เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ติดตามวงการรถยนต์คงจะสังเกตเห็นว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้ตลาดจะมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ตึงเครียดในต่างแดน แต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง โตโยต้า ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า Toyota ยังแกร่ง Hilux ขายเฉลี่ย 6,200 คันต่อเดือน Yaris ATIV ตามติดที่ 6,000 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากในสภาวะตลาดแบบนี้ครับ
วิเคราะห์การเติบโต: Toyota ยังแกร่ง Hilux ขายเฉลี่ย 6,200 คันต่อเดือน Yaris ATIV ตามติดที่ 6,000 คัน
ต้องยอมรับเลยว่าตลาดรถกระบะในบ้านเราช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างชะลอตัว แต่ Toyota กลับสามารถสวนกระแสได้อย่างน่าทึ่ง โดย Hilux เติบโตขึ้นถึง 6% และครองส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 52.26% ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของรุ่น Hilux Travo ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบเครื่อง ไม่เพียงเท่านี้ ในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่าง Yaris ATIV ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนมียอดขายเฉลี่ย 6,000 คันต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์นี้ยังคงครองใจผู้ใช้งานชาวไทยได้เป็นอย่างดี
ปัจจัยที่ทำให้ Toyota ยังแกร่ง Hilux ขายเฉลี่ย 6,200 คันต่อเดือน Yaris ATIV ตามติดที่ 6,000 คัน
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เป็นผลจากการปรับทัพผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกความต้องการ ดังนี้ครับ:
- การตอบโจทย์ตลาดกระบะ: การเปิดตัวรุ่นใหม่ที่สมบุกสมบันและคุ้มค่า ช่วยให้ Hilux ยึดหัวหาดตลาดกระบะได้เหนียวแน่น
- ความแข็งแกร่งของ Eco Car: Yaris ATIV HEV เข้ามาสร้างยอดขายเพิ่มและตอบโจทย์เทรนด์การประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม
- ความเชื่อมั่นของแบรนด์: ระยะเวลานานที่โตโยต้าอยู่คู่คนไทย ทำให้ความมั่นใจในเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่เป็นปัจจัยสำคัญ
ทางค่ายโตโยต้าเองก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ พวกเขาเตรียมพร้อมเดินเกมรุกด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาเสริมทัพให้เลือกกันมากขึ้น แม้ว่าจะต้องจับตามองปัจจัยลบภายนอกประเทศ แต่เชื่อว่าด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งจะทำให้โตโยต้ายังคงรักษาสถานะผู้นำตลาดต่อไปได้ โดยรวมแล้วถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยครับ
สำหรับใครที่กำลังเล็งรถใหม่ ช่วงครึ่งปีหลังนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่โตโยต้าจะนำเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปให้เลือกสรรมากยิ่งขึ้น ใครที่เป็นแฟนคลับค่ายนี้เตรียมตัวตื่นเต้นกันได้เลยครับ!
ที่มา – Toyota ยังแกร่ง Hilux ขายเฉลี่ย 6,200 คันต่อเดือน Yaris ATIV ตามติดที่ 6,000 คัน






