วัน: 31 พฤษภาคม 2026

โพลแนวโน้มคน กทม. เล็งเลือกผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. – สก. อิสระ

เชื่อว่าตอนนี้คนกรุงเทพฯ หลายคนน่าจะกำลังตื่นเต้นกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนะครับ ล่าสุดผลสำรวจจากนิด้าโพลในหัวข้อ โพลแนวโน้มคน กทม. เล็งเลือกผู้สมัคร “ผู้ว่าฯ กทม. – สก.” อิสระ ไม่มีพรรคหนุน ได้สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วเมือง เพราะดูเหมือนว่าบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มหันมาสนใจคนทำงานที่ไม่ได้สังกัดค่ายการเมืองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิเคราะห์เจาะลึก โพลแนวโน้มคน กทม. เล็งเลือกผู้สมัคร “ผู้ว่าฯ กทม. – สก.” อิสระ ไม่มีพรรคหนุน

จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล พบข้อมูลที่น่าสนใจมากว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 64.96 เตรียมเทคะแนนให้ผู้สมัครอิสระที่ไร้พรรคการเมืองหนุนหลัง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยครับ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเน้นที่ตัวบุคคลและความสามารถ มากกว่าจะยึดติดกับโลโก้พรรคเดิมๆ เหมือนในอดีต

เสียงจากคนเมืองกับทิศทางที่เปลี่ยนไป

นอกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ แล้ว ในส่วนของการเลือกตั้ง สก. หรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเอง ผู้คนก็ยังมีแนวโน้มเลือกอิสระสูงถึงร้อยละ 48.47 ผลสำรวจชุด โพลแนวโน้มคน กทม. เล็งเลือกผู้สมัคร “ผู้ว่าฯ กทม. – สก.” อิสระ ไม่มีพรรคหนุน ชี้ให้เห็นว่าคนเริ่มมองหานโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันจริงๆ ไม่ใช่แค่การประกาศแคมเปญหาเสียงตามมติพรรค ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางการเมืองท้องถิ่นในอนาคต

หากเราวิเคราะห์กันอย่างเป็นกันเอง ดูเหมือนว่ากระแสความต้องการ “คนทำงานจริง” กำลังมาแรงครับ ประชาชนเริ่มมองเห็นว่า ปัญหาของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะ การจราจร หรือน้ำท่วมขัง มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องการคนลุยงานมากกว่าคนทำตามคำสั่งพรรค นอกจากนี้ ยังพบว่าคน กทม. ส่วนใหญ่พร้อมที่จะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ และ สก. จากคนละพรรคหรือคนละกลุ่มการเมือง เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจที่ดีกว่าเดิม

ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569 จะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ชาวกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปแล้ว เราต้องการผู้บริหารที่กล้าตัดสินใจเพื่อคน กทม. อย่างแท้จริง แล้วคุณล่ะครับ เตรียมตัดสินใจกันหรือยังว่าจะเลือกแบบไหน มาแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับ!

ที่มา – โพลแนวโน้มคน กทม. เล็งเลือกผู้สมัคร “ผู้ว่าฯ กทม. – สก.” อิสระ ไม่มีพรรคหนุน

อุกกาบาตระเบิดเหนือสหรัฐฯ พลังเทียบเท่าระเบิด TNT 300 ตัน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นเหตุการณ์น่าตื่นเต้นบนท้องฟ้ากันมาบ้าง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาถือว่าสร้างความฮือฮาและตื่นตระหนกให้กับประชาชนไม่น้อย เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุ อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ พลังทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด TNT 300 ตัน บ้านเรือนสั่นสะเทือน อย่างรุนแรงจนทำเอาหลายคนแตกตื่นกันไปทั่วรัฐแมสซาชูเซตส์และนิวแฮมป์เชียร์

เจาะลึกเหตุการณ์ อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ พลังทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด TNT 300 ตัน บ้านเรือนสั่นสะเทือน

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนาซาได้ออกมายืนยันว่าวัตถุจากอวกาศดังกล่าวเดินทางด้วยความเร็วสูงถึง 120,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะเกิดการปะทะกับชั้นบรรยากาศและระเบิดออกที่ระดับความสูงราว 64 กิโลเมตร การระเบิดในครั้งนี้ทรงพลังมากจนทำให้เกิดเสียงดังสนั่นเหมือนระเบิดขนาดใหญ่ จนผู้คนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่บ้านเรือนของตนเอง

ทำไม อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ พลังทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด TNT 300 ตัน บ้านเรือนสั่นสะเทือน ถึงน่าสนใจ?

นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติล้วนๆ ไม่ใช่ขยะอวกาศหรือดาวเทียมตกแต่อย่างใด โดยรายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเทียบเท่ากับระเบิด TNT 300 ตัน
  • ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับฝนดาวตกที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงนั้น
  • แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นคลื่นกระแทกแบบ “โซนิกบูม”

หลายคนอาจจะกังวลว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบอันตรายหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก USGS ยืนยันว่านี่คือการระเบิดกลางอากาศเป็นทางยาว ไม่ใช่การพุ่งชนพื้นโลกเหมือนแผ่นดินไหว จึงไม่มีความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างอาคารใหญ่โต แต่ถึงอย่างไรเหตุการณ์นี้ก็เตือนให้เราเห็นว่า อวกาศเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัตถุเคลื่อนที่ตลอดเวลา และเราควรมองปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความรู้และความเข้าใจ มากกว่าความตื่นตระหนกครับ

หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อุกกาบาตระเบิดที่เมืองเชลยาบินสก์ ประเทศรัสเซียในปี 2013 ที่มีความรุนแรงถึง 440,000 ตัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ครั้งนี้ถือว่ายังมีความรุนแรงในระดับที่น้อยกว่ามาก แต่ก็นับว่าเป็นบทเรียนสำคัญในการเฝ้าระวังวัตถุใกล้โลกของนาซาและหน่วยงานดาราศาสตร์ทั่วโลก เพื่อให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจากฟากฟ้าในอนาคต

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือการที่เทคโนโลยีปัจจุบันช่วยให้เราสามารถจำแนกความแตกต่างระหว่างเหตุการณ์ธรรมชาติและภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำครับ

ที่มา – ชี้อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ พลังทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด TNT 300 ตัน บ้านเรือนสั่นสะเทือน

เจาะลึก ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่ม 1 มิ.ย. นี้

เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐกันอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศเตรียมเปิดใช้โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้เป็นต้นไป บอกเลยว่างานนี้รัฐบาลตั้งใจจริงในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้งผ่านการใช้งานง่ายๆ บนสมาร์ทโฟนของคุณเอง

เข้าใจขั้นตอนก่อนเริ่มใช้ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 นั้น รัฐบาลเน้นความสะดวกเป็นหลัก โดยจะใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกรรม โดยเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปของวันแรก เพียงแค่คุณกดเข้าแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส” ในแอปฯ ก็จะสามารถตรวจสอบวงเงินเริ่มต้นได้ทันที

วิธีใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 กับร้านค้าถุงเงิน

การใช้งานนั้นไม่อยากอย่างที่คิดครับ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

  • เติมเงินเข้า G-Wallet: ก่อนอื่นต้องเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในเป๋าตังเสียก่อน
  • ร้านค้าสร้าง QR Code: บอกให้ร้านค้าเปิดแอปฯ “ถุงเงิน” เพื่อสร้างรหัสสำหรับรับเงิน
  • สแกนจ่าย: เปิดแอปฯ เป๋าตัง สแกน QR Code ของร้าน ระบบจะคำนวณส่วนลด 60% อัตโนมัติ
  • ยืนยันรายการ: ใส่รหัส PIN 6 หลักเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ

หลักการของโครงการคือ “รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40%” โดยรัฐจะสนับสนุนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน ดังนั้นหากเพื่อนๆ ซื้อของราคา 333 บาท รัฐจะช่วยจ่ายให้ทันที 200 บาท ซึ่งถือว่าช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังสำคัญคือวงเงินนี้จะตัดยอดทุกสิ้นเดือนและไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้ครับ

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรงในการลดภาระรายจ่ายประจำวัน และยังเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ร้านค้ารายย่อยใกล้บ้านอีกด้วย ใครที่ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด อย่าลืมเช็กสิทธิ์และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนวันที่ 1 มิถุนายนนี้ แล้วมาช่วยกันทำให้เศรษฐกิจไทยหมุนเวียนไปได้ดีขึ้นด้วยมาตรการจากภาครัฐกันนะครับ!

