วัน: 18 กรกฎาคม 2026

อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ

อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ

เป็นที่ฮือฮาและน่าจับตามองอย่างมาก เมื่ออนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ ในการเยือนนครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมคณะรัฐมนตรี ได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” เพื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากเหล่านักธุรกิจระดับบิ๊กเนมของไทยกว่า 150 ราย ที่ตบเท้าเดินทางไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในแดนมังกร

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น โดยท่านนายกฯ อนุทิน ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “กำแพง” หรือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ให้เกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกอำนวยความสะดวกจากภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุน

ศักยภาพของบิ๊กเนมไทยกับการเติบโตในอนาคต เมื่อ “อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ”

การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับประทานอาหารร่วมกันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, กลุ่มเซ็นทรัล, อมตะ, เครือสหพัฒน์ และกลุ่มธุรกิจ TCP ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการ Thailand FastPass ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเร่งขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น จนสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทในปีนี้

รายชื่อผู้บริหารระดับแนวหน้าที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
  • นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อมตะ (AMATA)
  • นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป
  • นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP

การแสดงจุดยืนของนายกรัฐมนตรีในเวทีระดับโลกนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภายในประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อธุรกิจไทยสู่เวทีโลก การที่ท่านนายกฯ ย้ำว่า อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ นั้น เปรียบเสมือนการปลดล็อกความกังวลของนักลงทุน เพราะรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอและนำไปเจรจาต่อยอดกับรัฐบาลจีนโดยตรง

บทเรียนสำคัญจากการพบปะครั้งนี้ คือการเห็นพลังของภาคเอกชนไทยที่พร้อมลุยและปรับตัวเข้ากับโลกธุรกิจยุคใหม่ หากภาครัฐทำหน้าที่เป็นหลังพิงที่มั่นคงและช่วยจัดการอุปสรรคทางการค้าให้ราบรื่น เชื่อว่าโอกาสใหม่ๆ จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมหาศาลครับ

ที่มา – “อนุทิน” เปิดโต๊ะอาหารกลางวันฟังบิ๊กเนมเอกชนไทย ลั่นรัฐบาลพร้อมเป็นกำแพงหนุนจับคู่ธุรกิจ

พร้อมพงศ์วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

พร้อมพงศ์วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นประเด็นที่พูดถึงกันหนาหูในช่วงนี้ สำหรับการประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งล่าสุดทางคุณพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางภาครัฐหันกลับมาตรวจสอบและปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ อีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ ต้องเสียสิทธิตามความคาดหวังครับ

ปัญหาการตกหล่นจากฐานข้อมูลเดิมที่ล้าหลัง

คุณพร้อมพงศ์ได้หยิบยกประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พร้อมพงศ์วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะจากการลงพื้นที่พบว่าข้อมูลบางอย่างยังไม่เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะเคสของผู้ที่เคยมีชื่อถือครองยานพาหนะแต่ขายไปนานแล้ว หรือกรณีที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้มีส่วนได้เสียจริง ซึ่งข้อผิดพลาดเชิงเทคนิคเหล่านี้ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้ประทังชีวิต

ทางรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับประเด็นหลักคือ:

  • เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด
  • ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการยื่นอุทธรณ์
  • ช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น

หลายครอบครัวมีความหวังว่าบัตรใบนี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายรายวันได้จริง เมื่อการตรวจสอบคุณสมบัติยังมีความคลาดเคลื่อนเช่นนี้ จึงเกิดคำถามตามมาว่าเราจะทำอย่างไรให้ความช่วยเหลือส่งไปถึงมือผู้ที่สมควรได้รับจริงๆ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายภาครัฐ

การที่ พร้อมพงศ์วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการท้วงติง แต่เป็นการส่งเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ เพื่อให้กลไกการเยียวยาของรัฐมีความโปร่งใส ยุติธรรม และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริงครับ สุดท้ายนี้ผมอยากฝากไว้ว่า การดูแลประชาชนให้ทั่วถึงคือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ หากรัฐบาลสามารถปรับจูนเงื่อนไขให้เข้ากับสถานการณ์จริงได้ เชื่อว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องคนไทยจะดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “พร้อมพงศ์”วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนประชาชนเสียโอกาส

ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน อย่างดุเดือดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยทางฝั่งนายธนกรยืนยันว่า ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน และมองว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเสถียรภาพ โดยนายธนกรตั้งคำถามกลับว่าไปนำความมั่นใจมาจากไหน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทุกกระทรวงภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังทำงานกันอย่างหนักและมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างมาก

