วัน: 25 กรกฎาคม 2026

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร?

ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังจากการก้าวผ่านยุคสมัยของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า คำถามที่แฟนบอลต่างเฝ้าถามคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกองกลางตัวเก่งรายนี้กำลังเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัดและมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในอนาคต

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร?

ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า กุนซือคนใหม่ที่เน้นเรื่อง “Positional Play” หรือการยืนตำแหน่งที่แม่นยำดุจหมากรุก การขาดหายไปของ โรดรี ไม่ใช่แค่การขาดผู้เล่นตัวหลัก แต่เป็นการขาด “ตัวหมาก” สำคัญที่เชื่อมเกมระหว่างแนวรับและเกมรุกเข้าด้วยกัน มาเรสก้าได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขายังคงต้องการให้กองกลางชาวสเปนรายนี้อยู่กับทีมต่อไปเพื่อรักษาความสมดุลของแผนการเล่น

ศักยภาพของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร ในเชิงแท็กติก

หากเราวิเคราะห์แนวทางการทำทีมของมาเรสก้า เราจะเห็นว่าเขาชอบนักเตะที่มีความสารพัดประโยชน์ เช่น การที่เขาดึงตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน มาร่วมทีม ซึ่งนักเตะรายนี้มีความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งมิดฟิลด์ หรือแม้แต่การช่วยลงไปเล่นในแนวรับ การมีผู้เล่นแบบนี้ช่วยให้ทีมสามารถหมุนเวียนตำแหน่งกันได้ตามสถานการณ์คล้ายกับที่ จอห์น สโตนส์ เคยทำไว้ในช่วงคว้าทริปเปิลแชมป์

  • การใช้ผู้เล่นสารพัดประโยชน์แทนที่ตำแหน่งเดิม
  • การวางแผนระบบ 3-2-2-3 เพื่อคุมโซนพื้นที่กลางสนาม
  • การเน้นคว้าตัวดาวรุ่งที่มีความเข้าใจในแท็กติกสูง

แม้ว่าการขาดหายไปของนักเตะระดับบัลลงดอร์จะมีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มาเรสก้าเป็นกุนซือที่เชี่ยวชาญในการหาตำแหน่งใหม่ๆ ให้กับผู้เล่นเดิม การที่เขาเคยปรับเปลี่ยนบทบาทของนักเตะที่เชลซีมาแล้ว ทำให้เราพอจะเห็นภาพว่า หากไม่มีโรดรีจริงๆ ทีมอาจเปลี่ยนมาใช้วิธีการกระจายภาระหน้าที่ให้ทั่วถึงมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว โจทย์สำคัญของมาเรสก้าคือการทำให้นักเตะในทีมเข้าใจกลยุทธ์ของเขาอย่างลึกซึ้ง หากทุกคนเข้าใจว่าต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดเมื่อเสียบอล หรือเมื่อต้องเซ็ตเกมรุก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะรับมือกับปัญหาเรื่อง โรดรี อย่างไร ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะระบบของทีมที่แข็งแกร่งย่อมอยู่เหนือตัวบุคคลเสมอ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทบทวนเงื่อนไข บัตรคนจน เข้า ครม. 27 ก.ค. นายกฯ สั่งเอาความเดือดร้อนเป็นตัวตั้ง

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์เรื่องสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับ ทบทวนเงื่อนไข บัตรคนจน เข้า ครม. 27 ก.ค. นายกฯ สั่งเอาความเดือดร้อนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนที่ลำบากจริง ๆ จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง หลังจากที่มีประเด็นเรื่องผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 9.3 ล้านคนออกมาเรียกร้องสิทธิกันไปก่อนหน้านี้

ทบทวนเงื่อนไข บัตรคนจน เข้า ครม. 27 ก.ค. นายกฯ สั่งเอาความเดือดร้อนเป็นตัวตั้ง

การประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะมาถึงในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นวาระสำคัญที่กระทรวงการคลังจะเร่งนำเรื่องการทบทวนคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนมาเสนอ โดยทางฝั่งของท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างชัดเจนว่า ให้ยึดเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นโจทย์หลัก เพื่อปรับแก้เงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวัน

รายละเอียดการปรับปรุงสิทธิและกรอบเวลาโครงการ

สำหรับประเด็นเรื่อง ทบทวนเงื่อนไข บัตรคนจน เข้า ครม. 27 ก.ค. นายกฯ สั่งเอาความเดือดร้อนเป็นตัวตั้ง นั้น ครอบคลุมไปถึงการขยายเวลาการรับสิทธิและการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งถือเป็นข่าวดีของใครหลายคน โดยมีสรุปสาระสำคัญดังนี้ครับ:

  • ขยายเวลาการรับสิทธิสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
  • ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อให้กลุ่มที่ตกหล่นได้มีเวลาเตรียมเอกสาร
  • ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มได้รับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

ความตั้งใจของรัฐบาลในครั้งนี้คือการต้องการส่งความช่วยเหลือไปให้ถึงมือ “คนจนตัวจริง” ให้ได้มากที่สุด และการที่นายกฯ ลงมาสั่งการด้วยตัวเองแบบนี้ ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม และพร้อมจะปรับตัวเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม

สำหรับใครที่ยังอยู่ในระหว่างรอดำเนินการ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์หน้า เพราะการปรับเงื่อนไขครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณได้รับสิทธิในรอบนี้ครับ ส่วนตัวมองว่าการเอางบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ เป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุดแล้ว หวังว่าการประชุมวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุปที่ถูกใจประชาชนทุกคนครับ

ที่มา – ทบทวนเงื่อนไข “บัตรคนจน” เข้า ครม. 27 ก.ค. นายกฯ สั่งเอาความเดือดร้อนเป็นตัวตั้ง

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

เชื่อว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่เหล่าบรรดาผู้ที่ยังคงระลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักของใครหลายคนเตรียมตัวมารวมพลังกันอีกครั้ง

“วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ ซึ่งสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติต้มยำกุ้งได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ การที่ “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค. จึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานวันเกิดทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความผูกพันและคุณค่าที่อดีตนายกฯ เคยสร้างไว้ให้กับประเทศไทย

บรรยากาศและการรวมตัวของคนรักทักษิณ

สำหรับงานวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร ในปีนี้ ซึ่งจะมีอายุครบ 77 ปี นายวรชัยตั้งใจจัดงานขึ้นที่ร้านอาหารจุ่มดาด กม.6 ซอยรามอินทรา 40 เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ยังรักและระลึกถึงท่านได้มีพื้นที่แสดงพลัง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมสำคัญดังนี้:

  • การรวมพลังให้กำลังใจอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
  • การแลกเปลี่ยนมุมมองถึงผลงานในอดีตที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
  • แสดงจุดยืนของกลุ่มคนรักประชาธิปไตย

นายวรชัยยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันว่า การแจกปลาอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับการสอนให้หาปลาเหมือนในอดีต การรวมตัวครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการย้ำเตือนถึงแนวทางการบริหารที่ประชาชนเคยสัมผัสและชื่นชอบ ซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับรุ่นเก่าหรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจในการเมือง การไปร่วมงานวันเกิดในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการได้เห็นพลังของกลุ่มคนที่ยังคงมีความหวังและศรัทธาในทิศทางของบ้านเมืองที่เคยรุ่งเรือง หวังว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพลังประชาชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้การเมืองไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหมายครับ

ที่มา – “วรชัย” ชวนคนรัก “ทักษิณ ชินวัตร” แสดงพลังรวมตัวจัดงานวันเกิด 26 ก.ค.

รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกรณีเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้แจงความคืบหน้าเรื่องการขอรับเงินเยียวยา โดยยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบอย่างเป็นธรรมที่สุด

ในประเด็นเรื่อง รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ นั้น ทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้อธิบายรายละเอียดว่า รัฐบาลมีความเข้าใจและเห็นใจผู้ประกอบการเป็นอย่างดี แต่การจ่ายเงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยนั้น มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชน

รายละเอียดการตรวจสอบการเยียวยาผู้ประสบเหตุ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งระดมความช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ทางภาครัฐได้สรุปผลการดำเนินการไว้ดังนี้:

