วัน: 31 พฤษภาคม 2026

“ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า มองคนไม่ชอบก็เป็นเรื่องดี

บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นสีสันที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะล่าสุดกับการที่ “ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า สะพานเหล็ก แหล่งรวมของเล่นและโมเดลชื่อดัง ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินเที่ยวชมอย่างมาก

“ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า สะท้อนมุมมองการทำงาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสื่อสารนโยบาย “กรุงเทพฯ น่าอยู่ 250+ นโยบาย” เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เผยว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจมาก เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่หางานทำ แต่ยังสามารถสร้างโอกาสและธุรกิจของตัวเองได้จากสิ่งที่รัก

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านและมุมมอง “ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า

นอกจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการเซลฟี่ นายชัชชาติยังได้กล่าวถึงกระแสตอบรับที่หลากหลาย โดยเขามองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ “ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า ในครั้งนี้ยังได้ทิ้งข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า “คนที่ด่าหรือคนที่ไม่ชอบ ก็อาจจะไม่ได้มาโบกมือให้กำลังใจเรา ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะจะช่วยเตือนสติให้เราไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป” ถือเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงการเปิดรับฟังและความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ความประทับใจของเจ้าของร้านของเล่นที่มีต่อนายชัชชาติ:

  • เคยมาอุดหนุนโมเดลเมื่อ 4 ปีก่อน
  • ยืนยันจ่ายเงิน 4,000 บาท แม้เจ้าของร้านจะมอบให้ฟรี
  • สะท้อนความเป็นคนโปร่งใสและตรงไปตรงมา

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า การหาเสียงไม่ใช่แค่การตะโกนเสนอนโยบายบนรถแห่ แต่คือการสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนและรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเชียร์หรือเสียงวิจารณ์ การที่คุณชัชชาติมองว่าเสียงเหล่านั้นคือการเตือนสติ คือบทเรียนที่สำคัญสำหรับนักการเมืองทุกคนในการทำงานเพื่อประชาชนให้ดีที่สุด

คุณล่ะครับ คิดอย่างไรกับการที่นักการเมืองลงพื้นที่ในแหล่งไลฟ์สไตล์แบบนี้? นี่คือสัญญาณบวกของการเข้าถึงคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนต่อไปในอนาคต

ที่มา – “ชัชชาติ” หาเสียงเมก้าพลาซ่า มองคนไม่ชอบก็เป็นเรื่องดี เตือนสติให้ไม่เข้าข้างตัวเอง

“ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

“ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

เหตุการณ์ล่าสุดที่หลายคนให้ความสนใจคือการที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ล่าสุดได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา เพื่อหาทางออกให้กับโครงการที่หยุดชะงักไปนานกว่าหลายปี โดยสนามกีฬาแห่งนี้เคยถูกตั้งความหวังไว้สูงมากว่าจะเป็นศูนย์กลางกีฬาของพี่น้องชาวใต้ แต่กลับต้องกลายเป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้างมูลค่ามหาศาลถึง 177 ล้านบาท สร้างความเสียดายให้กับชาวนราธิวาสเป็นอย่างมาก

ความคืบหน้าเรื่อง “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

ปัญหาของสนามกีฬาแห่งนี้มีความซับซ้อน ตั้งแต่เรื่องการฟ้องร้องระหว่างหน่วยงานไปจนถึงผู้รับเหมาที่ทิ้งงาน ทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบตามแผนเดิม พ.ต.อ.ทวี เห็นว่านี่คือโอกาสทองหลังจากที่สโมสรนรา ยูไนเต็ด สามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ ทำให้ความต้องการสนามกีฬาที่มีมาตรฐานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การปล่อยให้สนามร้างต่อไปจึงถือเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา ครั้งนี้ ท่านได้เตรียมนำเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการฯ เพื่อเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมานั่งคุยและวางแผนแก้ไขให้ชัดเจน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปิดใช้งานสนามให้ได้ภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เพื่อรองรับฤดูกาลการแข่งขันใหม่ของทีมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการปัญหาข้อกฎหมายให้จบ
  • ผลักดันงบประมาณส่วนที่เหลือเพียงเล็กน้อยเพื่อให้สนามพร้อมใช้งาน
  • สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่เยาวชนและคนในพื้นที่

