วัน: 10 กรกฎาคม 2026

พรมผนังบาเยอ เดินทางถึงอังกฤษครั้งแรกในรอบ 900 ปี

เชื่อว่าคอประวัติศาสตร์หลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อได้ทราบข่าวใหญ่ระดับโลกอย่างการที่ พรมผนังบาเยอ เดินทางถึงอังกฤษครั้งแรกในรอบ 900 ปี ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่แฟนๆ มรดกทางวัฒนธรรมเฝ้ารอกันมานานนับร้อยปีเลยทีเดียวครับ

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่: พรมผนังบาเยอ เดินทางถึงอังกฤษครั้งแรกในรอบ 900 ปี

พรมผนังบาเยอ (Bayeux Tapestry) ไม่ใช่แค่ผ้าปักธรรมดา แต่เป็นบันทึกเหตุการณ์การพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มันในปี ค.ศ. 1066 ที่มีความยาวกว่า 70 เมตร บนผืนผ้าลินินเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครกว่า 600 ชีวิต หรือเรื่องราวความขัดแย้งที่เปลี่ยนโฉมหน้ายุโรปไปตลอดกาล การที่พรมผืนนี้เดินทางจากฝรั่งเศสมายังบริติชมิวเซียมในกรุงลอนดอน จึงเปรียบเสมือนการนำหน้าประวัติศาสตร์กลับคืนสู่ต้นกำเนิดอีกครั้ง

ทำไมการมาถึงของ พรมผนังบาเยอ เดินทางถึงอังกฤษครั้งแรกในรอบ 900 ปี ถึงสำคัญนัก?

นอกจากจะเป็นการยืมตัวมาจัดแสดงครั้งแรกในรอบศตวรรษแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างฝรั่งเศสและอังกฤษอีกด้วย โดยมีความน่าสนใจดังนี้:

  • การอนุรักษ์ที่เข้มงวด: เนื่องจากอายุที่เก่าแก่กว่า 9 ศตวรรษ ทำให้การขนส่งต้องใช้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและความชื้นขั้นสูง และต้องซ้อมเสมือนจริงเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือน
  • ผลกระทบต่อภาษาและวัฒนธรรม: พรมผืนนี้เล่าถึงการยึดครองที่ทำให้ภาษาอังกฤษรับอิทธิพลจากภาษาฝรั่งเศสเข้ามาจนถึงปัจจุบัน เช่น คำว่า Law หรือ Parliament
  • สถิติผู้เข้าชม: เพียงแค่เปิดขายตั๋วล่วงหน้า กระแสตอบรับก็ถล่มทลายจนยอดพุ่งทะลุ 1 แสนใบในวันเดียว

สำหรับการจัดแสดงครั้งนี้ ทางบริติชมิวเซียมได้เตรียมพื้นที่พิเศษเพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพรวมของพรมทั้ง 70 เมตรได้อย่างชัดเจนในแนวราบ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ใครที่เป็นสายประวัติศาสตร์หรือหลงใหลในศิลปะยุคกลาง ห้ามพลาดโอกาสนี้เด็ดขาดครับ เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตของเราที่ได้เห็นสมบัติชิ้นนี้ด้วยตาตัวเองในลอนดอน

ที่มา – “พรมผนังบาเยอ” เดินทางถึงอังกฤษครั้งแรกในรอบ 900 ปี เตรียมจัดแสดงที่บริติชมิวเซียม

กรรมการสลากฯ เยี่ยมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8

กรรมการสลากฯ เยี่ยมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8

วันนี้ขอพาทุกคนไปติดตามภารกิจสุดประทับใจของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ที่ได้ลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อทำกิจกรรมดีๆ ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าไปดูแลและส่งเสริมวิสาหกิจในระดับฐานรากผ่านกรรมการสลากฯ เยี่ยมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนครับ

นอกเหนือจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนแล้ว คณะผู้บริหารยังได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการศึกษาและกีฬา ผ่านโครงการ GLO STAR 2026 ที่มุ่งเน้นเฟ้นหาเยาวชนที่มีศักยภาพ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการลงพื้นที่จริงเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนอย่างแท้จริงครับ

เจาะลึกความสำเร็จโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เดินทางไปยังชุมชนวัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องงานหัตถกรรมเครื่องเงินและการดุนโลหะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี โดยโครงการนี้ไม่ได้แค่ให้งบประมาณ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากศิลปินแห่งชาติสู่คนรุ่นหลัง ทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ส่วนที่ชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้กลไก ‘บ้าน-วัด-โรงเรียน’ มาสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับพรีเมียมครับ

กิจกรรมที่ทางสำนักงานสลากฯ จัดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่อยากให้โครงการนี้ยั่งยืน การที่กรรมการสลากฯ เยี่ยมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8 นี้ ยังแสดงให้เห็นถึงการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อย่างตรงจุด

นอกเหนือจากภาคเศรษฐกิจแล้ว คณะยังมีภารกิจสำคัญในการดูแลผู้ด้อยโอกาสผ่านโครงการ ‘บ้านห่วงใยจากใจ GLO’ โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชนในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวรให้กับประชาชน พร้อมมอบถุงห่วงใยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้ที่ได้รับบ้านใหม่ เป็นภาพที่น่าประทับใจและแสดงถึงความห่วงใยที่จับต้องได้ของหน่วยงานรัฐครับ

ท้ายที่สุด การที่สำนักงานสลากฯ ลงพื้นที่ไปชมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรอบคัดเลือกที่จังหวัดลำพูน ยังเป็นการตอกย้ำว่าโครงการเพื่อสังคมของ GLO นั้นครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และกีฬา เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ สำหรับใครที่สนใจในพลังของโครงการเพื่อสังคม ผมเชื่อว่าการที่สำนักงานฯ ยึดมั่นในภารกิจนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – กรรมการสลากฯ เยี่ยมโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปีที่ 8 ณ เชียงใหม่-ลำพูน

เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังส่งกำลังใจช่วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อกลุ่มพระธุดงค์ประสบเหตุแพแตกกลางป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังกันอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักในขณะนี้

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีพระธุดงค์ 2 รูป เดินเท้าออกมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ โดยให้ข้อมูลว่ามีคณะพระรวม 12 รูป เดินทางล่องแพมาจาก จ.ระนอง แต่เมื่อมาถึงพื้นที่บ้านบางจำ เกิดเหตุไม่คาดฝันแพแตก ทำให้พระ 1 รูปสูญหายและพระรูปอื่นๆ ต่างกระจายตัวเอาชีวิตรอด ทั้งนี้ ภารกิจการช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามหาพระที่เหลือให้ครบ

สถานการณ์ล่าสุดและการติดตาม เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงได้ระดมกำลังออกค้นหาอย่างไม่ลดละ จนสามารถพบพระธุดงค์ที่หลงป่าไปได้แล้วหลายรูป รวมถึงบางรูปที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักคือการเร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่ในตอนนี้

เบื้องต้นข้อมูลระบุว่า พระอีก 4 รูปที่เหลือได้ปักกรดอยู่ใกล้บริเวณจุดที่แพแตก โดยมีหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถเดินออกมาเองได้ เจ้าหน้าที่ได้วางแผนจัดกำลังชุดเดินเท้าเข้าพื้นที่ทันทีเพื่อนำตัวทั้งหมดออกมาอย่างปลอดภัย โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติงานดังนี้:

  • จัดทีมกู้ภัยเชี่ยวชาญเส้นทางป่าลึก
  • ประสานผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่รู้จักเส้นทางดีเข้าช่วย
  • กำหนดพิกัดจุดปักกรดให้ชัดเจนเพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือ
  • เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเสบียงอาหาร

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีในการเดินทางไกลในป่า โดยเฉพาะการใช้ทางน้ำที่คาดเดาไม่ได้ ถือเป็นน้ำใจชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตพระสงฆ์เอาไว้ เราคงต้องร่วมส่งกำลังใจให้ภารกิจการค้นหาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – เร่งช่วยพระธุดงค์แพแตก กลางอุทยานฯ เหลืออีก 4 รูปติดค้างในป่า

‘เด็กเกเรหน่อยๆ’ – เซลติกจะได้อะไรจากดาวยิงดูราน?

‘เด็กเกเรหน่อยๆ’ – เซลติกจะได้อะไรจากดาวยิงดูราน?

แฟนบอลเซลติกคงกำลังให้ความสนใจไม่น้อยกับการเซ็นสัญญาดาวยิงใหม่อย่างคามิโล ดูราน ที่ถูกมองว่าเป็น ‘เด็กเกเรหน่อยๆ’ แต่เต็มไปด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในสนามฟุตบอล ดูรานเพิ่งเสร็จสิ้นฤดูกาลที่น่าประทับใจในลีกอาเซอร์ไบจาน พร้อมกับผลงานยิงประตูและแอสซิสต์ที่โดดเด่น ซึ่งทำให้เขาได้รับความสนใจจากเซลติกและแฟนบอลที่ต้องการเห็นการเติมเต็มในแนวรุกของทีม

‘เด็กเกเรหน่อยๆ’ – เซลติกจะได้อะไรจากดาวยิงดูราน?

หลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของดูรานที่ถูกเคยเล่าขานว่าเป็นเด็กที่ร้อนแรงในสนาม แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความคล่องแคล่วและยืดหยุ่นในการเล่น ทั้งยังสามารถปรับตำแหน่งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองหน้า ตัวริมเส้นขวาหรือซ้าย โดยที่เขาสามารถทำประตูได้มากถึง 14 ประตูและแอสซิสต์อีกกว่า 10 ครั้งในแผนการเล่น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของเซลติกในการเสริมทัพเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น

จุดเด่นของดูรานในฐานะ ‘เด็กเกเรหน่อยๆ’

ย้อนไปก่อนที่ดูรานจะย้ายมายังยุโรป เขาเริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลที่บราซิลและโปรตุเกส โดยใช้ความร้อนแรงและความตั้งใจเป็นแรงผลักดันทำให้เขาไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค แม้จะเคยมีช่วงเวลาที่เข้าใจว่าเขาเป็นเด็กเกเรและชอบต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ด้วยการฝึกสอนอย่างมืออาชีพและประสบการณ์ในสนามเยอะขึ้น ทำให้ดูรานเปลี่ยนแปลงไปและพร้อมที่จะพัฒนาเป็นดาวยิงที่มีประสิทธิภาพสูง

สิ่งที่เซลติกจะได้จากดูราน ไม่ใช่แค่ทักษะในสนาม แต่ยังเป็นพลังใจและความสามารถในการเปลี่ยนสถานการณ์ที่น่าท้าทายในเกมให้กลับมาอยู่ในมือของทีม อีกทั้งยังมีจังหวะการเล่นที่รวดเร็วและแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการล่าตาข่ายในลีกสก็อตติชที่มีการแข่งขันสูง

ดูรานยังเป็นนักเตะที่เหมาะกับสไตล์การเล่นแบบเล่นทีมและมีความยืดหยุ่นในการเข้ามาช่วยเกมตั้งแต่แนวกลางสนามไปจนถึงแนวรุก จึงทำให้เขามีโอกาสเป็นตัวเลือกที่ดีในการพัฒนาเกมของเซลติกต่อยอดความสำเร็จในฤดูกาลหน้า ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขาเคยผ่านประสบการณ์ในเวทีแชมเปียนส์ลีกมาหลายเกม จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเซลติกในการลุ้นแข่งขันในรายการยุโรปด้วย

สำหรับแฟนบอลเซลติกแล้ว การมาถึงของดูรานถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของสโมสรในการเสริมทัพอย่างตั้งใจและจริงจัง พร้อมกับความหวังที่จะได้เห็นนักเตะคนใหม่สามารถเข้ามาสร้างความสดใสให้กับทีม ช่วยพาทีมฝ่าฟันและคว้าชัยชนะในทุกแมตช์ที่ลงสนามในฤดูกาลนี้

ถ้าคุณคือแฟนบอลเซลติก อย่าพลาดที่จะติดตามและให้กำลังใจ ‘เด็กเกเรหน่อยๆ’ อย่างคามิโล ดูราน เพราะเขาคืออนาคตใหม่ที่นำความหวังมาสู่ทีมและมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นฮีโร่ในสนาม ด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกับจิตใจนักสู้ ชัดเจนว่าเซลติกจะได้รับประโยชน์มากมายจากเขาอย่างแน่นอน

ดังนั้น การรอติดตามพัฒนาการของดูรานในทีมเซลติกจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น สำหรับทั้งแฟนบอลและวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์อย่างแท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สิริพงศ์ สั่งลุยคมนาคมปทุมธานี ดันฟีดเดอร์เชื่อมไฮสปีด

เชื่อว่าคนชาวปทุมธานีหลายคนคงกำลังตั้งตารอการเปลี่ยนแปลงของระบบขนส่งมวลชนกันอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุด คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ลุยงานจริงที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อเดินหน้าโครงการ สิริพงศ์ สั่งลุยคมนาคมปทุมธานี ดันฟีดเดอร์เชื่อมไฮสปีด ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยให้การเดินทางของพวกเราสะดวกสบายขึ้นอีกเยอะเลยครับ

สิริพงศ์ สั่งลุยคมนาคมปทุมธานี ดันฟีดเดอร์เชื่อมไฮสปีด

เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการเตรียมความพร้อมบริเวณสถานีรังสิต เพื่อรองรับสถานีรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) ในอนาคต โดยคุณสิริพงศ์มองว่าเราต้องเร่งปรับแก้จุดบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่คับแคบหรือการจัดการระบบขนส่งมวลชนแบบฟีดเดอร์ (Feeder) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้โมเดลการเดินทาง “รางต่อ ล้อต่อ เรือ” ใช้งานได้จริงและไร้รอยต่อที่สุดครับ

ปรับโฉมคมนาคมปทุมธานีเพื่อคนรังสิต

นอกจากการวางแผนระยะยาวแล้ว คุณสิริพงศ์ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชน คุณสิริพงศ์ สั่งลุยคมนาคมปทุมธานี ดันฟีดเดอร์เชื่อมไฮสปีด พร้อมสั่งการให้ บขส. เร่งเจรจากับเอกชนเพื่อให้ต่อหลังคาสะพานลอยเชื่อมสถานีรถไฟเข้ากับศูนย์การค้า เพราะเข้าใจดีว่าถ้าต้องเดินตากแดดตากฝนระหว่างการเดินทางมันคงเป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อยเลย

สิ่งที่น่าสนใจจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ:

  • การนำเทคโนโลยีมาใช้: มีการศึกษาการใช้ระบบตู้จำหน่ายบัตรอัตโนมัติและระบบจองคิว เพื่อลดความแออัดเหมือนที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ทำได้สำเร็จแล้ว
  • เน้นรถสาธารณะที่เข้าถึงได้: เชื่อมต่อเส้นทางรอง เช่น คลอง 6 และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนและคนวัยทำงานเดินทางได้สะดวกขึ้น
  • ความร่วมมือกับเอกชน: ดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบฟีดเดอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่รองรับรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวปทุมธานีให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การที่ภาครัฐลงมาดูหน้างานจริงและรับฟังปัญหาจาก สส. ในพื้นที่ ทำให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นว่าจะต้องปรับแก้ตรงไหนบ้าง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง

ในฐานะคนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชน ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีหลังคาคลุมทั่วถึง และมีระบบฟีดเดอร์ที่มารับ-ส่งตรงเวลา จะช่วยลดปัญหาจราจรและประหยัดเวลาให้พวกเราได้มหาศาลเลยทีเดียว คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความคืบหน้าในเฟสถัดไปจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าด้วยความตั้งใจนี้ ปทุมธานีจะเป็นพื้นที่ที่เดินทางได้สะดวกสบายที่สุดแห่งหนึ่งแน่นอนครับ

ที่มา – “สิริพงศ์” สั่งลุยคมนาคมปทุมธานี ดันฟีดเดอร์รังสิตเชื่อมไฮสปีด จี้ บขส.ถกเอกชนต่อหลังคา

“ชัชชาติ” แบ่งงาน 4 รองผู้ว่าฯ กทม. หวังทำงานต่อเนื่อง คล่องตัว

เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ หลายคนคงอยากทราบความเคลื่อนไหวล่าสุดจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้มีการประกาศปรับโครงสร้างการบริหารงานครั้งสำคัญ โดยการ“ชัชชาติ” แบ่งงาน 4 รองผู้ว่าฯ กทม. หวังทำงานต่อเนื่อง คล่องตัว เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

“ชัชชาติ” แบ่งงาน 4 รองผู้ว่าฯ กทม. หวังทำงานต่อเนื่อง คล่องตัว

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เน้นการดึงศักยภาพของรองผู้ว่าฯ ทั้ง 4 ท่านมาใช้อย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้งานในแต่ละสำนักเดินหน้าไปได้อย่างไม่มีสะดุด การที่ “ชัชชาติ” แบ่งงาน 4 รองผู้ว่าฯ กทม. หวังทำงานต่อเนื่อง คล่องตัว ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การตัดสินใจในระดับนโยบายมีความชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความฉับไวในการดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านในระดับเขตอีกด้วย

รายละเอียดการมอบหมายหน้าที่รองผู้ว่าฯ กทม.

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าใครดูแลส่วนไหนบ้าง เรามาไล่เรียงกันดูครับว่าแต่ละท่านได้รับผิดชอบภารกิจสำคัญอะไรบ้าง:

  • นายวิศณุ ทรัพย์สมพล: รับผิดชอบงานสายโยธา ระบายน้ำ จราจร และการคลัง เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง
  • นางสาวทวิดา กมลเวชช: ดูแลงานด้านยุทธศาสตร์ การแพทย์ การป้องกันภัย และงานบริหารคน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับคนเมือง
  • นายศานนท์ หวังสร้างบุญ: รับผิดชอบงานด้านการศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม และดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมสมัยใหม่
  • นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์: ดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อม เทศกิจ และงานสนับสนุนผู้ว่าฯ เพื่อให้กทม. สะอาดและน่าอยู่

คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการจัดระเบียบองค์กรให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยท่านผู้ว่าฯ ยังคงกำกับดูแลภาพรวมสำคัญและงานที่มีผลกระทบในวงกว้าง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีช่องว่างในการบริหารงาน

ส่วนตัวผมมองว่า การจัดสรรหน้าที่ให้ชัดเจนตามความถนัดของแต่ละท่านเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาซับซ้อน การแบ่งงานสไตล์มืออาชีพเช่นนี้จะช่วยให้ปัญหาที่ค้างคาได้รับการแก้ไขได้ตรงจุดยิ่งขึ้น เราในฐานะคนกรุงก็มีหน้าที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคนทำงานเพื่อเมืองของเราต่อไปครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” แบ่งงาน 4 รองผู้ว่าฯ กทม. หวังทำงานต่อเนื่อง คล่องตัว

ดูราน ย้ายซบเซลติก จากคาราบัก อย่างเป็นทางการ

ดูราน ย้ายซบเซลติก จากคาราบัก อย่างเป็นทางการ

เซลติกได้ยืนยันการเซ็นสัญญาคว้าตัวคามิโล ดูราน กองหน้าชาวโคลอมเบียวัย 24 ปีจากคาราบักสโมสรในลีกอาเซอร์ไบจาน ด้วยสัญญา 5 ปีในราคาที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด

ดูรานทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อฤดูกาลก่อนยิงไปถึง 15 ประตูและแอสซิสต์อีก 10 ครั้ง โดยเฉพาะในถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเขายิงได้ถึง 5 ประตู จากการลงสนาม 10 นัด นับว่าเป็นนักเตะคนสำคัญที่เซลติกตั้งใจจะใช้เสริมแกร่งทีมในฤดูกาลหน้า

ดูราน ย้ายซบเซลติก จากคาราบัก อย่างเป็นทางการ

นักเตะรายนี้กล่าวกับสื่อของสโมสรว่า “การได้เล่นในแชมเปียนส์ลีกเป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง และการยิงประตูถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของผมตอนเป็นเด็ก นี่คือเหตุผลที่ผมตั้งใจจะทำให้ดีขึ้นในเซลติก และยิงประตูในแชมเปียนส์ลีกต่อไป”

ดูรานยังบอกว่าเขาพยายามมอบทุกอย่างที่มีในทุกเกมด้วยความทุ่มเทตั้งใจสูงสุด เพื่อหวังว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงในระดับสากลให้กับเซลติก อย่างที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด

ดูราน ย้ายซบเซลติก จากคาราบัก อย่างเป็นทางการ เพื่ออนาคตที่สดใส

นอกจากจะเป็นขวัญใจแฟนบอลแล้ว ดูรานยังภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้เล่นโคลอมเบียคนแรกในประวัติศาสตร์ของเซลติก เขากล่าวว่า “นี่คือเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม การได้สวมเสื้อเซลติก คือความฝันตั้งแต่ยังเด็ก และถ้าผมเล่นได้ดีที่นี่ วันหนึ่งผมเชื่อว่าจะได้รับเลือกเล่นให้ทีมชาติ”

เซลติกหวังว่า ดูราน จะช่วยเติมเต็มแนวรุกให้กับทีมและเสริมศักยภาพในการลุยศึกใหญ่ระดับยุโรปได้อย่างเต็มที่ การย้ายทีมครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักฟุตบอลของเขา

สำหรับแฟนบอลเซลติกและผู้ที่ติดตามข่าวสารฟุตบอล การมาถึงของดูรานสร้างความตื่นเต้นและหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนโฉมของทีมในฤดูกาลใหม่ด้วยผลงานของเขา อย่าลืมติดตามผลงานของดูรานและเซลติกกันอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่จะถึงนี้

ถ้าคุณเป็นแฟนเซลติก หรือชื่นชอบการตามเชียร์นักเตะดาวรุ่ง ดูราน ย้ายซบเซลติก จากคาราบัก อย่างเป็นทางการ คือข่าวสารที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เตรียมตัวลุ้นกันว่าผลงานในสนามจะยอดเยี่ยมแค่ไหนและจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมของทีมได้หรือไม่

หากคุณต้องการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการย้ายทีมและข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม อย่าลืมติดตามบทความอัพเดตใหม่ๆจากเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในวงการลูกหนัง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ออกหมายจับ 3 ชาวลาว โยงคดีแอร์ มีนา ขนเฮโรอีนเข้าไทย

ออกหมายจับ 3 ชาวลาว โยงคดีแอร์ มีนา ขนเฮโรอีนเข้าไทย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้ากรณีออกหมายจับ 3 ชาวลาว โยงคดีแอร์ “มีนา” ขนเฮโรอีนส่งเข้าไทย หาคนหิ้วไปประเทศที่ 3 โดยทาง ป.ป.ส. ได้ผนึกกำลังร่วมกับดีเอสไอเพื่อขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติกลุ่มนี้อย่างจริงจัง ล่าสุดมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 4 ราย เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดให้สิ้นซาก

เบื้องหลังเครือข่ายขนยาข้ามโขงสู่กรุงเทพฯ

กระบวนการลักลอบขนเฮโรอีนกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ที่แยบยล โดยอาศัยพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงในจังหวัดเลยเป็นจุดนัดพบสำคัญ ซึ่งชายชาวลาวทั้ง 3 รายจะทำหน้าที่นำพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดข้ามฝั่งมาส่งให้กับเครือข่ายคนไทย จากนั้นจะมีการจัดส่งพัสดุเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม เช่น ออสเตรเลีย และไต้หวัน

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำว่า การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาวให้กับแอร์โฮสเตสสาว แต่เป็นการพยายามรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายความจริงว่าใครคือตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง โดยมีการประสานความร่วมมือกับทาง สปป.ลาว อย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

ความคืบหน้าในการดำเนินคดีและแนวทางการขยายผล

  • การสืบสวนเชิงลึก: เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่าเครือข่ายนี้มีตัวละครที่เกี่ยวข้องมากกว่า 4 รายที่ถูกออกหมายจับในเบื้องต้น
  • หลักฐานสำคัญ: การให้การซักทอดของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้า รวมถึงพยานหลักฐานจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพัสดุ
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ทางการไทยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลียอยู่ตลอดเวลา เพื่อติดตามผู้รับปลายทางอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ การออกหมายจับ 3 ชาวลาว โยงคดีแอร์ “มีนา” ขนเฮโรอีนส่งเข้าไทย หาคนหิ้วไปประเทศที่ 3 ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์และยาเสพติดข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งทางภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบทุกความเชื่อมโยง โดยไม่ว่าผู้ที่รับหิ้วสินค้าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม การมีส่วนร่วมในการขนยาเสพติดถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นบทเรียนให้กับสังคมไทยในการระมัดระวังการรับฝากของหรือหิ้วของไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้แล้ว 1 ราย คือนายแคล้ว ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลไปสู่ตัวการใหญ่ที่เหลือ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าคดีนี้จะนำไปสู่การจับกุมขบวนการระดับบงการได้มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อมั่นได้ว่าหน่วยงานรัฐกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทย

ที่มา – ออกหมายจับ 3 ชาวลาว โยงคดีแอร์ “มีนา” ขนเฮโรอีนส่งเข้าไทย หาคนหิ้วไปประเทศที่ 3

รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ต้องอ่านเลยครับ เพราะล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนด่วนให้ประชาชนตื่นตัว เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์สภาพอากาศที่อาจจะมีความแปรปรวนหนักขึ้น โดยมีหัวข้อสำคัญคือ รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ เพื่อให้ทุกคนได้วางแผนและดูแลตัวเองอย่างปลอดภัยครับ

รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้

ตามประกาศจากนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยกำลังมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงและฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 10 – 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้นำมาสู่การที่ รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้ ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยหลายจังหวัด ได้แก่:

  • ระนอง: อ.เมืองระนอง, อ.สุขสำราญ และ อ.กะเปอร์
  • พังงา: อ.เกาะยาว, อ.ตะกั่วทุ่ง, อ.ท้ายเหมือง, อ.ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี
  • ภูเก็ต: ทุกอำเภอ
  • กระบี่: อ.เมืองกระบี่, อ.คลองท่อม, อ.เกาะลันตา, อ.เหนือคลอง และ อ.อ่าวลึก
  • ตรังและสตูล: พื้นที่เสี่ยงภัยในหลายอำเภอ

แนวทางการปฏิบัติตัวและข้อควรระวัง

นอกจากนี้ ทางภาครัฐยังได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำและน้ำตก หากมีฝนตกหนักให้หลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ทันที รวมไปถึงชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเนื่องจากคลื่นลมอาจสูงถึง 2-4 เมตร ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารการประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ

หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ทางแต่ละจังหวัดได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมอาหารและน้ำดื่มไว้คอยบริการประชาชนแล้ว เราทุกคนควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กในช่วงสัปดาห์นี้ครับ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ แม้ฝนจะตกหรือลมจะแรงแค่ไหน ความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีแน่นอนครับ

ที่มา – รัฐบาลเตือน 4 จ.ภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 10-15 ก.ค. นี้