วัน: 10 กรกฎาคม 2026

“นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ

“นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ

กลายเป็นประเด็นที่ชาวหาดใหญ่ต้องจับตามองครับ เมื่อล่าสุด “นายกแป้น” นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์งบประมาณปี 2570 ที่ถูกตัดไปเกือบหมด โดยแทนที่จะได้รับงบสนับสนุนตามที่เสนอไปเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่กลับได้เพียงเรือยาง 4 ลำและรถสิบล้อ 3 คันเท่านั้น

ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ได้ชี้แจงประเด็นที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเทศบาลนครหาดใหญ่ยังมีงบประมาณเหลืออยู่ถึง 200 ล้านบาท แต่เจ้าตัวได้ออกมาโต้กลับชัดเจนว่า “นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ และที่สำคัญตอนนี้งบประมาณที่แท้จริงเหลือเพียง 42 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลข 200 ล้านตามที่ถูกกล่าวอ้าง

รายละเอียดการของบประมาณและการบริหารจัดการ

ท่านนายกฯ ได้ขยายความว่า งบประมาณ 200 ล้านบาทที่เคยมีนั้น ได้ถูกนำไปใช้จ่ายจริงในภารกิจเร่งด่วน ได้แก่:

  • การซ่อมแซมโรงเรียนและถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม
  • การปรับปรุงสถานีอนามัยและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความเสียหาย
  • การลอกคูคลองและจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซื้อเจ็ตสกีสำหรับการกู้ภัย ก็กลับถูกตัดงบส่วนนี้ออกไป เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำและรถสิบล้อ 3 คัน นอกจากนี้ “นายกแป้น” พ้อของบฯ ถูกตัด เหลือแค่เรือยาง 4 ลำ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่าแม้ข้อจำกัดจะเยอะ แต่ในฐานะคนทำงาน ตนจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ต่อไปอย่างเต็มกำลัง

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการงบประมาณท้องถิ่นในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพสูงสุด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลจะหันมามองเห็นถึงความจำเป็นของอุปกรณ์กู้ภัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในระยะยาวครับ

ที่มา – “นายกแป้น” พ้อของบฯ ไปถูกตัด ได้แค่เรือยาง-รถสิบล้อ โต้มี 200 ล้าน ตอนนี้เหลือ 42 ล้าน

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

กลายเป็นข่าวที่พี่น้องชาวสงขลาต่างจับตามอง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อติดตามแผนบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยภารกิจสำคัญที่สุดในครั้งนี้คือ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยอุทกภัยร้ายแรงที่เคยสร้างความเสียหายให้กับเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้

นายอนุทินย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการเตรียมความพร้อมรับมือมรสุม โดยได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน และกรมทางหลวงเข้ามาบูรณาการร่วมกัน และเมื่อได้มีโอกาสลงพื้นที่จริงในการภารกิจ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ ท่านได้กำชับให้ทุกฝ่ายทำงานแข่งกับเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

เสียงสะท้อนจากพื้นที่และความมุ่งมั่นของรัฐบาล

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนที่วัดท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายอนุทินยอมรับว่าตนเองและคณะมาด้วยความรู้สึกที่ตระหนักถึงความคาดหวังของชาวบ้าน และพร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลเร่งดำเนินการในขณะนี้ ได้แก่:

  • เร่งซ่อมแซมคันคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
  • จัดสรรงบกลางเพื่อฟื้นฟูถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากอุทกภัย
  • วางแผนระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันปัญหาน้ำหลากพัดถล่มซ้ำสอง
  • ประเมินผลโครงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวติดตลกแบบเป็นกันเองกับชาวบ้านว่า หากทำสำเร็จรอบนี้ก็หวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าชาวสงขลาจะเทคะแนนเสียงให้พรรคของท่านแบบยกจังหวัด งานนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนว่ารัฐบาลจะลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมเยียนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ท่านยังได้สอบถามถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม

ในมุมมองของเรา การที่นายกฯ ลงพื้นที่ด้วยตัวเองและกล้าประกาศกร้าวถึงการวางแผนเตรียมรับมือให้ทันก่อนสิ้นปี 2569 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ความสำเร็จที่แท้จริงจะอยู่ที่การปฏิบัติงานจริงในระดับพื้นที่ว่าการซ่อมแซมคันคลองจะทำเสร็จตามกำหนดการหรือไม่ หากทำได้จริงก็จะถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและปกป้องเศรษฐกิจของหาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

