ขั้นตอนการอนุมัติโครงการที่ดูคลุมเครือ
  • การกำหนดราคากลางและการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจผิดปกติ
  • ความเชื่อมโยงที่น่าสงสัยของบริษัทเอกชนคู่สัญญา
  • เสี่ยงต่อปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินภาษีของประชาชน

นายพิทักษ์เดช ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า การดำเนินการตรวจสอบ กมธ.ปปง. เตรียมเชิญ ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน หวั่นประโยชน์ทับซ้อน ในครั้งนี้ ไม่ใช่การก้าวก่ายอำนาจของหน่วยงานอื่น แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบตามหลักการธรรมาภิบาล เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับงบประมาณแผ่นดิน

ก้าวต่อไปของการตรวจสอบ

สำหรับการเรียกชี้แจงครั้งนี้ กมธ. จะมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดการร่างทีโออาร์ (TOR) ว่ามีการล็อกสเป็กหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการมีส่วนได้ส่วนเสียของเอกชนที่ได้รับงาน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องการคำตอบ นอกจากนี้ การที่ กมธ.ปปง. เตรียมเชิญ ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน หวั่นประโยชน์ทับซ้อน จะเป็นการพิสูจน์ว่าหน่วยงานเหล่านี้สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาได้มากน้อยเพียงใด

ในฐานะประชาชน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการชี้แจงจะเป็นอย่างไร และโครงการนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยความโปร่งใสจริงหรือไม่ เพราะเงิน 1,600 ล้านบาทนั้น มหาศาลเกินกว่าที่จะปล่อยให้เกิดคำถามคาใจโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน หากพบความไม่โปร่งใส แน่นอนว่าจะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ดีต่อการทำงานของภาครัฐในอนาคต

ที่มา – กมธ.ปปง. เตรียมเชิญ ดีอี-กรมบัญชีกลาง-ปปง. แจง TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน หวั่นประโยชน์ทับซ้อน

อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว

อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว

แฟนบอลเดอะค็อปทั่วโลกต้องเตรียมตัวรับมือกับข่าวใหญ่กันอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวว่า อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว หลังจากที่สัญญาฉบับปัจจุบันของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าใจหายไม่น้อยสำหรับแนวรับชาวฝรั่งเศสรายนี้ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2021

ทำไม อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว

สาเหตุหลักเบื้องหลังข่าวคราวนี้เกิดจากช่องว่างระหว่างความต้องการของนักเตะกับโครงสร้างค่าเหนื่อยที่ทางสโมสรเสนอให้ ทั้งสองฝ่ายพยายามเจรจากันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 แต่ดูเหมือนว่าจะหาจุดตกลงร่วมกันไม่ได้ แม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้ตัวนักเตะเองจะเคยให้สัมภาษณ์ในเชิงบวกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ต่อ แต่สุดท้ายการเจรจาก็ต้องยุติลงโดยไม่มีข้อสรุป

สถานการณ์ของ อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว ส่งผลกระทบอย่างไร

การที่ อิบราฮิมา โคนาเต้ เตรียมอำลาลิเวอร์พูลแบบไร้ค่าตัว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้เห็นชื่อดังอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หรือแม้กระทั่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทยอยแยกทางกับสโมสรไป ทางด้านลิเวอร์พูลดูเหมือนจะมั่นใจในขุมกำลังใหม่ที่ดึงเข้ามาอย่าง จิโอวานนี่ ลีโอนี่ และ เจเรมี จาเก้ต์ แต่ความกังวลของแฟนบอลคือการที่ทีมจะเหลือเพียง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นกองหลังประสบการณ์สูงเพียงคนเดียวเท่านั้น

มุมมองของเราต่อประเด็นนี้:

  • การเน้นถ่ายเลือดใหม่เป็นเรื่องที่สโมสรเล็งเห็นว่าสำคัญกว่าการจ่ายค่าเหนื่อยแพงๆ ในระยะยาว
  • การสูญเสียเซ็นเตอร์แบ็คระดับท็อปแบบไม่ได้ค่าตัวเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของฝ่ายจัดการทีม
  • ลิเวอร์พูลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความท้าทายในตลาดซื้อขาย

ในมุมมองของฟุตบอลสมัยใหม่ การรักษาสมดุลการเงินมีความสำคัญพอๆ กับความสำเร็จในสนาม เราคงต้องจับตาดูว่าในฤดูกาลหน้า แนวรับของทีมจะสามารถยืนระยะได้แข็งแกร่งเพียงใด หรือสโมสรจะมีเซอร์ไพรส์ในการดึงกองหลังคนใหม่เข้ามาแทนที่หรือไม่ แฟนบอลลิเวอร์พูลคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ? มาร่วมแชร์ความเห็นกันได้เลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราชเลขานุการในพระองค์ฯ – อนุทิน ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามงาน

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เราจะพาทุกคนไปติดตามภารกิจสำคัญที่จังหวัดเพชรบุรีกันครับ เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืนครับ

ราชเลขานุการในพระองค์ฯ – อนุทิน ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัด

การลงพื้นที่ครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร โดยมีเป้าหมายหลักคือการน้อมนำพระราชดำริ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางปฏิบัติจริง ซึ่งโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำ การขยายเขตไฟฟ้า หรือการปรับปรุงทัศนียภาพ ต่างก็ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชาวเพชรบุรีโดยเฉพาะครับ

รายละเอียดการดำเนินงานในโครงการพัฒนาจังหวัด

นอกจากจะมี ราชเลขานุการในพระองค์ฯ – อนุทิน ลงพื้นที่เพชรบุรี ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัด แล้ว ยังมีการวางแผนเชิงรุกในอีกหลายด้านที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ:

  • การบริหารจัดการน้ำ: การก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ
  • พลังงานสะอาด: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าด้วยโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • โครงข่ายคมนาคม: เตรียมขยายเส้นทางเชื่อมโยงชุมชนรอบพื้นที่ให้เดินทางสะดวกกว่าเดิม
  • การพัฒนาเกษตรกรรม: ปรับปรุงสถานีสูบน้ำเพื่อส่งน้ำให้เกษตรกรใช้งานได้อย่างทั่วถึงและเต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่ผมประทับใจมากจากการติดตามข่าว ราชเลขานุการในพระองค์ฯ – อนุทิน ลงพื้นที่เพชรบุรี ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัด ในครั้งนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานในพื้นที่ครับ ทุกภาคส่วนไม่ได้ทำงานแบบแยกส่วน แต่ทุกคนร่วมมือกันทำแผนแม่บทที่จับต้องได้จริง ซึ่งหากโครงการเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์ เชื่อมั่นได้เลยว่าจะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีอย่างแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการกำกับดูแลและการเอาใจใส่จากทุกฝ่าย การที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองลงมาติดตามงานด้วยตัวเองแบบนี้ เป็นสัญญาณที่ดีมากครับว่าคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่จะเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทีมงานทุกคนเดินหน้าโครงการให้สำเร็จลุล่วงเพื่อพี่น้องประชาชนครับ

ที่มา – ราชเลขานุการในพระองค์ฯ – อนุทิน ลงพื้นที่เพชรบุรี ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัด

นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ ย้ายพรรค

นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ ย้ายพรรค

ในช่วงเวลานี้ สถานการณ์การเมืองในมาเลเซียกำลังร้อนระอุ เมื่อ นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ ย้ายพรรค ไปซบพรรคการเมืองใหม่ของอดีตมือขวาอย่าง ราฟิซี รัมลี ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงบัลลังก์ของ อันวาร์ อิบราฮิม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากพูดถึงชื่อของ อันวาร์ อิบราฮิม เราคงนึกถึงผู้นำที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าอุดมการณ์ภายในพรรคยุติธรรมประชาชน (PKR) กำลังถูกตั้งคำถาม เมื่อสมาชิกจำนวนมากเริ่มตบเท้าลาออกด้วยความรู้สึกว่าอุดมการณ์เดิมถูกบิดเบือนไป

สัญญาณเตือนภัยการเมืองหรือแค่ความแตกแยกชั่วคราว?

