'ทวี' ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ 'มติจบ แต่เรื่องยังไม่จบ'

ทวี ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ

ทวี ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา แม้มติดังกล่าวจะถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สิ้นสุดลง แต่ประเด็นทางกฎหมายและข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบต่อไป

ทวี ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความคิดเห็นว่า มติของ กกต. ไม่ควรมีผลกว้างขวางจนกระทบต่อหลักการสูงสุดของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเมื่อยังมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานบางส่วนที่อาจเชื่อมโยงกับการจัดทำโพยหรือเลขชุดเพื่อกำหนดผลการลงคะแนนล่วงหน้า

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าข้อกล่าวหาต่อบุคคลใดถูกยกขึ้นหรือถูกยกเลิกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบว่ากระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และปราศจากการแทรกแซงหรือไม่ หากมีพฤติการณ์เป็นขบวนการ ย่อมอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันนิติบัญญัติและระบบประชาธิปไตยโดยรวม

ข้อสงสัยเรื่องพยานและเลขชุดลงคะแนน

กรณีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง คือการที่ กกต. กันสมาชิกวุฒิสภา 2 คนไว้เป็นพยานในคดีอาญา บุคคลแรกเป็นผู้สมัครกลุ่มการศึกษา ซึ่งได้รับคะแนนสูงทั้งในรอบเลือกกันเองและรอบเลือกไขว้ ขณะที่ผลตรวจสอบพบการลงคะแนนหมายเลขชุดเดียวกันเรียงตรงกันทั้ง 10 หมายเลขหลายใบ และมีหมายเลขของบุคคลดังกล่าวรวมอยู่ด้วย

จากข้อมูลการไต่สวน พยานรายนี้ให้ถ้อยคำว่า หมายเลขของตนปรากฏอยู่ในโพยทั้งสองรอบ และเข้าใจว่าคะแนนจำนวนมากที่ได้รับอาจมาจากโพยฮั้วหรือเลขชุดที่จัดทำขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อมูลดังกล่าวจึงถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาถึงที่มาของคะแนนและรูปแบบการลงคะแนน

ส่วนพยานอีกรายเป็นผู้สมัครกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และได้รับคะแนนอยู่ในลำดับต้น ๆ ของกลุ่ม ผลตรวจสอบพบการลงคะแนนชุดหมายเลขเดียวกันเรียงตรงกันทั้ง 10 หมายเลขจำนวนหลายใบ โดยมีหมายเลขของผู้สมัครรายนี้อยู่ในชุดดังกล่าวเช่นกัน

พยานรายนี้ยังให้ข้อมูลว่า เคยเข้าร่วมประชุมกับผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศประมาณ 30 กว่าคน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ประชุมมีการอธิบายวิธีลงคะแนน พร้อมแจกเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครซึ่งกรอกหมายเลขไว้ล่วงหน้า แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ร่วมจัดทำโพย แต่ยอมรับว่าหมายเลขของตนปรากฏอยู่ในเลขชุด

  • พบรูปแบบการลงคะแนนหมายเลขชุดเดียวกันเรียงตรงกันหลายใบ
  • มีคำให้การที่เชื่อมโยงกับการแจกเอกสารและการกำหนดหมายเลขล่วงหน้า
  • พยานบางรายยอมรับว่าเข้าใจคะแนนที่ได้รับอาจมาจากโพยฮั้วหรือเลขชุด
  • ข้อเท็จจริงเหล่านี้ควรได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานและศาลที่มีอำนาจ

การกันผู้มีส่วนร่วมไว้เป็นพยานไม่ได้ลบล้างข้อเท็จจริง

กฎหมายกำหนดให้ กกต. สามารถกันบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดไว้เป็นพยานได้ หากข้อมูลหรือคำให้การของบุคคลนั้นเป็นประโยชน์ต่อการพิสูจน์ความผิดของผู้กระทำผิดรายอื่นที่อาจเป็นตัวการสำคัญ มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเบื้องหลังของคดีและดำเนินคดีกับผู้ที่มีบทบาทสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การกันบุคคลไว้เป็นพยานมีผลเฉพาะด้านการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลนั้นเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป ไม่ได้ทำให้พยานหลักฐานหมดความหมาย และไม่ได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวจะพ้นจากการตรวจสอบในประเด็นความสุจริตและเที่ยงธรรมของการได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

ด้วยเหตุนี้ พันตำรวจเอก ทวีจึงเห็นว่า กกต. ควรแยกประเด็นการดำเนินคดีอาญาออกจากประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติและความชอบด้วยกฎหมายของการได้รับเลือก หากหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามีการวางแผน จัดทำโพย หรือกำหนดผลการลงคะแนนไว้ล่วงหน้า กรณีดังกล่าวอาจกระทบต่อกระบวนการเลือก สว. มากกว่าการทุจริตเฉพาะบุคคล

มติจบ แต่การตรวจสอบยังไม่ควรจบ

ใจความสำคัญของเรื่องนี้คือ มติของ กกต. อาจสิ้นสุดในระดับหน่วยงาน แต่ยังไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกประเด็นทางกฎหมายสิ้นสุดลงแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานที่อาจถึงระดับมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกิดการกระทำผิด และมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นที่อาจเป็นตัวการสำคัญ

การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาจึงเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะ กกต. อาจกันบุคคลไว้เป็นพยานในคดีอาญาได้ แต่ไม่สามารถกันความจริง กันพยานหลักฐาน หรือกันบุคคลนั้นออกจากอำนาจการไต่สวนของศาลฎีกาได้ หลักการดังกล่าวสะท้อนว่า ทุกองค์กรต้องใช้อำนาจภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

สำหรับประชาชน เรื่องนี้ควรติดตามจากเอกสารทางการ คำวินิจฉัย และกระบวนการของศาลอย่างใกล้ชิด การตรวจสอบที่โปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งและทำให้สังคมเห็นว่าข้อกล่าวหาที่มีผลต่ออำนาจนิติบัญญัติได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม

ทวี ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่เพียงถ้อยคำทางการเมือง แต่เป็นข้อเสนอให้ทุกฝ่ายยึดหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นสำคัญ มติอาจจบในวันนี้ แต่การค้นหาความจริงควรเดินหน้าต่อจนกว่าทุกข้อสงสัยจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน

ที่มา – “ทวี” ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ “มติจบ แต่เรื่องยังไม่จบ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: