วัน: 8 กรกฎาคม 2026

ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในดันสู่แบรนด์พรีเมียม

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับกุ้งน่าจะเริ่มเห็นข่าวดีกันแล้วนะครับ เมื่อล่าสุดทางกรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนพบว่า ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยในระยะยาวครับ

ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม

การลงพื้นที่ของนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างรอยยิ้มให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้มากเลยทีเดียวครับ เพราะหลังจากที่เราต้องเผชิญกับภาวะตลาดกุ้งที่ค่อนข้างผันผวนจากการที่ต่างประเทศงดนำเข้า ตอนนี้สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลแล้ว โดยปัจจัยหลักมาจากการที่ภาครัฐเร่งกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสำคัญอย่างสุราษฎร์ธานี ตรัง และฉะเชิงเทรา ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

ก้าวต่อไปของวงการกุ้งไทย: มุ่งสู่แบรนด์พรีเมียม

ไม่เพียงแค่ช่วยระบายผลผลิตเท่านั้นนะครับ แต่ทางกรมการค้าภายในยังมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการต่อยอดความสำเร็จครั้งนี้ โดยการร่วมมือกับสมาคมกุ้งไทยและผู้เลี้ยงกุ้งเพื่อยกระดับสินค้าภายใต้คอนเซปต์ ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้กุ้งไทยมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น:

  • การควบคุมมาตรฐานการผลิตให้มีคุณภาพระดับสากล
  • การสร้างการรับรู้ในแบรนด์กุ้งไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก
  • การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านโครงการสนับสนุนต่างๆ ที่ภาครัฐจัดขึ้น

ทางด้านเกษตรกรเองก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก โดยมองว่าการที่ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างจริงจังแบบนี้ จะช่วยลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัว และทำให้ราคากุ้งอยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้พวกเขาสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่พึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปครับ

ในส่วนของ ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม ครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นก้าวเดินที่ฉลาดมากครับ เพราะการสร้างความเข้มแข็งที่ตลาดภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการทำ Branding จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีเยี่ยมเมื่อต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับใครที่อยากสนับสนุนเกษตรกรไทย อย่าลืมเลือกซื้อกุ้งสดใหม่จากแหล่งผลิตในจังหวัดของคุณนะครับ การอุดหนุนสินค้าเกษตรไทยนอกจากจะได้ทานของดีมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของเราให้ไปต่อได้ไกลกว่าเดิมครับ

ที่มา – ราคากุ้งฟื้นตัว กรมการค้าภายในชี้ตลาดกุ้งสุราษฎร์ฯ ดีขึ้น พร้อมดันสู่แบรนด์พรีเมียม

ทำไมแมนซัมบิเป้าหมายของนิวคาสเซิ่ลจึงเป็นที่ต้องการ

ทำไมแมนซัมบิเป้าหมายของนิวคาสเซิ่ลจึงเป็นที่ต้องการ

จอห์น แมนซัมบิ คือกองกลางดาวรุ่งที่มีความมุ่งมั่นสูงตั้งแต่ก่อนจะได้ลงเล่นให้ฟreiburg หรือได้รับโอกาสติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในชุดใหญ่เสียอีก เขาตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าจะร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 และไม่ได้แค่หวังเป็นผู้เล่นเฉยๆ แต่เขาต้องการก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกนี้

ทำไมแมนซัมบิเป้าหมายของนิวคาสเซิ่ลจึงเป็นที่ต้องการ

ในฟุตบอลโลก 2026 แมนซัมบิได้รับโอกาสลงสนามและพิสูจน์ตัวเองด้วยการยิงสองประตูในเกมที่เจอกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา หลังจากนั้นเขาก็ได้ลงเต็มเกมและทำได้ทั้งประตูและแอสซิสต์ในนัดต่อไป การแสดงออกที่โดดเด่นนี้ทำให้ผู้จัดการทีมอย่างมูรัต ยาคิน ต้องให้โอกาสเขาลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง

แม้แมนซัมบิจะพลาดการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับโคลอมเบียเพราะบาดเจ็บเข่า แต่เขาก็ยังเป็นผู้เล่นที่มีสถิติอย่างน้อย 5 ครั้งที่มีส่วนร่วมในการทำประตูในฟุตบอลโลกครั้งเดียว นับเป็นสถิติที่น่าจดจำสำหรับนักเตะอายุน้อย

ความสามารถที่ไม่ธรรมดาของแมนซัมบิ

แมนซัมบิไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่มีฝีเท้าดี แต่ยังเต็มไปด้วยความกระหายในการพัฒนาตัวเอง เขาย้ายมาที่ฟreiburg จากทีมเซอร์เวตต์ในปี 2023 และสามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักได้อย่างรวดเร็ว โดยเขาเป็นหนึ่งในนักเตะสำคัญที่พาทีมฟreiburgเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เขามีทักษะที่โดดเด่นทั้งการพาบอล การควบคุมบอลอย่างใกล้ชิด และการสร้างโอกาสในการทำประตู ที่สำคัญเขายังสามารถเล่นได้หลากหลายบทบาทในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งอาจทำให้เขาเป็นมิดฟิลด์แบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

ทำไมแมนซัมบิเป้าหมายของนิวคาสเซิ่ลจึงเป็นที่ต้องการ

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังมองหานักเตะที่มีความหิวโหยและมีอายุไม่เกิน 20 ปีเพื่อเสริมทีมในฤดูร้อนนี้ โดยได้เซ็นสัญญากับนักเตะดาวรุ่งอย่างบาซูมานา ตูเร่ และเอเว่น เจาเวล นอกจากนี้ยังมีข่าวใกล้ปิดดีลกับนักเตะจากอาแจ็กซ์อย่างฌอน สเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ตอบสนองนโยบายการสร้างทีมในระยะยาว

แมนซัมบิเองก็อาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของนิวคาสเซิ่ล เนื่องจากฟreiburg มีความได้เปรียบในเรื่องการต่อรองราคาหลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก แต่นิวคาสเซิ่ลเองก็มีความสามารถทางการเงินที่จะทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะมาจากการขายนักเตะอย่างซานโดร โตนาลี ที่มีค่าตัวสูงถึง 100 ล้านปอนด์

โอกาสและอนาคตของแมนซัมบิ

แมนซัมบิได้เปลี่ยนตัวแทนเจรจาในช่วงก่อนตลาดซื้อขายปิด และได้แสดงความชัดเจนว่าเขาจะตัดสินใจอนาคตของตัวเองหลังจบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ซึ่งก็มาพร้อมเสียงชื่นชมจากอดีตโค้ชและเพื่อนร่วมทีมที่ยกย่องเขาว่าเป็นคนมีวินัย มีความถ่อมตน และมีความพร้อมที่จะเรียนรู้เสมอ

ไม่เพียงแต่นิวคาสเซิ่ลเท่านั้นที่ให้ความสนใจแมนซัมบิ ยังมีหลายสโมสรที่จับตาดูฟอร์มและหวังจะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงของเขาและความคาดหวังในเส้นทางอาชีพข้างหน้า

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ทำไมแมนซัมบิเป้าหมายของนิวคาสเซิ่ลจึงเป็นที่ต้องการ และเหตุใดนักเตะแนวรุกวัย 20 ปีคนนี้จึงมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า

หากคุณเป็นแฟนบอลที่ชอบติดตามข่าวสารฟุตบอล การจับตามองอนาคตของแมนซัมบิจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะเขาคือหนึ่งในดาวรุ่งที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องฝีเท้าและทัศนคติในการเล่นที่จะช่วยพัฒนาทีมได้อย่างแน่นอน

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการย้ายทีมและพัฒนาการของแมนซัมบิในอนาคต เพราะเขาอาจเป็นคนที่จะเปลี่ยนนิวคาสเซิ่ลให้กลายเป็นทีมใหญ่ในยุโรปได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ไทยเดินหน้าเจรจา FTA ปิดดีลแล้ว 2 ใน 3 พร้อมกางแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพหารือ

เชื่อว่าคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การค้าข้ามพรมแดนในยุคนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ข่าวล่าสุดที่น่ายินดีคือ ไทยเดินหน้าเจรจา FTA ปิดดีลแล้ว 2 ใน 3 พร้อมกางแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพหารือ เพื่อขยับขยายโอกาสทางธุรกิจกับทางสหภาพยุโรป (EU) ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น งานนี้ถือเป็นการบ้านชุดใหญ่ที่ภาครัฐกำลังเร่งเครื่องอย่างเต็มสูบเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสู้กับตลาดโลกได้แบบยั่งยืนครับ

ไทยเดินหน้าเจรจา FTA ปิดดีลแล้ว 2 ใน 3 พร้อมกางแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพหารือ

การเจรจา FTA รอบที่ 9 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นก้าวสำคัญมาก เพราะเราสามารถตกลงรายละเอียดร่วมกันไปได้ถึง 8 เรื่อง ครอบคลุมเนื้อหามากกว่า 60% ของทั้งหมด ซึ่งนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

ก้าวต่อไปของการเป็นเจ้าภาพหารือปลายกันยายนนี้

สำหรับแผนในอนาคตอันใกล้ ไทยเดินหน้าเจรจา FTA ปิดดีลแล้ว 2 ใน 3 พร้อมกางแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพหารือ ในรอบที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยประเด็นที่เหลืออยู่อีกประมาณ 6 หัวข้อสำคัญที่เราต้องคุยกันให้จบ ได้แก่:

  • การค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม
  • การเจรจาด้าน Digital Trade
  • กฎระเบียบและข้อบังคับทางการค้า
  • การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ระหว่างนี้ทีมงานไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมตัวอย่างหนักผ่านการประชุม Intersessional meeting เพื่อหาทางออกหรือ “Landing Zone” ในบทที่เหลือ โดยตั้งเป้าให้มีความคืบหน้าให้มากที่สุดก่อนการประชุมจริงจะมาถึงครับ

ความท้าทายที่แท้จริงคือ การรักษาสมดุลระหว่าง “ความเร็วและคุณภาพ” ตามแนวทางที่คุณวีระพงษ์เน้นย้ำ เพราะการรีบปิดดีลโดยไม่ดูผลกระทบต่อ SME หรือเกษตรกรไทยนั้นไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน ทางรัฐบาลจึงยึดมั่นว่าจะต้องมีการ “สงวนและปกป้อง” ในจุดที่เปราะบาง เช่น มาตรฐานยาและมาตรฐานการดูแลพืชสัตว์ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายไทยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อไม่ให้เราเสียเปรียบในระยะยาว

ส่วนตัวผมมองว่าการที่มีความคืบหน้าไปถึง 2 ใน 3 นั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก แม้เส้นทางข้างหน้าจะเหลืออีกหลายประเด็นที่ต้องขบคิด แต่ถ้าประเทศไทยยืนหยัดบนหลักการที่เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง สอดคล้องไปกับกฎกติกาโลกได้สำเร็จ นี่จะเป็นโอกาสทองครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้เข้าสู่ตลาด EU อย่างเต็มภาคภูมิครับ

ที่มา – ไทยเดินหน้าเจรจา FTA ปิดดีลแล้ว 2 ใน 3 พร้อมกางแผนเตรียมเป็นเจ้าภาพหารือ ปลายกันยายนนี้

อาร์เซนอลเซ็นสัญญากองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รอยเทลเลอร์

อาร์เซนอลเซ็นสัญญากองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รอยเทลเลอร์

สโมสรฟุตบอลหญิงอาร์เซนอลประกาศคว้าตัว เจอรัลดีน รอยเทลเลอร์ กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากที่เธอหมดสัญญากับทีมไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต ในบุนเดสลีกาหญิงของเยอรมนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รอยเทลเลอร์ในวัย 27 ปี เซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี กับอาร์เซนอล ซึ่งทำให้เธอได้โอกาสมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกหญิง หรือ WSL ที่เป็นลีกสูงสุดของอังกฤษ หนึ่งในลีกที่เข้มข้นและได้รับความนิยมสูงสุดในวงการฟุตบอลหญิงโลก

ตลอดระยะเวลา 8 ปีในบุนเดสลีกาหญิงของเยอรมนี เธอสร้างผลงานยอดเยี่ยมกับแฟรงก์เฟิร์ตด้วยการลงสนามทั้งหมด 184 นัด รวมทุกรายการ ทำไป 54 ประตูและแอสซิสต์อีก 44 ครั้ง ทำให้เธอเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมมาตลอด

อาร์เซนอลเซ็นสัญญากองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รอยเทลเลอร์ เพื่อเสริมทัพ

เมื่อมาร่วมทีมอาร์เซนอล รอยเทลเลอร์จะสวมหมายเลข 14 ซึ่งถือเป็นหมายเลขที่มีความหมายพิเศษสำหรับสโมสรนี้ การมาร่วมทีมครั้งนี้ทำให้อาร์เซนอลมีนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้แล้วสามคน หลังจากที่ได้เซ็นสัญญากับจอร์เจีย สแตนเวย์และเซลิน่า เซอร์ซี่มาก่อนหน้านี้

รอยเทลเลอร์กล่าวว่า “อาร์เซนอลเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก และฉันรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ ฉันชอบสไตล์การเล่นของทีมนี้ และตื่นเต้นที่จะได้เจอกับผู้เล่นระดับท็อปใน WSL”

ชีวิตและเส้นทางฟุตบอลของรอยเทลเลอร์

เจอรัลดีน รอยเทลเลอร์ เริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลที่สโมสรในบ้านเกิด FC Stans ก่อนจะย้ายไปสู่ FC Luzern และได้ลงเล่นในลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ยังอายุเพียง 15 ปี จากนั้นในปี 2018 เธอได้ย้ายมาค้าแข้งในลีกเยอรมันกับไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต โดยเป็นปีที่สองหลังจากที่เธอได้รับโอกาสแรกในการติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเธอมีโอกาสรับใช้ชาติ 91 นัดจนถึงปัจจุบัน

รอยเทลเลอร์ยังช่วยให้ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานน่าประทับใจเมื่อเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปหญิง Euro 2025 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นในประเทศบ้านเกิดอีกด้วย

ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลหญิงเรเน่ สเลเกอร์สกล่าวว่า “เราดีใจมากที่ได้นักเตะแบบรอยเทลเลอร์มาเสริมทัพ เธอเป็นนักเตะที่มีเทคนิคสูง ฉลาดในเกม และยังมีความคล่องแคล่วทางร่างกายซึ่งทำให้เธอเข้ากับทีมได้เป็นอย่างดี” และเสริมว่า “เธอจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแผงมิดฟิลด์ของเราอย่างแน่นอน และผมตั้งตารอที่จะเริ่มงานร่วมกันในช่วงปรีซีซั่น”

การเซ็นสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอาร์เซนอลในการเสริมทัพด้วยนักเตะคุณภาพระดับสูง เพื่อเป้าหมายความสำเร็จในฤดูกาลที่จะถึงนี้และการพัฒนาทีมในระยะยาว

สำหรับแฟนบอลที่ชื่นชอบฟุตบอลหญิงและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับลีก WSL จะได้เห็นการพัฒนาของรอยเทลเลอร์ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งจะเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเธอและทีมอาร์เซนอล ติดตามข่าวสารการย้ายทีมและอัพเดทการแข่งขันฟุตบอลหญิงได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับใครที่ชื่นชอบฟุตบอลหญิง หลีกหนีจากข่าวสารเดิมๆ มาเพลิดเพลินกับการเสริมทัพที่น่าตื่นเต้นของอาร์เซนอลกับรอยเทลเลอร์ได้เลย และเตรียมตัวต้อนรับการโชว์ฝีเท้าที่จะทำให้ทุกคนประทับใจไม่รู้ลืม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ชม นายกฯ อิตาลี เป็นคน ไนซ์ แต่ตำหนิไม่ช่วยรับมืออิหร่าน

ทรัมป์ชม นายกฯ อิตาลี เป็นคน ไนซ์ แต่ตำหนิไม่ช่วยรับมืออิหร่าน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ เมื่ออดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสัมพันธ์กับ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี โดย ทรัมป์ชม นายกฯ อิตาลี เป็นคน ไนซ์ แต่ตำหนิไม่ช่วยรับมืออิหร่าน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากเราวิเคราะห์จากถ้อยคำที่ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมนาโตที่กรุงอังการา เขาได้ระบุชัดเจนว่า แม้จะยังคงมองว่าเมโลนีเป็นคนที่อัธยาศัยดี แต่ความผิดหวังที่รัฐบาลอิตาลีปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในภารกิจเกี่ยวกับอิหร่านนั้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ที่เคยอบอุ่นเริ่มจืดจางลงไปบ้างอย่างเห็นได้ชัด

จุดเริ่มต้นของรอยร้าวในความสัมพันธ์

ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มีเหตุการณ์สะสมหลายประการที่ทำให้เรื่องราวบานปลาย ไม่ว่าจะเป็น:

  • ท่าทีของเมโลนีในการปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ
  • กรณีพิพาทเรื่องการขอถ่ายภาพร่วมกันในที่ประชุม G7
  • การไม่อนุญาตให้เครื่องบินทหารสหรัฐฯ ลงจอดที่ฐานทัพในอิตาลีโดยไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการที่ ทรัมป์ชม นายกฯ อิตาลี เป็นคน ไนซ์ แต่ตำหนิไม่ช่วยรับมืออิหร่าน เป็นกลยุทธ์การสื่อสารสไตล์ทรัมป์ที่มักใช้ทั้ง ‘ไม้นวม’ และ ‘ไม้แข็ง’ ร่วมกัน เพื่อกดดันพันธมิตรให้ปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงที่ตนเองต้องการ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงคุกรุ่น

มุมมองจากฟากฝั่งอิตาลี

ในขณะที่ทรัมป์เดินเกมรุกด้วยถ้อยคำผ่านโซเชียลมีเดีย ทางรัฐบาลอิตาลีกลับเลือกใช้วิธีการที่นิ่งสงบกว่า โดย อันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ย้ำชัดว่ารัฐบาลจะไม่ขยายความขัดแย้งนี้ เพราะมองว่าเป็นการยั่วยุตามสไตล์ของผู้นำสหรัฐฯ และต้องการรักษาความสัมพันธ์ในภาพรวมของทั้งสองประเทศไว้มากกว่า

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในเกมการเมืองระดับโลกนั้น ‘ความเห็นอกเห็นใจส่วนตัว’ กับ ‘ผลประโยชน์ของรัฐ’ มักจะเป็นคนละเรื่องกัน แม้ในยามที่ผู้นำมีความสัมพันธ์อันดี แต่เมื่อผลกระทบด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ขัดแย้งกัน การกระทบกระทั่งทางการทูตก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ส่วนตัวผมมองว่า สภาพการณ์ที่ ทรัมป์ชม นายกฯ อิตาลี เป็นคน ไนซ์ แต่ตำหนิไม่ช่วยรับมืออิหร่าน เป็นเพียงสีสันหนึ่งของการบริหารจัดการนโยบายต่างประเทศที่เน้นความชัดเจนและตรงไปตรงมาของทรัมป์ แต่สำหรับเมโลนีแล้ว การรักษาสมดุลระหว่างจุดยืนในเวทีโลกกับความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับสหรัฐฯ คือเดิมพันครั้งสำคัญที่ต้องจับตาดูกันต่อไปครับ

ที่มา – “ทรัมป์” ชม “นายกฯ อิตาลี” เป็นคน “ไนซ์” แต่ตำหนิไม่ช่วยสหรัฐฯ รับมืออิหร่าน

รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ลดค่า FT ช่วยประชาชน

รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ลดค่า FT ช่วยประชาชน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงพลังงาน เมื่อภาครัฐตัดสินใจเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศมาตรการ รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการปรับลดค่า FT ที่หลายคนบ่นว่าสูงเกินไป ทั้งนี้ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ออกมาให้ความเชื่อมั่นว่า นี่คือความจำเป็นในการแก้ไขความไม่เป็นธรรมที่สะสมมานาน

ทำไมต้องรื้อสัญญา? เจาะลึกเหตุผลที่รัฐยอมเสี่ยงฟ้อง

ปัญหาหลักที่พบคือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Solar/Wind) ในอดีตมีลักษณะเป็น “สัญญาชั่วนิรันดร์” ที่เปิดช่องให้ต่ออายุได้อัตโนมัติ แถมราคารับซื้อยังสูงจนน่าตกใจ ทั้งที่ต้นทุนเทคโนโลยีปัจจุบันถูกลงมาก การที่รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนในครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การปรับราคารับซื้อเหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนต้นทุนความเป็นจริงมากกว่า เพื่อให้เม็ดเงินไม่ไหลออกไปเป็นกำไรเกินควรของกลุ่มทุน

  • ยกเลิการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติเมื่อครบ 25 ปี
  • ปรับราคารับซื้อไฟฟ้าเหลือเพียง 2.16 บาทต่อหน่วย
  • คุมเข้มกลุ่มที่ได้เงินอุดหนุนครบ 10 ปี (Adder) ให้ปรับลดราคาลงทันที
  • ตรวจสอบโครงการที่ล่าช้าเกิน 2 ปีเพื่อยกเลิกสัญญา

หลายคนอาจสงสัยว่าการกระทำนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ ซึ่งทางภาครัฐยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้มุ่งเน้นที่ผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก รัฐจึงไม่กังวลเรื่องการฟ้องร้อง และมองว่านี่คือการสร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ต่อไป เพื่อให้โครงสร้างพลังงานของประเทศมีความสมดุลและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

บทสรุปของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้อาจต้องใช้เวลา เพราะต้องรอให้เกิดกระบวนการแก้ไขสัญญาเป็นรายกรณีตามขั้นตอนของ 3 การไฟฟ้า แต่ก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การลดค่า FT จะเห็นผลได้ชัดเจนแค่ไหนในอนาคตอันใกล้นี้ แต่เชื่อเถอะว่านี่คือสัญญาณที่ดีของการจัดระเบียบโครงสร้างพลังงานที่ประชาชนรอคอยมายาวนานครับ

ที่มา – รัฐทุบโต๊ะสั่งรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน ลดค่า FT ช่วยประชาชน ลั่นไม่กลัวเอกชนฟ้อง

รู้จักดาวซัลโวสูงสุดของสวีเดนที่หวังเล่นให้สกอตแลนด์

รู้จักดาวซัลโวสูงสุดของสวีเดนที่หวังเล่นให้สกอตแลนด์

ในวงการฟุตบอลยุโรป มีนักเตะที่น่าสนใจจากประเทศสวีเดนคนหนึ่งซึ่งกำลังมาแรงกับสโมสร IK Sirius เขาคือ โรบบี้ ยูเร่ ที่เพิ่งทำแฮตทริกและยิงประตูถึง 4 ลูกในเกมเดียวล่าสุด ทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีก ออลสเวนส์คานในฤดูกาลนี้และช่วยทีมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนห่างถึง 9 คะแนน

เรื่องที่น่าสนใจมากขึ้นคือ โรบบี้ ยูเร่ เกิดและโตในกลาสโกว์ สกอตแลนด์ และเคยติดทีมชาติสกอตแลนด์ในระดับเยาวชนจนถึง U19 แต่เขายังมีโอกาสเล่นให้กับยูเครนได้ด้วยกฎบรรพบุรุษ ทำให้ตอนนี้มีการติดต่อจากทั้งสองฝ่าย

รู้จักดาวซัลโวสูงสุดของสวีเดนที่หวังเล่นให้สกอตแลนด์

โรบบี้เปิดใจว่า “ผมติดตามการเล่นของสกอตแลนด์ในฟุตบอลโลกและหวังอย่างมากที่จะได้ลงเล่นให้ประเทศที่ผมเกิดและเติบโต” เขายังเสริมว่า “เป้าหมายของผมคือเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์ แต่ผมไม่ได้กดดันกับเรื่องนี้ เชื่อว่าโอกาสจะมาถึงถ้าผมทำผลงานได้ดีในสโมสร”

การที่เขาทำประตูได้ 11 ลูกจาก 11 เกมในซีซันนี้ นับเป็นผลงานที่น่าประทับใจ และช่วยให้ IK Sirius กลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองในลีกสูงสุดของสวีเดน หลังจากที่เขาย้ายมาร่วมทีมในปี 2025

โอกาสระหว่างสกอตแลนด์และยูเครนสำหรับโรบบี้ ยูเร่

ยูเร่ได้ยืนยันว่ามีการติดต่อจากทั้งสองประเทศ แต่เขาไม่ได้รีบร้อนตัดสินใจ โดยบอกว่า “ผมชอบสกอตแลนด์และอยากเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์มากกว่า แต่ต้องรอดูอนาคตเพราะผมยังหนุ่มและมีเวลาให้เลือกทางเดินในอาชีพนักเตะ”

ก่อนหน้านี้ โรบบี้มีประสบการณ์การเล่นในเบลเยียมกับทีม Anderlecht รุ่น B ที่เขาได้พัฒนาฝีเท้าและเติบโตทั้งในฐานะนักฟุตบอลและคน การย้ายมาเล่นในลีกสวีเดนถือเป็นก้าวที่สำคัญ และตอนนี้เขาตั้งเป้าหมายจะลองท้าทายตัวเองในลีกใหญ่ของยุโรป

ทีม IK Sirius ก็อยากเก็บเขาไว้สู้ในฤดูกาลนี้และลุ้นแชมป์ลีกครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานที่โดดเด่นของเขา สตรีทสอดสายตาจับจ้องนักเตะรายนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจหมายถึงเสียงเจรจาย้ายทีมที่กำลังจะดังขึ้นในไม่ช้า

โรบบี้กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ถ้าผมรักษาฟอร์มดีอย่างนี้ต่อไป เรื่องย้ายทีมจะเป็นสิ่งที่ต้องคิด แต่ตอนนี้ผมยังมุ่งมั่นกับ IK Sirius และต้องการพิสูจน์ตัวเองไปทีละขั้นตอน” เขายังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะกลับไปร่วมทีมเรนเจอร์สในสกอตแลนด์ แต่ตอนนี้เขากำลังมองหาประสบการณ์ใหม่และการพัฒนาตัวเองในต่างประเทศ

ด้วยความมุ่งมั่นและผลงานที่ยอดเยี่ยม โรบบี้ ยูเร่ จึงกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนฟุตบอลทั้งในสกอตแลนด์และสวีเดนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด

ถ้าพวกเขาต้องการดาวซัลโวสูงสุดของสวีเดนคนนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสกอตแลนด์ ก็ไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปอย่างง่ายดาย การมองเห็นความสามารถและการให้โอกาสย่อมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในอนาคต

แฟนบอลและคนรักฟุตบอลสามารถรอติดตามผลงานของยูเร่ต่อไปในฤดูกาลนี้ เพราะเขาคือนักเตะที่มีศักยภาพและเรื่องราวที่น่าติดตามอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าพลาดติดตามข่าวสารและผลงานที่น่าตื่นเต้นของเขา และหวังว่าในอนาคต เราจะได้เห็นดาวซัลโวสูงสุดของสวีเดนคนนี้ลงสนามในชุดสกอตแลนด์อย่างเต็มตัว

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวคราวความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันทีเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เปิดเบื้องลึกการประชุมเพื่อจัดการปมโกงสอบท้องถิ่น

ในการประชุมวันที่ 9 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้เตรียมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฝ่ายเข้ามาให้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการพิจารณาเรื่อง ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น ครั้งนี้ จะต้องมีความชัดเจนและโปร่งใสที่สุด โดยหน่วยงานที่ถูกเชิญมาประกอบด้วย:

  • อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ นายอาสพลธ์ยังได้ย้ำจุดยืนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยว่า เราจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะการสอบบรรจุข้าราชการควรเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมที่สุด หากพบว่ามีการทุจริตจริง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

สำหรับความคืบหน้าของ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทางภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการคอร์รัปชัน และพร้อมที่จะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจฝากอนาคตไว้กับการสอบครั้งนี้

ในฐานะประชาชนเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ เพราะความเชื่อมั่นของระบบราชการไทยขึ้นอยู่กับความตรงไปตรงมาในกระบวนการสรรหาบุคลากรเหล่านี้ หากใครมีเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม ประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของภาษีสามารถร่วมกันเป็นหูเป็นตา เพื่อไม่ให้ช่องว่างของการทุจริตทำลายโอกาสของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อีกต่อไป

ที่มา – ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญ อธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่น พรุ่งนี้

ปลัดคลัง แจงใช้กองทุนรวมแทนงบกลาง จ่อส่งข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร

ปลัดคลัง แจงใช้กองทุนรวมแทนงบกลาง จ่อส่งข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงเศรษฐกิจ เมื่อนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับทิศทางการบริหารงบประมาณปี 2570 โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังกำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำเครื่องมือทางการเงินอย่าง “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund) มาใช้ระดมทุนแทนการพึ่งพางบกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งนี่คือประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องจับตา

สาเหตุหลักที่ทำให้ ปลัดคลัง แจงใช้กองทุนรวมแทนงบกลาง จ่อส่งข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร นั้น มาจากข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ตึงตัวขึ้นทุกปี การหันไปใช้กองทุนรวมจะช่วยลดภาระทางการเงินของรัฐบาลและเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนโครงการใหม่ หรือ Greenfield รวมถึงปรับปรุงโครงการเดิมอย่าง Brown Field ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับหนี้ กยศ. และมาตรการเครดิตบูโร

นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว อีกประเด็นที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์คือการเตรียมนำข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าสู่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงชัดเจนว่า หากมีการผลักดันนโยบายนี้จริง จะช่วยให้การติดตามหนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะที่ผ่านมา กยศ. มักเป็นหนี้ลำดับท้ายๆ ที่ลูกหนี้เลือกจะชำระคืน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหมุนเวียนเงินกู้ให้นักศึกษารุ่นต่อไป

สรุปมาตรการเชิงรุกของกระทรวงการคลังปี 2570

  • การบริหารงบประมาณ: ผลักดัน Infrastructure Fund เพื่อลดการใช้เงินงบกลาง
  • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เร่งคัดกรองข้อมูลประชากร 19 ล้านคนให้สมบูรณ์ เพื่อจัดลำดับความสำคัญผู้ที่ยากจนที่สุด
  • การจัดการหนี้ กยศ.: เตรียมส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโรเพื่อเพิ่มวินัยทางการเงินและรักษาสภาพคล่องของกองทุน
  • หนี้นอกระบบ: เปิดตัว “อารีย์สกอร์” (Ari Score) ช่วยให้คนตัวเล็กเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น

หลายคนอาจจะยังกังวลว่าการที่ ปลัดคลัง แจงใช้กองทุนรวมแทนงบกลาง จ่อส่งข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอย่างไร แต่หากมองในมุมของการสร้างวินัยการเงินและการบริหารงบประมาณให้ยั่งยืน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาแบบ “รื้อโครงสร้าง” มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ท้ายที่สุด การปรับเกณฑ์การกู้ยืมและมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ สะท้อนเห็นความพยายามของกระทรวงการคลังที่ต้องการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่เข้ามาช่วย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักทางการเงินในปัจจุบันไปได้อย่างสง่างาม นี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเราจะเริ่มใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่างมืออาชีพได้จริงหรือไม่ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ที่มา – ปลัดคลัง แจงใช้กองทุนรวมแทนงบกลาง จ่อส่งข้อมูลหนี้ กยศ. เข้าเครดิตบูโร