เมื่อ นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ ย้ายพรรค ไปเข้าร่วมกับพรรค ‘เบอร์ซามา’ ของราฟิซี รัมลี นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างมองว่านี่คือเรื่องที่น่าจับตา เพราะแม้แต่ ส.ส. สายเลือดแท้ของพรรค PKR ยังออกมาส่งสัญญาณเตือนว่าองค์กรกำลังบอบช้ำอย่างหนักจากภายใน

ประเด็นที่น่าสนใจคือ:

  • การเปลี่ยนใจของฐานเสียงคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับค่าครองชีพ
  • ความไม่พอใจในการจัดการปัญหาการทุจริตที่ดูเหมือนจะล่าช้ากว่าที่สัญญาไว้
  • ความขัดแย้งในประเด็นเชิงโครงสร้างและแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน

แม้ว่าฝั่งโฆษกรัฐบาลจะพยายามออกมาโต้แย้งว่าสมาชิกใหม่ยังคงสมัครเข้าสู่พรรคอย่างต่อเนื่อง แต่การสูญเสียบุคลากรคุณภาพไปสู่พรรคคู่แข่งภายใต้การนำของ “อดีตลูกศิษย์เอก” ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของรัฐบาล อันวาร์ ในระยะยาวอย่างแน่นอน

ทิศทางที่น่าจับตาในปีนี้

สถานการณ์ที่ นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ ย้ายพรรค อาจกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่บีบให้ประเทศต้องจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด หลายคนตั้งคำถามว่าความชอบธรรมในการบริหารงานจะยังคงอยู่หรือไม่ หากพรรคแกนนำรัฐบาลเกิดอาการปั่นป่วนและไม่มีเอกภาพเช่นนี้

ในมุมมองของเรา นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของ อันวาร์ อิบราฮิม ว่าเขาจะสามารถกอบกู้ศรัทธาและประสานรอยร้าวภายในพรรคได้ทันเวลา หรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เขามีส่วนสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง หากการเมืองมาเลเซียยังคงวุ่นวายเช่นนี้ เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้

ที่มา – นายกฯ มาเลเซีย เจอแรงกดดันหนัก หลังคลื่นลูกทีมแห่ “ย้ายพรรค” ซบอดีตศิษย์เอก

ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้งเมื่อ ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อหวังให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีการเลือกตั้งใหม่ การเคลื่อนไหวของนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่หลายคนจับตามอง โดยเขามั่นใจว่าจะสามารถใช้หลักฐานใหม่นี้ประกอบการพิจารณาคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เพื่อขอให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

เบื้องหลังคำสั่งฉาว ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง

ในการยื่นหลักฐานเพิ่มเติม ทนายอั๋นได้ชี้แจงถึงรายละเอียดของการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบัน สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการบางอย่างเพื่อ “ช่วยพรรคสีน้ำเงิน” ซึ่งประเด็นนี้ทนายอั๋นมองว่าเป็นการเซตฉากระบบเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เหตุบังเอิญ โดยเขายังวิเคราะห์กลไกการสั่งการไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ครับ:

  • สายการบังคับบัญชา: อธิบดีกรมการปกครองมีอำนาจสั่งการปลัดจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งขยายผลต่อไปยังนายอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน
  • ระบบบัตรเลือกตั้ง: ความเชื่อมโยงระหว่างการพิมพ์บัตรบาร์โค้ด และการสั่งการจากผู้ระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย
  • พฤติกรรมส่อทุจริต: การตั้งคำถามถึงความลับในการลงคะแนนที่อาจถูกล่วงรู้ผ่านตัวเลขบนบัตรเลือกตั้ง

ทนายอั๋นยังเน้นย้ำว่า ทนายอั๋น บุกศาล รธน. ยื่นแชตไลน์หลุดอธิบดีกรมการปกครอง ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาผิดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะหากบัตรเลือกตั้งถูกเซตระบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจริง ย่อมส่งผลให้ความสุจริตเที่ยงธรรมเสียไปโดยสิ้นเชิง

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันผลการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง สว. และการใช้เครือข่ายข้าราชการเข้ามายุ่งเกี่ยว ยังคงเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ ส่วนตัวผมคิดว่าหากหลักฐานนี้มีน้ำหนักเพียงพอ ผลการตรวจสอบย้อนหลังอาจสะเทือนถึงโครงสร้างอำนาจรัฐเลยทีเดียว

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุกศาล รธน. ยื่นหลักฐานแชตไลน์หลุด อ้างอธิบดีกรมการปกครองสั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง หลังโชว์สวีท

เชื่อว่าช่วงนี้ใครที่เป็นแฟนคลับธรรมชาติและสัตว์ป่าต้องยิ้มไม่หุบแน่นอนครับ เพราะมีข่าวดีจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่าเรากำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้น เมื่อหัวหน้าอุทยานฯ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านภาพถ่ายที่นักท่องเที่ยวบันทึกไว้ได้ว่า เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีภาพชุดที่ทำเอาคนรักสัตว์ตื่นเต้นกันไปทั่วโซเชียล

เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง สะท้อนความสมบูรณ์ของป่า

เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวชื่อคุณจิรายุ เอกกุล ได้พบกับเสือดำตัวเมียเดินออกมาโชว์ตัวบนถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง และยังใจดีแวะนอนพักผ่อนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสง่างามแบบใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบภาพถ่ายอย่างละเอียด ก็พบสัญญาณบวกว่า เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง อย่างเห็นได้ชัดครับ

ทำไมการตั้งท้องครั้งนี้ถึงเป็นข่าวดีของคนรักสัตว์?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพเสือดำ 2 ตัวกำลังหยอกล้อและผสมพันธุ์กันในพื้นที่ กม. 21-22 ทำให้นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่าผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ยังคงอุดมสมบูรณ์มากเพียงใด การที่ เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมต่อการอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองให้คงอยู่คู่เมืองไทยต่อไป

  • ความเป็นส่วนตัวของสัตว์ป่า: การพบเห็นถือเป็นโชคดี แต่เราควรให้เกียรติสัตว์ป่าเสมอ
  • วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเจอสัตว์ป่า: 1. เว้นระยะห่างให้ปลอดภัย 2. ห้ามใช้เสียงดัง 3. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าเด็ดขาด

ทางเจ้าหน้าที่อุทยานเน้นย้ำเสมอครับว่า การให้อาหารสัตว์ป่าจะทำให้พวกมันเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่าและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่คาดคิด การปล่อยให้เขาใช้ชีวิตตามธรรมชาติในบ้านที่สมบูรณ์ที่สุดคือวิธีอนุรักษ์ที่ดีที่สุดครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีแพลนจะไปเที่ยวแก่งกระจาน ขอให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันรักษาเจ้าเสือดำและลูกน้อยที่จะเกิดมาในอนาคตให้ปลอดภัยครับ

ที่มา – เตรียมรับขวัญ คาด “เสือดำแก่งกระจาน” ตั้งท้อง หลังโชว์สวีทต่อหน้านักท่องเที่ยว

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เปิดโต๊ะเจรจา AC Milan แล้ว!

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เปิดโต๊ะเจรจา AC Milan แล้ว!

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรปกำลังร้อนระอุ เมื่อมีรายงานว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือคนปัจจุบันของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มมีการพูดคุยเบื้องต้นกับทางฝั่งปีศาจแดงดำ AC Milan แล้ว เพื่อพิจารณาการเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ หลังจากที่สโมสรเพิ่งตัดสินใจแยกทางกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ไปเมื่อไม่นานมานี้

สถานการณ์ล่าสุดของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เปิดโต๊ะเจรจา AC Milan แล้ว

ในขณะนี้ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 54 ปี กำลังทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการเตรียมทีมลุยศึกฟุตบอลโลกที่จะถึงนี้ ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วม อย่างไรก็ตาม สัญญาของเขากับทีมชาติกำลังจะสิ้นสุดลงทันทีหลังจบรายการ ทำให้ AC Milan สบโอกาสที่อยากจะดึงตัวเขากลับมาคุมทีมในลีกระดับสโมสรชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง หลังจากที่เจ้าตัวเคยผ่านประสบการณ์คุมทีมดังมาแล้วทั่วโลก

เหตุผลที่ปีศาจแดงดำต้องเร่งหาโค้ชใหม่

การที่ AC Milan ตัดสินใจปลดอัลเลกรีเป็นสัญญาณบอกชัดว่าผู้บริหารสโมสรไม่พอใจกับผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการพลาดตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งทางสโมสรได้นิยามฤดูกาลนี้ว่าเป็นความล้มเหลวแบบที่ไม่สามารถยอมรับได้ การดึงกุนซือมากฝีมืออย่าง โปเช็ตติโน่ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญเพื่อยกระดับทีมให้กลับมาสู่จุดสูงสุดในกัลโช่ เซเรีย อา อีกครั้ง

หากเราย้อนดูเส้นทางการคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เขาเป็นกุนซือที่มีโปรไฟล์น่าสนใจมาก:

  • เคยสร้างชื่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และพาทีมเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
  • ผ่านประสบการณ์การคุมทีมระดับพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น เซาแธมป์ตัน และ เชลซี

ด้วยประสบการณ์โชกโชนและการทำทีมที่เน้นเกมรุก เชื่อว่าหาก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เปิดโต๊ะเจรจา AC Milan แล้ว การตกลงเซ็นสัญญาอาจเกิดขึ้นได้ไม่ยากหลังจบฟุตบอลโลก เราคงต้องมาลุ้นกันว่าโปรเจกต์ใหม่ในอิตาลีครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลับมาคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้อีกครั้งหรือไม่ แฟนบอลปีศาจแดงดำทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยคำตอบนี้อย่างใจจดใจจ่อ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาไฟดับกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมประจำวันหรือการทำงานที่บ้านได้ วันนี้เราจึงนำข่าวสารสำคัญจาก การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับมือและวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าได้อย่างราบรื่นครับ

สาเหตุหลักของการแจ้งเตือนในครั้งนี้ เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงมีความจำเป็นต้องบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบจ่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด สำหรับใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศดับไฟ แนะนำให้สำรองน้ำหรือเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างไว้ให้พร้อมนะครับ

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ

ตรวจสอบพื้นที่ประกาศดับไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อให้คุณไม่พลาดการรับมือกับสถานการณ์ไฟดับชั่วคราว:

  • ถนนกรุงเทพ-นนท์ ซอยกรุงเทพ-นนท์ 43 เวลา 08.30-15.30 น.
  • ริมถนนอินทรพิทักษ์ ปากซอยวัดใหญ่ศรีสุพรรณ 1-2 เวลา 08.30-12.00 น.
  • ถนนอ่อนนุช 86 และซอยอ่อนนุช 65 แยก 8 เวลา 08.30-15.30 น.
  • ถนนสุขุมวิท 71 ซอยปรีดีพนมยงค์ 8 เวลา 08.30-15.30 น.
  • ถนนลาซาล ซอยลาซาล 26 เวลา 08.30-15.30 น.
  • ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซอยธนพล 2 เวลา 08.30-15.30 น.
  • ถนนสุภาพบุรุษ หมู่บ้านเดอะซิตี้ ปิ่นเกล้า สาย 4 เวลา 08.30-14.00 น.
  • ริมถนนสายไหม ซอยเลขคู่ ตั้งแต่ซอย 2 ถึง 14 เวลา 08.30-15.30 น.

อัปเดตพื้นที่ ไฟดับ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ในโซนนนทบุรีและสมุทรปราการ

นอกจากในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ดังนี้:

  • พื้นที่นนทบุรี: ถนน นบ.3008, ถนนไทรใหญ่-วัดต้นเชือก, ถนนติวานนท์ บริเวณซอยมิ่งขวัญเพื่อปรับปรุงสายไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้า, และริมถนนกาญจนาภิเษก
  • พื้นที่สมุทรปราการ: บริเวณทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ, ถนนสุขุมวิท ซอยเทศบาลบางปู 96 และริมถนนปากซอยศาลเจ้าแม่ทับทิม โดยจะมีการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟ

หากบ้านหรือที่ทำงานของท่านอยู่ในจุดดังกล่าว อย่าลืมวางแผนการสำรองไฟ หรือหากต้องทำงานสำคัญที่ต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้า แนะนำให้เลี่ยงไปใช้สถานที่อื่นชั่วคราวในช่วงเวลาที่ประกาศครับ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าช่วยลดความวุ่นวายและป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ เช็กเลยที่ไหนบ้าง