  • สถานีบริการน้ำมันได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยและบริษัทต้นสังกัด รวมแล้วกว่า 3.05 ล้านบาท ทำให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ
  • ร้านสะดวกซื้อได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทต้นสังกัดกว่า 9 ล้านบาท
  • ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้รับเงินช่วยเหลือครบถ้วนจากหลายแหล่งงบประมาณรวมกว่า 62 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เจ้าของปั๊มได้มาเรียกร้องนั้น ทางคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยได้ชี้แจงว่า ไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาซ้ำในความเสียหายที่ได้รับการดูแลจากประกันภัยและบริษัทต้นสังกัดไปแล้วได้ เพราะ รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ เรื่องการไม่จ่ายชดเชยซ้ำซ้อน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

สุดท้ายนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าทุกคำร้องทุกกรณีจะได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบที่สุด โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านไปแล้ว แต่รัฐบาลยังคงเฝ้าติดตามและดูแลผู้ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หวังว่าความชัดเจนในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเหตุผลทางงบประมาณของรัฐบาลมากขึ้นครับ

ที่มา – รัฐบาลแจงเจ้าของปั๊มที่กันทรลักษ์ จรวด BM-21 ตกใส่ จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยก

เชื่อว่าคงไม่มีใครลืมเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับนายปัญญา คงแสนคำ หรือ “ลุงเปี๊ยก” ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีมหากาพย์การฆาตกรรมป้าบัวผัน จนกลายเป็นประเด็นสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญออกมาแล้ว เมื่ออัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายในประเทศไทย

อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน

เหตุการณ์คดีพิเศษที่ 9/2567 นี้เริ่มต้นจากการที่ลุงเปี๊ยกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อรัญประเทศ กักขังและทรมานด้วยการคลุมถุงดำรวมถึงการปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นจัดเพื่อบีบบังคับให้เขารับสารภาพ ผิดกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวมรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนให้อัยการ จนนำมาสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 รายในความผิดหลายข้อหา

รายละเอียดการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจและข้อหาความผิด

สำหรับมูลเหตุที่ อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน นั้น ได้มีการระบุข้อหาที่ครอบคลุมดังนี้:

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • กฎหมายอาญา มาตรา 309 และ 310: ความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่น และการหน่วงเหนี่ยวกักขัง
  • พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565: ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับสำคัญในการปกป้องสิทธิมนุษยชนจากเจ้าหน้าที่รัฐ

รายชื่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 7 ราย ได้แก่ ร.ต.อ.พงศภัค, พ.ต.ท.พิชิต, พ.ต.ท.นิติธร, ร.ต.อ.พชร, ด.ต. ภิเศก, จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ และ ส.ต.อ.ชัยศิริ โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้นัดสอบคำให้การในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่จะถึงนี้

บทเรียนจากกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมไทยกำลังก้าวข้ามการใช้อำนาจมืดอย่างไม่ถูกต้อง การที่ผู้กระทำผิดถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการศาลจะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐคนใดที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบจะต้องได้รับผลของการกระทำนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์และรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมเอาไว้

ที่มา – อัยการสั่งฟ้อง 7 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำบังคับสารภาพฆ่าป้าบัวผัน

พิชัย ติงไทยเจรจาล่าช้า ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม แนะศุภจี

พิชัย ติงไทยเจรจาล่าช้า ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม แนะศุภจี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางเศรษฐกิจเมื่อนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การค้าของไทย หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีสินค้าไทยสูงถึง 12.5% โดยให้เหตุผลเรื่องแรงงานภาคบังคับ ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

นายพิชัยมองว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ คือการที่รัฐบาลมีความล่าช้าในการเจรจา ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงตัวเลขการขาดดุลการค้าที่ครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่น่ากังวลที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว

เร่งแก้ปม “พิชัย ติงไทยเจรจาล่าช้า ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม แนะศุภจี”

นอกจากนี้ นายพิชัยยังได้ให้คำแนะนำถึง คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์อย่าง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาช่วยในด้านการเจรจา เนื่องจากเคยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จในการเจรจามาก่อนหน้านี้

ในส่วนของ พิชัย ติงไทยเจรจาล่าช้า ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม แนะศุภจี ได้มีการเน้นย้ำถึง KPI 4 เรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งทำ ดังนี้:

  • เร่งแก้ไขราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนต่อเกษตรกรทั่วประเทศ
  • เจรจาการค้ากับพันธมิตรต่างประเทศ ทั้ง FTA ไทย-อียู และประเด็นภาษีกับสหรัฐฯ
  • ควบคุมปัญหาการทะลักของสินค้าด้อยคุณภาพและการแก้ไขปัญหานอมินีที่รุนแรงขึ้น
  • บริหารจัดการตัวเลขการขาดดุลการค้า โดยเฉพาะการขาดดุลกับประเทศจีนที่พุ่งสูงผิดปกติ