สิ่งที่น่าชื่นชมคือความสามัคคีที่เกิดขึ้นผ่านเกมกีฬา ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพุทธหรือมุสลิม ทุกคนต่างรวมใจกันเชียร์ทีมรักของจังหวัดเดียวกัน นี่คือภาพสะท้อนที่สวยงาม แต่ความสวยงามนี้จะสมบูรณ์แบบได้ก็ต่อเมื่อสนามกีฬาแห่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มีคิวลงพื้นที่ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ จึงเป็นความหวังสำคัญที่ชาวนราธิวาสกำลังเฝ้ารอว่า ปัญหานี้จะถูกแก้ไขให้ลุล่วงอย่างเป็นรูปธรรมเสียที หรือจะปล่อยให้เป็นมรดกความล้มเหลวต่อไป

ในมุมมองของเรา นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลจะต้องแสดงออกถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับคนในพื้นที่ภาคใต้ การทำให้สนามฟุตบอล 177 ล้านบาทกลับมาใช้งานได้จริงไม่ใช่แค่เรื่องของการกีฬา แต่เป็นเรื่องของขวัญและกำลังใจของประชาชน หากทำสำเร็จจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับชุมชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีประกาศสำคัญจากทางการไฟฟ้าที่อยากให้ทุกคนต้องทราบกันครับ โดยทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้มีการประกาศแจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ เพื่อทำการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้นครับ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ทุกคนสามารถวางแผนการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

การบำรุงรักษาในครั้งนี้มีความจำเป็นต้องงดจ่ายไฟชั่วคราวในหลายพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประสิทธิภาพของระบบในระยะยาวครับ เรามาดูกันว่ามีจุดไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบจากแผนการดับไฟในครั้งนี้

พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9: บริเวณปากซอย 16 ถึง 26 และซอย 15 เวลา 08:30 – 15:30 น.
  • ถนนพหลโยธิน: ซอยพหลโยธิน 42 เวลา 12:00 – 16:00 น.
  • ถนนจรัญสนิทวงศ์: ซอย 67 ถึงซอย 67 แยก 2 เวลา 08:30 – 15:30 น.
  • จังหวัดสมุทรปราการ: มีการดับไฟที่ถนนสุขุมวิท ช่วงซอยเทศบาลบางปู 80, คอนโดไมอามี, และย่านนิคมบางปู ตลอดจนถนนหนามแดง-บางพลี ในช่วงเวลาตั้งแต่ 08:00 ถึง 15:30 น. เป็นต้นไป
  • จังหวัดนนทบุรี: ถนนนนทบุรี 1 บริเวณซอยปากซอย 3, ซอยสงวนเงิน และถนนเรวดี ซอย 25 จะมีตารางเวลาดับไฟตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย

สำหรับการวางแผนรับมือ เนื่องจากมีการแจ้งว่ากฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกาศทำการสำรองน้ำประปา ชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม และถ้าใครมีตู้เย็นที่แช่ของสดจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ ในช่วงเวลาที่ไฟดับเพื่อรักษาอุณหภูมิครับ

หากเพื่อนๆ ต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านของท่านว่าอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการซ่อมบำรุงหรือไม่ สามารถเช็กได้ผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life หรือเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงได้โดยตรงครับ การรู้ข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาความยุ่งยากในการใช้ชีวิตประจำวันได้มากครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวกันได้อย่างทันท่วงทีนะครับ

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 1 มิถุนายน 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ-นนทบุรี-สมุทรปราการ

เจาะลึกข่าว Rangers ตามติดกองหลัง Widell และข่าวตลาดซื้อขาย

เจาะลึกข่าว Rangers ตามติดกองหลัง Widell และข่าวตลาดซื้อขาย

กระแสข่าวการซื้อขายนักเตะในลีกสกอตแลนด์กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะข่าวที่ว่า Rangers ตามติดกองหลัง Widell อย่าง Casper Widell กองหลังตัวเก่งวัย 23 ปีจากสโมสร Excelsior ในลีกดัตช์ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทีมกำลังจับตามองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนหลังก่อนเปิดฤดูกาลใหม่นี้

Rangers ตามติดกองหลัง Widell และความเคลื่อนไหวใน Scottish Premiership

ไม่ใช่แค่ฝั่งเดอะไลทส์เท่านั้นที่ขยับตัว ทางด้านคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Celtic ก็มีข่าวว่าอาจเร่งเครื่องคว้าตัว Felix Horn Myhre กองกลางวัย 27 ปีจากสโมสร Brann ในลีกนอร์เวย์มาเสริมทัพ หลังจากเจ้าตัวออกมาเปรยว่าโอกาสที่จะอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้มีสูงมาก นับว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลที่คอยลุ้นว่านักเตะคนโปรดของทีมจะย้ายไปที่ไหน

บทสรุปของดีลสำคัญที่ต้องจับตา

ในขณะที่ประเด็น Rangers ตามติดกองหลัง Widell กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เรายังเห็นความเคลื่อนไหวของนักเตะรายอื่น เช่น Cammy Devlin จาก Hearts ที่ยังคงเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ แม้จะมีข้อเสนอจากฝั่งอังกฤษและ MLS เข้ามาก็ตาม นอกจากนี้ Ivan Dolcek ที่โชว์ฟอร์มดีตอนยืมตัวกับ Dundee United ก็แอบส่งสัญญาณว่าเขาสนใจจะกลับมาเล่นในสกอตแลนด์อีกครั้ง

หากเรามองไปที่อนาคตของนักเตะดาวรุ่ง Robbie Ure อดีตกองหน้าของ Rangers ที่โชว์ฟอร์มโหดในสวีเดน ก็เป็นที่หมายตาของหลายทีมจากลีกยุโรป ขณะที่ Steve Bruce อดีตผู้จัดการทีมชื่อดังก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การเซ็นสัญญากับ John McGinn และ Andy Robertson คือความสำเร็จสูงสุดในอาชีพของเขา ซึ่งสิ่งนี้ย้ำให้เห็นว่าการเลือกตัวนักเตะที่ใช่คือหัวใจสำคัญของการทำทีมฟุตบอล

วงการฟุตบอลสกอตแลนด์ในช่วงนี้มีข่าวลือการย้ายทีมที่คึกคักมาก แฟนๆ ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่านักเตะแต่ละคนจะตัดสินใจอย่างไรในช่วงซัมเมอร์นี้ การเสริมทัพครั้งสำคัญจะเปลี่ยนโฉมหน้าตารางคะแนนในฤดูกาลหน้าได้อย่างแน่นอน คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง? ลองมาวิเคราะห์กันดูว่ากองหลังรายใหม่จะทำให้ทีมแกร่งขึ้นแค่ไหน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ชัยวัฒน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียง

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 บรรยากาศการเมืองในกรุงเทพฯ เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด ชัยวัฒน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียง ในพื้นที่เขตตลิ่งชันและทวีวัฒนา เพื่อสื่อสารนโยบายโดยตรงถึงมือพี่น้องประชาชนที่กำลังรอคอยการเปลี่ยนแปลง

ชัยวัฒน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียง ชูธงเปลี่ยนกรุงเทพฯ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้ร่วมเดินหาเสียงกับว่าที่ผู้สมัคร สก. ทั้งในเขตตลิ่งชันและทวีวัฒนา โดยเน้นย้ำถึงปัญหาเรื้อรังที่ชาวบ้านต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบระบายนน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการงานก่อสร้างที่ล่าช้าและไม่ปลอดภัย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในชุมชนที่ฝืดเคือง

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การที่ ชัยวัฒน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียง ในวันนี้ คือการมาตอกย้ำว่า กทม. จำเป็นต้องมีนโยบายที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการยกเครื่องมาตรฐานงานก่อสร้างภาครัฐให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนเมือง

นโยบายเด่น: หวยใบเสร็จ SME และการสร้างเมืองที่ยั่งยืน

นอกจากนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ทีมงานยังได้นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อาทิ:

  • นโยบายหวยใบเสร็จ SME: ใช้กลไกการจับรางวัลเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าในชุมชนผ่านระบบแต้มสะสม
  • การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย: บังคับใช้กฎหมายควบคุมผู้รับเหมาอย่างจริงจัง มีการเปิดเผยข้อมูล CCTV และ Checklist ความปลอดภัย
  • พัฒนาพื้นที่สีเขียว: เพิ่มสวนสาธารณะและทางจักรยานริมคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาเมืองร้อน และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้ค้าสะท้อนออกมา ชัยวัฒน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียง ในครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับย่าน เพื่อดึงเสน่ห์ของชุมชนออกมาและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ลืมตาอ้าปาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกว่าใครจะมาบริหารเมือง แต่คือการเลือกอนาคตที่ชาวกรุงเทพฯ จะได้มีส่วนร่วมในการออกแบบร่วมกับผู้บริหารที่รับฟังเสียงของคนทุกกลุ่ม เชื่อว่าด้วยแนวทางของพรรคประชาชน จะสามารถพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้กลับมามีความสุขได้อีกครั้งครับ คุณเห็นด้วยกับนโยบายเหล่านี้หรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย

ที่มา – “ชัยวัฒน์” แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. นำผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน หาเสียงตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา

วันวิสาขบูชา 2569 เช็กเวลาเกิด ไมโครบลูมูน ดูดวงจันทร์

วันวิสาขบูชา เช็กเวลาเกิด “ไมโครบลูมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีที่มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาพอดี เราจะได้พบกับปรากฏการณ์พิเศษที่หาดูได้ยาก นั่นคือ วันวิสาขบูชา เช็กเวลาเกิด “ไมโครบลูมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 2 ปรากฏการณ์สำคัญคือ Micro Full Moon และ Blue Moon มาไว้ด้วยกันในค่ำคืนเดียว

ปรากฏการณ์ ไมโครบลูมูน คืออะไร?

สำหรับใครที่สงสัยว่า วันวิสาขบูชา เช็กเวลาเกิด “ไมโครบลูมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี นั้นมีความพิเศษอย่างไร สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ให้ข้อมูลว่า คำว่า “ไมโครมูน” หมายถึงดวงจันทร์เต็มดวงที่โคจรห่างจากโลกมากที่สุดในรอบปี ทำให้เราเห็นดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย ส่วน “บลูมูน” คือการที่เราเห็นดวงจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งที่สองในเดือนเดียวกัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแต่อย่างใด

รายละเอียดที่น่าสนใจของเหตุการณ์นี้มีดังนี้:

  • วันเกิดปรากฏการณ์: 31 พฤษภาคม 2569
  • เวลาที่เกิดไมโครฟูลมูน: ประมาณ 15:00 น.
  • ระยะห่างจากโลก: ประมาณ 406,127 กิโลเมตร
  • ความพิเศษ: เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

หลายคนอาจจะตั้งตารอคอยที่จะชมปรากฏการณ์นี้ในคืนวันวิสาขบูชา แม้ว่าดวงจันทร์จะมีขนาดปรากฏที่เล็กลงกว่าปกติเนื่องจากระยะห่างที่ไกลออกไป แต่การได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงท่ามกลางบรรยากาศวันสำคัญทางศาสนา ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลาว่างกับครอบครัวเพื่อชื่นชมความงดงามของท้องฟ้าและธรรมชาติ

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการดูดาว นี่คือโอกาสดีที่จะได้หยิบกล้องดูดาวหรือเพียงแค่ใช้ตาเปล่าสังเกตการณ์ การที่ วันวิสาขบูชา เช็กเวลาเกิด “ไมโครบลูมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี มาบรรจบกันในช่วงวันสำคัญนั้น ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและน่าจดจำ สำหรับใครที่วางแผนจะออกไปทำบุญในวันวิสาขบูชา อย่าลืมเงยหน้ามองฟ้าในค่ำคืนนั้นเพื่อเก็บภาพความประทับใจนี้นะครับ

ที่มา – วันวิสาขบูชา เช็กเวลาเกิด “ไมโครบลูมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

นายกฯ อนุทิน ทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศ ณ วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพัฒนาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่งดงามยิ่งขึ้น งานบุญในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีงาม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนในพื้นที่

นายกฯ อนุทิน ทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ

การจัดงาน นายกฯ อนุทิน ทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งภาครัฐ คณะรัฐมนตรี และพี่น้องพุทธศาสนิกชนชาวกระบี่ที่พร้อมใจกันมาร่วมทำบุญ โดยยอดเงินอนุโมทนาผ้าป่าสามัคคีมียอดรวมสูงถึง 8,101,818.99 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงและสร้างพุทธศาสนสถานภายในวัดให้มีความเหมาะสมและสง่างามสมกับที่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดของภาคใต้

เหตุผลที่ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับประกอบศาสนพิธีเท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก การที่ นายกฯ อนุทิน ทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนในหลายๆ ด้าน ดังนี้:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
  • การอนุรักษ์พุทธศิลป์: ยกระดับวัดถ้ำเสือให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า
  • กระตุ้นรายได้ท้องถิ่น: เมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ร้านค้าในชุมชนรอบข้างก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ในระหว่างพิธี ท่านเจ้าคุณพระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ ได้ให้พรแก่คณะรัฐมนตรีให้ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการ เพื่อสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ถือเป็นขวัญและกำลังใจที่ดีในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป

กิจกรรม นายกฯ อนุทิน ทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมท่องเที่ยววัดถ้ำเสือ ในมุมมองของเรา ไม่ใช่แค่การทำบุญทั่วไป แต่คือยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระยะยาวที่จะทำให้กระบี่เป็นมากกว่าแค่เมืองชายทะเล แต่ยังเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณที่ยั่งยืนและมีคุณค่าสำหรับทุกคน หวังว่าการพัฒนาในครั้งนี้จะทำให้วัดถ้ำเสือเป็นสถานที่ที่งดงามและพร้อมต้อนรับพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกมุมโลกอย่างสมบูรณ์แบบครับ

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่”

ดร.โจ ไม่หวั่นโพลหนุนอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่น

ดร.โจ ไม่หวั่นโพลหนุนอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองกรุงเทพมหานคร เมื่อ ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังนิด้าโพลเผยผลสำรวจว่าชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่อาจเทใจให้ผู้สมัครอิสระ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ดร.โจ ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส. ที่เคยทำผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจากการเลือกตั้งระดับชาติที่ผ่านมา

นายชัยวัฒน์มองว่าผลโพลดังกล่าวสามารถตีความได้หลากหลายมุม โดยเฉพาะเรื่องความเข้าใจในระบบการทำงานระหว่าง สก. และผู้ว่าฯ กทม. การที่ประชาชนกว่า 38% ต้องการเลือกผู้ว่าฯ และ สก. จากพรรคเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าคนเมืองหลวงเริ่มตระหนักถึงความสอดคล้องของการใช้อำนาจบริหารและการออกกฎหมายท้องถิ่น

ทำไมต้องเลือกคนจากพรรคเดียวกัน?

ดร.โจ อธิบายเพิ่มเติมว่ากุญแจสำคัญคือการขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม หากผู้ว่าฯ และ สก. มีอุดมการณ์เดียวกัน จะช่วยให้การอนุมัติงบประมาณและการผลักดันข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต่างจากอดีตที่นโยบายหลายอย่างมักจะสะดุดเพราะขาดแรงสนับสนุนในสภากรุงเทพมหานคร

สาเหตุที่ ดร.โจ ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส. นั้นมาจากปัจจัยหลักดังนี้:

  • ฐานเสียงเดิมจากการเลือกตั้ง ส.ส. ที่พรรคประชาชนกวาดไปถึง 33 เขตทั่วกรุงเทพฯ
  • ความเชื่อมั่นในผลงานการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • กระแสตอบรับที่ดีจากพื้นที่จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องของเหล่าว่าที่ สก.
  • ความชัดเจนทางการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากกว่าการเมืองแบบซ่อนเร้น

ในมุมมองของคุณชัยวัฒน์ การเมืองระดับท้องถิ่นต้องการความโปร่งใสที่จับต้องได้มากกว่าเดิม ประชาชนอยากเห็นตัวแทนที่เป็นคนธรรมดาเข้ามาแก้ปัญหาจริง ไม่ใช่แค่การฝากความหวังไว้กับกลุ่มทุนหรือบ้านใหญ่ ดังนั้นจุดยืนของพรรคประชาชนที่เน้นความซื่อสัตย์จึงกลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

นอกจากนี้ ดร.โจยังได้ฝากข้อคิดถึงเรื่องดรามาต่างๆ ในช่วงหาเสียงว่า ประชาชนชาวกรุงเทพฯ มีวิจารณญาณสูง พวกเขาสามารถแยกแยะการแสดงออกที่จริงใจกับการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่หวังผลทางการเมืองได้ดี ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าโพลจะออกมาเป็นอย่างไร การลงพื้นที่จริงและนำเสนอวาระก้าวหน้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคประชาชนยึดมั่นเสมอมา

ท้ายที่สุดนี้ สังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่การเลือกตัวแทนต้องดูที่ความชัดเจนและทีมงานที่มีศักยภาพ หากคุณกำลังหาคำตอบว่าพรรคการเมืองที่มีฐานแนวร่วมเข้มแข็งอย่างพรรคประชาชนจะสามารถเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้จริงหรือไม่ วันที่ 28 มิถุนายนนี้ คือคำตอบสุดท้ายจากปลายปากกาของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน

ที่มา – “ดร.โจ” ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส.

พรรคกล้าธรรม อัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ปิดปากสภาฯ ตรวจสอบ

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงกำลังจับตามองโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับประเทศอย่างโปรเจกต์แลนด์บริดจ์กันอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุดประเด็นนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อ นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของโครงการนี้ จนเกิดเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนเรียกว่า พรรคกล้าธรรม อัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ปิดปากสภาฯ ตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความโปร่งใสในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ

เหตุผลที่ พรรคกล้าธรรม อัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ปิดปากสภาฯ ตรวจสอบ คืออะไร?

การที่รัฐบาลเลือกจะเดินหน้าโครงการโดยไม่ยอมเปิดรับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ทำให้หลายภาคส่วนกังวลว่านี่คือการปิดกั้นการตรวจสอบใช่หรือไม่? โดยนายพีรวัสได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า โครงการนี้มีงบประมาณมหาศาล และกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างรุนแรง การตั้งกรรมาธิการฯ ไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนา แต่คือการสร้างกลไกที่รอบคอบ

มุมมองต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไร้การตรวจสอบ

เมื่อไม่มีกลไกในสภาฯ เข้ามาช่วยดูแล สิ่งที่ประชาชนมีความกังวลใจเป็นพิเศษคือ:

  • การเวนคืนที่ดิน: หลายครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม
  • ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม: ระบบนิเวศชายฝั่งของอ่าวไทยและอันดามันกำลังเผชิญกับความเสี่ยง
  • วิถีชีวิตชุมชน: อาชีพประมงและวิถีดั้งเดิมอาจต้องปิดตัวลงจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

นายพีรวัสย้ำชัดว่า พรรคกล้าธรรม อัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ปิดปากสภาฯ ตรวจสอบ นั้นไม่ต่างจากการลดโอกาสในการมีส่วนร่วมของประชาชน ยิ่งหากโครงการเดินหน้าไปโดยปราศจากการรับฟังเสียงคนในพื้นที่ สุดท้ายแล้วผู้ที่ต้องแบกรับภาระและปัญหาทั้งหมดก็คือชาวบ้านตาดำๆ ที่ไม่มีโอกาสได้โต้แย้งหรือเสนอความคิดเห็นอย่างเต็มที่นั่นเอง

ในฐานะประชาชน เราคงต้องช่วยกันติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไรให้มีความโปร่งใส ไม่ใช่แค่ใช้คำว่า พัฒนา มาเป็นข้ออ้างเพื่อเดินหน้าโปรเจกต์อย่างรวบรัด การพัฒนาที่ดีควรเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบและการรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงครับ คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? การสร้างเมกะโปรเจกต์ควรสำคัญกว่าสิทธิของคนในพื้นที่หรือไม่ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – พรรคกล้าธรรม อัดรัฐบาลคว่ำ กมธ.แลนด์บริดจ์ ปิดปากสภาฯ ตรวจสอบ