ที่มา – “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เริ่ม 1 มิ.ย. 6 โมงเช้า รัฐบาลย้ำขั้นตอนใช้ผ่าน “เป๋าตัง”

ฉลองแชมป์เดือด แฟนบอล PSG ก่อจลาจลทั่วฝรั่งเศส

เชื่อว่าคอบอลหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงปารีสกันมาบ้างแล้ว กับเหตุการณ์ฉลองแชมป์เดือด แฟนบอล PSG ก่อจลาจลทั่วฝรั่งเศส ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกต่างพูดถึง จากความสุขจากการคว้าชัยชนะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลับกลายเป็นค่ำคืนแห่งความรุนแรงที่ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเหนื่อยหนัก

เหตุการณ์ฉลองแชมป์เดือด แฟนบอล PSG ก่อจลาจลทั่วฝรั่งเศส มีที่มาอย่างไร

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่สโมสร PSG คว้าชัยชนะเหนืออาร์เซนอลอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้แฟนบอลกว่า 20,000 คนหลั่งไหลออกมาเฉลิมฉลองบนถนนฌองเซลีเซ แต่ทว่าบรรยากาศแห่งความยินดีกลับเปลี่ยนไปเมื่อกลุ่มฮาร์ดคอร์เริ่มใช้ความรุนแรง มีการจุดพลุไฟ ทำลายทรัพย์สิน และพยายามบุกรุกเข้าไปในสนามพาร์ก เดส์ แพร็งซ์ จนกลายเป็นภาพที่ไม่น่ามอง

เปิดสถิติความรุนแรงจากการฉลองแชมป์เดือด แฟนบอล PSG ก่อจลาจลทั่วฝรั่งเศส

จากรายงานของกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ตัวเลขความเสียหายนั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย โดยมีข้อมูลที่น่าตกใจดังนี้:

  • ยอดผู้ถูกจับกุมสูงถึง 416 รายทั่วประเทศ โดยเป็นคนในปารีสถึง 283 ราย
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการเข้าควบคุมสถานการณ์ 7 นาย
  • รถยนต์เสียหาย 6 คัน และร้านค้าหลายแห่งถูกทุบทำลายและปล้นสะดม

ความวุ่นวายนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังตำรวจกว่า 22,000 นาย เข้ามาควบคุมสถานการณ์ และมีการสั่งระงับการให้บริการขนส่งสาธารณะในหลายจุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เกียรติยศของสโมสรต้องมามัวหมองด้วยพฤติกรรมของแฟนบอลกลุ่มนี้

ในมุมมองของผม แม้กีฬาจะสร้างความสมัครสมานสามัคคีได้ แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า การแสดงความยินดีนั้นควรอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและศีลธรรม ไม่ควรปล่อยให้ความคึกคะนองกลายมาเป็นการทำลายข้าวของหรือทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน การเป็นแฟนบอลที่ดีคือการสนับสนุนทีมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสโมสรที่เรารักต่อไปในอนาคตครับ

ที่มา – ฉลองแชมป์เดือด แฟนบอล PSG ก่อจลาจลทั่วฝรั่งเศส ตร. ปะทะเดือด-รวบตัวกว่า 400 ราย

อุตุฯ ฉบับ 9 เตือนจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรง

อุตุฯ ฉบับ 9 เตือนจังหวัด ฝนตกหนักถึงหนักมาก อันดามันตอนบน คลื่นลมค่อนข้างแรง

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องตั้งใจฟังทางนี้ให้ดีครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 สำหรับเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพี่น้องในภาคใต้และพื้นที่ลุ่มต่ำทั่วทุกภาคของประเทศไทย

รายละเอียดสถานการณ์และพื้นที่เฝ้าระวัง

สืบเนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้เกิดภาวะ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ขอให้ประชาชนโปรดเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

สำหรับสถานการณ์ทางทะเลนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพประมงหรือผู้ที่เดินทางทางเรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป ที่ซึ่งคาดว่าจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากเป็นบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงเกินกว่า 3 เมตรได้เลยทีเดียว ส่วนเรือเล็กในช่วงเวลาดังกล่าวทางอุตุฯ ได้แนะนำให้งดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยนะครับ

สรุปจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ

สำหรับในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ได้แก่ ระนอง และพังงา ในขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วทุกภาคก็ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นการเช็กข่าวสารสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านจึงสำคัญมากครับ

การรับมือกับธรรมชาติไม่ใช่เรื่องที่เราจะประมาทได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 การเตรียมกระเป๋าสิ่งของจำเป็นและช่องทางการติดต่อฉุกเฉินเอาไว้ใกล้ตัวจะช่วยให้คุณอุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันครับ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับเพราะฝนตกบ่อยแบบนี้ ระวังจะเป็นไข้หวัดกันได้ทุกท่าน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 9 เตือนจังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” อันดามันตอนบน คลื่นลมค่อนข้างแรง

ค้านเลื่อนตำแหน่ง ผอ.ป.ป.ช. เมาแล้วขับ ร้องขอความเป็นธรรม

ค้านเลื่อนตำแหน่ง ผอ.ป.ป.ช. เมาแล้วขับ ร้องขอความเป็นธรรม

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยขณะนี้ เมื่อครอบครัวของไรเดอร์ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถกระบะพุ่งชนท้าย ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม หลังจากคู่กรณีซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. มีอาการเมาสุราขณะขับรถและก่อเหตุสลดใจ หลายฝ่ายต่างออกมาร่วมค้านเลื่อนตำแหน่ง ผอ.ป.ป.ช. เมาแล้วขับรายนี้ เพราะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและสวนทางกับหลักธรรมาภิบาลที่ควรจะเป็น

สาเหตุของการรวมตัวค้านเลื่อนตำแหน่ง ผอ.ป.ป.ช. เมาแล้วขับ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ นายจรงค์ ผอ.สำนักสืบสวนฯ ก่อเหตุเมาแล้วขับพุ่งชนไรเดอร์จนเสียชีวิต ซ้ำร้ายยังมีความพยายามที่จะหลบหนีและหาคนรับผิดแทน ทำให้สังคมเกิดความกังวลว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการระดับสูง การที่หน่วยงานต้นสังกัดมีการลงนามคำสั่งโยกย้ายให้นายจรงค์ไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นและได้รับเงินเพิ่มพิเศษ จึงเป็นที่มาของการค้านเลื่อนตำแหน่ง ผอ.ป.ป.ช. เมาแล้วขับจากนักการเมืองและภาคประชาชนที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด

  • ครอบครัวผู้สูญเสียกังวลถึงความไม่โปร่งใสของคดี
  • กระแสสังคมกดดันให้ ป.ป.ช. ทบทวนคำสั่งเลื่อนตำแหน่ง
  • เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและจริยธรรมโดยเร่งด่วน

ทางด้านญาติของผู้เสียชีวิตยืนยันว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่เพียงการเยียวยาที่เป็นเงินก้อนเท่านั้น แต่ต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาที่สุด และไม่ต้องการให้การเป็นข้าราชการระดับสูงมาเป็นเกราะป้องกันความผิดที่เกิดขึ้น โดยมองว่าคำสัมภาษณ์ของคู่กรณีและการแสดงออกที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับครอบครัวเลยแม้แต่น้อย

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนถึงความย้อนแย้งขององค์กร ป.ป.ช. ว่าควรมีมาตรฐานในการจัดการข้าราชการที่ทำผิดกฎหมายร้ายแรงให้มีความชัดเจน ไม่ใช่การปูนบำเหน็จให้คนทำผิดท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะการขับรถเมาสุราจนมีผู้เสียชีวิตถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรตรวจสอบทุจริตอย่างรุนแรง

สุดท้ายนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองต่อไปว่า ทาง ป.ป.ช. จะมีการทบทวนคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ และกระบวนการยุติธรรมของไทยจะสามารถมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัวไรเดอร์ผู้โชคร้ายได้มากน้อยเพียงใด เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าหรือการใช้อภิสิทธิ์เหนือรัฐธรรมนูญ คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยไม่ต้องการเห็นในยุคที่ทุกอย่างควรโปร่งใสและตรวจสอบได้

ที่มา – ค้านเลื่อนตำแหน่ง “ผอ.ป.ป.ช.” เมาแล้วขับ ลูกไรเดอร์โร่เข้าพบตำรวจ ร้องขอความเป็นธรรมคดี

หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งชิ่งดับสลด

หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งรถหนี เสยท้ายพ่วง 22 ล้อ ดับสลด

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นใน จ.สมุทรปราการ เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นเรื่องราวที่ทำเอาหลายคนต้องตั้งคำถามถึงสภาวะจิตใจและอารมณ์ชั่ววูบ โดยมี หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งรถหนี เสยท้ายพ่วง 22 ล้อ ดับสลด คาที่ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในโครงการเอื้ออาทรเป็นอย่างมาก

ปมปัญหาความรักและความหึงหวง

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายฐิติวัสส์ วัย 45 ปี ซึ่งมีปัญหาระหองระแหงกับภรรยามานานจนแยกทางกันอยู่ โดยภรรยาได้คบหากับผู้เสียชีวิตคือ นายณรงค์ชัย มากว่า 3 ปี และมีแผนจะหย่าขาดจากสามีอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความตึงเครียดของความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรม หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งรถหนี เสยท้ายพ่วง 22 ล้อ ดับสลด ลงอย่างไม่อาจแก้ไขได้

พฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุเริ่มจากการเข้าไปซุ่มดูรถของผู้ตาย ก่อนจะเดินตามขึ้นไปบนตึกและกระหน่ำยิงจนเสียชีวิตกลางที่เกิดเหตุ ต่อมาผู้ก่อเหตุได้รีบเร่งขับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยไม่คาดคิดว่าเส้นทางหลบหนีจะนำไปสู่จุดจบของตนเองด้วยการพุ่งชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อบนถนนเทพรัตน

  • เหตุการณ์จุดที่ 1: การยิงกันภายในโครงการเอื้ออาทร ต.แพรกษา
  • เหตุการณ์จุดที่ 2: การจราจรบนถนนเทพรัตน ขาออก ที่นำไปสู่การสูญเสียครั้งที่สอง

หลายคนมักตั้งคำถามว่า อะไรคือทางออกที่ดีที่สุดในชีวิตคู่? อุบัติเหตุในครั้งนี้ที่เกิดจาก หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งรถหนี เสยท้ายพ่วง 22 ล้อ ดับสลด เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์เตือนใจให้เห็นว่า การใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาไม่เคยนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี การเจรจาหรือหาทางออกด้วยสติอาจช่วยป้องกันไม่ให้เรื่องราวบานปลายจนนำไปสู่ความสูญเสียทั้งต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น

สุดท้ายนี้ ทีมงานขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และอยากฝากให้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนสติว่า ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของปัญหาทุกเรื่อง และการควบคุมสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน

ที่มา – หนุ่มรัวยิง 9 นัด ปลิดชีพชายคนสนิทภรรยา ก่อนซิ่งรถหนี เสยท้ายพ่วง 22 ล้อ ดับสลด

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เตรียมใช้สิทธิวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง

หลังจากที่หลายคนตั้งตารอคอย วันนี้ได้เวลาที่โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จเข้าใช้งานจริงเป็นวันแรกแล้วครับ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิและเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน

สำหรับใครที่ยังสับสนเรื่องการใช้งาน วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 กันแบบเข้าใจง่ายที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์โครงการนี้ได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามเงื่อนไขครับ

