วัน: 17 กรกฎาคม 2026

สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน

เชื่อว่าหลายคนกำลังรอคอยคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ออกมาประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์กว่า 9.51 ล้านราย วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้คุณเตรียมตัวรับสิทธิได้อย่างถูกต้องครับ

สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในปีนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มผู้มีบัตรเดิมซึ่งเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 และกลุ่มรายใหม่ที่ต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยช่องทางการยืนยันตัวตนนั้นทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารหลักของรัฐ หากถามถึงเรื่อง สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน สำหรับรายใหม่นั้น คุณสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลังจากดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านระบบเป็นที่เรียบร้อยครับ

สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

เมื่อผ่านการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินสนับสนุนในด้านต่างๆ ดังนี้ครับ:

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น: 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม: 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
  • วงเงินค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ: 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ใช้ได้กับทั้งรถเมล์ ขสมก., บขส., รถไฟฟ้า BTS/MRT, รถไฟ และเรือโดยสาร)
  • มาตรการลดภาระค่าไฟฟ้า: 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • มาตรการลดภาระค่าน้ำประปา: 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน หากคุณผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ คุณจะต้องรีบยืนยันตัวตนเพื่อเปลี่ยนมาใช้สิทธิใหม่ เพราะหากไม่ดำเนินการภายในกำหนด คุณอาจเสียสิทธิทั้งสองทางได้ครับ

ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่

การดำเนินการให้ครบถ้วนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เริ่มจากการเช็กสถานะผ่านเว็บไซต์ทางการ และอย่าลืมตรวจสอบไทม์ไลน์การยืนยันตัวตน หากใครที่ไม่สะดวกทำผ่านแอปฯ เป๋าตัง สามารถนำบัตรประชาชนตัวจริงไปติดต่อที่ธนาคารกรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ทุกสาขาครับ

หวังว่าข้อมูลที่เรา สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการใช้จ่ายของทุกท่าน หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลืมหมั่นตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางหลักของกระทรวงการคลังอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสและสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่รัฐบาลมอบให้นะครับ

ที่มา – สรุปให้ครบ! คนผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินเข้าวันไหน

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

หลายคนอาจกำลังสับสนกับสถานะของกัญชาในประเทศไทย แต่ทางภาครัฐได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างชัดเจนแล้วว่า กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดและควบคุมให้เหมาะสมกับการใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น

ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมภายใต้กฎหมายที่เข้มงวด การที่ใครจะนำไปศึกษาวิจัย ส่งออก หรือจำหน่ายเพื่อการค้า จะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามมาตรา 46 หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรง ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจข้อปฏิบัติที่ถูกต้องกันครับ

ทำไมกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

เหตุผลที่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการนี้ เนื่องจากกัญชายังถูกจัดเป็นยาเสพติดร้ายแรงในหลายประเทศทั่วโลก การเพิกเฉยต่อกฎหมายอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่สำหรับนักเดินทางได้ ทางการได้ระบุแนวทางปฏิบัติในการใช้กัญชาไว้ดังนี้ครับ:

  • การจำหน่ายช่อดอกต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออนไลน์ทุกรูปแบบ
  • ห้ามใช้เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ในการขายกัญชา
  • ห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการอย่างเด็ดขาด
  • ห้ามทำการโฆษณากัญชาในทุกช่องทาง

หากมีผู้กระทำผิดหรือลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่สำคัญที่สุดคือกรณีการลักลอบส่งออก ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของมูลค่าสินค้า

ในฐานะผู้บริโภค เราควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนซื้อหรือใช้งานกัญชาทุกครั้ง เพราะกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้คุณต้องเสี่ยงกับโทษทางกฎหมายที่รุนแรง หากพบเห็นการกระทำผิด อย่าลืมแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ

ที่มา – กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์ ลักลอบนำออกนอก เจอคุก 10 ปี

วิธีตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงการดีๆ อย่าง วิธีตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กันครับ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตั้งตารอคอยเพื่อให้มั่นใจว่าเราได้รับสิทธินั้นหรือไม่ สำหรับใครที่ลงทะเบียนไว้แล้ว วันนี้ผมจะพาไปดูขั้นตอนการเช็กสถานะผ่านเว็บไซต์ทางการแบบละเอียด ทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้านเลยครับ

วิธีตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์

หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งมีทั้งกลุ่มรายเดิมและผู้ลงทะเบียนใหม่ เพื่อความรวดเร็วคุณสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ดังนี้ครับ:

ขั้นตอนการใช้งาน วิธีตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

  • เข้าสู่เว็บไซต์หลักได้ที่ https://welfare.mof.go.th
  • มองหาเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” แล้วคลิกเข้าไปเลย
  • กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมวันเดือนปีเกิดให้ถูกต้อง
  • ระบุตัวอักษรบนภาพ (Captcha) แล้วกดปุ่มตรวจสอบข้อมูล

เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านี้ ระบบก็จะแสดงผลสถานะของคุณให้ทราบทันทีครับ โดยสำหรับผู้ผ่านเกณฑ์นั้น จะมีการแบ่งช่วงเวลาการเริ่มใช้สิทธิแตกต่างกันไปตามกลุ่มผู้มีบัตรเดิมหรือผู้สมัครใหม่ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขเรื่องการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้ครบถ้วนด้วยนะครับ

สำหรับใครที่ผลออกมาว่า “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” ก็ไม่ต้องตกใจไปครับ คุณยังมีโอกาสยื่นอุทธรณ์หรือขอทบทวนสิทธิได้ตามกรอบเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด เตรียมเอกสารให้พร้อมและรีบดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิของตัวเองนะครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม แนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐ เพราะเป็นช่องทางที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เพื่อนๆ ตรวจสอบสิทธิได้สำเร็จราบรื่นนะครับ ใครเช็กแล้วผ่านหรือไม่ผ่าน ลองแชร์ประสบการณ์กันได้เลยครับ

ที่มา – วิธีตรวจสอบสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด

นายกฯ ถึงจีนแล้ว ร่วมภารกิจเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-พบสี จิ้นผิง

เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปถึงนครเซี่ยงไฮ้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเริ่มต้นภารกิจสำคัญในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดการที่แน่นเอี๊ยดตั้งแต่นครเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ไปจนถึงกรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกในการกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่ นายกฯ ถึงจีนแล้ว เปิดภารกิจแรก ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-เยี่ยมคารวะ ปธน. “สี จิ้นผิง” ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ

นายกฯ ถึงจีนแล้ว เปิดภารกิจแรก ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-เยี่ยมคารวะ ปธน. “สี จิ้นผิง”

ภารกิจหลักของการเดินทางเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การกล่าวถ้อยแถลงในงาน 2026 World Artificial Intelligence Conference ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่รวมเอาผู้เชี่ยวชาญและบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำมาไว้ด้วยกัน การที่คุณ นายกฯ ถึงจีนแล้ว เปิดภารกิจแรก ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-เยี่ยมคารวะ ปธน. “สี จิ้นผิง” จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบครับ

เจาะลึกภารกิจกระชับมิตรและเศรษฐกิจ

นอกจากงานด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รวมถึงผู้นำระดับสูงของจีนท่านอื่นๆ เพื่อหารือเรื่องการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการเยี่ยมชมบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Huawei และ Alibaba ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นการจุดประกายให้เกิดการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยการที่ นายกฯ ถึงจีนแล้ว เปิดภารกิจแรก ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-เยี่ยมคารวะ ปธน. “สี จิ้นผิง” นั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมในบ้านเราก้าวไปสู่ระดับสากล

  • ร่วมงาน World Artificial Intelligence Conference 2026
  • เข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อหารือทวิภาคี
  • พบปะผู้บริหารระดับสูงจาก Huawei และ Alibaba
  • สร้างความเชื่อมั่นผ่านเวที Thailand-China Investment and Economic Forum

ในมุมมองของผม การเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของงานพิธีการเท่านั้น แต่เป็นโอกาสทองที่รัฐบาลไทยจะได้เรียนรู้โมเดลการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วของจีน เพื่อนำมาปรับใช้กับการพัฒนาบ้านเมืองเราให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภารกิจถัดๆ ไปในกรุงปักกิ่งและเฉิงตูจะประสบความสำเร็จและนำผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมกลับมาสู่พี่น้องชาวไทยทุกคนโดยเร็วครับ

ที่มา – นายกฯ ถึงจีนแล้ว เปิดภารกิจแรก ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก-เยี่ยมคารวะ ปธน. “สี จิ้นผิง”

อุตุฯ เตือนช่วง 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง

อุตุฯ เตือนช่วง 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกไปเที่ยวหรือเดินทางไปไหนต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งเตือนว่า ในช่วงวันที่ 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งและแผนการเดินทางของใครหลายคนได้

ก่อนที่จะถึงช่วงนั้น ในช่วง 1-2 วันนี้หลายพื้นที่อาจจะเห็นฝนลดลงบ้าง แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปครับ เพราะสถานการณ์สภาพอากาศนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ กรมอุตุฯ ได้เฝ้าระวังมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่จะพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยให้มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตรียมรับมืออย่างไรเมื่อ อุตุฯ เตือนช่วง 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่โดยเฉพาะภาคเหนือ และด้านตะวันตกของภาคกลาง ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะรายงานระบุว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจเกิดฝนตกหนักและมีน้ำสะสม จนนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้

ข้อควรปฏิบัติในช่วงฝนตกหนัก:

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ในปัจจุบัน กรมอุตุนิยมวิทยามีการอัปเดตข้อมูลผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีการแสดงแผนที่ความเสี่ยงภัยที่เข้าใจง่าย เพื่อนๆ สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ของตัวเองได้ตลอดเวลาครับ นอกจากเรื่องฝนฟ้าอากาศแล้ว กรมอุตุฯ ยังคอยมอนิเตอร์สถานการณ์อื่นๆ เช่น แผ่นดินไหว ซึ่งล่าสุดที่ตรวจพบในมณฑลยูนนานและ จ.เชียงใหม่ นั้นไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ถือว่ายังสบายใจได้ในส่วนนี้ครับ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน การเตรียมตัวป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอครับ ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทางหรือทรัพย์สิน โดยเฉพาะใครที่อยู่ใกล้พื้นที่ลุ่มต่ำ อยากให้เฝ้าระวังสถานการณ์ อุตุฯ เตือนช่วง 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง เอาไว้ให้ดี เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวนะครับ แล้วอย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งด้วยนะครับ

ที่มา – อุตุฯ เตือนช่วง 20 – 23 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง

ขั้นตอนยืนยันตัวตน บัตรคนจน 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง – หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังรอคอยความชัดเจนเกี่ยวกับ ขั้นตอนยืนยันตัวตน “บัตรคนจน 2569” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง – หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง หลังจากที่โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ได้มีการประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติออกมาเป็นที่เรียบร้อย พี่น้องประชาชนหลายท่านอาจจะยังสงสัยว่าต้องทำอย่างไรต่อ วันนี้ผมสรุปมาให้แบบเน้นๆ เข้าใจง่ายครับ

ขั้นตอนยืนยันตัวตน “บัตรคนจน 2569” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง – หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากย้ำเตือนคือ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรายใหม่ หรือผู้ที่เคยได้รับสิทธิอยู่แล้ว จำเป็นต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อยเพื่อรักษาสิทธิของท่านครับ โดยเราสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทางหลัก ดังนี้ครับ

วิธีทำความเข้าใจขั้นตอนยืนยันตัวตน “บัตรคนจน 2569” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับใครที่สะดวกใช้งานเทคโนโลยี การยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตังถือว่ารวดเร็วและประหยัดเวลามากครับ เพียงแค่กดเข้าแอปฯ เลือกเมนูตรวจสอบผลโครงการ แล้วทำตามขั้นตอนการสแกนใบหน้าและให้ความยินยอม (Consent) ระบบก็จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวันครับ

แต่หากใครไม่สะดวก หรือต้องการความมั่นใจในการทำธุรกรรมที่ธนาคาร ท่านสามารถไปที่ ขั้นตอนยืนยันตัวตน “บัตรคนจน 2569” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง – หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธกส., ออมสิน, ธอส. และธนาคารอิสลาม โดยเตรียมเพียงบัตรประชาชนตัวจริงไปติดต่อเจ้าหน้าที่ หากเป็นการมอบอำนาจก็อย่าลืมเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ครบถ้วนนะครับ

สรุปตารางเวลาที่ควรรู้:

  • ผู้มีสิทธิบัตรเดิม: เริ่มใช้สิทธิ 1 สิงหาคม 2569
  • ผู้มีสิทธิรายใหม่: ยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มใช้สิทธิ 1 ตุลาคม 2569

การเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนไปติดต่อที่ธนาคาร โดยเฉพาะกรณีมอบอำนาจที่มีทั้งหนังสือมอบอำนาจและเอกสารรับรองต่างๆ จะช่วยให้การดำเนินการมีความรวดเร็วและไม่เสียเวลาเดินทางหลายรอบครับ ดังนั้นแนะนำให้ตรวจสอบเอกสารที่เว็บไซต์ของโครงการให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนสามารถรักษาสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้องนะครับ หากใครติดปัญหาตรงไหน อย่ารีรอที่จะสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ธนาคารหรือช่องทางหลักของโครงการ เพราะสิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรได้รับตามเกณฑ์ครับ

ที่มา – ขั้นตอนยืนยันตัวตน “บัตรคนจน 2569” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง – หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง

เปิดขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครบทั้ง 4 ช่องทาง

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตั้งตารอคอย หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อาจมีบางท่านที่ตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองขึ้นสถานะว่า "ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" ซึ่งไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำเปิดขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครบทั้ง 4 ช่องทาง ทำตามได้เลย มั่นใจได้ว่าทำตามง่ายและไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ

เปิดขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครบทั้ง 4 ช่องทาง ทำตามได้เลย

สำหรับการยื่นขอทบทวนสิทธินั้น พี่น้องประชาชนสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางที่สะดวกที่สุด ดังนี้ครับ

ช่องทางที่ 1 ผ่านเว็บไซต์ทางการ

เข้าที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th โดยกดเลือกเมนูติดตามผลการลงทะเบียน หลังจากนั้นสามารถเลือกตรวจสอบข้อมูลด้วยเลขบัตรประชาชนได้เลย เมื่อเห็นผลว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ ให้กดปุ่มยืนยันเพื่อเข้าสู่กระบวนการทบทวนสิทธิ ระบบจะบันทึกคำขอและให้คุณพิมพ์ใบยืนยันเก็บไว้เป็นหลักฐานครับ

ช่องทางที่ 2 แอปพลิเคชันทางรัฐ

วิธีนี้สะดวกสำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นประจำ เพียงแค่ค้นหาคำว่า "สวัสดิการแห่งรัฐ" ในแอปฯ ทางรัฐ แล้วเลือกเมนูตรวจสอบสถานะ หากระบบแจ้งเตือนว่าไม่ผ่านเกณฑ์ คุณสามารถกดเข้าสู่เมนูผลการตรวจสอบเพื่อกรอกข้อมูลติดต่อและกด "ยืนยันการทบทวนสิทธิ" ได้ทันทีครับ

ช่องทางที่ 3 แอปพลิเคชันเป๋าตัง

เพียงกดที่ Banner โครงการฯ ภายในแอปฯ เป๋าตัง แล้วมองหาปุ่ม "ทบทวนสิทธิ" ระบบจะนำคุณเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูลการติดต่อ เป็นอีกช่องทางที่รวดเร็วและตรวจสอบสถานะได้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการ เปิดขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครบทั้ง 4 ช่องทาง ทำตามได้เลย ที่ทุกคนสามารถทำเองได้จากที่บ้าน

ช่องทางที่ 4 หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารหลัก

หากใครไม่สะดวกระบบออนไลน์ สามารถเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ที่ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคลังจังหวัด โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบรายละเอียดว่าคุณไม่ผ่านเกณฑ์ในจุดไหน เพื่อให้คุณสามารถไปดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานนั้น ๆ ให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ หลังจากยื่นขอทบทวนสิทธิเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่กำกับดูแลคุณสมบัติแต่ละด้านด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะผ่านการพิจารณาในรอบถัดไปและได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปครับ การมีส่วนร่วมและตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองอย่างรอบคอบจะช่วยให้สิทธิสวัสดิการของท่านได้รับการอนุมัติอย่างราบรื่นครับ

ที่มา – เปิดขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครบทั้ง 4 ช่องทาง ทำตามได้เลย

“คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกครั้ง เมื่อล่าสุด “คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ ในระหว่างการเยือนกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงเหนียวแน่นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป

“คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ให้การต้อนรับนายหวัง ฮู่หนิง สมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเดินทางมาเยือนในโอกาสครบรอบ 65 ปีการลงนามสนธิสัญญามิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือ โดยในการหารือครั้งนี้ “คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตามวิสัยทัศน์ของผู้นำทั้งสองฝ่ายที่มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพในระดับภูมิภาค

ความหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการเยือนระดับสูง

การที่จีนส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาเยือนเปียงยางไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนถึงความเป็นพันธมิตรที่หยั่งรากลึก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การสานต่อบทบาทสนธิสัญญามิตรภาพที่มีมายาวนาน
  • การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ
  • การรักษาผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งสองประเทศในเวทีการเมืองโลก

นายคิม จองอึน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อท่าทีของรัฐบาลจีนที่ยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทวิภาคีเป็นลำดับต้นๆ พร้อมทั้งยืนยันว่าพรรคแรงงานแห่งเกาหลีเหนือมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความร่วมมือกับจีนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในระดับนานาชาติ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า การคงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างเปียงยางและปักกิ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการคานอำนาจในคาบสมุทรเกาหลี การที่ฝ่ายจีนแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการเยือนครั้งนี้ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงความมั่นคงทางทหารในระยะยาว ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าความพยายามกระชับความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งผลต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างไรบ้าง โดยหวังว่าความเป็นมิตรของสองประเทศจะนำไปสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – “คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

“พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก

ในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ล่าสุด“พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก โดยคุณพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากมาตรา 122 ไปสู่มาตรา 301 ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุผลที่ “พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก

คุณพชรได้ชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวเลขการส่งออกในบางช่วงจะดูเติบโต แต่เป็นการโตจากฐานข้อมูลสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการสั่งของล่วงหน้าก่อนมาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้จริง ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังเปราะบาง โดยเฉพาะ“พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก เพราะประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องเสียภาษีสูงถึง 12.5% ซึ่งถือว่าเสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ยังคงอยู่ที่ 10%

ผลกระทบเชิงโครงสร้างและมาตรการรับมือ

นอกจากตัวเลขภาษีที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีประเด็นที่น่ากังวลอีกหลายด้านที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ ไม่ว่าจะเป็น:

  • การตรวจสอบเรื่องแรงงานบังคับที่ไทยยังขาดมาตรการบังคับใช้จริง
  • ปัญหาการใช้กำลังการผลิตส่วนเกินที่ต่ำต่อเนื่องมาหลายปี
  • การตรวจสอบเจ้าของโรงงานและต้นทางของวัตถุดิบที่สหรัฐฯ เข้มงวดขึ้น

คุณพชรยังย้ำว่า การที่รัฐจะอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้ เพราะหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้ภาคเอกชนจะดูดซับสภาพคล่องเหล่านั้นไปหมด แทนที่จะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านความโปร่งใสและการแก้ปัญหาการทุจริต เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในระยะยาว

บทสรุปของสถานการณ์นี้คือการที่ไทยต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ หากเราไม่สามารถแก้ไขกฎระเบียบและเพิ่มมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมในประเทศได้ ไทยอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างถาวร ภาคธุรกิจและแรงงานไทยต้องตื่นตัวต่อประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมาตรา 301 ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว แต่เป็นสมรภูมิการค้าที่ต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือ

ที่มา – “พชร” เตือนภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 เสี่ยงกระทบส่งออกไทยหนัก จี้รัฐเร่งอุดจุดอ่อน