สว.พิสิษฐ์ ซัด ปชน. บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม

สว.พิสิษฐ์ ซัด ปชน. บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรัฐสภา เมื่อนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะประเด็นการสื่อสารที่ถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข จนเกิดเป็นวิวาทะทางการเมืองที่น่าจับตามองในขณะนี้

นายพิสิษฐ์ได้ออกมาเน้นย้ำว่า การที่พรรคประชาชนออกมาให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนั้นถือเป็นการกระทำที่คล้ายกับ IO ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองระดับประเทศ โดย สว.พิสิษฐ์ ซัด ปชน. บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม ว่ามีการสร้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ. ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ทั้งที่ในความเป็นจริงทางวุฒิสภาแทบไม่ได้แก้ไขเนื้อหาในส่วนดังกล่าวเลย เว้นแต่เพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการเดินอากาศเท่านั้น

อย่าใช้เยาวชนบังหน้าสร้างลัทธิปั่นหัวเด็ก

นอกจากประเด็นเรื่องการตีความกฎหมายแล้ว นายพิสิษฐ์ยังได้แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับการนำเยาวชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยระบุว่าพรรคประชาชนมักใช้ประเด็นเรื่องมาตรา 112 มาเป็นเกราะกำบังในการเคลื่อนไหว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชนในปัจจุบันได้มีช่องทางช่วยเหลือและฟื้นฟูไว้อยู่แล้วผ่านศาลเยาวชนและครอบครัว

การที่ฝ่ายการเมืองพยายามนำเยาวชนมาบังหน้าเพื่อสร้างลัทธิปั่นหัวเด็กนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะ:

  • เยาวชนอาจขาดความเข้าใจบริบทที่แท้จริงและหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน
  • มีการสร้างภาพจำผิดๆ ว่าการทำผิดกฎหมายคือวีรกรรมการต่อสู้
  • การผลักดันให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ที่ละเลยความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ

นายพิสิษฐ์ย้ำว่า วุฒิสภามีความจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามไปยังรากฐานของสังคม การที่ สว.พิสิษฐ์ ซัด ปชน. บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม ในครั้งนี้ จึงเป็นการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาพูดคุยด้วยข้อเท็จจริง มากกว่าการสร้างวาทกรรมเพื่อเรียกคะแนนนิยมหรือสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน

ในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ทางการเมือง เราคงต้องจับตาดูว่าพรรคประชาชนจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหานี้ และสังคมไทยจะสามารถแยกแยะระหว่างการต่อสู้ทางการเมืองกับการบิดเบือนข้อเท็จจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนประเทศต้องการความตรงไปตรงมาและการเคารพในกติกาของรัฐสภาอย่างแท้จริง มากกว่าการเน้นยอดไลก์ยอดแชร์เพียงชั่วคราว

ที่มา – “สว.พิสิษฐ์” ซัด ปชน. บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม ลั่นอย่าใช้เยาวชนบังหน้า สร้างลัทธิปั่นหัวเด็ก

จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว เพื่อแรงงานต่างด้าว

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าวมาฝากกัน หลังจากที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาประกาศนโยบายเชิงรุกเพื่อลดขั้นตอนการทำงานให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่อง จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอยครับ

จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง

จากนโยบายล่าสุด ภาครัฐต้องการยกระดับการให้บริการให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยการออกประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เป้าหมายคือการแก้ปัญหา ‘ช่องว่าง’ ระหว่างการรอใบอนุญาตทำงานจริง ทำให้แรงงานที่ได้รับอนุญาตแล้วสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจโดยไม่ผิดกฎหมาย

ทำไมถึงต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว?

หลายๆ ครั้งที่ผ่านมากระบวนการดำเนินงานอาจมีความล่าช้าในบางขั้นตอน ทำให้เกิดผลกระทบต่อทั้งตัวแรงงานและนายจ้าง ดังนั้นการที่ จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง จึงเข้ามาตอบโจทย์ในจุดนี้โดยตรง ด้วยการใช้ ‘แบบ บต. 62’ เป็นเอกสารยืนยันสิทธิชั่วคราวในระหว่างขั้นตอนการออกใบอนุญาตตัวจริง

  • ข้อมูลครบถ้วน: เอกสารระบุรายละเอียดชัดเจน ทั้งข้อมูลตัวบุคคล นายจ้าง สถานที่ทำงาน และสิทธิการรักษาพยาบาล
  • ลดขั้นตอน: ลดภาระทางปกครอง ทำให้นายจ้างไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาแรงงานผิดกฎหมายในระหว่างรอเอกสารตัวจริง
  • ความต่อเนื่อง: แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัดขั้นตอนทางกฎหมาย

นอกจากนี้ การดำเนินการตามมาตรการนี้ยังส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะเมื่อธุรกิจเดินหน้าได้ไม่สะดุด นายจ้างก็มีความมั่นใจในการทำธุรกิจมากขึ้น และแรงงานเองก็ได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมการจัดหางาน

สรุปแล้ว นโยบายนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง การที่กระทรวงแรงงานขยับตัวในทิศทางนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสมากขึ้น หากใครที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการยื่นเรื่องหรือรอใบอนุญาต อย่าลืมศึกษาข้อมูลเรื่อง จุลพันธ์ ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง เพิ่มเติมเพื่อปกป้องสิทธิของทั้งตัวนายจ้างและแรงงานเองนะครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ออกใบอนุญาตทำงานประเภทชั่วคราว อำนวยความสะดวกแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง

วัฒนธรรม ความสม่ำเสมอ และ ลามิน ยามาล ในทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟูเอนเต

วัฒนธรรม ความสม่ำเสมอ และ ลามิน ยามาล ในทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟูเอนเต

ทีมชาติสเปนภายใต้การนำของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต กำลังเดินหน้าบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในการครองแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปพร้อมกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากที่ทีมใดจะทำได้ และจะทำให้สเปนเป็นทีมที่สี่ในประวัติศาสตร์ที่เคยสร้างความสำเร็จนี้หลังจากสเปน 2010, ฝรั่งเศส 2000 และเยอรมนีตะวันตกในปี 1974

วัฒนธรรม ความสม่ำเสมอ และ ลามิน ยามาล ในทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟูเอนเต

เด ลา ฟูเอนเต เข้ามารับงานในตำแหน่งกุนซือสเปนตั้งแต่ต้นปี 2023 และสามารถรักษาสถิติไม่แพ้ใครถึง 35 เกม โดยมีแนวทางโค้ชที่ไม่เพียงแต่สร้างทีมด้วยแทคติกฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเน้นการเข้าใจและดูแลผู้เล่นเป็นบุคคลสำคัญ ทำให้ทีมมีวินัยและความสามัคคีสูงมาก

เขาสร้างวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งภายในทีม ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์และการทำงานในระบบฟุตบอลของสเปนมาตั้งแต่ปี 2013 การสั่งสมคุณค่าของทีมนี้คือหัวใจของความสำเร็จที่สเปนกำลังเป็นตัวอย่างให้กับทีมชาติทั่วโลก

ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมฟุตบอลและความสม่ำเสมอ

เด ลา ฟูเอนเต กล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นฟุตบอลคือ ทีมต้องได้คนที่ “ดี” ไม่ใช่แค่ในแง่จริยธรรม แต่ในแง่ของความมีน้ำใจ สม่ำเสมอ มีระเบียบวินัย และพร้อมเสียสละเพื่อทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเตะดาวรุ่งอย่าง ลามิน ยามาล ซึ่งเขาเน้นให้การดูแลอย่างระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าแข้งดาวรุ่งรายนี้จะเติบโตอย่างมั่นคงและพร้อมสำหรับความท้าทายระดับโลก

ผลงานของ ลามิน ยามาล ไม่เพียงแต่จะสะดุดตาด้วยทักษะฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมุ่งมั่นและความมีวินัยในเกม ด้านเด ลา ฟูเอนเตยืนยันว่าเขาจะสนับสนุนและให้โอกาสแข้งดาวรุ่งรายนี้เพื่อให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทีมสเปน

วัฒนธรรม ความสม่ำเสมอ และ ลามิน ยามาล ในทีมชาติสเปนของ เด ลา ฟูเอนเต

นอกจากนี้ ทีมสเปนยังมีจุดเด่นด้านความเข้าใจในระบบการเล่น ซึ่งถูกปลูกฝังมาเป็นเวลานานและเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัย ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่วิเคราะห์ “ง่ายที่สุด” แต่กลับเป็น “ทีมที่ยากจะเอาชนะที่สุด” ในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกนี้

เด ลา ฟูเอนเต ยังเน้นย้ำถึงการรักษาความสม่ำเสมอในการทำงานและแนวคิดในการฝึกซ้อมที่เขาใช้เองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสื่อสารอย่างเปิดเผยกับผู้เล่นและสื่อมวลชน เพราะเขาเชื่อว่าความเคารพและความเป็นมืออาชีพเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง

ด้วยแนวคิดและวิธีการบริหารทีมแบบนี้ สเปนจึงไม่ใช่แค่ทีมที่มีนักเตะชั้นยอดเท่านั้น แต่เป็นทีมที่มีวัฒนธรรมและความสม่ำเสมอที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวทีโลก

ท้ายที่สุดนี้ หากคุณเป็นแฟนบอลสเปน หรือติดตามวงการฟุตบอล เราควรจับตาดู เด ลา ฟูเอนเต และ ลามิน ยามาล อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือช่วงเวลาที่สำคัญของวัฒนธรรมฟุตบอลสเปนที่ผสมผสานกับความสม่ำเสมอและพรสวรรค์ของดาวรุ่งอย่างแท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เรนเจอร์สตามล่ากองกลางฟอสโซ – ข่าวลือใหม่

เรนเจอร์สตามล่ากองกลางฟอสโซ – ข่าวลือใหม่

ในวงการฟุตบอล สกอตแลนด์ตอนนี้ กำลังมีข่าวคราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับทีมเรนเจอร์ส ที่ได้แสดงความสนใจในตัวนักเตะกองกลางดาวรุ่งอย่าง Ryan Fosso ซึ่งปัจจุบันเขาเล่นอยู่กับสโมสร Sturm Graz ประเทศออสเตรีย และมีวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น ความสนใจครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทีมเรนเจอร์สในการเสริมทัพเพื่อการแข่งขันที่ดุเดือดในฤดูกาลหน้า

เรนเจอร์สตามล่ากองกลางฟอสโซ – ข่าวลือใหม่

นอกจากฟอสโซแล้ว ทางเรนเจอร์สยังได้จับตามองนักเตะกองกลางจากเซอร์เบียอย่าง Vanja Dragojevic กัปตันทีม Partizan Belgrade วัย 20 ปี เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากทีมเตรียมปล่อยนักเตะหมายเลขหนึ่งในตำแหน่งกองกลางอย่าง Nicolas Raskin ออกไป

เรนเจอร์สตามล่ากองกลางฟอสโซ – ข่าวลือใหม่ และความเคลื่อนไหวอื่นๆ

ในขณะที่เรนเจอร์สให้ความสนใจกองกลางฟอสโซ ก็ยังมีข่าวคราวอื่นๆ ที่น่าสนใจในลีกสกอตแลนด์เช่นกัน เช่น Cammy Devlin นักเตะกองกลางชาวออสเตรเลียวัย 28 ปี ที่กำลังเจรจาสัญญาใหม่กับทีม Hearts แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือจะย้ายไปแบบฟรีเอเยนต์ นอกจากนี้ Camilo Duran นักเตะตัวริมเส้นจาก Qarabag ก็กำลังจะเซ็นสัญญากับทีม Celtic หลังจากได้มีการฝึกซ้อมร่วมกันในโปรตุเกส

นอกจากนี้กองหลัง Henry Fieldson ยังได้ตกลงย้ายจาก Queen’s Park ไปยัง St Mirren และ Calum Ward ผู้รักษาประตูจาก Motherwell ก็เพิ่งถูกขายให้กับ Queens Park Rangers ด้วยค่าตัว 800,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและเสริมทีมอย่างต่อเนื่องในตลาดนักเตะของสกอตแลนด์

ทีมสกอตแลนด์ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาทีมและเสริมทัพเพื่อลุยศึกใหญ่หน้าในฤดูกาลที่จะถึงนี้ การตามล่ากองกลางฟอสโซถือเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความทุ่มเทของเรนเจอร์สในการแข่งขันรายการสำคัญ ดังนั้นแฟนบอลควรจับตามองความเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับแฟนบอลที่รักในทีมและติดตามข่าวสารฟุตบอลสกอตแลนด์อย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รับรู้ข้อมูลล่าสุดและเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น

อย่าพลาดข่าวสารดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความเคลื่อนไหวในวงการฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศกันให้มากขึ้น และติดตามเรื่องราวของเรนเจอร์สที่กำลังตามล่ากองกลางฟอสโซเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทีมอย่างเต็มที่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กอร์ดอนเผยคำพูดแรงโค้ชเม็กซิโกแค่สนุกสนาน

กอร์ดอนเผยคำพูดแรงโค้ชเม็กซิโกแค่สนุกสนาน

แอนโทนี่ กอร์ดอน ปีกของทีมชาติอังกฤษได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาถูกฮาเวียร์ อากีร์เร่ อดีตโค้ชทีมชาติเม็กซิโกตะโกนด่าด้วยคำหยาบในช่วงพักดื่มน้ำของการแข่งขันฟุตบอลโลกว่า “มันเป็นแค่ความสนุกสนาน” และเขามองว่าเป็นการชมเชยมากกว่าเป็นเรื่องเสียหาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงพักครึ่งแรกซึ่งทั้งคู่กำลังอยู่ใกล้เส้นข้างโดยตอนแรกอากีร์เร่พูดคุยกับ จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะเรียกกอร์ดอนและพูดบางอย่างออกมาอย่างชัดเจนซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายหัวเราะตามกัน

กอร์ดอนเผยคำพูดแรงโค้ชเม็กซิโกแค่สนุกสนาน

กอร์ดอนกล่าวว่า “ผมจำเหตุการณ์นี้ได้ชัดเจน มันเป็นแค่ความสนุกสนานในช่วงที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดของเกมฟุตบอล ผมเพิ่งวิ่งผ่านแบ็คฟูลแบ็กของเม็กซิโกไปได้ มันเลยเหมือนเป็นคำชมเชยในแบบของเขา และผมก็รับมันแบบนั้น” หลังจากย้ายจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าในช่วงซัมเมอร์นี้

นอกจากนี้เกมนี้ยังมีโมเมนต์น่าขบขันหลายช่วงที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นสัมภาษณ์หลังเกมของแฮร์รี่ เคน ที่เสียงหาย หรือจอน สโตนส์ กองหลังของอังกฤษที่แกล้งทำตัวเจ็บระหว่างเกม

ความตึงเครียดแต่ยังมีความสนุกสนานในเกม

ในเกมนัดนี้ เบลลิงแฮมยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษนำสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก แต่เม็กซิโกได้ประตูตีตื้นจาก จูเลียน กวินาเนส ก่อนที่จาเรลล์ ควานซาห์ จะโดนใบแดงทำให้ทีมชาติอังกฤษเหลือผู้เล่น 10 คน แต่ก็ยังรักษาคะแนนนำสองประตูผ่านจุดโทษของแฮร์รี่ เคน เม็กซิโกก็มาได้จุดโทษเช่นกันและรออูล จิมิเนซ ยิงสวนประตูเข้าไปจนเหลือ 3-2 ก่อนที่อังกฤษจะทนแรงกดดันจนจบเกมได้สำเร็จในช่วงท้าย

อากีร์เร่ผู้ซึ่งเคยเป็นโค้ชทีมระดับดังอย่างแอตเลติโก มาดริด, มายอร์ก้า และแอสปัญญ่อล ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี ได้ลาออกจากตำแหน่งหลังจบการแข่งขันและถูกแทนที่ด้วย ราฟาเอล มาร์เกซ

กอร์ดอนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เขาดูเป็นคนดีและตลอดเกมเขาก็พูดคุยกับผมและเบลลิงแฮมเสมอ มันทำให้บรรยากาศของเกมที่ตึงเครียดยังคงมีความสนุกสนานอยู่บ้าง ผมชอบแบบนั้นจริงๆ”

การมีทัศนคติที่ผ่อนคลายในแมตช์ฟุตบอลระดับโลกเช่นนี้ช่วยเพิ่มสีสันและทำให้แฟนบอลได้เห็นมุมใหม่ๆ ของการแข่งขัน ทุกความสนุกที่เกิดขึ้นในสนามก็สร้างบทสนทนาและความทรงจำที่ดีให้กับทั้งนักเตะและผู้ชม

ท้ายที่สุดเรื่องราวของกอร์ดอนและคำตะโกนจากโค้ชเม็กซิโกชี้ให้เห็นว่าบางครั้งในความเข้มข้นและกดดัน การเล่นกีฬาอย่างเต็มที่ก็สามารถรวมกับความสนุกสนานและมิตรภาพได้เสมอ

ถ้าคุณเป็นแฟนบอล อย่าลืมติดตามข่าวสารและเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นในสนาม เพราะมันทำให้การเชียร์ฟุตบอลยิ่งมีสีสันและน่าตื่นเต้นมากขึ้น