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นอกจากประเด็นเรื่องเสถียรภาพแล้ว นายธนกรยังได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมยื่น ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน โดยมองว่าฝ่ายค้านควรกลับไปทบทวนข้อเท็จจริงให้ดีเสียก่อนที่จะเดินหน้ายื่นซักฟอก ไม่ใช่ยื่นเพียงเพราะเห็นว่าเป็นประเพณีหรือต้องการคะแนนเสียงทางการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยเขามองว่าหากไม่มีข้อมูลของการทุจริตที่ชัดเจน ก็ควรปล่อยให้รัฐบาลได้บริหารประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ต่อไปจะดีกว่า

  • รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการไทยช่วยไทยพลัส
  • ทุกกระทรวงทำงานประสานงานกันอย่างไหลลื่น
  • ฝ่ายค้านควรเน้นตรวจสอบเชิงข้อมูลที่ชัดเจน
  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

นายธนกรย้ำทิ้งท้ายว่า หากฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะล้มรัฐบาลได้ ตนก็มั่นใจเช่นกันว่าเสียงสนับสนุนในฝั่งของรัฐบาลนั้นมีความเข้มแข็งและหนียวแน่นมากพอที่จะผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรมีประเด็นเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่ชัดเจน ไม่ใช่การตั้งแง่เพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาลในการดูแลประชาชน ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบเป็นสิ่งที่ดีในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและการสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด

ที่มา – “ธนกร” โต้ “เท้ง” มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ฝ่ายค้านล้มไม่ลงแน่นอน

เจาะลึก พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring รถไฟฟ้าตัวแรง

เชื่อว่าแฟนคลับค่ายใบพัดสีฟ้าต้องตื่นเต้นแน่นอน เพราะล่าสุดได้มีภาพหลุดของรถต้นแบบ พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring (NA1) โมเดลปี 2027 วิ่งทดสอบบนถนนสาธารณะในมาดสีดำดุดัน บ่งบอกถึงความพร้อมในการเปิดตัวรถสเตชันแวกอนพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวจริงที่หลายคนรอคอย ซึ่งการปรากฏตัวครั้งนี้ช่วยยืนยันโครงสร้างตัวถังที่ดูโฉบเฉี่ยวและมีความทะเยอทะยานสูงมากในตระกูลซีรีส์ 3

ดีไซน์และสมรรถนะของ พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring

แม้ว่าการทดสอบจะยังปิดบังส่วนหน้าและส่วนท้ายไว้ด้วยสติกเกอร์ลายพราง แต่ดีไซน์โดยรวมของ พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring กลับแสดงให้เห็นถึงเส้นสายด้านข้างที่ดูทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ตามแนวคิด Neue Klasse พื้นที่กระจกห้องโดยสารและบานประตูถูกเปิดให้เห็นความงดงามของการออกแบบ ซึ่งสะท้อนถึงการเน้นประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่วิศวกรของ BMW ตั้งใจออกแบบมาเพื่อรีดสมรรถนะการขับขี่ให้ได้สูงสุด

สเปกเทคโนโลยีแห่งอนาคต

สำหรับหัวใจหลักที่ซ่อนอยู่ภายใน พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring คาดการณ์ว่าจะยกเทคโนโลยีมาจากเวอร์ชันซีดานแบบจัดเต็ม โดยรุ่นท็อปอาจมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้พละกำลังระดับ 463 แรงม้า และแบตเตอรี่ความจุ 108.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งรองรับการชาร์จเร็ว DC Fast Charge ที่สามารถทำเวลาได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมี:

  • ระบบหน้าจอ Panoramic Screen พาดยาวตลอดแนวคอนโซล
  • จอแสดงผลส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 17.3 นิ้ว
  • ระยะทางวิ่งสูงสุดที่อาจทะลุมากกว่า 900 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

หลายคนอาจสงสัยว่ารถแวกอนไฟฟ้าคันนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดราคาอย่างเป็นทางการ แต่หากเทียบกับราคาขายในตลาดต่างประเทศแล้ว ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองมากที่สุดสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการทั้งพื้นที่ใช้สอยและความแรงในคราวเดียว

ในความเห็นของผม แม้โอกาสที่ BMW Group Thailand จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยจะมีความเป็นไปได้น้อยเนื่องจากความนิยมของรถสเตชันแวกอนในบ้านเรายังอยู่ในวงจำกัด แต่ก็ถือเป็นการตอกย้ำว่า BMW กำลังเดินหน้าสู่ยุคไฟฟ้าโดยไม่ทิ้งกลิ่นอายความสปอร์ตที่แฟนๆ ชื่นชอบ หากใครมีกำลังทรัพย์และเป็นสาวก BMW ตัวจริง รุ่นนี้ถือว่าน่าสะสมเป็นอย่างยิ่งครับ

ที่มา – พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring

CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบพยาธิ

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยเฉพาะเมนูทาโก้น่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์ดังอย่าง Taco Bell กันดี แต่ล่าสุดมีเรื่องต้องให้ระวังกันยกใหญ่ครับ เพราะทาง CDC ได้ออกมาประกาศเตือนให้ประชาชนงดรับประทานผักกาดหอมไอซ์เบิร์กในร้าน Taco Bell บางสาขา เนื่องจากพบว่าเป็นต้นตอของการระบาดของพยาธิไซโคลสปอรา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคในขณะนี้

CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสอบสวนร่วมกันระหว่าง CDC และ FDA หลังจากมีผู้ป่วยท้องร่วงรุนแรงพุ่งสูงกว่า 5,000 ราย โดยพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ รัฐอินเดียนา, เคนทักกี, มิชิแกน, โอไฮโอ และเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งทาง Taco Bell ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งเรียกคืนผักกาดหอมจากซัพพลายเออร์ที่คาดว่าจะเป็นต้นตอการปนเปื้อนทันที

ทำความรู้จักกับเจ้าพยาธิไซโคลสปอราที่ถูกพูดถึง

สำหรับใครที่สงสัยว่า CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา นั้น ตัวพยาธิไซโคลสปอรานี้เป็นปรสิตตัวเล็กจิ๋วที่มักจะปนเปื้อนมากับน้ำหรืออาหาร โดยเฉพาะผักสดที่เพาะปลูกด้วยน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ หากใครได้รับเชื้อเข้าไป มักจะมีอาการท้องร่วงเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และบางรายอาจมีอาการถ่ายบ่อยร่วมด้วย

ในส่วนของต้นตอการปนเปื้อน ทางบริษัทผู้จัดหาผักอย่าง Taylor Fresh Foods ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผลการตรวจชี้ไปที่ฟาร์มอิสระแห่งหนึ่งในเม็กซิโกตอนกลาง ทำให้ทางแบรนด์ตัดสินใจเปลี่ยนซัพพลายเออร์และถอดเมนูที่มีผักดังกล่าวออกจากห่วงโซ่อุปทานทันที เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกคน การกระทำนี้ถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานที่ร้านอาหารต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก

หลายคนอาจกังวลว่า แล้วถ้าไม่ทาน Taco Bell จะปลอดภัยไหม? ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า การระบาดครั้งนี้อาจขยายวงกว้างกว่าแค่ทางร้าน เพราะผู้ป่วยบางรายไม่ได้ทานอาหารจากร้านนี้เลย ดังนั้นจึงต้องมีการเฝ้าระวังผักจากซัพพลายเออร์รายเดียวกันว่าถูกกระจายไปที่ไหนอีกบ้าง

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • ล้างผักด้วยน้ำสะอาดให้ทั่วถึงก่อนทานเสมอ
  • หลีกเลี่ยงผักสดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหากอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด
  • หากมีอาการท้องร่วงรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง

ท้ายที่สุด การระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากสภาพอากาศและการบริหารจัดการฟาร์ม แม้เรื่องนี้จะน่ากังวลแต่เราสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเลือกทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกหรือล้างสะอาดเสมอ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงในระยะเวลาอันสั้นและไม่มีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีกครับ

ที่มา – CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา

ผู้นำฝ่ายค้าน รุดติดตามเหตุระเบิดปั๊มที่นราฯ

ผู้นำฝ่ายค้าน รุดติดตามเหตุระเบิดปั๊มที่นราฯ พร้อมรับฟังปัญหาจากพื้นที่

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามคดีระเบิดปั๊มน้ำมัน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ ผู้นำฝ่ายค้าน รุดติดตามเหตุระเบิดปั๊มที่นราฯ รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการหาแนวทางป้องกันในระยะยาว

เสียงสะท้อนจากหน่วยความมั่นคงและการปฏิบัติงานจริง

จากการรายงานของ กอ.รมน. และกรมทหารพรานที่ 44 พบว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความซับซ้อน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม BRN อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของอัตรากำลังพลที่ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบัน ทางด้านทหารได้สะท้อนปัญหาอย่างตรงไปตรงมาว่า ด้านทหารสะท้อน กำลังพลไม่พอรับมือ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ทุกจุด เนื่องมีการปรับลดกำลังพลลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

  • การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดอย่างเป็นธรรม
  • ปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในพื้นที่เสี่ยงภัย
  • แนวทางการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในแหล่งชุมชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า ทางพรรคประชาชนและฝ่ายค้านพร้อมที่จะผลักดันการจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัยและจำเป็น เพื่อเสริมศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น การที่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลผู้ก่อเหตุได้แล้ว เป็นก้าวสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด

ในฐานะมุมมองจากผู้ติดตามสถานการณ์ ปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่แค่เรื่องของกองกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการสื่อสารระหว่างฝ่ายการเมืองและผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน การที่ ผู้นำฝ่ายค้าน รุดติดตามเหตุระเบิดปั๊มที่นราฯ และลงลึกถึงปัญหาอย่าง ด้านทหารสะท้อน กำลังพลไม่พอรับมือ จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าภาครัฐจะหันมาทบทวนรูปแบบการจัดวางกำลังและทรัพยากรใหม่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการพิจารณาใหม่ของฝ่ายการเมืองจะเปลี่ยนบทบาทของกองกำลังในพื้นที่ไปในทิศทางใด

ที่มา – ผู้นำฝ่ายค้าน รุดติดตามเหตุระเบิดปั๊มที่นราฯ ด้านทหารสะท้อน กำลังพลไม่พอรับมือ

รัฐบาลเร่งแก้ปมบัณฑิตจบใหม่ตกงาน ผนึก 35 บิ๊กเอกชน

เชื่อว่าน้องๆ บัณฑิตจบใหม่หลายคนกำลังเผชิญกับความกังวลใจเรื่องการหางานทำในยุคปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดมีข่าวดีที่น่าสนใจมาก เมื่อรัฐบาลเร่งแก้ปมบัณฑิตจบใหม่ตกงาน ผนึก 35 บิ๊กเอกชนสร้างแรงงานทักษะสูง จัดคนตรงงาน เพื่อปิดช่องว่างปัญหา Skill Mismatch ที่กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ

รัฐบาลเร่งแก้ปมบัณฑิตจบใหม่ตกงาน ผนึก 35 บิ๊กเอกชน สร้างแรงงานทักษะสูง จัดคนตรงงาน

จากการสำรวจข้อมูลบนแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ของกระทรวงแรงงาน พบความจริงที่น่าตกใจว่ามีตำแหน่งงานว่างสะสมสูงถึง 3.1 แสนอัตรา แต่กลับมีบัณฑิตจบใหม่กว่า 2.5 หมื่นคนยังคงว่างงานอยู่ นั่นเป็นเพราะทักษะที่มีอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกยุคใหม่ ดังนั้นการที่ภาครัฐจับมือกับ 35 บริษัทชั้นนำจึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาไปสู่คนทำงานมืออาชีพที่บริษัทต่างมองหา

แนวทางสร้างโอกาสให้บัณฑิตผ่านโครงการความร่วมมือ

โปรเจกต์นี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การประกาศหางานทั่วไป แต่เน้นการสร้าง Ecosystem ของการทำงาน ดังนี้:

  • Upskilling & Reskilling: พัฒนาทักษะใหม่ให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ช่วยให้บัณฑิตเรียนรู้ได้เร็วและเริ่มงานได้ทันที
  • Data-Driven Matching: ใช้แพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เป็นศูนย์กลางในการจับคู่งานให้แม่นยำที่สุด
  • ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่: เน้นการสร้างทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมูลค่าสูง

หลายคนอาจสงสัยว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้จะช่วยน้องๆ บัณฑิตจบใหม่ได้อย่างไร? คำตอบคือมันช่วยลดระยะเวลาในการปรับตัวครับ เพราะเมื่อมีความรู้ที่ตรงจุดและได้เจอกับบริษัทที่พร้อมรับเข้าทำงานโดยตรงตั้งแต่วันแรก ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือรายได้ที่มั่นคงและโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานที่เร็วกว่าเดิม

หากคุณเป็นหนึ่งในบัณฑิตที่กำลังมองหาโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานในสาขาที่เรียนมาหรือต้องการอัปเกรดทักษะเพื่อไปสู่งานที่ใช่ อย่าลืมเข้าไปอัปเดตประวัติในเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ” หรือสอบถามผ่านสายด่วน 1506 กด 2 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารงานที่ตรงกับความสนใจครับ การมีทักษะดีที่ถูกที่ถูกเวลานั้นสำคัญกว่าแค่การมีตำแหน่งงานลอยๆ อยู่เสมอ

ที่มา – รัฐบาลเร่งแก้ปมบัณฑิตจบใหม่ตกงาน ผนึก 35 บิ๊กเอกชน สร้างแรงงานทักษะสูง จัดคนตรงงาน

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับแฟนๆ นักลงทุนทองคำทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ราคาทองกันหน่อยครับ เรียกได้ว่าเช้าวันนี้ตลาดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก เพราะราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด เปิดตลาดมาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีถึง 350 บาท ทำเอาหลายคนจับตามองกันอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อขายทองคำ ต้องบอกก่อนว่าราคามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สำหรับข้อมูลล่าสุดที่สมาคมค้าทองคำประกาศเมื่อเวลา 9.02 น. ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,050 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 64,850 บาท ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงทิศทางตลาดในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

สรุปภาพรวม ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

การปรับตัวขึ้นของราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อตลาดโลก ซึ่งนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบราคา ณ ช่วงเวลาที่จะทำธุรกรรมอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีการปรับเปลี่ยนระหว่างวันได้ตลอดครับ

รายละเอียดราคาทองในน้ำหนักต่างๆ มีดังนี้ครับ:

  • ทองคำแท่ง 1 บาท: รับซื้อ 63,850.00 ขายออก 64,050.00 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท: รับซื้อ 62,580.48 ขายออก 64,850.00 บาท
  • ทอง 2 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 32,025.00 บาท
  • ทอง 1 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 16,012.50 บาท
  • ทองครึ่งสลึง: ทองคำแท่งขายออก 8,006.25 บาท

ข้อควรทราบคือ ราคาที่นำเสนอมานี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ ซึ่งแต่ละร้านอาจมีราคาแตกต่างกันไปตามฝีมือช่างและค่าดำเนินการของร้านนั้นๆ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าร้านทอง อย่าลืมสอบถามเจ้าหน้าที่ให้แน่ใจอีกครั้งนะครับ

การลงทุนในทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในสายตาของนักลงทุนหลายคน แต่ด้วยความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ การวางแผนและการกระจายความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ หวังว่าข้อมูลราคาทองวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของทุกคนนะครับ

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด เปิดตลาดปรับเพิ่ม 350 บาท

ผู้ลงทะเบียนบัตรคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด” เช็กข้อมูลฟรีขนส่งทั่วประเทศ

เชื่อว่าหลายคนที่พลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด คงรู้สึกกังวลใจไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุผลว่ามี ผู้ลงทะเบียนบัตรคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด” ทั้งที่บางคนอาจจะขายรถไปนานแล้ว หรือถูกผู้อื่นนำชื่อไปแอบอ้างโดยไม่รู้ตัว วันนี้เรามีข่าวดีและคำแนะนำดีๆ มาฝากกันครับ

ผู้ลงทะเบียนบัตรคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด” เช็กข้อมูลฟรีขนส่งทั่วประเทศ

รัฐบาลได้ออกมาขานรับปัญหาดังกล่าว โดยกรมการขนส่งทางบกพร้อมเปิดให้ประชาชนที่ประสบปัญหาตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถยนต์ได้ฟรีที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพื่อนำหลักฐานไปยื่นอุทธรณ์รักษาสิทธิ์ของตนเองได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วครับ

วิธีเช็กข้อมูลและแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ลงทะเบียนบัตรคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด”

หากคุณตรวจสอบสิทธิ์แล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากการครอบครองรถยนต์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ต้องตกใจไปครับ ให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

  • เตรียมเอกสารสำคัญ: พกบัตรประจำตัวประชาชนใบจริงไปเพียงใบเดียวก็สามารถทำรายการได้
  • Walk-in เข้าติดต่อ: เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องจองคิวล่วงหน้า
  • แจ้งเจ้าหน้าที่: ทำเรื่องตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถและแจ้งปัญหาความไม่ถูกต้องที่พบ

เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM) ซึ่งหากพบว่าข้อมูลทางทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง ทางกรมการขนส่งจะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องให้ทันที เพื่อให้คุณนำเอกสารไปประกอบการยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่องทางของภาครัฐต่อไปครับ

การที่รัฐบาลเปิดให้เช็กข้อมูลฟรีแบบนี้ ถือเป็นโอกาสทองที่ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรปล่อยผ่านครับ อย่าปล่อยให้สิทธิ์ของคุณต้องสูญเสียไปเพียงเพราะข้อมูลทางทะเบียนรถไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีรายชื่อติดค้างอยู่ในระบบโดยไม่เจตนา แนะนำให้เร่งดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวท่านเองและครอบครัวครับ

ที่มา – ผู้ลงทะเบียนบัตรคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ “กรรมสิทธิ์รถเกินกว่าที่กำหนด” เช็กข้อมูลฟรีขนส่งทั่วประเทศ