ช่วงนี้ประเด็นงบอาหารของ ส.ส. กลายเป็นกระแสฮอตในโซเชียลมีเดีย ชวนให้ชาวเน็ตหลายคนตั้งคำถามว่าระบบงบประมาณส่วนนี้ควรจะปรับปรุงอย่างไรให้เหมาะสมและโปร่งใสมากขึ้น ล่าสุด เลขาฯ พระปกเกล้า เสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร สส. โดยนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้โพสต์ข้อเสนอสุดชาญฉลาดลงเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ทำให้หลายคนเห็นด้วยว่าถ้าทำได้จริงจะช่วยประหยัดงบแผ่นดินและลดปัญหาขยะอาหารได้มหาศาล
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไม ส.ส. ถึงต้องนำข้าวจากบ้านมากิน หรือพากันไปซื้อที่โรงอาหารรัฐสภา แม้จะดูเป็นการแสดงออกถึงความประหยัด แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นแค่การแก้ปัญหาแบบปลายเหตุเท่านั้น เพราะระบบยังคงต้องเตรียมอาหารครบจำนวนตาม ส.ส. ที่ลงทะเบียนอยู่ดี ส่งผลให้เกิด food waste สูงมาก ปัจจุบันงบอาหาร ส.ส. อยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาทต่อปี แต่ใช้จริงแค่ 50 ล้านบาท ยังไม่รวมงบกรรมาธิการอีก 20 ล้านบาทต่อปี โดยจัดให้ 3 มื้อหลัก (เช้า กลางวัน เย็น) รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อวัน และถ้าประชุมดึกเกิน 20.00 น. จะเพิ่มเป็น 5 มื้ออีก 250 บาท จัดเต็มแม้ไม่มีคนกิน ทำให้เหลือทิ้งหรือแจกจ่าย
เลขาฯ พระปกเกล้า เสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร สส.
นายอิสระชี้แจงชัดว่าปัญหาอยู่ที่ระบบ ไม่ใช่พฤติกรรมนำอาหารจากบ้านมา การจัดอาหารให้ ส.ส. หรือผู้เข้าร่วมประชุมที่ข้ามมื้อเป็นเรื่องปกติทั่วโลก แต่เราต้องออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ มาดูกันว่า เลขาฯ พระปกเกล้า เสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร สส. มีอะไรบ้างที่ทำได้ง่ายและได้ผลจริง
ข้อเสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร ส.ส. แบบละเอียด
- เปลี่ยนจากจัดเลี้ยงรวมเป็นบัตรวงเงินรายบุคคล: ให้ ส.ส. ได้รับบัตรวงเงินไม่เกิน 1,000 บาทต่อวัน ใช้จ่ายกับผู้ประกอบการอาหารที่หมุนเวียนมาจากทั่วประเทศ กินเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น เงินเหลือคืนหลวงทันที! ไอเดียนี้ชูจุดเด่นเรื่องลดงบประมาณ ลด food waste และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยผู้ประกอบการแข่งขันกันเรื่องคุณภาพและราคา ลองนึกภาพ ส.ส. สามารถเลือกร้านอร่อยจากต่างจังหวัดได้ ส.ส. ไหนไม่ต้องการสิทธิ์ก็แจ้งล่วงหน้าและคงไว้ตลอด 4 ปี จะได้เห็นชัดว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาใครไปกินโรงอาหารจริง ๆ กี่คน นี่คือวิธีปฏิรูปที่ win-win ทุกฝ่าย
- เพิ่มความโปร่งใสแบบเรียลไทม์: เปิดเผยข้อมูลงบอาหารรายวันและรายมื้อทางออนไลน์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันทีว่าใช้จริงเท่าไร เหลือเท่าไร และจัดการส่วนที่เหลืออย่างไร โปร่งใสขนาดนี้จะช่วยป้องกันการทุจริต และสร้างความไว้วางใจจากประชาชนที่จ่ายภาษี
- ลดต้นทุนแฝงที่ซ่อนอยู่: จากการพูดคุยกับอดีตผู้ประกอบการรัฐสภา พบว่าต้นทุนสูงเพราะต้องจ้างแรงงานเฉพาะวันประชุม (สัปดาห์ละ 2 วัน) บวกปัญหา ส.ส. นำอาหารออกนอกห้องอาหารบ่อย ๆ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณและชดเชยภาชนะที่หาย ผู้ประกอบการจึงต้องคิดราคาสูงเพื่อครอบคลุมความเสี่ยง ถ้าปรับระบบได้ ต้นทุนจะถูกลงทันที
- บังคับห้ามนำอาหารออกนอกพื้นที่อย่างจริงจัง: ไม่ว่าจะบุคคลใดก็ตาม บริการต้องจบในห้องอาหาร ไม่ขยายไปห้องทำงานหรือทีมงาน เพราะถ้าคำนวณ ส.ส. 500 คน x ทีมงาน 8 คน = 4,000 คน x 1,000 บาท = งบพุ่ง 9 เท่าโดยไม่รู้ตัว การควบคุมนี้จะช่วยยึดงบให้อยู่ในกรอบเดิม
- มองภาพใหญ่กว่าปัญหางบอาหาร: 50 ล้านบาทอาจดูมาก แต่เทียบกับการทุจริตเงินทอนโครงการทั่วประเทศ การซื้อเสียงจากงบ 3 ล้านล้านบาทต่อปี แล้วจะเห็นว่าประหยัดได้อีกหลายเท่าตัว ถ้าทุก ส.ส. พร้อมใจไม่โกง การเมืองจะไม่เป็นธุรกิจอีกต่อไป
นายอิสระทิ้งท้ายไว้ว่า “การประหยัดเงินหลวงทำได้ง่าย ไม่ต้องกินน้อยลง แค่โกงน้อยลง ไม่ต้องทานน้อย แค่ไม่ทอนเงินพอ” โดยเฉพาะการลงทุน 30-50 ล้านบาทเพื่อซื้อคะแนนเข้าสภา แล้วถอนทุนจากงบหลวง นี่คือต้นตอที่ต้องแก้ไขจริงจัง
เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอที่ เลขาฯ พระปกเกล้า เสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร สส. ถ้าทำได้ทั้ง 5 ข้อ รัฐสภาจะโปร่งใส ประหยัดงบ และประชาชนจะภูมิใจในตัวแทนของตัวเองมากขึ้น คุณมีไอเดียปฏิรูปเพิ่มเติมไหม ลองคอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่างนี้ และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ นะครับ!
ที่มา – เลขาฯ พระปกเกล้า เสนอ 5 ข้อปฏิรูปงบอาหาร สส. ชูไอเดียบัตรวงเงิน ใช้เท่าที่ทาน เงินเหลือคืนหลวง