การบริหารงานกระทรวงพาณิชย์ในยุคนี้ถือว่ามีความท้าทายอย่างยิ่ง การมุ่งเน้นเพียงการทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์แบบผิวเผินนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติที่เข้มข้น ร่วมกับการมีแผนเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้

สุดท้ายนี้ ความอยู่รอดและคุณภาพชีวิตของประชาชนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล หากสามารถจัดการปัญหาความล่าช้าในการเจรจาและปรับโครงสร้างการส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็ยังมีโอกาสที่ไทยจะพลิกฟื้นกลับมาได้ แต่ต้องรีบทำทันทีตั้งแต่วันนี้ก่อนที่ผลกระทบจะบานปลายไปมากกว่าเดิม

ที่มา – “พิชัย” ติงไทยเจรจาล่าช้า ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม แนะ “ศุภจี” เร่งทำ 4 เรื่อง

ปกรณ์ เผย ส.ค.นี้ เตรียมชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กรภาครัฐกันมาบ้างแล้ว ล่าสุดทางคุณปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางของข้าราชการไทย โดยระบุว่า ปกรณ์ เผย ส.ค.นี้ เตรียมชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ ซึ่งถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งคนในระบบราชการและงบประมาณแผ่นดินโดยตรง

ปกรณ์ เผย ส.ค.นี้ เตรียมชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ

เหตุผลเบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะเป้าหมายหลักคือการปรับลดขนาดองค์กรจากเดิมที่มีข้าราชการรวมกันกว่า 3 ล้านคน ให้กระชับขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และนำงบประมาณที่ประหยัดได้มาปรับฐานเงินเดือนและสวัสดิการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดคนเก่งรุ่นใหม่เข้ามาทำงานราชการนั่นเอง โดยคุณปกรณ์ได้ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างโปร่งใสที่สุด

มาตรการคุมอัตรากำลังและอนาคตข้าราชการไทย

สำหรับประเด็นที่ว่า ปกรณ์ เผย ส.ค.นี้ เตรียมชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไล่ปลดใครออกกะทันหัน แต่เน้นไปที่การ:

  • ยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป
  • ตรวจสอบตำแหน่งที่ไม่จำเป็นเพื่อลดภาระงบประมาณ
  • รักษาสมดุลระหว่างการบริหารทรัพยากรบุคคลกับการคลังของประเทศ

ในปัจจุบัน รัฐบาลกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่ข้าราชการหรือผู้สนใจจะได้ร่วมเสนอแนะแนวทาง เพื่อให้มาตรการนี้ออกมาตอบโจทย์การบริหารงานในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

หากถามถึงมุมมองส่วนตัว ผมมองว่านี่คือสัญญาณการปรับตัวที่จำเป็นมากในโลกปัจจุบันครับ แม้องค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกยังต้องลดขนาดเพื่อความคล่องตัว การที่ภาครัฐหันมาปรับโครงสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นนี้ จะช่วยให้การบริหารงานมีความยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้ดีที่สุดคือการสร้างความชัดเจนให้กับบุคลากรที่จะได้รับผลกระทบ รวมถึงการรักษาระดับคุณภาพการบริการประชาชนให้คงเดิมในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้

หากคุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับมาตรการนี้ อย่าลืมเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางที่รัฐบาลกำหนดไว้ได้เลยครับ เสียงสะท้อนของคุณมีค่าสำหรับการพัฒนาระบบราชการไทยให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – “ปกรณ์” เผย ส.ค.นี้ เตรียมชง ครม. คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ

กรมศิลป์ เตรียมฉลองใหญ่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกโลกแห่งแรกภาคใต้

นับเป็นข่าวดีที่คนไทยทั้งประเทศต่างตั้งตารอคอย เมื่อทางกรมศิลปากรได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยทุกคน กับข่าวที่ว่า กรมศิลป์ เตรียมฉลองใหญ่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกโลกแห่งแรกภาคใต้ อย่างยิ่งใหญ่หลังจากผ่านการพิจารณาในเวทีระดับนานาชาติ

กรมศิลป์ เตรียมฉลองใหญ่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกโลกแห่งแรกภาคใต้ อย่างสมเกียรติ

การผลักดันให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับคุณค่าทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของพุทธศาสนาในประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ในโอกาสนี้ กรมศิลปากรได้ร่วมมือกับจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดเตรียมกิจกรรมเฉลิมฉลองไว้อย่างเต็มที่ ทั้งการถ่ายทอดสดบรรยากาศจากนครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มาให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมลุ้นและยินดีไปพร้อมๆ กัน

กิจกรรมไฮไลท์ต้อนรับมรดกโลกใหม่

ภายในงานฉลอง กรมศิลป์ เตรียมฉลองใหญ่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกโลกแห่งแรกภาคใต้ ครั้งนี้ จะมีการจัดเต็มด้วยกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมมากมาย ได้แก่:

  • พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • พิธีสวดมนต์และเจริญจิตตภาวนาจากเหล่าพุทธศาสนิกชน
  • การแสดงพลังศรัทธาด้วยการรำโนราบูชาพระธาตุอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้
  • การแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตาบริเวณหน้าพระวิหารหลวง

นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังเตรียมเปิดห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่อง “พระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช โดยรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุอันทรงคุณค่ากว่า 100 รายการ มาจัดแสดงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงรากเหง้าและตำนานการสร้างพุทธสถานแห่งนี้อย่างลึกซึ้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยจะมีมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแห่งแรกในภาคใต้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นทั้งการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อย่าลืมไปร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และร่วมภูมิใจไปกับมรดกที่ล้ำค่าของชาติกันนะครับ

ที่มา – กรมศิลป์ เตรียมฉลองใหญ่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” มรดกโลกแห่งแรกภาคใต้

ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำกันหน่อย สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูล ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ เพราะเช้านี้สมาคมค้าทองคำได้มีการประกาศปรับราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 50 บาท ส่งผลให้ตลาดทองคำมีความคึกคักไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

รายละเอียดการปรับราคาทองคำและราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

จากการประกาศครั้งที่ 1 ณ เวลา 9.00 น. ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 64,800 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 65,600 บาท สำหรับใครที่เป็นสายออมทองหรือต้องการซื้อทองขนาดเล็กอย่างทองครึ่งสลึงมาเก็บไว้ วันนี้คุณต้องเช็กราคาให้ดีครับ เพราะ ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว มีการคำนวณราคาขายออกสำหรับทองรูปพรรณครึ่งสลึงอยู่ที่ 8,200 บาท (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ) ซึ่งราคานี้ถือว่ามีการปรับตัวตามกลไกตลาดโลกที่ขยับขึ้นเล็กน้อยครับ

ราคาทองแต่ละขนาดในวันนี้มีรายละเอียดดังนี้ครับ:

  • ทองคำแท่ง 1 บาท: รับซื้อ 64,600 บาท / ขายออก 64,800 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท: รับซื้อ 63,308.16 บาท / ขายออก 65,600 บาท
  • ทองคำแท่ง 2 สลึง: รับซื้อ 32,300 บาท / ขายออก 32,400 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง: รับซื้อ 31,654.08 บาท / ขายออก 32,800 บาท
  • ทองคำแท่งครึ่งสลึง: รับซื้อ 8,075 บาท / ขายออก 8,100 บาท
  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง: รับซื้อ 7,913.52 บาท / ขายออก 8,200 บาท

สำหรับการตัดสินใจซื้อทองคำในช่วงนี้ แนะนำให้เปรียบเทียบราคาจากหลายๆ แหล่งและอย่าลืมสอบถามทางร้านทองเรื่องค่ากำเหน็จเพิ่มเติมด้วยนะครับ เพราะแต่ละร้านอาจจะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ทั้งนี้การลงทุนในทองคำยังคงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจเสมอสำหรับใครที่ต้องการออมเงินเพื่ออนาคต หากคุณเห็นว่าราคานี้เป็นจังหวะที่รับได้ ก็สามารถเข้าไปจับจองหรือซื้อสะสมกันได้ตามกำลังศรัทธาครับ

หากอยากติดตามข่าวสารการเงินให้ทันเหตุการณ์ หมั่นเช็กราคาจากสมาคมค้าทองคำในทุกวันนะครับ เพราะราคาทองคำมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกท่านนะครับ

ที่มา – ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 25 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว