เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม

เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม

เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในโลกโซเชียล เมื่อมีเหตุการณ์เฉี่ยวชนระหว่างรถจักรยานยนต์ของอาสาจราจรกับรถยนต์ส่วนบุคคลบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต ล่าสุดเรื่องราว เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม โดยทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมาพบกันที่สถานีตำรวจเพื่อปรับความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์เริ่มต้นจากรถยนต์เก๋งของนางสาวนีรา ผู้เสียหาย ได้ถูกเฉี่ยวชนบริเวณทางออกห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยผู้ขับขี่คือ นายสัมฤทธิ์ อาสาจราจร วัย 68 ปี ซึ่งทางคู่กรณีได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการขับขี่เปลี่ยนเลนกะทันหันและไม่ยอมจอดรถลงมาเจรจา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการชนแล้วหนี อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการลงบันทึกประจำวันและสอบสวนข้อเท็จจริง เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม ก็ได้รับข้อสรุปที่เป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย

สรุปเหตุการณ์และความเข้าใจผิด

จากคำชี้แจงของนายสัมฤทธิ์ อาสาจราจร ได้เปิดเผยว่าในขณะนั้นตนกำลังรีบไปปฏิบัติภารกิจอำนวยความสะดวกจราจรตามคำสั่ง จึงทำให้เกิดความรีบร้อนและไม่ได้สังเกตเห็นว่าการเฉี่ยวชนนั้นรุนแรงเพียงใด โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบหนีอย่างแน่นอน ส่วนประเด็นเรื่องที่ผู้เสียหายเห็นว่าตนหันมายิ้มหรือหัวเราะนั้น นายสัมฤทธิ์ได้ปฏิเสธและชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิดจากมุมมองในขณะที่ขับขี่มากกว่า

  • ผู้เสียหายต้องการความชัดเจนและการรับผิดชอบจากฝ่ายอาสาจราจร
  • อาสาจราจรยืนยันว่าตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจมาโดยตลอด
  • ทางสถานีตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เตรียมพิจารณาค่าเสียหายตามพยานหลักฐาน

เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การหยุดรถลงมาพูดคุยกันด้วยความใจเย็นถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ความเข้าใจผิดลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ต้องชื่นชมทั้งสองฝ่ายที่ตัดสินใจเลือกทางออกด้วยการปรับความเข้าใจกันอย่างมีวุฒิภาวะ

ท้ายที่สุดนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังในการเปลี่ยนเลน และสำหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่บริการสังคมก็ควรต้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยควบคู่ไปกับความรีบเร่งในการปฏิบัติภารกิจครับ

ที่มา – เคลียร์จบแล้ว ป๋าอาสาจราจร สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขอโทษสาวคู่กรณี ยันไม่ได้หนี-หันมายิ้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: