สถานการณ์ภัยพิบัติในต่างแดนกำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมเมืองหลวงกานา ดับแล้ว 13 ศพ พายุจ่อเข้าอีกลูก ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับกรุงอักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา โดยสาเหตุหลักมาจากการที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักผิดปกติจนระบบระบายน้ำรับไม่ไหว
สถานการณ์น้ำท่วมเมืองหลวงกานา ดับแล้ว 13 ศพ พายุจ่อเข้าอีกลูก
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยฝนตกในแต่ละปี โดยพบว่าในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนพุ่งสูงถึง 140 มม. ในขณะที่สถิติเดิมอยู่ที่เพียง 56 มม. เท่านั้น ส่งผลให้บ้านเรือน ยานพาหนะ และอาคารสาธารณะจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานยางแห่งหนึ่งซ้ำเติมความโกลาหลในพื้นที่อีกด้วย
รายละเอียดและผลกระทบจากเหตุการณ์ น้ำท่วมเมืองหลวงกานา ดับแล้ว 13 ศพ พายุจ่อเข้าอีกลูก
ปัจจุบันทางการกานาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หน่วยดับเพลิง รวมถึงกองทัพ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งจนถึงขณะนี้สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้แล้วมากกว่า 470 คน อย่างไรก็ตาม ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนภัยด่วนว่าอย่าเพิ่งวางใจ เพราะสถานการณ์ น้ำท่วมเมืองหลวงกานา ดับแล้ว 13 ศพ พายุจ่อเข้าอีกลูก อาจเลวร้ายลงอีกเนื่องจากมีพายุลูกใหม่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาสมทบ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงอักกราขยายตัวเป็นวงกว้าง มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
- ระบบระบายน้ำในเมืองมีสภาพเสื่อมโทรมและอุดตันจากขยะ
- การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมายกีดขวางทางระบายน้ำตามธรรมชาติ
- ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้ฝนตกหนักมากกว่าปกติ
ทางด้านประธานาธิบดี จอห์น มาฮามา ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำทั้งหมดทันที เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ และหวังว่าทางการกานาจะสามารถรับมือกับพายุลูกใหม่ได้อย่างปลอดภัย และขอฝากถึงทุกคนว่า ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ การเตรียมตัวรับมือและติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิดคือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน
ที่มา – น้ำท่วมเมืองหลวงกานา ดับแล้ว 13 ศพ พายุจ่อเข้าอีกลูก