เช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ถูกออกแบบมาเพื่อให้รัฐบาลช่วยสมทบค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ:

  • รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และท่านจ่ายเอง 40% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • จำกัดวงเงินสิทธิไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • รับสิทธิสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และตลอดโครงการได้รับสูงสุดรวม 4,000 บาท
  • ใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
  • สิทธิจะรีเซ็ตใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่ทบไปเดือนถัดไป

ขั้นตอนการใช้สิทธิและตรวจสอบยอดเงิน

การเตรียมตัวและทำรายการนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เติมเงินเข้า G Wallet ให้เรียบร้อย โดยสามารถเติมเงินผ่าน Mobile Banking ทุกธนาคารหรือตู้ ATM กรุงไทยได้ตามสะดวก สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิหน้าเคาน์เตอร์ร้านค้า มีลำดับง่ายๆ ดังนี้:

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง และเลือกแบนเนอร์โครงการ
  • กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิที่ร้านค้าถุงเงิน
  • ตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน
  • อย่าลืมบันทึกสลิปทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานในการทำรายการ

โครงการนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ครับ แต่อย่าลืมตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการก่อนไปใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ ในการลดค่าครองชีพไป ใครที่ยังไม่ได้เริ่มใช้งาน แนะนำให้ลองกดเข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วเริ่มใช้สิทธิได้เลยตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกันยายนครับ

ที่มา – ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เตรียมใช้สิทธิวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายขับรถทุกคน! วันนี้เรามาเช็ก ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท กันดีกว่าครับ เพราะเรื่องน้ำมันเป็นสิ่งสำคัญที่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะขับรถออกไปทำงานหรือออกไปเที่ยว อย่าลืมตรวจสอบราคาน้ำมันจากปั๊มใกล้บ้านเพื่อให้วางแผนการเดินทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท

การติดตาม ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท นั้นเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการประหยัดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็น ปตท., บางจาก, เชลล์ หรือปั๊มอื่นๆ ต่างก็มีการปรับเปลี่ยนราคาเพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาดโลก โดยข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นราคาอัปเดตหน้าปั๊มเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ใช้ตัดสินใจก่อนเข้าไปเติมครับ

สรุปภาพรวม ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท

ปัจจุบันราคาน้ำมันมีความหลากหลายทั้งกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ซึ่งแต่ละปั๊มอาจมีโปรโมชั่นหรือส่วนลดที่แตกต่างกันออกไป ต่อไปนี้คือรายละเอียดราคาของแต่ละค่ายที่คุณควรรู้ก่อนเข้าใช้บริการครับ

  • บางจาก: ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.70 บาท, GSH95S EVO อยู่ที่ 42.90 บาท
  • ปตท.: เบนซิน 52.49 บาท, ดีเซล 40.70 บาท
  • เชลล์: ฟิวเซฟ ดีเซล 40.70 บาท, วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท
  • พีที: แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.90 บาท, ดีเซล 40.70 บาท
  • ซัสโก้: เบนซิน 95 อยู่ที่ 52.64 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.90 บาท
  • คาลเท็กซ์: โกลด์ 95 เทครอน 53.41 บาท, ดีเซล เทครอน 40.70 บาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆ ควรรู้ไว้ว่าราคาที่แสดงอยู่นี้เป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น ซึ่งในบางพื้นที่ราคาอาจมีความคลาดเคลื่อนไปบ้างเล็กน้อย จึงควรตรวจสอบป้ายราคาหน้าปั๊มอีกครั้งก่อนเติม

การหมั่นเช็กราคาน้ำมันอยู่เสมอไม่เพียงแต่ช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยฝึกนิสัยการวางแผนการใช้จ่ายที่ดีเยี่ยมครับ สำหรับใครที่ต้องใช้รถยนต์เดินทางไกลบ่อยๆ การเปลี่ยนมาสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ร่วมกับการเติมน้ำมันในราคาที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวอย่างแน่นอนครับ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางและปลอดภัยในทุกเส้นทางนะครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละกี่บาท