วัน: 18 กรกฎาคม 2026

Rooney, Hart และ Richards พายเรือในแม่น้ำฮัดสัน

Rooney, Hart และ Richards พายเรือในแม่น้ำฮัดสัน

เมื่อลูกผู้ชายพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น! เหตุการณ์สุดฮาและน่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่ออดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษอย่าง Wayne Rooney ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุด Rooney, Hart และ Richards พายเรือในแม่น้ำฮัดสัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและสนุกสนาน

เบื้องหลังการท้าดวล: Rooney, Hart และ Richards พายเรือในแม่น้ำฮัดสัน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rooney ให้คำมั่นสัญญาไว้ก่อนการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายว่า หากนอร์เวย์สามารถเอาชนะบราซิลได้ เขาจะขอท้าทายตัวเองด้วยการพายเรือลงแม่น้ำเมอร์ซีย์ แต่ด้วยภารกิจที่ย้ายมาอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาจึงต้องเปลี่ยนสนามพายเรือมาเป็นแม่น้ำฮัดสันในนิวยอร์กแทน

โดยมีเพื่อนร่วมก๊วนอย่าง Joe Hart และ Micah Richards มาร่วมสนุกเปลี่ยนจากไมโครโฟนนักพากย์มาจับไม้พายแทน ซึ่งแน่นอนว่าแฟนๆ ต่างให้ความสนใจและชื่นชมในสปิริตของเขาอย่างมาก

ทำไม Rooney, Hart และ Richards พายเรือในแม่น้ำฮัดสัน ถึงกลายเป็นไวรัล?

กระแสการพายเรือของแฟนบอลนอร์เวย์กลายเป็นไวรัลที่โด่งดังไปทั่วโลกในช่วงฟุตบอลโลก จนแม้แต่กองหน้าตัวเก่งอย่าง Erling Haaland ยังท้าให้ Rooney ลองลงมือปฏิบัติจริง ซึ่ง Rooney ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขากล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้ทำเรื่องนี้ แฟนๆ ยอดเยี่ยมสุดๆ และเราทำไปเพื่อแสดงความเคารพต่อพวกเขาครับ!”

สรุปเหตุการณ์สำคัญช่วงฟุตบอลโลก:

  • Rooney, Hart และ Richards เปลี่ยนบทบาทจากผู้วิเคราะห์เกมมาเป็นฝีพายแบบจำเป็น
  • การพายเรือเริ่มต้นจากการท้าทายเล่นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟนบอลนอร์เวย์
  • สร้างสีสันและความบันเทิงให้กับแฟนฟุตบอลทั่วโลกในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026

ในสัปดาห์นี้ แฟนๆ เตรียมตัวพบกับความเข้มข้นของการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระหว่างสเปนและอาร์เจนตินา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ อย่าพลาดชมการวิเคราะห์สุดเข้มข้นจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญชุดเดิม ที่จะกลับมาประจำการในสตูดิโออีกครั้ง เตรียมรับชมและเชียร์ทีมโปรดของคุณผ่านทาง BBC ได้เลยครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ

สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ ทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นใหญ่ที่น่าสนใจมาอัปเดต โดยเฉพาะใครที่กำลังเตรียมตัวสอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ล่าสุดมีการปรับแผนครั้งสำคัญ เมื่อ กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานจะมีความเป็นธรรมและชัดเจนที่สุดครับ

กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่รองผู้ว่าฯ ทวิดา กมลเวชช ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงการยกระดับความโปร่งใส โดย กทม. ได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาจ้างกับทาง มศว ในการจัดสอบรอบที่ผ่านมา เพื่อนำระบบกลับมาตรวจสอบและปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า กทม. ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอันดับแรก

รายละเอียดการปรับปรุงสอบและการยกเลิกสัญญา

การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้แค่เลื่อนวันสอบเท่านั้น แต่เป็นการยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกข้อสอบ วิธีการวัดผล ไปจนถึงความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับผู้สมัครสอบกว่า 7,000 คน ที่ได้รับผลกระทบ ทาง กทม. ยืนยันว่า:

  • จะมีการแจ้งความชัดเจนเรื่องหน่วยงานจัดสอบใหม่ภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้
  • หากใครไม่สะดวกหรือไม่ต้องการรอสอบตามกำหนดใหม่ สามารถแจ้งขอคืนเงินค่าสมัครได้
  • กำหนดสอบจริงจะเลื่อนไปเป็นช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 แทน

นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในโครงการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ ทางกทม. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย 17 โครงการเพิ่มเติม ซึ่งต้องสรุปผลให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ถือเป็นการตอกย้ำว่า กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ อย่างแท้จริง

บทเรียนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคปัจจุบัน ความโปร่งใสของภาครัฐคือสิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมเฝ้าจับตา การที่ กทม. กล้าตัดสินใจปรับเปลี่ยนเพื่อความถูกต้อง ย่อมเป็นผลดีต่อผู้สมัครสอบและประชาชนทุกคนในระยะยาว หวังว่าการสอบรอบใหม่นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและได้คนที่เก่งและดีเข้ามาทำงานเพื่อเมืองหลวงของเราครับ

ที่มา – กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ

เหมือนกูร์ตัวส์ไหม? Mike Penders จะเป็นมือหนึ่งเชลซีได้จริงหรือ

เหมือนกูร์ตัวส์ไหม? Mike Penders จะเป็นมือหนึ่งเชลซีได้จริงหรือ

แฟนบอลเดอะบลูส์กำลังจับตามองดาวรุ่งดวงใหม่ที่น่าสนใจที่สุดในตำแหน่งผู้รักษาประตู นั่นคือ Mike Penders นายทวารดาวรุ่งที่ถูกเปรียบเทียบว่ามีสไตล์ที่ถอดแบบมาจาก Thibaut Courtois ตำนานมือกาวของทีม การย้ายจาก Genk มาสู่ถิ่น Stamford Bridge ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เหมือนกูร์ตัวส์ไหม? Mike Penders จะเป็นมือหนึ่งเชลซีได้จริงหรือ ในอนาคตอันใกล้

การที่เชลซีทุ่มเงินกว่า 17 ล้านปอนด์คว้าตัว Penders มาร่วมทีม ทั้งที่เขายังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ Genk นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทีมแมวมองของเชลซีเชื่อมั่นในศักยภาพของเขาอย่างมาก โดยเฉพาะการดึงตัวมาจากระบบพัฒนาผู้เล่นเบลเยียมที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตผู้รักษาประตูชั้นนำของโลก

เหมือนกูร์ตัวส์ไหม? Mike Penders จะเป็นมือหนึ่งเชลซีได้จริงหรือ

สำหรับแผนของเชลซีในตอนนี้ คือการให้ Robert Sanchez ยืนเป็นตัวจริง แต่เขาก็ต้องเจอกับแรงกดดันมหาศาลจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ Penders จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกเอิงกับ Strasbourg ทำให้เจ้าหนูรายนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการอ่านเกมและการเล่นบอลด้วยเท้าที่กลายเป็นจุดเด่นของเขาไปแล้ว

ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่ง

Gilbert Roex ผู้เคยเป็นโค้ชผู้รักษาประตูของ Genk ได้ออกมากล่าวชื่นชม Penders ว่าเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยสูงมาก และมีสภาวะจิตใจที่นิ่งเกินตัว เขาเปรียบเทียบว่า เหมือนกูร์ตัวส์ไหม? Mike Penders จะเป็นมือหนึ่งเชลซีได้จริงหรือ คำตอบอาจอยู่ที่ทัศนคติของเขา เพราะนอกจากความสูงที่น่าเกรงขามแล้ว พัฒนาการด้านการใช้เท้าของเขายังเป็นการพิสูจน์ว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูสมัยใหม่ที่ครบเครื่องได้

แม้ว่าเส้นทางในพรีเมียร์ลีกจะเป็นบททดสอบที่หนักหนา แต่หากดูจากสิ่งที่เขาแสดงให้เห็นในลีกฝรั่งเศส เราอาจจะได้เห็นดาวรุ่งคนนี้สวมถุงมือเป็นมือหนึ่งของเชลซีในเวลาไม่ช้า หลังจากผ่านการบ่มเพาะฝีมือมาอย่างดีจากสายเลือด Genk ที่ผลิตยอดผู้รักษาประตูมานับไม่ถ้วน

สรุปมุมมองของเรา: Penders ไม่ใช่แค่ความหวังใหม่ แต่เขาคือโปรเจกต์ระยะยาวที่เชลซีลงทุนอย่างคุ้มค่า หากเขาได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองในทีมชุดใหญ่และยังรักษาความนิ่งได้เหมือนในปัจจุบัน เราอาจจะได้เห็นตำนานคนใหม่ในสเตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่แพ้กับที่กูร์ตัวส์เคยทำไว้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ณัฐกานต์ จี้ รัฐคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อระบบการคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเกิดความผิดพลาด จนส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด นายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทางภาครัฐเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณี ณัฐกานต์ จี้ รัฐคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่เคยได้รับสิทธิแต่อยู่ๆ ก็ถูกตัดสิทธิไปโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

ณัฐกานต์ จี้ รัฐคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การถูกตัดสิทธิเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความผิดพลาดของฐานข้อมูลที่น่าตกใจ ตัวอย่างเช่น มีประชาชนรายหนึ่งถูกระบุว่าครอบครองรถจักรยานยนต์คันใหญ่ถึง 300 ซีซี ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาเป็นเพียงเจ้าของมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า เวฟธรรมดาๆ เท่านั้น หรือในบางกรณี ระบบยังแจ้งว่าประชาชนมีภาระหนี้สินผูกพันจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่เจ้าตัวไม่เคยไปทำรายการมาก่อน สิ่งเหล่านี้สร้างทั้งความลำบากในการใช้ชีวิตและสร้างความวิตกกังวลเรื่องหนี้ทิพย์ให้กับผู้ถูกตรวจสอบอย่างไม่เป็นธรรม

นายณัฐกานต์จึงย้ำว่า ณัฐกานต์ จี้ รัฐคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลทบทวนระบบฐานข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ให้ประชาชนเป็นคนพิสูจน์สิทธิเพียงฝ่ายเดียว โดยมีข้อเสนอดังนี้:

  • เร่งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระบบให้เป็นปัจจุบัน
  • จัดตั้งช่องทางช่วยเหลือที่รวดเร็วสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลผิดพลาด
  • เพิ่มประสิทธิภาพเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการอุทธรณ์สิทธิให้ชัดเจนขึ้น

ทำไมรัฐต้องเร่งคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน?

การที่ระบบสวัสดิการมีข้อจำกัดจนคนเดือดร้อนจริงๆ ต้องตกหล่นจากการได้รับความช่วยเหลือ สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ยังคงมีอยู่ รัฐบาลจำเป็นต้องปรับปรุงระบบให้ทันสมัยและแม่นยำ เพื่อให้การจัดสรรสวัสดิการเข้าถึงผู้ที่สมควรได้รับอย่างแท้จริง การเร่งแก้ปัญหาความคลาดเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็นการรักษาความยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่ประชาชนทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

ในฐานะประชาชน เราได้แต่หวังว่าเสียงสะท้อนจากคุณณัฐกานต์จะได้รับการตอบสนองโดยเร็ว เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังรอคอยความชัดเจนก่อนจะหมดเขตการอุทธรณ์ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ โปรดรีบตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการยื่นอุทธรณ์ตามช่องทางที่รัฐกำหนด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของท่านเองครับ

ที่มา – “ณัฐกานต์” จี้ รัฐคืนความเป็นธรรมให้ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ

อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลุ่มสีแดง 14 ราย

อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลุ่มสีแดง 14 ราย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญจากกรณี ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความโศกเศร้าให้กับคนในสังคมเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางสำนักงานเขตจตุจักรได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียถึงยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูล ณ เวลา 12.25 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 33 ราย ซึ่งทั้งหมดสามารถระบุอัตลักษณ์ได้ครบถ้วนแล้ว

สำหรับสถานการณ์ของผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการคัดแยกกลุ่มอาการของผู้บาดเจ็บทั้งหมด 71 ราย ออกเป็นสีต่างๆ เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสม ดังนี้:

รายละเอียดการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

  • กลุ่มอาการสีแดง (อาการรุนแรง): 14 ราย
  • กลุ่มอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง): 9 ราย
  • กลุ่มอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย): 48 ราย (ซึ่งทุกคนได้รับการรักษาและเดินทางกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

ในขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสำนักงานเขตจตุจักร กู้ภัย และทางการแพทย์ กำลังร่วมมือกันอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย หากญาติของผู้ประสบเหตุต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องได้ที่ห้องโถงอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านฝ่ายปกครองได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-513-9713

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในกลุ่มสีแดงจะพ้นขีดอันตรายและได้รับความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญให้สถานประกอบการต่างๆ กลับมาตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยภายในร้านให้ได้มาตรฐานและมีความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – อัปเดตยอดผู้บาดเจ็บ “ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว” กลุ่มสีแดงอาการรุนแรง 14 ราย

โอกาสทองแรงงานไทย ไปทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา ถึง 31 ก.ค.นี้

โอกาสทองแรงงานไทย รับสมัครคนอายุ 20-45 ปี ไปทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา ถึง 31 ก.ค.นี้

ข่าวดีสำหรับใครที่กำลังมองหาลู่ทางไปทำงานต่างประเทศครับ! ล่าสุดกรมการจัดหางานได้เปิดโอกาสทองแรงงานไทย รับสมัครคนอายุ 20-45 ปี ไปทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา โดยงานนี้เป็นการจัดส่งแรงงานผ่านรัฐจัดส่ง ซึ่งการันตีความปลอดภัยและไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครหรือเดินทาง เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่พลาดไม่ได้จริงๆ สำหรับคนที่อยากได้งานรายได้ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ

รายละเอียดการสมัคร โอกาสทองแรงงานไทย รับสมัครคนอายุ 20-45 ปี ไปทำงานสิงคโปร์

สำหรับการเปิดรับสมัครรอบนี้ นายจ้างจากประเทศสิงคโปร์แจ้งความประสงค์รับแรงงานไทยเพื่อไปทำงานในบริษัทชั้นนำรวม 4 แห่ง ในหลากหลายตำแหน่ง เช่น ช่างเทคนิค ผู้ช่วยวิศวกร และพนักงานฝ่ายผลิต ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งงานที่ตลาดต้องการสูง โดยกรมการจัดหางานย้ำชัดว่า โอกาสทองแรงงานไทย รับสมัครคนอายุ 20-45 ปี ไปทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่โปร่งใส นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ RBA ทั้งค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าธรรมเนียมต่างๆ ครับ

คุณสมบัติของผู้สมัครที่น่าสนใจ:

  • ไม่จำกัดเพศ อายุระหว่าง 20-45 ปี
  • จบการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ม.6 ขึ้นไป
  • สภาพร่างกายสมบูรณ์ ตาไม่บอดสี และไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้

ตำแหน่งที่เปิดรับและค่าตอบแทน:

  • บริษัท Resonac HD Singapore: ช่างเทคนิคและผู้ช่วยวิศวกร เงินเดือนประมาณ 24,000 – 31,000 บาท
  • บริษัท Jabil Circuit: พนักงานฝ่ายผลิต เงินเดือนประมาณ 27,900 บาท
  • บริษัท ASE Singapore: ช่างเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญ เงินเดือนสูงสุดที่ประมาณ 39,000 บาท
  • บริษัท Ichor Systems: ผู้ช่วยวิศวกร รับค่าตอบแทนสูงสุดถึง 44,400 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสมัครได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้น หรือหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร 1506 กด 2 ครับ

ส่วนตัวผมมองว่าการไปทำงานต่างประเทศโดยผ่านหน่วยงานภาครัฐเป็นวิธีที่มั่นใจที่สุด ทั้งเรื่องสวัสดิการที่นายจ้างดูแลและกฎคุ้มครองแรงงานที่เข้มงวด ใครที่พร้อมพัฒนาทักษะตนเองและอยากแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสิงคโปร์ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้วครับ อย่าปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดมือไป รีบเตรียมเอกสารและสมัครกันก่อนปิดรับสมัครนะครับ

ที่มา – โอกาสทองแรงงานไทย รับสมัครคนอายุ 20-45 ปี ไปทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา ถึง 31 ก.ค.นี้

จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

เมื่อเร็วๆ นี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้นำคณะผู้บริหารเดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพของร้านอาหารไทยในต่างแดน โดยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม “Jasmine Thai” ร้านอาหารไทยชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจและดูแลสวัสดิภาพของพี่น้องแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด

ทำไม Jasmine Thai ถึงเป็นต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

การที่กระทรวงแรงงานเลือกมาศึกษาดูงานที่ร้าน Jasmine Thai นั้นไม่ถือเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะร้านนี้ได้รับการรับรองเครื่องหมาย “Thai Select” ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความเป็นไทยแท้ ที่สำคัญคือการสร้างแบรนด์จนมีสาขามากถึง 11 แห่งทั่วโตเกียว โดยทางกระทรวงได้ถอดบทเรียนสำคัญ 3 ประเด็น ดังนี้:

  • การบริหารจัดการธุรกิจ: การปรับตัวเข้ากับกลไกตลาดญี่ปุ่นและกฎระเบียบที่เข้มงวดของร้าน จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาร้านไทยอื่นๆ
  • การยกระดับแรงงาน (Upskilling): การสนับสนุนให้กุ๊กและพนักงานในร้านมีทักษะความเป็นมืออาชีพ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในญี่ปุ่น
  • การติดตามสวัสดิภาพ: การดูแลความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในญี่ปุ่นให้ได้มาตรฐาน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายจุลพันธ์ยังได้พบปะพูดคุยกับแรงงานกุ๊กไทย พร้อมประกอบพิธีมอบเครื่องหมายรับรองสถานประกอบกิจการที่จ้างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติระดับ Gold ซึ่งถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทั้งผู้ประกอบการและตัวแรงงานเองให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นทูตวัฒนธรรมอาหารไทยในแดนปลาดิบ

ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Jasmine Thai ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ขายนอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่แรงงานไทยสามารถทำได้ในเวทีโลก นายจุลพันธ์ย้ำว่า กระทรวงแรงงานพร้อมสนับสนุนและดูแลแรงงานไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างแดน และถือว่า จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง เป็นก้าวสำคัญในการส่งออก Soft Power ของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องธุรกิจ แต่หัวใจสำคัญคือ “คน” ที่ผ่านการฝึกฝนมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้ร้านอาหารไทยอื่นๆ นำไปปรับใช้ เพื่อให้ร้านอาหารไทยในต่างแดนเปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่นและมีมาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าคุณจะไปเยือนประเทศไหนก็ตาม ความเป็นมืออาชีพของคนไทยจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ที่มา – “จุลพันธ์” เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม “Jasmine Thai” ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะดังฟุตบอลโลก คนที่ 41

ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะดังฟุตบอลโลก คนที่ 41

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมทายชื่อนักเตะสุดหินของเรา! วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งกับความสนุกที่คอแฟนบอลห้ามพลาด กับเกม ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะดังฟุตบอลโลก คนที่ 41 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความจำและสถิติฟุตบอลของคุณว่าแม่นยำแค่ไหน หากคุณเป็นแฟนตัวยงของมหกรรมลูกหนังระดับโลก นี่คือโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองแล้วครับ

กติกาการเล่น ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะดังฟุตบอลโลก คนที่ 41

กติกานั้นแสนง่ายดาย เราจะมีนักฟุตบอลปริศนาให้คุณทายในแต่ละวัน หน้าที่ของคุณคือการเดาชื่อนักเตะให้ถูกโดยใช้คำใบ้ให้น้อยที่สุด ยิ่งคุณทายถูกเร็วเท่าไหร่ คะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ทุกครั้งที่คุณทายผิด เราจะเปิดเผยคำใบ้ชิ้นใหม่ให้คุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใกล้คำตอบมากขึ้น

สำหรับคะแนนที่ถือว่าเยี่ยมยอดคือการทายถูกภายใน 3 ครั้ง หากได้ 4 หรือ 5 ครั้งก็นับว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ ความท้าทายของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าคุณรู้จักประวัติศาสตร์ฟุตบอลดีแค่ไหน

ทำไมต้องร่วมสนุกกับ ฉันคือใคร? ทายชื่อนักเตะดังฟุตบอลโลก คนที่ 41

นอกจากจะได้ลุ้นสนุกๆ แล้ว เกมนี้ยังช่วยเก็บรวบรวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับตำนานนักเตะในฟุตบอลโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถิติการยิงประตู การคว้าแชมป์ หรือการสร้างชื่อในทัวร์นาเมนต์สำคัญ เราเชื่อว่าแฟนบอลตัวจริงจะต้องสนุกกับคำใบ้ที่ซ่อนอยู่แน่นอน

หากคุณอยากลับสมองให้คมอยู่เสมอ อย่าลืมกลับมาทายชื่อนักเตะกับเราได้ใหม่ทุกวัน หรือถ้าใครยังไม่จุใจ สามารถแวะไปที่หน้า Football Quizzes ของเราเพื่อสนุกกับแบบทดสอบอื่น ๆ ต่อได้เลยครับ อย่าลืมกดติดตามเพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในอนาคต

สุดท้ายนี้ เราอยากท้าให้คุณมาลองเล่นและดูว่าวันนี้คุณจะทายถูกภายในกี่ครั้ง อย่าลืมแชร์คะแนนของคุณให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยล่ะ แล้วมาเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา เพื่อทบทวนสิทธิบัตรคนจน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ใครที่กำลังรอผลหรืออยากยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ โดยเฉพาะใครที่เป็นนักศึกษาอยู่ แล้วเกิดปัญหาเรื่องคุณสมบัติไม่ผ่านในการสมัครโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เพราะตอนนี้ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดช่องทางพิเศษให้เราสามารถยื่น ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา ได้อย่างสะดวกสบายเลยครับ

ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา เพื่อทบทวนสิทธิบัตรคนจน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมชื่อเราถึงไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่เราก็เป็นนักศึกษา การที่เราเร่งดำเนินการ ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา ให้ถูกต้องนั้นสำคัญมากครับ เพราะหากข้อมูลสถานะนักศึกษาในฐานระบบของกระทรวงฯ ไม่ตรงกับที่ทางกระทรวงการคลังมีอยู่ ก็อาจจะทำให้เสียสิทธิในส่วนนี้ไปได้ง่ายๆ ดังนั้นการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันจึงเป็นขั้นตอนที่พลาดไม่ได้เลยครับ

ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา ด้วยตัวเอง

หากคุณตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์ และคิดว่าน่าจะเกิดจากข้อมูลสถานะนักศึกษา ให้รีบดำเนินการดังนี้ครับ:

  • เข้าเว็บไซต์ที่ทาง อว. กำหนดโดยเฉพาะที่ https://stdstatus.mhesi.go.th/
  • กรอกข้อมูลรายละเอียดตามแบบฟอร์มออนไลน์ให้ครบถ้วนและถูกต้อง
  • หากใครเคยส่งอีเมลไปที่ [email protected] แล้ว ไม่จำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มซ้ำนะครับ เพราะทางเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลแล้ว

หลังจากที่ส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทาง สป.อว. จะประสานงานไปยังสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดเพื่อตรวจสอบสถานะจริง และส่งข้อมูลที่ถูกต้องกลับไปยังกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาทบทวนสิทธิให้อีกครั้งครับ สิ่งสำคัญคือหลังจากส่งเรื่องไปแล้ว ต้องหมั่นคอยติดตามประกาศผลจากทางกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา ผมแนะนำให้รีบทำภายในช่วงเวลานี้ก่อนที่จะหมดเขตทบทวนสิทธิ เพราะสิทธิต่างๆ ที่เราควรได้รับนั้นมีค่ามากครับ การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อกรอกข้อมูลในระบบ อาจช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้นผ่านโครงการสวัสดิการจากรัฐครับ

หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดที่หน้าเว็บไซต์ของ อว. ได้โดยตรง และที่สำคัญอย่าหลงเชื่อลิงก์ปลอมหรือการหลอกลวงจากมิจฉาชีพนะครับ ให้เข้าผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเราเองครับ

ที่มา – อว.เปิดช่องทาง “ตรวจสอบข้อมูลสถานะการเป็นนักศึกษา” สำหรับทบทวนสิทธิ “บัตรคนจน”