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“วิปวุฒิสภา” แถลงผลงาน แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้ว 13 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญจากการแถลงผลงานของ “วิปวุฒิสภา” แถลงผลงาน แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้ว 13 คน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของทางวุฒิสภาในปีนี้ โดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทำงานตลอดปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมาให้สาธารณชนได้รับทราบครับ

ผลงานเด่น “วิปวุฒิสภา” แถลงผลงาน แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้ว 13 คน

ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายและการติดตามการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเข้มข้น โดยผลงานที่โดดเด่นของ “วิปวุฒิสภา” แถลงผลงาน แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้ว 13 คน นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากภารกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้น ดังนี้ครับ:

สรุปภาพรวมการดำเนินงานของวุฒิสภาและบทบาทในการแต่งตั้ง

  • การตรากฎหมาย: มีการผ่านร่างพระราชบัญญัติต่างๆ รวมถึง 20 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ
  • การกระทู้ถาม: ทั้งการยื่นหนังสือและการถามด้วยวาจา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
  • การคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง: การสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่หน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระ

ความคืบหน้าในการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ ถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องอาศัยความโปร่งใสและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด โดยมีการดำเนินการไปแล้วถึง 6 ตำแหน่งหลัก และให้ความเห็นชอบบุคคลไปแล้วรวม 13 คน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายส่วนที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมทางจริยธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด

นอกเหนือจากเรื่องตัวบุคคลแล้ว การทำงานด้านนิติบัญญัติยังมีสถิติที่น่าสนใจ คือการประชุมรวม 30 ครั้ง ใช้เวลาไปกว่า 197 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเหล่าสมาชิกวุฒิสภาในการพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ถึง 233 เรื่อง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร

สุดท้ายนี้ การที่มีการรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นประจำถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเห็นภาพรวมการทำงานขององค์กรระดับสูงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากเพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับบทบาทของวุฒิสภาในการแต่งตั้งบุคลากร สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ เพื่อส่งเสริมให้การทำงานของส่วนรวมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้เสมอ

ที่มา – “วิปวุฒิสภา” แถลงผลงาน แต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้ว 13 คน

ซีพีแจงด่วน ไม่ได้ยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินที่ดูเหมือนจะสั่นคลอน แต่ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนออกมาแล้วครับ โดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือซีพี ได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อยุติความเข้าใจผิดว่า ซีพีแจงด่วน ไม่ได้ยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน แต่อย่างใด

ซีพีแจงด่วน ไม่ได้ยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน

เหตุการณ์ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นหลังจากที่มีการส่งหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสัญญา ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะนำไปสู่การทิ้งงานหรือถอนตัว แต่ทางบริษัทขอยืนยันว่าการส่งหนังสือฉบับดังกล่าว เป็นเพียงกลไกปกติทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิ์ของคู่สัญญาตามข้อตกลงที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่การบอกเลิกโครงการ

ทำไมต้องออกมาชี้แจงประเด็น ซีพีแจงด่วน ไม่ได้ยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน

บริษัทเล็งเห็นว่าข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่น จึงขอเรียนชี้แจงสถานะปัจจุบันว่า:

  • การประสานงาน: บริษัทยังคงทำงานร่วมกับ รฟท. และ สกพอ. (EEC) อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกในประเด็นพื้นที่มักกะสิน
  • ความชัดเจนของสัญญา: การพิจารณาแนวทางแก้ไขสัญญาเป็นกระบวนการที่ต้องทำร่วมกันตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
  • การสนับสนุนจาก BOI: เรื่องบัตรส่งเสริมการลงทุนที่หมดอายุไป ไม่ได้เกิดจากปัญหาความไม่ร่วมมือ แต่เป็นขั้นตอนทางเทคนิคที่รอสัญญาให้มีความชัดเจนก่อน

ทางด้านคุณสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ ผู้บริหารระดับสูงของ เอเชีย เอรา วัน ย้ำชัดเจนว่าความมุ่งมั่นของซีพียังเต็มร้อย โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในทุกขั้นตอน เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่นี้สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

บทสรุปของเรื่องนี้คือ โครงการระดับชาติแบบนี้ย่อมมีรายละเอียดซับซ้อนและอุปสรรคระหว่างทางเป็นธรรมดา การใช้สิทธิตามกฎหมายจึงเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ การที่ซีพีออกมายืนยันเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความรับผิดชอบ และความพยายามที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายครับ

ที่มา – ซีพีแจงด่วน ไม่ได้ยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ยืนยันเดินหน้าโครงการต่อ