'อนุทิน' นำประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ขอบคุณ 14 คนเกษียณ

อนุทินประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ขอบคุณ 14 คนเกษียณ

อนุทินประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ขอบคุณ 14 คนเกษียณ ในการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงส่งท้ายการทำงานของหัวหน้าส่วนราชการหลายรายที่เตรียมเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากการติดตามภารกิจราชการแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอายุราชการได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน รวมถึงฝากภารกิจสำคัญให้ผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อสานต่ออย่างต่อเนื่อง

อนุทินประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ขอบคุณ 14 คนเกษียณ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการทั้ง 14 ราย ที่ทุ่มเททำงานเพื่อประเทศและประชาชนมาอย่างยาวนาน พร้อมชื่นชมการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับระบบราชการ ซึ่งมีความใกล้ชิด ตรงไปตรงมา และเปิดโอกาสให้ข้าราชการสามารถเสนอความคิดเห็นได้มากขึ้น การกล้าพูด กล้าเสนอแนะ และกล้าแลกเปลี่ยนข้อมูล ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ

นายอนุทินยังเสนอแนวทางการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้มีลักษณะคล้ายการทำงานใน “ไลน์กลุ่ม” กล่าวคือ ทุกฝ่ายควรติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด ลดขั้นตอนและพิธีรีตองที่ไม่จำเป็น ตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง และเร่งผลักดันภารกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนทำได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายกระทรวง

อนุทินประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เน้นทำงานใกล้ชิด

สาระสำคัญจากการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการกล่าวขอบคุณผู้เกษียณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางการทำงานของภาครัฐในระยะต่อไป นายกรัฐมนตรีต้องการเห็นหน่วยงานต่าง ๆ ทำงานเป็นทีม เชื่อมโยงข้อมูลและภารกิจเข้าด้วยกัน ไม่ทำงานแบบต่างคนต่างทำ เพราะปัญหาหลายเรื่องของประชาชนมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน

การประสานงานแบบรวดเร็วและไม่ยึดติดขั้นตอนมากเกินไป จะช่วยให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลมีความคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลดพิธีการไม่ได้หมายถึงการละเลยกฎหมายหรือระเบียบราชการ แต่หมายถึงการใช้ขั้นตอนเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและทันต่อสถานการณ์

รายชื่อหัวหน้าส่วนราชการที่เกษียณอายุราชการ 14 ราย

หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าที่เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีจำนวน 14 ราย ได้แก่

  • นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
  • นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  • นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
  • พลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม
  • นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม
  • นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน
  • นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์
  • นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
  • พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  • นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร

หัวหน้าส่วนราชการที่กำลังจะเกษียณต่างกล่าวขอบคุณหน่วยงานและบุคลากรที่ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่จนภารกิจต่าง ๆ สำเร็จตามเป้าหมาย หลายคนสะท้อนว่าการทำงานกับนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างใกล้ชิดและตรงไปตรงมา ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ ความร่วมมือในลักษณะนี้ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการยังคงอยู่ในตำแหน่งจนพ้นเที่ยงคืนของวันที่ 30 กันยายน เข้าสู่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ดังนั้น หากมีภารกิจสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทุกคนยังสามารถร่วมสนับสนุนและให้คำแนะนำได้ นอกจากนี้ นายอนุทินยังขอให้นำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดการรับราชการมาช่วยพัฒนาประเทศต่อไป แม้จะพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม

การส่งต่อภารกิจเพื่อความต่อเนื่องของราชการ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการต่อจากผู้เกษียณ ล้วนผ่านการพิจารณาและคำแนะนำจากผู้ดำรงตำแหน่งเดิม การส่งต่อข้อมูล ประสบการณ์ และภารกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดรอยต่อในการบริหารงาน ทำให้นโยบายและโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด

สำหรับประชาชน สิ่งที่คาดหวังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการบริการภาครัฐที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น การทำงานแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงจะช่วยลดภาระการติดต่อราชการ และทำให้การแก้ปัญหาในพื้นที่มีความชัดเจนกว่าเดิม หากทุกหน่วยงานรักษาการสื่อสารที่เปิดกว้างและทำงานเป็นทีม แนวคิด “ไลน์กลุ่ม” ที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงก็อาจกลายเป็นรูปแบบการทำงานที่สร้างผลลัพธ์จริงให้กับสังคม

มุมมองส่งท้าย: การเกษียณของหัวหน้าส่วนราชการทั้ง 14 รายไม่ใช่เพียงการปิดฉากการทำงาน แต่เป็นโอกาสในการส่งต่อบทเรียนและสร้างคนรุ่นใหม่ให้เดินหน้าภารกิจของประเทศต่อไป ประชาชนควรติดตามว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะนำไปสู่การบริหารราชการที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพียงใด

ที่มา – “อนุทิน” นำประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ขอบคุณ 14 คนเกษียณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: