วัน: 29 มิถุนายน 2026

เจาะลึกงบฯไร้อนาคตปี 70 หนี้ทะลุ 70% เตือน 5 ปีแตะ 80%

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรัฐสภา เมื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างดุเดือด โดยขนานนามว่าเป็น “งบฯไร้อนาคต” เนื่องจากมองว่าโครงสร้างงบประมาณปีนี้สะท้อนถึงปัญหาที่หมักหมมมานาน และรัฐบาลยังไม่สามารถหาทางออกที่ยั่งยืนให้กับประเทศได้

สถานการณ์งบฯไร้อนาคตปี 70 ที่น่ากังวล

เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณอภิสิทธิ์มองว่างบประมาณฉบับนี้เป็นงบฯไร้อนาคต คือการที่งบลงทุนถูกตัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการจัดเก็บรายได้ที่ทำได้เพียงแค่ประคับประคองงบประจำและการใช้หนี้เก่าเท่านั้น ทำให้ประเทศขาดแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว

เปิดปมหนี้สาธารณะทะลุ 70% ชี้ชัดอีก 5 ปีเสี่ยงแตะ 80%

นอกจากเรื่องของงบลงทุนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความสั่นสะเทือนคือตัวเลขหนี้สาธารณะ คุณอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่าหากรวมภาระหนี้ตามมาตรา 28 แห่งกฎหมายวินัยการเงินการคลังเข้าไปด้วย หนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันได้ทะลุเพดาน 70% ไปแล้ว และหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า มีโอกาสสูงที่หนี้สาธารณะจะพุ่งกระฉูดไปแตะระดับ 80% หรือ 90% ซึ่งจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งของคนไทยทั้งประเทศ

  • วิกฤตงบลงทุน: งบลงทุนลดลง -13.1% ขณะที่งบบุคลากรและงบอุดหนุนกลับเพิ่มสูงขึ้น
  • ความล่าช้าด้านการปฏิรูป: การจัดเก็บภาษีต่อ GDP ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้สวัสดิการประชาชนไม่ทั่วถึง
  • การลงทุนที่ไม่ชัดเจน: งบประมาณด้าน AI หรือดิจิทัลถูกมองว่าเป็นการวิ่งตามกระแสโดยขาดกลยุทธ์สร้างมูลค่าที่แท้จริง

ในมุมมองของคุณอภิสิทธิ์ สิ่งที่รัฐบาลนำเสนอภายใต้แนวคิด 5T นั้น ดูเหมือนจะห่างไกลจากความจริง เนื้อในของ งบฯไร้อนาคต ฉบับนี้ไม่ได้สะท้อนถึงการทำงบประมาณฐานศูนย์หรือการมุ่งเป้าที่แท้จริง แต่มันคือการใช้งบประมาณแบบ “หาเช้ากินค่ำ” ที่เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว หากรัฐบาลยังไม่มีความกล้าหาญพอที่จะผ่าตัดโครงสร้างงบประมาณ และปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังติดหล่มและยากที่จะก้าวข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปได้ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า จะสร้างอนาคตให้ประเทศได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การใช้จ่ายที่ไร้ทิศทางอย่างที่เป็นอยู่

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ตั้งชื่องบประมาณปี70 “งบฯไร้อนาคต” ปูดหนี้สาธารณะทะลุ70% อีก5 ปีหวั่นทะลุ80%

ดูแลดี เตรียมตัวพร้อม ทำไมสกอตแลนด์ยังสอบตกในบอลโลก?

ดูแลดี เตรียมตัวพร้อม ทำไมสกอตแลนด์ยังสอบตกในบอลโลก?

เส้นทางของทีมชาติสกอตแลนด์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดเริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยความคาดหวังที่สูงลิ่วและการสนับสนุนจากแฟนบอล “ตาร์ตัน อาร์มี่” ที่ตามไปเชียร์ถึงขอบสนาม แต่สิ่งที่จบลงกลับกลายเป็นการลาออกของ สตีฟ คลาร์ก และคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบ แน่นอนว่า ดูแลดี เตรียมตัวพร้อม ทำไมสกอตแลนด์ยังสอบตกในบอลโลก? กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในวงการฟุตบอล

หากมองย้อนกลับไป สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ (SFA) ได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ทีมมีสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก การเปิดโอกาสให้นักเตะมีเวลาพักผ่อนกับครอบครัว และการเลือกเซตอัปที่พักในเมืองใหญ่เพื่อให้นักเตะซึมซับบรรยากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำตามความต้องการของทัพนักเตะแทบทุกประการ

เหตุผลที่การดูแลดี เตรียมตัวพร้อม ทำไมสกอตแลนด์ยังสอบตกในบอลโลก?

การเตรียมตัวครั้งนี้มีความละเอียดอ่อนมาก ตั้งแต่การขอความช่วยเหลือจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อประสานงานกับ เดวิด เบ็คแฮม ในการใช้สนามซ้อมของ อินเตอร์ ไมอามี ไปจนถึงการจัดตารางเวลาปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นในสหรัฐฯ แต่น่าเสียดายที่ในสนามจริง ภาพรวมกลับไม่เป็นไปตามความคาดหมาย นักเตะระดับสตาร์ที่เป็นความหวังของทีมกลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ในจังหวะที่สำคัญที่สุด

บทเรียนจากความล้มเหลว

ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือปัญหาแค่เรื่องเดียว แต่มันเป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า ดูแลดี เตรียมตัวพร้อม ทำไมสกอตแลนด์ยังสอบตกในบอลโลก? การเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายขึ้นหลังจากการถูกจำกัดพื้นที่ในศึกยูโรครั้งก่อน กลับดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้ผลงานในสนามกระเตื้องขึ้นเลย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความตึงเครียดภายในแคมป์ที่เริ่มมีให้เห็น ผ่านเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างนักเตะในช่วงเบรกดื่มน้ำ

  • การวางแผนที่พลาดเป้าในเกมที่ตัดสินผลแพ้ชนะ
  • การขาดความเป็นผู้นำในสนามในช่วงเวลาวิกฤต
  • การบริหารจัดการความคาดหวังของแฟนบอลที่สูงเกินจริง

ท้ายที่สุด การตัดสินใจลาออกของ สตีฟ คลาร์ก เป็นบทสรุปแห่งความผิดหวัง แม้ทีมงานจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ผลลัพธ์ที่ปฏิเสธไม่ได้คือการที่ทีมชาติสกอตแลนด์ยังคงวนเวียนอยู่กับโจทย์เดิมที่ยังแก้ไม่ตก เมื่อนักเตะไม่สามารถก้าวข้ามความกดดันได้ ต่อให้เตรียมตัวดีแค่ไหน ความสำเร็จก็อาจจะยังคงเป็นเพียงแค่ความฝันสำหรับทีมชุดนี้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

การบินไทย แจงกรณีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ที่กลายเป็นที่สนใจในโลกโซเชียล เมื่อมีกระแสข่าวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินแห่งชาติถูกควบคุมตัวที่ประเทศออสเตรเลีย วันนี้เรามาสรุปประเด็น การบินไทย แจงกรณีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย พร้อมดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากผิดจริง เพื่อไขข้อสงสัยให้ชัดเจนครับ

การบินไทย แจงกรณีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีรายงานว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรควบคุมตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลังตรวจพบการลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและความปลอดภัยในการบิน

รายละเอียดการชี้แจงจากองค์กร

ทางบริษัทฯ ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว และกำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้งในฝั่งประเทศไทยและเจ้าหน้าที่ที่ออสเตรเลีย โดยยืนยันว่าทางสายการบินมีระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับการห้ามพนักงานเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ดังนั้น การที่ การบินไทย แจงกรณีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย ในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันจุดยืนว่าบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่

สิ่งที่เราควรทราบเกี่ยวกับมาตรการภายในของสายการบิน มีดังนี้:

  • มีการกำชับและสื่อสารกับพนักงานเรื่องกฎหมายของแต่ละประเทศที่บินไปอย่างเข้มงวดก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง
  • นโยบายความโปร่งใสและไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ
  • พนักงานที่กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ รวมถึงมาตรการทางวินัยจากบริษัทฯ อย่างเด็ดขาด

จากเหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมาก เพราะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นอาชีพที่มีเกียรติและต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก การกระทำของบุคคลเพียงรายเดียวไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียให้กับองค์กร แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการทั่วโลกด้วย ในฐานะผู้บริโภค เราคงต้องรอผลการตรวจสอบจากทางกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลียต่อไปว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือทางสายการบินจะไม่ปกป้องกระทำผิดอย่างแน่นอน

ที่มา – “การบินไทย” แจงกรณีแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย พร้อมดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากผิดจริง

สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเหลื่อมล้ำและไม่ตอบโจทย์การพัฒนาฐานราก โดยเฉพาะกรณีที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ส่วนกลางและลดทอนความสำคัญของงบประมาณพัฒนาจังหวัดอย่างน่าตกใจ

สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ

การอภิปรายในรัฐสภาโดยนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก จากพรรคกล้าธรรม ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับงบเพิ่มขึ้นถึง 33.6% ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดั่ง “กระทรวงลูกเทพ” เพราะการได้รับงบประมาณที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ ดูเหมือนจะไร้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จนสร้างความกังขาให้กับประชาชนและผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน

ปัญหาการลดงบพัฒนาจังหวัดที่กระทบต่อพื้นที่

นอกจากประเด็นกระทรวงลูกเทพแล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการปรับลดงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งลดลงเหลือเพียง 4,200 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 26,000 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ เพราะการกระทำนี้เปรียบเสมือนการรื้อโครงสร้างการกระจายอำนาจ และผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไป “ง้อ” งบกลางแทนที่จะมีการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นประกอบด้วย:

  • ขาดงบประมาณในการซ่อมแซมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
  • เศรษฐกิจฐานรากหยุดชะงัก เนื่องจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นถูกตัดลด
  • ความไม่เท่าเทียมในการกระจายงบประมาณตามสีทางการเมืองของแต่ละพื้นที่
  • ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชนในจังหวัดที่ห่างไกล

ในฐานะประชาชน เราควรจับตามองว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงความคุ้มค่าของการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ได้อย่างไร การที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ นั้นเป็นสัญญาณเตือนว่า หากงบประมาณถูกดึงกลับเข้าส่วนกลางมากเกินไป ความเจริญจะกระจุกตัวและไม่ถึงมือพี่น้องในระดับจังหวัดอย่างแน่นอน ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเน้นย้ำถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ที่มา – สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ

ปูตินยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมันหลังโดนถล่ม

สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ออกมาแสดงท่าทียอมรับต่อสาธารณะว่า ปูตินยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หลังจากกองทัพยูเครนเปลี่ยนยุทธวิธีมาเน้นการโจมตีระยะไกลด้วยโดรน โดยพุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันและคลังเชื้อเพลิงที่เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจรัสเซีย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อปูตินยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคคราสโนดาร์และยาโรสลาฟล์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงภายในประเทศ จนทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมการใช้พลังงาน ในขณะที่ประชาชนในบางพื้นที่เริ่มเผชิญกับปัญหาการเข้าถึงน้ำมัน โดยในภูมิภาคอีร์คุตสค์มีการจำกัดการซื้อเชื้อเพลิงเหลือเพียง 50 ลิตรต่อคันต่อวันเท่านั้น เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ในภาคการเกษตรและการขนส่งที่จำเป็น

มาตรการรับมือเมื่อ ปูตินยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน

ทางด้านรัฐบาลรัสเซียไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหานี้ โดยนายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยแผนการที่สำคัญหลายประการดังนี้:

  • การพิจารณาสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
  • การเร่งซ่อมแซมโรงกลั่นน้ำมันที่ได้รับความเสียหายจากโดรนยูเครนตลอด 24 ชั่วโมง
  • การจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงขึ้นจนกระทบกับค่าครองชีพของประชาชน
  • การจัดลำดับความสำคัญในการกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่วิกฤต เช่น คาบสมุทรไครเมีย ที่กำลังเผชิญภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า แม้ทางการรัสเซียจะอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อการปฏิบัติการทางทหารที่แนวหน้า แต่การที่ ปูตินยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน สะท้อนให้เห็นว่ายุทธวิธีดิ่งตรงเข้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนนั้นได้ผลอย่างมากในการกดดันเศรษฐกิจและสร้างความยากลำบากให้กับกองทัพรัสเซียเอง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ สงครามพลังงานครั้งนี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการสู้รบในสนามรบ เพราะหากรัสเซียไม่สามารถจัดการกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงได้ทันท่วงที จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งภาคเศรษฐกิจ การขนส่งมวลชน และความเชื่อมั่นของประชาชนภายในชาติ ก้าวต่อไปที่น่าจับตามองคือรัฐบาลรัสเซียจะสามารถยกระดับการป้องกันภัยทางอากาศได้ดีเพียงใด เพื่อปกป้องสินทรัพย์ทางพลังงานที่เหลืออยู่

ที่มา – “ปูติน” ยอมรับรัสเซียเผชิญวิกฤต “ขาดแคลนน้ำมัน” หลังยูเครนถล่มโรงกลั่น-คลังน้ำมัน

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะบอลโลกคนที่ 22

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะบอลโลกคนที่ 22

ยินดีต้อนรับคอบอลทุกคนเข้าสู่เกมทายใจสุดท้าทาย ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะบอลโลกคนที่ 22 กิจกรรมสนุกๆ ที่จะมาทดสอบความเป็นกูรูลูกหนังของคุณกันครับ เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นกับมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 กันอยู่แล้ว เราจึงอยากชวนทุกคนมาลับสมองประลองปัญญากับเกมทายชื่อนักเตะกันสักหน่อย

กติกานั้นเรียบง่ายมากครับ ในแต่ละวันจะมีปริศนาเกี่ยวกับนักฟุตบอลคนใหม่ โดยหน้าที่ของคุณคือทายให้ถูกว่าเขาคนนั้นคือใครในจำนวนการเดาที่น้อยที่สุด ยิ่งคุณใช้จำนวนครั้งน้อยเท่าไหร่ คะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ความสนุกอยู่ตรงที่ทุกครั้งที่คุณทายผิด คุณจะได้รับคำใบ้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจนั่นเอง

ทำไมต้องเล่นเกม ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะบอลโลกคนที่ 22

การทายชื่อนักเตะไม่ได้เป็นแค่การทดสอบความจำ แต่ยังเป็นวิธีฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลระดับโลกอีกด้วย สำหรับคะแนนที่ดีเยี่ยมคือการตอบถูกได้ภายใน 3 ครั้ง แต่ถ้าใครทำได้ภายใน 4 หรือ 5 ครั้งก็นับว่าเป็นระดับมือโปรแล้วครับ ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะบอลโลกคนที่ 22 จึงเป็นเกมที่เหมาะมากสำหรับแฟนบอลที่ต้องการวัดกึ๋นความรู้รอบตัวเกี่ยวกับนักเตะระดับตำนานและดาวรุ่งที่กำลังเฉิดฉายในทัวร์นาเมนต์นี้

วิธีร่วมสนุกและเพิ่มคะแนนให้ได้สูงสุด

  • วิเคราะห์จากคำใบ้ตำแหน่งการเล่นและสโมสรต้นสังกัด
  • ใช้สถิติความสำเร็จในถ้วยบอลโลกเป็นตัวช่วย
  • อย่าใจร้อน ลองคิดทบทวนก่อนกดทายครั้งถัดไป

หากคุณชื่นชอบการร่วมสนุกในวันนี้ อย่าลืมกลับมาพบกับโจทย์ใหม่ๆ ได้ทุกวัน เพราะเรามีคำถามหลากหลายรูปแบบรอคุณอยู่เสมอ และถ้าคุณยังรู้สึกสนุกไม่พอ สามารถเข้าไปลองเล่นคอลเลกชันแบบทดสอบฟุตบอล (Football Quizzes) อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตความรู้และรับข่าวสารล่าสุดส่งตรงถึงหน้าจอของคุณโดยเฉพาะ

สุดท้ายนี้การทายชื่อนักเตะถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลตัวยงหรือเพิ่งเริ่มติดตามชม การได้มาทายปริศนาเหล่านี้จะช่วยให้คุณอินไปกับเกมการแข่งขันมากขึ้น ลองเล่นดูแล้วมาโชว์คะแนนกันหน่อยว่าคุณทำสถิติได้ดีแค่ไหน! อย่าลืมแบ่งปันความสนุกนี้ให้กับเพื่อนร่วมก๊วนแฟนบอลของคุณด้วยนะครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จุลพันธ์เผยเพื่อไทยมีร่าง รธน. ใหม่แล้ว และยินดีชัชชาติชนะเลือกตั้ง

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและความเคลื่อนไหวในกรุงเทพมหานคร ล่าสุด จุลพันธ์เผยเพื่อไทยมีร่าง รธน. ใหม่แล้ว และยินดีชัชชาติชนะเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมตัวอย่างไร และมุมมองต่อนโยบายเมืองหลวงจะเป็นไปในทิศทางไหน

จุลพันธ์เผยเพื่อไทยมีร่าง รธน. ใหม่แล้ว และยินดีชัชชาติชนะเลือกตั้ง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าขณะนี้ร่างดังกล่าวพร้อมแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมรายชื่อ สส. ให้ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทันกรอบเวลาในการพิจารณาของรัฐสภาสมัยหน้าอย่างแน่นอน แม้จะมีประเด็นเรื่องความเห็นต่างภายในพรรคบ้าง แต่ทางพรรคจะยึดหลักการที่ได้ตกลงกันไว้เป็นสำคัญ

ก้าวต่อไปกับการเมืองระดับท้องถิ่น

ในประเด็นการเมืองกรุงเทพฯ นายจุลพันธ์ได้แสดงความยินดีกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกหนึ่งสมัย โดยนายจุลพันธ์มองว่าเป็นเรื่องดีที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ และพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนกรุงเทพฯ ในฐานะรัฐมนตรี ท่านยังเน้นย้ำถึงการประสานงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

หากสรุปใจความสำคัญของประเด็น จุลพันธ์เผยเพื่อไทยมีร่าง รธน. ใหม่แล้ว และยินดีชัชชาติชนะเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่า:

  • พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นผลักดันร่างรัฐธรรมนูญให้เข้าสู่สภาตามกำหนดเวลา
  • มีการเตรียมความพร้อมภายในพรรคเพื่อสร้างฉันทามติที่ชัดเจน
  • แสดงจุดยืนชัดเจนในการทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. เพื่อพี่น้องประชาชน
  • ไม่ทอดทิ้งผู้สมัคร สก. ที่ไม่ได้รับคัดเลือก แต่จะสนับสนุนการทำงานเพื่อสังคมต่อไป

ท้ายที่สุด การเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศหรือท้องถิ่น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือประโยชน์ของประชาชน ย่อมเป็นผลดีต่อประเทศชาติอย่างแน่นอน หวังว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เราคนไทยต้องรอติดตามผลงานกันต่อไปว่าทั้งฝั่งนิติบัญญัติและผู้บริหารเมืองจะร่วมกันแก้ปัญหาที่คั่งค้างได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “จุลพันธ์” บอกเพื่อไทยมีร่าง รธน. ใหม่แล้ว รอรวมชื่อ สส. ยินดี “ชัชชาติ” ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ฟอร์แมตใหม่ฟุตบอลโลก เวิร์กจริงหรือแค่เรื่องเล่า?

ฟอร์แมตใหม่ฟุตบอลโลก เวิร์กจริงหรือแค่เรื่องเล่า?

หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลกขยายทีมเป็น 48 ประเทศ เราได้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเต็มสนาม แต่คำถามสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังถกเถียงกันคือ ฟอร์แมตใหม่ฟุตบอลโลก เวิร์กจริงหรือแค่เรื่องเล่า? เพราะแม้จะมีสตอรี่ที่น่าประทับใจ แต่ความตื่นเต้นในรอบแบ่งกลุ่มกลับลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อดี: เรื่องราวหน้าใหม่ใน ฟอร์แมตใหม่ฟุตบอลโลก เวิร์กจริงหรือแค่เรื่องเล่า?

ต้องยอมรับว่าการขยายทีมเปิดโอกาสให้ประเทศเล็กๆ ได้เฉิดฉาย เช่น เคปเวิร์ด ที่กลายเป็นขวัญใจมหาชนจากการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ นักเตะอย่าง Vozinha กลายเป็นตำนานชั่วข้ามคืนบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักการแข่งขันรายการนี้ นอกจากนี้ การที่มีดาวดังอย่าง เมสซี่, เอ็มบัปเป้ หรือฮาแลนด์ มาเจอกันในเวทีเดียว ก็ช่วยรักษามาตรฐานความบันเทิงเอาไว้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในมุมของความเข้มข้นของการแข่งขัน หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงคุณภาพในภาพรวม

ความท้าทายที่แท้จริงของระบบการแข่ง

ปัญหาสำคัญคือทีมระดับโลกแทบไม่เจอกับความเสี่ยงในการตกรอบเลย การปรับกฎให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบได้ รวมถึงการใช้กฎ Head-to-head แทนผลต่างประตูได้เสีย ทำให้หลายทีมไม่ต้องดิ้นรนในนัดสุดท้าย ผลปรากฏว่ามีการพากันเล่นแบบประคองตัวเพื่อเข้ารอบ ส่งผลให้ความเร้าใจหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของฟอร์แมตเดิม

ในขณะที่ทีมจากแอฟริกาทำผลงานได้โดดเด่น แต่ทีมจากเอเชียและโซนคอนคาเคฟกลับทำได้น่าผิดหวัง หลายนัดจบลงด้วยสกอร์ที่ห่างชั้นกันเกินไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ฟอร์แมตใหม่ฟุตบอลโลก เวิร์กจริงหรือแค่เรื่องเล่า? อาจขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบดูการกระจายโอกาสให้ทีมเล็ก หรือต้องการดูเกมที่สูสีระดับสูงมากกว่ากัน

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องบอกว่า ฟอร์แมตใหม่นี้อาจจะช่วยในเรื่องการตลาดและการเปิดโอกาสให้หน้าใหม่ๆ ได้มีพื้นที่ แต่หากพูดถึง “ความอยู่รอด” หรือความลุ้นระทึกของรอบแบ่งกลุ่ม เราอาจต้องยอมรับว่าฟุตบอลโลกแบบเดิมนั้นดูจะเข้มข้นและเต็มไปด้วยความกดดันที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

คุณล่ะคิดอย่างไรกับรูปแบบใหม่นี้? การขยายทีมคุ้มค่ากับความตื่นเต้นที่หายไปหรือไม่? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเราได้เลย เพราะไม่ว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร วินาทีที่บอลกลิ้งออกจากจุดเริ่มในรอบน็อกเอาต์ คือของจริงที่แท้จริง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ศิริกัญญา อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก

ศิริกัญญา อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภา เมื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างดุเดือด โดยมองว่ารัฐบาลชุดนี้ยังไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาที่มีการสะสมมานานเปรียบเสมือน “ฝีแตก” ของเศรษฐกิจไทยได้เลย

จากการอภิปรายพบว่า การจัดสรรงบประมาณในปี 2570 วงเงินกว่า 3.788 ล้านล้านบาทนั้น ยังมีความไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงสูงมาก รายจ่ายลงทุนถูกตัดลดลงอย่างน่าใจหาย ในขณะที่รายจ่ายประจำกลับพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับความเป็นจริง ทำให้งบประมาณของประเทศตกอยู่ในสภาวะที่ขาดดุลต่อเนื่อง จนยากจะคาดเดาว่าจะพาประเทศเดินหน้าไปในทิศทางใด

วิเคราะห์ปมร้อน: ศิริกัญญา อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก

น.ส.ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการบริหารงานงบประมาณในหลายจุด ดังนี้:

  • งบประมาณไม่สะท้อนความเป็นจริง: รายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นถูกนำมาตีแผ่ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลชุดก่อนๆ พยายามบิดเบือนตัวเลขมาโดยตลอด
  • โครงการลูกโซ่: มีการตั้งโครงการที่ใช้ชื่อหรูหราเพียงแค่เติมคำว่า “พลัส” ต่อท้าย แต่ในเล่มงบประมาณกลับไม่พบโครงการเหล่านั้นอยู่จริง
  • รหัส ATM AI: โครงการใดที่เกี่ยวข้องกับ AI จะได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นพิเศษโดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนรองรับ เป็นเหมือนการเบิกเงินง่ายๆ ให้กับหน่วยงานรัฐ
  • การคลังติดลบ: การหมุนเงินจากคลังมาใช้จ่ายไม่ทัน ทำให้งบปีต่อปีต้องมาพะวงกับการชดเชยเงินคงคลัง แทนที่จะใช้เพื่อการลงทุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ศิริกัญญา อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ประเทศจะติดอยู่ในลูปนรกของการขาดดุล การพัฒนาประเทศเพื่อไปสู่อนาคตจะเกิดขึ้นได้ยากเพราะไม่มีงบประมาณเหลือให้ใช้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังไร้ความชัดเจนในการจัดการกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตามองกันต่อไปว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบ และมีมาตรการปฏิรูปการคลังอย่างไรให้เป็นรูปธรรม มากกว่าแค่การหยิบยกตัวเลขที่สวยหรูมานำเสนอ เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังต้องอาศัยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดงบประมาณแบบขอไปทีเพียงเพื่อให้ผ่านวาระไปเท่านั้น

ที่มา – “ศิริกัญญา” อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก ไม่สอดคล้องใช้จ่ายจริง